กรมชลฯสั่งการ งัด12มาตรการ ใช้6แนวปฏิบัติ รับมือฝนปี’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736641

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,438 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น ร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯรวมกันรองรับปริมาณน้ำได้อีก 34,899 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,191 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 12,680 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เรื่อง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณฝนตกเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ใน 21 จังหวัดทุกภูมิภาค จึงกำชับให้สำนักงานชลประทานในพื้นที่เสี่ยงดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของ กอนช.ปรับเป็น 6 แนวทางปฏิบัติ ประกอบด้วย 1.กักเก็บเต็มประสิทธิภาพ 2.คาดการณ์พื้นที่เสี่ยง 3. หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง 4.ระบบชลประทานเร่งระบาย 5.เตรียมพร้อมเครื่องมือเครื่องจักร และ 6.แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ รวมถึงเตรียมรับมืออุทกภัย วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำท่า และกำหนดผู้รับผิดชอบพื้นที่เสี่ยง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสรรทรัพยากร อาทิ เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และอื่นๆ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

โครงการคลองขุดใหม่ป่าสัก-อ่าวไทย ยาว 135 กม. ช่วยระบายน้ำหลากและแก้น้ำแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736590

โครงการคลองขุดใหม่ป่าสัก-อ่าวไทย ยาว 135 กม. ช่วยระบายน้ำหลากและแก้น้ำแล้ง

โครงการคลองขุดใหม่ป่าสัก-อ่าวไทย ยาว 135 กม. ช่วยระบายน้ำหลากและแก้น้ำแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.28 น.

กรมชลฯ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูจุดก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำป่าสัก-อ่าวไทยระยะที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา คาดว่าโครงการนี้จะช่วยระบายน้ำหลากและแก้ภัยแล้งได้อย่างตรงจุด

กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย ระยะที่ 1 จังหวัดฉะเชิงเทรา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปดูจุดที่จะก่อสร้างคลองระบายน้ำป่าสัก-อ่าวไทย ณ จุดสิ้นสุดโครงการบริเวณอ่าวไทย ตำบลคลองสอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งนำทีมโดย นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ย้ำว่าโครงการนี้จะช่วย เพิ่มศักยภาพระบบชลประทาน บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และวิกฤตน้ำหลากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ได้อย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กล่าวว่าโครงการนี้จะเริ่มต้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

“โครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก – อ่าวไทย เป็นคลองขุดใหม่ เพื่อให้เป็นคลองระบายน้ำหลาก จากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักให้ไหลลงสู่อ่าวไทย มีความยาวรวมทั้งสิ้นประมาณ 135.555 กิโลเมตร

เริ่มจากแม่น้ำป่าสักบริเวณ ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ผ่านพื้นที่ 38 ตำบล 11 อำเภอ ใน 5 จังหวัด คือ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ รวมพื้นที่ก่อสร้างโครงการทั้งสิ้น 16,305 ไร่

ซึ่งการสำรวจ ออกแบบได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยโครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย ระยะที่ 1 เริ่มตั้งแต่ กม.81+000 (อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา) ถึง กม.135+555 (ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา) รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 54.555 กิโลเมตร”

โครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก – อ่าวไทยจะช่วยเพิ่มศักยภาพระบบชลประทาน บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบายน้ำได้ 600 ลบ.ม./วินาที ลดการเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และวิกฤตน้ำหลากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในพื้นที่อีกด้วย โดยสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในปลายฤดูฝนได้อีก 57.4 ล้าน ลบ.ม. สร้างความพึงพอใจและความกินดีอยู่ดีให้กับราษฎรในพื้นที่

ซึ่งโครงการนี้ได้จัดประชุมปฐมนิเทศสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรและผู้มีส่วนได้เสียไปแล้ว 2 เวที ตั้งแต่วันที่ 19 – 20 ตุลาคม 2564 และการประชุมกลุ่มย่อยอีก 3 ครั้ง รวม 17 เวที ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 จนถึงเดือนมีนาคม 2566 และได้มีการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศ ไปแล้วเมื่อวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

โครงการคลองระบายน้ำหลากป่าสัก – อ่าวไทย ใช้งบประมาณก่อสร้างจากการศึกษาเบื้องต้น เป็นค่าเวนคืนที่ดินประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท และค่าก่อสร้างคลองระบายน้ำรวมทั้งอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท รวมมูลค่าโครงการร่วม 1 แสนล้านบาท ซึ่งหลังจากสำรวจ ออกแบบโครงการเสร็จสิ้นแล้วก็จะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ต่อไป

สิ่งที่ต้องรู้ เมื่อไหร่ที่คุณควรเรียกรถพยาบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736606

สิ่งที่ต้องรู้ เมื่อไหร่ที่คุณควรเรียกรถพยาบาล

สิ่งที่ต้องรู้ เมื่อไหร่ที่คุณควรเรียกรถพยาบาล

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.15 น.

