ตรัง “บุ่นเล้ง” นำ “สาธร” จี้ติด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตรัง “บุ่นเล้ง” นำ “สาธร” จี้ติด (komchadluek.net)

ตรัง “บุ่นเล้ง” นำ “สาธร” จี้ติด

ตรัง "บุ่นเล้ง" นำ "สาธร" จี้ติด

20 ธันวาคม 2563 – 19:32 น.

“ตรัง” ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง หลังปิดหีบบัตรลงคะแนน  “บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ ” นำเป็นที่หนึ่ง ได้ 517 คะแนน  ด้าน”สาธร” น้องชายสาทิตย์  ได้ 55 คะแนน

ที่จังหวัดตรัง ณ.เวลา 18.50น. การนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. เป็นไปอย่างสูสีหลังปิดหีบบัตรลงคะแนนโดยมี นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ  ผู้สมัครหมายเลข 1 ซึ่งลงสมัครในนามกิจปวงชน นำเป็นที่หนึ่ง ได้  74 คะแนน

ในขณะที่นายสาธร วงศ์หนองเตย ผู้สมัครหมายเลข 2  ลงสมัครในนาม ตรังพัฒนาเมืองตรัง ได้ 55 คะแนน

สำหรับจังหวัดตรัง มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  492,191 คน 

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ” แชมป์เก่านำโด่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ” แชมป์เก่านำโด่ง (komchadluek.net)

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ” แชมป์เก่านำโด่ง

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

20 ธันวาคม 2563 – 19:20 น.

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน “ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา” แชมป์เก่า 3 สมัยนำโด่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2563 กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จัดสถานที่ภายในหน่วยเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการนับคะแนน ซึ่งการนับคะแนน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าเสา ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนมาร่วมชมการนับคะแนนและร่วมลุ้น โดยเฉพาะผลคะแนนในส่วนของ นายก อบจ.อุตรดิตถ์ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกรอบ 8 ปี

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

ทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผู้สมัครนายกอบจ.อุตรดิตถ์ เบอร์ 1 นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา อดีตนายกอบจ.อุตรดิตถ์ 3 สมัย , เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ อดีตสื่อมวลชนท้องถิ่น , เบอร์ 3 นายเอกาพัทธ์ พุฒโต ผู้สมัครอิสระ และเบอร์ 4 นายปัณณวัฒน์ นาคมูล คณะก้าวหน้า

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนน ที่หน่วยเลือกตั้ง 1 ต.ท่าเสา พบว่า มีคะแนนทิ้งห่างระหว่าง เบอร์ 1 นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ได้ 215 คะแนน เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ ได้ 24 คะแนน เบอร์ 3 นายเอกาพัทธ์ พุฒโต ได้ 52 คะแนน และเบอร์ 4 นายปัณณวัฒน์ นาคมูล ได้ 92 คะแนน ทั้งนี้พบว่าบัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด มีจำนวน 62 ใบ และบัตรเสีย 21 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ์ 466 คน จาก จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหน่วยดังกล่าว 737 คน

อุตรดิตถ์ปิดหีบ เริ่มนับคะแนน "ชัยศิริ" แชมป์เก่านำโด่ง

นอกจากนี้ผลการนับคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งที่ 3 ที่ศาลากลางบ้าน หมู่ 7 บ้านพงกะชี ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เบอร์ 1 นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ได้ 117 คะแนน เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ ได้ 39 คะแนน เบอร์ 3 นายเอกาพัทธ์ พุฒโต ได้ 33 คะแนน และเบอร์ 4 นายปัณณวัฒน์ นาคมูล ได้ 72 คะแนน ทั้งนี้ พบว่าบัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด มีจำนวน 18 ใบ และบัตรเสีย 7 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ์ 286 คน จาก จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหน่วยดังกล่าว 422 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งการนับคะแนน 9 อำเภอ 797 หน่วยของ จ.อุตรดิตถ์ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการเข้าศูนย์ประสานงาน กกต.อบจ.อุตรดิตถ์ คาดจะครบทุกหน่วยเวลาประมาณ 22.00 น.วันนี้ และทำการนำอุปกรณ์การเลือกตั้งพร้อมผลคะแนน ส่งรายงานที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอ เพื่อประมวลผลรวมก่อนส่ง กกต.จังหวัดอุตรดิตถ์

———————————-

โดย บุญพิมพ์ ใบยา จ.อุตรดิตถ์

บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’ (naewna.com)

บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’

บริติช เคานซิล ชวนแปลงโฉมเป็นดีไซเนอร์รักษ์โลก กับนิทรรศการที่จะให้คุณหยุดตาม ‘ฟาสต์แฟชั่น’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.31 น.

เชื่อหรือไม่ว่า เพียงแค่เปิดตู้เสื้อผ้า คุณก็สามารถช่วยลดโลกร้อนได้ ใครจะคิดว่าเสื้อผ้าในตู้ของคุณ จะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะกว่าจะมาเป็นเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น ให้ได้เลือกซื้อและสวมใส่ ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย จากผืนดินสู่ผิวจากไร่ฝ้ายถึงผืนผ้า และจากคนปลูกจนถึงคนใส่ ซึ่งกระบวนการผลิตเสื้อผ้าต้องแลกมาด้วยผลกระทบต่อทั้งผู้คน ธรรมชาติ และสภาวะโลกร้อนอย่างมหาศาล แต่เราในฐานะผู้บริโภคกลับถูกตัดขาดและไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่สวมใส่อยู่นั้นมีผลกระทบต่อวิกฤติทางภูมิอากาศที่ใหญ่เกินกว่าตู้เสื้อผ้าของเราอย่างไรบ้าง

เพื่อเป็นการสร้างการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านแฟชั่นของผู้บริโภค บริติช เคานซิล จึงร่วมกับ แฟชั่น เรฟโวลูชั่น ไทยแลนด์ (Fashion Revolution Thailand) ชวนทุกคนมาร่วมหาคำตอบว่า “แค่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านแฟชั่น จากการเลือกซื้อที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ก็สามารถขับเคลื่อนสังคมไปในทางที่ดีขึ้นได้จริงหรือไม่?”

ดร.พัชรวีร์ ตันประวัติ หัวหน้าฝ่ายศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องในโอกาสการเข้าสู่ปี 2021 ซึ่งเป็นปีที่สหราชอาณาจักร และอิตาลี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP26 ในช่วงปลายปี 2021 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ เพื่อเป็นการตอบรับปีแห่งการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร บริติช เคานซิล จึงได้ร่วมมือกับ แฟชั่น เรฟโวลูชั่น (Fashion Revolution) ประจำประเทศไทย เครือข่ายเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์ให้อุตสาหกรรมแฟชั่นดีขึ้นทั้งในแง่ของสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยการทำงานของทั้งสององค์กร เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่และผลักดันการปฏิวัติวิธีคิดจากเศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ที่มีการผลิต บริโภค และทิ้ง เป็นหัวใจหลัก สู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน นิทรรศการ “โฮมโกรว์น” (Homegrown) โดยภายในนิทรรศการมีการจัดแสดงสินค้าของกลุ่มศิลปินท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับบริติช เคานซิล ในโครงการ “คราฟท์ติ้ง ฟิวเจอร์” อาทิ กลุ่มไทลื้อวานีตา รวมถึงแบรนด์ภูคราม แมนคราฟท์โฟล์กชาร์ม KH Editionsฝ้ายจ๋ายาใจ ซึ่งมีการผลิตสินค้าที่เป็นไปตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนกิจกรรมเวิร์กช็อป “Circular design lab: closing the loops”

นางสาวกมลนาถ องค์วรรณดีผู้ประสานงานเครือข่ายแฟชั่น เรฟโวลูชั่นประจำประเทศไทย กล่าวเพิ่มว่าแฟชั่น เรฟโวลูชั่น ประจำประเทศไทย ได้เชื่อมโยงการทำงานกับกลุ่มศิลปินโครงการ “คราฟท์ติ้ง ฟิวเจอร์” ตลอดจนคนในวงการออกแบบ และผู้ที่มีความสนใจ ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการ “โฮมโกรว์น” (Homegrown)ซึ่งมีแนวคิดหลักที่ง่ายและเชื่อมโยงกับเรื่องใกล้ตัวของทุกคน เพียงเริ่มต้นที่การพิจารณาตู้เสื้อผ้าของตัวเอง โดยนิทรรศการได้เล่าเรื่องให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจถึงที่มาของเสื้อผ้าที่เราใส่อยู่เป็นประจำทุกวัน รวมถึงตระหนักรู้ว่ากระบวนการ กว่าจะเป็นเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น ต้องผ่านการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติมากมาย ทั้งดิน น้ำ อากาศ นอกจากนี้ นิทรรศการได้นำเสนอผลกระทบที่เกิดจากฟาสต์แฟชั่น (Fast fashion) ไปจนถึงภาพของอนาคตในการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการผลิตและบริโภคจากแบบเส้นตรงที่ผลิต-ใช้-ทิ้ง โดยเน้นปริมาณและความรวดเร็ว มาเป็นเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน ที่ชุมชนระดับท้องถิ่นขนาดเล็กสามารถพึ่งพาตนเองและธรรมชาติ ในแนวคิด“farm to closet” ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่การสวมใส่เสื้อผ้าของเรามีต่อโลกได้จากข้อมูลพบว่าทุกๆ ปี ฟาสต์แฟชั่น (Fast fashion) ฝากขยะไว้ให้โลก92 ล้านตัน และถ้าภายใน 10 ปีนี้เรายังผลิตและบริโภคแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โลกจะร้อนขึ้นเกินกว่า 1.5 องศา ซึ่งเป็นจุดที่ร้อนเกินกว่าระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตจะรับได้

นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังมีไฮไลท์คือ กิจกรรมเวิร์กช็อป “Circular design lab: closing the loops” โดย กมลนาถ องค์วรรณดีซึ่งพัฒนาจากเวิร์กช็อปที่เธอได้เข้าร่วมในโครงการ Circular Futures Lab กับบริติช เคานซิล ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี 2018 แนวคิดนี้มาจากบริษัท IDEO บริษัทที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมชื่อดัง ร่วมกับ Ellen MacArthur Foundation องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดในระดับนานาชาติ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้สวมบทบาทเป็นดีไซเนอร์ ผ่านการลงมือทำกิจกรรมกลุ่ม ให้เลือกวัตถุดิบใกล้ตัวมาคิดใหม่ เรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภคในการเลือกซื้อเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย ฯลฯ

จากนั้นนำความต้องการในด้านต่างๆ มาระดมความคิดว่าจะออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างไร ผ่านวิธีคิดแบบ “การออกแบบหมุนเวียน” (CircularDesign Methodology) ซึ่งมีหลักการ 3 ข้อ ได้แก่ 1) การออกแบบกระบวนการผลิตทั้งวงจรโดยไม่ให้เกิดของเสีย หรือมลพิษ ที่จะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ 2)วัสดุที่นำมาใช้ จะต้องเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมากที่สุด หรือเมื่อสิ้นสุดการใช้งานแล้วจะต้องสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นได้ และ3)ใช้วัสดุในท้องถิ่นให้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมใกล้ตัว ซึ่งวิธีคิดที่ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากการทำเวิร์กช็อปนี้ สามารถนำไปออกแบบหรือปรับปรุงสินค้าและบริการ อีกทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันที่จะรองรับกับความต้องการใหม่ของโลกหลังโควิด-19 ที่ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอด ซึ่งหัวใจหลักของเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมแฟชั่น คือ การส่งมอบคุณค่า ที่จะทำให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การเลือกวัสดุ (raw material) ไปจนถึงปลายทางของการผลิต (end of life)

และในโอกาสใกล้ปีใหม่กมลนาถ จึงชวนทุกคนมาตั้งปณิธานในการเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านแฟชั่นในปี 2021 ซึ่งกำลังจะเป็นปีแห่งการทำเพื่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นดียิ่งขึ้นทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย 5 เช็คลิสต์ง่ายๆ ดังนี้ 1.ชั่งใจว่าสิ่งที่กำลังจะซื้อ จำเป็นจริงหรือไม่ -แน่นอนว่าการลดปัญหาโลกร้อนจากอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ดีที่สุดคือ การไม่เพิ่มเสื้อผ้าใหม่ๆ ในตู้ ที่สักวันจะกลายเป็นของเสียที่ถูกทิ้ง หรือหากว่าอยากซื้อเสื้อผ้าใหม่จริงๆ อาจจะต้องกลับมาคิดให้มากยิ่งขึ้น ว่ามันจำเป็นจริงๆ และเราจะใช้มันอย่างคุ้มค่าจริงหรือไม่

2.กำหนดลิมิตตัวเองกับการซื้อเสื้อผ้า ในหนึ่งซีซั่น – ใครที่ไม่สามารถเลิกซื้อเสื้อผ้าได้จริงๆ วิธีนี้จะช่วยจำกัดปริมาณการซื้อเสื้อผ้าได้โดยการทำสัญญากับตัวเองว่าในซีซั่นหนึ่ง จะซื้อเสื้อผ้าไม่เกินกี่ชิ้น 3.สร้างทางเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือแลกเสื้อผ้ากันใส่ เทรนด์ใหม่ที่ต้องรีบตาม

3.นอกเหนือจากสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมแฟชั่น – การผลักดันให้เกิดการบริโภคอย่างสร้างสรรค์ (Creative consumption) ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือการแลกเสื้อผ้ากันใส่ ไปจนถึงการชวนกันมามิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าเก่าๆ ให้ออกมาเป็นชุดใหม่ได้โดยที่ไม่ต้องซื้อใหม่ ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เราสนุกกับแฟชั่น ได้อย่างไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

4.มองคุณภาพการใช้งานที่ยาวนานต้องมาก่อนความทันสมัย -เพราะฟาสต์ แฟชั่น หรืออุตสาหกรรมแฟชั่นที่มาไวไปไว เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และด้วยความไวของกระแส ทำให้การผลิต การขนส่ง และจำหน่าย ต้องทำอย่างรวดเร็ว ในปริมาณมาก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคน และสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น การตัดสินใจซื้อที่คำนึงถึงคุณภาพ มาก่อนราคา และความทันสมัยจะช่วยยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า และลดผลกระทบที่ฟาสต์ แฟชั่น ทำต่อโลกเราได้

5.สนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน-การสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่น นอกจากจะทำให้เม็ดเงินกลับมาสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้อย่างแท้จริง ยังเป็นการสนับสนุนกระบวนการผลิตขนาดเล็ก ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่ากระบวนการผลิตของแบรนด์ใหญ่ๆ นอกจากนี้ การซื้อเสื้อผ้าในท้องถิ่นยังเป็นอีกวิธีการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และวัฒนธรรมใกล้ตัวในฐานะเครื่องมือที่จะช่วยฟื้นฟูความมั่นคงและความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและสังคมโดยรวม

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่บริติช เคานซิล ประเทศไทย โทร.02-6572211 และเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์ ‘นร.สมุทรสาคร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’ (naewna.com)

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์'นร.สมุทรสาคร'

สั่งเข้มเฝ้าระวังโควิด! ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 18.03 น.

ศธ.ใช้มาตรการเรียนที่บ้าน-ออนไลน์’นร.สมุทรสาคร’ สั่งโรงเรียนเฝ้าระวังโควิด-19 ระดับเข้มข้น

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร หลังจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการโรคติดต่อ ได้มีคำสั่งให้เฝ้าระวังทั้งจังหวัดตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564 ว่า หลังจากปรากฎกระแสข่าวดังกล่าว ทางกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการทันทีให้โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ดำเนินการใช้มาตราการจัดการเรียนการสอนโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ให้ปรับเป็นการเรียนผ่านออนไลน์ การเรียนอยู่ที่บ้าน หรือการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564 หรือจนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปลอดภัยสูงสุด

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ส่วนโรงเรียนในจังหวัดใกล้เคียงที่นักเรียนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ต้องเดินทางไปเรียน ขอให้นักเรียนกลุ่มนี้เรียนผ่านออนไลน์ และเรียนอยู่ที่บ้าน ไปจนถึงปีใหม่ โดยให้ใช้มาตรการการเรียนการสอนแบบเดียวกันกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงก่อนหน้านี้

“ผมมั่นใจว่าทุกๆ โรงเรียน มีการวางแผนที่ชัดเจนไว้อยู่แล้ว ส่วนโรงเรียนในจังหวัดอื่นๆ ในสังกัด ขอให้ผู้บริหารและคุณครูได้เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการคัดกรอง การสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือเป็นประจำ การเว้นระยะห่าง การรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกใหม่ รวมถึงการดูแลเด็กนักเรียนด้วย ตามแผนงานที่เราได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง และร่วมมือ ร่วมใจกัน เราต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้” นายณัฏฐพล กล่าว

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวเสริมในส่วนของนักเรียนที่มีที่อยู่อาศัยใน จ.สมุทรสาคร แต่ต้องเรียนนอกเขตพื้นที่ ให้โรงเรียนเหล่านี้ ประสานไปยังผู้ปกครอง ให้นักเรียนที่ต้องไปเรียนนอกเขตพื้นที่ ให้หยุดเรียนและเรียนที่บ้าน หรือเรียนผ่านออนไลน์ เหมือนกับมาตรการที่ใช้ในจ.สมุทรสาคร จนถึงวันที่ 3 ม.ค.2564  กำหนด 14 วัน ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อได้มีคำสั่งให้เฝ้าระวัง

ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงศึกษาธิการยังได้กำชับให้โรงเรียนแม่ดูแลนักเรียนของตัวเองอย่างใกล้ชิด และติดตามดูว่า มีนักเรียนและผู้ปกครองไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่ในข่ายเกี่ยวโยงกับผู้ป่วยโควิด-19 หรือไม่ด้วย เพื่อร่วมมือกันช่วยคัดกรองอีกด้านหนึ่ง โดยหากมีการเกี่ยวโยง ให้รีบรางานโดยด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนจะมีการขยายระยะเวลาเพิ่มหรือไม่ นายอัมพร กล่าวว่า ต้องติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังกำชับสถานศึกษา ให้ดำเนินการมาตรการป้องกันให้ถูกต้องตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ การใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ การเว้นระยะห่าง หมั่นตรวจเช็คอุณหภูมินักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น

‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง 3 ม.ค.64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64 (naewna.com)

'มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา'ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64

‘มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา’ประกาศบุคลากรพื้นที่เสี่ยง ให้work from homeถึง3ม.ค.64

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.23 น.

20 ธันวาคม 2563 มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ออกประกาศเรื่อง แนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิตและการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากร อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

ตามที่มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในจังหวัดสมุทรสาคร โดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานั้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขอประกาศแนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน (work from home) โดยให้นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และบุคลากรที่มีภูมิลำเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีข้อแนะนำเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดสมุทรสาครและกระทรวงสาธารณสุข

โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

ตามที่มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในจังหวัดสมุทรสาครโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19  ธันวาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมานั้น

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขอประกาศแนวทางในการปฏิบัติตนของนักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และการปฏิบัติงานที่บ้านของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน (work from home) โดยให้นักศึกษา นักเรียนโรงเรียนสาธิต และบุคลากรที่มีภูมิลาเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร งดเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 3  มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีข้อแนะนาเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดสมุทรสาครและกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้

1. ให้นักศึกษาและนักเรียนโรงเรียนสาธิตที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครที่จะต้องเดินทางมาเรียนหรือสอบปลายภาคการศึกษาที่ 1/2563 ติดต่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาหรือผู้ประสานงานรายวิชาผ่านการสื่อสารด้วยระบบออนไลน์

2. ให้รองอธิการบดีที่กากับหน่วยงานในสานักงานอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานที่มีบุคลากร ที่มีภูมิลาเนาและอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณามอบหมายงานและกาหนดรูปแบบการปฏิบัติงาน ที่บ้าน (work from home) ของบุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนตามความเหมาะสม โดยคานึงถึงประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการทางานเป็นสาคัญ

3. ให้บุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนในทุกส่วนงาน นักศึกษาและนักเรียนโรงเรียนสาธิตดาเนินการตามแนวทางการปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing) หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ชุมนุม มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ด้วยการแจ้งหัวหน้าส่วนงานและผู้เกี่ยวข้องโดยทันที ที่พบว่ามีอาการที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยการติดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

ประกาศ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2563

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19 (naewna.com)

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

ด่วน! สอศ.สั่งปิดวิทยาลัยพื้นที่สมุทรสาคร-พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.42 น.

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้แถลงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 กรณีเจ้าของแพปลาในตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ จ.สมุทรสาคร โดยล่าสุดจากการลงติดตามและตรวจหาเชื้อเชิงรุกพบเพิ่มขึ้น จากกรณีมีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 548 ราย นั้น ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาอาชีวศึกษา (สอศ.) มีความเป็นห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้สั่งการให้วิทยาลัยในจังหวัดสมุทรสาคร ปิดสถานศึกษา และให้ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอน

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ขอให้สถานศึกษาใช้มาตรการรับมือ โควิด-19 จัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ หยุดการเรียนการสอนในห้องเรียน ส่วนครูและบุคลากร ก็ให้ work from home อยู่ที่บ้าน มาทำงาน 25% เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากทางหน่วยงานราชการ โดยใช้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข สวมใส่แมส ล้างมือ การเว้นระยะห่าง ฯลฯ อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่ได้สั่งการให้ สถานศึกษาใกล้เคียงที่มีนักศึกษาต้องเดินทางเข้ามาเรียนก็ขอให้ใช้มาตรการเดียวกันกับจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ วันที่ 19 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 ตามที่ผู้ว่าราชการฯ ได้ประกาศไว้เบื้องต้น หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

เช็กที่นี่! ‘โรงเรียนดัง’ ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด ‘โควิด’ พุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง (naewna.com)

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.36 น.

เช็กที่นี่!‘โรงเรียนดัง’ประกาศหยุดเรียน หลังยอดติด‘โควิด’พุ่ง

20 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาโรงเรียนต่างๆ ได้ทยอยประกาศปิดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3-4 มกราคม 2564 ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ “โควิด-19” ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.สมุทรสาคร   

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ (naewna.com)

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

ทปอ.เสนอชื่อร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.26 น.

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ประธาน ทปอ.) กล่าวว่า ตามที่สถาบันพระปกกล้า ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยที่ประชุมคณะกรรมการผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล และผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ตามข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า ทั้งนี้ ประธานรัฐสภได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวด้วย โดยขอความอนุเคราะห์ให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เสนอชื่อจำนวน 3 คน โดยให้คำนึงถึงความหลากหลายกระจายส่วนเป็นผู้แทนครอบคลุมของภูมิภาคเป็นสำคัญ

และในการประชุมคณะกรรมการ สออ.ประเทศไทย ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2563 ณ สำนักงานลขานุการ สออ.ประทศไทย ที่ประชุมมอบให้ สสอท.เสนอชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ จำนวน 1 คน และในวันนี้ ที่ประชุม ทปอ.เสนอชื่อเพื่อไปร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ 2 คน รวมเป็น 3 คน ดังนี้ ศาสตราจารย์ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ , ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ดร.สุริชัย หวันแก้ว และ ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต (naewna.com)

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.19 น.

ทปอ.เตรียมปรับสัดส่วน TCAS ปี 65 หากศธ.ยกเลิกโอเน็ต ยันจะไม่ใช้คะแนนสอบอื่นมาทดแทน เพื่อลดภาระนักเรียน

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ที่ห้องประชุมลิโด้ คอนเน็คท์ สยามสแควร์ กรุงเทพฯ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ประธาน ทปอ.) ได้เป็นประธานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ครั้งที่ 5/2563 โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขานุการ ทปอ. และผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS ร่วมแถลงผลการประชุม ในการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (Thai University Central Admission System(TCAS) ปีการศึกษา 2564

ศ.ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ทปอ.ว่า ที่ประชุมรับทราบจำนวนหลักสูตร และจำนวนรับของระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอดุมศึกษา หรือ TCAS  ประจำปีการศึกษา 2564 ดังนี้ มหาวิทยาลัยและมีสถาบันที่เข้าร่วมระบบ TCAS ประจำปีการศึกษา 2564 จำนวน 80 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัย/สถาบัน เครือข่าย ทปอ. 29 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 18 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่ง สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 21 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษาสมทบ จำนวน 3 แห่ง

โดยมีหลักสูตรที่เปิดรับรวม 4,174 หลักสูตร จำนวนรับตามแผนรวม 290,434 คน จำนวนเรียกรับรวม  4 รูปแบบ 405,642 คน แบ่งเป็น รอบ 1 แฟ้มสะสมผลงาน 144,370 คน, รอบ 2 โควตา 110,104 คน, รอบ 3 แอดมิสชั่นส์ แบ่งเป็น แอดมิสชั่นส์ 1 จำนวน 75,557 คน แอดมิสชั่นส์ 2 จำนวน 75,611 คน และรอบ 4 รับตรงอิสระ

“การประชุม ทปอ.วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายที่ผมเป็นประธาน เนื่องจากผมหมดวาระ ในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 นี้ และทปอ.ได้มีการเลือกตั้งประธาน ทปอ.คนใหม่ คือ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน ทปอ.ในวันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นไป ซึ่งประธาน ทปอ.คนใหม่ก็จะดูแล นโยบายของ ทปอ.ที่มุ่งมั่น เพราะ ทปอ.ถือว่าเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งพาของประเทศไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะในยุคนี้เรื่องการวิจัยและนวัตกรรมซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง หลักการของ ทปอ.จากนี้ไป และที่ผ่านมา ต้องมีความรู้และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดจะไม่มีการแบ่งระหว่างมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ด้าน ดร.พีระพงศ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ของนักเรียนชั้น ม.6 ในปีการศึกษา 2564 ทำให้ ทปอ.ปรับรูปแบบTCAS ในปี 2565 ในรอบแอดมิสชั่น 2 ที่ใช้คะแนน O-NET ในสัดส่วน 30% ต้องถูกยุติการใช้ใน TCAS ปี 2565 แต่จะไม่ใช้คะแนนสอบอื่นมาทดแทน เพื่อลดภาระให้กับนักเรียน และจะเหลือการรับ 4 รูปแบบ 4 รอบ การสมัคร ได้แต่ แฟ้มสะสมผลงาน โควตา แอดมิสชั่นส์ และรับตรงอิสระ

ดร.พีระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่จะต้องมีการประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี นั้น เดิมระบบแอดมิสชั่น มีการปรับสัดส่วนการคัดเลือกโดยใช้เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรการศึกษา หรือ GPAX 20%  ดังนั้นต้องประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวทำคะแนน GPAX แต่การเปลี่ยนแปลงและยกเลิกการสอบ O-NET ซึ่งเป็นข้อสอบมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย ทปอ.นำมาใช้เพื่อมาถ่วงค่านำ้หนัก GPAX ของนักเรียน เนื่องจากคะแนน GPAX ของแต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานแตกต่างกัน จึงต้องใช้คะแนน  O-NET เอามาถ่วงน้ำหนัก ดังนั้น เมื่อ ศธ.มีนโยบายเลิกสอบ O-NET ในปีการศึกษา 2564 ทำให้ไม่มีคะแนน O-NET มาถ่วงน้ำหนักคะแนน GPAX ฉะนั้นการประกาศล่วงหน้า 3 ปี ในการประกาศเปลี่ยนสัดส่วน  O-NET และค่าน้ำหนัก GPAX เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวล่วงหน้า แต่การเปลี่ยนแปลงการใช้คะแนน O-NET ไม่ต้องประกาศล่วงหน้าก็ได้

“เมื่อไม่มีการการสอบ O-NET  แล้ว จะส่งผลต่อ TCAS ปี 2565 ที่ไม่มีคะแนน O-NET มาถ่วงน้ำหนักกับคะแนน GPAX ทำให้เกณฑ์การคัดเลือกในรูปแบบแอดมิสชั่นส์ 2 ต้องยุติการใช้งาน เพราะขณะนี้ ระบบ TCAS มีการคัดเลือก 5 รูปแบบ ซึ่งมากพอที่จะทำการคัดเลือกน้องๆได้อยู่แล้ว  ดังนั้น การยกเลิกรูปแบบแอดมิสชั่นส์ 2 ออกไปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการคัดเลือก แต่ที่มีนักเรียนบางส่วนกังวลว่า ในเกณฑ์การคัดเลือกของแอดมิสชั่นส์ 1 ที่ใช้คะแนนสอบเหมือนกับของแอดมิสชั่นส์ 2 แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้ใช้คะแนน ที่มหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกเอง และใช้คะแนนสอบเหมือนกับแอดมิสชั่นส์ 2 แต่ต่างกันตรงที่ ไม่ใช้คะแนน GPAX มาใช้เป็นสัดส่วน หรือบางสาขาใช้คะแนน GPAX ไว้ด้วย แต่กำหนดไว้ในเกณฑ์ที่สูง ซึ่งใน TCAS 2564 พบว่าแอดมิสชั่นส์ 1 บางสาขากำหนดคะแนน GPAX ไว้สูง ทำให้นักเรียนบางคนไม่สามารถสมัครแอดมิสชั่นส์ 1 ได้ จึงรอไปสมัครแอดมิสชั่นส์ 2 ซึ่งไม่มีการกำหนดคะแนน GPAX ขั้นต่ำ แต่พอ TCAS ปี 2565 เกณฑ์ปอดมิสชั่น 2 จะไม่มี หลายคนจึงกลัวว่าจะไม่สามารถสมัครได้  ซึ่งตรงนี้ ในที่ประชุม ทปอ.ก็รับทราบถึงความกังวลนี้แล้ว ดังนั้น เกณฑ์แอดมิสชั่นส์ ใน TCAS 2565 ก็ต้องมีการปรับและทบทวนคุณสมบัติของผู้สมัคร เพื่อให้นักเรียนสามารถสมัครคัดเลือกได้ และทางมหาวิทยาลัยก็จะไปทบทวนและปรับคุณสมบัติของผู้สมัครใหม่ ซึ่งอาจจะมีการปรับเกณฑ์การคัดเลือก เพราะรูปแบบแอดมิสชั่น 1 ทปอ. ให้อิสระกับมหาวิทยาลัยในการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคัดเลือกอยู่แล้ว และข้อสอบเราก็ยังใช้เหมือนเดิม คือ 9 วิชาสัมมัญ กับการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และ ความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) อย่างไรก็ตาม TCAS ปี 2564 ถือเป็นปีแรกที่ระบบคัดเลือกกลางจะเรียกตัวสำรองขึ้นมาแทนที่ว่าง ส่วน TCAS ปี 2565 รอบแอดมิสชั่นส์ ก็จะมีการเรียกตัวสำรองขึ้นมาทดแทนที่ว่างนั่งได้อีกด้วยเช่นกัน โดยจะทำการเครียริ่ง 2 รอบเพื่อให้ยืนยันสิทธิ์” ดร.พีระพงศ์ กล่าว

ดร.พีระพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในปรนี้มีการกังวลเนื่องจากสถานการณ์ของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 แต่การสอบ TCAS ผ่านระบบออนไลน์ และข้อมูลที่เข้ามาในระบบ TCAS  เป็นส่วนสำคัญ แต่ไม่มีข้อมูลเข้ามาในระบบ TCAS เป็นส่วนสำคัญ ฉะนั้น ไม่มีข้อมูลเข้ามาในระบบ TCAS เราก็ดำเนินการตามปกติไม่ได้ จึงมีความกังวลที่ว่า ถ้ามีโควิด-19 เกิดขึ้น ยอมรับว่าจะมีผลกระทบข้อมูลที่ส่งเข้ามา ซึ่งทีมงานก็ได้ทำแผนความเสี่ยงไว้หลายรูปแบบแล้ว เช่น หากเกิดโควิดในช่วงสอบขึ้นมา แล้วโรงเรียนไม่สามารถส่งผล GPAX 6 ภาค ที่จะนำมาใช้กับแอดมิสชั่น 1 กับ แอดมิสชั่น 2 ได้

เราก็จะใช้  GPAX 5 ภาคแทน เนื่องจากขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้รวบรวมข้อมูลของโรงเรียนต่าง ๆทั้งประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้กำลังประเมินผลก็จะทราบว่าในปีการศึกษา 2563 มีผู้จบการศึกษาชั้น ม.6 จำนวนกี่คน หรือในกรณีเกิดการจัดสอบ GAT /PAT หรือ O-NET 9 วิชาสามัญ ไม่ได้ เราก็ไม่กังวล เพราะ สทศ.ที่มีประสบการณ์ในการจัดสอบข้อสอบกลางในปี 2563 ที่มีโควิดระบาดมาช่วงต้นปี สทศ.ก็มีมาตรการในการจัดสอบได้ด้วยขบวนการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ในเรื่องการคัดกรอง การจำกัดพื้นที่ ดังนั้น จึงไม่กังวลในเรื่องนี้

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 18:11 น.

คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

The Expert : “โควิด-19” คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

The Expert : “โควิด-19” คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ 

https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/951089755&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · คุมพม่าไม่อยู่ ไทยก็อยู่ลำบาก