เตือนทายาทเกษตรกรที่ได้รับจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ต้องยื่นคำขอรับมรดกให้เป็นไปตามระเบียบใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738020

เตือนทายาทเกษตรกรที่ได้รับจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ต้องยื่นคำขอรับมรดกให้เป็นไปตามระเบียบใหม่

เตือนทายาทเกษตรกรที่ได้รับจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ต้องยื่นคำขอรับมรดกให้เป็นไปตามระเบียบใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.02 น.

เตือนทายาทเกษตรกรที่ได้รับจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ต้องยื่นคำขอรับมรดกให้เป็นไปตามระเบียบใหม่ กรณีผู้ได้รับจัดสรรที่ดินเสียชีวิตก่อน 16 ก.ค. 64 ทายาทต้องยื่นคำขอภายในวันที่ 15 ก.ค.66 นี้ ผ่าน 2 ช่องทาง ส.ป.ก.จังหวัดและออนไลน์ หากเพิกเฉยจะกลายเป็นที่ดินแปลงว่างรัฐนำออกจัดสรรให้เกษตรกรรายอื่นได้

18 มิถุนายน 2566 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้ปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ. 2564 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 64 เป็นต้นมา

ตามข้อ 22 และข้อ 23 ของระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้ทายาทของเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินต้องยื่นคำขอรับสิทธิตกทอดทางมรดกในที่ดิน ส.ป.ก. ภายในปี 1 นับแต่เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินถึงแก่ความตาย และในบทเฉพาะกาลของระเบียบฯ  ได้กำหนดว่ากรณีถึงแก่ความตายก่อนระเบียบฯ มีผลบังคับ(ก่อน16ก.ค.64) ทายาทจะต้องยื่นคำขอรับการตกทอดทางมรดกภายใน 1 ปี หรืออาจขยายได้รวมไม่เกิน 2 ปีนับแต่ระเบียบฯ มีผลบังคับ ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวจะครบ 2 ปีตามบทเฉพาะกาลในวันที่ 15 ก.ค. 66 นี้

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ด้วยผลของระเบียบฯ ทายาทของเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินซึ่งเสียชีวิตก่อนวันที่ 16 ก.ค. 64 จึงต้องดำเนินการยื่นคำขอรับการตกทอดทางมรดกในที่ดิน ส.ป.ก. ภายในวันที่ 15 ก.ค. 66  ซึ่งในระยะที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้สำนักงาน ส.ป.ก. ได้ทยอยทำหนังสือแจ้งและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆให้ทายาทของเกษตรกรที่เสียชีวิตแล้วเข้ามายื่นคำขอรับมรดกสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. โดยสามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทาง คือ ส.ป.ก.จังหวัด ทั่วประเทศ ในวันเวลาราชการ หรือยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://servicecenter.alro.go.th/

“ตามระเบียบฯ ที่มีผลบังคับตั้งแต่ 16 ก.ค. 64 ใครก็ตามที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เป็นผู้ได้รับจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. และท่านเหล่านั้นเสียชีวิตลง ทายาทจะต้องยื่นคำขอรับมรดกสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก.ภายใน 1 ปี และขยายได้รวมแล้วไม่เกิน 2 ปี ส่วนกรณีที่การเสียชีวิตนั้นเกิดก่อน 16 ก.ค. 64 ทายาทจะต้อง ยื่นคำขอภายใน 15 ก.ค. 66 หากพ้นระยะเวลาที่ดังกล่าว ส.ป.ก. จะประกาศเป็นที่ดินแปลงว่าง และจัดให้เกษตรกรหรือผู้ประสงค์จะทำเกษตรกรรมรายอื่นตามระเบียบฯ ต่อไป” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  ตามรายงานของสำนักงาน ส.ป.ก. ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 48 ปีที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้จัดที่ดินทำกินให้เกษตรกรประมาณ 2.9 ล้านราย พื้นที่รวมประมาณ 36 ล้านไร่  ซึ่งตั้งแต่ระเบียบฯ ปี 64 มีผลบังคับ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของผู้ได้รับการจัดที่ดินกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง พบว่า มีเกษตรกรผู้ได้รับการจัดสรรที่ดินเสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 205,930 ราย และมีผู้ยื่นคำขอจัดที่ดินแทนที่ตามระเบียบฯ แล้ว จำนวน 18,542 ราย เนื้อที่รวม 349,561 ไร่ ประชาชนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับยื่นคำขอรับการตกทอดทางมรดกสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขสายด่วน ส.ป.ก. 1764 หรือหมายเลข 0-2282-9004

คุยกัน 7 วันหน : จับตากระแส MeToo กดดันญี่ปุ่นยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737929

คุยกัน 7 วันหน : จับตากระแส MeToo  กดดันญี่ปุ่นยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศ

คุยกัน 7 วันหน : จับตากระแส MeToo กดดันญี่ปุ่นยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศ

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.13 น.

สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเพิ่มอายุความยินยอม (Age of Consent) หรืออายุที่ยอมให้ร่วมประเวณีได้
จากเดิม 13 ปี เป็น 16 ปี ถือเป็นการปฏิรูปกฎหมายอาชญากรรมทางเพศครั้งสำคัญของประเทศนี่เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนอายุความยินยอม นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ในปี 1907 หลังจากก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีอายุความยินยอมน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม บุคคลที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 13 ถึง15 ปี จะถูกลงโทษก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นมีอายุมากกว่าผู้เยาว์ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปเท่านั้น

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับแก้ไขใหม่ ยังยืดระยะเวลาอายุความ หรือขยายกรอบเวลาทางกฎหมาย ในการแจ้งความว่าถูกข่มขืนจากเดิม 10 ปี เป็น 15 ปี เพื่อให้ผู้เสียหายมีเวลาดำเนินการมากขึ้น โดยคดีข่มขืนที่สามารถฟ้องร้องได้ รวมถึงคดีที่เหยื่อถูกข่มขืนเพราะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ ยาเสพติด หรือถูกทำให้หวาดกลัว หรือคดีที่ผู้ก่อเหตุข่มขืนฉวยโอกาสจากสถานะทางสังคม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ยังรวมถึงการห้ามการแอบถ่าย (photo voyeurism) เช่น การถ่ายใต้กระโปรง และการแอบถ่ายกิจกรรมทางเพศ

ญี่ปุ่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความผิดทางเพศครั้งล่าสุดในปี 2017 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกในรอบกว่าศตวรรษ แต่นักเคลื่อนไหวกล่าวว่า
การปฏิรูปดังกล่าวยังไม่เพียงพออีกทั้งในปี 2019 ยังมีการตัดสินคดีข่มขืนหลายครั้งที่ผู้ก่อเหตุพ้นผิด สร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้าง ทำให้เกิดการรณรงค์ต่อต้านทั่วประเทศที่เรียกว่า Flower Demo ในวันที่ 11 ของทุกเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2019 เป็นต้นมา โดยนักเคลื่อนไหวได้รวมตัวกันทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้รอดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เรียกว่าเป็นการเลี้ยงกระแส #Metoo ในแบบญี่ปุ่นจนประสบความสำเร็จเลยก็ว่าได้

ที่ผ่านมา การดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุข่มขืนภายใต้กฎหมายฉบับเก่าของญี่ป่นมีความยากลำบาก เนื่องจากต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเหยื่อนั้นไร้ความสามารถขัดขืนจริง ซึ่งข้อกำหนดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการกล่าวโทษผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเพราะไม่ต่อต้านเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวบางคนมองว่า การปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้ เป็นการแก้ปัญหาเพียงส่วนเดียว คาซูโกะ อิโตะ รองประธาน Human Rights Now ซึ่งมีสำนักงานในกรุงโตเกียวกล่าวว่า “ความคิดที่ผิดเพี้ยน” เกี่ยวกับเรื่องเพศและความยินยอมที่แพร่หลายมาหลายชั่วอายุคนต้องได้รับการแก้ไข แม้ว่าการปฏิรูปจะมีผลบังคับใช้ แต่ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายนี้ ควรต้องรู้สึกว่าได้รับอำนาจในแจ้งความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

สื่อในญี่ปุ่นรายงานว่า ผู้ที่รอดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เป็นข่าวเผยแพร่สู่สาธารณะในญี่ปุ่น มักได้รับคำขู่และได้รับความคิดเห็นที่น่ารังเกียจทางสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลให้ผู้เคยผ่านประสบการณ์จากความรุนแรงทางเพศ มักลังเลที่จะออกมาเผชิญหน้าเพราะความอัปยศและความอับอาย ผลสำรวจของรัฐบาลในปี 2021 พบว่ามีผู้หญิงและผู้ชายเพียงร้อยละ 6 เท่านั้นที่รายงานว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าพวกเธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เนื่องจาก “ความอับอาย”

ขณะที่ ซากุระ คามิทานิ ทนายความและผู้สนับสนุนด้านสิทธิ ระบุว่าญี่ปุ่นควรให้ความช่วยเหลือทางการเงินและจิตใจมากขึ้น สำหรับผู้ที่รอดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และแม้แต่ผู้ก่อเหตุก็ควรได้รับการดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ระบุว่า จำนวนคดีการกระทำความผิดทางเพศร้ายแรงในญี่ปุ่นในปี 2022 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2021 โดยคดีที่เกี่ยวกับการข่มขืนเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.3 เป็น 1,656 คดี เช่นเดียวกับคดีกระทำรุนแรงทางเพศที่เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงและการข่มขู่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 เป็น 4,708 คดี ส่วนคดีข่มขืนและทำร้ายร่างกายที่เกี่ยวกับการกระทำทางเพศเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า จำนวนคดีที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลมาจากที่ประชาชนได้รับทราบและมีความเข้าใจมากขึ้นว่าการกระทำแบบใดถือเป็นอาชญากรรมทางเพศ และความก้าวหน้าของระบบทันสมัยที่ใช้รับรายงานและให้คำปรึกษาในดดีประเภทนี้

ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้งศูนย์สนับสนุนขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและความรุนแรงทางเพศเพื่อให้ความช่วยเหลือ เช่นช่วยในการเข้ารับการตรวจและปรึกษากับสูตินรีแพทย์ และแพทย์ผู้ชำนาญโรคสตรี หรือ นรีเวชศาสตร์ และการแจ้งความกับตำรวจและหารือทนายความ

ซึ่งเมื่อมีการยกเครื่องกฎหมายอาชญากรรมทางเพศครั้งใหม่นี้ ก็น่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาเกี่ยวกับคดีความรุนแรงทางเพศในประเทศลงได้ไม่มากก็น้อย

โดย ดาโน โทนาลี

หนังสือเด่น : ขายของดีบน Lazada และ Shopee ด้วยเคล็ดลับของร้านที่ประสบผลสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737922

หนังสือเด่น : ขายของดีบน Lazada และ Shopee  ด้วยเคล็ดลับของร้านที่ประสบผลสำเร็จ

หนังสือเด่น : ขายของดีบน Lazada และ Shopee ด้วยเคล็ดลับของร้านที่ประสบผลสำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในวันที่การขายของออนไลน์แข่งขันกันสูงแบบทุกวันนี้  พ่อค้าแม่ค้าหันมาขายสินค้าบนตลาดออนไลน์มากขึ้น อาจด้วยความจำเป็นเพราะการขายออฟไลน์ยอดตก หรือบางคนก็เข้ามาด้วยความต้องการค้าขายออนไลน์จริงๆ  ในความเป็นจริงบางคนก็สำเร็จไปได้ด้วยดี แต่ก็มีหลายคนก็ต้องยอมแพ้ไป  เพราะการทำธุรกิจออนไลน์ไม่ได้เป็นสิ่งที่สำเร็จได้ง่าย การเข้ามาค้าขายต้องมีความรู้และต้องเข้าใจในธุรกิจและการตลาดออนไลน์ อีกทั้งต้องรู้และเข้าใจในแพลตฟอร์มที่ตัวเองเข้ามาขายสินค้าในระดับหนึ่ง

สำหรับขายออนไลน์บน  Lazada และ Shopee ในปัจจุบันยังเป็น Marketplace ที่ยังคงสามารถขายสินค้าและทำกำไรได้เป็นอย่างดี  ถึงแม้จะมี TikTok เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดไปบ้างในทุกวันนี้ แต่ก็ไม่สามารถละทิ้ง 2 แห่งนี้ได้เพราะยังมีลูกค้านิยมซื้อขายบน 2 Marketplace   นี้อยู่จำนวนมาก เพราะยังเป็นระบบที่น่าเชื่อถือ และมีระบบหลังบ้านที่ค่อนข้างแข็งแรง และมีระบบดูแลลูกค้าที่ค่อนข้างดี