ความต้องการทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่บ้าน หรืออยู่นอกบ้าน พญ.ทานตะวัน จอมขวัญใจ แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency Room) โรงพยาบาลนวเวช เผยถึงข้อมูลควรรู้ก่อนเรียกรถพยาบาล เพื่อเข้าถึงการรักษาที่ทันท่วงที ทั้งนี้ การประเมินการใช้รถพยาบาลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อาการของผู้ป่วย ระยะเวลาเข้าถึงในการช่วยเหลือผู้ป่วย เป็นต้น

รถพยาบาล หรือ Ambulance เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลผู้ป่วย โดยมีระดับของรถพยาบาลอยู่ 3 ระดับ คือ ระดับทั่วไป : การรับคนผู้ป่วยออกมาจากที่เกิดเหตุมาส่งที่โรงพยาบาล สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ อุปกรณ์ในรถพยาบาลจะมีเปลขนย้ายที่สามารถยึดติดกับรถพยาบาลได้ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เช่น กระเป๋าชุดปฐมพยาบาล เป็นต้น ระดับเบสิก : มีลักษณะพิเศษเพิ่มขึ้นมา สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นในภาวะไม่รุนแรง ไม่คุกคามต่อชีวิต อุปกรณ์ในรถพยาบาลประกอบด้วย อุปกรณ์ช่วยชีวิต ออกซิเจน อุปกรณ์ให้ออกซิเจน อุปกรณ์การขนย้ายลำเลียง กระเป๋าชุดปฐมพยาบาล และระดับ Advanced : รถพยาบาลจะมีความเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วยทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี และรถพยาบาลที่มีความพร้อมมากขึ้น ในรถพยาบาลจะมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นสูง อาทิ สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ในกรณีที่พบผู้ป่วยไม่หายใจ สามารถปั๊มหัวใจได้หรือให้ยาช่วยชีวิตในเบื้องต้น มักจะมีทีมแพทย์เฉพาะทางและพยาบาลที่มีความชำนาญการไปกับรถพยาบาลด้วย ดังนั้น อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยก็จะลดลง

อย่างไรก็ตาม หากเกิดข้อสงสัยว่าควรเรียกรถพยาบาลเมื่อไหร่นั้น ทางศูนย์บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency Room) โรงพยาบาลนวเวช มีคำตอบที่สามารถช่วยเป็นแนวทางได้ ดังนี้ ผู้ป่วยกำลังอยู่ในภาวะที่คุกคามต่อชีวิตหรือไม่? เช่น มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง อาการของผู้ป่วยอาจแย่ลงกว่านี้ และอาจคุกคามต่อชีวิตขณะกำลังเดินทางไปยังโรงพยาบาลหรือไม่? เช่น มีอาการหายใจผิดปกติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หน้าเขียว หรือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บยิ่งขึ้นหรือไม่? เช่น มีประวัติตกจากที่สูง แขนขาผิดรูป จำเป็นต้องใช้ทักษะของบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์ในสถานการณ์นี้หรือไม่ รวมถึงระยะทางและการจราจรอาจทำให้เกิดความล่าช้าจนเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยหรือไม่? ถ้าคุณตอบว่า “ใช่”ในข้อใดข้อหนึ่งหรือคุณไม่แน่ใจ โปรดเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินทันทีที่หมายเลขโทรศัพท์ 1669 หรือโรงพยาบาลนวเวช 02-4839944

เนื่องจากการออกไปรับผู้ป่วย ทางทีมแพทย์และพยาบาล ต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนออกไปรับ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเรียกรถพยาบาล คือ 1.ต้องให้ข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น มีผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บในลักษณะใด อาการเป็นอย่างไร 2.บอกสถานที่เกิดเหตุและเส้นทางให้ชัดเจน 3.บอกชื่อ เพศ และอายุของผู้ป่วยได้

4.บอกระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วยได้ 5.บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น เหตุเกิดบนท้องถนน หรือสถานที่มีก๊าซพิษ 6.บอกชื่อผู้แจ้ง และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้

หลังแจ้งเหตุ จะได้รับคำแนะนำเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ผู้แจ้งเหตุควรทำการดูแลผู้ป่วยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และรอทีมจากรถพยาบาลไปดูแลเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ ทีมรถพยาบาลโรงพยาบาลนวเวชมีบริการรถพยาบาล ทั้งในแบบ Basic และ Advance ให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โทร.02-4839999 I Line : @navavej และ http://www.navavej.com

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สารให้ความหวานแทนน้ำตาลปลอดภัยจริงหรือ (ตอน 2)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736609

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัปดาห์ที่แล้วได้นำเสนอข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก(WHO) ว่าการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลในระยะยาวไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สัปดาห์นี้จะลงรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องเดิมว่า การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลมีข้อควรคำนึงถึงอย่างไรบ้าง

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ให้พลังงานน้อยหรือไม่ให้พลังงานเลย ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เช่น acesulfame potassium, advantame, aspartame, cyclamate, neotame, saccharin, steviol glycosides, sucralose จะเห็นว่าตัวที่เราค่อนข้างคุ้นเคย คือ aspartame กับ saccharin ซึ่ง saccharin นั้นเรารู้จักในนามขัณฑสกรมานานมากแล้ว acesulfame potassium และตัวที่เพิ่งจะดังไม่นานมานี้ ก็คือสารสกัดจากหญ้าหวานหรือ stevia แต่ละอุตสาหกรรมอาหารก็เลือกใช้แตกต่างกันไป เนื่องจากบางตัวรสชาติเปลี่ยน เมื่อผ่านความร้อน บางตัวไม่เปลี่ยนแปลง จึงเหมาะกับอาหารที่ต้องปรุงด้วยความร้อน เป็นต้น 

ส่วนคนที่ไม่ได้เติมน้ำตาลเทียมในอาหาร แต่บริโภคจากเครื่องดื่มหรืออาหารสำเร็จรูปที่มีฉลากว่า sugar free, zero, lite หรือ ใช้คำว่า “น้ำตาลน้อยกว่า” เป็นต้น 

อย่างไรก็ดี ในบางครั้งผู้ประกอบการไม่ระบุคำใดๆ บนฉลากให้มากพอที่จะสังเกตได้ ระบุเพียงบนส่วนประกอบเท่านั้น ถ้าผู้บริโภคไม่อ่านให้ดี อาจไม่ทราบว่าได้รับประทาน หรือดื่มเข้าไปแล้ว

จากนี้ไปจึงต้องอ่านและศึกษารายละเอียดฉลากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ดีว่าเรากำลังนำสิ่งใดเข้าสู่ร่างกายอันที่จริงแล้ว เราเกือบทุกคนติดรสหวานไม่มากก็น้อย เราลองมาดูความต่างระหว่าง สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลกับน้ำตาล อย่างเช่น เราชงกาแฟแล้วเติมน้ำตาล 1 ช้อนชา หรือประมาณ 4 กรัม เราจะได้พลังงาน 16 กิโลแคลอรี่ แต่ถ้าเราใช้ stevia หรือสารสกัดจากหญ้าหวานแทน เราจะได้รสหวานโดยไม่ได้รับพลังงาน และให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลปกติถึง 300 กว่าเท่า หรือถ้าเราเป็นคนติดน้ำอัดลม การดื่มน้ำอัดลมกระป๋องขนาด 325 มิลลิลิตร จะมีน้ำตาล 34 กรัม คิดเป็น 140 กิโลแคลอรี่ แต่หากเราเลือกสูตร zero หรือ lite เมื่อดูที่ฉลาก จะเห็นว่าพลังงานเป็น 0 กิโลแคลอรี่ หรือให้พลังงานน้อยกว่าสูตรที่ใช้น้ำตาล หมายความว่า การเลือกเครื่องดื่มเหล่านี้ จะทำให้เราได้น้ำตาลและพลังงานน้อยกว่าสูตรปกติ ซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลของคนไข้เบาหวาน และเป็นการคุมแคลอรี่ที่รับเข้าสู่ร่างกายของคนปกติ นั่นหมายความว่าถ้าเดิมเราเคยดื่มน้ำอัดลมวันละกระป๋องทุกวัน และเราเปลี่ยนสูตรจากดั้งเดิมเป็นปราศจากน้ำตาล โดยเรากินอาหารอย่างอื่นและไม่เปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวัน เราควรน้ำหนักลดลง ซึ่งก็เป็นเรื่องตรงไปตรงมา

แต่กลับปรากฏว่า การที่เราบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลในระยะยาวไม่ทำให้เราควบคุมน้ำหนักได้ ตรงข้ามข้อมูลชี้ให้เห็นว่าการใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลในระยะยาว กลับมีความสัมพันธ์ที่เพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะอ้วน 1.76 เท่า และยังเพิ่มความเสี่ยงการเป็นเบาหวาน 1.23-1.34 เท่า (ความเสี่ยงที่ว่านี้จัดว่าอยู่ในระดับต่ำ) 

จากข้อมูลนี้ ทำให้เราเห็นว่ามันสวนทางกับความรู้สึก เพราะเราอุตส่าห์เลือกกิน หรือดื่ม อาหารและเครื่อมดื่มที่ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

อีกมิติหนึ่งที่เราต้องพิจารณาคือ แม้เราจะลด และระวังการบริโภคน้ำตาล โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล แต่หากเราไม่ระมัดระวังในเรื่องอื่นๆ เช่น การคุมแคลอรี่ทั้งหมดที่เรากินเข้าไป เช่น จากแป้ง โปรตีน และไขมัน แล้วไม่ออกกำลังกาย ขอบอกว่าการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลก็ไม่ได้ช่วยลดพลังงาน และลดน้ำหนัก

ส่วนการเกิดเบาหวาน แค่เพียงคุมน้ำตาลอย่างเดียว แต่ไม่คุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ให้ดี ก็ไม่ลดโอกาสของเบาหวาน

สรุป การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล อาจไม่ได้ตอบโจทย์สุขภาพในเรื่องลดการเป็นเบาหวาน และลดความอ้วน แต่เรายังสามารถใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมการระมัดระวังปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ต้องหลีกเลี่ยง หรือลดความหวานลง ซึ่งดีที่สุด

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 12 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736628

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสังข์สมรสแก่ วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยาบุตร หม่อมหลวงปนัดดา – อัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา หลานชายคนเดียวของหม่อมราชวงศ์สังขดิศ ดิศกุล กับ ผศ.หวงหยู้อิง เจิ้ง บุตรี ศ.เสี่ยวตง เจิ้ง – ศ.เหม่จื้อ หวง ในวันพุธที่ 14 มิ.ย. เวลา 19.00 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ยังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมเป็นล้นพ้นแก่ครอบครัวทั้งสอง…

ll รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ จัดประชุมเตรียมงานกิจกรรมของโครงการอาหารไทย หัวใจดี ร่วมกับ คณะกรรมการเช่น รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล, ภญ.วีรวรรณ เรืองนิวัติศัย, ผศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สรรพ่อค้า, ผศ.ดวงใจ มาลัย, นัย สุรีย์ชัยนิรันดร์…

ll ชื่นชม ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ จัดสรรเวลาวันหยุดไปสอนนักศึกษา MBA ของโครงการหลักสูตรบัณฑิตศึกษาทางการจัดการนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจ สำนักวิชาการบัญชีและการเงิน ม.วลัยลักษณ์ ศูนย์วิทยบริการ จ.สุราษฎร์ธานี…

ll ข่าวสุดยินดีของ ณัฐนนท์-เพ็ญศรี มีสุขสบาย ที่บุตรชาย พันตรี นพ.ภัทร มีสุขสบาย จะฉลองมงคลสมรสกับ พญ.ภัทรฤทัย ทรัพย์แก้วยอดบุตรี เศรษฐา-วัชราภรณ์ ทรัพย์แก้วยอด 24 มิ.ย. 11.00 น. ณ AUBE ราชพฤกษ์…

ll เพื่อนๆ ชาว Digital CEO #5 ร่วมยินดีกับ ชินภัทร จาดเจริญ ที่ได้รับตำแหน่งใหม่เป็น กก. ผจก. บมจ. สยามราชธานี…

ll วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งแถลงข่าว “ผลการดำเนินงานประจำปี 2565และเป้าหมายการช่วยชีวิต รักษาชีวิต และสร้างชีวิต ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในปี 2566” วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 09.00-12.00 น. ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห้องประชุมอาคาร 2 ชั้น 2 ภายในงานมีการออกหน่วยให้บริการรักษาโรคทั่วไปแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมจัดแสดงอุปกรณ์ และสาธิตการกู้ชีพ กู้ภัย…

ll ช่วงนี้เป็นอิสระชั่วคราว เลิศชาย พงษ์โสภณ เพื่อนๆ จะชวนไปแฮงเอ้าท์ได้ถึงสิ้นเดือนมิ.ย. ระหว่างที่ศรีภรรยาคนสวย นิรัชฎา พงษ์โสภณ โบยบินไปตะลุยเที่ยว ปารีส สเปน โปรตุเกส กับแก๊งเพื่อนสนิทให้หนำใจ…ll

คุณแหน

บำรุงราษฎร์ ‘Eye Excellence Center’ ตอบโจทย์ทุกปัญหาความซับซ้อนโรคของดวงตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736608

บำรุงราษฎร์ ‘Eye Excellence Center’  ตอบโจทย์ทุกปัญหาความซับซ้อนโรคของดวงตา

บำรุงราษฎร์ ‘Eye Excellence Center’ ตอบโจทย์ทุกปัญหาความซับซ้อนโรคของดวงตา

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ และทีมจักษุแทพย์

ดวงตา เป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อนที่ควรใส่ใจดูแล เพราะบางครั้งอาจตรวจพบโรคอื่นซ่อนอยู่ การที่โรงพยาบาลมีจักษุแพทย์ชำนาญการในแต่ละด้าน (Sub-specialties)รวมถึงแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขาในสถานที่ให้บริการเดียวกันได้อย่างครบวงจร และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เป็นเรื่องใกล้ตัวซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตาดังกล่าว จึงได้จัดงานแถลงข่าว Eye Excellence Center ขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพดวงตาและการป้องกันก่อนเกิดโรค เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญและซับซ้อน จึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้การดูแลเพื่อรักษาไว้ซึ่งการมองเห็นที่ดีตามช่วงวัยที่เหมาะสม

ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีความพร้อมในการดูแลรักษาทุกโรคเกี่ยวกับดวงตาในทุกช่วงวัยครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มอาการทั่วไปจนถึงกลุ่มอาการที่มีความซับซ้อน รวมถึงผู้ที่ประสบอุบัติเหตุฉุกเฉินและกระทบต่อใบหน้าหรือดวงตาอย่างรุนแรง โดยมีจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการในแต่ละด้าน (Sub-specialties) เช่น จักษุแพทย์เฉพาะทางโรคกระจกตา โรคของจอตา โรคของกล้ามเนื้อตา เนื้อเยื่อรอบดวงตาและเบ้าตา และในกรณีที่มีความซับซ้อนของโรคอื่นร่วมด้วย จักษุแพทย์จะให้การรักษาร่วมกันกับทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางศูนย์อื่นๆ เช่น แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม, แพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ทีมเภสัชกรและทีมสหสาขาวิชาชีพ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งทั้งหมดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์การรักษามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

พญ.เมทินี ศิริมหาราช หัวหน้าศูนย์จักษุและจักษุแพทย์เฉพาะทางโรคจอตาและน้ำวุ้นตาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การที่คนเราจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนนั้น ทุกองค์ประกอบของดวงตามีความสำคัญ โดยเฉพาะ “จอตา หรือเรตินา” ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของดวงตา เพราะเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพในการมองเห็น ในภาวะที่จอตาปกติ แสงที่ผ่านเข้ามาแล้วหักเหผ่านกระจกตาและเลนส์ตาจะตกกระทบที่จอตาพอดี ทำให้ภาพที่มองเห็นมีความคมชัด ในทางกลับกัน หากป่วยเป็นโรคของจอตาหลายๆ โรคที่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้ เพราะจอประสาทตาเป็นอวัยวะที่เมื่อเสื่อมหรือเสียหายไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่ได้เหมือนกระจกตา โดยโรคของจอประสาทตาที่พบบ่อย ได้แก่ จอตาฉีกขาดหลุดลอก จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ เบาหวานขึ้นจอตาในผู้ป่วยเบาหวาน โรคจอประสาทตาเสื่อมจากพยาธิสภาพของจอตาเอง มักเป็นแต่กำเนิด เช่น จอประสาทตาบางกว่าปกติ มีรูขาด หลุดลอก หรือเสียหายจากภาวะสายตาสั้นมาก

พญ.ณัฐธิดา วงศ์วีระวัฒน์  จักษุแพทย์เฉพาะทางโรคกล้ามเนื้อตาและโรคตาในเด็ก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันยังมีผู้ปกครองที่ไม่ทราบว่าเด็กแรกเกิดก็อาจเกิดปัญหาเรื่องสายตาได้เช่นกัน โดยเฉพาะกรณีที่คุณแม่คลอดก่อนกำหนด 32 สัปดาห์หรือน้ำหนักตัวลูก ไม่ถึง 1,500 กรัม เด็กในกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงที่การเจริญเติบโตของเส้นประสาท และเส้นเลือดในจอประสาทตาเกิดเป็นเส้นเลือดที่ผิดปกติ อาจทำให้มีเลือดออกที่จอประสาทตาหรือจอประสาทตาหลุดลอก หรือเป็นพังผืดได้ ซึ่งทางบำรุงราษฎร์ มีทีมแพทย์ชำนาญการในแผนกบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด (NICU) หรือ กุมารแพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับจักษุแพทย์จะมีการมอนิเตอร์และประเมินพัฒนาการในการมองเห็นและความเสี่ยงเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากไม่ได้รับการดูแลรักษาในช่วงเวลาที่กำหนด ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร 

กรณีคุณแม่ฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทางโรงพยาบาลฯ จะมีมาตรฐานการตรวจพัฒนาการด้านการมองเห็นของทารกหากพบปัญหา หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ จะมีการปรึกษาแพทย์ชำนาญการด้านจอตาและจักษุแพทย์โรคตาเด็ก ถึงแนวทางการรักษาในกรณีทารกมีโรคจอตาผิดปกติอันเกิดจากการคลอดก่อนกำหนด มีหลายวิธีเช่น การรักษาด้วยเลเซอร์ การฉีดยาเข้าไปยับยั้งการเจริญผิดปกติของเส้นเลือดในจอประสาทตา และการผ่าตัดจอประสาทตา นอกจากนี้ เด็กกลุ่มนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะสายตาสั้นตาเข ตาเหล่ตามมาภายหลังได้มากกว่าเด็กที่คลอดตามกำหนด จักษุแพทย์โรคตาเด็กจะรับช่วงดูแลต่อและมีการตรวจติดตามเป็นระยะๆ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดผลเสียต่อดวงตาของเด็กในระยะยาวหรือบรรเทาความรุนแรงหรือความซับซ้อนของโรคได้

พอเด็กโตขึ้นก็มักจะพบ “โรคสายตาสั้นในเด็ก” ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและเปลี่ยนแปลงเร็วและพบในอายุที่น้อยลง เด็กบางรายสายตาสั้นตั้งแต่ขวบกว่า ส่วนหนึ่งมาจากเด็กที่คลอดก่อนกำหนด และมีเด็กหลายรายที่สายตาทั้งสองข้างสั้นไม่เท่ากันและมีค่าสายตาต่างกันมาก และมีความเสี่ยงโรคสายตาขี้เกียจ ปัจจุบันศูนย์จักษุโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีคลินิกสายตาสั้นในเด็ก ซึ่งมีจักษุแพทย์โรคตาเด็ก ที่จะให้การรักษาและแนะนำการยับยั้งหรือชะลอไม่ให้ค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเร็วตามแนวทางการแพทย์สากลในปัจจุบัน เพราะการที่สายตาสั้นไม่ใช่เพียงรอการแก้ไขด้วยเลสิคเท่านั้น แต่สายตาสั้นที่มากขึ้นจะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงภายในตาและความเสี่ยงของโรคตาโดยเฉพาะโรคจอตาที่มากขึ้นผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญและพาบุตรหลานมาตรวจเช็คสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อหาแนวทางการป้องกันและรักษาเพื่อชะลอภาวะสายตาสั้นได้โดยศูนย์จักษุได้มีการรักษาและการป้องกันโดยอ้างอิงจากงานวิจัยสากลเรื่องสายตาสั้นที่มีทั่วโลกในขณะนี้ เช่น การรักษาด้วยยา low- dose atropine eyedrops และเลนส์แว่นตาเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยชะลอสายตาสั้นในเด็ก โดยจักษุแพทย์ตาเด็กจะเป็นผู้ตรวจ ให้ข้อมูลแนะนำในแต่ละรายซึ่งมีความแตกต่างกันไป นอกจากนี้ โรงพยาบาลได้มีงานวิจัยต่อยอดที่ได้รับการยอมรับจากสากลเกี่ยวกับการการพัฒนายาหยอดตาในกลุ่มนี้ เพื่อให้คนไข้ได้รับประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

พญ.ฐาริณี กุลกำม์ธร จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้มีคนไข้หลายรายที่มาด้วยปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียง และต้องการแก้ไขด้วยรีเล็กสมายส์ (ReLEx SMILE) ซึ่งคนไข้มักจะคิดว่ามาตรวจแล้วสามารถรักษาได้ในวันเดียวกัน แต่อันที่จริงการรักษามีความละเอียดอ่อนมากกว่านั้น แพทย์ต้องประเมินอาการหรือสาเหตุของปัญหาที่อาจเกิดร่วมกันได้ บางรายมีความซับซ้อนมาก แพทย์ต้องประสานและปรึกษาร่วมกับแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงค่อยทำ ReLEx SMILE เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นสิ่งสำคัญ

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์

ตรวจสุขภาพตา

ตรวจสุขภาพตา

‘แต้ว-ณฐพร’ลั่น‘แค้น’ทำปาดเหงื่อ ปลื้มประชันสนามอารมณ์‘แอฟ-ทักษอร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736611

‘แต้ว-ณฐพร’ลั่น‘แค้น’ทำปาดเหงื่อ ปลื้มประชันสนามอารมณ์‘แอฟ-ทักษอร’

‘แต้ว-ณฐพร’ลั่น‘แค้น’ทำปาดเหงื่อ ปลื้มประชันสนามอารมณ์‘แอฟ-ทักษอร’

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่สุดของมหากาพย์จากละครแค้น” ทางช่อง 3 แค่ชื่อละครก็ทำแฟนละครจับตามองอย่างมาก เพราะได้สาวพลังล้น อย่าง “แต้ว-ณฐพรเตมีรักษ์” มาสาดพลังอารมณ์กับนักแสดงรุ่นพี่ตัวท็อป อย่าง “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” เป็นครั้งแรก! แม้สาวแต้วจะผ่านมาหลายบทบาท แต่กับเรื่องนี้เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่า “โหด” แม้จะทำการบ้านมาหนักขนาดไหนแต่เจอผู้จัด “แอน ทองประสม” ทั้งที คำว่าการบ้านก็ไม่มีอยู่จริง เรียกได้ว่าสาวแต้วต้องทุ่มเทงัดพลังออกมาเฉือดเฉือนกันแบบสุดตัวเลยทีเดียว แต่ของจริงการทำงานเรื่องนี้จะเข้มข้นขนาดไหนต้องให้สาวแต้วพูดให้ฟังสักหน่อย

มาเล่นเรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัวอะไรมาบ้าง

“ก็มีเวิร์กช็อปค่ะ แล้วเราก็มีการคุยกันว่าการทำงานจะเป็นยังไงมู้ดแบบไหน มีพี่ฟิวส์ พี่กุ๊กไก่ ก็ถือว่าเป็นเวิร์กช็อปที่เข้มข้นกว่าละครเรื่องอื่นๆ ในเรื่องแบ๊กกราวนด์ตัวละครฟิตติ้งก็ตื่นเต้นตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว อย่างตัวแต้วรับบทเป็นเหมือนแพรมันก็มีหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก เขาผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ไปจนโต ก็ต้องทำการบ้านตรงนั้นมากๆ”

ได้ร่วมงานกับพี่แอฟ พี่แอน ครั้งแรกเป็นยังไง

“แต้วคิดว่ามันมีโอกาสยากมากที่แต้วกับพี่แอฟจะได้ร่วมงานกัน แต้วเคยพูดไว้ว่าอยากร่วมงานกับพี่แอฟมานานแล้ว แล้วก็เป็นจริง ยิ่งได้มาอยู่ใต้โปรดักชั่นของพี่แอนอีก ความแค้นที่เกิดขึ้นจากเหตุผลของทุกตัวละคร มีเหตุผลหมด ก็อยากให้ทุกคนมาติดตามเหตุผลเบื้องหลังในทุกๆ การกระทำของตัวละครก็สนุกแล้ว ด้วยความที่ตัวละครนี้ต้องผ่านอะไรมาเยอะ เราก็ต้องการคนที่ทำให้เรามั่นใจได้เหมือนกันว่าเราจะทำสิ่งนี้ได้ ซึ่งพอได้มาอยู่ในกองนี้ก็มั่นใจ การเดินทางของนักแสดงเองเขาได้มาทำอะไรในสิ่งที่เขาไม่เคยทำอย่างพี่แอฟ พี่ต้นหอม พี่อ้น แต้ว หรือนายเองแล้วมันอยู่ในความมั่นใจของทุกคนที่ถูกผลักดันขึ้นไปอีก ก็ทำให้เกิดการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ถึงเราจะทำงานในอุตสาหกรรมละครมานาน แต่มันก็จะมีมุมที่ทำให้คนได้เห็นเราในแบบที่แตกต่างอออกไปคนดูน่าจะได้ความแปลกใหม่ ตื่นเต้น แล้วก็น่าจะได้ข้อคิด”

เล่นละครมาหลายเรื่องแล้วยังยากอยู่ไหม ฉากไหนที่เล่นแล้วถึงขั้นนอนไม่หลับบ้าง

“คือตัวละคร เหมือนแพร มีไดนามิกมาก เราก็ต้องสร้างสตอรี่ให้มากๆ ว่าตัวละครเจออะไรมาบ้าง ทำการบ้านเพื่อให้เราเชื่อจริงๆ ซึ่งชาเลนจ์ระหว่างทางเยอะมาก ก็ยากเป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ ฉากที่เล่นแล้วนอนไม่หลับก็มีเยอะเหมือนกัน ของแต้วถ้าเหนื่อยเลยอาจจะเป็นฉากตอนที่เราตัดผม เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตของเหมือนแพร หลังจากเล่นแล้วมันค้างอยู่ เราเอาความรู้สึกนั้นออกไปไม่ได้ ก่อนเล่นเราก็ตื่นเต้นแล้ว พอได้เล่นเราก็ไม่คิดว่ามันจะไปถึงเลเวลตรงนั้นเหมือนกัน”

นอกจากฉากแรง ๆ แล้วฉากรักๆ เรื่องนี้แต้วก็ต้องทำการบ้านหนักเหมือนกัน

“คือเลิฟซีนแบบนี้มันมีไม่เยอะในละครเน้นภาษากายที่ไม่ต้องพูดอะไรเลย ซึ่งบางทีก็ยากกว่าด้วยซ้ำ บางทีเล่นไปแล้ว เราก็จะแบบ อ๋อ แบบนี้ยังไม่ใช่ใช่ไหมคะ เราก็ต้องมาหาว่าสิ่งที่ใช่มันอยู่ตรงไหน มันเป็นความสัมพันธ์ของตัวละครที่โตมาด้วยกัน มีความห่วงใยกัน เข้าอกเข้าใจกัน เราจะทำยังไง เหมือนการถ่ายทำมันไม่ใช่แค่ว่า นี่คือเลิฟซีนนะแต่มันจะได้หมายความมากกว่านั้นไปย้ำเตือนว่าเราผ่านอะไรกันมา มันเลยเป็นเลิฟซีนของมนุษย์ที่ต้องโอบกอดกันเพื่อผ่านเรื่องราวนี้ไป” ทุ่มสุดตัวขนาดนี้ต้องรอติดตามเอาใจช่วย “แต้ว-ณฐพร”ในละคร “แค้น” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33ดูมือถือกด 3 Plus

‘บูม’ใจฟูควงบู๊‘ฮาน่า’ฉลุย‘กล้า ผาเหล็ก’เรตติ้งมงลง ชื่นชม‘เอก-รังสิโรจน์’ผู้กำกับสายซัพพอร์ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736614

‘บูม’ใจฟูควงบู๊‘ฮาน่า’ฉลุย‘กล้า ผาเหล็ก’เรตติ้งมงลง ชื่นชม‘เอก-รังสิโรจน์’ผู้กำกับสายซัพพอร์ต

‘บูม’ใจฟูควงบู๊‘ฮาน่า’ฉลุย‘กล้า ผาเหล็ก’เรตติ้งมงลง ชื่นชม‘เอก-รังสิโรจน์’ผู้กำกับสายซัพพอร์ต

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หวนมาลุยบู๊สะบัด ก็โดนใจแฟนๆ ทันที สำหรับ บูม-กิตตน์ก้อง ขำกฤษ หรือ กล้า จากละครบู๊สุดมัน “กล้า ผาเหล็ก” ที่งานนี้กลับมาจูงมือลุยแอ๊กชั่นกับนางเอกคนสวย ฮาน่า ลีวิส ก็เคมีเข้ากัน เรียกเรตติ้งดีงามต่อเนื่อง โดยหนุ่ม บูม ได้เปิดใจถึงการทำงานละครเรื่องนี้ว่า

“ต้องบอกว่าละคร กล้า ผาเหล็กเป็นละครบู๊ที่พอสั่งคัท มันกลายเป็นละครตลกสนุกสนานทันทีจริงๆ ทุกคนน่ารักมากทั้งทีมนักแสดง ก็คือคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เรียกว่าเป็นคนคอเดียวกัน อย่างฮาน่า (ฮาน่า ลีวิส) ก็แสดงละครด้วยกันเป็นเรื่องที่ 2 แล้ว กับซัน (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) ก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว และแม้จะเป็นการทำงานกับพี่เอก-รังสิโรจน์ ครั้งแรก แต่พี่เอกคือ น่ารักมากครับ พี่เขาดูแลอย่างดีแม้แต่เรื่องพัดลม ที่พี่เขากลัวพวกเราจะร้อนเกินไปเหนื่อยเกินไป เวลาที่พวกเรานักแสดง หรือทีมงานทำพลาด พี่เอกจะแนะนำให้กำลังใจเสมอ อันไหนที่ใครทำดีแล้วก็จะบอกให้ทำดีต่อไปนะ พี่เอกจะชื่นชม คือ เป็นผู้กำกับที่เป็นสายซัพพอร์ตจริงๆบูมรู้สึกโชคดีมากที่ได้มาร่วมงานกับพี่เอกและทุกคนในเรื่องนี้มากครับ ซึ่งจากตรงนี้ก็อยากให้ทุกคนติดตามแบบห้ามพลาดจริงๆ เพราะมันจะมีเรื่องพีคมีปมที่คาดไม่ถึงเปิดออกมา ซึ่งจะมีปมพีคเรื่องไหนเกิดกับใครบ้างต้องรอติดตามชม เพราะขนาดเป็นนักแสดงเองตอนแสดงเราก็แสดงไปแล้ว พอมาดูที่ออกอากาศเองแบบสดๆยังรู้สึก เฮ้ย พอตัดต่อมามันเป็นแบบนี้เอง สนุกอะ อันนี้บูมเลยไม่อยากให้ทุกคนพลาด อยากให้ทุกคนมาสนุกลุ้นไปพร้อมกัน” ติดตามชมละคร “กล้า ผาเหล็ก” ทุกวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

‘ซิล-ฐณธรณ์’ ประเดิมละครเรื่องแรก ‘แม่ปูเปรี้ยว’ เผยความตั้งใจเต็มร้อย อ้อนแฟนละครติดตาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736612

‘ซิล-ฐณธรณ์’ ประเดิมละครเรื่องแรก ‘แม่ปูเปรี้ยว’ เผยความตั้งใจเต็มร้อย อ้อนแฟนละครติดตาม

‘ซิล-ฐณธรณ์’ ประเดิมละครเรื่องแรก ‘แม่ปูเปรี้ยว’ เผยความตั้งใจเต็มร้อย อ้อนแฟนละครติดตาม

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กำลังสนุกและสร้างรอยยิ้มทุกตอนเลยทีเดียว สำหรับละครก่อนข่าวภาคค่ำ ทาง ช่อง 7HD เรื่อง “แม่ปูเปรี้ยว”จากค่าย คนทีวี (ไทยแลนด์) ซึ่งในละครเรื่องนี้ ยังมี ซิล-ฐณธรณ์ ธัญญกรกุลนักแสดงป้ายแดงจากโครงการ 7HD NEW STARS มารับบท ผจญ ครูสอนดำน้ำ แสนซื่อ ที่มีความสดใส ที่โชว์ฝีมือเรื่องแรกก็หล่อเข้าตาแฟนๆ ทีเดียวโดยซิล ได้เปิดใจถึงการทำงานละครเรื่องแรกว่า

“กระแสตอบรับละคร แม่ปูเปรี้ยวกลับมาดีมากครับ ผมเองตื่นเต้นมากกับการทำงานละครเรื่องนี้ เพราะเป็นละครเรื่องแรกด้วย พอละครออกอากาศมาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ พูดถึงตัวละครของเราก็ดีใจครับ ขอขอบคุณแฟนละครทุกคนมากๆ เลยนะครับ เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับผมมากๆ สำหรับตัวละคร ผจญ เขาเป็นคุณครูสอนดำน้ำที่มีความซื่อๆ และก็มีความรักกับผู้หญิงคนหนึ่งคือ วันวิสา ที่รับบทโดยพี่กิฟท์ (สุพิชฌาย์ ศรีสวัสดิ์) ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจริงๆสำหรับผม เลยเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก นอกจากบทแล้ว ในเรื่องการทำงานผมต้องใช้เวลาในการปรับตัวพอสมควรเลยกว่าจะเริ่มชินในการทำงานในกองละคร เพราะผมก็ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน อย่างไร โชคดีที่ทุกคนในกองละครเข้าใจ อย่างพี่วุฒิ (ชัยวุฒิ เทพวงษ์) ผู้จัดและผู้กำกับ ก็จะคอยให้คำแนะนำตลอด เวลาเข้าฉากทุกครั้งพี่วุฒิก็จะมาอธิบายให้เราเข้าใจทีละฉากๆ เลย รวมถึงพี่ๆ นักแสดงอย่างพี่โหน (ธนากร ศรีบรรจง)พี่สไมล์ (ศศินา พนมธรนิจกุล) โดยเฉพาะพี่กิฟท์คือคนที่คอยช่วยซิลตลอดเวลาทำงานเราสองคนจะคุยกันก่อนว่าเราควรจะถ่ายทอดฉากแต่ละฉากออกมาแบบไหน พี่กิฟท์จะมีคำแนะนำที่ดีให้เราได้ลองทำตลอด แต่ผมก็ยังเกร็งนะครับแรกๆ คือไม่กล้าจับตัวพี่เขาเลย แต่พี่เขาก็จะคอยละลายพฤติกรรมของเราไปเรื่อยๆ อย่างเวลาฉากกุ๊กกิ๊ก ผมยังเขินๆ แต่โชคดีที่ตัวละครนี้จะต้องเขินอยู่แล้วเวลาที่เจอกับวันวิสา เพราะวันวิสาเขาจะเป็นสายหยอด มันก็เลยทำให้ได้อารมณ์ของความเขินจริงๆ ครับละครแม่ปูเปรี้ยว ในมุมมองของผมเป็นละครสนุกที่ครบรสมากๆ ผมอยากชวนให้ทุกคนมาติดตามละครเรื่องนี้นะครับ ผมเชื่อว่าจะสร้างความสุขให้กับทุกคนแน่นอน รวมถึงผมอยากฝากให้ทุกคนติดตามให้กำลังใจตัวละคร ผจญ ที่ผมรับบทด้วยนะครับ ผมตั้งใจมากจริงๆ รวมถึงทุกคนด้วย ฝากติดตามมาสนุกด้วยกันนะครับ” ติดตามความสนุกของละคร “แม่ปูเปรี้ยว” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.45 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์ : http://www.ch7.com

‘ทรูไอดี’เตรียมเปิดกล้องซีรี่ส์เรื่องใหม่‘Spice and Spell สูตรลับขโมยใจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/736613

‘ทรูไอดี’เตรียมเปิดกล้องซีรี่ส์เรื่องใหม่‘Spice and Spell สูตรลับขโมยใจ’

‘ทรูไอดี’เตรียมเปิดกล้องซีรี่ส์เรื่องใหม่‘Spice and Spell สูตรลับขโมยใจ’

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทรูไอดี (TruelD) เดินหน้าสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพถือฤกษ์ดี เตรียมเปิดกล้องตอนแรกมิถุนายนนี้กับซีรี่ส์โรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่อย่าง “Spice and Spell สูตรลับขโมยใจ” นำแสดงโดยซี-พฤกษ์, สไมล์-ภาลฎา, ดรีม-อภิชญา, ดีเจอ๋อง-เขมรัชต์, พี่สุ-สุนารี ราชสีมา และนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย แถมล่าสุดปล่อยภาพ Read through, Workshop และฟิตติ้ง ซีรี่ส์ Spice and Spell สูตรลับขโมยใจ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน

ซึ่งบรรยากาศวัน Read through, Workshop และฟิตติ้ง บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ทุกคนต่างเซอร์ไพรส์สุดๆ เมื่อได้เห็นลีลาการโพสต์สับๆ แซ่บๆ แถมยัง น่ารัก สดใส ตามสไตล์ซีรี่ส์แนวโรแมนติก-คอเมดี้การันตีคุณภาพจากช่อง ONE31 กำกับโดย วิศเวศ บูรณวิทยวุฒิ ควบคุมการผลิตโดย ผอูน จันทรศิริ

เตรียมรอติดตามชม ซีรี่ส์ Spice and Spell สูตรลับขโมยใจ เตรียมออกอากาศให้ได้ชมกันทางทรูไอดีเร็วๆ นี้