แพทย์จีนประสบความสำเร็จผ่าตัดเคสสุดยาก ผู้ป่วยหัวเกือบหลุดจากร่าง

แพทย์จีนประสบความสำเร็จผ่าตัดเคสสุดยาก ผู้ป่วยหัวเกือบหลุดจากร่าง

25 ส.ค. 2568 10:04 น.

แพทย์จีนประสบความสำเร็จผ่าตัดเคสสุดยาก ผู้ป่วยหัวเกือบหลุดจากร่าง

คณะแพทย์จีนประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเคสสุดยาก เมื่อศีรษะของผู้ป่วยเกือบจะหลุดออกจากลำตัว ในตอนแรกแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต แต่หลังผ่าตัดกลับฟื้นตัวและอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 ทีมแพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูกสันหลังส่วนคอของโรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้ ฉางเจิง ในนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดที่พบได้ยากยิ่งให้กับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยผู้ป่วยรายนี้ได้รับบาดเจ็บที่ลำคออย่างรุนแรงจากการกระแทกของแขนกล ส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนคอ (cervical spine) หลุดออกจากกันจนเกือบสมบูรณ์ หรือเรียกได้ว่า ศีรษะของเขาเกือบจะหลุดออกจากลำตัว อย่างไรก็ตามผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งในตอนแรกแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต ปัจจุบันกลับฟื้นตัวและอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย

นายแพทย์เฉิน หัวเจียง ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมกระดูกสันหลังส่วนคอ ผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี กล่าวว่าเขาเคยพบผู้ป่วยบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังส่วนคอขั้นวิกฤตมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีกรณีใดที่รุนแรงมากเท่ากับรายนี้

โดยแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเดือนมิถุนายน ผลกระทบอันรุนแรงจากอุบัติเหตุทำให้เขามีภาวะอัมพาตระดับสูงและหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยการช่วยฟื้นคืนชีพฉุกเฉิน ทำให้สัญญาณชีพอันแผ่วเบาของเขากลับคืนมาได้ จากนั้นแพทย์ได้ค้นคว้าข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ แต่ไม่พบรายงานผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอเคลื่อนหลุดรุนแรงเช่นนี้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกรณีผู้ที่รอดชีวิตหลังการรักษา  

หลังจากทำการผ่าตัดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงสูงเกือบ 3 ชั่วโมง ไม่เพียงทีมแพทย์ทำการจัดแนวกระดูกสันหลังส่วนคอที่เคลื่อนหลุดอย่างสมบูรณ์ให้กลับเข้าที่ได้อย่างแม่นยำ แต่ยังได้บุกเบิกเทคนิค “แผ่นโลหะเสริม” (satellite plate) ซึ่งเป็นวิธีการใช้แผ่นโลหะขนาดเล็กเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างหลัก

โดยนายแพทย์เฉินกล่าวว่า โชคดีที่ระหว่างการผ่าตัดไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่คาดการณ์ไว้เกิดขึ้น และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เฉินกล่าวว่าผู้ป่วยสามารถหยุดใช้ยากระตุ้นความดันโลหิต (vasopressors) ได้ในวันเดียวกับการผ่าตัด และการทำงานของระบบหายใจก็ดีขึ้นโดยไม่มีการติดเชื้อในปอดอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยสามารถเอาชนะภาวะวิกฤตต่างๆ มาได้ และออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

เกิดเหตุมือมีดไล่แทงคนใกล้ม็อบหนุนปาเลสไตน์ ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม บาดเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุมือมีดไล่แทงคนใกล้ม็อบหนุนปาเลสไตน์ ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม บาดเจ็บ 1 ราย

25 ส.ค. 2568 08:51 น.

เกิดเหตุมือมีดไล่แทงคนใกล้ม็อบหนุนปาเลสไตน์ ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม บาดเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุมือมีดไลล่แทงคนกลางกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม หลังการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาล ขณะเดียวกันตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุแทงกันกลางกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หลังการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะเดียวกันตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง มีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายสิบคนรวมตัวกันที่ย่านซาตเตอร์แด็กเพลน ใกล้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ปลาส แซงต์ แคทเธอรีน  ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในกาซา

โดยนางอิลเซ ฟาน เดอ เคเร  โฆษกสำนักงานตำรวจกรุงบรัสเซลส์ แคปิตอล-อีเซลส์ เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลในสภาพวิกฤติ ส่วนผู้ก่อเหตุถูกจับกุมไว้ได้ทันที แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผู้บาดเจ็บหรือผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ ใกล้ที่เกิดเหตุหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุแทงกันที่เกิดขึ้นในครั้งนี้.

ทรัมป์ขู่ส่งทหารเข้าเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม

ทรัมป์ขู่ส่งทหารเข้าเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม

25 ส.ค. 2568 08:04 น.

ทรัมป์ขู่ส่งทหารเข้าเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ส่งทหารไปเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม หลังผู้ว่าฯ แมรีแลนด์ส่งจดหมายเชิญไปเดินชมเมืองเพื่อแสดงให้เห็นว่า เมืองปลอดภัย ไม่ได้เต็มไปด้วยอาชญากรรมอย่างที่ผู้นำสหรัฐฯ ว่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่าจะส่งทหารเข้าสู่เมืองบัลติมอร์ เพื่อปราบอาชญากรรม หลังจากก่อนหน้านี้นาย เวส มัวร์ ผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ออกมาเชิญนายทรัมป์ให้ไปเดินบน “ถนนที่ปลอดภัย” ในบัลติมอร์ เพื่อให้เห็นว่าเมืองแห่งนี้ปลอดภัยต่างจากที่ผู้นำสหรัฐฯ พูด

“หากเวส มัวร์ต้องการความช่วยเหลือ เหมือนที่เกวิน นิวซัม ต้องการที่แอลเอ (ลอสแอนเจลิส) ผมจะส่งทหารเข้าไป ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นกับ (วอชิงตัน) ดี.ซี. ที่อยู่ใกล้ๆ และกวาดล้างอาชญากรรมอย่างรวดเร็ว” นายทรัมป์ระบุบน Truth Social

นี่นับเป็นความพยายามล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะส่งทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปยังเมืองต่างๆ ที่ฝ่ายเดโมแครตเป็นผู้ควบคุม โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามอาชญากรรม แต่การเรียกใช้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเพื่อบังคับใช้กฎหมายในประเทศเรียกเสียงโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายเดโมแครต บางคนถึงขั้นโจมตีว่าเป็นการลุแก่อำนาจ

นายมัวร์ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาวิจารณ์นโยบายดังกล่าวของนายทรัมป์ โดยระบุว่า ความเห็นของนายทรัมป์เรื่องการต่อสู้กับอาชญากรรมนั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจและการขาดความรู้

“มันเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้มาเดินบนถนนของเรา” นายมัวร์กล่าวก่อนหน้านี้ “พวกเขาไม่ได้อยู่ในชุมชนของเรา และพวกเขายิ่งกว่ายินดีที่จะสร้างภาพจำผิดๆ เกี่ยวกับพวกเรา” พร้อมกับส่งจดหมายเชิญนายทรัมป์ให้มาเดินดูความปลอดภัยบนท้องถนนของเมืองบัลติมอร์

ในวันอาทิตย์ นายทรัมป์โพสต์ข้อความลง Truth Social โดยดูเหมือนจะเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อจดหมายของนายมัวร์ โดยนายทรัมป์ระบุว่า “น่ารังเกียจ” และ “ยั่วยุ”

“ในฐานะประธานาธิบดี ผมอยากให้เขากวาดล้างหายนะอาชญากรรมนี้ก่อนที่ผมจะเดินมากกว่า” นายทรัมป์ระบุ

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งทหาร 2,000 นายไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรคเดโมแครตแล้ว และทำเนียบขาวก็ระบุว่า มีการจับกุมเกิดขึ้นหลายร้อยครั้งแล้ว นับตั้งแต่ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมเริ่มต้นขึ้น