หนังสือ “เคล็ดลับที่ร้านขายดี ใน Lazada & Shopee ไม่อยากบอก” ผู้เขียน ชวพล ฟ้าอำนวยผล เล่มนี้ เกิดขึ้นจากการรวบรวม ประสบการณ์การทำงานจริงของผู้เขียนในฐานะอดีต Head of Content ที่ Lazada และผู้เชี่ยวชาญการขายบน Marketplace โดยเขาจะมาบอกเคล็ดลับขายดี ที่รวมกลยุทธ์ในการขายที่เป็นสูตรสำเร็จ ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นำไปใช้ได้ทันที และเนื้อหาทั้งเกี่ยวกับ Lazada และ Shopee ก็ได้อัพเดตเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เนื้อหาสำคัญในเล่ม ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องรู้สำหรับคนขายบน Marketplace ดังกล่าว  ได้แก่ สิ่งที่จำเป็นต้องรู้ก่อนขาย วิธีสมัครเปิดร้าน สอนอัปโหลดสินค้าตัวแรก Step by Step  ทำอย่างไรให้ขายดีตั้งแต่สินค้าตัวแรก  เทคนิคการให้ลูกค้าหาสินค้าแล้วพบเราเป็นคนแรก  เปลี่ยนคนซื้อเป็นคนรีวิวสินค้าให้เรา  ทำ Marketing และตกแต่งหน้าร้านให้ขายสุดปัง วิธีร่วมแคมเปญให้ปังให้เปรี้ยง  เทคนิคการทำ Promotion   รวมเทคนิคเพิ่มการมองเห็นให้ร้านค้า การซื้อโฆษณาเพิ่มยอดขายด้วย Lazada Ad และ Shopee Ad  ตกแต่งร้านค้าให้ดึงดูดลูกค้า แชตให้เป็นก็จะได้ออเดอร์เพิ่ม ฯลฯ

หนังสือเล่มนี้ อ่านได้ทั้งมือใหม่และผู้ขายมือเก๋าที่ต้องการเคล็ดลับการขายดีขึ้น ซึ่งเทคนิคที่ผู้เขียนนำมาบอกนี้ คือจากร้านที่ขายดีเขาทำกันและไม่เคยบอกให้ใครรู้  ผู้เขียนได้นำมาถ่ายทอดอย่างหมดเปลือกก็ว่าได้  และเมื่อทำตามก็จะทำให้รู้ว่า การขายของใน Lazada และ Shopee ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ทำตามร้านที่เขาสำเร็จเขาทำกัน ก็จะขายดีได้เหมือนพวกเขาเช่นกัน

การถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อ่านของหนังสือเล่มนี้นั้น เหมือนกับการสอนแบบจับมือทำเพราะให้รายละเอียดและเคล็ดลับทุกขั้นตอน ใช้เวลาทำน้อยลงแต่ได้มากขึ้น เพราะเป็นเคล็ดลับที่คนทำสำเร็จมาแล้ว และในวันที่ใครๆก็เข้าสู่ตลาดออนไลน์ การแข่งขันเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ การมีหนังสือเล่มนี้ที่ให้ความรู้และเคล็ดลับการขายดีที่ทันสมัยทันเหตุการณ์ และใช้ได้ผลจริง ย่อมเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดของการขายออนไลน์ เพราะความรู้ที่ถูกต้องจะทำมาซึ่งการปฏิบัติที่ถูกต้องเช่นกัน

“เคล็ดลับที่ร้านขายดี ใน Lazada & Shopee ไม่อยากบอก” เป็นหนังสือที่อ่านง่าย ถ่ายทอดได้อย่างมีระเบียบ และเป็นระบบ มีภาพอินโฟกราฟฟิก การ์ตูน และอื่นๆประกอบ เป็น4สีทั้งเล่ม พิมพ์บนกระดาษถนอมสายตา และพิเศษคือ แถมฟรี  e-book สูตรลับมัดใจลูกค้าบน Marketplace แถมด้วย สามารถโหลดไปอ่านได้ที่ท้ายเล่ม 

หนังสือเล่มนี้ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์  I AM THE BEST ในหมวดการตลาดออนไลน์ จัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ด ยูเคชั่น  ในราคาเล่มละ 289 บาท

“หลักคิด 142 ประการ” สู่ความสำเร็จ

ใช้ได้กับทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย

“จากสมุดบันทึกของผม” ผู้เขียน Hasegawa Kazuiro (ฮาเซงาวะ คะซุฮิโระ) ผู้แปล กาญจนา ประสพเนตร  จากความสำเร็จของ “ฮาเซงาวะ คะซุฮิโระ” ในการฟื้นฟูบริษัทกว่า 2,000 แห่งทั่วญี่ปุ่นให้ปลดหนี้และกลับมาสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องสู่บันทึก “หลักคิด 142 ประการ” ที่กลั่นจากมันสมองของเขา ไม่ว่าจะเป็นวิธีบริหารจัดการ การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เลือกใช้การตลาดที่เหมาะเจาะ เข้าใจจิตวิทยาคนทำงาน นักธุรกิจ ตลอดจนผู้ซื้อผู้บริโภค  คัดสรรมาให้ทุกคนเลือกไปใช้ได้ทันทีและเหมาะกับตัวเอง และสถานการณ์ขององค์กร ประหนึ่งเหมือนมีโค้ชส่วนตัวในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย หัวหน้าส่วน หัวหน้าแผนก ผู้จัดการ ผู้บริหารจัดการระบบ เจ้าของกิจการใหญ่ เจ้าของ SME หรือหน่วยงานภาครัฐ ไม่เว้นแม้แต่นักเรียน นักศึกษา ที่มีความฝันในโลกธุรกิจ มองหาเส้นทางหรือบันไดสู่ความสำเร็จ กุญแจไขไปสู่ประตูชัยนั้นอยู่ในมือแล้ว “จากสมุดบันทึกของผม” เน้นการสร้างคน สร้างใจ ดึงพลังความสามารถให้ไปสู้เป้าหมาย โดยไม่พึ่งโชคชะตาหรือผู้อุปถัมภ์… ไม่เพียงเหมาะสำหรับผู้บริหาร แต่เป็นแนวคิดและกำลังใจให้ “คนทุกคน” ที่ต้องการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าด้วย หนังสือราคา 195 บาท

พัฒนาทักษะและความสามารถ

ให้เหนือกว่า AI ในอนาคตอันใกล้

“Future Skills ทักษะอนาคตที่ AI ทำแทนคุณไม่ได้” ผู้เขียน Bernard Marr (เบอร์นาร์ด มาร์) ผู้แปล พรรษรัตน์ พลสุวรรณา การทำงานในยุคดิจิทัลเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ทักษะชุดเดิมที่เคยทำให้โดดเด่นในโลกของการทำงานอาจถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร แต่ “Future Skills ทักษะอนาคตที่ AI ทำแทนคุณไม่ได้” เล่มนี้ จะทำให้คุณผู้อ่านมองเห็นลู่ทางที่สดใสรุ่งโรจน์มากกว่าเดิม และอาจแปลกใจที่พบว่ากุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานยุคดิจิทัล ไม่ใช่ทักษะเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่คือทักษะด้านอารมณ์และสังคม และทักษะอื่น ๆ ที่ทุกคนสามารถพัฒนาได้” Bernard Marr” เป็นนักอนาคตศาสตร์และที่ปรึกษาให้กับบริษัทชั้นนำทั่วโลก ได้นำเสนอเครื่องมืออันล้ำค่าในการทำงาน เพื่อให้คนทำงานที่สามารถโต้คลื่นดิจิทัลที่ถาโถมแทนที่จะถูกกลืนหายไป และเจาะลึกถึงทักษะและความสามารถ 20 ประการ ที่มนุษย์ควรมี เพื่อให้ประสบความสำเร็จในโลกดิจิทัลและเพื่อเอาชนะAI   กลยุทธ์ในการปรับปรุงความสามารถในการทำงานของคนให้เป็นที่ต้องการสูง ฝึกทักษะใดๆที่จะช่วยให้อยู่รอดปลอดภัย และอยู่ได้ดีในยุคดิจิทัล การจะไขว่คว้าทักษะเหล่านั้นมาทำได้อย่างไร เป็นต้น หนังสือเล่มนี้เหมือนเป็นเหมือน Road Map สำหรับ ฝึกทักษะมนุษย์ให้อยู่รอดในเวลาที่AI อยู่ในทุกส่วนของโลก หนังสือราคา 295 บาท

ในวันที่เหนื่อยล้า สิ้นหวัง ให้วางลง

ให้หลบปัญหาและปลอบใจตัวเอง

“เฮ้อ…หายตัวไปเลยได้มั้ย” ผู้เขียน Nina Kim (นีน่า คิม) ผู้แปล จารุพรรณ์ สีดาฐิติวัฒน์ เป็นหนังสือความเรียงเล่มใหม่ของ “นีน่า คิม” นักวาดลายเส้นโดนใจ “พักให้ไหว ค่อยไปต่อ” และ “ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่ ฉันแค่อายุ 30” เป็นผลงานหนังสือภาพลายเส้นน่ารักและอ่อนโยนที่ช่วยให้คนที่มีแผลในใจที่ไม่อาจลบออกไปได้ง่ายๆ ใช้เป็นหลุมหลบใจ และปลอบประโลมตัวเอง ให้มีเวลายิ้มให้กับตัวเองบ้างในวันที่จิตใจย่ำแย่   หรือแม้มีความผิดพลาดในชีวิตเล็กๆน้อยๆ แต่ในยามที่จิตใจอ่อนไหวก็ไม่พร้อมเผชิญกับความรู้สึกเหล่านั้น และอยากหนีหายไปจากความผิดหวังในตัวเอง นีน่าคิมได้แนะนำให้หายตัวไปจากตรงที่มีปัญหา แล้วมาให้เวลากับตัวเอง ทำอะไรสักอย่างที่ใจต้องการ อาทิการพูดคุยและทำความเข้าใจจิตใจของเราเพื่อระบายก้อนปัญหาออกไป ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ นีน่า คิม นักวาดและนักเขียนเกาหลีใต้ทำ คือการบ่นระบายลงบนภาพวาด ผ่านตัวละครหญิงธรรมดาคนหนึ่ง  เผื่อมีใครบางคนกำลังคิดเหมือนกัน เมื่ออ่านแล้วจะได้มีความรู้สึกร่วมและรู้สึกเหมือนมีคนมาเข้าใจปัญหาและสบายใจขึ้น สามารถกลับไปสู้โลกในชีวิตจริงต่อไป ความเรียงของผู้เขียนอ่านง่าย 1-2 หน้าจบ ได้แง่คิดฮีลใจ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้  มีภาพประกอบ 4 สีตลอดเล่ม ลายเส้นน่ารัก สบายตา หัวข้อต่างๆในบทประพันธ์เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวหลากหลาย ทั้งครอบครัว ความรัก การทำงาน เพื่อน ฯลฯ หนังสือราคา 295 บาท

บันทึกทุกห้วงอารมณ์ของความรัก

ที่มีค่าและของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกัน

“เราจะเป็นแดดจ้าในวันที่ฟ้ามีเมฆมาก” ผู้เขียน Bae Seong-tae (แพซ็องแท) ผู้แปล พรพิสุทธิ์ เป็นหนังสือเป็นความเรียงและภาพลายเส้นซึ้งอินกินใจ เป็นการบันทึกทุกห้วงอารมณ์ของความรัก พร้อมบทความบรรยายความรู้สึกของ “หนุ่มนักวาดฟรีแลนซ์” ที่มีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน กับเรื่องราวของความสัมพันธ์ของเขากับผู้หญิงที่เขารัก ที่เพิ่งแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน พร้อมลูกสาวแมวอีกสองตัว ที่จะพาไปทบทวนช่วงเวลาอันมีค่า พร้อมกับคนที่เรารัก… ผู้เขียนได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตหลังแต่งงานของตัวเองลงบนโซเชียลมีเดีย และรวบรวมกลายเป็นเล่มความรักของตัวเองขึ้นมา ไม่ว่าจะความสัมพันธ์ในแง่มุมต่าง ๆ การใช้ชีวิตร่วมกันในต่างแดน การไปฮันนีมูน การสร้างความแข็งแรงต่อครอบครัว ชีวิตรักทั่วไป จุดเริ่มต้นของความรัก และความเจ็บปวดจากความไม่มั่นคงของชีวิต มุมมองที่หลากหลายนี้ จะทำให้เราสนุกไปกับเรื่องราวอันน่าประทับใจ และลายเส้นน่ารักอันเป็นเอกลักษณ์  และเรื่องเล่าที่อ่านง่าย เป็นประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับใครหลาย ๆ คน ภาพวาดประกอบน่ารัก มีสไตล์ สีสันสดใส น่าสะสม ถ่ายทอดเรื่องราวความรักอย่างอบอุ่นใจ หนังสือราคาเล่มละ 345 บาท

โซไซตี้ : รร.แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา คว้า 4 รางวัลทรงเกียรติ จาก Asia Pacific International Property Awards

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737932

โซไซตี้ : รร.แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา คว้า 4 รางวัลทรงเกียรติ  จาก Asia Pacific International Property Awards

โซไซตี้ : รร.แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา คว้า 4 รางวัลทรงเกียรติ จาก Asia Pacific International Property Awards

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โรงแรมล่าสุดของกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล แลนด์มาร์คใหม่ใจกลางพัทยา คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติจาก Asia Pacific International Property Awards 2023-2024 ซึ่งเป็นการประกวดอันทรงเกียรติระดับโลกในวงการอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ผู้ออกแบบและพัฒนาโรงแรมใหม่ยอดเยี่ยม ประเทศไทย :5 ดาว (Best New Hotel Design & Developer Thailand : 5 stars) โดย บริษัท แอล เอช มอลล์แอนด์ โฮเทล จำกัด, ผู้ออกแบบและพัฒนาโรงแรมใหม่ยอดเยี่ยม เอเชีย แปซิฟิก (Best New Hotel Design & Developer Asia Pacific) บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์โฮเทล จำกัด ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล International Property Awards รอบสุดท้าย,การออกแบบตกแต่งภายในโรงแรมยอดเยี่ยม (Best Hotel Interior) โดยบริษัท อินทีเรียร์ วิชั่นจำกัด และสถาปัตยกรรมโรงแรมยอดเยี่ยม (Best Hotel Architecture) โดย บริษัท ปาล์มเมอร์แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

รางวัล Asia Pacific Property Awards เป็นรางวัลที่ตัดสินโดยคณะกรรมการทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ จัดทำขึ้นเพื่อยกย่องผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเป็นรางวัลได้รับการยอมรับทั่วโลกมายาวนานกว่า 29 ปี โดยผู้ชนะในแต่ละภูมิภาคต่างๆ จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อชิงรางวัลระดันานาชาติ International PropertyAwards ต่อไป

การคว้า 4 รางวัลทรงเกียรติครั้งนี้ของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา เป็นการการันตีถึงศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ได้เป็นอย่างดี โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โรงแรมคุณภาพระดับนานาชาติมอบประสบการณ์ไม่รู้ลืมให้แก่ผู้เข้าพัก ในธีม “อวกาศ” ที่ไม่มีใครเหมือน เป็นแลนด์มาร์คใหม่ใจกลางพัทยา กับคอนเซ็ปต์ดีไซน์โลกอวกาศเต็มรูปแบบ พร้อม SPACE-THEMED WATER PARK สวนน้ำอวกาศขนาดยักษ์ที่ใหญ่สุดในไทย และออนเซ็น วิวทะเลแห่งแรกของไทย โดยโรงแรมได้เปิดตัวไปอย่างฮือฮาเมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา

กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทลอยู่ในเครือบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน โรงแรมและศูนย์การค้า และการจัดการสินทรัพย์ ปัจจุบันประกอบด้วยโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ 6 แห่ง ในกรุงเทพมหานครและพัทยา รวมทั้งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ที่รู้จักกันดี และอีก 4 โครงการ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง โดยมีโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ที่มีกำหนดเปิดดำเนินการในสิ้นปีนี้

แหวกฟ้าหาฝัน : Claude Monet in Kunsthaus Zurich2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737918

แหวกฟ้าหาฝัน : Claude Monet in Kunsthaus Zurich2

แหวกฟ้าหาฝัน : Claude Monet in Kunsthaus Zurich2

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Cottage in Normandy 1885

ในปี 1883 Monet ได้เช่าบ้านที่มีสวนและยุ้งข้าวในเมือง Giverny เพราะที่นี่ใกล้โรงเรียนและทำให้เขามีทิวทัศน์ที่ถูกใจในการสร้างสรรค์งานจนที่นี่กลายเป็นสถานที่ต้นแบบของการสร้างงานต่อมาอีกนับ 40 ปี ในปี 1886เขาได้รู้จักกับ Gustave Geffroy ซึ่งได้เขียนบทความเกี่ยวกับ Monet จนทำให้เขาเป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ และสามารถขายผลงานให้กับชาวอเมริกันได้ส่งผลให้ฐานะของเขาดีขึ้นตามลำดับและสามารถซื้อบ้านได้ในปี 1890เมื่อเขาฐานะดีขึ้นอีก เขาก็ลงทุนไปมากมายกับการตกแต่งสวนโดยเป็นทั้งผู้ออกแบบและลงมือทำ อีกทั้งยังจ้างคนสวนมากถึง7 คน เพื่อบันดาลให้สวนและบ่อน้ำเป็นไปอย่างที่ต้องการ ซึ่งคนทั่วโลกได้เห็นต่อมาในผลงานสารพัดชิ้นของเขา ในช่วงเวลานั้นเขาสร้างสรรค์ผลงานจากแบบที่เหมือนๆ กันด้วยวิธีและเวลาที่ต่างกันออกมาด้วยความหวังว่าจะพบภาษาใหม่ๆ ที่เป็นไปตามธรรมชาติ และมีอัตลักษณ์เป็นที่จดจำอีกจำนวนมากจนสามารถจัดแสดงผลงานเดี่ยวได้ในปี 1898

นับจากเริ่มตกแต่งสวนและบ่อน้ำ เขาเริ่มสร้างสรรค์งานเกี่ยวกับดอกลิลลี่ โดยเขาเริ่มจัดนิทรรศการผลงานเกี่ยวกับดอกลิลลี่นี้ตั้งแต่ปี 1900 ซึ่งกลายเป็นงานที่เขาสร้างสรรค์มากที่สุดตลอด 20 ปีต่อมา ในปี 1905 หลังจากที่เขาขยายสวนดอกลิลลี่ เขาเริ่มหันเหเข้าสู่ผืนผ้าใบที่ใหญ่ขึ้นจึงทำให้เขาต้องใช้เวลามากขึ้นในการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นจนมีผลงานจำนวนชิ้นที่น้อยลง นอกจากบ่อน้ำกับดอกลิลลี่แล้ว เขายังรังสรรค์ผลงานด้วยหัวข้อซ้ำๆ อีกหลายเรื่อง เช่น Waterloo Bridge,Charing Cross Bride, House of Parliamentซึ่งผลงานเหล่านี้ก็มีจัดแสดงอยู่ใน Kunsthaus Zurich และมิวเซียมดังๆ ทั่วโลกจนอาจสร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชำนาญเรื่องศิลปะว่าทำไมมีแต่ผลงานชื่อซ้ำๆ จากศิลปินคนเดียวกัน

