รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา (naewna.com)

รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา

รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม คืนสู่เขื่อนลําตะคองนครราชสีมา

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.45 น.

รมว.เกษตรฯ ปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามคืนสู่เขื่อนลําตะคอง จังหวัดนครราชสีมา หนุนเพิ่มปริมาณ ทรัพยากรประมง เป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่

6 ธันวาคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์กุ้ง ก้ามกรามคืนสู่อ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคอง โดยมีนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธี ณ ริมอ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคอง บริเวณอาคารประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าลํา ตะคองชลภาวัฒนา ตําบลหนองสาหร่าย อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่า การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ําเป็นหนึ่งใน ภารกิจหลักที่สําคัญของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมุ่งสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้กับประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงครัวเรือน พร้อมส่งเสริมให้มีการ บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ําโดยใช้หลักคืน คง เพิ่ม และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่าง ยั่งยืน

สําหรับกิจกรรม “ปล่อยกุ้งก้ามกรามคืนสู่อ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคอง” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มปริมาณ ทรัพยากรสัตว์น้ําในแหล่งน้ําธรรมชาติหลังจากที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อให้ ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ําที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ได้แก่ กุ้งก้ามกราม จํานวนมากถึง 1.5 ล้านตัว อีกทั้งยังมีการปล่อยพันธุ์ปลา เช่น ปลากระแห ปลาสร้อยขาว ปลากาดํา ปลาตะเพียนทองปลาสวายจํานวน2ล้านตัวและหอยขมอีกกว่า300กิโลกรัมนอกจากนี้ยังมีการมอบพันธุ์สัตวน์้ํา ให้แก่ชุมชน เพื่อนําไปปล่อยในพื้นที่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ําเขื่อนลําตะคองด้วย

อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ําในอ่างเก็บน้ําเขื่อน ลําตะคองให้กลับมาคงความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างการประกอบอาชีพด้านการประมงและเพิ่มพูน รายได้ให้กับประชาชนและชาวประมงในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังสร้างความสามัคคีให้แก่ชุมชน มีการ บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ําโดยชุมชนมีส่วนร่วม ตลอดจนปลูกจิตสํานึกในการใช้ทรัพยากรประมงที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ เกิดประโยชน์สูงสุดและมีผลผลิตที่ยั่งยืนตลอดไป

ด้าน นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสํารวจข้อมูลพบว่า บริเวณอ่างเก็บน้ําเขื่อน ลําตะคอง มีชาวประมงทั้งหมด 241 ราย แบ่งเป็นผู้ที่ทําการประมงเป็นอาชีพหลัก 159 ราย และอาชีพรอง 82 ราย และจากสถิติการจับสัตว์น้ํา ระหว่าง พ.ศ. 2558 – 2562 มีรายงานการจับสัตว์น้ําเฉลี่ย 343.88 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า กว่า 14.27 ล้านบาท โดยผลผลิตกุ้งก้ามกรามจัดเป็นชนิดพันธุ์สัตว์น้ําที่สร้างมูลค่าได้มากที่สุด

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา (naewna.com)

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

มเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประสูติเมื่อวันที่ ธันวาคม พ.ศ.2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเข้ารับการศึกษา ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษและโรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง และระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นเนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา รวมทั้ง Master of Laws (LL.M.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และ Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ดังนี้ พุทธศักราช 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, พุทธศักราช 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, พุทธศักราช 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, พุทธศักราช 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์, พุทธศักราช 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2563 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อนสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระและทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย

นอกจากนั้น ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง
(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นประธานกรรมการ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก อีกทั้งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังนับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนาพระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562

พระกรณียกิจด้านต่างๆ ประกอบด้วย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จากความทุกข์ร้อนของประชาชนคนไทยจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจนไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ในสถานการณ์อันโหดร้ายเหล่านั้นพวกเขาไม่เคยต้องโดดเดี่ยว ด้วยน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ที่ทรงห่วงใยราษฎรมาตลอด นับตั้งแต่การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อ พุทธศักราช 2538 ในปีนั้นถือเป็นปีที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพุทธที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.27 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโลอิส ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วม ทวีความรุนแรง น้ำปริมาณมากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครเป็นระยะเวลานานถึง 2 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ด้วยปริมาณน้ำที่เข้าท่วมนั้นมีมากและเป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่บางส่วน จึงทำให้ความช่วยเหลือทำได้ ไม่ทั่วถึงและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด รู้สึกขาดที่พึ่งพิง และไม่ได้รับความเท่าเทียมจากหน่วยงานราชการ

กระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2538 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าฯกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จลงพื้นที่ออกรับน้ำใจจากประชาชนที่สถานีบริการน้ำมันย่านคลองสาน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นในช่วงบ่าย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย และซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประสบภัยกับหน่วยงานราชการพระกรณียกิจในครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2544 จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
โสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรงอันได้แก่ การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกายทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิติอย่างยั่งยืนนอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วย ถุงยังชีพพระราชทาน ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุ สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤติที่เกิดขึ้นไปได้

โครงการกำลังใจ ในพระดำริ ทรงก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมายโดยครั้งแรก เสด็จเยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลางแขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยความสนพระทัยในสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง โครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงได้กระจายไปทั่วโลก ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื่อ“Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 โดยประทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส สนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

มูลนิธิ ณภาฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็นผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก ให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความความต้องการของตลาดและในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้นก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติมเพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา “จัน” ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้น ไม่ได้พบเห็นเนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืดประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์ อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่าจันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ “จัน” จึงเป็นเสมือน “โอกาส” ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้นได้เห็นว่าสังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา “ธรา” โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป

พระเกียรติคุณ ประกอบด้วย รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่างๆ

รางวัล Medal of Recognition ทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จึงพิจารณาทูลเกล้าฯถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ

องค์ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ของ UNIFEM โดย ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM) กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และประทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี หน่วยงาน UNIFEM จึงขอพระราชทานกราบทูลเชิญเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง

มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์ ประกอบด้วย มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, เครือข่ายคนรักน้องหมา, กองทุนกำลังใจ และศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ)

ตามัว เห็นภาพซ้อนเห็นแสงกระจาย ระวังโรคต้อกระจก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ตามัว เห็นภาพซ้อนเห็นแสงกระจาย ระวังโรคต้อกระจก (naewna.com)

ตามัว เห็นภาพซ้อนเห็นแสงกระจาย ระวังโรคต้อกระจก

ตามัว เห็นภาพซ้อนเห็นแสงกระจาย ระวังโรคต้อกระจก

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หากอายุ 50 ปีขึ้นไป พบปัญหาการมองไม่ชัด มัวเหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง มองเห็นสีต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ต้องการแสงสว่างมากขึ้นในการมอง ต้อกระจกอาจเข้ามาเยี่ยมเยือนการตรวจเช็คเพื่อดูความผิดปกติของดวงตาเป็นสิ่งสำคัญ 

แพทย์หญิงธารินี เสงี่ยมพรพาณิชย์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดต้อกระจก กระจกตา และการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรคต้อกระจก (Cataract) คือ ภาวะที่เลนส์ตาเกิดความขุ่นมัว ส่งผลให้แสงเข้าไปในดวงตาน้อยลง จอประสาทตารับภาพได้ไม่ชัดเจน การมองเห็นลดลงเรื่อยๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดความรุนแรงอาจทำให้มองไม่เห็นได้ในที่สุด โดยต้อกระจกเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ 1)การเสื่อมสภาพของเลนส์ตาตามวัยเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด โดยจะพบตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป 2)ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลสูงและควบคุมได้ไม่ดีพอ จะกระตุ้นเลนส์ตาให้ขุ่นขึ้นได้เร็วกว่าคนที่อยู่ในช่วงอายุเดียวกันแต่ไม่เป็นโรคเบาหวาน 3)การ
ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ทำให้เกิดต้อกระจกบางชนิดได้ 4)เคยมีอุบัติเหตุกระทบกระแทกบริเวณดวงตา เคยมีการอักเสบ หรือมีการติดเชื้อบริเวณตามาก่อน 5)การเผชิญกับแสงแดดติดต่อกันเป็นเวลานานโดยขาดการป้องกัน หรือ 7)มีประวัติครอบครัวเป็นต้อกระจกแต่กำเนิดหรือเป็นตั้งแต่อายุน้อยๆ 

การผ่าตัดรักษาต้อกระจกเริ่มต้นจากการตรวจวินิจฉัย และประเมินสภาพตาอย่างละเอียดก่อนการทำผ่าตัดโดยจักษุแพทย์ การผ่าตัดต้อกระจกมี 2 วิธี คือ 1) วิธีสลายต้อกระจกด้วยเครื่องสลายต้อ (Phacoemulsification with Intraocular Lens) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ต้องดมยาสลบ ทำภายใต้การหยอดหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ โดยจักษุแพทย์จะเปิดช่องเล็กๆ ที่ขอบตาดำประมาณ 2.4-2.75 มิลลิเมตร แล้วสอดเครื่องมือสลายต้อเข้าไปที่ตัวต้อกระจก โดยเปิดถุงหุ้มเลนส์เป็นวงกลม และปล่อยพลังงานความถี่สูงเท่าระดับอัลตราซาวนด์เข้าสลายต้อกระจกนำเลนส์ตาที่ขุ่นออกมา จากนั้นจึงใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทนที่เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน โดยการเลือกเลนส์เทียมขึ้นกับความต้องการการใช้สายตาของผู้ป่วย เช่น เลนส์ชัดระยะเดียวหรือชัดหลายระยะ รวมถึงลักษณะตาของผู้ป่วย เช่น ถ้ามีสายตาเอียงร่วมด้วยอาจใช้เลนส์เทียมชนิดแก้เอียง เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้ใช้เวลาผ่าตัดเพียงไม่นาน ประมาณ15-30 นาที หลังผ่าตัดการมองเห็นดีขึ้นและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิม

2) ผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิดแผลกว้าง (Extracapsular Cataract Extraction with Intraocular Lens) เป็นวิธีผ่าตัดดั้งเดิมใช้ในกรณีที่ต้อกระจกสุกและแข็งมากๆ จนไม่เหมาะกับการสลายด้วยเครื่อง จักษุแพทย์จะเปิดแผลบริเวณครึ่งบนของลูกตายาวประมาณ 10 มม.เพื่อเอาตัวเลนส์แก้วตาที่เป็นต้อกระจกออก แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่แล้วจึงเย็บปิดแผลด้วยไหมเย็บแผล 

ภายหลังผ่าตัดต้อกระจก การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ต้องระมัดระวังไม่ให้ติดเชื้อและปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งจักษุแพทย์จะทำการนัดผู้ป่วยเพื่อติดตามผลเป็นระยะ คนไข้ควรสวมที่ครอบตาจนกว่าแพทย์จะให้เอาออก ใช้ยาหยอดตาตามที่แพทย์สั่ง ระวังการโดนลม ฝุ่น และแสงจ้า อย่าให้ดวงตาโดนน้ำ ห้ามขยี้ตาหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบกระเทือนดวงตาตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตา เช่น ปวดตา ตาแดง มีขี้ตามากผิดปกติตามัวลง สู้แสงไม่ได้  ควรกลับมาพบแพทย์ทันทีก่อนนัด  

ทั้งนี้ โรคต้อกระจกส่วนหนึ่งไม่สามารถป้องกันได้เนื่องจากความเสื่อมตามวัยแต่สามารถดูแลดวงตาเพื่อยืดอายุความแข็งแรงและชะลอการเกิดโรคต้อกระจกได้เช่น การสวมแว่นกันแดด ทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เอง โดยเฉพาะที่มีส่วนประกอบของสเตียรอยด์ และควรตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี โรคต้อกระจกเป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกคน หากอายุครบ 40 ปี ควรมาตรวจตาปีละ 1 ครั้ง และหมั่นสังเกตความผิดปกติของดวงตา หากตามัวลงหรือสายตาเปลี่ยนจนผิดสังเกตควรต้องรีบมาพบแพทย์ทันที และสำหรับคนที่พบว่าตนเองเป็นต้อกระจกควรรีบเข้ารับการผ่าตัดรักษาโดยเร็ว อย่าปล่อยไว้จนรุนแรง ที่สำคัญอย่าลืมใส่ใจดูแลสุขภาพดวงตาและสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงทุกช่วงวัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์จักษุ ชั้น 5 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.02-3103007 และ 02-7551007 หรือ http://www.bangkokhospital.com

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 7 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการ พระราชทานเพลิงศพ ศ.เกียรติศักดิ์ขวัญแก้ว วัชโรทัย และ พล.ต.หญิง พญ.ท่านผู้หญิง ดร.วัฒนา วัชโรทัย ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส 14 ธ.ค. 17.00 น. ฐานิสร์-ดิสธร วัชโรทัย พร้อมครอบครัวฝากกราบเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้ พร้อมเรียนแจ้งจอดรถได้ที่ ธ.กรุงเทพ พลับพลาไชย, ธ.ธนชาต สวนมะลิ และ รร.วัดเทพศิรินทราฯ …

ll วันธรรมศาสตร์ 10 ธ.ค.ปีนี้ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ งดจัดงานที่สนามฟุตบอลเช่นทุกปี ชาญศิลป์ ตรีนุชกร
นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ร่วมกับ ชมรมเพื่อนโดม จัดงานทำบุญเลี้ยงพระและปาฐกถาพิเศษ โดย ชวน หลีกภัย
ประธานรัฐสภา เรื่อง “ประชาธิปไตยไทย บนเส้นทางการเปลี่ยนแปลง” พร้อมมอบภาพเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี
แก่ศิษย์เก่าที่ได้รับเข็มเกียรติยศเนื่องในวันธรรมศาสตร์สามัคคี มี เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา, วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง,สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาฯ, พล.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตำรวจสอบสวนกลาง, วรวิทย์ เจนธนากุล นายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ, โซนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้ผลิตและจำหน่ายหนังสือฯ, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ครบ 80 ปี ที่สมาคมธรรมศาสตร์ฯ เริ่มตั้งแต่ เวลา 10.00 น….

ll เพราะคุณพ่อ สมพร เทพสิทธา ทำงานจิตอาสาเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนมาตลอดชีวิต น้ำทิพย์-นพพร-พรพิมล เทพสิทธา จึงสืบสานปณิธาน โดยมอบเงินทำบุญในงานสวดพระอภิธรรมทั้งหมดตั้งเป็นกองทุนถาวรเพื่อการศึกษา
แก่ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชนฯ ที่คุณพ่อร่วมก่อตั้งกับหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก…

ll สวดพระอภิธรรม นพ.ฟิลิปดา พลางกูร วัดเทพศิรินทราวาส 6-12 ธ.ค. 19.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ 13 ธ.ค.
14.00 น. นิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมครอบครัวฝากกราบเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้…

ll ธีรนันท์ ศรีหงส์ และ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผอ. ดีป้า ต้อนรับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่มาเป็นประธานพิธีมอบใบสัมฤทธิบัตรผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 3 จำนวน 83 คน…

ll นิพนธ์ บุญญามณี เป็นประธานมอบรางวัล “ผู้ว่าราชการจังหวัดสำเภาทอง” ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 38 “ไทยช่วยไทยคือไทยเท่” รางวัลนี้สภาหอการค้าไทย มอบให้แก่ผู้ว่าฯที่มีผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนผ่านกลไกหอการค้าจังหวัด จำนวน 21 ราย อาทิ ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์, สมคิด จันทมฤก, วัฒนา พุฒิชาติ, สฤษดิ์ วิฑูรย์ เป็นต้น…

ll ยามนี้เริ่มมีเวลาว่าง..ล่าสุด นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ไปร่วมยินดีในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี การประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนที่หอการค้าไทยจีน…

ll  “วันนายเลิศ” 15 ธ.ค. ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หญิงเก่งแห่งบ้านปาร์คนายเลิศ ชวน “วัยเก๋า” เกิน 60 ปี เยี่ยมชมบ้านปาร์คนายเลิศ “ฟรี” ร่วมรำลึกถึงความหลังร่วมกัน ดื่มด่ำกับเรื่องราวที่คุ้นเคย และชม “รถเมล์ขาว” ให้หายคิดถึง
วันวาน 2-20 ธ.ค. ทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ รอบเข้าชม : 09.30 น. 11.30 น. 14.30 น. และ 16.30 น. สำรองรอบเข้าชมทาง inbox | museum@nailertgroup.com | 02-2530123 #NaiLertPark #NaiLertParkHeritageHome #ปาร์คนายเลิศ #บ้านปาร์คนายเลิศ…ll
 

คุณแหน

แก้ปัญหาท้องผูกถูกวิธี บอกลายาถ่ายตลอดชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – แก้ปัญหาท้องผูกถูกวิธี บอกลายาถ่ายตลอดชีวิต (naewna.com)

แก้ปัญหาท้องผูกถูกวิธี บอกลายาถ่ายตลอดชีวิต

แก้ปัญหาท้องผูกถูกวิธี บอกลายาถ่ายตลอดชีวิต

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปัญหาท้องผูกเรื้อรัง เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัย และมักสร้างความทรมานทุกครั้งที่ต้องเข้าห้องน้ำ เพราะการเบ่งถ่ายที่ยากลำบาก ซึ่งอาจนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ เช่น ริดสีดวงทวารหนัก แผลบริเวณรอบๆ ทวารหนัก ในปัจจุบันภาวะท้องผูกเรื้อรังสามารถรักษาได้โดยการฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดทางทวารหนัก โดยไม่ต้องรับประทานยาอีกต่อไป

นายแพทย์สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า ภาวะท้องผูกเรื้อรังหมายถึงมีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ่ายอุจจาระก้อนเล็ก ก้อนแข็ง หรือถ่ายแล้วเบ่งยากถ่ายไม่สุด เป็นเวลาต่อเนื่องเกิน 3 เดือนขึ้นไป สามารถแบ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยตามช่วงวัย ดังนี้ 1.วัยสูงอายุ อาจเกิดจากเนื้องอกลำไส้ โรคประจำตัว หรือเป็นผลข้างเคียงของยาที่ใช้เป็นประจำ เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูง หรือยาแก้แพ้บางชนิด ในกลุ่มนี้อาจจะต้องปรับเรื่องของยารักษาโรคประจำตัว เพื่อลดกลุ่มยาที่ทำให้เกิดปัญหาท้องผูก หรือใช้วิธีควบคุมโรคประจำตัวให้ดีขึ้น ก็จะสามารถรักษาเรื่องของท้องผูกเรื้อรังได้ 2.วัยเด็กและวัยทำงาน อาจเกิดจากการมีภาวะลำไส้แปรปรวน
ที่มีท้องผูกร่วมด้วย หรือเกิดจากการเบ่งอุจจาระผิดวิธี เช่น กลั้นอุจจาระบ่อย หรือมีพฤติกรรมนั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องน้ำนานๆ จนทำให้มีการหดเกร็งของหูรูดทวารหนัก

การวินิจฉัยภาวะท้องผูกเรื้อรังเริ่มจากการซักประวัติโดยแพทย์ และตรวจร่างกายว่ามีลักษณะอาการใดที่ต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ส่องกล้องทางเดินอาหาร เป็นต้น หากตรวจเบื้องต้นแล้วยังไม่พบสาเหตุแพทย์จะแนะนำให้ตรวจการทำงานของหูรูดทวารหนัก (Anorectal Manometry) โดยใช้สายขนาดเล็กสอดเข้าทางรูทวารหนัก และให้คนไข้จำลองสถานการณ์ขณะเบ่งอุจจาระซึ่งโดยปกติถ้าไม่มีปัญหาหูรูดทวารหนักในระหว่างการเบ่งต้องมีการคลายตัวของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ในทางกลับกัน ถ้ามีปัญหากล้ามเนื้อจะหดเกร็งรัดตัว และเบ่งไม่ออก

หากพบว่าผู้ป่วยมีภาวะหูรูดทำงานไม่สัมพันธ์กับการเบ่ง หรือเบ่งถ่ายอุจจาระผิดวิธี ก็สามารถรักษาด้วยการฝึกเบ่งถ่ายอุจจาระ โดยวิธีที่เรียกว่า (Biofeedback Therapy) ซึ่งเป็นการฝึกเบ่งอุจจาระ โดยที่คนไข้จะเห็นภาพการทำงานของหูรูด
ทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ เพื่อสังเกตการหดและคลายกล้ามเนื้อหูรูดในการเบ่งถ่ายแบบเรียลไทม์ และฝึกการเบ่งถ่ายให้ถูกต้อง โดยควรตรวจอย่างน้อยทุกๆ 1-2 สัปดาห์ ต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้ง เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตรงจุด 60-80% จะสามารถกลับมาเบ่งถ่ายได้ดี หายจากภาวะท้องผูกเรื้องรัง และหยุดการใช้ยาระบายหรือยาสวนอุจจาระได้

“คนไข้บางส่วนเมื่อประสบปัญหาท้องผูก จะหันไปใช้ยาระบายที่หาซื้อได้ง่าย เช่น ยาระบายกลุ่ม มะขามแขก ปัญหาของการใช้ยาระบายอย่างต่อเนื่องก็คือ อาจเกิดภาวะลำไส้ติดยา หรือลำไส้ดื้อยา และต้องเพิ่มปริมาณการใช้ยาระบายเรื่อยๆ จนกระทั่งใช้เท่าไหร่ก็ถ่ายไม่ออกนี่จึงเป็นข้อเสียของการใช้ยาระบายเองโดยที่ไม่หาสาเหตุ เพราะฉะนั้นหากพบว่าตัวเองเข้าข่ายภาวะท้องผูกเรื้อรัง ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อได้รับการรักษที่ตรงจุด เพราะในกลุ่มที่ใช้ยาเองมาระยะยาว จะรักษายากขึ้น ต้องมีการปรับยา หรือใช้การรักษาหลายๆ วิธีร่วมกัน” นายแพทย์สุขประเสริฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาวะท้องผูกเรื้อรัง เป็นภาวะที่ป้องกันได้ เพียงปรับพฤติกรรมตาม 3 อ. ได้แก่ 1.อาหาร รับประทานอาหารที่มีกากใยและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ 2.อุปนิสัย ฝึกขับถ่ายเป็นเวลา และไม่อั้นอุจจาระ 3.ออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมให้กล้ามเนื้อลำไส้ทำงานปกติ

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯทรงเป็นประธานพิธีจุดเทียนมหามงคล น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ในหลวง-ราชินี เสด็จฯทรงเป็นประธานพิธีจุดเทียนมหามงคล น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ (naewna.com)

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯทรงเป็นประธานพิธีจุดเทียนมหามงคล น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯทรงเป็นประธานพิธีจุดเทียนมหามงคล น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ในหลวง-ราชินี เสด็จฯทรงเป็นประธานพิธีจุดเทียนมหามงคล

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟฟ้าพระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ออกจากศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเส้นกลางท้องสนามหลวง เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีจุดเทียนมหามงคลท่ามกลางมหาสมาคมของประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

30 สาวงามนางสาวไทย ทำกิจกรรมเก็บตัวชมเหมืองแม่เมาะ-ไหว้พระธาตุลำปางหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – 30 สาวงามนางสาวไทย ทำกิจกรรมเก็บตัวชมเหมืองแม่เมาะ-ไหว้พระธาตุลำปางหลวง (naewna.com)

30 สาวงามนางสาวไทย ทำกิจกรรมเก็บตัวชมเหมืองแม่เมาะ-ไหว้พระธาตุลำปางหลวง

30 สาวงามนางสาวไทย ทำกิจกรรมเก็บตัวชมเหมืองแม่เมาะ-ไหว้พระธาตุลำปางหลวง

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 01.01 น.

กองประกวดนางสาวไทย นำโดย ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวด เเละ บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทย ประจำปี 2562 ตำแหน่ง Miss International 2019-2020 พร้อมคณะสาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2563 ทำกิจกรรมเก็บตัว ณ จังหวัดลำปาง อีกหนึ่งจังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์อารยธรรมเเห่งล้านนา คณะผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2563 ออกเดินทางจากที่พัก โรงเเรมลำปางเวียงทอง ก่อนเดินทางทำกิจกรรมสถานที่เเรก คือเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองเเม่เมาะ) เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เรียนรู้เเหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้า ชมวิวทิวทัศน์เหมืองถ่านหินพร้อมเก็บภาพความสวยงามของทุ่งบัวตอง เเละผู้เข้าประกวดยังได้เล่นสไลเดอร์เหมือง เเม่เมาะอย่างสนุกสนาน เเละพักรับประทานอาหารกลางวัน ณ จิตต์อารี สปอตคอมเพล็กซ์ จากนั้นเหล่าสาวงามได้เดินทางไปยัง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ชมความงดงาม วัดพระธาตุลำปางหลวง เเละได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมีนายสุรัตน์ชัย อินทร์วิเศษ ผู้อำนวยการสำนักสถาบันคชบาลเเห่งชาติในพระอุปถัมภ์กล่าวต้อนรับเเละได้ให้สาวงามเเบ่งกลุ่มนั่งรถบัสทำกิจกรรมตามจุดต่างๆ อาทิชมโรงพยาบาลช้าง ให้อาหารช้างเเละชมการเเสดงช้าง จบกิจกรรมเก็บตัวที่จังหวัดลำปาง เเละเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเย็น ร่วมส่งกำลังใจให้เหล่าผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2563 ด้วยการโหวต MISS POPULAR 2020 พิมพ์ข้อความ MT ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวด ส่งมาที่ 4806999 เริ่มตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2563 เพื่อให้สาวงามในดวงใจของคุณผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายบนเวทีนางสาวไทย ปี 2563 ในรอบตัดสิน ประกาศผลผู้ได้รับตำแหน่ง MISS POPULAR 2020 บนเวที ในรอบ PRELIMINARY วันที่ 12 ธันวาคม 2563 นี้

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กับ มินิคอนเสิร์ต ‘นนท์-ธนนท์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กับ มินิคอนเสิร์ต ‘นนท์-ธนนท์’ (naewna.com)

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กับ มินิคอนเสิร์ต ‘นนท์-ธนนท์’

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กับ มินิคอนเสิร์ต ‘นนท์-ธนนท์’

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ส่งมอบความสุขฉลองเทศกาลปีใหม่จัดแคมเปญสุดพิเศษ “Samyan Mitrtown Through
Together 2021…ก้าวสู่ปีใหม่ยิ้มไว้ ไปด้วยกัน” พร้อมเปิดไฟต้นคริสต์มาสซิกเนเจอร์ใหม่อย่างยิ่งใหญ่และสนุกสนาน ใน วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ณ บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า โดยมี ธีรนันท์ กรศรีทิพา รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจรีเทล เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล(ประเทศไทย) พร้อมคณะผู้บริหารศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ นำทีมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน พร้อมส่งท้ายด้วยเอ็กซ์คลูซีฟโชว์จากศิลปินสุดฮอต “นนท์-ธนนท์” ที่มาเสริมทัพความบันเทิงด้วยมินิคอนเสิร์ตแบบจัดเต็ม

สายแชะ สายเซลฟี่ห้ามพลาด! กับมุมถ่ายรูปไฮไลท์ทั่วศูนย์การค้า แบบจัดเต็มที่ต้องเก็บภาพสวยให้ครบทั้ง 10 จุด พื้นที่ไฮไลท์สำหรับสายถ่ายรูป ได้แก่ ต้นคริสต์มาสบริเวณแยกสามย่าน, ไฟประดับหน้าศูนย์การค้าฯ, Sky Garden ชั้น 5, อุโมงค์ทางขึ้น MRT, บันไดเลื่อนขึ้นทาง ขึ้น-ลง MRT นอกจากนี้ยังมีบริการน่ารักๆ “มิตรช่วยแชะ” คอยให้บริการถ่ายรูปให้กับลูกค้าที่หน้าต้นคริสต์มาสฟรี

ปีนี้กลับมาตามคำเรียกร้อง พร้อมเล่นใหญ่กว่าเดิมกับ “ลานนมสามย่าน 2563 ภายใต้ธีม MUSIC FESTIVAL” ระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคม 2563 กับไฮไลท์สุดพิเศษที่จะเปลี่ยนคุณเป็นซุป’ตาร์ด้วยลูกเล่นระดับฮอลลีวู้ด พร้อมเคานท์ดาวน์สุดว้าว ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ที่จะพามิตรทุกท่านก้าวสู่ปีใหม่ไปด้วยกันพร้อมรอยยิ้ม

‘แต้ว-ณฐพร’ เชิญชวนส่งผลงาน ‘โครงการประกวดออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘แต้ว-ณฐพร’ เชิญชวนส่งผลงาน ‘โครงการประกวดออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพ’ (naewna.com)

‘แต้ว-ณฐพร’ เชิญชวนส่งผลงาน  ‘โครงการประกวดออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพ’

‘แต้ว-ณฐพร’ เชิญชวนส่งผลงาน ‘โครงการประกวดออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพ’

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดโครงการประกวดออกแบบ
บ้านประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพ (Young Architect ECO Home Contest) ร่วมด้วย ดร.ศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข หัวหน้าโครงการ ซึ่งภายในงานมีการเสวนา เรื่อง ประสิทธิภาพของบ้านประหยัดพลังงาน และรายละเอียดการประกวด  ณ ห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“แต้ว-ณฐพร” ในฐานะศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า งานนี้เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ นิสิตนักศึกษาคณะต่างๆ ในสาขาที่เกี่ยวข้อง สามารถที่จะส่งแบบเข้าประกวดได้อย่างเต็มที่ นอกจากผู้ส่งแบบเข้าประกวดจะได้รับประสบการณ์จากการประกวดแบบแล้ว โครงการนี้ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ยุวสถาปนิก (Young Architect) ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เพื่อเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติวิชาชีพออกแบบสถาปัตยกรรมต่อไปในอนาคตและโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการดีๆที่ยกระดับการสร้างสรรค์แบบบ้านยุคใหม่ในประเทศไทยอีกด้วยจึงอยากจะขอเชิญให้ผู้ที่สนใจส่งแบบเข้ามาประกวดกันเยอะๆนะคะ โครงการประกวดออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพ (Young Architect ECO Home Contest) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ www.youngarchecohome.com หรือFacebook Fanpage โครงการประกวดออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน และมีประสิทธิภาพและทางอีเมล youngarch.eco@gmail.com

‘ปอย-ตรีชฎา’ เจอพิษโควิด-19 เลื่อนถ่ายทำหนังจีนไม่มีกำหนด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ปอย-ตรีชฎา’ เจอพิษโควิด-19 เลื่อนถ่ายทำหนังจีนไม่มีกำหนด (naewna.com)

‘ปอย-ตรีชฎา’ เจอพิษโควิด-19  เลื่อนถ่ายทำหนังจีนไม่มีกำหนด

‘ปอย-ตรีชฎา’ เจอพิษโควิด-19 เลื่อนถ่ายทำหนังจีนไม่มีกำหนด

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“ปอย-ตรีชฎา เพชรรัตน์” นักแสดงที่มากความสามารถและประสบความสำเร็จการทำงานในวงการบันเทิงประเทศไทยและต่าง
ประเทศในฐานะนักแสดง “ค่ายยูนิเวอร์สอาร์ดิสต์เมเนเจอร์” อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนในด้านการศึกษา เมื่อมีเวลาว่างเธอก็ไม่หยุดพัฒนาศักยภาพตอนนี้เธอกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาศิลปกรรมศาสตร์เอกการแสดงที่วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง SCA (Superstar College of Arts) ช่วงนี้สถานการณ์ไวรัส COVID-19 (โควิด-19)ยังแพร่ระบาดและประชาชนคนไทยและทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบไม่น้อยทำให้ “ปอย” ต้องพักงานทำงานในวงการบันเทิงต่างประเทศและกลับมารับงานในประเทศไทยมากขึ้น “ปอย” เผยว่า

“ผลงานภาพยนตร์ที่เพิ่งเข้าฉายประเทศจีนเรื่อง “จางเฟิงเตา” ปอยรับบทเป็น “เว๋ยตู่ฟูเหริน” จอมยุทธ์ที่มีพลังวิชาเก่งกล้าสามารถต่อสู้เหาะเหินเดินอากาศได้เก่งกว่าใครๆ เป็นหนังจีนกำลังภายในเรื่องราวสนุกมีบทบู๊เยอะ แต่ภาพยนตร์อีกเรื่องที่เปิดกล้องไปต้องหยุดชะงักเนื่องจากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 (โควิด-19) ยังไม่ดีขึ้นทำให้ปอยและนักแสดงทีมงานต้องเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนดยอมรับว่าธุรกิจภาพยนตร์จีนได้รับผลกระทบทุกอย่างต้องหยุดการผลิตก่อนเพราะว่ามันมีความเสี่ยงถ้าผลิตไปแล้วปรากฏว่าขาดการถ่ายทำต่อเนื่องของการทำงานมันจะกระทบไปหมด อย่างการถ่ายทำภาพยนตร์ต้องใช้โปรดักชั่นและถ่ายทำต่อเนื่องปอยเข้าใจถึงสถานการณ์มันไม่ได้กระทบแค่เราแต่มันได้รับผลกระทบทั่วโลกขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ”