‘ราเมศ’ปัด‘กลุ่มชวน’เทโหวตหนุน‘อนุทิน’เป็น‘นายกฯ’คนใหม่

‘ราเมศ’ปัด‘กลุ่มชวน’เทโหวตหนุน‘อนุทิน’เป็น‘นายกฯ’คนใหม่

‘ราเมศ’ปัด‘กลุ่มชวน’เทโหวตหนุน‘อนุทิน’เป็น‘นายกฯ’คนใหม่

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.50 น.

‘ราเมศ’ปัด‘กลุ่มชวน’เทโหวตหนุน‘อนุทิน’เป็น‘นายกฯ’คนใหม่ ยันยังไม่ได้คุยกับใคร-อยู่ต่างประเทศ ชี้‘นายกฯรักษาการ’ยุบสภาไม่ได้

30 สิงหาคม 2568 นายราเมศ รัตนะเชวง อดีตสส. เลขานุการนายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันว่า ประเด็นที่มีการถกเถียงถึงอำนาจรักษาการนายกรัฐมนตรียุบสภาได้หรือไม่นั้น ในความเห็นส่วนตัวรักษาการนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถยุบสภาได้ ด้วยเหตุผลและหลักการที่สำคัญคือ ด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเห็นชัดว่า อำนาจถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรีที่มีต่อฝ่ายนิติบัญญัติคือสภาผู้แทนราษฎรนั้น อำนาจต้องเป็นของนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมติเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร คนที่รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากสภาผู้แทนราษฎรถือได้ว่าเป็นคนนอก ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริงไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใดๆกับฝ่ายนิติบัญญัติเลย ฉะนั้นจะมาใช้อำนาจในการยุบสภาไม่ได้ เป็นอำนาจเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรีเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีการเดินหน้าในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวอ้างถึงกลุ่มนายชวน 4 คน จะไปสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯคนใหม่นั้น ยืนยันว่านายชวน ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับใคร เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินทางไปประเทศนิวซีแลนด์ จึงไม่อยากให้มีการรายงานข่าวที่ผิดพลาด จะเกิดความเสียหายได้ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ตนในฐานะสมาชิกพรรค ก็ต้องย้ำว่าเมื่อมีระบบของพรรคอยู่ ผู้บริหารพรรคและ สส.ปัจจุบันก็มีอำนาจในการตัดสินใจ คงไม่ไปก้าวล่วง เพราะท้ายที่สุดความรับผิดชอบก็อยู่ที่ผู้บริหารพรรค และไม่มีใครคนใดคนหนึ่งตัดสินใจได้คนเดียว การเลือกนายกรัฐมนตรีก็มีหลักในการพิจารณาที่กรรมการบริหารพรรคกับ สส.ต้องตัดสินใจร่วมกัน ก็ต้องรอผลการพิจารณา

“ในหลักการของพรรคนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีนายกฯ ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ในทางการเมือง ก็ถือว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ และเชื่อว่านำพาประเทศได้ดีไม่แพ้คนอื่นๆเช่นกัน ซึ่งหลักการของพรรคระบบก็จะเป็นแบบนี้” นายราเมศ กล่าว

‘ผู้พันปุ่น’ตะโกนอ้าวเอ้ย!!! เพื่อไทยเบี้ยวขันหมากส้ม มาวันนี้ง้อขอคืนดีให้ลืมอดีต

'ผู้พันปุ่น'ตะโกนอ้าวเอ้ย!!! เพื่อไทยเบี้ยวขันหมากส้ม มาวันนี้ง้อขอคืนดีให้ลืมอดีต

‘ผู้พันปุ่น’ตะโกนอ้าวเอ้ย!!! เพื่อไทยเบี้ยวขันหมากส้ม มาวันนี้ง้อขอคืนดีให้ลืมอดีต

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ภาพของภาพยนตร์เรื่อง “อีส้ม สมหวัง” พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “น.ต.ศิธา ทิวารี – Sita Divari” ระบุว่า “ตอนตรูบอกให้ทำ Advance MOU หมั้นกะอิส้ม โกรธตรูเป็นฟืนเป็นไฟ ในที่สุดก็ไปเบี้ยวขันหมากเขา วันนี้มาง้อ ขอให้ลืมอดีต อ้าวเอ้ยยย!! 55555”

โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจากนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ว่า ดีเอ็นเอของพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยใกล้เคียงกัน โดยเชื่อว่า 2 พรรคการเมืองจะคุยกันเพื่อสนับสุนนให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  ‘ประเสริฐ’มั่นใจ‘เพื่อไทย’รวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ DNAตรง‘พรรคประชาชน’)

DPU ปลุกศักยภาพเชฟรุ่นใหม่ ก้าวไกลสู่สิงคโปร์

DPU ปลุกศักยภาพเชฟรุ่นใหม่ ก้าวไกลสู่สิงคโปร์

DPU ปลุกศักยภาพเชฟรุ่นใหม่ ก้าวไกลสู่สิงคโปร์

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.31 น.

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดประกวดโครงการอาหารนวัตกรรมสุดล้ำในวิชาอาหารโมเลกูลาร์ ชิงตั๋วเครื่องบินไปศึกษาต่อที่ประเทศสิงคโปร์ โดยผลปรากฏว่า นางสาวกานต์สินี แจ้งกระจ่าง และ นางสาววรรณวิสา สุขสำราญ นักศึกษาปี 4 หลักสูตรศิลปะการประกอบอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม คว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันดังกล่าว ส่งผลให้ทั้งสองได้บินลัดฟ้าไปฝึกอบรมพิเศษด้านการทำขนมอบ ณ Creative Culinaire Academy (CCA) สถาบันสอนทำขนมชื่อดังของสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการยอมรับในหมู่นักรักขนมอบ โดดเด่นด้วยแบรนด์คาเฟ่โดนัทยอดนิยม “Caffe Pralet” ที่มีสาขาทั้งในสิงคโปร์และประเทศไทย

โอกาสเรียนรู้มูลค่าสูง

การไปเรียนที่สิงคโปร์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการฝึกฝีมือของเชฟเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรม และ ฝึกภาษาอังกฤษเต็มรูปแบบ นักศึกษาทั้งสองต้องเรียนและสื่อสารกับเชฟต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด นอกจากจะเพิ่มทักษะการทำขนมอบแล้ว ยังช่วยขยายคลังคำศัพท์เฉพาะทางเบเกอรี่ระดับสากล พื้นฐานจากการเรียนในไทยจึงกลายเป็นก้าวกระโดดสู่วิธีการและเทคนิคใหม่ ๆ ในเวทีระดับเอเชีย ประสบการณ์น่าตื่นเต้นและอร่อยล้ำนี้สะท้อนให้เห็นว่า DPU มุ่งมั่นมอบการศึกษามูลค่าสูง (High Value Services) แก่นักศึกษา นำไปสู่การพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการประกอบอาหาร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูริ ชุณห์ขจร อาจารย์ผู้สอนวิชาอาหารโมเลกูลาร์ และผู้นำนักศึกษา DPU เปิดเวทีเรียนรู้ระดับเอเชีย กล่าวว่า “การเรียนรู้ด้านอาหารไม่ใช่เพียงการทำให้อร่อย แต่คือการค้นหาศักยภาพของแต่ละคน และปลดปล่อยให้พวกเขาได้เปล่งประกายในเส้นทางสายอาชีพเชฟ” จุดเด่นของการเรียนรู้ครั้งนี้อยู่ที่การใช้ภาษาอังกฤษล้วน นักศึกษาต้องสื่อสารกับเชฟต่างชาติในทุกขั้นตอน “นี่ไม่ใช่เพียงการฝึกทำขนมปังหรือขนมอบ แต่เป็นการฝึก Soft Skills อย่างการสื่อสาร การปรับตัว และการเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานข้ามประเทศ ซึ่งเป็น High Value Services ที่ DPU ภูมิใจมอบให้นักศึกษา”

ในมุมมองของอาจารย์ผู้สอนเชฟ “เราค้นหาจุดแข็งของนักศึกษา พัฒนาผ่านการเรียนและฝึกฝนจริงในครัว และสุดท้ายคือปลดปล่อยศักยภาพในเวทีการแข่งขันจริง” ความรู้จากตำราเป็นเพียงพื้นฐาน แต่การได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหาร ประสบการณ์จริงคือสิ่งที่จะหล่อหลอมความมั่นใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนด้านอาหาร “ผมอยากให้นักศึกษารู้ว่า ความสามารถของพวกเขาสามารถพาอนาคตไปได้ไกลกว่าที่คิด”

ท้ายสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูริ ชุณห์ขจร ฝากข้อความถึงนักศึกษาและเชฟรุ่นใหม่ทุกคนว่า “ที่ DPU เราไม่เพียงสอนให้คุณเป็นเชฟที่ดี แต่สอนให้คุณเป็นเชฟที่พร้อมทำธุรกิจแห่งอนาคต เราจะผลักดันให้นักศึกษา  ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต  ตามสโลแกนที่ว่า Our Future is Our Potential”

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฟัน ภาษีทรัมป์ ที่ใช้กับหลายประเทศผิดกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฟัน ภาษีทรัมป์ ที่ใช้กับหลายประเทศผิดกฎหมาย

30 ส.ค. 2568 14:30 น.

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฟัน ภาษีทรัมป์ ที่ใช้กับหลายประเทศผิดกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์สหรัฐชี้ ภาษีทรัมป์ ที่ออกมาในช่วงดำรงตำแหน่งขัดต่อกฎหมาย เสี่ยงพลิกนโยบายการค้าต่างประเทศ และอาจนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งใหญ่

คำตัดสินนี้จะกระทบต่อภาษีตอบโต้ที่ทรัมป์ประกาศใช้กับหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงภาษีต่อจีน เม็กซิโก และแคนาดาด้วย โดยคำตัดสินจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 ตุลาคมนี้ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสหรัฐต่อไปศาลอุทธรณ์สหรัฐมีคำตัดสินว่า ภาษีศุลกากรทรัมป์ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ถือเป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมาย โดยนับเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด  โดยในการลงมติ 7 ต่อ 4 ศาลได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ระบุว่า แม้กฎหมายสหรัฐ จะให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ภายหลังการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ แต่อำนาจดังกล่าวมิได้รวมถึงการจัดเก็บภาษีศุลกากร อากร หรือการเก็บภาษีในลักษณะอื่นแต่อย่างใด โดยศาลอธิบายว่า กฎหมาย IEEPA ซึ่งผ่านในปี 1977 ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษี เนื่องจากการเก็บภาษีและกำหนดอัตราศุลกากรเป็น อำนาจหลักของสภาคองเกรส

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ศาลมีคำตัดสิน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social วิจารณ์คำตัดสินว่า หากคำตัดสินนี้ยังคงอยู่จริง มันจะทำลายสหรัฐอเมริกา โดยเขาย้ำว่าภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และหากยกเลิกจะทำให้ประเทศอ่อนแอทางการเงิน

คำตัดสินนี้มีขึ้นจากการฟ้องร้องของธุรกิจขนาดเล็กและกลุ่มรัฐในสหรัฐ หลังทรัมป์ออกคำสั่งฝ่ายบริหารในเดือนเมษายน กำหนดภาษีขั้นต่ำ 10% ต่อเกือบทุกประเทศ และประกาศว่าเป็นวันปลดปล่อยอเมริกา จากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ภาษีทรัมป์

ประท้วงเดือดอินโดนีเซีย! ม็อบบุกเผาอาคารสภาเมืองมากัสซาร์ ดับอย่างน้อย 3 ศพ

ประท้วงเดือดอินโดนีเซีย! ม็อบบุกเผาอาคารสภาเมืองมากัสซาร์ ดับอย่างน้อย 3 ศพ

30 ส.ค. 2568 10:46 น.

ประท้วงเดือดอินโดนีเซีย! ม็อบบุกเผาอาคารสภาเมืองมากัสซาร์ ดับอย่างน้อย 3 ศพ

เหตุประท้วงต่อต้านตำรวจและนักการเมืองในอินโดนีเซียบานปลายสู่โศกนาฏกรรม เมื่อผู้ประท้วงจุดไฟเผาอาคารสภาเมืองในเมืองมากัสซาร์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายราย 

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ผู้ประท้วงขว้างก้อนหินและระเบิดขวด ใส่อาคารสภาจังหวัดและสภาเมือง ก่อนที่เพลิงจะลุกลามอย่างหนัก นายราห์มัด มัปปาโทบา เลขานุการสภาเมืองมากัสซาร์ ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ถูกไฟคลอกติดอยู่ภายในอาคาร โดยสองคนเป็นเจ้าหน้าที่สภาท้องถิ่น และอีกหนึ่งคนเป็นข้าราชการ โดย 2 ใน 3 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุและอีก 1 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 4 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ภาพถ่ายจากพื้นที่เผยให้เห็นอาคารสภาจังหวัดถูกเปลวไฟเผาโหมไม้ในช่วงกลางคืน

การประท้วงที่รุนแรงนี้ปะทุขึ้นหลังจากคลิปวิดีโอแพร่สะพัดในโซเชียลมีเดีย แสดงภาพ อัฟฟาน คูร์เนียวาน  ไรเดอร์วัย 21 ปี ถูกรถยานเกราะของหน่วยตำรวจปราบจลาจล ขับทับเสียชีวิต ระหว่างการชุมนุมต่อต้านค่าจ้างต่ำและเบี้ยเลี้ยงหรูหราของสมาชิกรัฐสภา

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนหลายเมืองใหญ่ รวมถึงจาการ์ตา ยอร์กยาการ์ตา บันดุง เซมารัง สุราบายา และเมดัน ออกมาประท้วงพร้อมกันทั่วประเทศในวันศุกร์ที่ผ่านมา

ในกรุงจาการ์ตา ผู้ชุมนุมหลายร้อยรวมตัวหน้าสำนักงานกองพล Brimob ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการใช้กำลังรุนแรง โดยมีการจุดประทัดและพยายามพังประตูรั้ว ขณะที่ตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา มีรายงานผู้ประท้วงดึงป้ายชื่อออกจากตัวอาคาร สถานการณ์ทวีความตึงเครียด

ตำรวจยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ 7 นายถูกควบคุมตัวสอบสวนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของคูร์เนียวาน แต่คนขับรถหุ้มเกราะที่เป็นต้นเหตุยังไม่ถูกระบุตัว

สถานการณ์ครั้งนี้ถือเป็น การประท้วงครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดในยุคของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ซึ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึงหนึ่งปี เขาถูกกดดันให้รีบออกมาเรียกร้องให้ประชาชนสงบ พร้อมสั่งสอบสวนเหตุการณ์ และเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ปราโบโวซึ่งหาเสียงด้วยนโยบายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่ขับเคลื่อนโดยรัฐ กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากโครงการประชานิยมมูลค่ามหาศาล เช่น โครงการอาหารฟรีมูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลต้องตัดงบประมาณด้านอื่น ๆ และกระตุ้นความไม่พอใจของประชาชนมากขึ้น.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซียประท้วง

สุดสะเทือนใจ! สหรัฐฯ บุกช่วยสุนัขกว่า 100 ชีวิต ถูกเลี้ยงในสภาพอนาถา

สุดสะเทือนใจ! สหรัฐฯ บุกช่วยสุนัขกว่า 100 ชีวิต ถูกเลี้ยงในสภาพอนาถา

30 ส.ค. 2568 10:06 น.

สุดสะเทือนใจ! สหรัฐฯ บุกช่วยสุนัขกว่า 100 ชีวิต ถูกเลี้ยงในสภาพอนาถา

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯร่วมกับองค์กรพิทักษ์สัตว์บุกช่วยเหลือ สุนัขและลูกสุนัขกว่า 100 ชีวิต จากฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ในรัฐแมริแลนด์ หลังได้รับรายงานการละเมิดและเลี้ยงดูอย่างไร้มนุษยธรรม

เจ้าหน้าที่องค์กรพิทักษ์สัตว์ Humane World for Animals ในสหรัฐอเมริกา เผยภาพเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ ขณะบุกเข้าช่วยเหลือ สุนัขและลูกสุนัขกว่า 100 ตัว จากฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขในเขตฮาร์ฟอร์ด รัฐแมริแลนด์ หลังได้รับรายงานการละเมิดและเลี้ยงอย่างไร้มนุษยธรรม

โดยทันทีที่เข้าไปถึง เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับกลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นอุจจาระที่อบอวลไปทั่วบ้าน และภาพที่เห็นทำให้หลายคนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ สุนัขบางตัวถูกขังในกรงลวดซ้อนกันอย่างแออัด กรงหนึ่งมีสุนัขถึง 2–3 ตัวในพื้นที่กว้างเพียงฟุตเศษ บางตัวถูกบังคับให้ยืนทับกันตลอดเวลา หลายตัวผอมโซ ขนพันเป็นก้อน มีแผลติดเชื้อ ฟันผุรุนแรง ตาอักเสบ และผิวหนังอักเสบจากความสกปรก

ที่น่าเศร้าที่สุดคือการพบแม่สุนัขตัวหนึ่งกำลังให้นมลูกอ่อนวัยเพียง 3 สัปดาห์ ข้างๆ ซากลูกสุนัขที่เพิ่งตาย ขณะที่ลูกสุนัขอีกหลายตัวมีร่องรอยถูกปัสสาวะกัดผิวหนัง

สเตซีย์ โวโลดิน ผู้อำนวยการ Humane World for Animals ประจำรัฐแมริแลนด์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“มันเป็นภาพที่บีบหัวใจอย่างที่สุด แค่เพียงก้าวเดินไม่กี่ก้าวก็ต้องเหยียบย่ำไปบนสิ่งปฏิกูลและหลบสุนัขที่นอนอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกมันต้องอยู่ในนรกแบบนี้”

ด้านเชอริฟ เจฟฟรีย์ กาห์เลอร์ ย้ำว่าความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นและพลเมืองผู้ห่วงใยสัตว์ คือพลังสำคัญที่ช่วยให้สุนัขเหล่านี้รอดพ้นจากการทารุณกรรม พร้อมย้ำว่าทุกชีวิตสมควรได้รับศักดิ์ศรีและการดูแลอย่างเหมาะสม

สำหรับสุนัขที่ถูกช่วยเหลือ พบว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟาร์มเพาะพันธุ์พันธุ์ ฮาวานีส และ บีเวอร์เทอร์เรียร์ที่โฆษณาว่ามีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขึ้นทะเบียนกับ American Kennel Club แต่เบื้องหลังพวกมันกลับถูกเลี้ยงดูแบบละเลยและต้องทนทุกข์ทรมาน

ขณะนี้สุนัขทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัยเพื่อรับการตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์ และมีอาสาสมัครจากกลุ่ม RedRover Responders เข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว.

ที่มา : Humane world for animals

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทารุณกรรมสัตว์

คึกคัก “วันวาเลนไทน์จีน”คู่รักแห่จดทะเบียนสมรส ราคาดอกไม้พุ่ง 10 เท่าตัว

คึกคัก “วันวาเลนไทน์จีน”คู่รักแห่จดทะเบียนสมรส ราคาดอกไม้พุ่ง 10 เท่าตัว

30 ส.ค. 2568 06:37 น.

คึกคัก “วันวาเลนไทน์จีน”คู่รักแห่จดทะเบียนสมรส ราคาดอกไม้พุ่ง 10 เท่าตัว

บรรยากาศวันเทศกาลชีซี หรือ “วันวาเลนไทน์จีน” คึกคักทั่วประเทศจีน คู่รักนับพันแห่จดทะเบียนสมรสและเข้าร่วมกิจกรรมความรักสุดหวาน ขณะที่ตลาดดอกไม้ยูนนานแน่นขนัด ราคาพุ่งสูงกว่า 10 เท่า

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ซึ่งตรงกับวันชีซี (Qixi) หรือเทศกาลวาเลนไทน์ของจีน ตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน  สำนักงานทะเบียนสมรสหลายแห่งในมหานครเซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะเขตฉางหนิง ได้เปิดช่องจองคิวจดทะเบียนออนไลน์มากที่สุดในรอบหลายปี แต่ถูกคู่รักชาวจีนจองเต็มภายในไม่กี่วินาที สะท้อนกระแสความนิยมวันแห่งความรักจีนที่กลายเป็น “วันมงคล” ของคู่บ่าวสาว

ขณะเดียวกันที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง มีคู่รัก 15 คู่ ร่วมพิธีวิวาห์หมู่สุดโรแมนติก บนดาดฟ้ากลางแจ้งสูง 50 เมตร ของหอคอยกว่างโจว ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลด้วยความรักและเสียงปรบมือจากผู้ร่วมงาน

ด้านตลาดดอกไม้ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน คึกคักไม่แพ้กัน โดยความต้องการดอกกุหลาบ คาร์เนชัน และทานตะวันพุ่งสูง ส่งผลให้ราคาช่อดอกไม้ขนาดมาตรฐาน 20 ดอก ที่ปกติขายเพียง 10 หยวน ประมาณ 50 บาท พุ่งขึ้นเกิน 100 หยวน หรือประมาณ 500 บาท สาเหตุจากผลผลิตดอกไม้สดปีนี้ลดลงเพราะสภาพอากาศ ทำให้ดัชนีราคาดอกไม้สดเพิ่มสูงกว่า 60% เมื่อเทียบก่อนช่วงเทศกาล

ทั้งนี้ ศูนย์ประมูลดอกไม้นานาชาติคุนหมิงเผยว่า แม้ปริมาณรวมของดอกไม้สดลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงรักษาปริมาณเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 6 ล้านดอก รองรับความต้องการของคู่รักทั่วแดนมังกรที่ใช้เทศกาลชีซีแสดงออกถึงความรักที่มีต่อกัน.

รัฐบาลเวียดนามแจกเงินขวัญถุง 100,000 ด่ง ให้ประชาชนทุกคนเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติ 2 ก.ย.

รัฐบาลเวียดนามแจกเงินขวัญถุง 100,000 ด่ง ให้ประชาชนทุกคนเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติ 2 ก.ย.

30 ส.ค. 2568 06:13 น.

รัฐบาลเวียดนามแจกเงินขวัญถุง 100,000 ด่ง ให้ประชาชนทุกคนเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติ 2 ก.ย.

รัฐบาลเวียดนามประกาศแจกเงินคนละ 100,000 ด่ง หรือประมาณ 123 บาท ให้แก่ประชาชนทุกคน เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติ 2 กันยายน ขณะที่กระทรวงการคลังระบุค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงถึง 380 ล้านดอลลาร์

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 รัฐบาลเวียดนามประกาศแจกเงินคนละ 100,000 ด่ง คิดเป็นเงินไทยราว 122.7 บาทต่อคน ให้แก่ประชาชนทุกคน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันชาติ 2 กันยายน ในโอกาสวันชาติวันที่ 2 กันยายน และหากคิดรวมทั้งหมดรัฐบาลจะมีค่าใช้จ่ายรวมถึง 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  

โดยโครงการแจกเงินครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการเฉพาะที่แสดงถึง ความห่วงใยลึกซึ้งของพรรคและรัฐต่อประชาชนทุกคน ตามถ้อยคำของรัฐบาล โดยประชาชนทุกคนสามารถเบิกผ่านบัญชีธนาคารหรือรับเงินสดได้ และทางธนาคารกลางรวมถึงกระทรวงการคลังได้รับคำสั่งให้ดำเนินการจ่ายให้เสร็จสิ้นก่อนวันชาติ

ขณะที่นายฟาม เทียน ลวต ชาวกรุงฮานอย กล่าวว่า รู้สึกตกใจมาก ในตอนแรกนึกว่าเป็นข่าวลวง ส่วนเงินจำนวนนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันว่า ประชาชนจะใช้ไปกับกาแฟจำนวน 3 แก้วแน่นอน เพราะค่าแรงเฉลี่ยของแรงงานชาวเวียดนามในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 7.7 ล้านด่องต่อเดือน หรือประมาณ 9,440–9,490 บาท.

รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศให้ “กะเหรี่ยงเคเอ็นยู” เป็นองค์กรก่อการร้าย หลังยึดพื้นที่ชายแดนติดไทย

รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศให้ "กะเหรี่ยงเคเอ็นยู" เป็นองค์กรก่อการร้าย หลังยึดพื้นที่ชายแดนติดไทย

30 ส.ค. 2568 05:20 น.

รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศให้ “กะเหรี่ยงเคเอ็นยู” เป็นองค์กรก่อการร้าย หลังยึดพื้นที่ชายแดนติดไทย

รัฐบาลทหารเมียนมาออกประกาศ ตราหน้า “กองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู” กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เป็น “องค์กรก่อการร้าย” เพื่อตอบโต้หลังเคเอ็นยูไม่รับรองการเลือกตั้ง

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 รัฐบาลทหารเมียนมาเผยแพร่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการกลางต่อต้านการก่อการร้าย และกระทรวงมหาดไทย แถลงประกาศให้ “สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง” หรือ เคเอ็นยู (Karen National Union – KNU) เป็น “องค์กรก่อการร้าย” และ “สมาคมผิดกฎหมาย”

แถลงการณ์ระบุว่า กองกำลังกะเหรี่ยงได้ก่อเหตุโจมตีสร้างความเสียหายต่อความปลอดภัยสาธารณะ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงทำลายอาคารและทรัพย์สินของรัฐ อีกทั้งยังกล่าวหาว่าเคเอ็นยูวางระเบิด สังหารพลเรือน และบังคับเกณฑ์สมาชิก

ด้านกระทรวงมหาดไทยเมียนมาระบุเพิ่มเติมว่า เคเอ็นยูและผู้เกี่ยวข้องถือเป็นภัยร้ายแรงต่อหลักนิติธรรม ความสงบสุข ความมั่นคง และความอยู่ดีมีสุขของรัฐและประชาชน

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเคเอ็นยูออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับการเลือกตั้งที่กองทัพเตรียมจัดขึ้น โดยมองว่าเป็นเพียงแผนยืดอำนาจเผด็จการทหาร

โดยนายนายซอ ตอว์ นี โฆษกเคเอ็นยู ตอบโต้อย่างรุนแรงว่า เป็นการโกหกแบบเต็มปากเต็มคำ เมื่อขโมยตะโกนแจ้งจับขโมย พร้อมย้ำว่าศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และแม้แต่ศาลในอาร์เจนตินา ต่างก็มีการออกหมายจับหรือเตรียมดำเนินคดีต่อรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นชัดว่าใครคือผู้ก่อการร้ายตัวจริง

ขณะที่นายซอ ธะเมง ตุน แห่งคณะกรรมการกลางเคเอ็นยู กล่าวเสริมว่า การเลือกตั้งที่กองทัพวางแผนจัดขึ้นนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้แต่ตามรัฐธรรมนูญปี 2008 ของกองทัพเอง พร้อมชี้ว่าการที่รัฐบาลทหารออกมาประกาศเช่นนี้ ก็เพราะไม่พอใจต่อเคเอ็นยูที่ปฏิเสธการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ เคเอ็นยูถูกก่อตั้งขึ้นหลังเมียนมาได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948 เพื่อเรียกร้องสิทธิในการปกครองตนเองของชนกลุ่มกะเหรี่ยง เคยถูกประกาศเป็นองค์กรผิดกฎหมายหลังรัฐประหารโดยนายพลเนวินในปี 2505 แต่สถานะดังกล่าวถูกเพิกถอนโดยรัฐบาลกึ่งพลเรือนของเต็งเส่ง ก่อนที่เคเอ็นยูจะลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558

อย่างไรก็ตาม หลังการรัฐประหารของกองทัพเมียนมาในปี 2564 เคเอ็นยูถือว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะ และกลับมาสู้รบเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยล่าสุดกองกำลังกะเหรี่ยงสามารถยึดพื้นที่สำคัญในรัฐกะเหรี่ยง โดยเฉพาะเมืองกอกาเร็ก ซึ่งยังคงมีการสู้รบอย่างดุเดือด.

ญี่ปุ่นวิกฤตต่อเนื่อง เด็กเกิดใหม่ครึ่งปีแรก 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นวิกฤตต่อเนื่อง เด็กเกิดใหม่ครึ่งปีแรก 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

29 ส.ค. 2568 23:26 น.

ญี่ปุ่นวิกฤตต่อเนื่อง เด็กเกิดใหม่ครึ่งปีแรก 2568 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นเผยสถิติเด็กเกิดใหม่ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รัฐบาลเร่งทำางานกับทุกหน่วยงาน เพื่อหามาตรการกระตุ้นการแต่งงานและการมีบุตร

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเผยผลสำรวจเบื้องต้น ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้อยู่ที่ 339,280 คน ลดลง 10,794 คน หรือราว 3.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นับเป็นตัวเลขต่ำสุดตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติเมื่อปี 2512

โดยเมื่อเทียบกับปี 2558 ตัวเลขเด็กเกิดใหม่หายไปเกือบ 30% สะท้อนวิกฤตประชากรหดตัวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดใหม่เพียง 686,000 คน ซึ่งถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว และปีนี้มีแนวโน้มจะทุบสถิติอีกครั้ง

นอกจากนี้ ครึ่งปีแรกยังมีการจดทะเบียนสมรส 238,561 คู่ ลดลงเกือบ 10,000 คู่ จากปีที่ผ่านมา ปัญหาคนหนุ่มสาวแต่งงานช้าและมีบุตรน้อย ทำให้โครงสร้างประชากรยิ่งตึงเครียด

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเตือนว่า สังคมญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงประชากรหนุ่มสาวลดลงต่อเนื่อง พร้อมย้ำจะทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลอื่นเพื่อหามาตรการกระตุ้นการแต่งงานและการมีบุตร แก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ทรุดตัวลงไม่หยุด.