การสร้างงานเกี่ยวกับดอกลิลลี่ด้วยแสงและเงาสะท้อนที่เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นงานหลักของ Monet ไปเสียแล้ว ยิ่งในช่วงทศวรรษที่ 1910 เขาได้รับคำชื่นชมมากจากงานนิทรรศการที่จัดแสดงเฉพาะดอกลิลลี่ในปี 1909 ที่มีผลงานจัดแสดงมากถึง 250 ชิ้นซึ่งนักวิพากษ์ศิลป์ให้ความเห็นไว้ว่า Monet สามารถบรรลุถึงจุดที่นำนามธรรมมาผสมกับจินตนาการสู่ความเป็นจริงได้อย่างลงตัว

ในปี 1911 Alice ภรรยาคนที่สองของเขาเสียชีวิต และอีก 3 ปีต่อมา Blanche ลูกสาวของ Alice ซึ่งเป็นคนดูแลเขาก็เสียชีวิตตามไปด้วย ส่งผลให้เขาเกิดภาวะซึมเศร้า ซ้ำร้ายในปีเดียวกันเขายังเริ่มเป็นต้อกระจก แต่เขาปฏิเสธการผ่าตัดเลยต้องใช้แว่นแทน ส่งผลให้ความสามารถในการรับรู้สีของเขาเสียหายจนทำให้เขาต้องสวมหมวกเพื่อลดความจ้าของแสงจนฝีแปรงของเขาใหญ่โตขึ้นและโทนสีของภาพมีความมืดลง เขาเริ่มเก็บตัวแต่ยังคงสร้างสรรค์งานแต่ในจำนวนที่น้อยลง ถึงกระนั้นก็ตามเขาก็ยังประสบความสำเร็จอย่างสูง และเริ่มสร้างงานให้กับรัฐมากขึ้น สายตาของเขาแย่ลงไปเรื่อยๆ และได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัดต้อกระจกอีกแต่เขาก็ปฏิเสธอีกครั้ง แต่ยังคงทำงานต่อไปโดยประสบความสำเร็จอย่างสูงจนบางภาพขายได้ถึง2 แสนฟรังก์

ในปี 1923 แม้เขาจะใช้ยาขยายม่านตามานับปีแต่ก็ช่วยทำให้สายตาของเขาดีขึ้นเพียงเล็กน้อย เมื่อสายตาของเขาเป็นอุปสรรคจนทำงานไม่ได้ เขาจึงยอมผ่าตัดตา
หลังผ่าตัดเขาก็ยังคงมีปัญหาเรื่องตาอยู่ดี ทั้งต้องใส่แว่นด้วยอีกต่างหากเนื่องจากในเวลานั้น การใส่เลนส์เข้าไปในลูกตายังไม่เกิดขึ้น แต่ปัญหาเรื่องการเห็นภาพเป็นสีฟ้าหมดไป เขาพบว่าผลงานก่อนหน้านี้สีไม่เหมือนจริง เขาจึงตัดสินใจทำลายภาพเขียนเดิมๆ เสีย หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เริ่มป่วยอีก เขาเสียชีวิตจากมะเร็งในปอด ในวันที่ 5 ธันวาคม 1926 รวมสิริอายุ 86 ปี ร่างของเขาถูกฝังอยู่ที่โบสถ์ใน Giverny บนโลงของเขา Clemenceau เพื่อนสนิทของเขาได้วางดอกไม้แทนผ้าดำเพราะเพื่อนรู้ว่า Monet ไม่ชอบสีดำเลยในชีวิต

ในปี 1966 Michel บุตรชายของเขาทำพินัยกรรมมอบบ้าน สวน และบ่อลิลลี่ให้กับ French Academy of Fine Arts หลังการปรับปรุงบ้านและสวน มูลนิธิ Claude Monet ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมบ้านและสวนของเขาได้ในปี 1980 ในพิพิธภัณฑ์ไม่เพียงมีงานของ Monet เท่านั้นยังมีการจัดแสดงงานไม้แนวญี่ปุ่นของ Monet ด้วย

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือน Kunsthaus Zurich จะได้มีโอกาสศึกษา และชื่นชมผลงานTheme ดังๆ ของเขาอย่างครบถ้วนโดยชิ้นเก่าๆ ตั้งแต่ปี 1869 ซึ่งเป็นช่วงที่หาชมได้ยากรวมไปถึงผลงานบ่อน้ำและดอกลิลลี่ขนาดใหญ่เต็มห้องที่มีอยู่ถึง 3 ชิ้นเลยทีเดียว

Grainstack in sunlight 1891

Grainstack in sunlight 1891

House of Paliament, sunset 1904

House of Paliament, sunset 1904

Monet’s Garden in Giverny 1895

Monet’s Garden in Giverny 1895

The Water Lily Pond in the Evening 1916

The Water Lily Pond in the Evening 1916

The water lily pond, green reflections 1920

The water lily pond, green reflections 1920

The Water Lily ponds with Irises 1914

The Water Lily ponds with Irises 1914

Waterloo Bridge, sunlight 1899

Waterloo Bridge, sunlight 1899

ตะลอนเที่ยว : วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737927

ตะลอนเที่ยว : วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

ตะลอนเที่ยว : วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนบ่นแบบคนจำพวกใกล้เกลือ กินด่างว่า กรุงเทพฯ น่าเบื่อมากเลย ไม่มีอะไรให้ดู ให้เที่ยว ให้ชม

ขอบอกว่าคนที่บ่นแบบนี้คือคนที่ไม่รู้จักกรุงเทพฯดี ต่อให้เกิด หรืออยู่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯก็ตามที เพราะข้อเท็จจริงนั้นกรุงเทพฯมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายมหาศาลสารพัดรูปแบบ ทั้งวัด วัง บ้านเรือน ตลาดบกตลาดน้ำ ทั้งแหล่งของกิน ของใช้ สารพัดสารพันเกินจะบรรยายได้หมดในเวลาอันสั้น

เอาแค่วัดเพียงอย่างเดียว ก็ต้องบอกว่ากรุงเทพฯมีวัดให้เที่ยวชม และเข้าไปกราบนมัสการพระพุทธรูป และชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ ชนิดที่ว่าเที่ยวไปทั้งเดือนก็ยังเที่ยวชมวัดในกรุงเทพฯไม่หมดไม่สิ้น เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่บอกว่ากรุงเทพฯ ไม่มีอะไรให้เที่ยวให้ชม ขอให้คิดใหม่ แล้วขอให้เริ่มต้นเที่ยวกรุงเทพฯก่อน จะได้ยุติความคิดที่แสนประหลาดนั้นโดยพลัน

หลายคนไปบางลำภูหลายร้อยครั้ง แต่ไม่เคยเข้าไปกราบนมัสการพระประธานในพระอุโบสถ คือพระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) องค์ที่อยู่ด้านหลัง อัญเชิญมาจากวัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี และพระพุทธชินสีห์ องค์ที่อยู่ด่านหน้า อัญเชิญมาจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ที่ฐานพระประธานเป็นที่ประดิษฐ์พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9

นอกจากหลายคนไม่เคยเข้าไปกราบนมัสการพระประธานในพระอุโบสถแล้ว ยังไม่เคยเข้าไปชมโบราณสถานต่างๆ ในวัดบวรฯอีกด้วย วัดบวรนิเวศฯ เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชจักรีวงศ์หลายพระองค์ประทับจำพรรษาที่นี่ เช่น รัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 7 รวมถึงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

ภายในพระอุโบสถมีซุ้มสาหร่ายลวดลายงดงามประดับด้านหน้าองค์พระประธาน ด้านบนซุ้มเชิญตราพระมหามงกุฎ ตราประจำพระองค์รัชกาลที่ 4 ประดับไว้

เมื่อเข้าไปในเขตวัดบวรนิเวศฯ จะพบว่าสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมกับแบบจีน วัดแห่งนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ทรงเป็นแม่กองก่อสร้าง ดังนั้น พระอุโบสถวัดบวรฯ จึงสร้างตามแบบพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 3 สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือพระเจดีย์ทอง ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และที่ซุ้มเก๋งด้านทิศเหนือพระเจดีย์ทอง คือที่ประดิษฐานพระไพรีพินาศ ทำจากศิลา ขนาดหน้าตัก 33 เซนติเมตร ปางประทานพร ศิลปะสมัยศรีวิชัย

สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งคือทวารบาลแบบจีน หรือเซี่ยวกาง ทำเป็นรูปเทพ ถืออาวุธ และมีพาหนะเป็นสัตว์ต่างๆ เช่น ถือทวน ทรงสิงโตจีน ถือดาบคู่ ทรงเสือ ถือตรีศูลและกริช ทรงจระเข้ ถือดาบ และโล่ ทรงมังกร

วัดบวรนิเวศฯ ตั้งอยู่ที่ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ขอบคุณภาพจากคุณอิสรา พงศ์นิธิ (นิสิตเก่าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737924

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพภูมิทัศน์แบบพาโนรามาของดาวอังคาร ที่ได้จากกล้องที่ติดกับยานสำรวจดาวอังคาร คิวริออสซิตี ภาพถ่ายภูมิทัศน์แบบพาโนรามา หรือ ภาพมุมกว้าง140 องศา ได้มาจากตอนที่ยานคิวริออสซิตีของนาซาเคลื่อนตัวไปตามเชิงเขาของภูเขาสูง 5 กิโลเมตร บริเวณแอ่งเกล ซึ่งเป็นจุดที่ยานสำรวจคิวริออสซิตีร่อนลงจอด
เพื่อภารกิจสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

ภาพพาโนรามาที่ถ่ายได้จากกล้องบนตัวยานสำรวจคิวริออสซิตี เป็นภาพขาวดำ ถ่ายไว้ในช่วงเช้าและบ่ายของวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การนาซา อธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมงานของนาซานำภาพภูมิทัศน์ขาวดำมาแต่งภาพเติมสีสันและคำอธิบายประกอบส่วนต่างๆที่ปรากฏในภาพ

สำหรับยานสำรวจคิวริออสซิตี ร่อนลงจอดที่ปากปล่องหรือแอ่งเกลบนดาวอังคาร เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2012 หรือเมื่อ 11 ปีก่อน และยังอยู่ระหว่างทำภารกิจสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

คุณแหน : 18 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737931

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll “ช่วงนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล สื่อคงเงียบเหงาแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อารมณ์ดี ทำงานในฐานะรัฐบาลรักษาการอย่างเต็มที่ และบอกผู้สื่อข่าวว่า ก็ทำงานไง บอกในครม.ว่าต้องอดทนการทำงานปัญหาต่างๆ มีเข้ามาตลอดเวลา”..

ll สว. พล.อ.อกนิษฐ์หมื่นสวัสดิ์ และ ศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคลกมธ.การบริหารราชการแผ่นดินวุฒิสภาบอก“เบื้องต้นให้สอบถามตัวแทนกลุ่มประชาชนผู้รักในหลวง เขาพร้อมที่จะเปิดใจรับฟังเหตุผลของอีกฝ่าย”..

ll ก.ต.(คณะกรรมการตุลาการ)ผู้ทรงคุณวุฒิคนใหม่นาม ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุลคณบดีแพทย์ศิริราช ม.มหิดล ฯลฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์บางตอนว่า“กระผมมีความเชื่อมั่นที่จะใช้หลักการบริหารที่ปฏิบัติอยู่ที่ศิริราชฯโดยเน้นผลประโยชน์ที่เกิดแก่คนไข้และสังคมไทย ให้ความยุติธรรมดูแลสวัสดิภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ ตามหลักนิติธรรมและอื่นๆ ฯลฯ”..

ll ส่วนเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ“กกต.ควรดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป เช่น สมาชิกภาพสส. เมื่อต้นปี ๒๕๖๒ ของนายพิธาที่เป็นสส.สมัยแรกสิ้นสุดลงหรือไม่ ทำไม กกต.ไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๒ และตามพ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส.มาตรา ๑๔ วรรคสอง ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๙วรรคสอง ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อนายกฯ ใช่หรือไม่ กกต.ย้อนไปดูคำร้องให้ละเอียดว่ายังมีงานที่ต้องทำตามหน้าที่และอำนาจต่อไปหรือไม่”..

ll ส่วนนักกฎหมายมหาชน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม“การเผยคลิปการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวีเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ต้องไม่ถือหุ้นสื่อในวันสมัคร สส. การซุกหุ้นเป็นการกระทำของตนเองไม่เกี่ยวกับติ่งส้มหรือสนับสนุนนายพิธา ไม่มีใครกลั่นแกล้งนายพิธา หากจับไม่ได้ไล่ไม่ทันพี่น้องประชาชนไม่ทราบว่านายพิธาซุกหุ้นสื่อ”..

ll อาลัยและเสียใจกับการจากไปของคุณแม่ รัตนาสหเมธาพัตน์ มารดา สว. ณรงค์สหเมธาพัตน์ ฌาปนกิจศพเมื่อ ๑๐.๐๐ น.วันที่ ๑๔ มิ.ย. ๒๕๖๖ แล้ว ณ วัดชลประทาน-รังสฤษดิ์..

ll อดีต รมช.สาธารณสุขศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๓ มิ.ย. มีสวดพระอภิธรรมศพถึงวันจันทร์ ๑๙ มิ.ย. ณ ศาลา ๔วัดธาตุทอง ขอแสดงความเสียใจมาณ โอกาสนี้..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

‘กรมการท่องเที่ยว’ ต่อยอดความรู้ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบทั่วประเทศ สร้างเครือข่ายเสริมเทคนิคพิชิตใจนักท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737933

‘กรมการท่องเที่ยว’ ต่อยอดความรู้ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบทั่วประเทศ  สร้างเครือข่ายเสริมเทคนิคพิชิตใจนักท่องเที่ยว

‘กรมการท่องเที่ยว’ ต่อยอดความรู้ชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบทั่วประเทศ สร้างเครือข่ายเสริมเทคนิคพิชิตใจนักท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมการท่องเที่ยวส่งเสริมเครือข่ายชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบทั่วประเทศ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการและศึกษาดูงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนต้นแบบ สร้างเครือข่ายชุมชน รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำการท่องเที่ยว งานนี้สายโฮม สายเฮลท์ สายแคมป์ สายมู ฯลฯ มากันครบกว่า 50 ชุมชน

บุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “กรมการท่องเที่ยวมีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (โฮมสเตย์) ให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายเพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน จึงได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการและการศึกษาดูงานชุมชนการท่องเที่ยวต้นแบบของกรมการท่องเที่ยวเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบของกรมการท่องเที่ยวทั่วประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ล้วนเป็นชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจากกรมการท่องเที่ยวแล้ว ถือเป็นการพัฒนาต่อยอดและสร้างจุดขายให้กับชุมชนให้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว มีรายได้เสริมส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง และพัฒนาจุดแข็งของชุมชนให้สอดคล้องกับเทรนด์ของนักท่องเที่ยวที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ซึ่งเป็นบทบาทและหน้าที่หลักของกรมการท่องเที่ยวในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของชุมชนท่องเที่ยว”

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาจากชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบในด้านต่างๆ ของกรมการท่องเที่ยวทั่วประเทศกว่า 50 ชุมชน ได้แก่ Healthy Homestay โฮมสเตย์ที่ได้รับมาตรฐานด้านการจัดการและให้บริการที่เน้นด้านสุขภาพ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรม ในรูปแบบกิจกรรมและอาหารเพื่อสุขภาพ Eco-FriendlyHomestay โฮมสเตย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีจุดเด่นในการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โฮมสเตย์บ้านสวยด้วยอัตลักษณ์ โฮมสเตย์ที่ได้มาตรฐานและโดดเด่นจากการนำอัตลักษณ์และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนมาปรับใช้ในการตกแต่งโฮมสเตย์หรือพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้เกิดความสวยงามและสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าพัก Camping ชุมชน ชุมชนที่ได้มาตรฐานและมีการจัดสรรพื้นที่ลานกางเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวสายแคมป์ปิ้งได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย นอกจากนั้น ยังมี ชุมชนมูเตลู ชุมชนต้นแบบที่ต่อยอดภายใต้แนวคิด “เรื่องเล่าสร้างสรรค์ ชุมชนมูเตลู” และ ชุมชนสร้างสรรค์อาหารถิ่นกินปลอดภัยห่างไกล NCDs เป็นชุมชนที่ยกระดับวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น มาพัฒนาออกแบบสู่เมนูอาหารสร้างสรรค์ เพื่อสุขภาพเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) อีกด้วย

การอบรมเน้นเรื่องการต่อยอดการตลาดและการทำโปรแกรมท่องเที่ยวในชุมชน ในส่วนของการศึกษาดูงานได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่ที่มีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การจัดการค่ายพักแรม บ้านสวยด้วยอัตลักษณ์ การท่องเที่ยวมูเตลู ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ วัดสมานรัตนาราม โรงแรม T Vintage และแสนภูดาษเฮลท์ แอนด์ เวลล์เนส จังหวัดฉะเชิงเทรา

“กรมการท่องเที่ยวหวังว่าทุกชุมชนต้นแบบจะนำความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ไปปรับใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าว

Health News : นักฟุตบอลอาชีพเสี่ยงสมองเสื่อม

Health News : นักฟุตบอลอาชีพเสี่ยงสมองเสื่อม

Health News : นักฟุตบอลอาชีพเสี่ยงสมองเสื่อม

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลการศึกษาชองมหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮมในอังกฤษ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ และสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือ พีเอฟเอ ระบุว่า อดีตนักฟุตบอลอาชีพมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมมากกว่าประชากรปกติเกือบ 3.5 เท่า และพบว่า ร้อยละ 2.8 ของนักฟุตบอลอาชีพที่เลิกเล่นแล้ว มีรายงานผลการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ว่ามีอาการสมองเสื่อมหรือโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบประสาท เปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไปที่จะมีภาวะสมองเสื่อมร้อยละ 0.9

ชาร์ล็อต โควี หัวหน้างานด้านการแพทย์ของเอฟเอ กล่าวว่า ผลการศึกษานี้ได้มาจากการวิจัยกลุ่มอดีตนักฟุตบอลอาชีพโดยเฉพาะที่เข้าร่วมในการศึกษาและสามารถตรวจสอบสุขภาพของสมองได้ ผลการศึกษาสนับสนุนผลการศึกษาเดิมที่ระบุว่า อดีตนักฟุตบอลอาชีพมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทมากกว่าบุคคลทั่วไป และคณะนักวิจัยจะดำเนินการศึกษาเรื่องนี้ต่อไปเพื่อช่วยหาความรู้ในด้านนี้ต่อไป

ที่ผ่านมา เอฟเอถูกวิพากษ์ตำหนิจากผู้เกี่ยวข้องว่า ไม่ดำเนินการมากพอในการช่วยเหลืออดีตนักฟุตบอลที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาท แต่เอฟเอกล่าวว่า ได้ริเริ่มแนวทางปฏิบัติเรื่องการกระทบกระเทือนทางสมอง โดยห้ามการเล่นฟุตบอลด้วยศีรษะ หรือ การโหม่งในระหว่างการฝึกซ้อมและห้ามจงใจโหม่งสำหรับนักฟุตบอลที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี