ปูตินลั่นโลกตะวันตกกำลังพังทลาย โลกรับกรรมเพราะยื้ออำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678360

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 09:04 น.ปูตินลั่นโลกตะวันตกกำลังพังทลาย โลกรับกรรมเพราะยื้ออำนาจ

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับวิกฤตยูเครนเมื่อวันพุธ ขณะที่เขาได้พบกับผู้นำระดับภูมิภาคเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อตอบโต้คลื่นของการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย

ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ปูตินเน้นย้ำว่า การดำเนินการ “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” เป็นทางเลือกเดียวที่รัสเซียจะต้องทำให้ยุติการนองเลือดที่ยาวนานหลายปีในยูเครนตะวันออก แต่ถ้าการจำกัดขอบเขตการแทรกแซงให้เหลือเพียงสาธารณรัฐดอนบาส ก็จะเป็นเพียงผลักดันปัญหาไป “แนวหน้า” ทางทิศตะวันตก แทนที่จะคลี่คลายสถานการณ์ทั้งหมด

ปูตินกล่าวเสริมว่า “พลเรือนเกือบ 14,000 คน รวมทั้งเด็ก ถูกสังหาร” ในความขัดแย้งดังกล่าว และยูเครนเตรียมพร้อมสำหรับการรุกในวงกว้างเพื่อยึดสาธารณรัฐดอนบาสอีกครั้ง ทางการยูเครนยังพยายามโจมตีไครเมีย ซึ่งแยกตัวออกจากประเทศเมื่อปี 2014 และเข้าร่วมรัสเซียผ่านการลงประชามติ

“ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นๆ ยูเครนตั้งใจเตรียมรับมือกับสถานการณ์การใช้กำลัง การสังหารหมู่ และการกวาดล้างชาติพันธุ์ในดอนบาส การโจมตีครั้งใหญ่ที่ดอนบาสและไครเมียในเวลาต่อมาเป็นเพียงเรื่องของเวลา อย่างไรก็ตาม กองกำลังติดอาวุธของเราได้ทำลายแผนเหล่านี้” ปูตินกล่าว

รัฐบาลยูเครนแสวงหาอาวุธทำลายล้างสูง

ปูตินกล่าวว่า “มีเครือข่ายห้องปฏิบัติการหลายสิบแห่งในยูเครน ซึ่งโครงการทางชีววิทยาทางทหารได้ดำเนินการภายใต้คำแนะนำและด้วยการสนับสนุนทางการเงินของกระทรวงกลาโหม รวมถึงการทดลองกับสายพันธุ์โคโรนาไวรัส, แอนแทรกซ์, อหิวาตกโรค, โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และโรคร้ายแรงอื่นๆ” ปูติน กล่าวพร้อมเสริมว่าขณะนี้ “ความพยายามอย่างบ้าคลั่ง” กำลังดำเนินการอยู่เพื่อปกปิด “ร่องรอยของโปรแกรมลับเหล่านี้”

ยูเครนถูกจัดตั้งให้เป็น ‘ฝ่ายต่อต้านรัสเซีย’

ปูตินกล่าวว่า “เราเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าระบอบการปกครองของเคียฟ (รัฐบาลยูเครน) ซึ่งบรรดาเจ้านายของตะวันตกได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำภารกิจในการสร้าง ‘การต่อต้านรัสเซีย’ ที่ก้าวร้าว ไม่สนใจชะตากรรมของชาวยูเครนเอง” 

“ยังชัดเจนอีกด้วยว่าผู้บงการชาวตะวันตกกำลังผลักดันให้ทางการเคียฟดำเนินการนองเลือดต่อไป พวกเขาได้รับชุดอาวุธเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาได้รับข่าวกรอง พวกเขายังได้รับความช่วยเหลืออื่น ๆ รวมถึงที่ปรึกษาทางทหารและทหารรับจ้าง”

อำนาจของโลกตะวันตกกำลังผุกร่อน

ปูตินเชื่อว่าในท้ายที่สุด ความปรารถนาของชาติตะวันตกที่จะคงไว้ซึ่งอำนาจเหนือโลกนั้นเป็นรากเหง้าของความวุ่นวายในยูเครนที่ดำเนินอยู่ตลอด เช่นเดียวกับวิกฤตการณ์ในส่วนอื่นๆ ของโลก 

“วันนี้ โลกทั้งใบต้องชดใช้ให้กับความทะเยอทะยานของตะวันตก ต่อความพยายามในทุกวิถีทางที่จะคงไว้ซึ่งอำนาจที่ล่มสลายของมัน” เขากล่าว

ปูตินกล่าวว่า ตัวอย่างเช่น ผลกระทบของการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย ที่บังคับใช้เหนือความขัดแย้งในยูเครน เกิดขึ้นแล้วกับประชาชนทั่วไปในตะวันตก ในขณะที่ชนชั้นสูงของโลกตะวันตกพยายามจะโทษรัสเซีย 

“ผมอยากให้คนตะวันตกธรรมดาๆ ได้ยินผมเหมือนกัน คุณได้รับแจ้งอย่างสม่ำเสมอว่าปัญหาในปัจจุบันของคุณเป็นผลมาจากการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ของรัสเซีย และคุณต้องจ่ายเงินจากกระเป๋าของคุณเองสำหรับการพยายามตอบโต้การคุกคามของรัสเซียที่ถูกกล่าวหานั้น ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องโกหก” ปูติน กล่าว

จากสำนักข่าว RT

Photo – Sputnik/Mikhail Klimentyev/Kremlin via REUTERS/File Photo

Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี ส่งสัญญาณอาจขึ้นอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678357

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 08:26 น.Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี ส่งสัญญาณอาจขึ้นอีก

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกในรอบหลายปี

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2561 และได้วางแผนเชิงรุกเพื่อผลักดันต้นทุนการกู้ยืมให้อยู่ในระดับที่จำกัดในปีหน้า โดยมีเป้าหมายหลักจากการต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส ไปจนถึงการรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดจากเงินเฟ้อที่มากเกินไปและสงครามในยูเครน

คณะกรรมการตลาดกลางแห่งสหพันธรัฐของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด (Fed) เริ่มการเคลื่อนไหวเพื่อกระชับนโยบายการเงินด้วยการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.25 จุดของอัตราเงินกองทุนของรัฐบาลกลางเป้าหมาย ยกเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญนั้นจากระดับใกล้ศูนย์ในปัจจุบัน

จากการคาดการณ์ใหม่ของเฟดแสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนการต่อสู้เรื่องเงินเฟ้อของตนให้อยู่ในระดับสูง มีเพียงผู้กำหนดนโยบายคนเดียวคือเจมส์ บุลลาร์ด ประธานเฟดแห่งเซนต์หลุยส์ ซึ่งไม่เห็นด้วยสนับสนุนแนวทางที่อาจมุ่งสู่การขึ้นดอกเบี้ยมากยิ่งขึ้นไปอีก

ผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่มองอัตราเงินกองทุนของรัฐบาลกลางจะเพิ่มขึ้นเป็นช่วงระหว่าง 1.75% ถึง 2% ภายในสิ้นปี 2565 ซึ่งเทียบเท่ากับการเพิ่มอัตราร้อยละ 0.25 จุดในการประชุมนโยบาย 6 ครั้งที่เหลือของเฟดในปีนี้ พวกเขาคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ในปีหน้า ซึ่งสูงกว่าระดับ 2.4% โดยกำหนดนโยบายรู้สึกว่าอัตราดังกล่าวจะช่วยชะลอเศรษฐกิจ

ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์กล่าวหลังจากสิ้นสุดการประชุมนโยบายสองวันล่าสุดกล่าวว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและรักษาการจ้างงานที่แข็งแกร่งในปัจจุบันและการเติบโตของค่าจ้างและเฟดจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การจำกัดผลกระทบที่จะเกิดกับครัวเรือนชาวอเมริกันต่อการขึ้นราคา

แต่อัตราเงินเฟ้อก็คาดว่าจะยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดจนถึงปี 2024 และพาวเวลล์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ลังเลที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างจริงจังหากไม่เห็นการปรับปรุงเรื่องเงินเฟ้อ

“วิธีที่เราคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือการประชุมทุกครั้งเป็นการประชุมสด” ในเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ย พาวเวลล์กล่าวในการแถลงข่าว โดยเน้นว่าเฟดสามารถเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้ด้วยการเทียบเคียงการถือครองพันธบัตรจำนวนมหาศาล “เรากำลังจะดูสภาวการณ์ที่กำลังพัฒนาอยู่ในตอนนี้ และถ้าเราสรุปได้ว่าควรหยุดพักให้เร็วกว่านี้เพื่อย้ายการพักออกไป เราก็จะทำเช่นนั้น” (การพักหมายถึงการหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ย) 

การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมีเป้าหมายเพื่อชะลออัตราเงินเฟ้อโดยควบคุมความต้องการสินค้าที่มีราคาสูง เช่น บ้าน รถยนต์ หรือโครงการปรับปรุงบ้านที่มีต้นทุนแพงขึ้น ซึ่งสามารถชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจและอาจเพิ่มการว่างงาน

เศรษฐกิจอาจชะลอตัวแล้วด้วยเหตุผลอื่น ผู้กำหนดนโยบายของเฟดได้ลดประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสำหรับปี 2565 เป็น 2.8% จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 4% ในเดือนธันวาคม เนื่องจากพวกเขาเริ่มวิเคราะห์ความเสี่ยงใหม่ที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญอยู่

“นั่นเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเกี่ยวกับผลกระทบของการรั่วไหลของสงครามในยุโรปตะวันออก ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจของเราผ่านช่องทางต่างๆ” พาวเวลล์กล่าว “คุณกำลังเห็นราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ GDP ในระดับหนึ่ง”

Photo – Tom Williams/Pool via REUTERS/File Photo

SOF หน่วยปฏิบัติการพิเศษของรัสเซียที่บุกตะลุยไปทุกแห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678302

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 19:01 น.SOF หน่วยปฏิบัติการพิเศษของรัสเซียที่บุกตะลุยไปทุกแห่ง

หนึ่งในพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วย SOF คือสมรภูมิสู้รบในยูเครนขณะนี้

ก่อนหน้านี้ โพสต์ทูเดย์นำเสนอเกี่ยวกับหน่วยสงครามพิเศษของรัสเซียที่ชื่อว่า Spetsnaz ไปแล้ว วันนี้มีอีกหนึ่งหน่วยที่น่าสนใจนั่นคือ Special Operations Forces (SOF) หรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่โหดไม่แพ้ Spetsnaz

SOF เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีความคล่องตัวสูง ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และมีความพร้อมในการรบอยู่ตลอดเวลา เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัสเซียทั้งในและนอกประเทศ ทั้งในยามสงบและยามสงคราม

ภารกิจที่ขึ้นชื่อของหน่วย SOF คือภารกิจไครเมียเมื่อปลายเดือน ก.พ. 2014 เจ้าหน้าที่ติดอาวุธไม่ทราบจำนวนของ SOF ร่วมกับหน่วยอื่นของกองทัพรัสเซียปลอมตัวเป็นทหารไม่มียศบุกเข้าแคว้นไครเมียของยูเครน แล้วยึดอาคารรัฐสภาไครเมีย รวมทั้งปิดกั้นสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ เช่น สนามบินซิมเฟอโรปอล

ปลายปี 2015 SOF เริ่มปฏิบัติการอย่างลับๆ ในซีเรีย และเริ่มเผยตัวในเดือน ม.ค. 2016 หลังประสบความสำเร็จในการสู้รบที่ลาตาเกีย สงครามกลางเมืองที่รัฐบาลซีเรียเปิดปฏิบัติการยึดพื้นที่เขตลาตาเกียติดกับพรมแดนตุรกีคืนจากกลุ่มกบฏ นอกจากนี้ยังชี้เป้าหมายให้กองทัพอากาศรัสเซียโจมตีทางอากาศและให้กองทัพเรือยิงขีปนาวุธ ไปจนถึงเป็นที่ปรึกษาการฝึกทหารให้รัฐบาลซีเรีย ค้นหาและทำลายเป้าหมายที่สำคัญของศัตรู สกัดกองกำลังศัตรูด้วยการซุ่มโจมตี การลอบสังหาร และโจมตีตอบโต้

