โซเชียลแห่ยกย่องเด็กอเมริกัน ช่วยหยุดรถรร. หลังคนขับหมดสติ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689930

โซเชียลแห่ยกย่องเด็กอเมริกัน ช่วยหยุดรถรร. หลังคนขับหมดสติ (คลิป)

29 เม.ย. 2566 11:03 น.

โซเชียลแห่ยกย่องเด็กอเมริกัน ช่วยหยุดรถรร. หลังคนขับหมดสติ (คลิป)

เด็กชายชาวอเมริกันชั้น ม.1 ได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ หลังแสดงความกล้าหาญเข้าช่วยหยุดรถโรงเรียนที่กำลังแล่นอยู่ หลังคนขับรถหมดสติกะทันหัน ช่วยชีวิตทุกคนบนรถให้ปลอดภัย

ดิลลอน รีฟส์ เด็กชายชาวอเมริกันชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชาวมิชิแกนของสหรัฐฯ กลายเป็นฮีโร่ หลังจากที่เขาเข้าช่วยหยุดรถโรงเรียนที่กำลังแล่นอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากคนขับรถหญิงหมดสติคาพวงมาลัย โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบนรถโรงเรียนจะเห็นคนขับหญิงรูปร่างท้วมเริ่มมีอาการวิงเวียน ก่อนที่เธอจะวิทยุแจ้งหน่วยงานขนส่งว่า เธอขับรถต่อไปไม่ไหวแล้ว และจะนำรถเข้าจอดเพื่อรอความช่วยเหลือ แต่เธอกลับหมดสติไปก่อน ทั้งๆ ที่รถยังคงวิ่งอยู่ เคราะห์ดีที่รีฟส์ที่นั่งอยู่แถวที่ 5 ของรถ เห็นเหตุการณ์ จึงรีบวิ่งเข้ามาคว้าพวงมาลัย และเหยียบเบรกจนรถจอดได้อย่างปลอดภัย โดยที่ไม่มีใครได้รับอันตราย ก่อนที่จะเรียกให้เพื่อนๆ บนรถที่ยังคงตื่นตกใจกับเหตุการณ์ ให้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

หลังเกิดเหตุ ทางผู้อำนวยการโรงเรียนที่รีฟส์ศึกษาอยู่ มีการแถลงข่าวและจัดพิธีประกาศเกียรติคุณให้แก่รีฟส์ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญของเขา ที่ช่วยให้เพื่อนๆ นักเรียนกว่า 60 ชีวิตปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะที่พ่อแม่ของรีฟส์ต่างกล่าวชื่นชมและภาคภูมิใจลูกชายฮีโร่ตัวน้อยของพวกเขา โดยระบุว่ารีฟส์เป็นเด็กดีและตั้งใจเรียน โดยเฉพาะปีนี้ที่ผลการเรียนของเขาดีมากและยังเป็นที่รักของเพื่อนๆ อีกด้วย และความกล้าหาญในครั้งนี้ของเขาก็ทำให้หัวใจพ่อกับแม่พองโตเลยทีเดียว.

ชมคลิป ที่นี่

ที่มา : CNN

สุดตะลึงเจอแมงมุมทำรังในหูหญิงชาวจีน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689921

สุดตะลึงเจอแมงมุมทำรังในหูหญิงชาวจีน (คลิป)

29 เม.ย. 2566 10:23 น.

สุดตะลึงเจอแมงมุมทำรังในหูหญิงชาวจีน (คลิป)

แพทย์ชาวจีนถึงกับตะลึง เมื่อเจอสิ่งแปลกปลอมในหูของหญิงสาววัย 40 ปีที่มาหาหมอ เนื่องจากหูของเธอไม่ค่อยได้ยินเสียงและเริ่มมีอาการปวดหู

เกิดเรื่องไม่คาดคิดกับหญิงสาวชาวจีนวัย 40 กว่าปี หลังจากที่เธอมีอาการปวดหู และเริ่มไม่ค่อยได้ยินเสียง ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวนของจีน ซึ่งหลังจากที่แพทย์สอดอุปกรณ์ส่องกล้องเข้าไปในรูหูของเธอก็ต้องผงะ เมื่อเจอกับใยขาวๆ หลายชั้น และเมื่อใช้คีมคีบใยเหล่านั้นออกไป ก็ไปเจอสิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า เพราะมันคือเจ้าแมงมุมตัวเป็นๆ ที่เป็นผู้ชักใยเหล่านี้นั่นเอง โดยเจ้าแมงมุมก็ตกใจที่เจอสิ่งแปลกปลอมบุกรุกเข้ามา ทำให้มันจะพยายามวิ่งหนีเข้าไปในรูหูที่ลึกขึ้น เคราะห์ดีที่แพทย์รายนี้มือไว สามารถใช้คีมหนีบตัวของมันออกมาได้สำเร็จ โดยพบว่าเป็นแมงมุมที่ไม่มีพิษ และหูของคนไข้ก็ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยหญิงสาวรายดังกล่าวก็ไม่รู้ว่า แมงมุมตัวนี้เข้าไปอยู่ในรูหูของเธอได้อย่างไร และมันเข้าไปใช้รูหูของเธอเป็นบ้านของมันตั้งแต่เมื่อไร.

ชมคลิป ที่นี่

ที่มา : เอพี

รัสเซียโหดจัด ระดมยิงมิสไซล์โจมตีทั่วยูเครน-เคียฟ ดับสลดอย่างน้อย 25 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689756

รัสเซียโหดจัด ระดมยิงมิสไซล์โจมตีทั่วยูเครน-เคียฟ ดับสลดอย่างน้อย 25 ศพ

28 เม.ย. 2566 18:54 น.

รัสเซียโหดจัด ระดมยิงมิสไซล์โจมตีทั่วยูเครน-เคียฟ ดับสลดอย่างน้อย 25 ศพ

รัสเซียระดมยิงขีปนาวุธ โจมตีหลายเมืองทั่วยูเครน รวมทั้งกรุงเคียฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ศพ จนนับเป็นการหวนกลับมาโจมตีเมืองหลวงยูเครน ครั้งแรกในรอบ 51 วัน

เมื่อ 28 เมษายน 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงหฤโหด หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เปิดฉากทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบในยูเครนตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565 กองทหารฝ่ายรัสเซียได้ระดมยิงมิสไซล์ (ขีปนาวุธ) โจมตีหลายเมืองทั่วประเทศยูเครน รวมทั้งกรุงเคียฟ เมืองหลวง เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ศพ บาดเจ็บหลายสิบคน หลังจากในเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 9 คน

เจ้าหน้าที่ยูเครน เผยว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธมาโจมตีอพาร์ตเมนต์ ที่พักอาศัยของพลเรือนแห่งหนึ่ง ที่เมืองอูมาน ทางภาคกลางของยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ และบาดเจ็บ 17 คน นอกจากนั้น รัสเซียยังยิงมิสไซล์ไปโจมตีที่เมืองนีโปร เป็นเหตุให้ผู้หญิงเสียชีวิต 1 ศพ และลูกสาววัย 3 ขวบของเธอเสียชีวิตด้วย

รัสเซียยิงขีปนาวุธมาโจมตีอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ที่เมืองอูมาน ทางภาคกลางของยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ เมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน 2566
รัสเซียยิงขีปนาวุธมาโจมตีอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ที่เมืองอูมาน ทางภาคกลางของยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ เมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน 2566


ขณะที่ตามรายงานของสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ ยังเกิดเหตุระเบิดหลายแห่งในเมืองเครเมนชุกและเมืองปอลตาวา

หัวหน้าฝ่ายจัดการทางทหารในกรุงเคียฟ บอกว่านับเป็นครั้งแรกในรอบ 51 วันที่รัสเซียหวนกลับมายิงมิสไซล์โจมตีกรุงเคียฟ แต่เบื้องต้น ไม่มีรายงานมีพลเรือนเสียชีวิต หรือบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้

รัสเซียยิงขีปนาวุธมาโจมตีอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ที่เมืองอูมาน ทางภาคกลางของยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ เมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน 2566
รัสเซียยิงขีปนาวุธมาโจมตีอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ที่เมืองอูมาน ทางภาคกลางของยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ เมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน 2566

ขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนยังกล่าวว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสามารถยิงสกัดมิสไซล์ได้ 21 ลูก จาก 23 ลูก และสามารถยิงโดรนติดอาวุธตก 2 ลูก

ที่มา : AljazeeraBBC

กรมการค้าภายใน คิกออฟ Fruit Festival 2023 จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727559

กรมการค้าภายใน คิกออฟ Fruit Festival 2023 จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

กรมการค้าภายใน คิกออฟ Fruit Festival 2023 จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.59 น.


ช่วยเกษตรกร!“กรมการค้าภายใน” คิกออฟ “Fruit Festival 2023” จับมือห้างท้องถิ่น เปิดจุดจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กว่า 1,000 ตัน หมดเกลี้ยงในพริบตา หวังช่วยระบายผลผลิตให้กับเกษตรกร กระตุ้นการบริโภคดันราคามะม่วงปีนี้เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง 

วันที่ 29 เม.ย.2566 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับชมรมทายาทห้างค้าปลีก-ค้าส่งแห่งประเทศไทย (ห้างท้องถิ่น) ซึ่งมีสาขาร่วมกันกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ แยกเป็นภาคอีสาน 69 สาขา ภาคใต้ 52 สาขา ภาคกลาง 41 สาขา ภาคเหนือ 38 สาขา ทำการ Kick off กิจกรรม Fruit Festival 2023 โดยนำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จากแหล่งผลผลิตในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลก กว่า 1,000 ตัน หรือ 1 ล้านกิโลกรัม มาเปิดจุดจำหน่ายในราคา 30 บาท/กิโลกรัม (กก.) เพื่อช่วยพี่น้องชาวสวนได้มีตลาดรองรับผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดมากในขณะนี้ และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาบริโภคผลไม้เพิ่มขึ้น และผลักดันให้ราคามะม่วงน้ำดอกไม้ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง 

โดยจากการติดตามกิจกรรมเปิดจุดจำหน่ายมะม่วงร่วมกับห้างท้องถิ่นกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พบว่า ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเดินทางมาซื้อมะม่วงตลอดทั้งวัน และบางจุดมะม่วงจำหน่ายหมดเกลี้ยงในพริบตา และผลผลิตที่เหลือคาดว่าจะจำหน่ายหมดเร็ว ๆ นี้ และเมื่อจำหน่ายหมด กรมฯ จะเข้าไปรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรในพื้นที่ ๆ ผลผลิตออกมาก มาเปิดจุดจำหน่ายต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่เปิดจุดจำหน่ายผ่านห้างท้องถิ่น แต่ในห้างค้าส่งค้าปลีก เช่น โลตัส บิ๊กซี แมคโคร ท๊อป ได้เปิดจุดจำหน่ายมะม่วง และผลไม้อื่น ๆ ในโครงการ Fruit Festival 2023 ด้วย 

ทั้งนี้ ผลจากการนำผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นฤดูกาลผลิตและกระจายออกนอกแหล่งผลิตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคามะม่วงน้ำดอกไม้ เกรด AB ปัจจุบันอยู่ที่ 20-25 บาท/กิโลกรัม (กก.) สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ 15-20 บาท/กก. ส่วนมะม่วงฟ้าลั่น ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 9-10 บาท/กก. สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ 6-7 บาท/กก.

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2566 ที่ผ่านมา นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน และกูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดงาน “พาณิชย์ Fruit Festival 2023” ซึ่งเป็น 1 ใน 22 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 เป็นครั้งแรก ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อจำหน่ายผลไม้สดและแปรรูปมากกว่า 100 ชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด สับปะรดภูแล ส้มสายน้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป ไอศกรีมทุเรียนและผลไม้ บ้าบิ่นทุเรียน พิซซ่าหน้าผลไม้ เป็นต้น และได้ร่วมมือกับพันธมิตรเอกชนและผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เช่น สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (พีที พีทีทีสเตชัน บางจาก เชลล์) นิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการแปรรูป การเคหะแห่งชาติ ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ส่วนราชการท้องถิ่น เข้ามาช่วยระบายผลผลิตมะม่วงผ่านช่องทางที่ตัวเองมีอยู่ ทั้งการนำไปจำหน่ายในปั๊มน้ำมัน รับพรีออเดอร์ผลไม้จากนิคมอุตสาหกรรม นำไปเปิดจุดจำหน่ายที่การเคหะแห่งชาติ ส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการระบายผลไม้ และช่วยให้ประชาชนสามารถหาซื้อผลไม้ไปบริโภคได้ง่ายขึ้น 

ในปี 2566 คาดการณ์ผลผลิตผลไม้ในประเทศจะมีปริมาณ 6.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.2 ล้านตัน จากผลผลิต 6.56 ล้านตันในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น 3% โดยผลผลิตที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ได้แก่ ทุเรียน เพิ่ม 18% มังคุด เพิ่ม 22% เงาะ เพิ่ม 4% ลองกอง เพิ่ม 80% และลำไย เพิ่ม 0.8% ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับภาคเอกชนและเกษตรกร ประชุมกำหนดแผนบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 ไว้ล่วงหน้าแล้ว และกำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก ปี 2566 จำนวน 22 มาตรการ มีเป้าหมายการรับซื้อผลผลิตรวม 700,000 ตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มนำมาตรการต่าง ๆ มาขับเคลื่อน เพื่อดูแลผลไม้ที่ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว ทำให้ราคาผลไม้อยู่ในเกณฑ์ดีตั้งแต่ต้นฤดู เช่น มะม่วงฟ้าลั่น ราคาสูงกว่าปีก่อน 46% มะม่วงน้ำดอกไม้ เพิ่ม 29-40% มังคุด เพิ่ม 80-146% เงาะโรงเรียน เพิ่ม 94% ทุเรียนหมอนทอง เพิ่ม 5% เป็นต้น

 

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก พระราชทาน‘วันพืชมงคล’ เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727507

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก  พระราชทาน‘วันพืชมงคล’  เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก พระราชทาน‘วันพืชมงคล’ เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รบ.แจก6พันธุ์ข้าวทรงปลูก พระราชทาน‘วันพืชมงคล’ เพื่อเป็นมิ่งขวัญสิริมงคล เปิดให้ลงทะเบียนได้แล้ว

รัฐบาลเตรียมแจก “6 พันธุ์ข้าว”ทรงปลูกพระราชทาน ใน“วันพืชมงคล” ปีนี้ เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวออนไลน์ได้แล้ว ถึงวันที่ 3 พฤษภาคมนี้

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 6 พันธุ์ จำนวน 2,244 กิโลกรัม นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 – 17 พฤษภาคม 2566 และนำไปบรรจุซองพลาสติก จำนวน 400,000 ซอง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล

ผู้ที่สนใจรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถลงทะเบียนออนไลน์ ได้ที่ https://rice.moac.go.th/ ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พฤษภาคม 2566 โดยสามารถรับพันธุ์ข้าว ได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 16 มิถุนายน 2566 ณ จุดที่ลงทะเบียนไว้ โดยกรุงเทพมหานคร รับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ที่ อาคารที่ทำการกรมการข้าว ชั้น 1

และส่วนต่างจังหวัด รับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ เบอร์โทรศัพท์ 02-561-3794 และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ทั้ง 29 แห่ง ศูนย์วิจัยข้าว ทั้ง 27 แห่ง และ สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี

สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน 6 พันธุ์ ประกอบด้วย 1.ขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม จำนวน 80,000 ซอง 2.ปทุมธานี 1 เป็นข้าวเจ้าผลผลิตสูง ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง จำนวน 60,700 ซอง

3. กข 43 เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จำนวน 72,500 ซอง 4. กข 85 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ทนต่อสภาพอากาศเย็น ให้ผลผลิตสูง จำนวน 98,600 ซอง 5.กข 87 เป็นพันธุ์ข้าวประเภทพื้นนุ่ม เมล็ดทางกายภาพดี คุณภาพการสีดีมาก เหมาะปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 75,300 ซอง และ6.กข 6 เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล จำนวน 12,900 ซอง

รพ.นครธน ปักหมุดยกระดับการรักษาโรคยากซับซ้อน ด้วย 6 ศูนย์ทางการแพทย์เฉพาะทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727645

รพ.นครธน ปักหมุดยกระดับการรักษาโรคยากซับซ้อน ด้วย 6 ศูนย์ทางการแพทย์เฉพาะทาง

รพ.นครธน ปักหมุดยกระดับการรักษาโรคยากซับซ้อน ด้วย 6 ศูนย์ทางการแพทย์เฉพาะทาง

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.53 น.

รพ.นครธน ยกระดับการรักษาโรคยากซับซ้อน ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีระดับสากล พร้อมบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์

โรงพยาบาลนครธน แถลงวิสัยทัศน์ใหญ่ กางพันธกิจปี 2566 ปักหมุดยกระดับการรักษาที่เหนือกว่า ชูความพร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง 6 ศูนย์ทางการแพทย์ ได้แก่ ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์หัวใจ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ   ศูนย์กระดูกสันหลัง ศูนย์มะเร็ง และศูนย์ทันตกรรม โดยชู 4 กลยุทธ์หลัก 1. ยกระดับการรักษา สู่การแพทย์เฉพาะทางโรคยากซับซ้อน 2. ผสานนวัตกรรมการรักษาอันทันสมัยและเทคโนโลยีการแพทย์มาตรฐานระดับสากล 3. ความร่วมมือกับพันธมิตรด้านการแพทย์ 4. การบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Healthcare) พร้อมรองรับผู้ใช้บริการทั้งกลุ่มคนไทย และกลุ่มชาวต่างชาติ ทั้งที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และที่เดินทางมาจากต่างประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการบริการที่เป็นเลิศอย่างเหนือความคาดหมาย (Service Beyond Expectation)

รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี โรงพยาบาลนครธนได้รับความไว้วางใจในการให้บริการดูแลผู้เข้ารับการรักษาในย่านพระราม 2 และพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตามมาตรฐานสากล และให้การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ทำให้เราไม่เคยหยุดพัฒนาทั้งด้านบุคลากรการแพทย์-พยาบาล ทีมงานบริการ ตลอดจนการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยมาให้บริการเพื่อสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย

ในปี 2566 นี้ เราชู 4 กลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน คือ 1. ยกระดับการรักษา สู่การแพทย์เฉพาะทางโรคยากซับซ้อน โดยก้าวขึ้นสู่การเป็นโรงพยาบาลที่มีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใน 6 ศูนย์หลัก ได้แก่ ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์หัวใจ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์กระดูกสันหลัง ศูนย์มะเร็ง และศูนย์ทันตกรรม นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการรักษา (Advanced Care) 2. ผสานนวัตกรรมการรักษาอันทันสมัยและเทคโนโลยีการแพทย์มาตรฐานระดับสากล อาทิ เครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิด สองระนาบ (Biplane Digital Subtraction Angiography) หรือ Biplane DSA มีเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์สำหรับการตรวจเฉพาะทางอื่นๆ ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาสะดวกสบายไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง 3. ความร่วมมือระหว่างพันธมิตรด้านการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก และ สไมล์ โอเปอเรชั่นส์ เพื่อทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น 4. การบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ หัวใจหลักในการให้บริการ สร้างความอุ่นใจและสบายใจให้กับผู้ป่วยและครอบครัว”

นายแพทย์วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ โรงพยาบาลนครธน กล่าวถึงศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง 6 ศูนย์ และรูปแบบการรักษาว่า “โรงพยาบาลนครธน เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Wellness) และการรักษา (Medical) แบบองค์รวม  โดยเราเน้น 6 ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมรักษา โรคยาก ซับซ้อน ดังนี้

ศูนย์สมองและระบบประสาท : รพ.นครธน มีการนำเครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ (Biplane Digital Subtraction Angiography) หรือ Biplane DSA ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เพิ่มศักยภาพในการร่วมรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีทีมแพทย์อายุรกรรม ศัลยแพทย์ระบบประสาท และแพทย์รังสีร่วมรักษาระบบประสาทและสมอง เพื่อการรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดสมอง  โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา ลดโอกาสการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาต ลดอัตราการพิการ

ศูนย์หัวใจ : รพ.นครธน ได้นำนวัตกรรมร่วมรักษาด้วยเครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ (Biplane Digital Subtraction Angiography) หรือ Biplane DSA ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบให้มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมทั้ง ยังช่วยลดปริมาณสารทึบรังสีที่ผู้ป่วยจะได้รับ และลดเวลาที่ใช้ในการทำหัตถการ

ศูนย์กระดูกสันหลัง : รพ. นครธน โดยความร่วมมือกับ บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก ซึ่ง รพ.นครธน ได้รับการสนับสนุนในการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน ในส่วนของแพทย์ และให้การรักษาตามแนวทางของ บำรุงราษฎร์ แต่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการตามมาตรฐานของ รพ.นครธน เพื่อรักษาผู้ที่มีปัญหาความผิดปกติทางกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง และเส้นประสาท พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพื่อผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

ศูนย์มะเร็ง : นอกจากศูนย์กระดูกสันหลังแล้ว รพ.นครธน ยังได้ร่วมกับ บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก เปิดศูนย์มะเร็งฮอไรซัน ให้การดูแลรักษาโรคมะเร็ง โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง และทีมสหสาขาวิชา ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญการด้านมะเร็ง ให้บริการตั้งแต่การป้องกัน การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา การติดตามผลการรักษาและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ไปจนถึงการดูแลด้านสภาวะจิตใจ โภชนาการ การจัดการกับความเจ็บปวดและการเฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำของโรคอย่างใกล้ชิด

ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ : รพ.นครธน ให้บริการตรวจวินิจฉัยรักษาและให้คำปรึกษาอาการโรคทางเดินอาหารและตับ โดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบทุกอนุสาขาและทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ครอบคลุมอย่างครบถ้วน อีกทั้ง มีการออกแบบห้องทำหัตถการส่องกล้อง ห้องเตรียมลำไส้ ห้องพักฟื้น และอุปกรณ์ที่ทันสมัย ซึ่งถือเป็นการวินิจฉัย และรักษาที่ครบวงจรภายในที่เดียวกัน (One Stop Service)

ศูนย์ทันตกรรม : รพ.นครธน ร่วมกับ สไมล์ โอเปอเรชั่นส์ ชูนวัตกรรมการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล และการนำเทคโนโลยีมาร่วมวินิจฉัย และรักษาทางทันตกรรม อาทิ การจัดฟันแบบใส Invisalign การผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน การใส่รากฟันเทียม ฯลฯ ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านทันตกรรม โดยทันตแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล

ด้าน คุณเพ็ญศิริ ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานการตลาดและพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลนครธน กล่าวเสริมว่า “โรงพยาบาลนครธน มุ่งเน้นศักยภาพในการขยายการให้บริการของศูนย์หลักทั้ง 6 ศูนย์ เพื่อทำให้โรงพยาบาลมีการให้บริการที่ครอบคลุมครบวงจร สามารถขยายฐานผู้ป่วยที่ต้องการเข้าถึงการรักษาเทคโนโลยีการรักษาสมัยใหม่ และช่วยสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคตอีกด้วย

นอกจากนี้ การร่วมมือทางด้านการแพทย์กับ บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก ในส่วนของศูนย์กระดูกสันหลังและศูนย์มะเร็ง และการร่วมมือกับ สไมล์ โอเปอร์เรชั่นส์ ในส่วนของศูนย์ทันตกรรม ยังช่วยส่งเสริมให้ภาพรวมของโรงพยาบาลมีทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้รายได้ในปี 2565 โดยรวมของ โรงพยาบาลนครธน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปี 2564 และผลกำไรมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 75% (ผลจากการเพิ่มบริการเพื่อรองรับสถาณการณ์โควิด-19) และตั้งเป้าอัตราการเติบโตของปีนี้ไม่น้อยกว่า 10% (สอดคล้องตามสถาณการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย)

โดยในปีนี้ยังมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นวัตกรรมเครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ (Biplane Digital Subtraction Angiography) หรือ Biplane DSA เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ การปรับปรุงสถานที่ภายใน และภายนอกโรงพยาบาลให้ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณทางเข้าโรงพยาบาล ตัวอาคาร ห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด และหอพักผู้ป่วย ไปจนถึงการพัฒนาระบบสารสนเทศ รวมใช้งบลงทุนกว่า 400 ล้านบาท

สำหรับแผนการตลาด นอกจากจะเน้นในกลุ่มคนไทยแล้ว ยังมีแผนขยายต่อไปกลุ่มคนไข้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ จีน และเมียนมา รวมทั้งกลุ่มคนไข้ต่างชาติที่อาศัยอยู่ในย่านพระราม 2 (Expat) ซึ่งคาดหวังสัดส่วนคนไข้ชาวต่างชาติจะมีอัตราเติบโตกว่า 30%”

สำหรับพันธกิจหลักในปี 2565-2569 นี้ รพ.นครธน มุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่การยกระดับการรักษา (Advanced Care) บริการดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม ให้การรักษากลุ่มโรคยาก ซับซ้อน ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับสากล พร้อมพัฒนาระบบฐานข้อมูลอันทันสมัยในรูปแบบดิจิทัล (Digital Transformation) อีกทั้ง ขับเคลื่อนการบริการต่อผู้รับบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Healthcare)” อีกด้วย

-(016)

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ขึ้นรับถ้วยตำแหน่ง CMTแพทย์สอนฟิลเลอร์ระดับสูงสุดของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727615

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ขึ้นรับถ้วยตำแหน่ง CMTแพทย์สอนฟิลเลอร์ระดับสูงสุดของไทย

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ขึ้นรับถ้วยตำแหน่ง CMTแพทย์สอนฟิลเลอร์ระดับสูงสุดของไทย

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.34 น.

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ขึ้นรับถ้วยตำแหน่ง CMTแพทย์สอนฟิลเลอร์ระดับสูงสุดของไทย พร้อมเผย “ปัญหาหมอกระเป๋า แพทย์ไม่ได้มาตรฐาน และการโฆษณาเกินจริง กำลังทำลายความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมความงามของประเทศ”

ปัญหาหมอกระเป๋า ยังคงเป็นปัญหาที่ดึงมาตรฐานและความเชื่อมั่นของธุรกิจความงามที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นทุกปี เพราะด้วยมูลค่าสูง ที่ดึงดูดให้ทุกๆ คนวิ่งเข้าหา บวกกับอิทธิพลยุคการตลาดออนไลน์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถสร้างกระแสและความเชื่อมั่น ให้คนทั่วไปหลงเชื่อได้ง่าย  รวมถึงบางครั้ง ก็จะมีบางคนเข้าไปรับบริการ นำมาซึ่งผลเสียต่อผู้รับบริการมากมายหลายเคส หลายกรณี หนึ่งในเคสที่หลายๆ คนได้รับผลกระทบหลังรับบริการหมอที่ไม่ได้มาตรฐาน หมอปลอม หรือแม้แต่หมอกระเป๋า ก็คือ ปัญหาการฉีดถุงใต้ตา การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ซึ่งได้รับผลข้างเคียงรุนแรง จนไม่สามารถแก้ไขได้ทันถ่วงทีก็มีมาแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ พูดคุยเรื่องดังกล่าว ในงาน มอบรางวัล Award Night Celebration 2023  จากบริษัท กัลเดอร์มา ประเทศไทย จำกัด  ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ผ่านมา

อยากรบกวน คุณหมอบอย นพ. พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ เล่าถึงถ้วยตำแหน่ง Country Mentor Trainer คืออะไร   “ถ้วยตำแหน่ง Country Mentor Trainer หรือ CMT ถ้วยรางวัลนี้ เป็นถ้วยทีได้รับเพราะ เราเป็นแพทย์ที่สอนฉีดฟิลเลอร์ มีความรู้ ความสามารถระดับสูงของไทย ซึ่งรางวัลนี้ เป็นตำแหน่งที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติด้วยครับ กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ถ่ายทอดความรู้เรื่องฟิลเลอร์ให้แพทย์ทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา, ฉีดถุงใต้ตา ฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ซึ่งผมเอง ยังได้นำเสนอเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูก รวมถึงคิดค้นเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มปลายทู่ ซึ่งผลงานนี้  ยังได้รับการตีพิมพ์ เกี่ยวกับเทคนิคฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า Butterfly Lift ในตำราทางการแพทย์นานาชาติ เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจ และทำให้วงการแพทย์ไทยเป็นที่ยอมรับจากแพทย์ทั่วโลกครับ”

“สิ่งที่ผมทำอยู่ตลอดก็เพื่อให้แพทย์บ้านเราได้รับความรู้ที่ถูกต้อง และสามรถนำไปปรับใช้ รวมถึงรักษาให้บริการคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลต่ออุสาหกรรมความงามในบ้านเรา ให้ไม่แพ้เกาหลีได้เหมือนกัน แต่ปัญหาหนึ่งที่กัดกินวงการในบ้านเรามาตลอด ก็คือ ข่าว เรื่องผลข้างเคียงจากการรักษา เพราะหมอปลอมบ้าง หรือแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานบ้าง ไม่เว้นแต่ละวัน แถมยังอาศัยสื่อโซเชี่ยลในโลกออกไลน์ ปั่นกระแส จากหมอปลอมก็กลายเป็นหมอจริงได้ หรือ จากหมอจริงที่ไม่มีประสบการณ์ก็กลายเป็นอาจารย์แพทย์ผู้มากประสบการณ์ ประมาณนั้นครับ ซึ่งขนาดตัวผมเองสอนฉีดฟิลเลอร์มาร่วม 10 ปี เดินทางไปสอนต่างประเทศมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ผมยังไม่เคยใช้คำว่า ‘อาจารย์แพทย์’ เวลาออกสื่อเลย และไม่เคยเรียกตัวเองว่าเป็นอาจารย์แพทย์ด้วย ผมเป็นแค่ ‘แพทย์วิทยากรสอนฉีดฟิลเลอร์’ ซึ่งคนที่ให้เกียรติ เรียกผมว่าอาจารย์ ก็เพราะความเคารพเราครับ ดังนั้นทางผู้บริโภคเองก็ควรตระหนักในเรื่องการเสพสื่อ และต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะเชื่อข่าวนั้นๆ เพื่อป้องกันการเป็นเหยื่อทางการตลาดครับ”   นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ เล่า ”

นับว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความเป็นครูบาอาจารย์ ที่ให้แนวคิดและการดำเนินชีวิตที่มีแต่ให้ และต้องการทำทุกอย่างบนความถูกต้อง เพื่อให้เป็นต้นแบบที่ดีในการสรา้งค่านิยมที่ดี ให้กับวงการแพทย์ไทยต่อไป

-(016)

กสศ.ปฏิรูประบบเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิตผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ (คนพิการ) ยืนหยัดพึ่งพาตนเองอย่างภาคภูมิใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727613

กสศ.ปฏิรูประบบเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิตผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ (คนพิการ) ยืนหยัดพึ่งพาตนเองอย่างภาคภูมิใจ

กสศ.ปฏิรูประบบเรียนรู้ตอบโจทย์ชีวิตผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ (คนพิการ) ยืนหยัดพึ่งพาตนเองอย่างภาคภูมิใจ

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.26 น.

กสศ. – สอศ. จับมือ 11 สถานศึกษา ‘ปฏิรูประบบเรียนรู้เพื่อมีงานทำตอบโจทย์ชีวิตผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ (คนพิการ)’ ด้วยสวัสดิการ หลักสูตร ระบบดูแลช่วยเหลือ และเครือข่ายสนับสนุน ชูบทบาทภาคเอกชนให้โอกาสทำงานอย่างสมศักดิ์ศรี ให้ความมั่นใจครอบครัวสนับสนุนลูกหลานยืนหยัดพึ่งพาตนเองอย่างภาคภูมิใจ

เมื่อเร็วๆนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษารุ่นที่ 2 โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ  โดยมีพิธีมอบเกียรติบัตรแก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา 2566 จำนวน 123 คน จากสถานศึกษา 10 แห่ง จาก 7 จังหวัด ได้แก่

1) วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล จ.นครปฐม  สาขาคอมพิวเตอร์กราฟฟิก สาขาไฟฟ้ากำลัง

2) วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพมหานคร สาขางานการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

3) วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา จ.ชลบุรี  สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล

4) วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่   สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล

5) วิทยาลัยสารพัดช่างสุรินทร์ จ.สุรินทร์  สาขาช่างเทคนิคการผลิต สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลสาขาอาหารและโภชนาการ

6) วิทยาลัยเทคนิคบางแสน จ.ชลบุรี  สาขาการจัดการสำนักงาน

7) วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย จ.หนองคาย  สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล

8) วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร  สาขาธุรกิจค้าปลีก  สาขาวิจิตรศิลป์

9) วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี จ.อุดรธานี  สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล  สาขาดิจิทัลกราฟิก

10) วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ สาขาดิจิทัลกราฟิก  สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล  สาขาอาหารและโภชนาการ

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  กล่าวว่า โครงการทุนนวัตกรรมอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส เป็นความร่วมมือระหว่าง กสศ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อพัฒนาโครงการวิจัยเชิงระบบด้านการจัดการศึกษาสายอาชีพเพื่อการมีงานทำร่วมกับสถานศึกษาสายอาชีพทั้งหมด 11 แห่งมาแล้ว 4 ปี ปัจจุบันมีนักศึกษา 4 รุ่น รวม 439 คน สำเร็จการศึกษาแล้ว 185 คน

ศ.ดร.สมพงษ์ ระบุว่า จากรายงานข้อมูลสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ล่าสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีคนพิการจำนวน 2,180,178 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 63.87 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา เท่านั้น โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ จึงมุ่งพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาสายอาชีพเพื่อการมีงานทำของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย ความบกพร่องทางด้านร่างกาย ความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ความบกพร่องทางการเรียนรู้และมีภาวะออทิซึม ความบกพร่องทางการมองเห็น ความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ความบกพร่องทางพฤติกรรม ด้วยแนวคิดและเป้าหมาย เปลี่ยนความพิเศษ เป็น พลัง สามารถจบการศึกษา พึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอย่างอิสระ เป็นสมาชิกของสังคมอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการพัฒนาตัวแบบระบบการศึกษาเพื่อการมีงานทำที่ตอบโจทย์ชีวิตของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า กสศ. ก่อตั้งมาด้วยภารกิจ 2 เรื่อง คือ การลดความเหลื่อมล้ำและการปฏิรูปการศึกษา โดยเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เสมอภาคกัน จึงเป็นตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในระบบการศึกษา ด้วยการเปล่งเสียง เปล่งแสง เปล่งโอกาส สร้างระบบหลักสูตรการเรียนรู้ ระบบเครือข่าย เพื่อให้การศึกษาได้ทำหน้าที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็มองว่าครอบครัวต้องมีชุดความคิดเพื่อสนับสนุนให้เยาวชนก้าวผ่านความกลัวด้วยความมั่นใจว่าปัจจุบันนี้ มีลู่ทางการศึกษามากมายที่ตอบโจทย์ของแต่ละคน

 “กสศ. และ สอศ. จะร่วมทำงานเพื่อให้เกิดเส้นทางการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษที่มีคุณภาพ และมีทางเลือกหลากหลาย และทำงานร่วมกับภาคเอกชน สถานประกอบ เพื่อเปิดประตูรับเยาวชนกลุ่มนี้เข้าทำงานอย่างสมศักดิ์ศรี

“รัฐบาลมีนโยบายสารพัดเรื่อง แต่ไม่มีพรรคไหนที่พูดเรื่องผู้มีความต้องการพิเศษ  ซึ่งแปลกมาก เรากำลังถูกรัฐมองข้ามความสำคัญรัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า วันนี้ต้องประสานเสียง ประสานใจ ส่งเสียงดัง ๆ เพราะผู้มีความต้องการพิเศษเหล่านี้มีตัวตน เป็นทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพของประเทศได้”  ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าคณะวิจัยโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สําหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ กสศ. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นงานวิจัยเชิงระบบเรื่องการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษที่ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ  5 ด้าน ได้แก่ 1.ระบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษที่มีความแตกต่างกัน 2.ระบบการเตรียมความพร้อมของนักศึกษา 3.ระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษาทุกมิติ 4.ระบบการบริหารจัดการของสถานศึกษา 5.บทบาทและการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ

“ปัจจัยสำคัญของการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ คือ Transition to work  หรือกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่การมีงานทำ ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมสนับสนุนในลักษณะของเครือข่ายความร่วมมือหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ครอบครัว สถานศึกษา สถานประกอบการ ชุมชน เพื่อให้ได้งานตรงตามสาขาที่เรียน ได้ใช้ศักยภาพที่แท้จริงทำงานและสามารถยืนหยัดพึ่งพาตนเองได้อย่างสมศักดิ์ศรี และภาคภูมิใจ”  ผศ.ดร.ชนิศา กล่าว

ปัจจุบัน กสศ. มีความร่วมมือกับสถานประกอบการ ภาคเอกชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและส่งเสริมการมีงานทำให้กับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ เช่น โครงการ Café Amazon for Change  บริษัท สานพลังวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด  บริษัท เบทาโกร จำกัด(มหาชน)  บริษัท สยามมิชลิน จำกัด

ทั้งนี้ จากการวิจัยพบว่า ทัศนคติครอบครัวที่มีลูกหลานเป็นเด็กพิเศษ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อเส้นทางชีวิตด้านการศึกษาและการทำงาน โดยส่วนใหญ่มีทัศนคติว่าบุตรหลานของตนเองใช้ชีวิตในสังคม เรียนหนังสือไม่ได้ ส่งผลให้เด็กเกิดความไม่มั่นใจ การให้ความรู้แก่ครอบครัวและเสริมสร้างทัศนคติที่ดีจึงเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อให้ครอบครัวมีความเชื่อมั่นในตัวลูกหลาน และส่งเสริมเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้

-(016)               

ข้าวแท่ง Rice Bar by NSL Foods จัดโปรฯ สุดคุ้มเอาใจทุเรียนเลิฟเวอร์ เฉพาะข้าวแท่งรสชาติข้าวเหนียวทุเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727574

ข้าวแท่ง Rice Bar by NSL Foods จัดโปรฯ สุดคุ้มเอาใจทุเรียนเลิฟเวอร์ เฉพาะข้าวแท่งรสชาติข้าวเหนียวทุเรียน

ข้าวแท่ง Rice Bar by NSL Foods จัดโปรฯ สุดคุ้มเอาใจทุเรียนเลิฟเวอร์ เฉพาะข้าวแท่งรสชาติข้าวเหนียวทุเรียน

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.14 น.

เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ ผู้ผลิต และจำหน่ายแบรนด์ “ข้าวแท่ง” เมนูข้าวนวัตกรรมอัดแท่งรูปแบบใหม่ ที่ใคร ๆ ได้ลองก็ล้วนติดใจ เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านรสชาติไทยแท้ ทานง่าย สะดวก ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และไลฟ์สไตล์เร่งรีบ สามารถถือข้าวทานได้เลย อิ่ม อร่อยง่าย ๆ แบบไม่ต้องใช้ช้อนล่าสุดจับมือร่วมกับ เซ็นทรัล รีเทล เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายข้าวแท่งไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีก เดินหน้าเสิร์ฟความอร่อยให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเมนูข้าวแท่งได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเอาใจคนรักทุเรียนจัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะข้าวแท่งรสชาติข้าวเหนียวทุเรียน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 2 พฤษภาคม 2566 ที่ท็อปส์ และแฟมิลี่มาร์ท ทั่วประเทศ พบกับ “ข้าวแท่ง” เมนูข้าวในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม 6 เมนู (ข้าวผัดหมู ข้าวกะเพราไรซ์เบอร์รี่อกไก่คลุก ข้าวเหนียวลาบหมู ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวอัญชันมะพร้าวลำไย ข้าวเหนียวเผือกโอนีแปะก๊วย) ได้แล้ววันนี้ที่ตู้แช่แข็ง ท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ท ทั่วประเทศ หรือจะไปอิ่มอร่อยกับเมนูข้าวแท่งทั้ง 18 เมนู สามารถไปทานได้ที่ร้านข้าวแท่ง Rice Bar by NSL ทั้ง 4 สาขา (สยามสแควร์วัน ชั้น 2, สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต, สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก, สีลมคอมเพล็กซ์ ชั้นบี) หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/KhowThang

‘ชีอิน’เปิดตัว ‘SHEIN ISLAND POP UP’ใจกลางสยามสแควร์วัน พร้อมแฟชั่นโชว์จากซัมเมอร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727573

'ชีอิน'เปิดตัว 'SHEIN ISLAND POP UP'ใจกลางสยามสแควร์วัน พร้อมแฟชั่นโชว์จากซัมเมอร

‘ชีอิน’เปิดตัว ‘SHEIN ISLAND POP UP’ใจกลางสยามสแควร์วัน พร้อมแฟชั่นโชว์จากซัมเมอร

วันเสาร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.12 น.

SHEIN แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ออนไลน์ระดับโลกจัดงานป็อปอัพต้อนรับซัมเมอร์ที่ชั้น LG สยามสแควร์วัน ตั้งแต่วันที่ 28เมษายน – 1 พฤษภาคม 2566 ภายในป็อปอัพแห่งนี้ได้เนรมิต “ISLAND”ในแบบฉบับของชีอินที่จะให้ทุกคนสนุกไปกับแฟชั่นคอลเลคชั่นฤดูร้อนสุดฮอตทั้งสำหรับผู้หญิง, ผู้ชาย และสำหรับเด็กให้พร้อมเริงร่าริมชายหาด จัดเต็มกับครั้งแรกของแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าผู้ชายและผู้หญิงและกิจกรรมมากมายโดยมี พร้อม-ราชภัทร วรสาร และมาร์ค-ศิวัช จำลองกุล มาร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ในวันที่ 28 เมษายน 2566 พบกับโปรโมชั่นที่สุดเซอร์ไพรส์ไปกับส่วนลด 25%สำหรับการใช้จ่าย 159 บาท ส่วนลด 300 บาท สำหรับการใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาทและลุ้นรับเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนฟรี เมื่อซื้อบัตรของขวัญขั้นต่ำ 500 บาท แฟน ๆ ของ SHEIN ยังสามารถตั้งตารอกิจกรรมสนุก ๆ เช่น หมุนวงล้อนำโชคเพื่อรับรางวัลและรหัสส่วนลด SHEIN ตลอดจนโพสต์บนโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #SHEINTHisland 
SHEIN ISLAND LOOKBOOK

มาดูกันว่าในงานจะมีลุคซัมเมอร์ไหนบ้างที่มาให้เลือกชม-ช้อปภายในงานเริ่มกันที่ลุคแรกกับเสื้อกล้ามสุดเร่าร้อนของผู้ชายสวมทับด้วยเชิ้ต สีเขียวอ่อนผ้าเบาสบายแมทช์เข้ากับกางเกงขาสั้นฮาวายสีขาวลายต้นมะพร้าว เป็นลุคที่เหมาะสำหรับเดินเล่นสบาย ๆริมชายหาด เคียงคู่มากับลุคสาวหวานที่มาในชุดผ้าถักปาดไหล่แขนกระดิ่งที่จับคู่กับกางเกงเข้ารูปเอวสูงพิมพ์ลายกราฟฟิกที่สามารถเข้าร้านสำหรับมื้อค่ำแสนพิเศษต่อได้เลยต่อด้วยลุคสุดเท่ที่ไม่ว่าใครก็ต้องห้ามพลาดกับเสื้อฮาวายลายปริ้นท์สีฟ้าน้ำทะเลสลับกับ สีส้มสุดคูลของผู้ชาย ที่สวมใส่ง่าย สบายเข้ากับฤดูร้อน
เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ผู้ชายทุกคนต้องมีติดตู้แมทเข้าคู่กับชุดแฟชั่นจัมพ์สูทคล้องคอลายดอกไม้ของผู้หญิงที่มากับลุคเท่ปนเซ็กซี่ ต่อกันที่ลุคที่เล่นสีโทนร้อนสุดสดใสอย่างสีแดง และส้มที่ดึงเสื้อยืดผู้ชายสีส้มมาใส่คู่กับเชิ๊ตฮาวายลายดอกทานตะวันใส่คู่กับกางเกงขาสั้นสีส้ม เดินมาคู่กับสาวมั่น ด้วยสายเดี่ยวครึ่งตัวและกระโปรงยาวผ้าพริ้วระบายลายปริ้นท์สีแดงเป็นลุคที่นอกจากจะแมทช์เข้าคู่กันแล้วยังเข้ากับซัมเมอร์ของเมืองไทยได้ดีสุด ๆ เอาใจสายล่องเรือ ด้วยลุคที่จะทำให้คอนเทนต์ปังขึ้น ด้วยลุคเสื้อเชิ้ตซีทรูสีขาวแมทช์คู่กับกางเกงขาสั้นสีขาวคอมพลีทลุคด้วยแอ็กเซสซอรี่เก๋ ๆ อย่างสร้อยมุกและแว่นตาสไตล์y2kสำหรับใครที่ชอบสีสันพลาดไม่ได้เลยกับลุคเสื้อเกาะอกที่ขาวแดง ลายดอกไม้จับคู่สีด้วยกระโปรงสั้นสีเขียวคลุมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าพลีทลายจุดสีแดงสุดแซ่บเพิ่มความสนุกให้ลุคด้วยรองเท้าสีส้มการันตีความชิคให้หน้าร้อนมั่นใจว่าเป็นหนึ่งในลุคที่ทุกคนต้องมีติดตู้อย่างแน่นอนอีกหนึ่งลุคที่ตัวแม่และสายแฟชั่นพลาดไม่ได้กับเชิ้ตลายทางสีฟ้าน้ำทะเลสลับขาวเติมกิมมิคด้วยสร้อยหินสีสดใสเสริมลุคให้ดูเท่ด้วยมวกแก็ปปีกเขียว ตามมาติด ๆ เอาใจสาว ๆผู้รักสีสันกับเซ็ทไหมพรมตาข่ายลายทางโดดเด่นด้วยการจับคู่สีที่ลงตัว นำเสนอความพริ้วไหวสดใสรับลมทะเลแบบขั้นสุด

ปิดท้ายด้ายลุคที่สาว ๆ จะต้องกรี๊ดกับ Total lookสุดเก๋ของตัวแม่สายแฟชั่นด้วยเสื้อไหมพรมดีเทลผูกเอวด้านหลังด้วยลายคลื่นที่เขียวสลับขาวสุดชิคถ่ายทอดความพริ้วไหวของลมทะเลสุดเร่าร้อนช่วงซัมเมอร์จับคู่กับกระโปรงลายอาร์ตปริ้นท์เพิ่มความคูลให้ลุคด้วยกระเป๋าสานลายตารางและเครื่องประดับที่เสริมความเผ็ดให้เหล่าตัวแม่ในลุคซัมเมอร์ใครสนใจลุคไหนเตรียมตัวช้อปได้ที่งาน SHEIN ISLAND POP UP มาสัมผัสประสบการณ์ Fashion Show สุดร้อนแรงและเลือกช้อปไอเทมเสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อนที่ฮอตกว่าซัมเมอร์ครั้ง ไหน ๆ ที่ Siam Square One ได้ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน จนถึง 1พฤษภาคม 2566 นี้#SHEINTHisland #SHEINforAll