ช่อง 7HD เสิร์ฟ ‘ยิ่งคุย ยิ่งลึก’ เจอแน่ 3 มีนาคมนี้ ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ การันตีความแซ่บ

ช่อง 7HD เสิร์ฟ ‘ยิ่งคุย ยิ่งลึก’ เจอแน่ 3 มีนาคมนี้ ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ การันตีความแซ่บ

ช่อง 7HD เสิร์ฟ ‘ยิ่งคุย ยิ่งลึก’ เจอแน่ 3 มีนาคมนี้ ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ การันตีความแซ่บ

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมปักหมุด ลงปฏิทินตัวโตๆ แล้วมาล้อมวงคุยขุดลึกกับ อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ไม่ดุแต่เด็ด เผ็ดไม่เหมือนใคร ในรายการใหม่เอี่ยมถอดด้าม “ยิ่งคุย ยิ่งลึก” ที่จะมาพร้อมเนื้อหาขุดลึกสุดแซ่บ ขุดทุกประเด็นร้อนของทุกวงการ เรื่องใหญ่! เรื่องชาวบ้าน! เรื่องปากท้อง!เรื่องสุขภาพ! เรื่องบันเทิง! จากแขกรับเชิญเจ้าของเรื่อง พร้อมวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง พบกัน หลังข่าวภาคเที่ยง ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 12.20 น. และวันศุกร์ เวลา 12.10 น.เริ่มจันทร์ที่ 3 มีนาคมนี้ โดยอาจารย์ยิ่งศักดิ์ เผยความแซ่บ ความลึก ที่จะเกิดขึ้นว่า

“ต้องบอกว่าที่ได้มาทำรายการ ยิ่งคุยยิ่งลึก เริ่มจากอาจารย์มีรายการกับทางช่อง 7HDอยู่แล้ว 2 รายการ คือ ยิ่งสุขสโมสร และรายการ มือโปร โชว์ปรุง ซึ่งอาจารย์ก็ประทับใจที่ช่อง 7HD มีคนดูเยอะ อาจารย์ก็เลยตัดสินใจมาทำยิ่งคุยยิ่งลึก กับช่อง 7HD คอนเซ็ปต์รายการก็ไม่ได้ตามกระแส แต่จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความจำเป็นที่ทุกคนต้องรู้ และเป็นปัญหาของทุกคนมาพูดคุย สำหรับ Mood and Tone ของรายการแน่นอนมาอยู่ที่ช่อง 7HD จะแนบแน่นเข้าถึงซึ่งคนดูต้องประทับใจ ความแรง ความสนุก ความมีสาระ แน่นอนต้องมี เรื่องรอบตัว เรื่องใกล้ชิด เรื่องบ้านเมือง ทุกเรื่องราว จะอยู่ใน ยิ่งคุยยิ่งลึก ถ้าจะให้บอกว่ารายการนี้ เป็นแนวไหนต้องบอกก่อน ว่าคนอย่างอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จืดไม่เป็นมันต้องแซ่บสุด เรียกว่าเป็นมิติใหม่ของช่องเหมือนกัน ที่ไม่เคยทำรายการอะไรที่แซ่บเท่ารายการนี้ ช่อง 7HD ครั้งนี้พลิกโฉมต้องขอฝากแฟนๆ กดรีโมทล็อกช่อง 7HD มาพบกับรายการ ยิ่งคุย ยิ่งลึก กับยิ่งศักดิ์ หลังข่าวเที่ยงไว้เลย ความลึก จะลึกแค่ไหน อันนี้อยากให้มารอดูไปพร้อมกัน เชื่อว่ามีแต่คนอยากมาต่อปากต่อคำกับอาจารย์เยอะมาก ติดตามเรา รับรองว่าคุณจะได้รู้ลึกทุกเรื่อง ใน EP แรกอยากให้มาลุ้นไปด้วยกันว่า ใครจะมาเป็นแขกรับเชิญคนแรกของรายการ และแขกรับเชิญที่อยากมารายการ เราก็พร้อมยินดีต้อนรับ และขอย้ำอีกครั้งกับทุกคนที่อยากรู้ว่าอาจารย์ยิ่งศักดิ์อยู่ที่ไหน อาจารย์อยากประกาศให้รู้ตรงนี้เลยว่าอาจารย์อยู่ตรงนี้ ช่อง 7HD ที่นี่ ช่องเดียว ยิ่งคุย ยิ่งลึก”

ปักหมุดพบกับรายการ “ยิ่งคุย ยิ่งลึก” วันจันทร์ที่ 3 มีนาคมนี้ เวลา 12.20 น. และติดตามได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 12.20 น.และวันศุกร์ เวลา 12.10 น. รับชมสดทางช่อง 7HD กด 35 ทางออนไลน์ Facebook : Ch7HD, Ch7HD News, Ch7HD Entertainment, YouTube : Ch7HD และ TikTok : Ch7HD ดูย้อนหลังได้ที่ BUGABOO.TV และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘กปท.เวียงท่ากาน’คุมโรค NCDs ดึงแม่ครัวงานบุญลด‘หวาน-มัน-เค็ม’

‘กปท.เวียงท่ากาน’คุมโรค NCDs  ดึงแม่ครัวงานบุญลด‘หวาน-มัน-เค็ม’

‘กปท.เวียงท่ากาน’คุมโรค NCDs ดึงแม่ครัวงานบุญลด‘หวาน-มัน-เค็ม’

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ ลงพื้นที่ รพ.สต.บ้านสันห่าว ต.เวียงท่ากาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงาน “โครงการโมเดลต้นแบบกปท. ธรรมนูญการพัฒนาระบบสุขภาวะลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชนผ่านการอบรมให้ความรู้อาหาร ลด หวาน มัน เค็ม สำหรับแม่ครัวธรรมนูญ ดูแลการปรุงอาหารงานบุญในชุมชน”โดยมี นายเทียมทัน ปัญญา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียงท่ากาน พร้อมด้วย นางทัศนา อินต๊ะแก้ว ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านสันห่าวต้อนรับ และให้ข้อมูล

นายเทียมทัน กล่าวว่า อบต.เวียงท่ากานได้ร่วมกับ รพ.สต. ดำเนินงานโดยใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) มาทำเรื่องธรรมนูญสุขภาวะเวียงท่ากาน เพื่อปรับพฤติกรรมลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น อาหารไม่ใส่เครื่องปรุง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตรวมทั้งโครงการส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ เช่น TO BE NUMBER ONE ก็ใช้งบจาก กปท. ในการสนับสนุนเช่นกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด และผลลัพธ์จากตัวชี้วัดก็พบว่ามีผลการควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ดี และในอนาคตจะขยายเครือข่ายการดำเนินงานไปยังตำบลอื่นๆ ให้มากที่สุดต่อไป

“กปท. นับเป็นมีประโยชน์ต่อพื้นที่มาก อย่างไรก็ดีอยากให้ สปสช. พิจารณาปรับเพิ่มงบอุดหนุนแก่ กปท. ที่มีการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจพิจารณานำเงินจาก กปท.อื่นๆ ที่ไม่ค่อยได้ใช้เงินไปทำโครงการส่งเสริมสุขภาพมาปรับเกลี่ยเพิ่มเติมให้แก่ กปท.ที่ดำเนินการอย่างจริงจังและมีผลการดำเนินงานดี”นายก อบต.เวียงท่ากาน กล่าว

นางทัศนา กล่าวว่า จุดเริ่มต้นมาจากโครงการพัฒนาระบบคุณภาพชีวิตทุกกลุ่มวัย ในปี 2559 ที่ได้ค้นหาปัญหาสุขภาพในพื้นที่และพบว่าโรคเรื้อรังเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของคนในชุมชน จึงได้มีการหารือร่วมกับชุมชนต่างๆในพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านสันห่าว และเลือกใช้ธรรมนูญสุขภาพเป็นเครื่องมือเพื่อปรับพฤติกรรมสุขภาพของคนในชุมชน โดยมีหมู่บ้านเข้าร่วมทั้งหมด 4 หมู่บ้าน

จากการวิเคราะห์พบว่าอาหารที่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรับประทาน ส่วนมากผู้ป่วยไม่ได้เป็นคนปรุงเอง ดังนั้นต่อมาปี 2560 รพ.สต.บ้านสันห่าว จึงได้จัดทำโครงการโดยใช้งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) ทำการอบรมแม่ครัวที่เป็นผู้ประกอบอาหารเหล่านี้หมู่บ้านละ 10-15 คน แต่ด้วยครัวเรือนในพื้นที่มีจำนวนมาก จึงได้เริ่มจากกลุ่มแม่ครัวที่เป็นคนทำอาหารในงานบุญต่างๆ ก่อน

โดยชวนแม่ครัวในงานพิธีต่างๆ มาให้ความรู้ ลดหวาน มัน เค็ม ลดการใช้เครื่องปรุงต่างๆ ลง มีนักโภชนามาให้ความรู้ เริ่มต้นจากงานศพก่อน จากนั้นก็เป็นงานบุญต่างๆ เน้นที่อาหารสุขภาพ เพื่อปรับพฤติกรรมการกินที่ก่อให้เกิดโรค NCDs และมีเป้าหมายขยายลงไปยังครัวเรือนต่างๆ ในชุมชน

“ผลลัพธ์ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เช่น ตัวชี้วัดผลการควบคุมโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากเดิม 32%เป็น 48% และผลการควบคุมโรคความดันโลหิตดีขึ้นจากเดิม 30% เป็น 59.7% และเมื่อเทียบกับหมู่บ้านอื่นๆ ใกล้เคียง พบว่าหมู่บ้านที่ประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพจะมีผลลัพธ์การควบคุมโรคเรื้อรังที่ดีกว่า” ผอ.รพ.สต.บ้านสันห่าวกล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ความร่วมมือของ รพ.สต.บ้านสันห่าว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่ยากมากแต่ที่นี่ทำได้ดี สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของ กปท. ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ที่เน้นความร่วมมือกับท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่ง สปสช. จะนำแบบร่างโครงการนี้ โพสต์ในเว็บไซต์ของ สปสช. เพื่อให้ กปท. อื่นๆ ที่สนใจทำโครงการในลักษณะนี้ดาวน์โหลดเพื่อนำไปเป็นต้นแบบการดำเนินการต่อไป ส่วนข้อเสนอในการปรับเกลี่ยงบประมาณจาก กปท. ที่ไม่ค่อยมีผลงาน มาปรับเพิ่มแก่ กปท. ที่มีผลงานดีนั้น จะรับข้อเสนอไปเสนอต่อคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

นางยุพิน มาเรือน อายุ 67 ปี หนึ่งในผู้ป่วยโรคเบาหวาน กล่าวว่า ได้รับคำแนะนำจากทีมงาน รพ.สต.บ้านสันห่าว ในเรื่องการปรับลดเครื่องปรุง ลดหวาน มัน เค็ม จึงนำมาปรับใช้กับที่บ้าน อาหารต่างๆ ที่ทำนั้นจะลดการใช้เครื่องปรุงควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหลังจากเริ่มทำตามคำแนะนำมาไม่ถึง 1 ปี พบว่าการควบคุมค่าน้ำตาลสะสมในเลือดดีขึ้นมากจากเดิมที่อยู่ที่ 7-8 ลดลงเหลือ 5 สภาพร่างกายที่มักปวดหัว อ่อนเพลีย ก็ดีขึ้น ซึ่งนอกจากส่งผลดีกับตัวเองแล้วยังดีต่อสามีและลูกๆ ด้วย

“พอเห็นว่ามันได้ผลเราก็มีกำลังใจทำต่อไปจริงๆ การปรับพฤติกรรมมาออกกำลังกาย ปรับพฤติกรรมการรับประทานตามใจอยาก ไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าเราตั้งใจจริง แม้รสชาติจะอร่อยน้อยลงแต่มันเป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว” นางยุพิน กล่าว

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

‘คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ’ ร่วม‘สปสช.’ใช้ข้อมูลบัตรทองเพื่อศึกษาวิจัย

‘คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ’ ร่วม‘สปสช.’ใช้ข้อมูลบัตรทองเพื่อศึกษาวิจัย

‘คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ’ ร่วม‘สปสช.’ใช้ข้อมูลบัตรทองเพื่อศึกษาวิจัย

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU) เรื่อง “การดำเนินงานการบริหารจัดการข้อมูล และการจัดเก็บข้อมูลการรับบริการของผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” เพื่อใช้ในการศึกษาและการวิจัย เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา

รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาอย่างหนึ่งในภาคการศึกษาคือการหาข้อมูลจริงมาใช้ในการศึกษาทำได้ค่อนข้างยากการร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้นิสิตของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มีข้อมูลในลักษณะที่เป็น Meta Data มาใช้ในการศึกษาทดลองโมเดลต่างๆ รวมถึงนำเสนอนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับ สปสช. และประเทศชาติในอนาคต

“ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะนอกจากการคำนวณงบประมาณในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว ยังมีโครงการอีกมากมายที่สามารถทำร่วมกับ สปสช. ได้ อย่างเช่น สาขาวิชา MIS ภาควิชาพาณิชยศาสตร์ ก็สามารถใช้ข้อมูลเพราะวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ป่วย หรือ ภาควิชาการธนาคารและการเงิน ก็สามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์โมเดลทางการเงินต่างๆ รวมทั้งภาควิชาการตลาด ก็สามารถนำองค์ความรู้มาใช้กับข้อมูลนี้ได้” คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีฯ กล่าว

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หน้าที่ของ สปสช. คือ เป็นองค์กรที่บริหารจัดการการใช้งบประมาณในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) สำหรับผู้มีสิทธิบัตรทองฯ กว่า 47.5 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละปีมีข้อมูลการรับบริการสุขภาพจำนวนมหาศาล สปสช. จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรโดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลหรือ Data-Driven Organization

อาทิ การนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในการจัดทำงบประมาณ การประเมินแนวโน้มและความต้องการของผู้ป่วย ตลอดจนกำหนดนโยบายที่ตรงกับสถานการณ์ สำหรับการลงนามเอ็มโอยูระหว่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีฯ และ สปสช. ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือในการสร้างความแข็งแกร่งโดยการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเบื้องต้นภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจะนำข้อมูลไปเพื่อคำนวณงบประมาณระบบหลักประกันสุขภาพฯ ในอนาคต

กล่าวคือ สปสช. มีวิธีคำนวณงบประมาณในแต่ละปีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะมีวิธีอื่นที่มีการคำนวณมากกว่านี้อีกหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้รัฐบาลต้องการใช้ระบบงบประมาณฐานศูนย์ (zero based budgeting) ดังนั้นการคำนวณในลักษณะที่ประชาชนแต่ละคนมีความเสี่ยงในการเกิดโรคที่ไม่เหมือนกัน หากสามารถจัดงบประมาณโดยคำนวณจากความเสี่ยงของแต่ละคน น่าจะเป็นวิธีการใหม่ที่อธิบายได้มากขึ้น

“การจะคำนวณในแบบนี้ได้จะต้องใช้วิชาการขั้นสูง ซึ่งคณะภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์ฯ มีศักยภาพทำได้โดยใช้ข้อมูลในระบบบัตรทอง ซึ่งแต่ละปีมีผู้มารับบริการถึง 170 ล้านครั้ง หากสามารถดูสถิติย้อนหลังว่าแต่ละคนมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างไร ก็อาจใช้หลักคณิตศาสตร์ประกันภัยมาคำนวณในลักษณะคล้ายๆ เบี้ยประกันในอนาคตได้ นี่คือวัตถุประสงค์หลักการลงนามครั้งนี้และจะทำวิจัยร่วมกัน อาจนำมาสู่วิธีการคำนวณงบประมาณที่ต่างจากเดิม และเป็นคำตอบให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในระบบบัตรทองต่อไป”เลขาธิการ สปสช. กล่าว

พลิกขยะเกษตรสู่ลิกนิน นวัตกรรมเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

พลิกขยะเกษตรสู่ลิกนิน นวัตกรรมเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

พลิกขยะเกษตรสู่ลิกนิน นวัตกรรมเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโลกปัจจุบันปัญหาขยะชีวมวลกำลังกลายเป็นวิกฤตสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เศรษฐกิจพึ่งพาภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก ชีวมวลจากชานอ้อย ฟางข้าว ปาล์มน้ำมัน และเศษวัสดุทางการเกษตรจำนวนมหาศาลถูกเผาทำลายหรือทิ้งไปโดยไร้ประโยชน์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงเป็นที่มาของโครงการ การพัฒนากระบวนการบำบัดชีวมวล เพื่อแยกส่วนและตกตะกอน ลิกนินบริสุทธิ์ เป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่าง ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ดร.ชญานนท์ โชติรสสุคนธ์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีไบโอรีไฟเนอรี่และชีวภาพ (IBBG) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

“ชีวมวลไม่ใช่ของเสีย แต่คือทรัพยากรสำคัญที่สามารถแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราต้องการสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม” ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าว

ปัจจุบันชีวมวลถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การแปรรูปเป็นพลังงาน หรือการสกัดองค์ประกอบสำคัญอย่างเซลลูโลสเพื่อนำไปผลิตเยื่อกระดาษ อย่างไรก็ตาม ชีวมวลยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ถูกมองข้าม หนึ่งในนั้นคือลิกนิน (Lignin) ซึ่งมีอยู่มากถึง 20% ของชีวมวล และมีศักยภาพสูงในการนำไปใช้ประโยชน์

“ลิกนินเป็นองค์ประกอบสำคัญในชีวมวลลิกโนเซลลูโลส มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น การดูดกลืนรังสียูวีและการต้านอนุมูลอิสระ แต่ด้วยโครงสร้างทางเคมีที่ซับซ้อน ทำให้กระบวนการสกัดแบบเดิมต้องใช้สารเคมีที่รุนแรง ซึ่งนอกจากจะทำลายคุณสมบัติสำคัญของลิกนินแล้ว ยังทำให้ลิกนินถูกจัดเป็นของเสียที่ยากต่อการนำไปพัฒนาต่อยอด ทีมวิจัยจึงได้พัฒนากระบวนการใหม่ โดยใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ ที่สามารถสกัดลิกนินออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งนำตัวทำละลายกลับมาใช้ซ้ำ กระบวนการนี้เป็นระบบกึ่งไร้ของเสีย (Semi-Zero Waste) ช่วยให้ได้ลิกนินที่มีความบริสุทธิ์สูงและยังคงคุณสมบัติสำคัญไว้อย่างครบถ้วน” ดร.ชญานนท์ กล่าว

จากการวิจัยร่วมกันโดยใช้ห้องปฏิบัติการร่วมด้านพลังงานและเคมีชีวภาพ (BIOTEC-JGSEE Integrative Biorefinery Laboratory) ได้ค้นพบศักยภาพของลิกนินในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การพัฒนาพลาสติกผสมลินินที่สามารถกันรังสียูวีได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี และผลิตเป็น “กรีนแพ็กเกจจิ้ง” ด้วยการผสมลิกนินเข้ากับพลาสติกชีวภาพ

เช่น PLA (พลาสติกย่อยสลายได้) และ พลาสติก Up-cyling rPET (พลาสติกทนความร้อนและยืดหยุ่นสูง) เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ทนต่อรังสียูวี ลดการเสื่อมสภาพ และตอบโจทย์ความยั่งยืน เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการคุณภาพและความปลอดภัยจากแสงยูวี ลิกนินยังถูกนำไปผสมในยางธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความทนทานและลดการเสื่อมสภาพจากความชื้นและออกซิเจน ลิกนินยังสามารถแทนที่สารเคมีต้านอนุมูลอิสระได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดยางที่มาจากธรรมชาติ 100% ซึ่งเหมาะสำหรับการผลิตยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์ยางชนิดพิเศษต่างๆ

นอกจากนี้ ลิกนินยังถูกใช้ในอุตสาหกรรมความงาม เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์รองพื้น (Foundation) ด้วยโทนสีน้ำตาลธรรมชาติและคุณสมบัติป้องกันรังสียูวี โดยมีค่า SPF สูงถึง 36 โดยไม่ต้องใช้สารเคมีเพิ่มเติม ทั้งยังมีศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยชะลอวัย ทีมวิจัยกำลังดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ในเชิงลึก ทั้งหมดถือเป็นการนำของเหลือจากชีวมวลมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูงได้

นอกจากการเพิ่มมูลค่าให้กับชีวมวลแล้ว ทีมวิจัยยังมุ่งมั่นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชีวมวลที่ถูกทิ้งหรือเผาทำลายมักปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น มีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระบวนการแปรรูปลิกนินไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเหล่านี้ แต่ยังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจากการขายเศษเหลือการเกษตรในราคาที่สูงขึ้นด้วย

ในอนาคต ทีมวิจัยวางแผนขยายขอบเขตงานวิจัยเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย “Zero Emission” และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยการใช้ชีวมวลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดของเสีย และเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมต่างๆ นอกจากนี้ทีมวิจัยยังเล็งเห็นว่าแนวทางนี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

“ลิกนินเป็นตัวอย่างของการแปรรูปชีวมวลที่ไม่ได้ช่วยแค่ลดขยะ แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม” ศ.ดร.นวดล กล่าวทิ้งท้าย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

บุคคลในข่าว 23 กุมภาพันธ์ 2568

บุคคลในข่าว 23 กุมภาพันธ์ 2568

23 ก.พ. 2568 04:30 น.

บุคคลในข่าว 23 กุมภาพันธ์ 2568

ทุกข์ของพี่น้องชาวนา คือทุกข์ของแผ่นดิน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศ.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำคณะผู้บริหาร เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เมื่อวันก่อน.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศ.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำคณะผู้บริหาร เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เมื่อวันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…จากสถาน การณ์ที่ ม็อบเกษตรกรชาวนา จังหวัดพื้นที่ภาคกลาง เดินทางมายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้ รัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหา ราคาข้าวเปลือกตกต่ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาอย่างเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการจะยกระดับการชุมนุม

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียก พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ มาหารือเป็นการด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ

ถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้ วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษา กก.ผจก.ใหญ่ ทิพยประกันภัย เข้าเฝ้ากราบถวายเครื่องสักการะและปฏิทินพระพุทธรูปทองคำสิริมงคล ประจำปี 2568 ที่วัดราชบพิธ วันก่อน.
ถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้ วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษา กก.ผจก.ใหญ่ ทิพยประกันภัย เข้าเฝ้ากราบถวายเครื่องสักการะและปฏิทินพระพุทธรูปทองคำสิริมงคล ประจำปี 2568 ที่วัดราชบพิธ วันก่อน.

หลังจากการประชุม นายกฯแพทองธาร ยืนยันว่ารัฐบาลอยู่ข้างชาวนาและพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด พร้อมรับฟังและจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยได้เชิญ รมว.พาณิชย์ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ มาหารือเรื่อง ราคาข้าวและสินค้าเกษตร เพื่อเร่งแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและยาว โดยส่วนหนึ่งคือการแก้ปัญหาการปลูกข้าวพันธุ์ที่ไม่ได้รับการรับรอง ทำให้ข้าวไม่ได้คุณภาพและราคาต่ำกว่าปกติ ส่งผลต่อราคาข้าวในภาพรวม จึงได้สั่งการให้ กระทรวงเกษตรฯ เร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวและแจกจ่ายแก่พี่น้องเกษตรกรให้เพียงพอ

ซ้อมแผน สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมสรุปผลฝึกซ้อมแผนตอบโต้ภัยพิบัติด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ และ ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
ซ้อมแผน สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมสรุปผลฝึกซ้อมแผนตอบโต้ภัยพิบัติด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ และ ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

ส่วนมาตรการระยะสั้น เรื่องการพยุงราคาข้าว ที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จะออกมาตรการที่ชัดเจนและนำเข้าสู่ คณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติต่อไป ขอให้พี่น้องชาวนาและเกษตรกรมั่นใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหานี้และจะมีมาตรการออกไปโดยเร็วที่สุด…ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของบรรดาพี่น้องชาวนาที่เป็นฐานเสียงใหญ่ของ พรรคเพื่อไทย

ดูเพลิน ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ชาย เอี่ยมศิริ และ กรกฏ ชาตะสิงห์ เปิดโรงภาพยนตร์ “THAI SMOOTH AS SILK PREMIER CINEMA” พร้อมสิทธิพิเศษให้สมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส โดยมี กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ และ พลินี คงชาญศิริ มาร่วมงานด้วย ที่โครงการวัน แบงค็อก วันก่อน.
ดูเพลิน ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ชาย เอี่ยมศิริ และ กรกฏ ชาตะสิงห์ เปิดโรงภาพยนตร์ “THAI SMOOTH AS SILK PREMIER CINEMA” พร้อมสิทธิพิเศษให้สมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส โดยมี กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ และ พลินี คงชาญศิริ มาร่วมงานด้วย ที่โครงการวัน แบงค็อก วันก่อน.

ทั้งนี้ หลังมีการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้เป็นประธานการประชุม คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด โดยมี นภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม…โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 3 มาตรการ เพื่อพยุงราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่า 8,000 บาทต่อตัน ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปรัง ตันละ 1,500 บาท ปริมาณ 1.5 ล้านตัน กรณีเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางจะได้รับค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท กรณี ฝากสถาบันเกษตรกร จะได้รับตันละ 1,000 บาท โดยสถาบันได้ค่าฝากเก็บ 500 บาท ระยะเวลาฝากเก็บ 1-5 เดือน มาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้กับโรงสี ในการรับซื้อข้าวที่ร้อยละ 6 ปริมาณ 2 ล้านตัน ระยะเวลา 2-6 เดือน และ มาตรการเปิดจุดรับซื้อข้าวในราคานำตลาดตันละ 300 บาท ปริมาณ 3 แสนตัน ซึ่ง จะทำให้ราคาข้าวอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท โดยโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีจะใช้วงเงิน 1,893 ล้านบาท โดยจะเสนอ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) สัปดาห์หน้าและเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี ต่อไป

ตามไปชม สิตมน รัตนาวะดี และ ธีรตีพิศา เตวิชพศุตม์ มาร่วมในงานแถลงข่าวเปิด “ซองแดงแต่งผี” ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ในฐานะบริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์เป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยมี จินา โอสถศิลป์ และ ชยนพ บุญประกอบ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ตามไปชม สิตมน รัตนาวะดี และ ธีรตีพิศา เตวิชพศุตม์ มาร่วมในงานแถลงข่าวเปิด “ซองแดงแต่งผี” ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ ในฐานะบริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์เป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยมี จินา โอสถศิลป์ และ ชยนพ บุญประกอบ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

งานนี้ถ้าพี่น้องชาวนาไม่ออกมา แสดงพลังส่งสัญญาณแรงๆ ถึงรัฐบาล ก็คงไม่ได้เห็นการเคาะมาตรการต่างๆออกมารวดเร็วฉับไวขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการที่เคาะออกมา จะเป็นที่พอใจของ พี่น้องเกษตรกรชาวนาส่วนใหญ่ หรือไม่ ยังต้องรอวัดใจกันอีกยก นะจ๊ะ

อืม…หลังจาก รัฐบาลไทย ได้ร่วมมือกับ รัฐบาลจีน ในการเดินหน้าแก้ปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บริเวณแนวชายแดนไทย ฝั่ง ประเทศเมียนมา โดยใช้ มาตรการตัดกระแสไฟฟ้า สัญญาณอินเตอร์เน็ต และ เส้นทางขนส่งลำเลียงน้ำมัน ในพื้นที่เป้าหมายที่เป็นฐานปฏิบัติการของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะเมืองเมียวดี กดดันให้ ทางการเมียนมา และ กองกำลังชนกลุ่มน้อย ผลักดันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกจากพื้นที่ จับกุม ผู้ร่วมขบวนการ มาดำเนินคดี และช่วยเหลือ คนที่ตกเป็นเหยื่อ โดนหลอกเข้าไปทำงานให้กับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อส่งตัวกลับประเทศต้นทาง

40 ขวบ ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ จัดงานฉลองครบรอบ 40 ปี มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมเตรียมเปิดศูนย์สุขภาพ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจ โดยมี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ พิมส์นารี นรรพสวัสดิ์ มาร่วมงานด้วย ที่มหาวิทยาลัยรังสิต วันก่อน.
40 ขวบ ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ จัดงานฉลองครบรอบ 40 ปี มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมเตรียมเปิดศูนย์สุขภาพ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจ โดยมี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ พิมส์นารี นรรพสวัสดิ์ มาร่วมงานด้วย ที่มหาวิทยาลัยรังสิต วันก่อน.

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย หลิว จงอี้ ผู้ช่วย รมต.ความมั่นคงและสาธารณะของจีน และ อ่อง จอจอ รมช.มหาดไทยของเมียนมา ได้เดินทางไปที่ท่าอากาศยานแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามการส่ง ชาวจีน ลอตแรก 200 คน ทั้งพวกที่ถูกหลอกและสมัครใจเข้าไปทำงานกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในเมืองเมียวดี เดินทางกลับ ประเทศจีน ด้วยเครื่องบินของสายการบิน China Southern Airlines และจะมีการทยอยส่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จากหลายประเทศ รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการที่ถูกจับกุมกลับประเทศต้นทาง รวมแล้วกว่า 2,000 คน

แม่นยำ ดร.กิตติโชติ ศุภกำเนิด และ ศศิวิมล สุทธิเลิศ เปิดกิจกรรม “พัฒนาเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีอวกาศ” เพื่อฝึกอบรมเกษตรกรยุคใหม่นำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตรอย่างยั่งยืน โดยมี กำพล โชคสุนทสุทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม วันก่อน.
แม่นยำ ดร.กิตติโชติ ศุภกำเนิด และ ศศิวิมล สุทธิเลิศ เปิดกิจกรรม “พัฒนาเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีอวกาศ” เพื่อฝึกอบรมเกษตรกรยุคใหม่นำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตรอย่างยั่งยืน โดยมี กำพล โชคสุนทสุทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม วันก่อน.

ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จเบื้องต้นจากความร่วมมือของ รัฐบาลไทย จีน และ เมียนมา ในการเดินหน้าปราบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่จะแก้ปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้แบบสิ้นซากราบคาบหรือไม่ ยังต้องติดตามกันต่อไปห้ามกะพริบตา จบข่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์

ขอเชิญชวนนักเรียนเก่า นักเรียนปัจจุบัน และผู้ปกครอง โรงเรียนเทพศิรินทร์ ร่วมฉลอง ครบรอบ 140 ปี แห่งการพระราชทานกำเนิดโรงเรียนเทพศิรินทร์ กับการจัดแสดง “140th Immersive Live Show : 140 ปี เทพศิรินทร์ วิศิษฏ์ศิลป์แห่งกาลเวลา” พบกับความสามารถทางศิลปะ ดนตรี และการแสดงหลากหลายของเหล่าลูกแม่รำเพย จัดแสดง 4 รอบ 1 มี.ค. รอบ 12.00 น. และ 17.00 น. และ 2 มี.ค. รอบ 10.00 น. และ 15.00 น. ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ บัตรราคา 999, 1,999 และ 2,999 บาท สามารถซื้อบัตรได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ 140th. debsirin.net

ปลูกผัก เด่น ดับโศก มอบ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ให้ กิจจา เสาวรส เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้การปลูกผักกะละมังปลอดสารพิษ โดยมี อุทัย คำสีหา มาร่วมงานด้วย ที่โรงเรียนบ้านวังบูรพา อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว วันก่อน.
ปลูกผัก เด่น ดับโศก มอบ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ให้ กิจจา เสาวรส เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้การปลูกผักกะละมังปลอดสารพิษ โดยมี อุทัย คำสีหา มาร่วมงานด้วย ที่โรงเรียนบ้านวังบูรพา อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว วันก่อน.

สังคมทั่วไป

ฉลองสมรส รัชตวรรณ โพชนุกูล ลูกสาว วิเชน–อรนุช โพชนุกูล กับ ปกรณ์ กิตติโสภาภินันท์ ที่ไดมอนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ ถ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี 23 ก.พ. 18.30 น.

ฌาปนกิจศพ คุณแม่สุมน ปราณีประชาชน วัดพระศรี มหาธาตุฯ บางเขน 23 ก.พ. 14.00 น.

ฌาปนกิจศพ คุณแม่บังอร ศิริพาณิชย์ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 23 ก.พ. 16.00 น.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

เข้ม หัสวีร์ เผยเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง 7 อยู่มา 8 ปี รู้สึกชินจนหมดความตื่นเต้น

เข้ม หัสวีร์ เผยเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง 7 อยู่มา 8 ปี รู้สึกชินจนหมดความตื่นเต้น

22 ก.พ. 2568 17:00 น.

เข้ม หัสวีร์ เผยเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง 7 อยู่มา 8 ปี รู้สึกชินจนหมดความตื่นเต้น

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มากความสามารถ จนหลายคนมองว่าเป็นลูกรักของช่อง 7 เลยก็ว่าได้ สำหรับ เข้ม หัสวีร์ ล่าสุดก็กลายเป็นกระแสฮือฮาหลังเห็น เข้ม ไปนั่งให้สัมภาษณ์กับรายการข้ามช่อง งานนี้ทำเอาหลายคนสงสัยว่า เข้ม หมดสัญญากับทางช่อง 7 แล้วหรือยัง ซึ่ง เข้ม ก็ได้ยอมรับตรงๆ ว่า หมดสัญญาเรียบร้อยแล้ว 

“ตอนนี้ไม่ได้ต่อครับ ตอนนี้เป็นอิสระเรียบร้อยแล้ว สักพักแล้วครับ มีการพูดคุยมาเป็นปี เตรียมตัวเป็นปีกว่า ได้คุยกับผู้ใหญ่ที่ช่องเรื่อยๆ ว่าแนวโน้มเราจะเป็นยังไง เราจะทำยังไงต่อ เราจะเป็นยังไง จนครั้งสุดท้ายที่ได้เข้าไป ตัดสินใจไม่ต่อ จริงๆ เข้มชอบทำงานมาก

เวลาทำงานอยากสร้างลายเซ็น หรือรูปแบบการทำงาน รายละเอียดในตัวละครต่างๆ พอเราอยู่กับช่องมาเป็นเวลา 8 ปี ค่อนข้างเข้าใจรูปแบบคาแรกเตอร์ ช่องว่าตัวละครจะเป็นแบบนี้ จนมันเคยชิน และไม่ตื่นเต้นกับตรงนั้น ก็เลยรู้สึกว่าถ้าออกมาข้างนอก น่าจะได้การทำงาน หรือรูปแบบการทำงานแบบใหม่เพิ่มขึ้น

เข้ม หัสวีร์ เผยเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง 7 อยู่มา 8 ปี รู้สึกชินจนหมดความตื่นเต้น

คิดนานมากว่าจะตัดสินใจได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ช่อง 7 เหมือนบ้านเลยครับ เราอยู่ด้วยความอบอุ่น เป็นลูกที่เติบโตจากช่องมาอยู่ แล้ว พอจะหมดก็หนักใจ และพยายามคุยกับผู้ใหญ่ทางช่องว่าจะเป็นยังไง คุยกับผู้ใหญ่หลายๆ คนว่าออกมาแล้วเป็นยังไง การออกมาก็มีความเสี่ยงหลายอย่าง ไม่รู้ว่าจะสำเร็จมั้ย

การออกมาเราจะเจออะไรบ้าง แต่ผู้ใหญ่ก็น่ารัก ทุกวันนี้เข้มยังมีละครที่ต้องรับผิดชอบและเข้าไปร่วมงานกับช่องอยู่ ทุกปีใหม่ ทุกเทศกาลเข้มก็เข้าไปหาผู้ใหญ่ปกติ ผมก็ถามผู้ใหญ่ว่าถ้าผมออกไป ผู้ใหญ่จะมองเป็นเด็กอกตัญญูมั้ย เขาบอกไม่อกตัญญู เข้าใจ ถ้าอยากมีแพสชั่น หรืออยากเติบโตในหน้าที่ การงานยังไง เขาก็ยินดีมากๆ”

เข้ม หัสวีร์ เผยเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง 7 อยู่มา 8 ปี รู้สึกชินจนหมดความตื่นเต้น

สวยแน่นอน ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ขึ้นเขียงทำจมูกใหม่ รอลุ้นความปังได้เลย

สวยแน่นอน ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ขึ้นเขียงทำจมูกใหม่ รอลุ้นความปังได้เลย

22 ก.พ. 2568 15:23 น.

สวยแน่นอน ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ขึ้นเขียงทำจมูกใหม่ รอลุ้นความปังได้เลย

ได้เวลาขึ้นเขียงทำจมูกใหม่แล้ว สำหรับนักร้องสาว ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น หรือ ลิลลี่ นารีนาท เชื้อแหลม น้องสาวของ เจนนี่ รัชนก โดยก่อนหน้านี้ ลิลลี่มักจะโดนคนบางกลุ่มบูลลี่เรื่องหน้าตาอยู่บ่อยๆ ซึ่งเจ้าตัวเคยเผยว่า ถ้าทำศัลยกรรม อยากทำจมูกก่อนเป็นอันดับแรก แต่ขอเคลียร์คิวงานให้เรียบร้อยก่อน

ล่าสุดก็ได้เวลาอัปเกรดความสวยของตัวเองแล้ว โดยลิลลี่ได้เผยภาพตัวเองอยู่ในชุดคนไข้ เตรียมพร้อมสำหรับขึ้นเขียงทำจมูกครั้งแรกในชีวิต ด้านพี่สาวอย่างเจนนี่ก็ได้เผยภาพแชตของน้องสาวที่กำลังเตรียมเข้าห้องผ่าตัด พร้อมอวยพรขอให้น้องปลอดภัย และออกมาสวยปังเรียกทรัพย์

สวยแน่นอน ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ขึ้นเขียงทำจมูกใหม่ รอลุ้นความปังได้เลย

จากนั้น เจนนี่ได้ลงภาพขณะวิดีโอคอลคุยกับลิลลี่หลังออกมาจากห้องผ่าตัดศัลยกรรม พร้อมเขียนว่า “ออกจากห้องผ่าตัดแล้ว หวางไป นารีนาท เชื้อแหลม”

หลายคนที่ติดตามต่างก็บอกว่า สวยขึ้นแน่นอน รอติดตามตอนจมูกใหม่เข้าที่ได้เลย

สวยแน่นอน ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ขึ้นเขียงทำจมูกใหม่ รอลุ้นความปังได้เลย
สวยแน่นอน ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ขึ้นเขียงทำจมูกใหม่ รอลุ้นความปังได้เลย
สวยแน่นอน ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ขึ้นเขียงทำจมูกใหม่ รอลุ้นความปังได้เลย

ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

22 ก.พ. 2568 14:23 น.

ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

เป็นอีกหนึ่งคนที่มีชื่ออยู่ในหน้าสื่อบ่อยครั้ง สำหรับ ครูไพบูลย์ แสงเดือน ที่ไม่ว่าจะทำอะไร ก็เป็นที่สนใจของชาวโซเชียลอยู่บ่อยๆ จนในบางครั้งมักจะเจอดราม่า หรือโดนบูลลี่ พร้อมกับล้วงหัวใจ ว่าตอนนี้โสดหรือมีแฟนแล้วกันแน่ ซึ่ง ครูไพบูลย์ ได้เปิดใจเรื่องนี้ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องวัน 31 เผยว่า 

“มีคนถามผมตลอดนะว่าเคยอ่านคอมเมนต์ไหม ผมอ่านนะ บางทีก็อยากรู้คนที่ด่าเราคือใคร ผมก็เข้าไปดูเลย ผมก็ขี้เสือ_เหมือนกัน เธอเป็นใครหรอ คุณภาพชีวิตเธอเป็นยังไง บางคนเพิ่งเลิกกับผัวมา บางคนเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว ไม่ฉันไม่โต้ตอบ ฉันให้เธอด่าเลย แล้วทุกวันนี้ มันมีบางคนที่ผมเอากลับมาเป็น fc ผมเยอะ”

เมื่อถามว่า น้อยใจมั้ย ทำอะไรก็ดูผิดไปหมด คนไม่ชอบเรา ครูไพบูลย์ บอกว่า 

“มีครับ เคยท้อมากๆ ดาวน์มาก จนผมไม่ทำอะไรนานหลายเดือนเลย ช่วงที่เลิกรากันใหม่ๆ ทำอะไรไม่ได้ งานมันไม่ดี ไม่ได้มีเงินมากถึงขนาดนั้น ช่วงที่ผมออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส คือช่วงนั้นไม่มีงานเลย ก็ดื่ม เที่ยว ไม่มีรายได้เลย แต่สุดท้ายก็ดึงตัวเองกลับมา โชคดีที่มีเพื่อนที่ทำธุรกิจออนไลน์”

ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้ฝากบอกคนที่บูลลี่ว่า “คืออยากจะบอกว่าขอบคุณ ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณที่ดูพัฒนาการของผม ผมจะทำให้คุณเห็น เมื่อก่อนกับสิ่งที่เป็นอนาคต ฉันจะพัฒนาตัวฉันเอง คุณไม่ต้องพัฒนาก็ได้ รอดูอยู่ที่เดิม แล้วฉันจะขอบคุณที่รอดูฉัน”

ส่วนสภาพหัวใจในตอนนี้ ครูไพบูลย์ บอกว่า ยังโสดอยู่ แต่ก็มีคนเข้ามาคุยเรื่อยๆ ซึ่งก็แทบจะไม่คุยกับใคร เพราะช่วงนี้ทำงานหนักมาก แต่งตัววันนึงก็ปาไป 2-3 ชั่วโมงแล้ว แล้วมันยากตรงใส่ชุด ใส่ยังไงให้เข้ากับเราได้ สรีระเรายังไม่ตอบรับโจทย์ของความเป็นผู้หญิง

ยอมรับว่ามีผู้หญิงหลายคนอยากเข้ามาคุย แต่ด้วยข่าวก่อนหน้านี้ ทำให้เขาไม่อยากเข้ามา เพราะคนคิดว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง

เพราะเราเคยมีแฟน อายุก็ไม่ได้ห่างกันเยอะนะ แต่ดูเหมือนว่าเขาชอบเด็กหรือเปล่า เขามีปัญหากันมันจบหรือยัง ผู้หญิงคนใหม่ที่จะเข้ามา เขาเลยมองว่าฉันควรจะเข้าไปดีไหม ก็มีมองๆ มา แล้วมีหลายคนอยากคุยด้วย แต่เราก็ให้โอกาสทุกคน รวมถึงให้โอกาสตัวเองด้วย

ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ยอมรับว่าเหงา แต่มันเหมือนมาแป๊บเดียวแล้วก็ไป บางวันแทบลืมไปเลยว่า เราโสด เราเหงา เพราะในชีวิตกิจกรรมเราเยอะมาก ถ่ายงาน ตื่นเช้ามาถ้ามีกำลังก็ไปเข้ายิม แล้วทำงาน อยู่กับเพื่อน เพราะเพื่อนไม่ค่อยชอบนอน นั่งคุยกันยันสว่าง ตื่นขึ้นมาก็ชวนทำงาน

นอกจากนี้ ครูไพบูลย์ ได้เล่าถึงธุรกิจที่เคยทำมา พร้อมยอมรับว่า ตอนนี้เจ๊งและเลิกทำหมดแล้ว เพราะไม่มีความรู้ด้านนี้ ทำให้เสียเงินไปหลายล้าน โดยเล่าว่า

– ธุรกิจลูกชิ้นมีหมูเราพักไว้ก่อน ต้นทุนมันสูง แล้วการขนส่งมีปัญหา เพราะมันเป็นของสด ต้องแช่ฟิต ใส่โฟม ใส่น้ำแข็ง เยอะแยะมากมาย เลยพักไว้ก่อน มาทำอะไรที่มันง่าย

ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

– ธุรกิจร้านอาหารกึ่งผับที่เคยลงทุนทำที่ประเทศลาว ก็สูญเงินไปกว่า 5 ล้าน เรามีเพื่อน มีพี่ เป็นคนในพื้นที่ตรงนั้น ตอนแรกทำ 3-4 คน เพราะมันเป็นร้านไม่ใหญ่ แต่จะเป็นสองชั้น สไตล์คนลาวเขาชอบ 

– ช่วงแรกก็เหมือนได้ ช่วง 3-4 เดือนมันได้ แต่พอหลังๆ มา เห็นค่าใช้จ่ายมากขึ้น แล้วค่าใช้จ่ายที่ผมลงทุนไปผมเอากลับมาไม่ได้แล้ว ของที่ซื้อไว้ก็เอากลับมาไม่ได้

– ทำไปได้ประมาณปีหนึ่ง เพิ่งเลิกทำเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว ตอนแรกปล่อยให้คนมาเซ้ง ก็ไม่มีใครเอา เพราะยอดมันสูง เราลงทุนไป 4-5 ล้าน ใครเขาจะมาเซ้งราคานี้ 

– ยอมรับว่าเครียดมาก เราไม่มีความรู้ด้วย แต่ด้วยความที่เราอยากทำ มีความฝันว่าฉันอยากทำผับนะ แต่พอทำไปจริงๆ มันไม่ใช่ มันซับซ้อน รายละเอียดมันเยอะเลยยอม

– ส่วนร้านอาหารที่บ้านต่างจังหวัด ก็ปิดปรับปรุงเหมือนกัน แต่เป็นการปิดปรับปรุงแบบถาวร

– เผยไม่มีรายได้มาหนึ่งปี ธุรกิจที่ลาวก็เจ๊ง ค่ายเพลงก็ไม่มีคนดัง เลิกกับแฟน ไม่มีรายได้ ดาวน์มาก แต่รายจ่ายยังเท่าเดิม ต้องดิ้นรนทุกอย่าง บางทีไปกู้เครดิตไม่ผ่านบ้าง เพราะเราไม่เคยกู้ ไม่เคยเป็นหนี้ เราไม่มีเครดิตในแบงก์ต่างๆ เราซื้อสดตลอด ตอนที่เราหาเงินได้ พอเราจะกู้เราทำไม่ได้ มันเครียดมาก เลยมาเจอเพื่อนนี่แหละเมื่อปีที่แล้ว เขาพาเราทำออนไลน์

ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ
ครูไพบูลย์ เปิดใจเล่าชีวิตถูกบูลลี่หนัก เคยท้อใจจนดิ่ง ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้

อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้

22 ก.พ. 2568 12:22 น.

อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้

หลายคนมักจะคุ้นชินกับภาพของ น้ำ รพีภัทร ในลุคสบายๆ แต่งตัวสุดชิล ใช้ชีวิตสุดเรียบง่ายกับครอบครัว ทำเกษตรกรรม เลี้ยงควายประกวด ทำฟาร์มไก่ชน อยู่ในไร่ที่นครนายก 

แต่ล่าสุดทำเอาเพื่อนและแฟนๆ ฮือฮาอย่างมาก เมื่อ น้ำ มาในลุคใหม่ชนิดที่เรียกว่า หล่อร่างทอง หยิบเอาคู่มือความหล่อมาใช้ให้เป็นประโยชน์แล้ว ขณะถ่ายแบบพรีเซ็นเตอร์สินค้า ซึ่งโพสต์ท่านั้นแต่ละท่านั้นหล่อสุดๆ 

อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้

งานนี้ทำเอาหลายคนที่เห็นต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความหล่อกันแบบรัวๆ อาทิ อย่างหล่ออออ, มัยหล่อจังวะ, ละมุนมากพี่, หล่อที่สุดเลยค้าบ, หล่อจัดเลยพี่ชาย, พี่ได้คู่มือการใช้ความหล่อมาแล้วเหรอคะ, อย่าให้พี่น้ำวางแก้ว, ร่างทองชัดๆ, ยังหล่อ ดูดีเหมือนเดิมเลยอ่ะ เป็นต้น

อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้
อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้
อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้
อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้
อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้
อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้
อปป้ามาเอง น้ำ รพีภัทร เสิร์ฟลุคร่างทอง เป็นเกษตรกรก็หล่อได้

น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า

น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า

22 ก.พ. 2568 11:40 น.

น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า

ชีเสิร์ฟของแท้ เมื่อ น้ำตาล ชลิตา ระเบิดความแซ่บสวมชุดพระเครื่องแบบโนบราเปลือยอกคู่กับกางเกงลายยันต์ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “สาธุ99 ซีซั่นนี้ผีดุเลยต้องพกพระมาด้วยคืนนี้เจอกัน!!”

งานนี้เพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามต่างร้องว้าวในความเริ่ดของชุดกันจำนวนมาก พร้อมกับแซวว่า ล่าสุดมาในเวย์เซียนพระแล้ว เป็นคอลเลกชั่นที่ขลังมาก

น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า

นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตบางคนได้เข้ามามาคอมเมนต์ บอกว่า “พระเครื่องต้องกลับกลายเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น… แบบนี้จะเหมาะได้อย่างไรเห็นแล้วเศร้า” ด้าน น้ำตาล ก็ได้เข้ามาตอบกลับว่า “พระเครื่องก็ส่วนพระเครื่องสิคะ งง” 

อีกคนก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ว่า “ถ้าเป็นพระเครื่องจริงๆเอามาห้อยปิดหัวนม เห็นว่าไม่เหมาะสมครับ” น้ำตาลได้ตอบกลับว่า “ซูมก่อนคอมเม้นต์ อย่าประสาทมาก โตแล้วรู้กาลเทศะ” และ “แม่!! เดี๋ยวสำนักพุทธก็ดราม่า” น้ำตาลก็ได้ตอบกลับว่า “ซูมๆๆๆ ไม่ใช่พระแม่”

ซึ่งชุดที่น้ำตาลสวมใส่นั้น หากซูมดีๆ เป็นกรอบพระรูปก็จริง แต่ข้างในกรอบเป็นรูปคล้ายๆ ผู้หญิงหุ่นนางงามแทน

น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า
น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า
น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า
น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า
น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า
น้ำตาล ชลิตา เสิร์ฟโนบราสวมชุดกรอบพระเครื่อง ลั่นซูมดีๆ อย่าเพิ่งดราม่า