แผ่นดินไหว 7.3 เขย่าอินโดนีเซีย ล่าสุดยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2688295

แผ่นดินไหว 7.3 เขย่าอินโดนีเซีย ล่าสุดยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว

25 เม.ย. 2566 12:20 น.

แผ่นดินไหว 7.3 เขย่าอินโดนีเซีย ล่าสุดยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว

อินโดนีเซียเผชิญเหตุแผ่นดินไหวความแรง 7.3 ในวันนี้ ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายระลอก เคราะห์ดีที่ไม่เกิดสึนามิตามมา

เหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในทะเลใกล้กับหมู่เกาะเมนตาไว ที่ระดับความลึก 15.5 กิโลเมตร เมื่อเวลา 03.00 น. ของเช้าวันอังคาร ส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ และอพยพประชาชนไปยังพื้นที่สูง ก่อนที่จะมีคำสั่งยกเลิกเตือนภัยในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา โดยที่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือความเสียหายอื่นๆ ขณะที่ประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าพื้นที่กันแล้ว

ประชาชนในเมืองปาดัง ทางชายฝั่งตะวันตกของเกาะสุมาตรา ระบุว่า พวกเขาตื่นตกใจมาก เพราะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเมื่อได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยสึนามิ ทุกคนต่างเร่งอพยพไปยังพื้นที่สูงในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยไม่ทันได้เอาของมีค่าใดๆ ติดตัวมาด้วย เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย

ด้านภาพข่าวจากสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นประชาชนในเมืองปาดัง ต่างเร่งอพยพด้วยการเดินเท้า และบางส่วนก็ใช้มอเตอร์ไซค์ เพื่อขึ้นไปยังพื้นที่ราบสูง บางคนก็หอบข้าวของใส่เป้ติดตัวมาด้วย ขณะที่บางคนมาตัวเปล่า มีเพียงร่มที่ใช้กันฝนที่ตกลงมา

อย่างไรก็ตาม แม้ทางการจะยกเลิกประกาศเตือนภัยสึนามิแล้ว แต่ก็ยังคงขอให้ประชาชนตื่นตัว รับข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา และตรวจสอบว่าประตูทางออกของบ้านพักไม่ถูกปิดกั้นไว้ เพื่อให้สามารถอพยพได้อย่างรวดเร็ว หากจำเป็นต้องอพยพอีกรอบ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมชายฝั่ง หากเกิดแผ่นดินไหวยาวนานกว่า 30 วินาที ขอให้รีบออกจากบ้านไปยังที่สูงทันที

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กระแสไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ของเกาะเมนตาไว ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง และระดับน้ำทะเลสูงขึ้นบริเวณเกาะทานา บาลา บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะสุมาตรา วัดได้ 11 เซนติเมตร หลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลัก แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย โดยเมืองปาดังและจังหวัดสุมาตราตะวันตก เคยเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวความแรง 7.6 แมกนิจูด เมื่อปี 2009 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,100 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก และยังสร้างความเสียหายให้กับสิ่งปลูกสร้างอีกจำนวนมาก.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

‘อธิบดีกรมข้าว’ล่องใต้เยือนเมืองกระบี่ ชวนศูนย์ข้าวร่วม BCG Model พร้อมเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าวฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726846

'อธิบดีกรมข้าว'ล่องใต้เยือนเมืองกระบี่ ชวนศูนย์ข้าวร่วม BCG Model พร้อมเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าวฯ

‘อธิบดีกรมข้าว’ล่องใต้เยือนเมืองกระบี่ ชวนศูนย์ข้าวร่วม BCG Model พร้อมเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าวฯ

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.27 น.

“อธิบดีกรมข้าว”ล่องใต้เยือนเมืองกระบี่ ชวนศูนย์ข้าวร่วม BCG Model พร้อมเยี่ยมศูนย์วิจัยข้าวฯ ให้กำลังใจในการทำงาน

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อพบปะหารือกับสมาชิก 4 ศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนคลองประสงค์ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านคลองยาง ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านปากน้ำ และศูนย์ข้าวชุมชนพรุนใน โดยมีนายวรวิทย์ เพชรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ พร้อมด้วย นายวีระพันธุ์ เพชรอาวุธ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี นางดลตภร โพธิ์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยภายหลังการหารือดังกล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่หารือในครั้งนี้ เป็นการพบปะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน รับฟังถึงปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกษตรกรกำลังประสบ พร้อมแนะแนวทางการแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG Model ที่เป็นการทำนาแบบประณีต ลดละเลิก การใช้สารเคมี ทำให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริมต่อไปได้

หลังจากนั้นอธิบดีกรมการข้าว ได้ประชุมติดตามกำกับงานตามนโยบายกรมการข้าว และรับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ภาคใต้ โดยได้รับฟังปัญหา อุปสรรคในการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงได้ให้ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนโครงการสำคัญของกรมการข้าวให้ไปสู่เป้าหมาย เนื่องจากในปัจจุบันภาคใต้มีพื้นที่การทำนาที่ลดลง โดยส่วนใหญ่หันไปทำการเกษตรแบบอื่นกันเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเราจะต้องเข้าถึงพี่น้องของเราให้ได้มากขึ้นผ่านพี่น้องศูนย์ข้าวชุมชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและการพัฒนาข้าวของเราในด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่ต้นไปจนถึงการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ได้มากที่สุด โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ยึดมั่นในประโยชน์ที่พี่น้องชาวนาจะได้รับเป็นหลัก “เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

– 006

รองปลัดฯถกองค์กรอาหารฯ พิจารณาใน2ประเด็นสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726673

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจาก นายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและการเกษตรต่างประเทศ ครั้งที่ 1/2566 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมดังกล่าวมีการพิจารณาประเด็นหารือ ดังนี้ 1.การให้ข้อคิดเห็นต่อการจัดทำ National pathway for food and agriculture systems transformation และ 2.การปรับปรุงรายละเอียดองค์ประกอบคณะกรรมการประสานงานกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและการเกษตรต่างประเทศ

ปลัดเกษตรฯให้โอวาท เยาวชนฝึกผู้นำเกษตรฯที่ญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726675

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังให้โอวาทแก่คณะเยาวชนเกษตรไทย ภายใต้โครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2566 (รุ่นที่ 41) เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ว่าได้ดำเนินโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2526 โดยมีลักษณะการเรียนรู้ในรูปแบบการฝึกงานในฟาร์มกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการทำการเกษตร การแนะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจอันดี และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างเกษตรกรญี่ปุ่นและประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมอบหมายให้สำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบการดำเนินโครงการและเป็นหน่วยประสานงานหลัก ต่อมาในปี 2527 โครงการนี้ได้ขยายไปสู่ประเทศอาเซียนอื่นๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ ในปี 2531 สภาแลกเปลี่ยนทางการเกษตรประเทศญี่ปุ่น (The Japan Agricultural Exchange Council : JAEC) ก่อตั้งขึ้นและเป็นหน่วยงานที่เข้ามารับผิดชอบดำเนินโครงการต่อ ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เป็นโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น (The ASEAN Young Farm Leaders Training Program in Japan) และได้ดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีเยาวชนเกษตรเข้าร่วมโครงการและไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นแล้ว 40 รุ่น รวมกว่า 663 คน

“ขอแสดงความยินดีกับเยาวชนเกษตรไทยทั้ง 17 คน ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้แทนเยาวชนเกษตรของประเทศไทยปีนี้ เพื่อเดินทางไปเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2566 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นระยะเวลา 11 เดือน และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมฝ่าฟัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้เหล่าผู้นำเยาวชนเกษตรไทย รุ่นที่ 41 มีความรู้ความสามารถด้านภาษาและทักษะการเกษตรมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางไปฝึกงานกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ขอให้พยายามเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์กลับมาให้ได้มากที่สุด เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการทำการเกษตรและการประกอบอาชีพในอนาคต สิ่งสำคัญคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีให้กับชุมชน ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ โซเชียลมีเดีย และการปฏิบัติ ลงมือทำกับเกษตรกรอื่นๆ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายกลุ่ม Young Smart Farmer ให้เป็นกำลังสำคัญแก่ประเทศชาติต่อไป” นายประยูร กล่าว

กรมข้าวลุย2จังหวัด เยี่ยมศูนย์ข้าวชุมชน แนะนำข้าวรักษ์โลก ช่วยให้ผลผลิตเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726677

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าวจากศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และราชบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ข้าวชุมชน โดยอธิบดีกรมการข้าว ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ข้าวชุมชน ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขานม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยมีประธานศูนย์ข้าวชุมชนทั้ง 2 แห่ง ให้การต้อนรับ

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และรับฟังถึงปัญหาอุปสรรคที่เกษตรกรกำลังประสบอยู่ ซึ่งในโอกาสนี้ขอเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลก ตามแบบ BCG Model ซึ่งก็คือการปลูกข้าวปลอดภัย ไร้สารเคมี โดยแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายแกมเขียว มาผสมผสานในการเพาะปลูก โดยสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้

เกษตรฯคว้ารางวัลองค์กรคนดีปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726671

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน “หอเกียรติยศ วุฒิสภา” และเป็นผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ รับโล่เกียรติยศ “องค์กรคนดี” จากนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 จัดโดยคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วุฒิสภา เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่บริหารงานโดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม เป็นองค์กรที่เสริมสร้าง คนดี คนเก่ง คนกล้าและโอกาสสู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน โดยในปี 2566 มีหน่วยงานที่ได้รับรางวัล “องค์กรคนดี” 32 องค์กร และรางวัล “องค์กรเกียรติยศ” 40 องค์กร ซึ่งการมอบรางวัลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อเกิดแรงกระตุ้นแรงบันดาลใจในการประพฤติ การปฏิบัติตนให้เป็นคนดี คนเก่ง คนกล้า ในชุมชน สังคมและประเทศ 2.เพื่อเป็นตัวอย่างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความเพียบพร้อมทั้งความดี ความเก่ง และความกล้าควบคู่กันไป และ 3.เพื่อให้องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้ความสำคัญต่อการสร้างและพัฒนา คนไทยให้เป็นคนดี คนเก่ง และคนกล้า ในสัดส่วนที่อัตราเชิงปริมาณและคุณภาพสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อนำไปสู่การเป็นองค์กรที่มีความโปร่งใส สุจริต และมีคุณธรรม โดยผู้บริหารได้ให้ความสำคัญในการบริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล คุณธรรม จริยธรรม มีการแสดงเจตนารมณ์การบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตลอดจนมีการจัดกิจกรรม/โครงการ เพื่อปลูกฝังส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมจริยธรรม โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรในองค์กรปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมตระหนักรู้ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม มีการตั้งเป้าหมายการทำความดี เป็นต้น อีกทั้งมีระบบวัดและประเมินผลการสร้างคนดีขององค์กร โดยกำหนดตัวชี้วัดของหน่วยงานในด้านการพัฒนาบุคลากร เพื่อมุ่งหวังให้บุคลากรเป็น Smart Officer

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’หนุนเกษตรกรปลูกหม่อนตัดใบ สร้างรายได้เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726546

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’หนุนเกษตรกรปลูกหม่อนตัดใบ สร้างรายได้เพิ่ม

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.26 น.

เกษตรกรในพื้นที่ ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ส่วนใหญ่ทำไร่มันสำปะหลัง เพียงอย่างเดียว ส่งผลให้มีรายได้น้อย และมีต้นทุนการผลิตสูง จึงหันมาปลูกหม่อนตัดใบ เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม สร้างความมั่นคงให้คนในครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น

ตอนที่ 5 ปลูกหม่อนตัดใบ ลงทุนครั้งเดียว เก็บเกี่ยวได้ปีละ 6 ครั้ง https://youtu.be/8-wlzEKQMb4

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’พาล่องใต้ จุดเริ่มต้นจากระบบน้ำในสวน สู่ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพจากแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/726513

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’พาล่องใต้ จุดเริ่มต้นจากระบบน้ำในสวน สู่ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพจากแดนใต้

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.13 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พาไปล่องใต้ถึงแปลงกาแฟ ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งเป็นแปลงต้นแบบในการวางแผนระบบน้ำในสวนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมการออกดอกของกาแฟ ทำให้ต้นกาแฟได้รับน้ำเพียงพอต่อความต้องการ และที่สำคัญช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตทั้งในเรื่องของน้ำ และไฟอีกด้วย และวันนี้เราก็ได้มาอยู่กับพี่ กนกวรรณ หวังโชคผดุง เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ที่จะมาพูดถึงเคล็ดลับ ในการปลูกกาแฟ แบบใช้น้ำน้อย แต่คุณภาพเกินคาด

ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้นจากระบบน้ำในสวน สู่ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพจากแดนใต้ https://youtu.be/QE2OpY1-5AY

อพวช.จัดพิธีมอบรางวัลการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยา ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726832

อพวช.จัดพิธีมอบรางวัลการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยา ประจำปี 2566

อพวช.จัดพิธีมอบรางวัลการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยา ประจำปี 2566

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.46 น.

ทีมโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) จ.เชียงใหม่ คว้าแชมป์โครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยา ประจำปี 2566 ของ NSM จากผลงาน “ความหลากหลายและการใช้ประโยชน์จากธัญพืชที่ปลูกในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่”

ดร.ชนินทร วรรณวิจิตร รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยา ระดับประเทศ ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ “ธัญพืช ของขวัญจากธรรมชาติ” ที่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ NSM คลองห้า จ.ปทุมธานี

โดย ดร.ชนินนทร กล่าวว่า  NSM ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงศักยภาพการสื่อสารและถ่ายทอดเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ผ่านการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่หันมาสนใจงานด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ โดยในรอบชิงชนะเลิศปีนี้มีเยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเข้าร่วมชิงชัยจำนวนกว่า 40 ทีมจากทั่วประเทศ ซึ่งผลปรากฏว่า โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) จ.เชียงใหม่ เป็นผู้คว้าชัยจากโครงงานเรื่อง “ความหลากหลายและการใช้ประโยชน์จากธัญพืชที่ปลูกในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่” มีสมาชิกในทีม คือ เด็กหญิงจารียาภรณ์  เทพมา และเด็กชายนวพิธพร ผ่องใส และคุณครูกิ่งกาญจน์ กันนาง เป็นครูที่ปรึกษา ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร

“NSM รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติให้กับเยาวชน และขอแสดงความยินดีกับเยาวชนได้รับรางวัลในครั้งนี้ โดยหวังว่าน้อง ๆ เยาวชน จะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาในพื้นที่ท้องถิ่นหรือภูมิภาคของตนเองต่อไป” ดร.ชนินทร กล่าว

ด้านเด็กหญิงจารียาภรณ์ เทพมา ตัวแทนทีมจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) จ.เชียงใหม่ เผยที่มาของโครงงานนี้ว่า “ปัจจุบันธัญพืชพื้นบ้านในอำเภอแม่อายมีแนวโน้มสูญหาย นอกจากนี้ยังมีกระแสนิยมการบริโภคธัญพืชที่นำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น ตนและเพื่อน ๆ จึงเกิดความสนใจที่จะศึกษาความหลากหลายของธัญพืชที่ปลูกในอำเภอแม่อาย เพื่อให้ได้ข้อมูลด้านความหลากหลายของธัญพืชที่จะมีประโยชน์ในการวางแผนอนุรักษ์ธัญพืชดั้งเดิมที่กำลังจะสูญพันธุ์ และช่วยฟื้นฟูการปลูกธัญพืชพื้นบ้านให้คงความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ และความหลากหลายทางนิเวศ ซึ่งโครงงานฯ ดังกล่าว ได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างธัญพืชกับวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ในอำเภอแม่อายในอดีตและปัจจุบัน ที่แสดงถึงคุณค่าของธัญพืชในท้องถิ่น ทั้งยังสามารถต่อยอดให้กับชุมชนในพื้นที่ในการสร้างรายได้ และส่งเสริมภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากธัญพืชได้อย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับผลรางวัลการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยา ประจำปี 2566 มีดังนี้

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล จ.นครพนม ในโครงงาน “การศึกษาชนิดของพืชพื้นถิ่นที่ให้คาร์โบไฮเดรตในเขตอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม” สมาชิกในทีม ได้แก่ เด็กหญิงกชพรรณ ยางธิสารเด็กหญิงพีรญา แสนเขื่อน และครูที่ปรึกษา คุณครูธิดารัตน์ โคตรโยธี

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก ในโครงงาน “มหัศจรรย์ฟิล์มชีวภาพและพลาสติกชีวภาพจากถั่วแปะยี” สมาชิกในทีม ได้แก่ เด็กหญิงจิรฐา อภัยกุญชร เด็กหญิงทินรัตน์ ชัยดี และครูที่ปรึกษา คุณครูณัฐวดี ทาหลี

รางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนสุรวิทยาคาร จ.สุรินทร์ ในโครงงาน “การกําจัดมอดตัวร้ายทําลายข้าว” สมาชิกในทีม ได้แก่ เด็กชายณัฐภาส ธานีพูน เด็กชายธนกฤต ทมะนันต์ และครูที่ปรึกษา คุณครูนงณภัส เงางาม

รางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร ในโครงงาน “การศึกษาสีย้อมโครโมโซมในปลายรากหอมจากถั่วดำ” สมาชิกในทีม ได้แก่ เด็กหญิงกรชนก ระวิโรจน์ เด็กชายชวลิต สุขหอม และครูที่ปรึกษา คุณครูลัดดา กลางประพันธ์

-(016)

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เผยผิวในวัยใกล้เลขห้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726822

'บุ๋ม ปนัดดา' เผยผิวในวัยใกล้เลขห้า

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เผยผิวในวัยใกล้เลขห้า

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.37 น.

เผยผิวให้เห็นกันชัดๆ ไปเลย ดร.บุ๋ม – ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ถ้าไม่บอกอายุคงไม่รู้ว่านาทีนี้ย่างเข้าสู่ 47 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นสาวสวยในวัยใกล้เลขห้า แต่ยังคงหน้าเด็กแทบไม่เปลี่ยน แถมดีกรีก็ไม่ธรรมดาเคยดำรงตำแหน่งนางสาวไทยประจำปี พ.ศ. 2543 บวกกับอยู่ในวงการบันเทิงมานาน เป็นทั้งนักแสดง และพิธีกรที่มากความสามารถ พร้อมทั้งยังมีบทบาทเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมไม่ขาด ภารกิจที่มากมายขนาดนี้ แต่เรื่องดูแลตัวเองของคุณแม่ลูกสองก็ไม่พร่องเช่นกัน นับวันอายุที่มากขึ้นแต่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา คว้าพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวใหม่ล่าสุดจาก Dr.JiLL (ด็อกเตอร์จิล) กับผลิตภัณฑ์ Dr.JiLL ADVANCED ANTI-MELASMA CREAM (ด็อกเตอร์จิล แอดวานซ์ แอนตี้ เมลาสม่า ครีม)  ผลิตภัณฑ์ช่วยลดเลือนจุดด่างดำแห่งวัย  ช่วยจัดการปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ  อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำร้ายผิว

“บุ๋ม ดีใจที่ได้ร่วมงาน และได้มาเป็นครอบครัวด็อกเตอร์จิลค่ะ กับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ Dr.JiLL MELASMA ก่อนจะตัดสินใจรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ บุ๋ม ได้ทดลองใช้อย่างต่อเนื่อง ผิวบุ๋มมีความกระจ่างใสขึ้น และสีผิวดูสม่ำเสมอ  ไม่ใช่แค่บุ๋มคนเดียวเท่านั้นที่เห็นผล ยังมีตัวอย่างจากกลุ่มทดลองใช้ ในงานวิจัยของสถาบันผิวหนังที่น่าเชื่อถือ พบว่าผู้ใช้จริงได้ทดลองใช้มีความพึงพอใจในผลลัพธ์ เรื่อง ฝ้า กระ จุดด่างดำแลดูจางลง ที่สำคัญไม่มีก่อให้เกิดอาการระคายเคือง หรือทำให้ผิวบางลง เพราะผ่านการทดสอบจากสถาบัน Green Leaf มาแล้ว ของเขาดีจริงวันนี้เลยอยากบอกต่อ บุ๋มการันตีหน้ากระจ่างใส  ไม่มีฝ้าเท่ากับหน้าเด็ก ค่ะ” บุ๋มกล่าว

สำหรับ Dr.JiLL ADVANCED ANTI-MELASMA CREAM ขนาด 15 ml ช่วยปิดวงจร ฝ้า กระ จุดด่างดำ ลงลึกในชั้นผิวที่เป็นต้นเหตุของปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย 3 กลไกการทำงาน ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจาก Dr.JiLL    ตัดต้นตอสาเหตุหลักของการเกิดฝ้าด้วยการ “ยับยั้ง” เอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีเมลานินได้ตรงจุด “ลด” เม็ดสีเมลานินสะสม        “สกัดกั้น” การขนส่งเม็ดสีเมลานิน ไม่ให้ส่งไปยังผิวชั้นนอก โดยไม่ทำร้ายและไม่ระคายเคืองผิว จาก Gatuline Spot light 3% (กาตุไลน์) ที่สกัดจากออร์แกนิกจากธรรมชาติ จากกีวี่อิตาลี ผสมผสานกับสารสกัดจากรากสมุนไพรจีนขู่เซิง ออกฤทธิ์ในการป้องกันและรักษา ฝ้า กระ ลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวใหม่ให้กระจ่างใสยิ่งขึ้น จากผลการวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Chromameter® CR-400 ชี้ว่า ความเข้มของ ฝ้า กระ ลดลง 19.99 % ใน 14 วัน  และอาสาสมัคร  98% พึงพอใจ กับผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นคือ จุดด่างดำ ดูจางลง จนสังเกตได้  มั่นใจด้วยการการันตีจากสถาบันชั้นนำ อย่าง ECOCERT COSMOS, Natural Product Association, NSF  ว่า Gatuline Spot Light นี้เป็นสกัดจากธรรมชาติ และมีความปลอดภัยสูง ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบว่าไม่ระคายเคืองผิวจากสถาบัน Green Leaf

ลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ช่วยลดเลือนจุดด่างดำแห่งวัย Dr.JiLL ADVANCED ANTI-MELASMA CREAM  สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่  Line @Dr.JiLL, Shopee, Lazada, Tiktok shop  หรือตัวแทนจำหน่ายของทาง Dr.JiLL ทั่วประเทศ และติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.drjill.co.th