ไฟป่าลอสแองเจลิสลามหนัก สั่งอพยพด่วนกว่า 30,000 คน

ไฟป่าลอสแองเจลิสลามหนัก สั่งอพยพด่วนกว่า 30,000 คน

8 ม.ค. 2568 09:07 น.

ไฟป่าลอสแองเจลิสลามหนัก สั่งอพยพด่วนกว่า 30,000 คน

ลอสแอนเจลิสประกาศภาวะฉุกเฉินหลังไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วขยายตัวจาก 25 ไร่ เป็นมากกว่า 3,000 ไร่ภายในไม่กี่ชั่วโมงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ล่าสุดต้องสั่งอพยพประชาชนแล้วกว่า 30,000 คน

ไฟป่าในพื้นที่ แปซิฟิค แพลลิเสด โหมรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมีกระแสลมแรง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพื้นที่ ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งจัด ส่งผลให้ต้องสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 30,000 คนออกจากพื้นที่ ในขณะที่สิ่งปลูกสร้างหลายพันแห่งตกอยู่ในความเสี่ยง โดยมีภาพแสดงให้เห็นบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ และชาวบ้านที่ต้องทิ้งรถเพื่อหนีเอาชีวิตรอด เนื่องจากไฟลามมาที่ถนน

ไฟป่าแพลลิเสดเริ่มลุกไหม้เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคาร และขยายตัวอย่างรวดเร็วจากพื้นที่ราว 10 เอเคอร์หรือราว 25 ไร่ ลุกลามไปเป็น 1,200 เอเคอร์ หรือกว่า 3,000 ไร่ ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ภายใต้คำเตือนธงแดงซึ่งหมายถึงอันตรายจากไฟป่าที่รุนแรง

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงเร่งควบคุมไฟป่าให้อยู่ในวงจำกัด ท่ามกลางกระแสลมแรง โดยพยายามป้องกันไม่ไฟลุกลามมาถึงบ้านเรือนของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งอพยพและติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการอย่างใกล้ชิด.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟป่า

สิ่งที่รัฐบาลอินโดฯต้องยอมเสีย เพื่อแลกกับโครงการอาหารฟรี

สิ่งที่รัฐบาลอินโดฯต้องยอมเสีย เพื่อแลกกับโครงการอาหารฟรี

8 ม.ค. 2568 08:00 น.

สิ่งที่รัฐบาลอินโดฯต้องยอมเสีย เพื่อแลกกับโครงการอาหารฟรี

  • เริ่มแล้วสำหรับโครงการอาหารฟรีที่อินโดนีเซียประกาศไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อน ว่าจะมีอาหารฟรีแจกจ่ายให้แก่เด็กรวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ในประเทศอย่างทั่วถึง เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กและเยาวชน
  • รัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้าว่าโครงการอาหารฟรีในอินโดนีเซียนี้ จะสามารถช่วยผู้คนได้มากกว่า 70.5 ล้านคน โดยได้ทดลองนำร่องในบางพื้นที่มาแล้วราว 4 เดือน
  • แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการที่ดีที่เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่นักวิเคราะห์มองว่า ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากโครงการอาหารกลางวันฟรีของนายปราโบโว สุเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนล่าสุดก็มีมูลค่ามหาศาล

รัฐบาลใหม่ของอินโดนีเซียเริ่มโครงการมูลค่า 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 965,200ล้านบาทเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) เพื่อต่อสู้กับปัญหาภาวะขาดสารอาหารและภาวะแคระแกร็นของเด็กโดยมุ่งเป้าไปที่เด็กและหญิงตั้งครรภ์เกือบ 90 ล้านคนทั่วประเทศ แม้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์ว่าโครงการระดับชาตินี้อาจจะกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลไม่สามารถแบกรับไหว

โครงการ “อาหารฟรีเพื่อโภชนาการที่ดี”

โครงการแจกอาหารฟรีนี้เป็นการทำตามคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีปราโบโว สุเบียนโต ซึ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเป็นผู้นำประเทศที่มีประชากรกว่า 282 ล้านคนและเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนายสุเบียนโตกล่าวว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการแคระแกร็นของเด็กๆที่ขาดสารอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อเด็กชาวอินโดนีเซียอายุต่ำกว่า 5 ปีถึง 21.5% นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตของพวกเขา นายสุเบียนโตยังรับปากด้วยว่าจะเร่งการเติบโตของ GDP จากปัจจุบันที่ 5% ให้ถึง 8%

แผนการพัฒนาเพื่อ “อินโดนีเซียทองคำ”

ในคำกล่าวสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม นายสุเบียนโตกล่าวว่าเด็กจำนวนมากยังขาดสารอาหาร และสัญญาว่าจะจัดหาอาหารกลางวันและนมฟรีให้กับนักเรียน 83 ล้านคนในโรงเรียนกว่า 400,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยตั้งเป้าเป็น “ยุคทองของอินโดนีเซีย” ภายในปี 2045

โครงการนี้ จะรวมถึงการแจกนมฟรี อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 450 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว965,200ล้านบาท ซึ่งนายสุเบียนโตกล่าวว่าคณะทำงานของเขาได้คำนวณแล้วว่าโครงการนี้เป็นไปได้

เป้าหมายและความท้าทาย

รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเข้าถึงเด็กนักเรียนและหญิงตั้งครรภ์ 19.47 ล้านคนในปี 2025 ด้วยงบประมาณ 71 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว148,229ล้านบาทเพื่อรักษาการขาดดุลประจำปีให้อยู่ต่ำกว่าเพดานที่กฎหมายกำหนดที่ 3% ของ GDP

เมื่อวันจันทร์ รถบรรทุกที่บรรจุอาหารประมาณ 3,000 ชุดมาถึงโรงเรียนประถมในเมือง เดป็อก โดยมีอาหารกลางวันเป็นข้าว ผัดผัก ถั่วเหลืองหมักเทมเป้ ไก่ผัด และส้ม แจกจ่ายให้กับนักเรียน 740 คน

ดาดัน ฮินดายานา หัวหน้าหน่วยงานโภชนาการแห่งชาติที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่กล่าวว่า โครงการนี้จะจัดหาอาหารให้เด็กนักเรียนทุกระดับตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยจนถึงมัธยมปลายคนละ 1 มื้อ ซึ่งเมนูจะครอบคลุม 1 ใน 3 ของความต้องการแคลอรีรายวันของเด็ก โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะสามารถจัดซื้อข้าวได้ราว 6.7 ล้านตัน ไก่อีก 1.2 ล้านตัน เนื้อวัว 500,000 ตัน ปลา ผัก และผลไม้อีก 1 ล้านตัน และนมอีก 4 ล้านกิโลลิตร โดยจะมีการตั้งโรงครัวอย่างน้อย 5,000 แห่งทั่วประเทศ

เสียงวิจารณ์และคำเตือน

โครงการนี้ได้รับเสียงวิจารณ์จากนักลงทุนและนักวิเคราะห์เกี่ยวกับความซับซ้อนทางโลจิสติกส์และผลกระทบต่อสมดุลการเงินของรัฐ รวมถึงการเพิ่มหนี้ของประเทศ

ไนลูล ฮูดา นักวิจัยเศรษฐกิจจากศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจและกฎหมายเตือนว่า การดำเนินโครงการนี้อาจส่งผลให้เกิดภาระหนี้เพิ่มเติมและอาจขัดขวางเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ 8% ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายสุเบียนโต

ความสำคัญของการแก้ปัญหาภาวะขาดสารอาหาร

เรณี สุวาโส ผู้อำนวยการสถาบันประชาธิปไตย ความมั่นคง และยุทธศาสตร์กล่าวว่า ภาวะการหยุดชะงักของการเติบโตหรือภาวะแคระแกร็นในอินโดนีเซียส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพและพัฒนาการในระยะยาวของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังห่างไกลจากเป้าหมาย และนับเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

จากการสำรวจสุขภาพแห่งชาติปี 2023 อัตราการหยุดชะงักของการเติบโตในประเทศอยู่ที่ 21.5% โดยลดลงเพียง 0.8% จากปีที่แล้ว UNICEF ระบุว่า เด็กอินโดนีเซียอายุต่ำกว่า 5 ปี 1 ใน 12 คนมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และ 1 ใน 5 คนเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : channelnewsasia1 , channelnewsasia2

อึ้ง หมู่บ้านอิตาลีสั่งประชาชนห้ามป่วยหนัก นายกเล็กลั่นจำเป็นต้องทำ

อึ้ง หมู่บ้านอิตาลีสั่งประชาชนห้ามป่วยหนัก นายกเล็กลั่นจำเป็นต้องทำ

8 ม.ค. 2568 05:55 น.

อึ้ง หมู่บ้านอิตาลีสั่งประชาชนห้ามป่วยหนัก นายกเล็กลั่นจำเป็นต้องทำ

(ภาพจาก facebook / Comune di Belcastro)

นายกเทศมนตรีออกคำสั่งให้ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอิตาลี ห้ามป่วยหนัก โดยเจ้าตัวอ้างว่าจำเป็นต้องทำเพื่อสะท้อนปัญหาความบกพร่องของระบบสาธารณสุขท้องถิ่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันโตนิโอ ตอร์เคีย นายกเทศมนตรีท้องถิ่น ออกคำสั่งให้ชาวบ้านของหมู่บ้าน เบคาสโตร (Belcastro) หมู่บ้านเล็กๆ ในแคว้นคาลาเบรีย ทางตอนใต้ของอิตาลี หลีกเลี่ยงจากการเจ็บป่วยใดๆ ที่อาจทำให้ต้องรับความช่วยเหลือฉุกเฉินทางแพทย์

นายตอร์เคียระบุว่า คำสั่งของเขาเป็นการปลุกปั่นที่ดูน่าขำอย่างชัดเจน แต่มันยังได้ผลมากกว่า “ข้อความด่วน” ที่เขาส่งไปยังทางการส่วนภูมิภาค เพื่อเน้นย้ำเรื่องข้อบกพร่องของระบบสาธารณสุขท้องถิ่น

นายกเทศมนตรีรายนี้บอกอีกว่า หมู่บ้านเบลคาสโตรมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 1,200 คน และราว 50% เป็นผู้มีอายุเกิน 65 ปี และแผนกฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (A&E) ที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปถึง 45 กม.และเข้าถึงได้ด้วยการขับรถผ่านถนนจำกัดความเร็วที่ 30 กม./ชม.เท่านั้น

แพทย์เวรของหมู่บ้านซึ่งเป็นแบบ on-call หรือรอเรียก ก็เปิดทำการเป็นครั้งคราวเท่านั้น และไม่ครอบคลุมวันสุดสัปดาห์, วันหยุดนักขัตฤกษ์ และหลังเวลาทำการ

นายตอร์เคียบอกกับสถานีโทรทัศน์ของอิตาลีว่า เป็นเรื่องยากที่จะรู้สึกปลอดภัยเมื่อคุณรู้ว่า หากคุณต้องการความช่วยเหลือ คุณทำได้เพียงแค่ต้องไป A&E ให้ทันเวลาเท่านั้น และถนนหนทางกลับเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงมากกว่าความเจ็บป่วยใดๆ

ทั้งนี้ ตามคำสั่งของนายตอร์เคีย ชาวบ้านถูกห้ามไม่ให้ทำพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตราย และหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุภายในบ้าน, ไม่ออกจากบ้านบ่อยเกินไป หรือเดินทาง หรือเล่นกีฬา และให้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักผ่อน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยแน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้คำสั่งนี้อย่างไร

อนึ่ง แคว้นคาลาเบรีย เป็นหนึ่งในดินแดนที่ยากจนที่สุดในประเทศ โดยการบริการจัดการที่ผิดพลาดกับการเข้าแทรกแซงของกลุ่มมาเฟีย ทำให้ระบบสาธารณสุขภายในแคว้นย่ำแย่ลง โดยมีโรงพยาบาลปิดทำการไปแล้ว 18 แห่ง นับตั้งแต่ปี 2552 ทำให้กว่าครึ่งของประชากรของแคว้นคาลาเบรีย ซึ่งมีเกือบ 2 ล้านคน ต้องไปรักษาในแคว้นอื้น

ด้านชาวเมืองเบลคาสโตรบอกกับสื่อท้องถิ่นวว่า นายกเทศมนตรีตอร์เคียทำถูกแล้วที่พยายามฉายแสงให้เห็นปัญหา “เขาต้องใช้คำสั่งปลุกปั่นแบบนี้เพื่อดึงดูดให้คนสนใจปัญหาที่ร้ายแรง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์แถลงข่าวมาราธอน จวกไบเดน ขู่เดนมาร์ก จี้ฮามาสปล่อยตัวประกัน

ทรัมป์แถลงข่าวมาราธอน จวกไบเดน ขู่เดนมาร์ก จี้ฮามาสปล่อยตัวประกัน

8 ม.ค. 2568 04:42 น.

ทรัมป์แถลงข่าวมาราธอน จวกไบเดน ขู่เดนมาร์ก จี้ฮามาสปล่อยตัวประกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวมาราธอน โดยพูดถึงหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องกรีนแลนด์และคลองปานามา นอกจากนั้นยังวิจารณ์ไบเดนที่แบนขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งเป็นการทิ้งทวนด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวมาราธอนที่รีสอร์ท มาร์-อา-ลาโก ในวันที่ 7 ม.ค. 2568 โดยเขาพูดหลายประเด็นรวมถึง ความต้องการเกาะกรีนแลนด์กับคลองปานามา จวกประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่แบนการขุดเจาะน้ำมัน และเปรยเรื่องการเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา

นายทรัมป์เริ่มการแถลงข่าวด้วยการประกาศเรื่องเงินลงทุนมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์จากบริษัท “ดามัค พร็อพเพอร์ตี้” (DAMAC Properties) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในตะวันออกกลาง เพื่อนำมาสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ทั่วสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภูมิภาคมิดเวสต์ และแถบซันเบลท์ (Sun Belt) หรือ 15 รัฐตอนใต้ของสหรัฐฯ

จวก โจ ไบเดน

จากนั้นนายทรัมป์เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วไปวิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวล่าสุดประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่สั่งห้ามขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ในพื้นที่นอกชายฝั่งสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด โดยไม่มีการกำหนดเวลาหมดอายุ

“เรากำลังสืบทอดสถานการณ์ที่ยากลำบากจากรัฐบาลที่กำลังจะจากไป และพวกเขากำลังพยายามทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้อะไรๆ มันยากยิ่งขึ่น” นายทรัมป์กล่าว และเสริมว่ารัฐบาลไบเดนไม่ได้อำนวยความสะดวกแก่การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอย่างราบรื่นเลย

นายทรัมป์ประกาศด้วยว่า เขาจะย้อนคืนคำสั่งของไบเดนทันทีที่รับตำแหน่ง แต่การทำจริงนั้นยุ่งยากกว่าที่คิด เนื่องจากคำสั่งของไบเดนไม่ได้กำหนดวันหมดอายุ มันจึงถือว่ามีผลถาวร และจำเป็นต้องให้สภาคองเกรสเป็นผู้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ซึ่งประธานาธิบดีลงมือทำเองในทันทีไม่ได้

เปรยเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก ยึดคลองปานามา

ในงานแถลงข่าว นายทรัมป์ยังพูดถึงเรื่องความปรารถนาของเขาในการให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์กับคลองปานามา โดยทรัมป์เปรยเรื่องการเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา และบอกว่า “ช่างเป็นชื่อที่สวยงาม และมันเหมาะสม เหมาะสมจริงๆ”

ทั้งนี้ นายทรัมป์พูดถึงเรื่องการซื้อเกาะกรีนแลนด์ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกแล้ว แต่ถูกทางการของกรีนแลนด์ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง แต่นายทรัมป์กำลังพยายามผลักดันเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง หลังชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 แม้ว่านายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์จะระบุว่า เกาะแห่งนี้ไม่ได้มีไว้ขาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายทรัมป์ว่า เขาสามารถรับรองได้หรือไม่ว่าจะไม่ใช้กองกำลังทหารและการกรรโชกทางเศรษฐกิจ ในภารกิจยึดการควบคุมดินแดนทั้งสองแห่ง ซึ่งนายทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ผมไม่สามารถรับประกันทั้งสองเรื่องนั้นได้ แต่ผมพูดได้ว่า เราต้องการพวกมันเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”

นายทรัมป์ยังพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้านำเข้าจากเดนมาร์กในระดับสูงมาก หากเดนมาร์กขัดขืนความพยายามของเขาในการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ โดยอ้างว่า เดนมาร์กไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายใดๆ ในเกาะแห่งนี้

โดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล่าวโจมตีนายจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะมีอายุ 100 ปี ว่า เป็นคนที่ทำให้เกิดสนธิสัญญาคลองปานามา ซึ่งให้ชาติในอเมริกากลางได้สิทธิ์ควบคุมน่านน้ำอันแสนสำคัญนี้

ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า นายคาร์เตอร์เป็นคนดี แต่เขาเชื่อว่าการเสียคลองปานามาไปคือเหตุผลที่คาร์เตอร์ไม่ชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สตีเฟน วิทคอฟฟ์

ขู่ฮามาสนรกแตกแน่

ที่งานแถลงข่าว นอกจากนายทรัมป์แล้วยังมีนาย สตีเวน วิทคอฟฟ์ ผู้ที่เขาเลือกให้เป็นทูตพิเศษประจำตะวันออกกลางคนใหม่ เข้าร่วมด้วย โดยทั้งคู่โดนนักข่าวถามเรื่องความพยายามในการบรรลุข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส เพื่อหยุดยิงในฉนวนกาซาและปล่อยตัวประกันที่เหลือ

“นรกแตกแน่หากตัวประกันเหล่านั้นไม่กลับมา และหากพวกเขายังไม่กลับมาก่อนผมรับตำแหน่งละก็ นรกจะแตกทุกขุมในตะวันออกกลาง” เมื่อนักข่าวขอให้ขยายความว่าเขาหมายความว่าอย่างไร นายทรัมป์ตอบเพียงว่า “มันจะไม่ดีต่อฮามาส และไม่ดีต่อใครทั้งนั้น”

ด้านนายวิทคอฟฟ์ กล่าวว่า การเจรจาเรื่องการปล่อยตัวประกันกำลังมีความคืบหน้าอย่างยิ่ง ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจา ระบุว่า การเจรจาหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป

ไม่ปิดโอกาสอภัยโทษผู้ก่อจลาจล 6 ม.ค.

นายทรัมป์ปฏิเสธที่จะรับรองว่า เขาจะไม่อภัยโทษให้แก่ผู้ก่อเหตุจลาจลเมื่อ 6 ม.ค. 2564 หลายคนที่ถูกตั้งข้อหาใช้ความรุนแรง และผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายตำรวจ

“อืม คุณก็รู้ ว่ามีแค่คนเดียวที่เสียชีวิตคือหญิงสาวคนงามชื่อ แอชลีย์ แบบบิตต์” นายทรัมป์กล่าว โดยเป็นความพยายามลดทอนความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อาคารัฐสภาเมื่อ 6 ม.ค. โดยจากมีผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์กฎหมายบาดเจ็บอีกกว่า 140 นาย

นายทรัมป์ยังพูดข้อมูลเท็จอีกครั้งด้วยว่า ไม่มีใครในหมู่ฝูงชนที่พบอาวุธปืน

ชื่นชมเมตา เลิกใช้ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ

นักข่าวถามนายทรัมป์เรื่องที่บริษัท เมตา เตรียมเลิกใช้งานผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม และแทนที่ด้วยระบบหมายเหตุชุมชน (community notes) แบบเดี่ยวกับ X หรือชื่อเดิมคือ ทวิตเตอร์ ใช้งาน

“ผมดูการแถลงข่าวของพวกเขาแล้ว และผมคิดว่าเป็นการแถลงข่าวที่ดีมาก ผมคิดว่าพวกเขาซื่อตรง ผมคิดว่าพวกเขามีพัฒนาการ ทั้งเมตาและเฟซบุ๊ก ผมคิดว่าพวกเขามาไกลมาก” นายทรัมป์กล่าว

และเมื่อถือว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายของนายมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก เกี่ยวข้องกับคำขู่ของนายทรัมป์ในอดีตหรือไม่ โดยนายทรัมป์ตอบว่า “เป็นไปได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม จ่อเลิกใช้ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ ตามรอย X

เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม จ่อเลิกใช้ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ ตามรอย X

8 ม.ค. 2568 02:54 น.

เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม จ่อเลิกใช้ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ ตามรอย X

เมตา เตรียมเลิกใช้งานผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม และจะหันไปให้ผู้ใช้งานตรวจสอบกันเองแบบเดียวกับ X

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท เมตา เตรียมเลิกใช้งานผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ (independent fact checker) ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง เฟซบุ๊กกับอินสตาแกรม โดยจะแทนที่ด้วยระบบที่คล้ายกับ “หมายเหตุชุมชน” (community note) ของ X ซึ่งผู้ใช้งานจะเป็นผู้ทิ้งข้อความเรื่องความถูกต้องของโพสต์นั้นๆ เอาไว้

ในวิดีโอที่โพสต์ผ่านเว็บไซต์บริษัท เมตา ในวันอังคารที่ 7 ม.ค. 2567 นายมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตา ระบุสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เอาไว้ว่า “ผู้ตรวจสอบอิสระมีอคติทางการเมืองมากเกินไป” และ “มันถึงเวลากลับคืนสู่รากเหง้าของเราในการแสดงออกอย่างเสรีแล้ว”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเมตา เกิดขึ้นในขณะที่นายซัคเคอร์เบิร์กกับผู้บริหารของบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ พยายามหาทางพัฒนาความสัมพันธ์กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค.นี้ โดยนายทรัมป์กับพรรครีพับลิกันวิพากษ์วิจารณ์นโยบายตรวจสอบข้อเท็จจริงของเมตามาตลอด โดยเรียกว่าเป็นการเซ็นเซอร์ของกลุ่มฝ่ายขวา

หลังข่าวการเปลี่ยนนโยบายของเมตาถูกเปิดเผยออกมา นายทรัมป์ก็ออกมาชื่นชมการตัดสินใจของนายซัคเคอร์เบิร์ก และว่าเมตาพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว และเมื่อนักข่าวถามนายทรัมป์ว่า การเปลี่ยนครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อคำขู่ในอดีตหรือไม่ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ตอบว่า “เป็นไปได้”

ขณะที่นาย โจเอล คาแพลน สมาชิกคนดังของรีพับลิกัน ที่กำลังจะรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกิจการโลกของบริษัทเมตา แทนที่ เซอร์ นิค เคลก โพสต์ข้อความระบุว่า การที่เมตาพึ่งพาผู้ตรวจสอบอิสระนั้น พวกเขามีเจตนาดี แต่บ่อยครั้งเกินไปที่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการเซ็นเซอร์

ด้านกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านการใช้ข้อความสร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์ ออกมาแสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจของนายซัคเคอร์เบิร์ก และระบุว่า นี่เป็นความพยายามเพื่อเอาใจนายทรัมป์

“การอ้างว่าทำเพื่อหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ เป็นเพียงความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบต่อความเกลียดชังและข้อมูลเท็จที่แพลตฟอร์มนี้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้” เอวา ลี จากกลุ่ม Global Witness กล่าว

เมตาจะเริ่มใช้ระบบหมายเหตุชุมชนในสหรัฐฯ ก่อน และพวกเขายังไม่มีแผนการจะยกเลิกการใช้งานผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระในสหราชอาณาจักรหรือในสหภาพยุโรป

ทั้งนี้ หมายเหตุชุมชนเป็นฟีเจอร์ ที่ X หรือชื่อเดิมคือทวิตเตอร์ เริ่มใช้งานหลังจาก อีลอน มัสก์ เข้าซื้อบริษัท โดยจะให้ผู้ใช้งานร่วมให้ข้อมูลและเพิ่มบริบทต่างๆ เช่น การตรวจสอบข้อเท็จจริง เอาไว้ใต้โพสต์, รูปภาพ หรือ วิดีโอ เป็นโปรแกรมกลั่นกรองเนื้อหาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งและข้อความที่อนุมัติจะถูกแสดงทุกครั้งที่มีคนทวีตหรือแชร์คอนเทนต์นี้อีกครั้งในอนาคต

ด้านนายอีลอน มัสก์ ก็ดูเหมือนจะไม่รังเกียจที่เมตาตัดสินใจใช้กลไกลรูปแบบเดียวกัน โดยเขาโพสต์ข้อความระบุว่า “เจ๋งไปเลย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฌอง-มารี เลอ เปน ผู้ก่อตั้งพรรคขวาจัดฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 96 ปี

ฌอง-มารี เลอ เปน ผู้ก่อตั้งพรรคขวาจัดฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 96 ปี

7 ม.ค. 2568 23:45 น.

ฌอง-มารี เลอ เปน ผู้ก่อตั้งพรรคขวาจัดฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 96 ปี

ฌอง-มารี เลอ เปน นักการเมืองคนสำคัญของฝ่ายขวาจัดในฝรั่งเศส ผู้ก่อตั้งพรรคขวาจัด และมีแนวคิดทางการเมืองสุดโต่ง ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวัย 96 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย ฌอง-มารี เลอ เปน นักการเมืองฝ่ายขวาจัดของฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมแล้วเมื่อช่วงเที่ยงวันอังคารที่ 7 ม.ค. 2568 หลังเข้ารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์เป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยรายล้อมด้วยบุคคลอันเป็นที่รัก รวมอายุได้ 96 ปี

นายเลอ เปน เป็นนักการเมืองคนสำคัญของฝ่ายขวาจัดในฝรั่งเศส โดยเป็นผู้ก่อตั้งพรรค National Front (FN) ขึ้นมาในปี 2515 โดยเขามีแนวคิดสุดโต่งเรื่องเชื้อชาติ, เพศ และผู้อพยพ นอกจากนั้นยังพูดลดทอนความสำคัญของเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่บ่อยครั้ง

นายเลอ เปน เกือบได้เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2545 ซึ่งการเลือกตั้งต้องตัดสินกันระหว่าง 2 ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงจากประชาชนสูงสุดได้แก่นายเลอ เปน กับนาย ฌาก ชีรัก แต่เป็นคู่แข่งของเขาที่คว้าชัยชนะไปครอง

น.ส.มารีน เลอ เปน ลูกสาวของเขา รับช่วงต่อตำแหน่งหัวหน้าพรรคในปี 2554 ก่อนเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่เป็น National Rally ในปี 2561 และนำพาพรรคเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจการเมืองหลักในฝรั่งเศส

หลังข่าวการเสียชีวิตของนายเลอ เปน ได้รับการเปิดเผยออกมา บุคคลสำคัญมากมายในแวดวงการเมืองฝรั่งเศสก็ออกมาร่วมแสดงความเสียใจ โดยนาย จอร์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค National Rally คนปัจจุบัน ระบุว่า ฌอง-มารี เลอ เปน เป็นผู้ที่รับใช้ฝรั่งเศสเสมอมา และคอยปกป้องตัวตนกับอธิปไตยของประเทศ

ส่วนเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนักการเมืองฝ่ายกลางซ้าย กล่าวว่า นายเลอ เปน เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของฝ่ายขวาจัด และว่า ประวัติศาสตร์จะเป็นผู้ตัดสินบทบาทของเขาในภาคการเมืองฝรั่งเศส

ด้านนาย ฌอง-ลุก เมลองชอง ผู้นำพรรค France Unbowed (LFI) ฝ่ายซ้ายจัด ขั้วตรงข้ามทางการเมืองของนายเลอ เปน กล่าวว่า ความเคารพในเกียรติของผู้วายชนม์และความโศกเศร้าของครอบครัว ไม่สามารถลบล้างสิทธิ์ในการตัดสินการกระทำของผู้ตายได้ และการกระทำของ ฌอง-มารี เลอ เปน นั้น เกินจะทานทน

“การดิ้นรนต่อสู้กับชายคนนี้จบลงแล้ว แต่การต่อสู้กับความเกลียดชัง, การเหยียดเชื้อชาติ, ความหวาดกลัวอิสลาม และการต่อต้านชาวยิวที่เขาเป็นคนเผยแพร่นั้น ยังคงดำเนินต่อไป” นายเมลองชองกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เหยื่อแผ่นดินไหวทิเบตทะลุ 126 ศพ เจ็บอีกอื้อ จนท.เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

เหยื่อแผ่นดินไหวทิเบตทะลุ 126 ศพ เจ็บอีกอื้อ จนท.เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

7 ม.ค. 2568 22:58 น.

เหยื่อแผ่นดินไหวทิเบตทะลุ 126 ศพ เจ็บอีกอื้อ จนท.เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่ทิเบตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 126 ศพแล้ว ขณะที่ทีมกู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ท่ามกลางอากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่เขตปกครองตนเองซีจ้าง หรือ ทิเบต บริเวณเทือกเขาหิมาลัย เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. วันอังคารที่ 7 ม.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 126 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 188 ราย อาคารบ้านเรือนเสียหายมากกว่า 1,000 หลัง

แผ่นดินไหวดังกล่าวมีความรุนแรงระดับ 7.1 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางอยู่ในเขตทินกริ พื้นที่ชนบทของจีนและเป็นที่รู้จักในฐานะประตูสู่เอเวอเรสต์ทางตอนเหนือ มีความลึก 10 กิโลเมตร อยู่ห่างจากยอดเขาเอเวอเรสต์ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลกและเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักปีนเขาและนักเดินป่า ไปทางเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังออกปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต โดยมีเจ้าหน้าที่จากกองทัพอากาศจีนเข้าร่วมด้วย ภายใต้เงื่อนไขกดดันหลายอย่าง รวมถึงอุณหภูมิที่คาดว่าจะลดต่ำลงจนถึง -16 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน

ทั้งนี้ ภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยเผชิญกับแผ่นดินไหวบ่อยครั้งเนื่องจากตั้งอยู่บนรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ แต่แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยแรงสั้นสะเทือนแผ่ไปถึงประเทศเนปาลและหลายส่วนของประเทศอินเดีย แต่ไม่มีรายงานพบผู้เสียชีวิตหรือเกิดความเสียหายรุนแรง

สำนักข่าว ซีซีทีวี ของจีนเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นบ้านเรือนกับอาคารที่ถูกทำลายในเมืองซิกัตเซ่ (Shigatse) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต โดยมีเจ้าหน้าที่กำลังพยายามขุดค้นซากปรักหักพัง และส่งมอบผ้าห่มหนาให้ชาวบ้านท้องถิ่น ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิ -8 องศาเซลเซียสตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ตกดิน

จนถึงตอนนี้ หลายพื้นที่ในทิเบตยังไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ขณะที่เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมากกว่า 40 ครั้ง ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังเกิดแผ่นดินไหวหลัก อย่างไรก็ตาม นาย เจียง ไห่คุน นักวิจัยของศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวจีน บอกกับ ซีซีทีวี ว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงกว่า 5.0 ตามมา อยู่ในระดับต่ำ

ด้านดาไล ลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้ยินข่าวแผ่นดินไหว และขอสวดภาวนาให้แก่ผู้เสียชีวิต และขออวยพรให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว

อนึ่ง ครั้งล่าสุดที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยคือปี 2558 เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.8 แมกนิจูด ใกล้กรุงกาฐมาณฑุของเนปาล สังหารผู้คนไปเกือบ 9,000 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 20,000 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

‘นฤมล’ยันสานต่อ มอบโฉนดเกษตร ใช้ประโยชน์ที่ดิน พัฒนาเขตปฏิรูปฯ

‘นฤมล’ยันสานต่อ  มอบโฉนดเกษตร  ใช้ประโยชน์ที่ดิน  พัฒนาเขตปฏิรูปฯ

‘นฤมล’ยันสานต่อ มอบโฉนดเกษตร ใช้ประโยชน์ที่ดิน พัฒนาเขตปฏิรูปฯ

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 7/2567 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และผ่านระบบประชุมออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนากิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน อาทิ 1.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ323 กิโลเมตร เนื้อที่รวมประมาณ 1,537-3-04 ไร่ 2.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตรเนื้อที่รวมประมาณ 1,917-3-75 ไร่ และ3.การใช้เป็นที่ตั้งส่วนราชการ อบต.ห้วยแก้ว จ.พะเยา และ อบต.นาแต้ จ.อำนาจเจริญ เพื่ออำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเห็นชอบการกำหนดเขตที่ดินชุมชนบ้านแก้มอ้นหมู่ 3 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เนื้อที่ประมาณ 237-3-04 ไร่ เพื่อการให้พี่น้องประชาชนสามารถอาศัยอยู่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีการหารือแนวทางการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินในหลายประเด็น ทั้งนี้ ส.ป.ก.ยังคงสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตรต่อไป

รมช.เกษตรฯขับเคลื่อน แก้การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

รมช.เกษตรฯขับเคลื่อน  แก้การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

รมช.เกษตรฯขับเคลื่อน แก้การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร ครั้งที่ 3/2567 ว่าไม่นิ่งนอนใจในการมุ่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM2.5 จากภาคเกษตร และขอยืนยันว่าทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ มีความตั้งใจเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาในภาพรวมให้สำเร็จ

สำหรับที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2567/68 ดังนี้ 1.การเฝ้าระวังสร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยติดตามสถานการณ์และตรวจสอบจุด Hot Spot ใช้ข้อมูลจากระบบ VIIRS ในการติดตามสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตรและ ส.ป.ก.นำข้อมูลจุด Hot Spot และพื้นที่เผาไหม้ทาบกับพื้นที่แปลงเกษตรกร ทุก 15 วัน และส่งให้ชุดปฏิบัติการอำเภอ/ตำบล ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกร แจ้งสิทธิการได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม มีการตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือชดเชยต่างๆ จากภาครัฐ หากพบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมตนเอง

นอกจากนี้ มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอาทิ ออกประกาศและแจ้งให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนและแจ้งจำนวนพื้นที่ซึ่งมีความจำเป็นต้องบริหารการเผาและนำลงระบบปฏิบัติการ ผ่านเว็บไซต์ http:/burncheck.com แอปพลิเคชั่น “burncheck”

2.การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ดำเนินการภายใต้หลัก 3R คือ Re-Habit การปรับเปลี่ยนนิสัยหรือพฤติกรรมการปลูกพืชแบบไม่เผา Replace with High value crops การปลูกทดแทนจากพืชล้มลุก เป็นพืชที่มีมูลค่าสูง เช่น ไม้ผล (กาแฟ แมคคาเดเมีย อะโวคาโด มะม่วง) หรือไม้ยืนต้น (ป่าไม้ และไม้โตเร็วที่มีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน) และ Replace with Alternate crops การปลูกทดแทนในพื้นที่นาปรัง ซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนาที่มีศักยภาพและใช้น้ำน้อย นอกจากจะเป็นการลดการเผายังเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน

อย่างไรก็ตาม เตรียมเสนอโครงการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568 เพื่อขอความเห็นชอบจาก รมว.เกษตรฯ ก่อนเสนอสำนักงบประมาณพิจารณา ได้แก่ โครงการปรับเปลี่ยนพืชที่มีมูลค่าสูง และส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าวเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตร พื้นที่เป้าหมาย 210,000 ไร่ โครงการบูรณาการผลิตถั่วเหลืองและถั่วเขียวพันธุ์ดีเพื่อส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาของกระทรวงเกษตรฯ และโครงการพัฒนาเกษตรบนพื้นที่สูงด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม

‘อิทธิ’ไถโค-กระบือมอบให้เกษตรกร

‘อิทธิ’ไถโค-กระบือมอบให้เกษตรกร

‘อิทธิ’ไถโค-กระบือมอบให้เกษตรกร

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีไถ่ชีวิตโคโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีโมเดล 52 ตัว พร้อมกันนี้ ได้มอบเมล็ดพันธุ์หญ้า และหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 10 ตัน เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ที่ศาลาประชาคม ที่ว่าการ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

นายอิทธิ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ได้พระราชทานให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้งช่วยเหลือเกษตรกร และสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการ โดยวิธีการรวมกลุ่ม และใช้ประโยชน์จากโค-กระบือให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การใช้ประโยชน์จากมูลโคเป็นแก๊สชีวภาพ หรือใช้เป็นปุ๋ยคอกทดแทน ปุ๋ยเคมีบางส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการใช้แรงงานจากสัตว์เพื่อการเกษตร ตลอดจนเสริมสร้างการพื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น โดย จ.สุราษฎร์ธานี มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรฯ 429 ราย ในพื้นที่ 15 อำเภอ

นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีโมเดลโดยนำร่องกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงโค ตามโครงการธนาคาโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรฯ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งขาดกำลังในการจัดหาโคเพื่อมาเลี้ยงใช้แรงงาน อีกทั้งเพื่อให้มีผลผลิตและรายได้เพิ่มมากขึ้น

นายอิทธิกล่าวถึงสถานการณ์ภัยพิบัติภาคใต้ ว่าสำหรับสถานการณ์อุทกภัย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยแล้ว