ญี่ปุ่นเริ่มภารกิจส่งเรือขุด “แร่หายาก” ใต้ทะเลลึก หวังลดการพึ่งพาจีน

ญี่ปุ่นเริ่มภารกิจส่งเรือขุด "แร่หายาก" ใต้ทะเลลึก หวังลดการพึ่งพาจีน

12 ม.ค. 2569 13:57 น.

ญี่ปุ่นเริ่มภารกิจส่งเรือขุด “แร่หายาก” ใต้ทะเลลึก หวังลดการพึ่งพาจีน

ญี่ปุ่นส่งเรือขุดเจาะ “เรือชิคิว” มุ่งหน้าสู่เกาะมินามิโตริ เริ่มการทดสอบขุดแร่หายากจากใต้ทะเลลึก 6 กิโลเมตรครั้งแรกของโลก ตั้งเป้าสร้างแหล่งทรัพยากรในประเทศ หลังจีนเริ่มคุมเข้มการส่งออกแร่สำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและอาวุธยุทโธปกรณ์

เรือขุดเจาะ “ชิคิว” ได้ออกเดินทางจากท่าเรือในจังหวัดชิซูโอกะ มุ่งหน้าสู่เกาะมินามิโตริ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 1,900 กิโลเมตร เพื่อเริ่มภารกิจทดสอบขุดเจาะดินเลนใต้ทะเลที่อุดมไปด้วย “แร่หายาก” (Rare Earths) ภารกิจนี้ถือเป็นความพยายามครั้งแรกของโลกในการสูบตะกอนแร่ขึ้นมาจากระดับความลึกถึง 6 กิโลเมตรอย่างต่อเนื่อง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนกำลังตึงเครียด โดยล่าสุดจีนได้ประกาศสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่มีนัยสำคัญต่อกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงแร่ธาตุสำคัญบางชนิด นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจีนเริ่มจำกัดการส่งออกแร่หายากในวงกว้างมากขึ้น เพื่อตอบโต้ประเด็นความขัดแย้งทางการทูต

นายโชอิจิ อิชิอิ หัวหน้าโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยว่า “หลังจากเตรียมการอย่างหนักมาตลอด 7 ปี ในที่สุดเราก็ได้เริ่มการทดสอบครั้งสำคัญ หากโครงการนี้สำเร็จ มันจะเปลี่ยนโฉมหน้าการจัดหาทรัพยากรของญี่ปุ่นและลดการพึ่งพาจากภายนอกได้อย่างมหาศาล”

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นสามารถลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีนลงได้จาก 90% เหลือราว 60% ผ่านการลงทุนในต่างประเทศและการรีไซเคิล แต่สำหรับแร่หายากบางชนิดที่ใช้ในการผลิตแม่เหล็กสำหรับมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบอาวุธ ญี่ปุ่นยังคงต้องพึ่งพาจีนเกือบ 100% ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

รัฐบาลญี่ปุ่นทุ่มงบประมาณไปแล้วกว่า 4 หมื่นล้านเยน นับตั้งแต่ปี 2018 แม้ว่าในอดีตการขุดเจาะแร่ใต้ทะเลลึกจะถูกมองว่าไม่คุ้มทุน แต่หากจีนยังคงใช้ทรัพยากรเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ราคาแร่ที่สูงขึ้นอาจทำให้โครงการนี้มีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ในอนาคต

ในอดีต ญี่ปุ่นเคยเผชิญแรงกดดันจากจีนด้านแร่หายากมาแล้ว โดยในปี 2010 จีนระงับการส่งออกชั่วคราว หลังเหตุพิพาทใกล้หมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก ส่งผลให้ญี่ปุ่นเร่งลดการพึ่งพาจีนจากร้อยละ 90 เหลือร้อยละ 60 ผ่านการลงทุนในต่างประเทศ การรีไซเคิล และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้แร่หายากน้อยลง

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากจีน โดยนายอิชิอิระบุว่า ในระหว่างการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว พบกองเรือกองทัพเรือจีนล่องเข้ามาใกล้พื้นที่สำรวจ ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้แก่ทีมงานเป็นอย่างมาก ขณะที่ทางการจีนอ้างว่าเป็นการเดินเรือตามกฎหมายระหว่างประเทศและขอให้ญี่ปุ่นหยุดสร้างกระแสความกลัว

เรือชิคิวมีกำหนดกลับเข้าฝั่งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ และหากผลการทดสอบเบื้องต้นประสบความสำเร็จ ญี่ปุ่นวางแผนที่จะดำเนินการทดลองทำเหมืองเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2027 เพื่อปูทางสู่ความมั่นคงทางทรัพยากรอย่างยั่งยืน.

ที่มา Reuters

ศาลโลกเปิดฉากพิจารณาคดี “เมียนมา” ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

ศาลโลกเปิดฉากพิจารณาคดี "เมียนมา" ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

12 ม.ค. 2569 12:57 น.

ศาลโลกเปิดฉากพิจารณาคดี “เมียนมา” ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่กรุงเฮก เริ่มการไต่สวนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อพิจารณาว่าเมียนมากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาหรือไม่ จากคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องในปี 2019 โดยกล่าวหาเมียนมาละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ค.ศ.1948 ระหว่างการปราบปรามในปี 2017

ผู้พิพากษาประจำศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก (ICJ) เตรียมเริ่มการไต่สวนในคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมา ในข้อหาละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ค.ศ. 1948 จากเหตุการณ์ปราบปรามชาวโรฮิงญาอย่างรุนแรงเมื่อปี 2017 โดยการไต่สวนจะมีขึ้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันนี้ (12 ม.ค.) เป็นต้นไป

เหตุการณ์รุนแรงโดยกองทัพเมียนมาและกลุ่มติดอาวุธชาวพุทธ ส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายแสนคนต้องลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างบังกลาเทศ พร้อมนำหลักฐานและเรื่องราวอันน่าสลดเกี่ยวกับการสังหารหมู่ การข่มขืน และการเผาทำลายหมู่บ้าน ปัจจุบันมีชาวโรฮีนจากว่า 1.17 ล้านคน อาศัยอยู่อย่างแออัดในค่ายพักพิงชั่วคราวบนพื้นที่ 8,000 เอเคอร์ ในเมืองค็อกซ์บาซาร์ 

นางจานิฟา เบกุม คุณแม่ลูกสองวัย 37 ปี หนึ่งในผู้ลี้ภัย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า “ฉันต้องการเห็นว่าความทุกข์ทรมานที่เราได้รับ จะถูกสะท้อนออกมาในการไต่สวนครั้งนี้หรือไม่ เราต้องการเพียงความยุติธรรมและสันติภาพ”

จุดเริ่มต้นของคดีและการโต้แย้งจากอดีตผู้นำประเทศแกมเบีย ซึ่งเป็นรัฐมุสลิมในแอฟริกาตะวันตก เป็นผู้ริเริ่มยื่นฟ้องต่อศาลโลกในปี 2019 โดยนำเสนอหลักฐานการสังหารอย่างไร้มนุษยธรรม ซึ่งขัดต่อมโนธรรมของสังคมโลก

ในครั้งนั้น นางออง ซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้เดินทางไปแก้ต่างให้กับประเทศด้วยตนเองที่กรุงเฮก โดยเธอปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าข้อมูลของแกมเบีย “คลาดเคลื่อนและไม่ครบถ้วน” พร้อมชี้ว่าเป็นเพียงความขัดแย้งทางอาวุธภายในประเทศ เพื่อตอบโต้กลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาที่โจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจนมีผู้เสียชีวิต

เมื่อปี 2020 ศาลโลกได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้เมียนมาต้องใช้มาตรการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ต่อมาในปี 2022 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สอดคล้องกับรายงานของสหประชาชาติ