ขณะที่นายทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “ดี.ซี.เคยเป็นหลุมนรก แต่ตอนนี้มันปลอดภัยแล้ว” เขายังเปรยว่าจะส่งทหารไปนครนิวยอร์กกับเมืองชิคาโกด้วย

ขณะที่กระทรวงกลาโหมเพนตากอนยืนยันว่า ทหารที่ก่อนหน้านี้อยู่ในดี.ซี. โดยไม่ติดอาวุธ จะเริ่มพกพาอาวุธแล้ว โดยจนถึงตอนนี้ ทหารที่ถูกส่งไปยังไม่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย แต่ประจำการอยู่ตามจุดสำคัญของเมือง

อนึ่งนายทรัมป์ส่งทหารไปวอชิงตัน ดี.ซี. โดยอ้างสถิติอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2566 ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตันพยายามตอบโต้ว่า สถิติอาชญากรรมลดลงไปอยู่จุดต่ำสุดในรอบ 30 ปี เมื่อปี 2567 และยังคงลดลงเรื่อยๆ ในปี 2568 โดยอาชญากรรมความรุนแรงลดลงถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปีก่อน การปล้นก็ลดลง 28%

อีกหนึ่งผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การส่งทหารของนายทรัมป์ คือนาย ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า นายทรัมป์ขาดอำนาจทางกฎหมายในการส่งทหารไปยังเมืองอย่างบัลติมอร์และชิคาโก

นายเจฟฟรีส์กล่าวหาด้วยว่า นายทรัมป์กำลังฉวยโอกาสตอนที่ระดับอาชญากรรมในเมืองอย่างบัลติมอร์กำลังลดลง เพื่อสร้างวิกฤต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐบาลทหารเมียนมาเผย สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว

รัฐบาลทหารเมียนมาเผย สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว

25 ส.ค. 2568 07:24 น.

รัฐบาลทหารเมียนมาเผย สะพานรถไฟประวัติศาสตร์ถูกทำลายแล้ว

รัฐบาลทหารเมียนมาเปิดเผยว่า สะพานทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ของประเทศถูกระเบิดทำลายแล้ว โดยกล่าวโทษกลุ่มติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลทหารเมียนมาเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค. 2565 ว่า สะพานทางรถไฟยุคอาณานิคม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในโลก ถูกกองกำลังฝ่ายต่อต้านการปฏิวัติระเบิดทำลายแล้ว

เมียนมาตกอยู่ในสงครามกลางเมืองตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลประชาชนของนางอองซาน ซูจี เมื่อปี 2564 และกองทัพต้องรับศึกหลายด้านทั้งกองกำลังฝ่ายหนุนประชาธิปไตย และกลุ่มติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์

นายจอว์ มิน โฆษกรัฐบาลทหารระบุในวิดีโอแถลงการณ์ที่มอบให้แก่สื่อต่างๆ ว่า กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) และกองกำลังป้องกันของประชาชน (PDF) ระเบิดทำลายสะพาน “โกะเทะ” (Gokteik) ไปแล้ว โดยรัฐบาลทหารบอกอีกว่า สถานที่แห่งนี้ถูกทำลายด้วยทุ่นระเบิด

ทั้งนี้ สะพานโกะเทะ เป็นสะพานรถไฟเหนือช่องเขาโกะเทะ บนแม่น้ำมยิแง ทางตะวันตกของรัฐฉาน ถูกสร้างขึ้นในปี 2444 ตอนที่เมียนมายังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ โดยมันเป็นสะพานที่สูงที่สุดในเมียนมา และเคยเป็นสะพานที่มีโครงค้ำสูงที่สุดในโลก ที่ 102 ม. ด้วย

สะพานโกะเทะเชื่อมต่อเมืองมัณฑะเลย์กับภาคเหนือของรัฐฉานเข้าด้วยกัน และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ภาพที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า สะพานสายนี้พังลงมาบางส่วนและได้รับความเสียหาย

ด้านโฆษกของกลุ่ม TNLA ปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลทหาร และโต้กลับว่า รัฐบาลทหารต่างหากคือผู้ที่ระเบิดสะพาน “เมื่อเช้านี้ กองทัพรัฐบาลพยายามจะระเบิดฐานที่มั่นของเราด้วยโดรน พวกเขาระเบิดทหารของเรา แต่ระเบิดของพวกเขาก็โดนสะพานโกะเทะด้วย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลถล่มเมืองหลวงเยเมน ดับ 4 ศพ ตอบโต้กบฏฮูตียิงมิสไซล์โจมตี

อิสราเอลถล่มเมืองหลวงเยเมน ดับ 4 ศพ ตอบโต้กบฏฮูตียิงมิสไซล์โจมตี

25 ส.ค. 2568 03:58 น.

อิสราเอลถล่มเมืองหลวงเยเมน ดับ 4 ศพ ตอบโต้กบฏฮูตียิงมิสไซล์โจมตี

อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เมืองหลวงของเยเมน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน อ้างตอบโต้ที่กบฏฮูตียิงมิสไซล์เข้าใส่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค. 2568 กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่กรุงซานา เมืองหลวงของประเทศเยเมน ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น หลังอิสราเอลเตรียมยกระดับปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา

สถานีโทรทัศน์ “อัล มาซิราห์ ทีวี” ซึ่งอยู่ในเครือของกลุ่มกบฏฮูตี ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลมุ่งเป้าหมายไปที่โรงงานน้ำมันและโรงงานไฟฟ้าในกรุงซานา ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่า พวกเขายังโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองหลวงแห่งนี้ด้วย โดยอ้างว่าอาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอาคารของกองทัพ

อัล มาซิราห์ รายงานอีกว่า ระบบป้องกันทางอากาศของกลุ่มฮูตีสามารถป้องกันการโจมตีทางอากาศส่วนใหญ่เอาไว้ได้ และบีบให้เครื่องบินอิสราเอลต้องล่าถอย อย่างไรก็ตาม พวกเขายอมรับว่า การโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บอีก 67 คน

การโจมตีของอิสราเอลยังเกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากกลุ่มฮูตีออกมาอ้างว่า ยิงมิสไซล์เข้าใส่อิสราเอล เพื่อกดดันให้รัฐบาลยิว ยุติสงครามและการปิดล้อมฉนวนกาซา

กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า การโจมตีเมื่อวันอาทิตย์เป็นการตอบโต้ที่รัฐบาลฮูตีโจมตีอิสราเอลและพลเมืองของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการยิงมิสไซล์ชนิดภาคพื้นสู่ภาคพื้น และส่งโดรนพุ่งเข้าหาดินแดนของพวกเขา

ด้านฮูตีออกมาตอบโต้อย่างรวดเร็ว โดยยืนยันว่า การโจมตีของอิสราเอลจะไม่ส่งผลต่อปฏิบัติการทางทหารของพวกเขาเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์

ขณะที่กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ชื่นชมการแสดงจุดยืนของกลุ่มฮูตีว่าเป็นความกล้าหาญ และเรียกร้องให้ชาติอาหรับกับชาติมุสลิม รวมถึงกองกำลังอิสระทั้งหมด เข้าร่วมในปฏิบัติการความร่วมมือเพื่อยุติการยึดครอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

เวียดนามอพยพคนครึ่งล้าน หนีไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คาดทำฝนตกหนัก คลื่นสูงซัดฝั่ง

เวียดนามอพยพคนครึ่งล้าน หนีไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คาดทำฝนตกหนัก คลื่นสูงซัดฝั่ง

25 ส.ค. 2568 01:58 น.

เวียดนามอพยพคนครึ่งล้าน หนีไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คาดทำฝนตกหนัก คลื่นสูงซัดฝั่ง

ทางการเวียดนามสั่งอพยพประชาชนในหลายจังหวัดมากกว่า 5 แสนคน ก่อนที่ไต้ฝุ่น คาจิกิ จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในวันจันทร์ และคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค. 2568 ทางการเวียดนามออกคำสั่งให้ประชาชนมากกว่า 586,000 คน อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ก่อนที่ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” จะเดินทางถึงเวียดนามในช่วงเช้ามืดวันจันทร์นี้ (28 ส.ค.) โดยขณะนี้มันมีความเร็วลมอยู่ที่ 166 กม./ชม. และคาดว่าจะทวีกำลังรุนแรงขึ้นอีกก่อนขึ้นฝั่ง

พยากรณ์อากาศคาดด้วยว่า ไต้ฝุ่นคาจิกิจะอ่อนกำลังลงในขณะที่มันเคลื่อนตัวผ่านแผ่นดินของเวียดนาม อย่างไรก็ตาม มันจะยังพัดถล่มเวียดนามด้วยความเร็วลม 200 กม./ชม. และคาดว่าจะทำให้มีปริมาณน้ำฝนราว 300-400 มม. ขณะที่อาจมีคลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง (สตอร์มเซิร์จ) สูง 2-4 ม.

ประชาชนที่ได้รับคำสั่งให้อพยพอยู่ในจังหวัดทัญฮว้า, ก๋วงตริ, เว้ และ ดานัง ตอนกลางของเวียดนาม โดยทางการเตือนประชาชนที่อยู่บนเส้นทางเคลื่อนที่ของพายุด้วยว่า อย่าออกจากบ้านหลังเวลา 14.00 น. วันอาทิตย์ ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) พร้อมกับส่งทหารไปช่วยเหลือด้วย

“สถานการณ์อันตรายอย่างยิ่งยวด และไม่ปลอดภัยสำหรับยานพาหนะหรือโครงสร้างใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือประมง เรือท่องเที่ยว หรือแม้แต่โรงเพาะเลี้ยงสัตว์หรือพืชน้ำ” สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่กระทรวงการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ไต้ฝุ่น คาจิกิ กำลังเคลื่อนตัวเฉียดผ่านเกาะไหหลำของจีน ซึ่งสำนักงานสภาพอากาศท้องถิ่นคาดว่า พายุจะทำให้มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่ 320 มม. ขณะที่สายการบิน เวียดนาม แอร์ไลน์ส ยกเลิกเที่ยวบินในวันอาทิตย์และวันจันทร์แล้ว 22 เที่ยวบิน

เจ้าหน้าที่กังวลด้วยว่า ไต้ฝุ่นคาจิกิอาจสร้างความเสียหายเทียบเท่ากับไต้ฝุ่นยางิ ที่พัดถล่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยศพทั่วภูมิภาค และกว่า 300 ศพอยู่ในเวียดนามเพียงประเทศเดียว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยูเครนรำลึกวันประกาศอิสรภาพ เซเลนสกีลั่นจะสู้ต่อไป

ยูเครนรำลึกวันประกาศอิสรภาพ เซเลนสกีลั่นจะสู้ต่อไป

24 ส.ค. 2568 23:47 น.

ยูเครนรำลึกวันประกาศอิสรภาพ เซเลนสกีลั่นจะสู้ต่อไป

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนร่วมพิธีรำลึกวันประกาศอิสรภาพ โดยเขายืนยันว่ายูเครนจะต่อสู้ต่อไป เพื่ออิสรภาพของตัวเอง และว่าถึงยูเครนจะยังไม่ชนะแต่ก็ไม่แพ้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค. 2568 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เข้าร่วมพิธีวางพวงหรีดที่ “กำแพงแห่งการรำลึก” ในกรุงเคียฟ เพื่อระลึกถึงชาวยูเครนผู้เสียชีวิตในสงคราม เนื่องในวันครบรอบวันประกาศอิสรภาพของประเทศ

โดยในพิธีนายเซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนจะต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตัวเองต่อไป ในขณะที่ไม่มีใครตอบรับเสียงเรียกร้องขอความสงบสุขของพวกเขา “เราต้องการสันติภาพอย่างเป็นธรรม สันติภาพที่เราจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของเราด้วยตัวเอง” “ยูเครนไม่ใช่เหยื่อ พวกเขาคือนักสู้”

เซเลนสกีกล่าวด้วยว่า “ยูเครนยังไม่ชนะ แต่แน่นอนว่าไม่ได้แพ้”

ทั้งนี้ คำพูดของเซเลนสกีเกิดขึ้นหลังจากรัสเซียกล่าวหายูเครนว่า โจมตีโรงงานไฟฟ้าและระบบพลังงานของพวกเขาในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่าการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนทำให้เกิดไฟไหม้ที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งหนึ่งในแคว้นคูร์สค์ ทางตะวันตกของประเทศ

ขณะที่ศูนย์ตอบโต้ข่าวปลอมของยูเครนออกมาระบุว่า พวกเขาได้รับรายงานว่าเหตุไฟไหม้ดังกล่าวเป็นผลจากโดรนที่ถูกยิงตก ทางศูนย์ฯ ยังกล่าวหารัสเซียว่า เผยแพร่ข้อมูลเท็จและว่าการที่รัสเซียกล่าวหายูเครนว่าโจมตีโรงงานไฟฟ้า ก็เป็นหนึ่งในวิธีโฆษณาชวนเชื่อทั่วไปของรัสเซีย

ในวันอาทิตย์เช่นกัน ทั้งยูเครนและรัสเซียต่างยืนยันว่า มีการแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้น โดยแลกเชลยศึกฝ่ายละ 146 คน

นายเซเลนสกีระบุว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวรวมถึง ทหาร, เจ้าหน้าที่พิทักษ์ชายแดน และพลเรือน โดยส่วนใหญ่ถูกจับไปตั้งแต่ปี 2565 นอกจากนั้น นักข่าว ดีมีโตร คิลยุค ผู้ถูกลักพาตัวไปจากแคว้นเคียฟตั้งแต่ตอนสงครามเพิ่งเริ่มขึ้น ก็ได้รับการปล่อยตัวและกำลังเดินทางกลับบ้านแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลถล่มฉนวนกาซาดับอีก 64 ศพ โจมตีกาซาซิตี้ปูทางเข้ายึดเมือง

อิสราเอลถล่มฉนวนกาซาดับอีก 64 ศพ โจมตีกาซาซิตี้ปูทางเข้ายึดเมือง

24 ส.ค. 2568 22:24 น.

อิสราเอลถล่มฉนวนกาซาดับอีก 64 ศพ โจมตีกาซาซิตี้ปูทางเข้ายึดเมือง

อิสราเอลโจมตีหลายพื้นที่ของฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 64 ศพในช่วง 24 ชั่วโมงเข้าสู่วันอาทิตย์ นอกจากนี้ยังโจมตีบางพื้นที่ของเมืองกาซาซิตี้ เพื่อปูทางสำหรับแผนบุกยึดเมืองด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินรบและรถถังของอิสราเอลระดมยิงอาวุธเข้าใส่พื้นที่บางส่วนของเมืองกาซาซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค. 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแผนการโจมตีเพื่อยึดเมืองแห่งนี้ เพิ่มแรงกดดันให้แก่ชาวปาเลสไตน์เกือบหนึ่งล้านคนซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น

ชาวเมืองกาซาซิตี้บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังไม่ขาดสายในพื้นที่ตอนเหนือและตะวันออกของเมือง ขณะเดียวกัน ทหารอิสราเอลยังย้อนกลับไปโจมตีอาคารที่ค่ายผู้อพยพจาบาเลีย ทางเหนือของกาซาซิตี้ด้วย

กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส เปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า การโจมตีของอิสราเอลตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 64 ศพทั่วกาซา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเกือบ 300 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. 2566 เพิ่มเป็น 62,686 ศพแล้ว และบาดเจ็บอีก 157,951 คน

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกร้าวว่าจะกำจัดกลุ่มฮามาส และอนุมัติแผนยึดเมืองกาซาซิตี้ โดยไม่สนเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ ซึ่งพยายามต่อต้านไม่ให้อิสราเอลขยายขอบเขตของสงครามในฉนวนกาซา โดยอิสราเอลจะเรียกทหารกำลังสำรองมาเสริมในปฏิบัติการนี้ด้วย

ปัจจุบัน ปฏิบัติการยึดเมืองกาซาซิตี้ยังไม่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่อิสราเอลก็ดำเนินการโจมตีเมืองแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง โดยย่านเซทูน (Zeitoun) กับ เชจายา (Shejayia) ถูกโจมตีทางอากาศในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ ขณะที่รถถังของอิสราเอลก็โจมตีเข้าใส่ย่าน ซาบรา (Sabra)

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากภายในอิสราเอลเอง โดยเฉพาะจากครอบครัวของตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไป โดยปัจจุบันยังมีตัวประกันอยู่ในมือกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้อีก 50 คน และเชื่อกันว่ามีเพียง 20 คนในจำนวนนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศความตั้งใจที่จะเข้ายึดฉนวนกาซาทั้งหมด หลังจากการเจรจาทางอ้อมกับกลุ่มฮามาส เรื่องการหยุดยิงและการปล่อยตัวประกันล้มเหลวในเดือนกรกฎาคม

เมื่อสัปดาห์ก่อน อียิปต์กับกาตาร์ ซึ่งช่วยเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสมาตลอด ยื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่กลุ่มฮามาส โดยจะมีการหยุดยิง 60 วัน แลกกับการคืนตัวประกันครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 50 คน และมีข่าวว่าฮามาสยอมรับข้อเสนอนี้แล้ว

แต่ฝ่ายอิสราเอลระบุว่า พวกเขาไม่ยอมรับข้อตกลงที่ไม่สมบูรณ์อีกต่อไป และเรียกร้องให้มีการทำข้อตกลงอย่างครอบคลุมซึ่งรวมถึงการคืนตัวประกันทั้งหมด โดยกระทรวงกลาโหมอิสราเอลเตือนด้วยว่า เมืองกาซาซิตี้จะถูกทำลายจนราบ หากฮามาสไม่ยอมตกลงวางอาวุธและคืนตัวประกันทั้งหมด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ชป. เฝ้าระวังพายุ ‘คาจิกิ’ บริหารจัดการน้ำสอดคล้องสถานการณ์ ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

ชป. เฝ้าระวังพายุ 'คาจิกิ' บริหารจัดการน้ำสอดคล้องสถานการณ์ ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

ชป. เฝ้าระวังพายุ ‘คาจิกิ’ บริหารจัดการน้ำสอดคล้องสถานการณ์ ลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” (KAJIKI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันนี้(25 ส.ค. 68) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. 68 พายุนี้มีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 ส.ค. 68 ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 25–27 ส.ค. 68 ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำจากทางตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบัน (25 ส.ค.68) เมื่อเวลา 06.00น. ที่สถานีสถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์  มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,605 ลบ.ม./วินาที  แนวโน้มเพิ่มขึ้น  เพื่อเป็นการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา  กรมชลประทาน  ได้ทำการรับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง  ตามศักยภาพของคลอง   เพื่อเพิ่มช่องว่างในการรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น  พร้อมปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา 1,300 ลบ.ม./วินาที  รวมทั้งเร่งระบายน้ำด้านท้ายลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม  ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคั้นกันน้ำในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังระดับน้ำจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ และติดตามการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการในระยะนี้อย่างใกล้ชิด หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบต่อไป

-(016)

‘กรมปศุสัตว์’เตรียมความพร้อมพิธีเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต

'กรมปศุสัตว์'เตรียมความพร้อมพิธีเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต

‘กรมปศุสัตว์’เตรียมความพร้อมพิธีเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.38 น.

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการจัดพิธีเปิด “โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาหารหยาบลดต้นทุนการผลิต” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี เพื่อซักซ้อมด้านพิธีการและลำดับคิว การจัดเตรียมสถานที่ บุคลากร และพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมบูรณ์ และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

– 006