วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัวแต่ยังวิกฤติ ทรงงานจากโรงพยาบาล

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัวแต่ยังวิกฤติ ทรงงานจากโรงพยาบาล

26 ก.พ. 2568 03:43 น.

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัวแต่ยังวิกฤติ ทรงงานจากโรงพยาบาล

โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัวแต่ยังวิกฤติ เข้ารับการตรวจด้วยเครื่องซีทีสแกน เพื่อดูอาการปอดติดเชื้อ ขณะที่พระองค์เริ่มทรงงานบางอย่างในโรงพยาบาล

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชุมของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในช่วงค่ำวันอังคารที่ 25 ก.พ. 2568 โดยระบุว่าอาการของพระองค์อาการทรงตัวแต่ยังวิกฤติ โดยผลการตรวจเลือดออกมาทรงตัว และไม่มีอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันกำเริบ

แถลงการณ์ของวาติกันบอกอีกว่า โป๊ปฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา เข้ารับการตรวจด้วยเครื่อง ซีทีสแกน เพื่อตรวจอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าผลการสแกนเป็นอย่างไร ขณะที่แพทย์ยังไม่ทำการพยากรณ์โรค

โป๊ปฟรานซิสยังทรงงานจากโรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พระองค์แข็งแรงพอจะพบกับพระคาร์ดินัล ปิเอโตร ปาโรลิน เลขาธิการแห่งนครรัฐวาติกัน เพื่ออนุมัติกฤษฎีกาใหม่เพื่อประสาทพรให้แก่นักบุญคนใหม่ 2 องค์ กับบุคคลอีก 5 คน ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกไปสู่การแต่งตั้งนักบุญ

พระองค์ยังตัดสินใจจะจัดการประชุมพระคาร์ดินัลอย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนดวันแต่งตั้งนักบุญด้วย แต่ยังไม่มีการกำหนดว่าการประชุมดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ทั้งนี้ ทั้งนี้ โป๊ปฟรานซิสเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ของอิตาลี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2568 หลังมีอาการปอดอักเสบมาหลายวัน จากนั้นวาติกันก็เริ่มออกมาเปิดเผยว่า โป๊ปมีอาการติดเชื้อหลายชนิดในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และเป็นปอดบวมในปอดทั้ง 2 ข้าง

ต่อมาในวันเสาร์ (22 ก.พ.) วาติกันระบุว่าโป๊ปฟรานซิสมีอาการวิกฤติ หลังพระองค์เผชิญกับ “ภาวะวิกฤติด้านทางเดินหายใจคล้ายโรคหอบหืดเป็นเวลานาน” ทำให้ต้องได้รับออกซิเจนในปริมาณมาก และต้องได้รับการถ่ายเลือดเพื่อรักษาอาการโลหิตจาง จากนั้นในวันอาทิตย์ผลตรวจก็พบสัญญาณของอาการไตวายระยะแรกเริ่ม ซึ่งสามารถควบคุมได้

เมื่อวันจันทร์วาติกันอัปเดตว่า อาการของพระองค์ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่ปัญหาเกี่ยวกับไตของพระองค์ดีขึ้นเล็กน้อย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

ไต้หวันจับ 8 ลูกเรือคนจีน ต้องสงสัยตัดสายเคเบิลใต้ทะเล

ไต้หวันจับ 8 ลูกเรือคนจีน ต้องสงสัยตัดสายเคเบิลใต้ทะเล

26 ก.พ. 2568 02:06 น.

ไต้หวันจับ 8 ลูกเรือคนจีน ต้องสงสัยตัดสายเคเบิลใต้ทะเล

หน่วยยามฝั่งของไต้หวันจับกุมลูกเรือชาวจีนของเรือลำหนึ่ง ซึ่งต้องสงสัยว่าตัดสายเคเบิลใต้ทะเลซึ่งเชื่อมระหว่างเกาะไต้หวันกับหมู่เกาะเผิงหู่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 25 ก.พ. 2568 หน่วยยามฝั่งของไต้หวัน (CGA) ดำเนินการจับกุมเรือซึ่งลงทะเบียนในประเทศโตโก แต่มีลูกเรือเป็นชาวจีน เนื่องจากต้องสงสัยว่าเรือลำนี้ตัดสายเคเบิลไฟเบอร์ออปติกใต้ทะเลที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะไต้หวันกับหมู่เกาะเผิงหู่

CGA ระบุว่า เรือ “หงไท่ 168” (Hong Tai 168) ลอยลำอยู่ในระยะประมาณ 925 เมตรจากสายเคเบิลดังกล่าวตั้งแต่ 07.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเรือของหน่วยยามฝั่งถูกส่งไปยังเรือลำนี้ในเวลา 02.30 น. วันอังคาร (25 ก.พ.) และเรียกร้องให้เรือหงไท่ออกไปจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม หน่วยยามฝั่งได้รับการยืนยันว่า สายเคเบิลใต้ทะเล “ไต้หวัน-เผิงหู่ หมายเลข 3” ถูกตัดขาดในเวลา 03.00 น. วันอังคาร เจ้าหน้าที่จึงเริ่มความพยายามในการจับกุมลูกเรือหงไท่ โดยลูกเรือ 8 คนเป็นชาวจีนทั้งหมด

กระทรวงกิจการดิจิทัลของไต้หวันยืนยันว่า หลังเกิดเหตุ การสื่อสารถูกเปลี่ยนไปยังสายเคเบิลอื่นแล้ว ทำให้ไม่มีการติดขัดเกิดขึ้น

หน่วยยามฝั่งจัดให้เหตุการณ์นี้ว่าอาจเป็นกิจกรรมในพื้นที่สีเทา (gray zone) โดยประเทศจีน ซึ่งสื่อถึงพฤติกรรมเป็นปรปักษ์ที่ไม่ถึงขั้นก่อสงคราม ขณะที่รัฐบาลไต้หวันระบุว่า พวกเขากำลังสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : foxnews

มาเลเซียจับมือเอกชน ค้นหา MH370 รอบใหม่ 11 ปีหลังหายสาบสูญ

มาเลเซียจับมือเอกชน ค้นหา MH370 รอบใหม่ 11 ปีหลังหายสาบสูญ

25 ก.พ. 2568 23:42 น.

มาเลเซียจับมือเอกชน ค้นหา MH370 รอบใหม่ 11 ปีหลังหายสาบสูญ

มาเลเซียจับมือกับบริษัทเอกชนจากอังกฤษ เริ่มการค้นหาเครื่องบินโดยสาร MH370 ที่หายสาบสูญอีกครั้ง ก่อนที่วันครบรอบ 11 ปีจะมาถึงในสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “โอเชียน อินฟินิตี” (Ocean Infinity) บริษัทเอกชนซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการใช้หุ่นยนต์สำรวจทางทะเล เริ่มการค้นหาเครื่องบินโดยสาร MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส รอบใหม่แล้ว หลังจากเครื่องบินลำนี้หายไปอย่างเป็นปริศนาเมื่อเกือบ 11 ปีก่อน

นายแอนโทนี โลค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของมาเลเซีย บอกกับผู้สื่อข่าวในวันอังคารที่ 25 ก.พ. 2568 ว่า รายละเอียดสัญญาระหว่างมาเลเซียกับ โอเชียน อินฟินิตี กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย แต่ทางมาเลเซียยินดีในความกระตือรือร้นของ โอเชียน อินฟินิตี ที่ส่งเรือมาเริ่มการค้นหา

นายโลคเสริมว่า พวกเขายังไม่ได้เจรจารายละเอียดว่าการค้นหาจะดำเนินไปนานเท่าใด แต่เขาไม่เปิดเผยว่า บริษัทเอกชนจากอังกฤษรายนี้เริ่มการค้นหาเมื่อใด

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 777 เที่ยวบินที่ MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส กับผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต หายไปจากจอเรดาร์ในวันที่ 8 มี.ค. 2557 ระหว่างเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียไปยังกรุงปักกิ่งของจีน

หลังจากนั้น นานาชาตินำโดยออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ใกล้กับน่านน้ำที่คาดว่าเครื่องบินลำนี้ตกลงไปมากที่สุด ก็เริ่มปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน กินระยะเวลานานถึง 3 ปี ครอบคลุมพื้นที่ 46,300 ตารางไมล์ในมหาสมุทรอินเดีย แต่พบเพียงชิ้นส่วนไม่กี่ชิ้น ก่อนที่การค้นหาจะถูกยกเลิกในเดือนมกราคม 2560

ต่อมาในปี 2561 บริษัท โอเชียน อินฟินิตี ทำสัญญากับรัฐบาลมาเลเซียเพื่อออกค้นหา MH370 ที่หายสาบสูญไปเป็นเวลา 6 เดือน แต่ก็ไม่พบ

หลังจากนั้น การค้นหาก็หยุดชะงักไปหลายปีจนกระทั่งในเดือนธันวาคม 2567 รัฐบาลมาเลเซียออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาเห็นชอบที่จะเริ่มการค้นหาเครื่องบิน MH370 รอบใหม่แล้ว โดยทำสัญญามูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับบริษัท โอเชียน อินฟินิตี เป็นระยะเวลา 18 เดือน โดยโอเชียน อินฟินิตี ยื่นข้อเสนอแบบเดียวกับการค้นหาครั้งก่อน คือ “ไม่เจอไม่ต้องจ่าย”

นายโลคบอกในเดือนธันวาคมว่า การค้นหาจะเกิดขึ้นในพื้นที่ใหม่ขนาด 5,800 ตารางไมล์ ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเลือกโดยดูจากข้อมูลล่าสุดและผลการวิเคราะห์ข้อมูลของบรรดาผู้เชี่ยวชาญกับนักวิจัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cbsnews

นาซาชี้ ดาวเคราะห์น้อย “2024 YR4” แทบไม่มีโอกาสชนโลกแล้ว

นาซาชี้ ดาวเคราะห์น้อย “2024 YR4” แทบไม่มีโอกาสชนโลกแล้ว

25 ก.พ. 2568 23:01 น.

นาซาชี้ ดาวเคราะห์น้อย “2024 YR4” แทบไม่มีโอกาสชนโลกแล้ว

ดาวเคราะห์น้อย “2024 YR4” ซึ่งทำให้เกิดกระแสความกังวลว่ามันอาจจะพุ่งชนโลกในอีก 7 ปีข้างหน้า ล่าสุดนาซาลดโอกาสที่มันจะชนโลกลงจนแทบจะเป็นศูนย์แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โลกเกิดกระแสความกังวลว่าดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 จะพุ่งชนโลกในอีก 7 ปีข้างหน้า โดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา ปรับเพิ่มโอกาสที่มันจะชนโลกขึ้นอย่างรวดเร็วไปจนถึง 3.1% แต่การประเมินล่าสุดความเสี่ยงดังกล่าวลดลงจนแทบเป็นศูนย์แล้ว

ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 ถูกค้นพบเมื่อ 27 ธ.ค. 2567 มีความกว้างประมาณ 40-90 ม. เล็กกว่าดาวเคราะห์น้อยที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์มาก แต่นักวิทยาศาสตรประเมินว่า หากมันพุ่งชนโลกก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง เนื่องจากมันสามารถปล่อยพลังงานได้เทียบเท่าระเบิดทีเอ็นทีหนัก 7.8 เมกะตัน

การประเมินดังกล่าวทำให้ทั่วโลกตื่นตัว ผู้เชี่ยวชาญเริ่มติดตามการโคจรของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้อย่างใกล้ชิด และโอกาสที่มันจะพุ่งชนโลกในวันที่ 22 ธ.. 2575 ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 1% ตอนประเมินในช่วงสิ้นเดือนมกราคม เป็น 3.1% ในวันที่ 18 ก.พ.

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจากนาซาชี้ว่า ตอนนี้โอกาสที่ 2024 YR4 จะพุ่งชนโลกในวันดังกล่าวลดลงจนเหลือเพียง 0.0017% เท่านั้น หรือมองในมุมกลับคือ มีโอกาสถึง 99.9981% ที่มันจะโคจรผ่านโลกไปอย่างปลอดภัย และระดับความเสี่ยงชนโลกของมันตามมาตราโตริโน ก็ถูกปรับลดลงจากระดับ 3 เป็นระดับ 0

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่เหนือความคาดหมายของผู้เชี่ยวชาญ โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอวกาศยุโรป หรือ อีซา ชี้ว่า โอกาสชนโลกของดาวเคราะห์น้อยมักเพิ่มขึ้นก่อนจะลดลงมา เพราะนักวิทยาศาสตร์มีการสังเกตการณ์เพิ่มเติม

ขณะที่ ศ.โคลิน สนอดกราส ศาสตราจารย์วิชาดาวเคราะห์วิทยาจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ กล่าวว่า การตื่นตัวแบบนี้จะกลายเป็นสิ่งที่เป็นปกติมากขึ้น และมันไม่ควรเป็นสาเหตุให้เกิดความแตกตื่น เพราะการพบดาวเคราะห์น้อยเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีของเราพัฒนามากขึ้น ทำให้มนุษย์มีเวลาเตรียมตัวหากพบดาวเคราะห์น้อยอันตรายขึ้นมาจริงๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : theguardian

ดับเพิ่มเป็น 4 ศพ เหตุสะพานทางด่วนเกาหลีใต้ถล่ม บาดเจ็บอีก 6 ราย

ดับเพิ่มเป็น 4 ศพ เหตุสะพานทางด่วนเกาหลีใต้ถล่ม บาดเจ็บอีก 6 ราย

25 ก.พ. 2568 22:08 น.

ดับเพิ่มเป็น 4 ศพ เหตุสะพานทางด่วนเกาหลีใต้ถล่ม บาดเจ็บอีก 6 ราย

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุสะพานทางด่วนในประเทศเกาหลีใต้พังถล่มขณะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพิ่มขึ้นเป็น 4 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย

สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า สะพานทางด่วนซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเมืองอันซอง พังถล่มลงมาในเวลาประมาณ 09.50 น. วันอังคารที่ 25 ก.พ. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้คนงาน 10 คนตกลงมาหรือถูกฝังทั้งเป็น โดยในจำนวนนี้ 4 คนเสียชีวิต 5 คนบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีก 1 คนบาดเจ็บเล็กน้อย

ข่าวระบุอีกว่า ร่างของ 1 ใน 4 ผู้เสียชีวิตถูกนำออกจากใต้ซากปรักหักพังในเวลาประมาณ 14.20 น. ก่อนที่ทางการจะยุติปฏิบัติการค้นหา

ด้านบริษัท ฮุนได เอนจิเนียริง ซึ่งเป็นผู้ก่อสร้างสะพานทางด่วนโซล-เซจงแห่งนี้ ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อเหตุที่เกิดขึ้น “เรากำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้แน่ใจว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว และจะสืบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yonhup

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC  สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ หารือกับ ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) พร้อมด้วย นายหวัง อี้หยู อธิบดีกรมกักกันพืชและสัตว์ นายหลี่ จิ้นซง อธิบดีกรมความปลอดภัยอาหารนำเข้าและส่งออก และนางกัว ซั่วเยี่ยน อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และคณะ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และ GACC ได้แลกเปลี่ยนนโยบายและวิสัยทัศน์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งเสริม ขยายโอกาส และอำนวยความสะดวกค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงความมุ่งหวังที่จะรวมกันร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านการเพิ่มเส้นทางการค้าเพื่อขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างการโดยใช้รถไฟความเร็วสูง (เส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคาย และเชื่อมต่อเส้นทาง one belt one roadของจีน) และประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตร และกลไกคณะทำงานร่วมด้านสุขอนามัยสุขอนามัยพืช ซึ่งกระทรวงฯ และ GACC ได้ประชุมและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า จีนนับเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเป็นอันดับ 1 ของไทย และสินค้าผลไม้มีสัดส่วนการส่งออกมากที่สุดในสินค้าเกษตรจากไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน มังคุด และมะม่วง ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งหวังและตั้งใจว่าจะดำเนินนโยบายและมาตรการที่เข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีน มั่นใจได้ว่าสินค้าผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆจากไทย มีคุณภาพความปลอดภัยและได้มาตรฐานตามที่ฝ่ายจีนกำหนดไว้ทุกประการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง  มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังคนละครึ่ง “สลายตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม” โดยมีนายธนสาร ธรรมสอน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่แปลงนาเกษตรกร ข้างบริษัท เอส. เค.2002 การโยธา จำกัด ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและตอซังพืชช่วยให้คุณสมบัติของดินดีไม่ถูกทำลาย เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2613 ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ในเวทีโลก โดยการไถกลบตอซังพืช แทนการเผา ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

นอกจากนี้ การเผาตอซังและเศษพืชที่เกษตรกรทิ้งหลังเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดินเป็นจำนวนมาก การไถกลบตอซังพืชจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชดินมีความโปร่งร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ความหนาแน่นของดินลดลงเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ และหมุนเวียนธาตุอาหารพืชคืนสู่ดินการงดเผาในพื้นที่ 1 ไร่ จะเพิ่มธาตุอาหารลงดิน ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแตสเซียม (K) คิดเป็น มูลค่า 900 บาทต่อไร่ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ เพื่อหยุดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมผลักดันกิจกรรมของทุกหน่วยงานเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงปัญหาจากการเผาที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรดิน และสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไป

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ร่วมลงแปลงนาเกษตรกรเพื่อร่วมไถกลบตอซังและเทน้ำหมักชีวภาพ ย่อยสลายตอซังข้าว อีกทั้งรับชมนิทรรศการองค์ความรู้ไถกลบ ตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม และบูธผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรของดี จ.สมุทรปราการ สำหรับพื้นที่ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่นำร่องโครงการไถกลบตอซังคนละครึ่ง “สลายตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม”

ผู้ช่วยฯร่วมงาน เกษตรอีสานใต้ มุ่งใช้นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า

ผู้ช่วยฯร่วมงาน  เกษตรอีสานใต้  มุ่งใช้นวัตกรรม  เพิ่มมูลค่าสินค้า

ผู้ช่วยฯร่วมงาน เกษตรอีสานใต้ มุ่งใช้นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานเกษตรอีสานใต้ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 16 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรเพิ่มมูลค่าเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี ร.ต.สรมงคลมงคละสิริ รอง ผวจ.อุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ รศ.ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความรู้และความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการเกษตร ผลงานของมหาวิทยาลัยในด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการชุมชน จัดให้มีการสาธิตและฝึกอบรมเกษตรกรให้มีทักษะวิชาชีพการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การประกวดผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลผลิต สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและกระตุ้นให้พัฒนาวิสาหกิจชุมชน

ดร.ณมาณิตากล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาคเกษตร นวัตกรรมเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ส่งเสริมการสร้างรายได้เกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร ตลอดจนเป็นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว BCG เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกระทรวงเกษตรฯ จึงเร่งรัดให้หน่วยงานในสังกัด ขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ซุน เหมยจวิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรค และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (The Protocolon Inspection, and Quarantine,Sanitary Requirements for Farmed Aquatic Products to be Exported from the Kingdom of Thailand to the People’s Republic of China between the Ministry of Agriculture and Cooperatives and the General Administration of Customs of the People’s Republic of China) เนื่องในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“พิธีสารฯ ฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ไทยสามารถส่งออกปลากะพงขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงชนิดแรกภายใต้พิธีสารฯ ไปยังจีนได้ โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกได้ปีละมากกว่า 50,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาทต่อปี” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า การลงนามครั้งนี้ยังเป็นการกำหนดแนวทางและมาตรฐานด้านสุขอนามัยของผลิตภัณฑ์ประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตการส่งออกสินค้าประมงชนิดใหม่เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพการส่งออกสินค้าประมงของไทย รวมถึงสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดสินค้าประมงคุณภาพสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการค้า และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในระยะยาว

Aura Bangkok Clinic คว้ารางวัล Aestox Best Partner Awards 2024

Aura Bangkok Clinic คว้ารางวัล Aestox Best Partner Awards 2024

Aura Bangkok Clinic คว้ารางวัล Aestox Best Partner Awards 2024

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.16 น.

บริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โบท็อก “Aestox” ได้จัดงานประกาศรางวัล Aestox Best Partner Awards 2024 ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ โดย Aura Bangkok Clinic สามารถคว้ารางวัล Prestige Award 2024 รางวัลคลินิกที่มียอดฉีดผลิตภัณฑ์โบท็อก Aestox สูงสุดในประเทศไทยเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน

ทีมผู้บริหารของ Aura Bangkok Clinic นำโดย นายแพทย์เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ Chief Executive Officer และ พรกมล เพชรดาษดา Chief Marketing Officer ร่วมกันสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและการให้บริการที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง

รางวัล Prestige Award 2024 นี้เป็นการยืนยันถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อ Aura Bangkok Clinic โดยคลินิกได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสูงและได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก KFDA (องค์การอาหารและยาประเทศเกาหลีใต้) และ ThaiFDA (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย) พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แม้ Aura Bangkok Clinic จะมีสาขาทั้งหมดเพียง 14 สาขา แต่ด้วยการบริการที่ยอดเยี่ยมและความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้คลินิกนี้สามารถคว้ารางวัลอันดับหนึ่งได้สำเร็จ 

จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดธุรกิจคลินิกความงาม และฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Aura Bangkok Clinic ได้เปิดตัวสาขาใหม่ทำเลทองใจกลางอโศก ณ อาคารเอ็กเชน ทาวเวอร์ ชั้น G ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายบริการให้กับลูกค้าทั่วกรุงเทพฯ เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลความงามที่คุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้า และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารได้ที่  www.aurabangkokclinic.com  LINE : @botox  Facebook : Aura Bangkok Clinic Instagram: @aurabangkokclinic