อ้างถึงเอกสารลับหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ซาอุฯ ขู่จะทำลายเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2700759

อ้างถึงเอกสารลับหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ซาอุฯ ขู่จะทำลายเศรษฐกิจ

10 มิ.ย. 2566 09:45 น.

อ้างถึงเอกสารลับหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ซาอุฯ ขู่จะทำลายเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นสพ.วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐฯ รายงานอ้างถึงเอกสารลับของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯที่รั่วไหลบนเซิฟเวอร์ของดิสคอร์ดแอปพลิเคชันสื่อสาร เผยว่าเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบียตรัสว่าจะไม่พูดคุยกับฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ อีกต่อไป หากนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงโทษ ซาอุดีอาระเบีย กรณีลดจำนวนการผลิตน้ำมัน พร้อมขู่จะแก้แค้นและตอบโต้ทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯอย่างรุนแรง

แต่หลังจากผ่านมา 8 เดือน ไบเดนยังไม่ได้กำหนดมาตรการกดดันใดๆ ขณะที่องค์มกุฎราชกุมารยังต้อนรับและหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ในเมืองเจดดาห์ ของซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์นี้.

ทรัมป์โดนรัฐบาลกลางฟ้อง 37 กระทง-อึ้งเก็บเอกสารลับนิวเคลียร์ในห้องน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2700743

ทรัมป์โดนรัฐบาลกลางฟ้อง 37 กระทง-อึ้งเก็บเอกสารลับนิวเคลียร์ในห้องน้ำ

10 มิ.ย. 2566 04:55 น.

ทรัมป์โดนรัฐบาลกลางฟ้อง 37 กระทง-อึ้งเก็บเอกสารลับนิวเคลียร์ในห้องน้ำ

โดนัลด์ ทรัมป์ โดนรัฐบาลกลางฟ้องร้องคดีอาญา 37 กระทง ฐานยึดครองเอกสารความมั่นคง โดยเอกสารถูกเก็บไว้ทั่วรีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก รวมถึงในห้องน้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย. 2566 ทางการสหรัฐฯ เปิดผนึกเอกสารคำฟ้องที่คณะลูกขุนใหญ่รัฐฟลอริดาสั่งให้ดำเนินคดีต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแล้ว โดยพบว่า นายทรัมป์ ถูกฟ้องร้องถึง 37 กระทง โดยที่ 31 กระทงในจำนวนนี้คือข้อหาตั้งใจยึดครองข้อมูลกลาโหมแห่งชาติ

คดีนี้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ นำเอกสารข้อมูลอ่อนไหวของรัฐบาลออกไปจากทำเนียบขาว ในตอนที่เขาก้าวลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2564 แล้วนำไปที่รีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา ไม่ยอมส่งคืนให้แก่สำนักงานจัดการบันทึกและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (NARA)

ไม่นานหลังจากนั้น NARA ก็รู้ตัวว่าพวกเขายังไม่ได้รับเอกสารทั้งหมดจากออฟฟิศของ นายทรัมป์ หลังจากพยายามเจรจานานหลายเดือน นายทรัมป์ ก็สมัครใจคืนเอกสารจำนวนหนึ่งให้แก่ NARA ในเดือนมกราคม 2565 โดยในนั้นมีเอกสารที่ถูกจัดเป็นความลับอยู่ด้วย ทำให้กระทรวงยุติธรรมและเอฟบีไอเคลื่อนไหวสืบสวนคดีอาชญากรรม

ในเดือนมิถุนายน 2565 เจ้าหน้าที่สืบสวนใช้หมายศาลที่ออกโดยคณะลูกขุนใหญ่สั่งให้ นายทรัมป์ คืนเอกสารลับทั้งหมดจากรีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก ทนายความของนายทรัมป์ก็คืนเอกสารเพิ่มเป็นจำนวน 1 กล่อง แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเอกสารไม่ได้มีเพียงเท่านี้ กระทรวงยุติธรรมจึงข้ออำนาจศาลส่งเอฟบีไอบุกเข้าตรวจค้นรีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก และพบเอกสารอีกนับร้อยฉบับ

กล่องเอกสารจำนวนมากถูกวางบนเวทีในห้องเต้นรำในรีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก

เอกสารลับที่เอฟบีไอค้นพบมีข้อมูลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ มากมาย ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์, ขีดความสามารถทางอาวุธทั้งของสหรัฐฯ กับชาติมหาอำนาจอื่นๆ และเรื่องความเสี่ยงที่สหรัฐฯ กับชาติพันธมิตรจะถูกโจมตีทางทหาร