SOF ยังมีบทบาทสำคัญในการสู้รบกับผู้ก่อการร้ายซีเรีย อาทิ

  • หน่วยพิเศษ 16 คนสามารถตอบโต้การโจมตีของนักรบญิฮัดกว่า 300 คนโดยไม่มีการสูญเสีย
  • 16 ส.ค. 2017 หน่วยของ SOF 4.5 คนถูกซุ่มโจมตีโดยกลุ่มก่อการร้าย ISIS 40 คนในเมืองอาเคอร์บัตและถูกทหารซีเรียทิ้ง หลังจากทุกคนในทีมบาดเจ็บ สิบตรี เดนิส พอร์ตเนียกิน รับหน้าที่สู้และสังหารกลุ่มก่อการร้ายไปถึง 14 คน ด้วยความกล้าหาญทำให้เขาได้รับตำแหน่ง “ฮีโร่ของสหพันธรัฐรัสเซีย”
  • 18 ก.ย. 2017 กลุ่มกบฏญิฮัดจับกุมหน่วยตำรวจทหารรัสเซีย 29 นายที่กำลังเฝ้าจับตาการหยุดยิงในเมืองอิดลิบ หลังจากต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายด้วยตัวเองหลายชั่วโมง ในที่สุดหน่วย SOF และกองทัพอากาศรัสเซียและซีเรียก็เข้ามาช่วยหน่วยตำรวจทหารออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด 12 ม.ค. 2018 กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า กลุ่มก่อการร้ายที่ยิงปืนใหญ่ถล่มฐานทัพอากาศคมีมิมในซีเรียเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2017 ที่ทำให้ทหารรัสเซียเสียชีวิต 2 นายถูกหน่วย SOF โจมตีล้างแค้น โดย SOF สะกดรอยตามผู้ก่อการร้ายไปจนถึงฐานใกล้กับชายแดนเมืองอิดลิบและทำลายทั้งกลุ่มด้วยจรวด Krasnopol ขณะที่สมาชิกกลุ่มก่อการร้ายนี้กำลังขึ้นรถมินิบัสเพื่อหนีออกจากฐาน
  • 25 มี.ค. 2019 กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า SOF และกองทัพอากาศรัสเซียกำจัดสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายกว่า 30 คนเพื่อล้างแค้นการโจมตีเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. 2019 ที่ทำให้ทหารรัสเซียเสียชีวิต 3 นาย
  • ระหว่างปฏิบัติการรุ่งอรุณแห่งอิดลิบ (Operation Dawn of Idlib) SOF มีส่วนในการบุกจู่โจมหลายครั้งโดยเฉพาะในจังหวัดอิดลิบ และสังหารนักรบกลุ่มกบฏไปหลายคน รวมทั้งผู้บัญชาการคนสำคัญ 2 คนคือ อะเราะห์ อัล-ชาม และเจช์ อัล-นาสรี
  • 18-24 ส.ค. 2020 SOF ร่วมกับหน่วยทหารปืนใหญ่เปิดปฏิบัติการร่วมซึ่งสังหารกลุ่มก่อการร้าย 327 คน ทำลายที่หลบซ่อน 134 แห่ง ป้อมสังเกตการณ์ 17 แห่ง คลังอาวุธ 7 แห่ง และห้องเก็บของใต้ดินของกลุ่ม ISIS 5 แห่งที่ทะเลทรายซีเรีย ตอบโต้ที่นายพล วีเชสลาฟ ลัดคิค ถูกระเบิดแสวงเครื่องเสียชีวิตใกล้กับเมืองดาอีร์รุซซอร์

นอกจากนี้ SOF ยังให้การอารักขาความปลอดภัยขั้นสูงสุดระหว่างที่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เดินทางเยือนฐานทัพอากาศคมีมิมโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า ด้วยการประจำการคุมทิศทางที่อันตรายที่สุดจากทะเล อากาศ และบนพื้นดิน

และล่าสุดวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา SOF เกี่ยวข้องกับการบุกจู่โจมยูเครนเต็มรูปแบบด้วยการปฏิบัติการลับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่สำคัญและระบบสนับสนุนของยูเครน

ภาพ: กระทรวงกลาโหมสหพันธรัฐรัสเซีย

การคว่ำบาตรบีบชาติต่างๆ เร่งออกเงินดิจิทัลเลี่ยงดอลลาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678316

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 18:11 น.การคว่ำบาตรบีบชาติต่างๆ เร่งออกเงินดิจิทัลเลี่ยงดอลลาร์

วิกฤตยูเครนอาจเปลี่ยนบทบาทของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างคำพูดของฮิโรมิ ยามาโอกะ อดีตผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมองว่าการคว่ำบาตรที่บังคับใช้กับรัสเซียอาจทำให้ประเทศต่างๆ เช่น จีน มองว่าสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เป็นเครื่องมือในการตอบโต้การครอบงำของเงินดอลลาร์ในระบบการเงินโลก

ภายหลังจากที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ทำให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรรวมทั้งญี่ปุ่นตอบโต้ด้วยมาตรการคว่ำบาตรหลายครั้ง รวมถึงการตัดธนาคารรัสเซียหลายแห่งออกจากระบบชำระเงิน SWIFT

ซึ่งยามาโอกะกล่าวกับรอยเตอร์สว่าแม้การคว่ำบาตรทางการเงินจะมีความจำเป็นในกรณีร้ายแรง เช่น วิกฤตในยูเครน แต่ก็ถือเป็นวิธีฉุกเฉินที่ไม่ควรใช้มากเกินไป

พร้อมเสริมว่าการคว่ำบาตรของตะวันตกต่อรัสเซียตอกย้ำว่าการเมืองและความมั่นคงของชาติส่งผลกระทบต่อโลกแห่งการเงินมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรวมถึงสกุลเงินดิจิทัล

ซึ่งการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร อย่างเช่นประเทศจีนที่ออกเงินหยวนดิจิทัล

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนรวมถึงริชาร์ด ทูร์ริน มองว่าเงินหยวนดิจิทัลจะค่อยๆ เข้ามาแทนที่ดอลลาร์ในการค้าขายกับจีน และในอนาคตข้างหน้าจะมีบทบาทสำคัญในการลดการใช้ดอลลาร์ในตลาดโลก

ยามาโอกะกล่าวอีกว่า “มีโอกาสที่ประเทศจีนจะส่งเสริมการใช้หยวนดิจิทัลสำหรับการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน และสร้างสกุลเงินเพื่อตอบโต้การครอบงำของดอลลาร์”

Photo by REUTERS/Rick Wilking/File Photo

“สมเด็จพระวันรัต”เจ้าอาวาสวัดบวรฯละสังขาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/678208

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 16:21 น."สมเด็จพระวันรัต"เจ้าอาวาสวัดบวรฯละสังขาร

สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร มรณภาพแล้วหลังเข้ารักษาการป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากทางวัดบวรนิเวศวิหารว่า สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.๙)กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตประธานคณะสนองงานสมเด็จพระสังฆราชได้ถึงแก่การมรณภาพ เมื่อเวลา 14.22 น.ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริอายุ 85 ปี ส่วนพิธีการต่าง ๆ ทางวัดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระวันรัต เข้ารับการรักษาอาพาธด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 

สำหรับ สมเด็จพระวันรัต มีนามเดิมว่า จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2479 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ณ บ้านเกาะเกตุ ต.ชำราก อ.เมืองตราด จ.ตราด โยมบิดา มารดา ชื่อ นายจันทร์ และนางเหล็ย พราหมณ์พิทักษ์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมืองตราด จ.ตราด

จากนั้น ได้เข้าพิธีบรรพชาเมื่อวันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2491 ณ วัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมืองตราด จ.ตราด โดยมีพระวินัยบัณฑิตเป็นพระอุปัชฌาย์ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2499 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยบัณฑิต (ถาวร ฐานุตฺตโร) วัดคิรีวิหาร จ.ตราด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิสุทธิธรรมภาณ (แจ่ม ธมฺมสาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังอุปสมบทได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จากสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร

หนึ่งเดียวในไทย ที่วัดราชาธิวาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/678114

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 19:01 น.หนึ่งเดียวในไทย ที่วัดราชาธิวาส

โดย…สมาน สุดโต

*******************

เรื่องหนึ่งเดียวที่วัดราชาธิวาสนี้ ผมเน้นเรื่องที่มีและเกิดที่วัดนี้ มีผลดีต่อสังคมไทยตราบถึงปัจจุบัน ตอนแรกผมเล่าเรื่อง วชิรญาณภิกขุ หรือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประทับ ณ วัดสมอราย ที่ทรงแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิชาการสมัยใหม่ กับสังฆราชคริสต์ นิกายโมันคาทอลิก นามว่า ปาเลอ กัว ชาวฝรั่งเศส ซึ่งพำนักที่วัดคอนเซปชัญ สามเสน ทำให้เกิดความก้าวหน้าทันโลกขึ้น

ส่วนสังฆราชปาเลอ กัว นักภาษาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ นอกจากถ่ายทอดวิชาการให้ท่านวชิรญาณภิกขุแล้ว ตนเองได้ขอเรียนภาษาไทย และบาลี กับท่านวชิรญาณภิกขุด้วย เรื่องหนึ่งเดียวในไทย ที่วัดราชาธิวาส เริ่มเมื่อพระวชิรญาณภิกขุ ทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราเมื่อ พศ.2367 และเสด็ประทับที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 3 วัน เพื่อปรนนิบัติพระอุปัชฌาย์

หลังจากสมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 ได้สร้างพระพุทธสัมพรรณี กาไหลทองคำมาเป็นพระประธานองค์ใหม่ผู้ที่ออกแบบปั้นพระพุทธสัมพรรณี ได้แก่ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยจำลองแบบจากพระพุทธสัมพรรณี ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างขึ้น

ในการจัดสร้างนั้น สมเด็จพระปิยะมหาราช ทรงกำกับด้วยพระองค์เอง เช่น ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในผอบทองคำแล้วนำไปบรรจุที่พระเกศพระสัมพุทธพรรณี แต่ยังไม่อันอัญเชิญมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดราชาธิวาส ได้เสด็จสวรรคตก่อน

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล 6 ทรงให้อัญเชิญมาประดิษฐ์เป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดราชาธิวาส เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2462 พระครูสุนทรธรรมพิทักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ชี้ชวนให้ชมผนังหลังคูหา พระพุทธสัมพรรณี ที่เป็นปูนปั้นปิดทอง จำลองพระราชลัญจกร 5 รัชกาล คือรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ที่ผนังในคูหาเป็นภาพจิตรกรรมพระพุทธเจ้า ลอยในอากาศ เทวดาเฝ้าสักการะ ทั้ง 2 ข้าง ที่พื้นดินเขียนภาพกษัตริย์ศากยวงศ์นั่งอยู่ ถ้ามองด้านบน เกิดจินตนาการเหมือนพระพุทธเจ้าลอยมาบนเศียรศากยวงศ์

ผนังพระอุโบสถเป็นจิตรกรรมเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ ภาพในชาดกแตกต่างจากภาพที่เราเห็นทั่วไป เพราะพระเวสสันดรก็ดี พระนางมัทรีก็ดี ชูชกก็ดี พรานเจตบุตก็ดี รวมทั้งบุคคลอื่นๆ เช่น กัณหาชาลี มีความเป็นธรรมชาติแบบมนุษย์ หน้าตาแต่ละองค์มองดูคล้ายฝรั่ง หรือชาวตะวันตก ลักษณะเป็นธรรมชาติ เป็นคนจริงๆ เพราะศิลปินคนลงสีและขยายภาพเป็นจิตรกรชาวอิตาลี ที่มีชื่อว่า นายคาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli)

ส่วนผู้ออกแบบ ลงลายเส้นได้แก่ สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ภาพเวสสันดรชาดก ชุดนี้จึงแปลกจากที่เราชาวไทยคุ้นเคย เช่นภาพที่เขียนโดย เหม เวชกร ที่มีความอ่อนช้อยสรวมชฎา เหมือนละครแม้ว่าจะเดินดงก็ตาม ส่วนประวัติจิตรกร คาร์โล ริโกลี ชาวอิตาลีนั้น ได้เข้ามาเขียนภาพในสยาม ในสมัยรัชกาลที่ 5 

ภาพที่มีชื่อเสียงได้แก่ ภาพผนังเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคมภาพประดับเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน และภาพพระอาทิตย์ชักราชรถ ออกแบบโดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติสงศ์ และ คาร์โล ริโกลี ขยายแบบและลงสีภาพนี้จะเห็นในตาลปัตร พัดรอง ที่สร้างถวายพระสงฆ์ ปัจจุบัน จัดแสดงที่วังปลายเนิน และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร

เรื่องที่ผมเล่านี้อ้างอิงจากที่พระครูสุนทรธรรมพิทักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เอกสารอ้างอิงของวัด และจากการบรรยายโดย รศ.ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล

ขอบคุณท่านทูตธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ที่จัดโครงการให้ศึกษาความเป็นพหุสังคมวัฒนธรรม ของไทยที่มีมาแต่อดีต และจะยังอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไป

G-SHOCK MR-G สุดยอดเรือนเวลาแห่งจักรพรรดิ์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678252

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 08:20 น.G-SHOCK MR-G สุดยอดเรือนเวลาแห่งจักรพรรดิ์ 2022

CASIO G-SHOCK รุกตลาดนาฬิการะดับพรีเมี่ยม ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำแบรนด์นาฬิกาในประเทศไทย เอาใจคอนาฬิการุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญด้านการลงทุนสินทรัพย์ พร้อมเผย New G-SHOCK Premium Model สุดยอดเรือนเวลาแห่งจักรพรรดิ์ 2022

CASIO G-SHOCK แบรนด์นาฬิกานำเข้าโดย Central Marketing Group ภายใต้ Central Retail Corporation พร้อมขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทย เตรียมรุกตลาดนาฬิการะดับพรีเมี่ยมเต็มตัว เอาใจคอนาฬิการุ่นใหม่ที่หันมาลงทุนสินทรัพย์ผ่านนาฬิกาหรูและรุ่นลิมิเต็ดต่างๆ พร้อมเปิดตัวนาฬิกาตัวท๊อปรุ่นใหม่ล่าสุด G-Shock MR-G (Majestic Reality G-Shock) ที่ได้รับคำชมว่าเป็น “สุดยอดเรือนเวลาแห่งจักรพรรดิ์แห่งปี 2022” เตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการภายในงาน Robinson The Ultimate Watch Fair 2022 at Fashion Island 22 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 นี้ ที่ศูนย์การค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์

คุณนรากร สะสม ผู้อำนวยการแบรนด์ CASIO Mega Brand ได้กล่าวถึงเหตุผลของการรุกตลาดในครั้งนี้ว่า “หากเอ่ยชื่อ CASIO G-SHOCK คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน แต่ในประเทศไทยนอกจากนักสะสมนาฬิกา ยังมีผู้บริโภคจำนวนไม่มากนักที่รู้ว่า G-Shock มีนาฬิการะดับพรีเมี่ยมอยู่หลายรุ่นที่บรรดาเซียนนาฬิกาและนักสะสมต้องแข่งกันจับจองเพราะจำนวนที่มีจำกัดในแต่ละปี ประกอบกับช่วงปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจซื้อเพื่อสะสม เพื่อการลงทุนมากขึ้น ซึ่งลูกค้ากลุ่มเหล่านี้ยังคงมีการใช้จ่ายต่อเนื่อง หากพบกับรุ่นที่โดนใจ ทางแบรนด์จึงเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะรุกตลาดในส่วนนี้ พร้อมให้แบรนด์ CASIO G-SHOCK เข้าไปเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่าเมื่อคุณคิดจะลงทุนกับนาฬิการะดับพรีเมี่ยม”

สาหตุหลักที่เหล่าคนรักนาฬิกาหันมาสนใจลงทุนกับ CASIO G-SHOCK ระดับ Premium ไว้ดังนี้

G-SHOCK นาฬิกาที่ทนทานที่สุดตลอดกาล

เรื่องราวอันเกิดจากแรงบันดาลใจของการสูญเสียนาฬิกาที่บิดาให้ไว้ดูต่างหน้า คุณ Kikuo Ibe วิศวกรหนุ่มของ CASIO จึงตั้งใจที่จะสร้าง “นาฬิกาที่ไม่มีวันพัง” และ ในปี 1983 การต่อสู้กับกฎแห่งธรรมชาติก็สิ้นสุด หลังจากความพยายามอย่างไม่ถ้อถอยมากว่าสองปีเต็ม เขาออกแบบนาฬิกาที่สามารถต้านทานแรงเหวี่ยงและการกระแทกเทียบเท่าการตกตึกสามชั้น หรือ 10 เมตร ทนแรงดันน้ำที่ 10 บาร์  และใช้งานได้นาน 10 ปีโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ก้อนใหม่ ตั้งแต่นั้นมา ชื่อ G-SHOCK ได้กลายเป็นคำกล่าวขานถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของนาฬิกาตลอดมา เพราะในสมัยนั้นแม้แต่นาฬิกาเรือนแสนก็ยังยากที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้

คุณค่าเหนือกาลเวลา

หลายคนคงปฎิเสธไม่ได้เลยว่า G-SHOCK ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกาแต่เป็น “นาฬิกาเรือนแรก” ของชีวิต เป็นเครื่องหมายแทนความทรงจำอันทรงคุณค่า ที่ไม่สามารถแปลค่าเป็นเงินได้ ด้วยสาเหตุนี้เอง G-SHOCK จึงได้ต่อยอดและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา อีกหนึ่งความพิเศษของ G-SHOCK Premium คือการผลิตชิ้นงานจากช่างฝีมือผู้มากประสบการณ์และโรงงานระดับพรีเมี่ยมในประเทศญี่ปุ่นที่ใส่ใจทุกรายละเอียด คุณจึงมั่นใจได้ว่า G-SHOCK Premium ที่คุณเป็นเจ้าของนั้นคือสุดยอดทั้งในแง่ของงานดีไซน์และเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมยังคงดีเอ็นเอแห่งความแข็งแกร่งที่สุดในวงการนาฬิกาเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

สินค้า G-Shock Premium นี้ประกอบด้วย:

G-Shock MR-G (Majestic Reality G-Shock)

“ความยิ่งใหญ่” และ “ความจริง”  สองคำนี้คือปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มผลิตภัณฑ์ MR-G ซึ่งนำเสนอด้วยกระบวนการทำมือจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา แสดงออกให้เห็นถึงจิตวิญาณของชาวญี่ปุ่นที่ภาคภูมิใจในงานศิลปะและวัฒนธรรมอันวิจิตรบรรจง   MR-G ได้กลายเป็นเรือนเวลาจักรพรรดิ์ของ G-Shock ที่เต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรมชั้นสูงอันได้แก่ ตัวเรือนซึ่งทำจากไททาเนียมคุณภาพสูงสุด น้ำหนักเบา การใช้วิศวกรรมวัสดุแบบพิเศษต่างๆ และเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นนวัตกรรมผนวกกับความเอาใจใส่จากช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นหลายสิบปีเพื่อมาเป็นช่างประกอบมือ หรือ Master ให้กับ G-Shock MR-G ทุกเรือน ที่ผลิตจากเมืองยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ MR-G เป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมของ G-Shock ที่นักสะสมทุกคนอยากเป็นเจ้าของ (ราคา 100,000 – 300,000 บาท)

G-Shock MT-G (Metal-Twisted G-Shock)

“โลหะศิลป์” การบิดเกลียวในโลกแห่งโลหะ ก้าวไปอีกขั้นกับการเดินทางที่ล้ำสมัยจากการผสมผสานโลหะศิลป์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างป้องกันหลักที่ทำจากสเตนเลสสตีลอันทนทาน และ เรซินเสริมคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา การตกแต่งผิวโลหะระดับพรีเมียม และโมดูลควบคุมด้วยสัญญาณคลื่นวิทยุ พลังงานแสงอาทิตย์พร้อม Bluetooth® เพื่อการแสดงและปรับเวลาอัตโนมัติที่รวดเร็วและแม่นยำ G-Shock MT-G ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายไว้ในนาฬิกาเพียงเรือนเดียวด้วยดีไซน์ทันสมัย เทคโนโลยีระดับสูง หรูหรา น้ำหนักเบา และแข็งแรงทนทาน ในทุกสภาวะ (ราคา 40,000-70,000 บาท)

G-Shock Full Metal (The Origin)

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์แบบ “Signature” G-Shock Full Metal คือคำตอบ ด้วยการต่อยอดแรงบันดาลใจจาก G-Shock รุ่นแรก DW5000C รุ่น Original อันเป็นอัตลักษณ์ที่ยังคงความงามในตำนานแห่งโลกนาฬิกา มาพร้อมกับการอัพเกรดด้วยโครงสร้างสเตเลสสตีลแวววาวทั้งเรือน โดดเด่นด้วยตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมไร้กาลเวลา อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและดีเอ็นเออันแข็งแกร่งตามแบบฉบับของ G-Shock (ราคา 20,000 – 70,000 บาท)

G-Shock MOG (Master of G-Shock)

พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตแบบสมบุกสมบัน ทนต่อทุกสภาวะทั้งทางอากาศ (G-Shock Gravity Master) บนบก (G-Shock Mud Master) และใต้ท้องทะเล (G-Shock Frogman) ผนึกฟังค์ชันก์การใช้งานชั้นสูงสำหรับทุกสภาพแวดดล้อม อาทิเช่น เข็มทิศดิจิทัล มารตวัดแรงดันอากาศ มารตวัดความสูงจากระดับน้ำทะเล เทคโนโลยีการป้องกันฟุ่นโคลน ฟังค์ชันก์การดำน้ำลึก GPS และอื่นๆอีกมากมาย

และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่ม Premium ทาง G-Shock จึงยึดหลักนโยบาย 4 Ps ในการดูแลลูกค้าเพื่อพัฒนาต่อยอด ยกระดับ และขยายกลุ่มสินค้า G-Shock Premium ในประเทศไทย

1. Premium Products – การนำเสนอสินค้าในกลุ่ม G-Shock Premium อย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มการนำเข้าสินค้ารุ่น Limited Editions ในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของลุกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี

2. Private – การดูแลลูกค้าอย่างเป็นส่วนตัวด้วยบริการ Remote Personal Shopper เพื่อความสะดวกสบายในการเลือกชมสินค้าแบบหนึ่งต่อหนึ่ง สะดวก สะอาด ปลอดภัย และ รวดเร็ว

3. Privilege – สิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิเช่น การเข้าชมและจองสินค้าในรอบ Exclusive Preview และ Pre-order, สิทธิประโยชน์วันเกิด และ กิจกรรมพิเศษต่างๆ รวมถึงการรับคะแนนเพิ่มเติมจาก T1 และ T1 exclusive

4. Peace of mind – การบริการหลังการขายแบบครบวงจรตลอดอายุการใช้งาน ศูนย์บริการลูกค้ามารตฐานจากCMG

New G-SHOCK Premium Model 2022

G-SHOCK MR-G สุดยอดเรือนเวลาแห่งจักรพรรดิ์ 2022

เปิดตัวปีเสือดุ 2022 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ G-Shock Limited Edition Year of The Tiger MTG-B1000CX-4AER และ SOLD OUT ในพริบตาในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ภายในงาน Robinson The Ultimate Watch Fair 2022 at Fashion Island  G-SHOCK เตรียมเผยโฉม MR-G B2000 พร้อมกันถึง 3 รุ่นได้แก่ MR-G B2000B-1A4 ในธีมสีแดง AKA-ZONAE, MR-G B2000B-1A1 สีดำ และ MR-G B2000D-1A สีดำเรือนเงิน ความแข็งแกร่ง ความงาม และความแม่นยำของ MR-G จักพรรดิ์แห่ง G-SHOCK สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของงานหัตถศิลป์แบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง โดยชูเรื่องราวของความแข็งแกร่งผ่านแรงบันดาลใจชุดเกราะซามูไรในช่วงสงคราม โดยมีสีแดง AKA-ZONAE บ่งบอกถึงพลังและความเด็ดเดี่ยว เส้นรอบวงกรอบหน้าปัดนาฬิกามีพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่งดงาม แรงบันดาลใจจากความโค้งที่นุ่มนวลของใบดาบซามูไรสะท้อนให้เห็นบนเครื่องหมายดัชนี หน้าปัดแสดงผิวเคลือบเจียรไนย์ซึ่งมีขอบและเส้นโค้งตัดแบบพัดญี่ปุ่น โดยมีเพียงเทคโนโลยีการผลิตแบบนาโนของ Yamagata Casio เท่านั้นที่สามารถผลิตได้

G-SHOCK MR-G รุ่นใหม่ทั้งสามรุ่นนี้ทำจากไทเทเนียมชุบเคลือบด้วยเทคนิคพิเศษ DLC หรือ คาร์บอนคล้ายเพชรที่กรอบตัวเรือน และสาย เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ มากมายอาทิเช่น การปรับเวลาเองอัตโนมัติด้วยคลื่นสัญญาณวิทยุเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมฟังก์ชั่น Bluetooth ในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานในทุกมิติ โมดูลเอกสิทธิ์ของ MR-G ยังมีแผ่นยึดเคลือบทองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการต้านสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบป้องกันแสงสะท้อนบนหน้าปัดเมื่ออยู่กลางแจ้ง หมดกังวลเรื่องการเปลี่ยนถ่านหรือไขลานด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งทั้งหมดนี้มาในขนาด 54.7 x 49.8 x 16.9 มม. และหนักเพียง 150 กรัมทำให้มั่นใจได้ว่าทุกรายละเอียดของนาฬิการุ่นนี้เปี่ยมด้วยพลังและความเป็นเลิศ

รุ่น  MR-G B2000B-1A4DR (สีแดง AKA-ZONAE) ราคา 98,000 บาท

รุ่น MR-G B2000B-1A1DR (สีดำ) ราคา 98,000 บาท

รุ่น MR-G B2000D-1ADR (สีดำเรือนเงิน) ราคา 85,600 บาท

สามารถเป็นเจ้าของ MR-G B2000 Serie ที่งาน Robinson The Ultimate Watch Fair 2022 at Fashion Island ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 พร้อมสิทธิพิเศษต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย

ติดตามข้อมูลใหม่ๆ ได้ที่ Facebook : Casio Watches Thailand Instagram @casiothailand ช้อปปิ้งได้ที่ CHAT & SHOP >> @casiowatchcmg หรือ https://lin.ee/a96lBTJ และ Website www.casio-cmg.com

#GSHOCKTH

#CASIOCMG

#MRG

“สว่างไสว ศิวิไล” ความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมชุบชีวิตคนและเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678169

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 12:33 น.“สว่างไสว ศิวิไล” ความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมชุบชีวิตคนและเมือง

ชุบชีวิตของผู้คนและเมือง ผ่านการรวมตัวของศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย “สว่างไสว ศิวิไล” ปลุกความคิดสร้างสรรค์พร้อมฉลองการใช้ชีวิตในทุกวันกับ SIWILAI ตั้งแต่วันนี้-27 มีนาคม 2565

จากความตั้งใจของ SIWILAI (ศิวิไล) ที่จะเชื่อมโยงผู้คนกับประสบการณ์ที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ซึ่งเป็นหนทางในการส่องแสงแห่งความหวังไปสู่อนาคต เทศกาลศิลปะ “สว่างไสว ศิวิไล” จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นแพลตฟอร์มชุมชนที่สร้างสรรค์ความคิดเชิงบวก ส่งเสริมอิสรภาพในการแสดงออกและสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านพลังของศิลปะและวัฒนธรรมหลากหลาย โดย SIWILAI ภูมิใจที่จะนำเสนอ สุดยอดผลงานศิลปะของศิลปินไทยร่วมสมัยที่คัดสรรมาเพื่อสนับสนุนและขยายขอบเขตศิลปะในท้องถิ่นให้แพร่หลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ภายในงานผู้ชมจะได้รับเชิญเข้าร่วมเดินทางสำรวจจิตใจของศิลปินและกระบวนการสร้างงานเฉพาะบุคคลของศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศ ตลอดจนจิตรกร ประติมากร ช่างภาพวิดีโอ นักออกแบบภาพเคลื่อนไหว ศิลปินจัดวาง และศิลปินหน้าใหม่ กับผลงานศิลปะชิ้นหายากและผลงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นใหม่จากศิลปิน ได้แก่ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช, ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์, มิตร ใจอินทร์, ทัศนัย เศรษฐเสรี, หริธร อัครพัฒน์, จักกาย ศิริบุตร, เอจิ ซูมิ, ส้ม ศุภปริญญา, กรกฤต อรุณานนท์ชัย, ธนัช ตั้งสุวรรณ, หฤษฎ์ ศรีขาว, ณัฐดนัย จิตต์บรรจง, ณัฐพล สวัสดี, สะรุจ ศุภสุทธิเวช และ อลิสา ฉุนเชื้อ ที่เตรียมเปิดตัวผลงานเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดโอกาสให้นักสะสมงานศิลปะสามารถจับจองเป็นเจ้าของผลงานศิลปะได้เฉพาะในงานอีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ Limited Edition อาทิ เสื้อยืด หมวก ถุงผ้า ที่ออกแบบพิเศษโดยศิลปิน วางจำหน่ายเฉพาะงานนี้

นอกจากนั้น งาน “สว่างไสว ศิวิไล” ยังมุ่งเน้นประสบการณ์เชิงปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม จึงจะจัดให้มีงานเสวนาพูดคุยกับศิลปิน เวิร์กช็อป งานดนตรี การนำชมผลงานศิลปะ ตลาดศิลปะ และกิจกรรมความร่วมมือด้านอาหารและศิลปะในช่วงสุดสัปดาห์รวมถึงไฮไลท์ของงานนี้ซึ่งเป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นำโดยสองครีเอเตอร์ชื่อดังระดับโลก ได้แก่ ศิลปิน ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช และเชฟ เดวิด ทอมป์สัน (David Thompson), การแสดงสดของศิลปิน กรกฤต อรุณานนท์ชัย และ ธนัช ตั้งสุวรรณ พร้อมแขกรับเชิญทางดนตรีที่จะมาร่วมสร้างประสบการณ์เซอร์ไพร้ส์ รวมไปถึงมาสเตอร์คลาสการทำพาสต้าโดย Nam Nam Pasta and Tapas ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ มิตร ใจอินทร์, เวิร์กช็อปวาดภาพกับนักวาดภาพประกอบ Juli Baker and Summer หรือ ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา อีกทั้งผลงานภายใต้การนำของ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ที่จะมาเปลี่ยน ‘SIWILAI Café’ พื้นที่สำหรับจิบกาแฟและอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารในช่วงกลางวัน ให้เป็น Soulid Ground Café นอกจากนี้ ยังพบกับงานดนตรีและอีเว้นท์ที่มีชีวิตชีวาจาก Quay Records, Horoza และกลุ่มนักสร้างสรรค์อื่นๆ ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์พื้นที่ในเทศกาลศิลปะนี้ให้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

งาน “สว่างไสว ศิวิไล” จะจัดขึ้นในสถานที่ทั้งหมดของ SIWILAI (ร้าน SIWILAI Store, SIWILAI Café, SIWILAI City Club และ SIWILAI Sound Club) และบริเวณด้านหน้าและภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต รวมถึง เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์ บนถนนเจริญกรุง ได้ถูกใช้เป็นพื้นที่ของศิลปะที่มีชีวิตตลอดทั้งเทศกาล นอกจากนี้ AP Thailand เตรียมจับจองพื้นที่บริเวณเอเทรียม สเปซ ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อเปิดตัว “THE IDEAL WORLD STORE By AP” ที่เชิญชวนผู้ชมมาคิดถึงการสร้างโลกในอุดมคติ ด้วยมุมมองใหม่แบบไร้จากทุกข้อกำหนด

เทศกาล “สว่างไสว ศิวิไล” จัดโดย SIWILAI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการนำเสนอความเป็นไทย และตอบรับกับการใช้ชีวิตที่แฝงไว้ด้วยความร่วมสมัย แสดงถึงการขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวคือการก้าวไปข้างหน้า โดยความร่วมมือกับ 3 แกลเลอรี่ชั้นนำของไทย ได้แก่ ARTIST+RUN, Gallery VER และ Bangkok CityCity Gallery สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดตามรายละเอียดได้ที่ Sawang Sawai Siwilai หรือชมวีดีโอได้ที่นี่ 

How to หลากเรื่องต้องรู้ ‘ดีท๊อกซ์ผิวสวยด้วยตัวเอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/678177

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 13:15 น.How to หลากเรื่องต้องรู้ 'ดีท๊อกซ์ผิวสวยด้วยตัวเอง'

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเทคนิคดีท๊อกซ์ผิวสวยกระจ่างใสแบบง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน

‘ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง’ สำนวนนี้ยังคงใช้ได้จริงในทุกยุคทุกสมัย เพราะผู้หญิงกับความงามมันเป็นของคู่กันเสมอ การดูแลผิวพรรณให้สวยสุขภาพดีก็ถือเป็นพื้นฐานแรกที่สำคัญก่อนการแต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนใบหน้า ดังนั้น การทำความสะอาดผิวหน้าเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ

แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม กล่าวถึงเทคนิคการดีท็อกซ์ผิวสวยกระจ่างใสแบบง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ที่บ้านว่า

การล้างหน้าถือเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ควรเอาใจใส่และไม่ควรละเลย เพราะไม่เพียงแต่ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงสุขภาพและความแข็งแรงของผิวหน้าอีกด้วย หากละเลยขั้นตอนนี้ไปอาจทำให้เกิดปัญหาผิวบนใบหน้าตามมาได้ การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นการทำร้ายผิวหน้าโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิวต่างๆ เช่น การอุดตันของรูขุมขน สิว ริ้วรอย ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น

ก่อนการล้างหน้าควรทำความสะอาดมือก่อน เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมด เพื่อป้องกันการอุดตันและระคายเคืองผิว จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนล้างหน้า เพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวเสียสมดุล ก่อให้เกิดผิวแห้งลอก ผิวบาง หรือแสบร้อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีผิวแห้ง แล้วตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า โดยนวดวนไปตามแนวรูขุมขน ประมาณ 15-20 วินาที เพื่อให้น้ำและสารทำความสะอาดชะล้างไขมัน คราบสกปรก และคราบเครื่องสำอางที่หลงเหลือให้หลุดออกแล้วค่อยล้างน้ำเปล่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย

เลือกชนิดที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง

  • ผิวแห้ง แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำความสะอาดที่ไม่ทิ้งความรู้สึกแห้งตึง เพื่อป้องกันผิวแห้งมากจนผิวแตกหรือลอก อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • ผิวมัน แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงจนเสียสมดุล เพราะจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตความมันออกมาเพิ่มเติม ทำให้หน้ามันกว่าเดิม สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีคุณสมบัติในการควบคุมควมมัน (Oil control) ได้
  • ผิวผสม จะมีลักษณะของผิวมันและผิวแห้งผสมกัน โดยผิวที่มีความมันมักอยู่บริเวณหน้าผาก, จมูก, และคาง (หรือที่เรียกว่า ทีโซน) ในขณะที่บริเวณ แก้ม, ลำคอ, และรอบดวงตา (หรือที่เรียกว่า ยูโซน) จะมีสภาพผิวแห้งกว่า ซึ่งคนที่มีผิวผสมอาจจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสำหรับคนผิวแห้งและผิวมัน
  • ผิวแพ้ง่าย เกิดขึ้นได้กับผิวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีความอ่อนโยน และควรระวังสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอมและสีสังเคราะห์ หรือส่วนผสมอื่นที่ก่อให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง ผื่นแดง

หลังการล้างหน้า ไม่ควรปล่อยให้ใบหน้าที่เปียกแห้งไปเอง เพราะหยดน้ำที่เกาะบนผิวจะระเหยไปพร้อมกับดึงความชุ่มชื้นในชั้นผิวออกไปด้วย ทำให้ผิวแห้งกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรใช้ผ้าเช็ดหน้านุ่มๆ ซับเบา ๆ ให้ทั่วหน้าหลังการล้างหน้า จากนั้นใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหลังการล้างหน้า เพื่อปรับสภาพผิวและช่วยกระชับรูขุมขน และปิดท้ายด้วยการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า

วิธีดีท็อกซ์ผิว

หากรู้สึกว่าผิวหน้ายังมีความหมองคล้ำ ไม่สดใส สีผิวไม่สม่ำเสมอ ก็สามารถใช้วิธีดีท็อกซ์ผิวมาเป็นตัวช่วยได้อีกทาง การดีท็อกซ์ผิวเป็นการทำความสะอาดผิวแบบล้ำลึก ช่วยขจัดสิ่งสกปรกตกค้างหรือสะสมอยู่ตามรูขุมขน อาทิ ฝุ่นควัน คราบเครื่องสำอางต่างๆ การดีท๊อกซ์ผิวจริงๆ แล้วสามารถทำเองได้ที่บ้าน เพื่อผิวกระจ่างใส มีชีวิตชีวา

  • มาส์กโคลน ช่วยทำความสะอาดและดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างตามรูขุมขน ลดการเกิดสิว โดยทามาส์กโคลนทิ้งไว้บนผิว ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด
  • สครับผิว เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ควรสครับผิวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากผิวบอบบางแพ้ง่ายแนะนำให้สครับผิวเดือนละ 1 ครั้ง
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ นอกจากจะช่วยนำพาสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว ยังช่วยขับถ่ายสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการออกมาในรูปแบบของเหงื่อและปัสสาวะ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการการดีท็อกซ์อาจผสมน้ำมะนาว 3-4 หยดในน้ำอุ่นดื่มได้
  • งดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมกรุบกรอบ แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด โดยเปลี่ยนมาทานผักใบเขียว และผลไม้สดต่างๆ แทน
  • ออกกำลังกาย นอกจากจะกระตุ้นการไหลเวียนของระบบเลือดและกระตุ้นการขับของเสียออกมาทางเหงื่อแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ได้เร็วขึ้นด้วย
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ระหว่างที่เรานอนหลับ ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) มากที่สุดช่วง 5 ทุ่ม – ตี 2 เพื่อทำการฟื้นฟู ซ่อมแซมร่างกายส่วนต่างๆ รวมถึงช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

เทคนิคการนวดเพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage Massage)

อังกฤษนำร่องชาวโลก เปิดเสรีเดินทางระหว่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678301

วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 13:30 น.อังกฤษนำร่องชาวโลก เปิดเสรีเดินทางระหว่างประเทศ

ทางการอังกฤษเตรียมยกเลิกมาตรการคุมโควิดสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศภายในสัปดาห์นี้

The New York Times รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษเตรียมยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังบังคับใช้อยู่ภายในสัปดาห์นี้ โดยบอกว่าเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจใหญ่ประเทศแรกๆ ที่ยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ และเรียกความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่าเป็น “ช่วงเวลาสำคัญ”

หลังจากผ่านไปเกือบ 2 ปี อังกฤษเป็นแกนนำในการยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด และเปลี่ยนไปสู่การอยู่ร่วมกับ Covid-19 โดยพึ่งพาการปกป้องจากวัคซีนเป็นหลัก

แกรนต์ แชปป์ส รัฐมนตรีกระทรวงคมานาคมอังกฤษทวีตว่า “การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะการฉีดวัคซีนของเรา และยังหมายถึงเสรีภาพที่มากขึ้นสำหรับเทศกาลอีสเตอร์”

จากข้อมูลของรัฐบาลอังกฤษ ราว 86% ของประชากรอังกฤษฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว และ 67% ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว

ตั้งแต่เวลา 04.00 น.ของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าอังกฤษไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่อยู่ อาทิ รายละเอียดการเดินทางและสถานะการฉีดวัคซีน ส่วนผู้ที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบก็ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อก่อนเข้าประเทศแล้ว

“ประกาศวันนี้เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนไปทั่วโลกว่าภาคการท่องเที่ยวของอังกฤษกลับมาแล้ว” ทิม อัลเดอร์สเลด ซีอีโอ Airlines UK เผย “ตอนนี้เรากำลังตั้งตารอการกลับสู่ภาสะปกติก่อน Covid”

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.เป็นต้นมา รัฐบาลมีคำสั่งยกเลิกการกักตัวสำหรับชาวอังกฤษที่ผลการตรวจหาเชื้อเป็นบวก ส่วนสกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือซึ่งใช้มาตรการด้านสุขภาพแยกต่างหาก ผ่อนคลายมาตรการเช่นกัน นับตั้งแต่นั้นมาตัวเลขผู้ติดเชื้อก็พุ่งขึ้น แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตคงที่ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์

เจสัน มาฮอนี ประธานฝ่ายปฏิบัติการของสายการบิน British Airways เผยว่า นับตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป ผู้โดยสารของสายการบินต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในเครื่องบินเฉพาะในกรณีที่ปลายทางกำหนดให้สวมเท่านั้น

คอร์นีล คอสเตอร์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการของสายการบิน Virgin Atlantic เผยว่า สายการบินจะยกเลิกข้อกำหนดการสวมหน้ากากอนามัยในเส้นทางที่ไม่ได้กำหนดให้สวม โดยเริ่มจากเส้นทางจากฮีทโธรว์และแมนเชสเตอร์ไปยังแคริบเบียน