การไต่สวนครั้งนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มกราคม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของคดี แม้ว่าศาลโลกจะไม่มีกลไกบังคับคดีโดยตรง แต่หากคำตัดสินชี้ว่าเมียนมามีความผิดจริง จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองอย่างมหาศาลต่อรัฐบาลทหารเมียนมาในเวทีโลก

สำหรับการไต่สวนรอบนี้ นางออง ซาน ซูจี จะไม่ได้ปรากฏตัว เนื่องจากเธอยังถูกควบคุมตัวตั้งแต่มหาอำนาจทหารก่อรัฐประหารในปี 2021 นอกจากคดีในศาลโลกแล้ว พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำสูงสุดของเมียนมา ยังถูกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) สอบสวนในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รวมถึงยังมีคดีที่ดำเนินการในประเทศอาร์เจนตินาภายใต้หลักสากลอีกด้วย.

ที่มา AFP

“One Battle After Another” “Hamnet” คว้ารางวัลใหญ่เวทีลูกโลกทองคำ

"One Battle After Another" "Hamnet" คว้ารางวัลใหญ่เวทีลูกโลกทองคำ

12 ม.ค. 2569 12:24 น.

“One Battle After Another” “Hamnet” คว้ารางวัลใหญ่เวทีลูกโลกทองคำ

ภาพยนตร์ดาร์กคอเมดี้เรื่อง One Battle After Another และภาพยนตร์ดราม่า Hamnet คว้ารางวัลสูงสุดจากเวทีลูกโลกทองคำ  ถือเป็นหนึ่งในงานใหญ่เปิดฤดูกาลประกาศรางวัลประจำปีของฮอลลีวูด โดย One Battle After Another ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทเพลงหรือตลก ขณะที่ Hamnet ซึ่งเล่าเรื่องชีวิตและความสูญเสียของวิลเลียม เชกสเปียร์ คว้ารางวัลภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม
งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 83 ได้จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ โดยผลรางวัลในปีนี้มีการพลิกโผและสร้างสถิติใหม่ในหลายสาขา ทั้งประเภทภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ โดยภาพยนตร์แนวดราม่าที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสูญเสียของวิลเลียม เชกสเปียร์ อย่าง “Hamnet” สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม ไปครองได้สำเร็จ และยังคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปจาก “เจสซี บักลีย์” 

ส่วนภาพยนตร์ตลกตลกร้าย “One Battle After Another” คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสาขาเพลงหรือตลก รวมถึงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก “พอล โธมัส แอนเดอร์สัน” และรางวัลนักแสดงสมทบหญิงจาก “เทยานา เทย์เลอร์” (Teyana Taylor)

ด้านรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทเพลงหรือตลก ตกเป็นของ ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) จากบทบาทนักเทเบิลเทนนิสมืออาชีพในภาพยนตร์เรื่อง “Marty Supreme” โดยเขาสามารถเอาชนะนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตัวพ่ออย่าง เลโอนาร์โด ดิคาปริโอ และ จอร์จ คลูนีย์ มาได้

ชาลาเมต์กล่าวบนเวทีว่า “รางวัลนี้รวมคนเก่งไว้เยอะมาก ผมเคารพพวกคุณทุกคนจริงๆ” พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาเขาเคยกลับบ้านมือเปล่าหลายครั้ง ทำให้รางวัลในวันนี้มีความหมายต่อเขามากเป็นพิเศษ

ภาพยนตร์ระทึกขวัญสัญชาติบราซิลเรื่อง “The Secret Agent” ซึ่งมีฉากหลังเป็นยุคเผด็จการทหารของประเทศในทศวรรษ 1970 คว้ารางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมสำหรับ วากเนอร์ มูรา

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเพลง “Golden” จากแอนิเมชันกระแสแรงทาง Netflix เรื่อง “K-Pop Demon Hunters” คว้ารางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดย Ejae นักร้องสาวชาวเกาหลี-อเมริกัน กล่าวขณะรับรางวัลว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่คุณจะเปล่งประกายในแบบที่ตัวเอง”

ส่วนรางวัลสาขาโทรทัศน์ที่สำคัญ The Pitt: ซีรีส์ดราม่ายอดเยี่ยม โดยมี โนอาห์ ไวล์ (Noah Wyle) คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ส่วน The Studio คว้ารางวัลซีรีส์ยอดเยี่ยม ประเภทเพลงหรือตลก โดย เซธ โรเกน (Seth Rogen) คว้านักแสดงนำชาย

ด้าน Adolescence คว้ารางวัลซีรีส์จำกัดตอนหรือภาพยนตร์โทรทัศน์ยอดเยี่ยม โดยนักแสดงดาวรุ่ง โอเว่น คูเปอร์ (Owen Cooper) สร้างสถิติใหม่จากการชนะในสาขานักแสดงสมทบชาย

นิกกี้ เกลเซอร์ พิธีกรสาวสายตลก รับหน้าที่ดำเนินรายการด้วยมุกตลกจิกกัดเหล่าดาราในงาน ไม่ว่าจะเป็นการแซวเรื่องสเปกสาวของดิคาปริโอที่เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งฮอลล์

แม้ว่าคณะกรรมการลูกโลกทองคำ ซึ่งประกอบด้วยนักข่าวสายบันเทิงกว่า 300 คน จะเป็นคนละกลุ่มกับคณะกรรมการออสการ์ที่มีเกือบ 9,000 คน แต่ชัยชนะในค่ำคืนนี้ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยสร้างแรงส่ง ให้กับภาพยนตร์และนักแสดงที่มีลุ้นคว้า “รางวัลออสการ์” ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้.

ที่มา Reuters / The Hollywood Reporter

มาเลเซีย–อินโดนีเซียสั่งบล็อก “Grok” แชตบอต AI ของอีลอน มัสก์ สร้างภาพอนาจารจาก Deepfake

มาเลเซีย–อินโดนีเซียสั่งบล็อก “Grok” แชตบอต AI ของอีลอน มัสก์ สร้างภาพอนาจารจาก Deepfake

12 ม.ค. 2569 11:42 น.

มาเลเซีย–อินโดนีเซียสั่งบล็อก “Grok” แชตบอต AI ของอีลอน มัสก์ สร้างภาพอนาจารจาก Deepfake

กระทรวงการสื่อสารของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ประกาศระงับการเข้าถึง “Grok” ซึ่งเป็นเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอีลอน มัสก์ บนแพลตฟอร์ม X อย่างเป็นทางการเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงในการถูกนำไปใช้สร้างภาพอนาจารและภาพตัดต่อทางเพศ (Deepfake) โดยที่เจ้าของรูปภาพไม่ยินยอม

คณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (MCMC) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังแพลตฟอร์ม X เพื่อให้เพิ่มมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น หลังพบว่ามีการนำ Grok ไปใช้สร้างเนื้อหาที่เป็นอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตาม ทาง X กลับเพิกเฉยต่อการแก้ไขความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของระบบ และมุ่งเน้นเพียงแค่กระบวนการรายงานปัญหาจากผู้ใช้เท่านั้น ทำให้มาเลเซียตัดสินใจบล็อก Grok จนกว่าจะมีมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

ด้านนางมิวเทีย ฮาฟิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย ระบุผ่านอินสตาแกรมว่า การใช้ Grok สร้างเนื้อหาทางเพศถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง พร้อมสั่งให้ทาง X ชี้แจงแนวทางการใช้งานโดยด่วน ทั้งนี้ อินโดนีเซียมีนโยบายกวาดล้างเนื้อหาลามกอนาจารออนไลน์อย่างเข้มงวด โดยได้สั่งแบนแพลตฟอร์มอย่าง OnlyFans และ Pornhub ไปก่อนหน้านี้แล้ว

ไม่เพียงแต่ในอาเซียนเท่านั้น Grok และแพลตฟอร์ม X กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลในสหราชอาณาจักร โดย ลิซ เคนดัลล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีของอังกฤษ ออกมาสนับสนุนให้บล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์ม หาก X ยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยออนไลน์

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักร ได้ประณามการใช้ AI สร้างภาพอนาจารว่า เป็นพฤติกรรมที่ “น่ารังเกียจและน่าอับอาย” ซึ่งคาดว่า Ofcom หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของอังกฤษ จะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการรับมือ Grok ในเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ เคยออกมาตอบโต้กลุ่มผู้วิจารณ์แพลตฟอร์มของเขาว่า คนเหล่านี้เพียงแค่พยายามหา “ข้ออ้างในการเซ็นเซอร์” เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางแพลตฟอร์ม X และ Grok ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการต่อการสั่งแบนของทั้งสองประเทศ.

ที่มา BBC

ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ เริ่มสอบคดีอาญา “เจอโรม พาวเวล” ปธ.เฟด ปมการปรับปรุงสนง.ใหญ่เฟดใช้งบบานปลาย

ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ เริ่มสอบคดีอาญา "เจอโรม พาวเวล" ปธ.เฟด ปมการปรับปรุงสนง.ใหญ่เฟดใช้งบบานปลาย

12 ม.ค. 2569 11:24 น.

ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ เริ่มสอบคดีอาญา “เจอโรม พาวเวล” ปธ.เฟด ปมการปรับปรุงสนง.ใหญ่เฟดใช้งบบานปลาย

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนคดีอาญา “เจอโรม พาวเวล” ประธานธนาคารกลาง (เฟด) ปมการปรับปรุงสำนักงานใหญ่เฟด หลายฝ่ายชี้คดีนี้เป็นการบ่งชี้ว่าทรัมป์กำลังพยายามกดดันเฟดอย่างหนัก

วันที่ 12 มกราคม 2569 นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด เปิดเผยผ่านทางวิดีโอว่า กระทรวงยุติธรรมได้เปิดการสอบสวนเขาในคดีอาญา หลังส่งหมายเรียกไปยังเฟด และขู่ว่าจะตั้งข้อหาอาญาจากคำให้การของเขาต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารของเฟด

พาวเวลล์ระบุว่า การสอบสวนดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเชื่อว่าเป็นผลจากความไม่พอใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังเขาปฏิเสธการประกาศลดอัตราดอกเบี้ย แม้จะเผชิญแรงกดดันจากผู้นำสหรัฐอย่างเปิดเผยมาหลายครั้ง

ประธานเฟดย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตัวบุคคลแต่เป็นคำถามว่า เฟดจะยังสามารถกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ยบนพื้นฐานของข้อมูลและภาวะเศรษฐกิจได้หรือไม่ หรือจะถูกชี้นำด้วยแรงกดดันทางการเมืองหรือการข่มขู่ เขากล่าวว่าที่ผ่านมาเคารพหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แต่การดำเนินการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต้องถูกมองในบริบทของแรงกดดันและคำขู่จากฝ่ายบริหารที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐและทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการต่อกรณีนี้ ขณะที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์สถานีเอ็นบีซี นิวส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องการสอบสวนนายพาวเวล พร้อมวิจารณ์ว่า นายพาวเวลทำงานกับเฟดได้ไม่ดี และจัดการเรื่องการก่อสร้างอาคารได้ไม่ดีเช่นกัน

ขณะที่ฝ่ายอัยการยังไม่ยืนยันการสอบสวน แต่หากเป็นจริงจะถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหม่ ระหว่างทรัมป์กับพาวเวล  ซึ่งทรัมป์เป็นผู้เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมาทรัมป์ขู่ว่าจะปลดนายพาวเวลหลายครั้ง และยังวิจารณ์ว่าเฟดไม่ลดดอกเบี้ยเร็วพอ

ทั้งนี้  ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 3 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงกล่าวโทษอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนโยบายอัตราดอกเบี้ยว่าเป็นสาเหตุของเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงในสหรัฐ.

เมียนมาเริ่มนับคะแนนเลือกตั้งรอบสอง คนออกมาใช้สิทธิบางตาท่ามกลางความหวาดกลัว

เมียนมาเริ่มนับคะแนนเลือกตั้งรอบสอง คนออกมาใช้สิทธิบางตาท่ามกลางความหวาดกลัว

12 ม.ค. 2569 10:00 น.

เมียนมาเริ่มนับคะแนนเลือกตั้งรอบสอง คนออกมาใช้สิทธิบางตาท่ามกลางความหวาดกลัว

เมียนมาเริ่มกระบวนการนับคะแนน หลังปิดหีบการเลือกตั้งทั่วไปรอบที่สอง ขณะที่บรรยากาศการลงคะแนนเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนน้อยอย่างเห็นได้ชัด

วันที่ 11 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทางการเมียนมาเริ่มกระบวนการนับคะแนน หลังปิดหีบการเลือกตั้งทั่วไปรอบที่สอง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่จัดโดยรัฐบาลทหาร ภายหลังการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนในปี 2564   

การเลือกตั้งรอบสองจัดขึ้นใน 100 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมถึงหลายพื้นที่ในนครย่างกุ้ง ขณะที่บรรยากาศการลงคะแนนเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนน้อยอย่างเห็นได้ชัด ส่วนรอบที่สามมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคมนี้

รายงานข่าวระบุว่า การเลือกตั้งรอบแรกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา ซึ่งถูกมองว่าเป็นพรรคตัวแทนกองทัพ คว้าคะแนนไปเกือบ 90% ในขณะที่ผู้สมัครอิสระไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย และหลายพรรคยอมรับว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนต่ำกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ผู้มีสิทธิ์จำนวนหนึ่งยังไม่เข้าใจการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์.

ที่มา Irrawaddy / AP

ชาวเนปาลนับพันคน ชุมนุมทวงคืนสถาบันกษัตริย์ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่เดือนมีนาคมนี้

ชาวเนปาลนับพันคน ชุมนุมทวงคืนสถาบันกษัตริย์ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่เดือนมีนาคมนี้

12 ม.ค. 2569 09:35 น.

ชาวเนปาลนับพันคน ชุมนุมทวงคืนสถาบันกษัตริย์ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่เดือนมีนาคมนี้

ชาวเนปาลนับพันคนชุมนุมในกรุงกาฐมาณฑุ เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ก่อนเลือกตั้งมี.ค.นี้ ขณะที่รัฐบาลใหม่ที่เพิ่งเข้าบริหารประเทศ เจอกระแสความไม่พอใจที่แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นล่าช้า

วันที่ 11 มกราคม 2568 ชาวเนปาลนับพันคนรวมตัวชุมนุมในกรุงกาฐมาณฑุ เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาที่กำหนดจัดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ โดยผู้ชุมนุมพร้อมใจกันตะโกนคำขวัญ “เรารักกษัตริย์ของเรา นำกษัตริย์กลับมา” โดยการชุมนุมครั้งล่าสุดเป็นไปอย่างสงบ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของตำรวจควบคุมฝูงชน

โดยการชุมนุมจัดขึ้นบริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าปฤถวี นารายัน ชาห์ กษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ชาห์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 นับเป็นการชุมนุมครั้งแรกของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตราชวงศ์ หลังเหตุประท้วงรุนแรงของกลุ่มคนรุ่นใหม่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 

หนึ่งในผู้ชุมนุม ระบุว่าทางเลือกสุดท้ายและทางเลือกเดียวของเนปาล คือการกลับคืนสู่สถาบันกษัตริย์ พร้อมเสริมว่า หลังการเคลื่อนไหวของคนรุ่น Gen Z และเส้นทางที่ประเทศดำเนินมานั้นจำเป็นต้องฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์เพื่อจัดการสถานการณ์ที่สับสนในปัจจุบัน

นอกจากนี้วันที่จัดการชุมนุมยังตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระเจ้าปฤถวี นารายัน ชาห์ ซึ่งในอดีตการชุมนุมประจำปีลักษณะนี้เคยลุกลามเป็นความรุนแรง มีการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ โดยเมื่อเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ จากการชุมนุมสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ 

ทั้งนี้ เนปาลยกเลิกระบอบกษัตริย์และเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐในปี 2551 หลังกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ถูกกดดันให้สละราชสมบัติ ขณะที่รัฐบาลเฉพาะกาลปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีสุชิลา การ์กี เพิ่งเข้าบริหารประเทศหลังการประท้วงของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่พอใจปัญหาคอร์รัปชัน อัตราการว่างงาน และการบริหารประเทศที่ล้มเหลว.

ที่มา AP

กลุ่มสิทธิอ้าง ประท้วงอิหร่านดับทะลุ 500 ศพ ทรัมป์จ่อประชุมทางเลือกโจมตี

กลุ่มสิทธิอ้าง ประท้วงอิหร่านดับทะลุ 500 ศพ ทรัมป์จ่อประชุมทางเลือกโจมตี

12 ม.ค. 2569 06:06 น.

กลุ่มสิทธิอ้าง ประท้วงอิหร่านดับทะลุ 500 ศพ ทรัมป์จ่อประชุมทางเลือกโจมตี

กลุ่มสิทธิมนุษยชนอ้างว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในการประท้วงใหญ่ที่ประเทศอิหร่านเพิ่มขึ้นจนมากกว่า 500 ศพแล้ว ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประชุมทางเลือกต่างๆ ที่จะใช้กับอิหร่าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. 2569 กลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุประท้วงรุนแรงในประเทศอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 490 ศพในฝ่ายผู้ประท้วง ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิต 48 ศพ โดยมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 10,600 คน ตลอดการประท้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

รัฐบาลอิหร่านยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ก่อนหน้านี้ว่า จะโจมตีอิหร่าน “อย่างหนักหน่วง” หากพวกเขา “เริ่มเข่นฆ่าประชาชน” และโพสต์ข้อความในวันเสาร์ว่า “อิหร่านกำลังมองหาเสรีภาพ ในแบบที่อาจไม่เคยมีมาก่อน สหรัฐฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ!!!”

ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งบอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส เมื่อวันอาทิตย์ว่า ทรัมป์มีกำหนดหารือกับที่ปรึกษาอาวุโสในวันอังคารเพื่อพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ที่จะใช้กับอิหร่าน

ขณะที่ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่าทางเลือกเหล่านั้นรวมถึงการโจมตีทางทหาร, การใช้อาวุธลับไซเบอร์, การขยายมาตรการคว่ำบาตร และการให้ความช่วยเหลือทางออนไลน์แก่กลุ่มต่อต้านรัฐบาล

ทางด้านนาย โมฮัมหมัด บาเคอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาเตือนวอชิงตันไม่ให้ “คาดการณ์ผิดพลาด”

“เราขอพูดให้ชัดเจนว่า ในกรณีที่มีการโจมตีอิหร่าน ดินแดนที่ถูกยึดครอง (อิสราเอล) รวมถึงฐานทัพและเรือทหารทั้งหมดของสหรัฐฯ จะตกเป็นเป้าหมายอย่างชอบธรรมของเรา” กาลิบัฟ ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านกล่าว

ทั้งนี้ การประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อ 28 ธ.ค. 2568 จากความไม่พอใจในปัญหาค่าเงินตกต่ำ ก่อนจะลุกลามเป็นการประท้วงต่อต้านการปกครองของรัฐบาล ที่ดำเนินมาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 2522

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ กับอิสราเอลว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประท้วงที่เกิดขึ้น เพื่อทำลายเสถียรภาพของอิหร่าน และเรียกกลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนที่ก่อเหตุจุดไฟเผามัสยิด, โจมตีธนาคาร และทรัพย์สินสาธารณะว่า “ผู้ก่อการร้าย”

“เหล่าครอบครัวทั้งหลาย ผมขอร้องพวกคุณว่า อย่าปล่อยให้ลูกหลานของท่านเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ก่อจลาจลและผู้ก่อการร้ายที่ตัดศีรษะและเข่นฆ่าผู้คน” นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวในการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรทัศน์ พร้อมเสริมว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังประชาชนและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อิหร่านได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอังกฤษเข้าพบที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประท้วงต่อ “ความเห็นในเชิงแทรกแซง” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งอังกฤษ กับกรณีที่มีผู้ประท้วงปลดธงชาติอิหร่านออกจากอาคารสถานทูตในกรุงลอนดอน แล้วแทนที่ด้วยธงยุคก่อนการปฏิวัติอิสลาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ปมสหรัฐฯ โค่นมาดูโรฟ้าแลบ 3 เหตุชิงกินรวบอำนาจ

ปมสหรัฐฯ โค่นมาดูโรฟ้าแลบ 3 เหตุชิงกินรวบอำนาจ

ปมสหรัฐฯ โค่นมาดูโรฟ้าแลบ 3 เหตุชิงกินรวบอำนาจ

12 ม.ค. 2569 05:01 น.

สถานการณ์โลกร้อนแรงขึ้นทันที เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา” ได้สั่งเปิดปฏิบัติการทางทหารบุกโจมตี เวเนซุเอลา “เพื่อควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร” แบบสายฟ้าแลบใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงนำตัวส่งไปดำเนินคดีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดในสหรัฐฯ

ถังแก๊สระเบิด บ่าว-สาวปากีสถานดับสลด หลังแต่งงานวันเดียว

ถังแก๊สระเบิด บ่าว-สาวปากีสถานดับสลด หลังแต่งงานวันเดียว

12 ม.ค. 2569 03:17 น.

ถังแก๊สระเบิด บ่าว-สาวปากีสถานดับสลด หลังแต่งงานวันเดียว

เกิดเหตุถังแก๊สระเบิดที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองหลวงของปากีสถาน ส่งผลให้คู่บ่าวสาวซึ่งเพิ่งแต่งงานกันได้วันเดียว เสียชีวิตทั้งคู่ และมีผู้เคราะห์ร้ายรายอื่นอีก 6 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 11 ม.ค. 2569 ว่า เกิดเหตุถังแก๊สระเบิดที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ส่งผลให้คู่บ่าวสาวที่เพิ่งจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสได้เพียงวันเดียว เสียชีวิตทั้งคู่

เหตุระเบิดยังทำให้มีผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ อีก 6 ศพ รวมถึงแขกที่มาร่วมงานแต่งงานและสมาชิกในครอบครัวที่พักอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 10 คน

เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ส่งผลให้หลังคาบ้านพังถล่มลงมา ผนังบางส่วนของตัวบ้านถูกแรงอัดจนพังทลาย ทำให้เศษซากปรักหักพังและเครื่องเรือนกระจัดกระจายไปทั่ว

เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเนื่องจากมีแก๊สรั่วไหลจนสะสมอยู่เต็มห้องก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีบ้านใกล้เรือนเคียงอีก 3 หลังได้รับความเสียหายด้วย

นายฮานีฟ มาซีห์ พ่อของเจ้าบ่าว เปิดเผยว่าลูกชายของเขาเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อวันก่อน โดยคู่บ่าวสาวพร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวและแขกเหรื่อ กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ในบ้านตอนที่เกิดการระเบิด

มาซีห์กล่าวว่า ทุกคนเข้านอนเมื่อเวลาประมาณ 03:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และต้องตื่นมาพบกับความพินาศย่อยยับ โดยนอกจากลูกชายของมาซีห์แล้ว ลูกสะใภ้ ภรรยา และน้องสะใภ้ของเขาต่างก็เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ทั้งหมด

ด้านตำรวจระบุว่า ได้ปิดล้อมที่เกิดเหตุแล้วและกำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของการระเบิด โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในชุดคลุมสีขาวเข้าตรวจสอบซากปรักหักพังอย่างละเอียด มีการใช้สุนัขดมกลิ่นและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้แน่ใจว่าช่วยทุกคนออกมาจากใต้ซากปรักหักพังแล้วด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc