เจ้า “โบบี้” สุนัขโปรตุเกสอายุมากที่สุดในโลก ฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694048

เจ้า "โบบี้" สุนัขโปรตุเกสอายุมากที่สุดในโลก ฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปี

15 พ.ค. 2566 08:46 น.

เจ้า “โบบี้” สุนัขโปรตุเกสอายุมากที่สุดในโลก ฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปี

“โบบี้” เจ้าของสถิติกินเนสส์บุ๊ก “สุนัขอายุมากที่สุดในโลก” ที่ยังมีชีวิตอยู่ ฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 31 อย่างอบอุ่น พร้อมหน้าครอบครัวที่โปรตุเกส

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า “โบบี้” เจ้าของสถิติกินเนสส์บุ๊ก สุนัขอายุมากที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ร่วมฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปี อย่างอบอุ่นกับคนในครอบครัวที่บ้านในเมืองคอนเกรอส เมืองชนบทเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศโปรตุเกส  

นายลีโอเนล คอสต้า เจ้าของโบบี้ เปิดเผยว่า งานวันเกิดจะจัดแบบเรียบง่ายตามธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวโปรตุเกส โดยคาดว่าจะมีสมาชิกครอบครัวและเพื่อนมาร่วมงานกว่า 100 คน เขาบอกว่า นับตั้งแต่กินเนสส์บุ๊กรับรองให้โบบี้เป็นเจ้าของสถิติสุนัขอายุมากที่สุดในโลก ก็ปรากฏว่ามีนักข่าวและผู้คนจากทั่วโลกให้ความสนใจเจ้าโบบี้อย่างมาก 

โบบี้ เป็นสุนัขสายพันธุ์แท้ “ราเฟโร โด อะเลนเตโจ” (Rafeiro do Alentejo) หรือ “โปรตุกส วอชด็อก” จัดเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่และแข็งแรงที่สุดของโปรตุเกส ซึ่งได้รับความนิยมในการเลี้ยงเฝ้าปศุสัตว์ เจ้าของเผยว่า โบบี้ เพิ่งได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์พบว่ามันมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แม้ก่อนหน้านี้เจ้าของกังวลว่ามันอาจจะเครียด หรือได้รับแรงกดดัน และถูกรบกวนจากการต้องเจอสื่อและผู้คนจำนวนมาก 

นายคอสต้า เจ้าของเปิดเผยว่า เขาอายุได้ 8 ขวบตอนที่เจ้าโบบี้เกิด และมันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาตั้งแต่นั้นมา แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ พ่อ พี่ชาย และญาติคนอื่นๆ ของเขาจะทยอยเสียชีวิตไปแล้ว เขาบอกว่าด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้โบบี้เริ่มเดินได้อย่างลำบาก และสายตาเริ่มพร่ามัว นอกจากนี้เขาเผยสาเหตุที่ทำให้โบบี้มีอายุยืนว่า อาจจะมาจากสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูที่อยู่ในบรรยากาศสุขสงบของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ที่มันอาศัยอยู่.

จีนเผยผลการศึกษา พบเส้นทางอพยพมนุษย์ยุคน้ำแข็งจากตอนเหนือของจีน สู่ทวีปอเมริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694044

จีนเผยผลการศึกษา พบเส้นทางอพยพมนุษย์ยุคน้ำแข็งจากตอนเหนือของจีน สู่ทวีปอเมริกา

15 พ.ค. 2566 08:26 น.

จีนเผยผลการศึกษา พบเส้นทางอพยพมนุษย์ยุคน้ำแข็งจากตอนเหนือของจีน สู่ทวีปอเมริกา

นักวิทยาศาสตร์จีนเปิดเผยหลักฐานใหม่ที่ชี้ว่า มีการอพยพของมนุษย์ยุคน้ำแข็ง จากชายฝั่งทางตอนเหนือของจีนไปยังทวีปอเมริกา และญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า คณะนักวิจัยจากสถาบันสัตววิทยาคุนหมิง สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันอื่นๆ ทั้งในจีน และจากอิตาลี เปิดเผยผลการสำรวจดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรมของมนุษย์ยุคร่วมสมัยจากทวีปยูเรเซียมากกว่า 100,000 รายการ และตัวอย่างของมนุษย์ยุคโบราณจากทวีปยูเรเซีย 15,000 รายการ ที่เก็บตัวอย่างมาเมื่อไม่นานนี้ โดยระบุว่าได้ค้นพบหลักฐานการอพยพจากชายฝั่งทางตอนเหนือของจีนไปยังทวีปอเมริกา และญี่ปุ่น ของมนุษย์ในยุคน้ำแข็ง 

ผลการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเซลล์ รีพอร์ตส (Cell Reports) แสดงให้เห็นเส้นทางการหลั่งไหลอพยพจากชายฝั่งทางตอนเหนือของจีนไปยังทวีปอเมริกาจำนวน 2 รอบ รอบแรกเกิดขึ้นในช่วงยุคน้ำแข็งระหว่าง 26,000-19,500 ปีก่อน และรอบที่สองมีขึ้นในช่วงที่น้ำแข็งละลาย เมื่อราว 19,000-11,500 ปีก่อน นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่าระหว่างการอพยพระลอกที่สองมีมนุษย์โบราณกลุ่มหนึ่งที่มีเชื้อสายบรรพบุรุษเดียวกันได้อพยพไปยังประเทศญี่ปุ่นด้วย

ก่อนหน้านี้เป็นที่ทราบทั่วไปว่าบรรพบุรุษของชนพื้นเมืองอเมริกันส่วนใหญ่เดินทางมาจากไซบีเรีย แต่หลักฐานทางพันธุกรรม ธรณีวิทยา และโบราณคดีเมื่อเร็วๆ นี้ได้แสดงให้เห็นว่ามีการอพยพหลายระลอกของมนุษย์จากหลากหลายพื้นที่ในยูเรเซีย ซึ่งเป็นทวีปที่มีพื้นที่ใหญ่สุดในโลก ประกอบด้วยพื้นที่ทั้งหมดของยุโรปและเอเชีย หลั่งไหลไปสู่ทวีปอเมริกา

นายหลี่ อวี้ชุน หัวหน้านักวิจัยของสถาบันสัตววิทยาคุนหมิง กล่าวว่า การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าประชากรจากพื้นที่ชายฝั่งทางตอนเหนือของจีนยุคโบรา เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งพันธุกรรมร่วมกัน (gene pool) ของชนพื้นเมืองอเมริกัน นอกเหนือไปจากบรรพบุรุษที่มาจากไซบีเรีย ออสเตรเลีย-เมลานีเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้การศึกษายังชี้ให้เห็นว่าแหล่งที่มาของพันธุกรรมของบรรพบุรุษเดียวกันนี้มีส่วนทำให้เกิดแหล่งพันธุกรรมร่วมกันของชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะชนเผ่าพื้นเมืองอย่างชาวไอนุ.

เลือกตั้งตุรกี คะแนนประธานาธิบดีหลุด 50% ส่อต้องลงคะแนนรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694030

เลือกตั้งตุรกี คะแนนประธานาธิบดีหลุด 50% ส่อต้องลงคะแนนรอบ 2

15 พ.ค. 2566 04:45 น.

เลือกตั้งตุรกี คะแนนประธานาธิบดีหลุด 50% ส่อต้องลงคะแนนรอบ 2

การนับคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศตุรกีมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย แต่คะแนนของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน กลับหลุด 50% ทำให้อาจต้องมีการเลือกตั้งรอบ 2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ช่องว่างระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตุรกีแคบลงเรื่อยๆ หลังผลโหวตจากเมืองใหญ่ๆ ในตุรกี ซึ่งมักเทคะแนนให้นาย เคมัล คิลิกดาโรกลู แคนดิเดตจากฝ่ายค้าน ทะยอยถูกนับรวมกับผลอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้ตอนนี้คะแนนของนายประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ลดลงต่ำกว่า 50% แล้ว

นายเอร์โดอันต้องการคะแนนโหวตมากกว่า 50% เพื่อไม่ต้องทำการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 2 เพื่อตัดเชือก แต่ล่าสุดคะแนนของเขาอยู่ที่ 49.86 % ขณะที่นายคิลิกดาโรกลู มีคะแนนตามมาติดๆ ที่ 44.38% หลังจากนับผลโหวตไปแล้ว 90%

หลังจากผลกคะแนนหลุด 50% ปรากฎขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ที่สำนักงานพรรค AK ของนายเอร์โดอัน ในนครอิสตันบูล บรรยาการการเฉลิมฉลองก็กลายเป็นมืดมนทันที เพลงต่างๆ ถูกปิดเงียบทั้งหมด

ด้านนายโซลี โอเซล ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของมหาวิทยาลัย คาดีร์ ฮาส ในอิสตันบูล กล่าวว่า มีโอกาสสูงที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ต้องตัดสินที่รอบตัดเชือก

ที่มา : cnn

เยอรมนีให้อาวุธยูเครนเพิ่ม-เซเลนสกีลั่น ไม่โจมตีดินแดนรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694029

เยอรมนีให้อาวุธยูเครนเพิ่ม-เซเลนสกีลั่น ไม่โจมตีดินแดนรัสเซีย

15 พ.ค. 2566 04:15 น.

เยอรมนีให้อาวุธยูเครนเพิ่ม-เซเลนสกีลั่น ไม่โจมตีดินแดนรัสเซีย

เยอรมนีจัดแพ็กเกจอาวุธลอตใหม่ให้ยูเครน ขณะที่โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยืนยัน เคียฟไม่ได้วางแผนโจมตีรัสเซีย แต่เตรียมตอบโต้กลับครั้งใหญ่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เดินทางเยือนกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 โดยเข้าพบปะหารือกับนาย โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และได้รับคำมั่นว่า เยอรมนีจะมอบแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารลอตใหม่

แพ็กเกจอาวุธดังกล่าวจะมีมูลค่า 2.7 พันล้านยูเครน ประกอบด้วยอาวุธต่างๆ รวมถึง รถถังเลพเพิร์ดของเยอรมัน และระบบต่อต้านอากาศยาน เพื่อยูเครนจากการโจมตีด้วยมิสไซล์และโดรนจากรัสเซีย ที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยนายชอลซ์สัญญาว่า จะสนับสนุนยูเครนต่อไปตราบที่จำเป็น

ด้านนายเซเลนสกีกล่าวว่า แพ็กเกจช่วยเหลือดังกล่าวเป็นแพ็กเกจขนาดใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานเมื่อกุมภาพันธ์ 2565 พร้อมยืนยันว่า เคียฟไม่ได้กำลังวางแผนโจมตีดินแดนของรัสเซีย แต่พวกเขากำลังเตรียมตัวโจมตีตอบโต้ เพื่อชิงคนดินแดนของพวกเขาที่ถูกเข้ายึดครองอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

คำพูดของนายเซเลนสกีเกิดขึ้นในขณะที่ รัสเซียกล่าวหายูเครนว่าโจมตีเข้ามาในดินแดนของพวกเขาหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์โดรนปริศนาถูกยิงตกใกล้พระราชวังเครมลินในกรุงมอสโกเมื่อเดือนก่อน

ฝ่ายยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่เน้นย้ำว่า พวกเขามีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะใช้กำลังวิธีอื่นๆ เพื่อชิงคืนดินแดนที่รัสเซียยึดการควบคุมไปคืนมา ซึ่งประกอบด้วย 4 แคว้นในภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศ กับแคว้นไครเมีย ที่ถูกรัสเซียผนวกรวมไปเมื่อปี 2557

ความเคลื่อนไหวอื่นๆ กองทัพอากาศของยูเครนเผยว่า พวกเขาทำลายโดรน 25 ลำ กับขีปนาวุธร่อน 3 ลูก ที่รัสเซียส่งมาเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ขณะที่รัสเซียยังคงโจมตีดินแดนที่พวกเขาควบคุมในแคว้นโดเนตสก์ มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ บาดเจ็บอีก 16 รายในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงวันอาทิตย์

ที่มา : bbc

เหยื่อลัทธิอดอาหารเคนยาส่อทะลุ 200 ศพ รองเจ้าลัทธิแฉความโหดร้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694026

เหยื่อลัทธิอดอาหารเคนยาส่อทะลุ 200 ศพ รองเจ้าลัทธิแฉความโหดร้าย

15 พ.ค. 2566 03:15 น.

เหยื่อลัทธิอดอาหารเคนยาส่อทะลุ 200 ศพ รองเจ้าลัทธิแฉความโหดร้าย

เจ้าหน้าที่เคยเจอศพที่คาดว่าเป็นเหยื่อของลัทธิอดอาหารแล้วมากกว่า 200 ศพ ในขณะที่รองเจ้าลัทธิยอมรับว่า พวกเขามุ่งเป้าไปที่เด็กก่อน ตามด้วยผู้หญิงและผู้ชาย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ตำรวจเคนยาขุดหลุมศพขนาดใหญ่ในป่าชาคาโฮลา ใกล้เมืองชายฝั่งที่ชื่อว่ามาลินดี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ พบศพผู้เสียชีวิตที่อาจเป็นเหยื่อของลัทธิอดอาหารแล้วถึง 201 ศพ ในขณะที่อดีตรองเจ้าลัทธิยอมรับว่าพวกเขามุ่งเป้าหมายไปที่เด็กก่อน

นายตีตุส คาตานา ผู้เคยเป็นรองนักเทศน์ของโบสถ์ Good News International Church ที่ตอนนี้ถูกขนานนามว่า ลัทธิอดอาหาร บอกกับสำนักข่าว นิวยอร์กไทม์ส ว่า เด็กเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกสังหาร ด้วยการสั่งให้อดอาหารกลางแดด เพื่อที่จะได้เสียชีวิตเร็วขึ้น ตามด้วยผู้หญิงและผู้ชาย

นายคาตานา ซึ่งปัจจุบันกำลังให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนคดีนี้เล่าอีกว่า เด็กๆ ถูกปฏิบัติอย่างโหดร้าย พวกเขาถูกขังในกระท่อมนาน 5 วันโดยไม่มีอาหารและน้ำ จากนั้นพวกเขาจะนำผ้าห่มมาพันร่างเด็กๆ แล้วนำไปฝัง แม้บางคนจะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม

ทั้งนี้ โบสถ์ Good News International Church ของบาทหลวง พอล แมกเคนซี ถูกกล่าวหาว่า บอกให้สาวกอดอาหารจนเสียชีวิตเพื่อขึ้นสวรรค์ไปพบกับพระเจ้าเร็วขึ้น

เจ้าหน้าที่ของเคนยาทำการชันสูตรศพจำนวนหนึ่งที่ขุดพบ และเจอร่องรอยของการอดอาหาร การถูกทำให้ขาดอากาศ และถูกทุบตี ท่ามกลางรายงานว่าตอนนี้ยังมีสาวกของลัทธิหายตัวไปมากกว่า 600 คน โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นหรือตาย

ด้านนายแมกเคนซีที่ตอนนี้อยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ ยืนยันว่า เขาปิดโบสถ์ไปตั้งแต่ 4 ปีก่อนแล้ว หลังจากเปิดและเผยแพร่คำสอนผิดๆ ของเขามานานเกือบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบีบีซี สืบพบว่าคำสอนหลายร้อยบทของเขายังคงแพร่กระจายไปบนโลกออนไลน์ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวกับการทำตามคำทำนายเรื่องวันแห่งการพิพากษาในคัมภีร์ไบเบิล

ขณะที่ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เดลี่ เนชั่น ในเคนยาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน นายแมกเคนซี ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาบังคับให้สาวกอดอาหาร

ด้านนายคาตานา กล่าวว่า เขาถอนตัวออกจากลัทธิเนื่องจากคำสอนของนายแมกเคนซีเริ่มแปลกประหลาดเกินไป นายแมกเคนซี อ้างว่า ตัวเองได้รับวิวรณ์จากพระเจ้า และเผยแพร่คำสอนเรื่องการต่อต้านการศึกษา อ้างว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย เขายังสนับสนุนให้มารดาหลีกเลี่ยงที่จะรับการรักษาทางการแพทย์หลังคลอดลูก และไม่ให้เด็กรับวัคซีนด้วย

เนื้อหาคำสอนบนโลกออนไลน์ของโบสต์ของนายแมกเคนซียังพูดถึงเรื่องจุดจบของโลก, หายนะที่กำลังใกล้เข้ามา และอันตรายของวิทยาศาสตร์ นอกจากนั้นยังมีการเตือนหลายครั้งเรื่องกองกำลังของซาตานที่แทรกซึมอยู่ในกลุ่มผู้มีอำนาจทั่วโลกด้วย.

ที่มา : bbc

ไซโคลนระดับ 5 ‘โมคา’ ขึ้นฝั่งถล่มเมียนมา-บังกลาเทศ ค่ายอพยพรอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694025

ไซโคลนระดับ 5 ‘โมคา’ ขึ้นฝั่งถล่มเมียนมา-บังกลาเทศ ค่ายอพยพรอด

15 พ.ค. 2566 01:52 น.

ไซโคลนระดับ 5 ‘โมคา’ ขึ้นฝั่งถล่มเมียนมา-บังกลาเทศ ค่ายอพยพรอด

ไซโคลน โมคา เคลื่อนตัวผ่านเมียนมาและบังกลาเทศเมื่อวันอาทิตย์ แต่สร้างความเสียหายไม่มากนัก โดยที่ค่ายผู้อพยพที่อยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ เสียหายไม่มากอย่างที่กังวล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 ไซโคลน ‘โมคา’ เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งระหว่างเมืองค็อกซ์บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศกับเมืองซิตตเว ของเมียนมา ในฐานะพายุระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด มีความเร็วลมสูงสุด 195 กม./ชม. ทำให้มันกลายเป็นพายุรุนแรงที่สุดที่พัดขึ้นอ่าวเบงกอลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ตามรายงานของ เอเอฟพี โซโคลน โมคา เคลื่อนตัวผ่านเมียนมาไปเกือบทั้งหมดแล้วในช่วงกลางดึกวันอาทิตย์ โดยที่สำนักงานสภาพอากาศอินเดียระบุว่า พายุอ่อนกำลังลงเนื่องจากเผชิญกับภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาของเมียนมา

นายคัมรุล ฮาซาน เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการภัยพิบัติของบังกลาเทศ ยืนยันว่า ไม่มีความเสียหายขนาดใหญ่เกิดขึ้นในประเทศของเขา และทางการก็อพยพประชาชนไปล่วงหน้าแล้วกว่า 750,000 คน

ที่เมืองค็อกซ์บาซาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งค่ายอพยพขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้อยู่อาศัยนับล้านคน ได้รับความเสียหายน้อยกว่าที่กลัวกันก่อนหน้านี้ โดยนายมีซานูร์ ราห์มัน สมาชิกกรรมาธิการผู้อพยพ เผยว่ามีที่พักชั่วคราวเสียหาย 400-500 หลัง แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

ส่วนที่เมืองเทคนาฟ ในบังกลาเทศ มีต้นไม้หักโค่นกีดขวางถนน อาคารเสียหายจำนวนหนึ่ง

ในขณะเดียวกันที่เมืองซิตตเว บริเวณชายฝั่งของเมียนมา ประสบปัญหาการสื่อสารถูกตัดขาดหลังพายุเข้า ถนนในเมืองถูกน้ำท่วมเนื่องจากคลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง หรือสตอร์มเซิร์จ หลังคาอาคารถูกแรงลมพัดจนหลุด เสาไฟฟ้าหักโค่น ส่วนชาวเมืองหลายพันคนที่อพยพไปตั้งแต่วันเสาร์ กำลังประสบปัญหาขาดอาหารเนื่องจากต้องรีบหนีพายุ

นอกจากนั้น ลมกระโชกแรงยังสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนซึ่งสร้างด้วยผ้าใบกันน้ำกับไม้ไผ่ ที่ค่ายผู้อพยพโรฮีนจา ในเมืองเจาะพยู ในรัฐยะไข่ของเมียนมาด้วย

ที่มา : cna

กรมข้าวตรวจศูนย์ฯข้าวสุพรรณบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730822

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและเร่งรัดการเบิกจ่าย โครงการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี บนพื้นที่กว่า 20 ไร่

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวภายหลังการตรวจพื้นที่ในการสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี ว่าได้ดำเนินงานโครงการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มเติมในจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกข้าวมากกว่า 300,000 ไร่ต่อปี (นาปีและนาปรัง) และยังไม่มีหน่วยงานที่มีภารกิจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยาย ชั้นพันธุ์จำหน่ายอยู่ในพื้นที่ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี พร้อมติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ และครุภัณฑ์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน วงเงินกว่า 250 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนได้ในปีงบประมาณ 2567

“หากสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีแห่งนี้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน/ปี ซึ่งจะช่วยขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวภาพรวมของกรมการข้าว เกิดหน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการและบริการประชาชนในพื้นที่ ตอบสนองนโยบายของรัฐในการส่งเสริมการผลิตข้าวผ่านโครงการต่างๆ สร้างความมั่นคงทางเมล็ดพันธุ์ของประเทศ ตลอดจนให้เกษตรกรได้มีเมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพใช้เพาะปลูก อีกทั้งเพื่อเป็นการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในพื้นที่ขาดแคลนต่อไป” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

เกษตรฯประชุมติดตาม ทำโครงการBCGโมเดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730823

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนโครงการ BCG Model ภาคเกษตรของจังหวัด ผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting โดยประชุมติดตามผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1.การรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนโครงการ BCG Model ภาคการเกษตรของจังหวัดนำร่อง ได้แก่ จ.ลำปาง จ.ขอนแก่น จ.ราชบุรี จ.จันทบุรี และ จ.พัทลุง

2.การพิจารณาขับเคลื่อนแผนงาน BCG Model ของจังหวัด และ 3.การขับเคลื่อน BCG Model นำร่องรายภาค ได้แก่ 3.1 ภาคเหนือ จ.น่าน (กาแฟ) 3.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครพนม (จิ้งหรีด) 3.3 ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี (ข้าว กข43) และ จ.นครนายก (ปลาดุก) 3.4 ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา (มะม่วง) 3.5 ภาคใต้ จ.ระนอง (มังคุด)

สวพส.-อปท.ป้องกันไฟป่า แก้ปัญหาหมอกควันชุมชนบนพื้นที่สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730820

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) กล่าวว่า ได้ทำงานเชิงรุกโดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บนพื้นที่สูง 44 แห่ง จัดทำแผนรณรงค์ป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหาหมอกควัน โดยส่งเสริมชุมชนมีส่วนร่วมในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งแยกพื้นที่ป่าและที่ทำกินป้องกันการบุกรุกป่า 440 ชุมชน อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร 1,203,426 ไร่ โดยการจัดทำแนวกันไฟ ลาดตระเวนป้องกันไฟป่า จัดทำฝายชะลอน้ำ ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูเพิ่มความหลากหลายของระบบนิเวศต้นน้ำและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้ชุมชนมีแหล่งน้ำใช้อย่างพอเพียง มีอัตราการเกิดจุด Hotspot น้อยกว่าพื้นที่ไม่ได้รับการพัฒนา คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ มีการนำองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ในชุมชนบนพื้นที่สูง มีส่วนทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูง ซึ่งสามารถเปรียบเทียบง่ายๆ จากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ 50 ไร่ สร้างรายได้ประมาณ 200,000 บาท ขณะที่ปลูกพืชผักในโรงเรือนตามองค์ความรู้จากโครงการหลวงบนพื้นที่ 0.5 ไร่ เกษตรกรสร้างรายได้ประมาณ 200,000 บาท เช่นเดียวกันแต่ใช้พื้นที่น้อยกว่า และยังเป็นผลให้จุด Hotspot ในพื้นที่สูงลดลงด้วย

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าช่วงปี 2565 มีจุดความร้อนน้อยกว่าปี 2564 ถึง 1,629 จุด และในช่วงวันที่ 1 มกราคม–31 มีนาคม 2566 เกิดจุดความร้อนในพื้นที่โครงการ 4,118 จุด คิดเป็นร้อยละ 6 ของการเกิดจุดความร้อนของพื้นที่จังหวัดที่มีโครงการตั้งอยู่ (ภาพรวมในพื้นที่ทั้งจังหวัด 12 จังหวัด ที่มีโครงการตั้งอยู่ เกิด 67,861 จุด) อีก 1 ตัวอย่างของการจัดทำแนวกันไฟ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่มะลอ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่มีกระบวนการมีส่วนร่วม ของชุมชน ทั้งการจัดประชุม ให้ความรู้ ชี้แจง วางแผนร่วมกัน โดยใช้แผนที่ดินรายแปลง เป็นเครื่องมือกำหนดจัดโซน แบ่งเขตในการดูแลพื้นที่ และเตรียมกำลังคน อุปกรณ์ทำแนวกันไฟ (ไม้ตบไฟ เครื่องเป่า วิทยุสื่อสาร) รวมทั้งติดตามเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้าเขตป่าชุมชน มีการจัดเวรยาม ลาดตระเวน อย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้มีการลักลอบเผาอีก

สำหรับความสำเร็จของการดำเนินงานในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง มีส่วนให้ชุมชนเข้มแข็ง ง่ายต่อการส่งเสริมด้านอาชีพเกษตรกรรมช่วยลดการเผาและสร้างรายได้ (ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก กาแฟ) มีการตั้งกติกา สร้างกฎระเบียบ ร่วมกับหน่วยงาน (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ) เพื่อป้องกันไฟป่าและหมอกควัน ฝุ่น PM2.5 มีการปฏิบัติตามมาตรการของอำเภอ/จังหวัด พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และดูแลป่าต้นน้ำ ชุมชนอนุรักษ์ ปลูกป่า ป้องกันไฟป่า พื้นที่ป่าชุมชน ในลักษณะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนและชุมชนในพื้นที่

รองปลัดฯเปิดงาน วิชาการนานาชาติ จัดกิจกรรมสัมมนา งานวิจัยด้านสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730817

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นผู้แทน ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่ 22 ประจำปี 2566 (The 22nd Chulalongkorn University Veterinary Conference: CUVC 2023) ณ ห้องประชุมมิตรทาวน์ Hall1 สามย่านมิตรทาวน์

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความรู้วิชาการทางการสัตวแพทย์ที่เป็นปัจจุบันรวมถึงนวัตกรรมในอนาคต ภายใต้แนวคิด Accelerating impactful innovative research for global health, food security and pet wellness ซึ่งภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อต่างๆ โดยแบ่งตามรายชนิดของสัตว์ อาทิ สัตว์ปีก สุกร สัตว์เล็ก สัตว์น้ำสัตว์ป่า และสัตว์เคี้ยวเอื้อง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมออกบูธประชาสัมพันธ์ผู้สนับสนุนงานประชุมดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมการวิจัยในเรื่องของสุขภาพสัตว์ที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ความปลอดภัยทางอาหาร และนวัตกรรมทางสัตวแพทย์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ สามารถประยุกต์และนำไปใช้ได้จริง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาวิชาชีพสัตวแพทย์ได้อย่างยั่งยืน