ทั้งนี้ ตามข้อมูลที่ระบุในเอกสารคำฟ้อง นายทรัมป์ เก็บเอกสารความลับชั้นต่างๆ ในหลายจุดทั่วรีสอร์ตของเขา รวมถึงในห้องเต้นรำ, ห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ, สำนักงาน, ห้องนอน และในห้องเก็บของ บางฉบับถูกเก็บไว้มานานกว่า 1 ปีแล้ว ตอกย้ำเรื่องการเก็บรักษาเอกสารลับอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาหลักในคดีนี้

นายทรัมป์ มีกำหนดการขึ้นศาลรัฐบาลกลางในเมืองไมอามีในวันอังคารที่ 13 มิ.ย.นี้ ซึ่งหน่วยตำรวจลับได้วางแผนเรื่องการเดินทางของเขาเอาไว้แล้ว.

พบกล่องใส่เอกสารมากมายในห้องเก็บของที่รีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก

ที่มา : bbccnn

บอริส จอห์นสัน ลาออก ส.ส. โวยโดนสภาบีบให้ออกคดีปาร์ตี้เกต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2700739

บอริส จอห์นสัน ลาออก ส.ส. โวยโดนสภาบีบให้ออกคดีปาร์ตี้เกต

10 มิ.ย. 2566 04:05 น.

บอริส จอห์นสัน ลาออก ส.ส. โวยโดนสภาบีบให้ออกคดีปาร์ตี้เกต

บอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.แบบมีผลในทันที หลังจากได้รับรายงานคดีปาร์ตี้เกต

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย. 2566 นายบอริส จอห์นสัน ออกแถลงการณ์ประกาศลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบมีผลในทันที หลังจากเขาได้รับรายงานจากคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ ซึ่งกำลังสืบสวนว่า เขาชี้นำรัฐสภาให้เข้าใจผิดเรื่องที่เขาจัดงานเลี้ยงที่ดาวนิงสตรีทโดยฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโควิด-19 หรือไม่

ในแถลงการณ์ของ นายจอห์นสัน เขาระบุว่า รู้สึกงุนงงและตกใจกับการสืบสวนของคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ และสำเนารายงานการสืบสวนที่เขาได้รับนั้นทำให้ชัดเจนว่าพวกเขาตั้งมั่นที่จะใช้กระบวนการนี้ขับไล่ตัวเขาออกจากรัฐสภา

“พวกเขายังไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ แม้แต่น้อยว่าผมชี้นำรัฐสภาให้เข้าใจผิดด้วยความจงใจหรือไม่ยั้งคิด” นายจอห์นสัน ระบุในแถลงการณ์ และว่าเขาประหลาดใจมากกับความไม่เที่ยงตรงและมีกลิ่นของอคติในเรื่องนี้

อนึ่ง เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายจอห์นสัน ยอมรับว่าเขาทำให้รัฐสภาเข้าใจผิดเรื่องการจัดงานเลี้ยงที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิงจริง ด้วยการรับรองว่าผู้ร่วมงานทุกคนทำตามมาตรการควบคุมโควิด ซึ่งในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น แต่ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจโกหก และยอมรับว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมในงานเลี้ยงนั้นไม่สมบูรณ์แบบ

อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยืนยันอีกว่า งานดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2564 ซึ่งประชาชนยังคงถูกล็อกดาวน์เข้มงวด เป็นงานสำคัญ และได้รับอนุญาตให้จัดแล้ว และเขาเข้าใจว่ามีการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโควิดตลอดทั้งงาน

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังจาก นายจอห์นสัน ลาออกเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ เขาระบุว่า “ผมไม่ได้โกหก และผมเชื่อว่าคณะกรรมการก็รู้อยู่แก่ใจ” “พวกเขารู้ดีว่าตอนที่ผมพูดในสภาผู้แทนราษฎร ผมพูดเพราะเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่ามันเป็นความจริง และเป็นสิ่งที่ผมได้รับข้อมูลมาให้พูด เหมือนกับรัฐมนตรีคนอื่นๆ”

จอห์นสัน บอกอีกว่า เขารีบแก้ไขคำพูดของเขาทันทีหลังจากรู้ความจริง และสมาชิกของคณะกรรมการก็รู้เรื่องนั้น และกล่าวอีกว่า แม้แต่นายกรัฐมนตรี ริชี ซูแน็ก ที่ตอนนั้นเป็นรัฐมนตรีของเขา ก็อยู่ในอาคารเดียวกันและเชื่อแบบเดียวกันกับเขาว่า งานจัดขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยังประณามคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ด้วยว่า เป็นศาลเถื่อน และอ้างว่าเป้าหมายของคณะกรรมการนี้ตั้งแต่แรกคือ การเอาผิดเขาโดยไม่สนว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร

“เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่ต้องออกจากรัฐสภา อย่างน้อยก็ตอนนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมงุนงงและตกใจมากที่ผมถูกบีบให้ออกอย่างไม่เป็นประชาธิปไตยด้วยฝีมือของคณะกรรมการที่มี ฮาร์เรียต ฮาร์แมน ส.ส.พรรคแรงงาน (ฝ่ายค้าน) เป็นประธานและบริหาร ด้วยอคติอันชั่วร้าย”.

ปูตินอ้าง เคียฟเริ่มปฏิบัติการตอบโต้แล้ว เกิดการปะทะหลายจุดทั่วยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2700731

ปูตินอ้าง เคียฟเริ่มปฏิบัติการตอบโต้แล้ว เกิดการปะทะหลายจุดทั่วยูเครน

10 มิ.ย. 2566 03:06 น.

ปูตินอ้าง เคียฟเริ่มปฏิบัติการตอบโต้แล้ว เกิดการปะทะหลายจุดทั่วยูเครน

ประธานาธิบดีรัสเซีย เชื่อว่าปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของยูเครนเริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางการต่อสู้ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในพื้นที่แนวหน้าการปะทะ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซีย เชื่อว่า ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของยูเครนซึ่งคาดหมายกันมานานว่าจะเกิดขึ้น ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายยูเครนปฏิเสธ แต่ยอมรับว่ามีความเคลื่อนไหว

“เราสามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าการโจมตีของยูเครนเริ่มต้นขึ้นแล้ว” นายปูติน กล่าวในวิดีโอการสัมภาษณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มเทเลแกรม เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย. 2566

ทั้งนี้ ฝ่ายยูเครนยังไม่ประกาศเริ่มการโจมตีตอบโต้อย่างเป็นทางการ แต่มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นมาหลายสัปดาห์แล้ว โดยยูเครนดำเนินแผนปฏิบัติการทางการทหารที่รู้จักกันในชื่อของ Shaping Operation หรือปฏิบัติการสร้างสภาวะที่เกื้อกูล ด้วยการโจมตีด้วยปืนใหญ่และมิสไซล์จากระยะไกลเข้าใส่เป้าหมายด้านพลาธิการของรัสเซียด้านหลังพื้นที่แนวหน้า

ความเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) หน่วยรถหุ้มเกราะเบาของยูเครนจำนวนหนึ่งเคลื่อนที่ข้ามทุ่งโล่งมุ่งสู่ที่มั่นของรัสเซียในแคว้นซาปอริชเชีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน โดยนายเซอร์ฮี คูซาน ประธานศูนย์ความร่วมมือและความมั่นคงยูเครนระบุว่า พวกเขากำลังวัดการป้องกันของรัสเซียตามพื้นที่แนวหน้าการปะทะ

แต่ปฏิบัติการบางครั้งก็มาพร้อมกับความสูญเสีย “บางจุดที่ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นถือว่าประสบความสำเร็จโดยมีการสูญเสียน้อย” นายคูซานกล่าว “แต่ประสบความสำเร็จน้อยกว่าในจุดที่ทหารรัสเซียต่อสู้กลับ” อย่างไรก็ตาม นายคูซาน ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า ปฏิบัติการเกิดขึ้นในเมืองได้บ้าง บอกเพียงว่าเกิดขึ้นที่ซาปอริชเชียเท่านั้น

เมื่อถึงวันอังคาร เกิดเหตุระเบิดที่เขื่อนคาคอฟกา ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักปกคลุมพื้นที่ประมาณ 596 ตารางกิโลเมตร ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำดนีโปร ในแคว้นเคอร์ซอน ฝ่ายยูเครนกับรัสเซียต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการระเบิด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขื่อนแห่งนี้กับถนนข้ามเขื่อนเป็นเส้นทางสำคัญที่ยูเครนสามารถใช้โจมตีรัสเซียได้

จึงมีความเป็นไปได้สูงที่รัสเซียซึ่งควบคุมเขื่อนกับโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำคาคอฟกามานานกว่า 1 ปีแล้ว จะตัดสินใจระเบิดเขื่อนแห่งนี้ทิ้งเพื่อขัดขวางปฏิบัติการของฝ่ายยูเครน

ขณะเดียวกัน การต่อสู้ยังดำเนินต่อไปในภาคตะวันออก และทำท่าว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นอีก โดยเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (8 มิ.ย.) กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรทวีตข้อความว่า การเกิดต่อสู้อย่างหนักหน่วงหลายส่วนของพื้นที่แนวหน้าการปะทะ และส่วนใหญ่ยูเครนเป็นฝ่ายเริ่มโจมตี

ด้านนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ในวันเดียวกัน ว่ากองทัพรัสเซียสามารถตีโต้การโจมตีของยูเครนในช่วงข้ามคืน บริเวณพื้นที่ทางใต้ของซาปอริชเชียได้ และระบุว่ากองทหารยานเกราะของยูเครนพยายามที่จะฝ่าแนวป้องกันของรัสเซีย

ขณะที่ นางแฮนนา มาลียาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครน กล่าวว่า ทหารรัสเซียป้องกันอย่างแน่นหนาในพื้นที่รอบเมืองโอริคิฟ ซึ่งห่างจากซาปอริชเชียไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 65 กม. นอกจากนั้นการต่อสู้ยังเกิดขึ้นรอบเมืองเวลีกา โนโวซิลกา ทางตะวันออก

เมืองทั้ง 2 แห่งเป็นชายขอบทางตะวันตกและตะวันออกของเส้นแนวหน้าการปะทะ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่ายูเครนพยายามที่จะฝ่าแนวป้องกันของรัสเซียไปให้ได้ โดยนายคูซานพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ไม่ใช่ความลับที่หนึ่งในเป้าหมายหลักของเราคือตัดเส้นทางบกที่คอยป้อนเสบียงให้แก่กองกำลังศัตรูที่รวมกลุ่มกันในภาคใต้”

นอกจากนั้น ยูเครนยังมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ทางเหนือและใต้ของเมืองบักห์มุต โดยมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าทหารยูเครนกำลังรุกคืบเข้าใกล้เมืองแห่งนี้ ซึ่งนางมาลียาร์ยืนยันว่าทหารคืบหน้าไปได้ประมาณ 200-1,100 ม. ในหลายภาคส่วน และอาจนำไปสู่การโอบล้อมเมืองขังทหารรัสเซียที่อยู่ภายในเอาไว้

อย่างไรก็ตาม นายโอเลกซีย์ ดานิลอฟ เลขาธิการสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติยูเครน ปฏิเสธรายงานที่ว่า ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของยูเครนก้าวเข้าสู่ช่วงระยะใหม่แล้ว และย้ำว่า “เมื่อเราเริ่มการโจมตีตอบโต้ ทุกคนก็จะรู้ พวกเขาจะได้เห็น”

ส่วนนายคูซาน กล่าวว่า “ประเด็นก็คือในที่สุดแนวหน้าก็มีความเคลื่อนไหว” พร้อมกับเสริมว่ายังมีตัวเลือกมากมายเปิดกว้างให้แก่เหล่าผู้บัญชาการกองทัพยูเครน แต่ปฏิบัติการก็มีข้อจำกัดอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือการขาดเครื่องบินรบที่คอยให้การสนับสนุนทางอากาศ ทำให้พวกเขาต้องเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แล้วขยับระบบป้องกันทางอากาศเข้าใกล้แนวหน้าเรื่อยๆ

อีกปัจจัยคือเวลา ปฏิบัติการตอบโต้ของยูเครนอาจดำเนินไปได้ไม่เกิน 5 เดือน เพราะหลังจากนั้นฝนฤดูใบไม้ร่วงจะทำให้รถหุ้มเกราะขนาดใหญ่ไม่สามารถวิ่งผ่านพื้นที่เปิดโล่งชื้นแฉะได้อีกครั้ง.

ที่มา : bbc

ฝนตกทุบสถิติ ถล่มภาคตะวันตกเฉียงใต้จีน ทำน้ำท่วมหลายเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2700726

ฝนตกทุบสถิติ ถล่มภาคตะวันตกเฉียงใต้จีน ทำน้ำท่วมหลายเมือง

10 มิ.ย. 2566 01:32 น.

ฝนตกทุบสถิติ ถล่มภาคตะวันตกเฉียงใต้จีน ทำน้ำท่วมหลายเมือง

เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน บางจุดทำลายสถิติในรอบหลายสิบปี ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก ทางการต้องอพยพประชาชนและระงับบริการเรือข้ามฟาก

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดฝนฤดูร้อนตกหนักไม่หยุดในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย. 2566 เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมสูงในหลายเมือง น้ำท่วมถนนและอาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะที่เมืองท่า เป่ยไห่ ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ที่มีฝนตกวัดได้ถึง 614.7 มม. ภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง จนถึงตี 5 วันศุกร์

ปริมาณน้ำฝนดังกล่าวเทียบเท่ากับน้ำฝนมากกว่า 1 ใน 3 ที่เมืองท่าแห่งนี้เผชิญในช่วงเวลา 1 ปี กลายเป็นวันที่ฝนตกในวันเดียวมากที่สุดในรอบ 48 ปี หลังจากในปี 2564 เกิดฝนตกวัดปริมาณน้ำได้ 552.5 มม. ในเมืองเจิ้งโจว ทำให้น้ำท่วมอุโมงค์รถไฟใต้ดิน และทำให้การจราจรเป็นอัมพาตไปหลายวัน

สำหรับสถานการณ์ที่เมืองเป่ยไห่ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้มีน้ำท่วมสูงบนถนนหลายสาย ขณะที่บริการเรือข้ามฟากจากเมืองเป่ยไห่ไปเมืองเว่ยโจว ถูกยกเลิกระหว่างวันที่ 10-12 มิ.ย. เนื่องจากลมกระโชกแรงและฝนที่ตกต่อเนื่องในอ่าวตังเกี๋ยทางตอนใต้ของจีน

ส่วนที่เมืองยวี่หลินในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่ติดกับเขตปกครองกว่างซีจ้วง เผชิญฝนตกต่อเนื่องนานถึง 35 ชั่วโมง จนถึงเช้าวันศุกร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนมากกว่า 100 คนออกจากพื้นที่น้ำท่วม

ด้านพยากรณ์อากาศของจีนคาดการณ์ว่า จะมีฝนตกในภาคใต้ของประเทศต่อไปอีกหลายวัน ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองฉับพลัน

ทั้งนี้ จีนกำลังรับผลกระทบจากภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยเขตปกครองฯ กว่างซีจ้วงเพิ่งเจอกับภัยแล้งหนักในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากฝนตกน้อยที่สุดในรอบกว่า 60 ปี ส่วนที่มณฑลเหอหนานซึ่งมีฉายาว่าเป็นยุ้งฉางของจีน ก็เพิ่งเจอฝนตกหนัก ทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจนเกิดวามกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหาร.

ที่มา : reuters

‘45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก’ จัดประกวดโปสเตอร์ ซีไรต์ใน ‘ภาพจำ’ กับ ‘จินตนาการ’ ของฉัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736303

‘45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก’ จัดประกวดโปสเตอร์  ซีไรต์ใน ‘ภาพจำ’ กับ ‘จินตนาการ’ ของฉัน

‘45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก’ จัดประกวดโปสเตอร์ ซีไรต์ใน ‘ภาพจำ’ กับ ‘จินตนาการ’ ของฉัน

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และ สยามจุลละมณฑล ผู้จัดงาน“45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก”จัดกิจกรรมประกวดโปสเตอร์นิทรรศการ 45 ปีซีไรต์มาไกลมาก ภายใต้แนวคิด “ซีไรต์ใน “ภาพจำ”กับ “จินตนาการ” ของฉัน”เพื่อสะท้อนความรู้สึกและความคิดเห็นในฐานะผู้อ่านที่มีต่อวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความมุ่งหวังที่ต้องการเห็นพัฒนาการของวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต โดยสามารถสมัครและส่งผลงานได้แล้วตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2566 ที่ https://forms.gle/Kcbc581XCNZkvjQu5

การประกวดแบ่งเป็น ٢ ประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคล และ ประเภททีม ประกอบไปด้วยกลุ่มเด็ก-เยาวชน และกลุ่มประชาชนทั่วไป ผู้สนใจสามารถสมัครได้โดยไม่จำกัดอายุและอาชีพ โดยต้องส่งผลงานในรูปแบบภาพนิ่ง (A٣) โปสเตอร์ ไฟล์นามสกุล JPG, PNG ฯลฯ จำนวน ١ ไฟล์ และไฟล์ต้นฉบับนามสกุล AI, PSD, PPT ฯลฯ จำนวน ١ ไฟล์ ความละเอียดไม่ต่ำกว่า ٣٠٠ dpi โดยระบุชื่อ-นามสกุล สถานศึกษา (ถ้ามี) ช่องทางการติดต่อ พร้อมคำอธิบายที่สื่อถึงแนวคิดของโปสเตอร์นิทรรศการฯ ภายในวันที่ ٣٠ มิถุนายน ٢٥٦٦ ที่อีเมล marketing@siamclmt.com ระบุหัวเรื่อง : ส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม ٤٥ ปีซีไรต์ (นิทรรศการ)

คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผลงานที่ผ่านเข้ารอบ เพื่อจัดแสดงผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.siamclmt.com และ Facebook Page : สยามจุลละมณฑล พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมโหวตโปสเตอร์ที่เข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ ١٦ กรกฎาคม ٢٥٦٦ ถึงวันที่ ٢٠ สิงหาคม ٢٥٦٦ โดย ٢٠ ผลงานที่ได้รับการโหวตสูงสุดทางออนไลน์จะถูกนํามาจัดแสดงในงานกิจกรรมพิเศษ ٤٥ ปี ซีไรต์มาไกลมาก และประกาศผลผู้ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ٣ อันดับแรกของแต่ละประเภทในวันที่ ٢٧ สิงหาคม ٢٥٦٦ พร้อมร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรและเงินรางวัล ในวันเดียวกัน ซึ่งรางวัลชนะเลิศมีทั้งหมด 4 รางวัล ได้แก่ ประเภทบุคคล และ ประเภททีม ในกลุ่มเด็กและเยาวชน และกลุ่มประชาชนทั่วไป

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดงาน “45 ปีซีไรต์มาไกลมาก” สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.siamclmt.com, Facebook : สยามจุลละมณฑล, Line Oa : @siamclmt หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 063-4519359, 061-5193641,092-4255229

เขตประเวศ เปิดจุดบริการด่วนมหานครที่‘พาราไดซ์ พาร์ค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736310

เขตประเวศ เปิดจุดบริการด่วนมหานครที่‘พาราไดซ์ พาร์ค’

เขตประเวศ เปิดจุดบริการด่วนมหานครที่‘พาราไดซ์ พาร์ค’

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เคพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขานรับนโยบายกรุงเทพมหานคร ยกระดับการให้บริการงานทะเบียนครอบคลุมยิ่งขึ้น เตรียมเพิ่มพื้นที่จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) สำนักงานเขตประเวศ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดย เอกรัตน์ ชลลัมพี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ให้การต้อนรับ เฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัดกรุงเทพมหานคร และ อนุชิต พิพิธกุล ผู้อำนวยการ เขตประเวศ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากฝ่ายทะเบียน ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ที่ลงพื้นที่สำรวจจุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) ภายในศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เพื่อเพิ่มพื้นที่จุดให้บริการ ให้ประชาชนที่มาใช้บริการได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นเข้าถึงการให้บริการที่ครอบคลุม อาทิ งานทะเบียนบัตรประชาชน ทะเบียนราษฎร การลงทะเบียนผู้สูงอายุ การแจ้งเงินสงเคราะห์ต่างๆ (e-case)การจดทะเบียนพาณิชย์ ตลอดจนการบริการต่างๆ ของสำนักงานเขตประเวศและกรุงเทพมหานคร

สำหรับประชาชนที่มาใช้บริการที่จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service)ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค สามารถ Walk-in ที่จุดบริการด่วนมหานคร บริเวณ ชั้น G โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30-18.30 น.หรือสามารถจองคิวผ่านแอปพลิเคชั่น BMA Q สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูบ paradiseparkchannel

กระแสตอบรับดี บูธ ThaiBev คึกคัก ส่งท้าย THAIFEX ตอกย้ำนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736312

กระแสตอบรับดี บูธ ThaiBev คึกคัก  ส่งท้าย THAIFEX ตอกย้ำนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

กระแสตอบรับดี บูธ ThaiBev คึกคัก ส่งท้าย THAIFEX ตอกย้ำนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ในงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2023 จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยไปสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเจรจาการค้าระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้ซื้อจากทั่วทุกมุมโลก ได้รับเกียรติจาก จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.กระทรวงพาณิชย์ และ สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เยี่ยมชมบูธ โดยมี ประวิช สุขุม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสายกิจการองค์กร (ประเทศไทย) วิรัช เมฆสัมพันธ์ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพิเศษ สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และคณะผู้บริหารไทยเบฟฯ ให้การต้อนรับ

งานปีนี้ ไทยเบฟ ยังคงตอกย้ำศักยภาพความเป็น ASEAN Leader ผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนไปสู่สายตานานาประเทศ ภายใต้แนวคิด ENABLING SUSTAINABLE GROWTH ผ่านมุมมอง PRODUCT INNOVATION and SUSTAINABILITY นับเป็นการเพิ่มโอกาสการเจรจาทางธุรกิจ และการขยายตลาดให้กับสินค้า นวัตกรรม และช่องทางการให้บริการทั้งในรูปแบบออฟไลน์-ออนไลน์ ทั้งนี้ ไทยเบฟไม่เพียงแต่จะสรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกช่วงวัยแล้ว ยังดำเนินธุรกิจสู่การเติบโตควบคู่กับความเอาใจใส่ด้าน
สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย Net Zero 2040 แบบครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่ต้นน้ำ คือ กระบวนการผลิต จนถึงปลายน้ำ
คือ การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ล่าสุดจับมือกับบริษัทชั้นนำพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซุปปลาทูน่าสกัด (ZEA Tuna Essence) นวัตกรรมเครื่องดื่มเสริมอาหารที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการ ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีนาโนฟิลเทรชั่น (Nanofiltration) เพื่อยังคงไว้ซึ่งคุณค่าในผลิตภัณฑ์ ผ่านการวิจัยค้นคว้าและได้รับการรับรองจากศูนย์วิจัยนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาเอาใจใส่ต่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ส่งท้ายงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2023 ในวันจำหน่ายสินค้าปลีก ไทยเบฟ ยังคงได้รับความสนใจจากนักธุรกิจ คู่ค้าและประชาชนทั่วไปแวะไปสัมผัสประสบการณ์ที่บูธไทยเบฟกันอย่างคึกคัก จัดหนักจัดเต็มเช่นเคยกับสินค้าประเภทเครื่องดื่มและอาหารมากมายหลากหลายแบรนด์ทั้งในกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ และกลุ่ม F&N Dairies (Thailand) Ltd. ที่นำมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มที่ได้รับกระแสตอบรับดี ได้แก่ น้ำอัดลม เอส โค่ลาโฉมใหม่,ชาเขียวโออิชิ, น้ำดื่มคริสตัล, เครื่องดื่มชูกำลัง แรงเจอร์ และนวัตกรรมเครื่องดื่มเสริมอาหาร ZEA Tuna Essence ขณะที่ ซอสน้ำจิ้มสำเร็จรูปและโออิชิเกี๊ยวซ่ายังคงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานที่ได้รับการตอบรับอย่างเนืองแน่น เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ไทยเบฟ ยังได้จัดให้มีกิจกรรมสนุกลุ้นรับของที่ระลึกมากมายจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น ลุ้นรับแก้ว Stanley สุดคูลล์ กับ Chang Cold Brew Cool Club เพื่อแทนคำขอบคุณทุกการตอบรับจากผู้ที่สนใจ และแวะเข้าไปเยี่ยมชมและทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไทยเบฟเวอเรจที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณทุกช่วงเวลา

คุณแหน : 10 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736309

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll เนื่องด้วย ในวันที่ 24 ม.ค. 2567 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จะครบ 60 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย จึงขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงาน “ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนา มช.” ชิงเงินรางวัล รวม 100,000 บาท…ส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 24 ก.ค.นี้ โดยส่งด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์สื่อสารองค์กรฯสำนักงานมหาวิทยาลัย มช. หรือทางไปรษณีย์โดยยึดวันที่ไปรษณีย์ประทับตรารับเป็นหลัก ดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่ https://cmu.to/CMU60thlogocontestForm อ่านประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การประกวดตราสัญลักษณ์วาระครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ที่ https://cmu.to/CMU60thlogocontest ดูรูปแบบการนำเสนอตามเอกสารแนบที่ 2 ในประกาศฯ ได้ที่ https://cmu.to/CMU60thlogocontest Present หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สื่อสารองค์กรฯ สำนักงานมหาวิทยาลัย มช.โทร.053-943022 หรือโทร.053-944444…

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวในการจากไปของ คุณแม่พี พวงมาลี มารดาของ วาสนา ภรรยา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง พิธีสวดพระอภิธรรมจัดคืนนี้สุดท้าย ที่ศาลา 14 (สุวรรณวนิชกิจ) วัดเทพศิรินทราวาส และฌาปนกิจ 11 มิ.ย.17.00 น. …

ll เรื่องน่าเสียใจอีกเรื่อง อังคณา วัฒนกุล สูญเสียญาติสนิท ยศพล กานตรัตน์ จัดงานประชุมเพลิงไปแล้ว ที่วัดพระศรีมหาธาตุ เมื่อวันพุธ
ที่ผ่านมา…

ll วันที่ 10 มิ.ย. 13.00 น. ภญ.ตวงพร เลาหบุตร เปิดธุรกิจใหม่ Anti Ageing Center ที่ kkcity บางบัวทอง โดยมีรายการ Doctor Talk ด้วย ภายใต้หัวข้อ “เติมปัญญา สู่ยอดคน” “เติมสุขภาพสู่ 100 ปี” งานนี้ นพ.สมนึก ศิริพานทองบรรยายเรื่อง “ลดเสี่ยง เลี่ยงมะเร็ง” ด้วยการแพทย์แบบผสมผสานเชิงป้องกันและฟื้นฟู…ชื่อเรื่องที่พูดร่วมสมัย เพราะมะเร็งเป็นง่าย หายยากชะมัด…

ll ตั้งแต่เกษียณได้อยู่กันพร้อมหน้า ไปไหนไปกันทุกที่ทุกเวลา ดุจปาท่องโก๋ คู่สวีทหวานแหวว วัชเรนทร์ สืบสิทธิ์ กับมาดาม อรชาติ ยามนี้อยู่ระหว่างฮันนีมูนครั้งที่เท่าใด โปรดอย่าถาม เพราะมากครั้งจนเจ้าตัวยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ณ ประเทศฝรั่งเศส สเปน และสวีเดน…เป็นประเด็นให้เพื่อนๆ ส่งข่าวมา ด้วยความอิจฉามารศรีเป็นที่ยิ่ง…

ll สานฝันจิตต์มิตรภาพ ได้รับการแต่งตั้งจาก ผู้ว่าฯกทม.ให้เป็น Project Manager โครงการดีๆที่เริ่มจากศูนย์ “นโยบายผ้าอนามัยฟรีของกทม.” เพื่อนักเรียนหญิงที่ขาดแคลน ซึ่งโครงการนี้สำเร็จลุล่วงแล้ว ในโรงเรียนของกทม.เขตบางคอแหลม โดยมีแผนจะดำเนินการต่ออีก 3 เขตในปีนี้ ส่วนในปีหน้า นโยบายนี้จะเข้าสู่โรงเรียนทั้ง 50 เขตของ กทม. (รวม 437 โรงเรียน) ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือนักเรียนหญิงที่ขาดแคลนได้ประมาณ 100,000 คน…เอ้า !! ปรบมือสิคะ รออะไรกันอยู่ !!…ll

บารอนเนส

‘ยัสปาล กรุ๊ป’ ส่งต่อพลังแห่งการให้ บริจาคผ้าห่มให้กับ 5 องค์กรสาธารณกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736311

‘ยัสปาล กรุ๊ป’ ส่งต่อพลังแห่งการให้  บริจาคผ้าห่มให้กับ 5 องค์กรสาธารณกุศล

‘ยัสปาล กรุ๊ป’ ส่งต่อพลังแห่งการให้ บริจาคผ้าห่มให้กับ 5 องค์กรสาธารณกุศล

วันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยัสปาล กรุ๊ป (JASPAL GROUP) เดินหน้าส่งต่อพลังแห่งการให้ (Power of Sharing) ด้วยการแบ่งปันให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ตอกย้ำนโยบายการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ให้ผู้คนและสังคม สามารถเดินหน้า พัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยล่าสุดได้ร่วมบริจาคผ้าห่มรวมจำนวน 200 ผืนให้กับ 5 องค์กรสาธารณกุศล ได้แก่ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ, มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ, มูลนิธิกระจกเงา, สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ และ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้

ดนัย สาครสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ยัสปาล กรุ๊ป กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 75 ปี ของยัสปาล กรุ๊ป เราได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมภายในแนวคิด The Power of Sharing ซึ่งเชื่อมั่นในการแบ่งปันให้กับผู้ที่ขาดแคลนและต้องการความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มคนเหล่านั้น มีกำลังใจ สามารถพัฒนาตนเอง มีความแข็งแกร่งขึ้น พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติให้ดีขึ้นได้ เราจึงได้จัดทำโครงการ “ยัสปาล กรุ๊ป ส่งต่อความห่วงใยด้วยพลังแห่งการให้” โดยการบริจาคผ้าห่มนวมผืนนุ่ม คุณภาพดี ของแบรนด์ Stevens ดีไซน์ด้วยลวดลายสวยงาม มีสีสันสดใส เป็นสัญลักษณ์แทนความห่วงใยและกำลังใจ ให้กับ
ผู้ที่ต้องการแหล่งพักพิง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่มีความสุขภายใต้ผ้าห่มผืนนุ่ม และตื่นมาขึ้นพร้อมกับพลังและกำลังใจที่จะพัฒนาตนเองเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน”

โดยการส่งมอบผ้าห่มแทนความห่วงใยและกำลังใจในครั้งนี้ ยัสปาล กรุ๊ป ได้ดำเนินการบริจาคผ่านองค์กรสาธารณกุศล จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียบิดามารดาขาดญาติมิตรตามนโยบายขององค์กรสหประชาชาติ (UN›s Sustainable Development Goals-SDGs), มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ดูแลและช่วยเหลือเด็กพิการให้มีการฟื้นฟูพัฒนาการ เพื่อดำรงชีวิตและกลับคืนสู่สังคม, มูลนิธิกระจกเงาที่ทำหน้าที่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนเรื่องราวในสังคมให้ได้รับการช่วยเหลือ, สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เป็นบ้านพักพิงช่วยเหลือสตรีและเด็กที่ด้อยโอกาสในสังคม และมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้าหรือถูกทอดทิ้งให้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งนอกจากการบริจาคผ้าห่มให้แล้ว เหล่าพนักงานอาสาสมัครของ ยัสปาล กรุ๊ปยังได้ร่วมทำกิจกรรมสันทนาการช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจและเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อสร้างความอบอุ่นและรอยยิ้ม เติมเต็มกำลังใจอีกด้วย