ทะเลลุกเป็นไฟ! หนูนา หนึ่งธิดา เสิร์ฟความสดใสปนแซ่บในวันพีชสีแดง

ทะเลลุกเป็นไฟ! หนูนา หนึ่งธิดา เสิร์ฟความสดใสปนแซ่บในวันพีชสีแดง

ทะเลลุกเป็นไฟ! หนูนา หนึ่งธิดา เสิร์ฟความสดใสปนแซ่บในวันพีชสีแดง

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.25 น.

26 เมษายน 2569 ทำเอาแฟนๆ ฮือฮากันไม่น้อย เมื่อ “หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ” นักแสดงและนักร้องสาวเสียงใส ขอเปลี่ยนลุคจากสาวเรียบร้อย มาเป็นสาวแซ่บสะกดสายตา กับภาพล่าสุดริมทะเล

       โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพผ่านโซเชียลส่วนตัว สวมชุดว่ายน้ำวันพีชสีแดงสดใส อวดความสดใสและความเซ็กซี่เบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศทะเลสุดชิล พร้อมแคปชั่นสุดน่ารักว่า “The little mermaid เงือกสาวภาค2 มาเสริฟแล้วค่ะ” งานนี้แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันรัวๆ ชื่นชมความสวยและความน่ารักที่ผสมความแซ่บได้อย่างลงตัว

ขอบคุณภาพจาก : @noona_nuengtida

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน

แฟนคลับแห่คอมเมนต์! หงา คาราวาน แต่งกลอนเพื่อประกาศขายที่ดิน

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.27 น.

ทำเอาแฟนเพลงและชาวโซเชียลฮือฮาไม่น้อย เมื่อ สุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน” ศิลปินระดับตำนานเพื่อชีวิต ออกมาโพสต์ประกาศขายที่ดินในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านโซเชียลส่วนตัว โดยยังคงเอกลักษณ์ด้วยการเขียนข้อความเป็นบทกลอน

โดยระบุว่า ใครมีเงินเผื่อแผ่แก่ฉันบ้าง
มีที่ทางอยากขายปายแม่ฮ่องสอน
แหล่งท่องเที่ยวไม่ห่างทางสัญจร
ฉันเดือดร้อนสุดสุดใบครุฑแดง

#1ไร่2งาน48ตารางวา

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก ทั้งสอบถามราคา ขอรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงช่วยแชร์โพสต์ออกไปเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันหลายคนยังชื่นชมสไตล์การประกาศขายที่ดินของหงา ที่ยังคงความเป็นศิลปินด้วยการถ่ายทอดเป็นบทกลอน

ขอบคุณที่มา : สุรชัย จันทิมาธร

เจนสุดา โพสต์เดือด! จวกคนวางแผนโกงเพื่อนไม่ควรให้อภัย

เจนสุดา โพสต์เดือด! จวกคนวางแผนโกงเพื่อนไม่ควรให้อภัย

เจนสุดา โพสต์เดือด! จวกคนวางแผนโกงเพื่อนไม่ควรให้อภัย

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.03 น.

26 เมษายน 2569 ทำเอาหลายคนจับตาไม่น้อย เมื่อ “เจนสุดา ปานโต” นักแสดงสาวชื่อดัง ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสตอรี่บน Instagram ร่ายยาว หลังเผชิญเหตุการณ์ถูกโกงและหักหลังจากเพื่อนสนิท

โดยเจ้าระบุว่า “คนล้ม = สามารถให้อภัยได้
แต่คนวางแผนการโกงเพื่อนสนิทแบบแยบยล = ไม่น่าให้อภัยและควรได้รับผลกรรมและโทษตามกฎหมาย ถ้าเรื่องไม่แดง เราไม่จับได้ แผนการโกงนี้คงดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด และผู้เสียหายจะมากขึ้นอีกเท่าไหร่ ใครไม่อยู่ตรงจุดพวกเราไม่มีทางเข้าใจหรอกค่ะ


โอกาสครั้งหนึ่งเคยมีให้แล้ว แต่มันได้หมดลง หลังจากที่พวกเรารับรู้อะไรมาเพิ่มอีกมากมาย มันไม่เพียงการโกง มันคือการหักหลัง ปั่นหัว และโกหกในหลายๆ เรื่องอีกมากมายในวงเพื่อนและธุรกิจ แล้วคุณแทบไม่ได้อยู่ตรงจุดที่พวกเราเคยประสบมาในหลายปีนี้ หยุดการกระทำหรือคำพูด ที่ดูยกตัวเองเป็นคนดีกว่าคนอื่น

*ขอย้ำอีกครั้งนะคะ คนล้มเราควรให้โอกาส = เห็นด้วยคะ
คนวางแผนฉ้อโกงซ้ำซาก = ควรเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย


เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างจบลง จะออกมาพูดรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งหมด ให้สังคมได้รับทราบ
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้กันนะคะ เชื่อเถอะคะ


กรรม = มีจริง #แก้ผิดให้เป็นถูก #เป็นคนดีกี่โมง”

ขอบคุณที่มา @janesuda

​‘เยลลี่ดูแลช่องปากแมว’ ผลงานนิสิต จุฬาฯ คว้าทุน ‘TED Youth Startup Fund’

​‘เยลลี่ดูแลช่องปากแมว’ ผลงานนิสิต จุฬาฯ คว้าทุน ‘TED Youth Startup Fund’

​‘เยลลี่ดูแลช่องปากแมว’ ผลงานนิสิต จุฬาฯ คว้าทุน ‘TED Youth Startup Fund’

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีม Kissy Meow ประกอบด้วย กานต์สิณี ทวีทรัพย์ประทาน เกริกกนก เตละวานิช ขวัญชนก ฤทธิทิศ ซาอัด หะยีมัด และวรัญญา พานิชนาวา คว้าทุนสนับสนุนสำหรับยุววิสาหกิจเริ่มต้น โครงการ TED Youth Startup Fund – IDEATION Program โดย CU Innovation Hub มูลค่า 150,000 บาท จากผลงานนวัตกรรม “เยลลี่ดูแลสุขภาพช่องปากน้องเหมียว” ซึ่งมีความโดดเด่นที่การใช้เปลือกไข่นกกระทาซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและยังไม่ถูกนำไปใช้ให้เกิดมูลค่าเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งภาคเกษตรและผู้บริโภค

เกริกกนก เตละวานิช หนึ่งในนิสิตทีม Kissy Meow เปิดเผยถึงแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ว่า เริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพช่องปากของแมว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญอันดับต้นๆของน้องแมว แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักไม่สามารถดูแลได้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการแปรงฟันทำได้ยาก ทีมของเราจึงพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ “เยลลี่” ที่แมวสามารถเคี้ยวได้ง่าย ช่วยเพิ่มการเข้าถึงซอกฟัน และยืดระยะเวลาการออกฤทธิ์ของสารสำคัญ โดยใช้ไบโอแคลเซียม จากเปลือกไข่นกกระทาเป็นส่วนผสมหลัก ร่วมกับสารสกัดปาเปนจากมะละกอที่ช่วยย่อยสลายคราบโปรตีน และฟลาโวนอยด์จากใบสะระแหน่ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและลดกลิ่นปาก

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์อยู่ที่นวัตกรรม Triple Encapsulation ที่ช่วยให้สารสำคัญทั้ง 3 ชนิดทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่อยๆปลดปล่อยสารและเคลือบผิวฟัน ช่วยลดคราบพลัคและแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ไบโอแคลเซียมจากเปลือกไข่นกกระทายังถือเป็นความแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาด รวมถึงการพัฒนาในรูปแบบเยลลี่ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากสัตว์เลี้ยงทั่วไป

“นวัตกรรมดังกล่าวตอบโจทย์เทรนด์ตลาดสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงแมวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าตลาดขยายตัวเฉลี่ยราว 15% ต่อปี สะท้อนโอกาสทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงในอนาคต ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ยังมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมที่ยังไม่เคยมีในท้องตลาด ทั้งการนำเทคโนโลยีเอนแคปซูเลชันมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารสำคัญ รวมถึงการเลือกใช้ไบโอแคลเซียมจากเปลือกไข่นกกระทาเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งยังไม่เคยมีการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้มาก่อน นอกจากช่วยยกระดับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และสร้างโอกาสทางรายได้ให้กับเกษตรกร” เกริกกนก กล่าว

ภายหลังได้รับทุน ทีม Kissy Meow มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ร่วมกับนักวิจัยและโรงงานผู้ผลิต รวมถึงทดสอบผลิตภัณฑ์กับกลุ่มผู้ใช้งานจริง ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การพิสูจน์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการยอมรับของแมวซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความเลือกกินสูง นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในอนาคต และต่อยอดสู่การขอรับทุนในระดับถัดไป

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะเกษตรบูรณาการ จุฬาฯ Facebook : https://web.facebook.com/CU.iAgri , Website : https://www.cusar.chula.ac.th/ , CU Innovation Hub Facebook : https://web.facebook.com/cuihub , Website :  https://cuihub.chula.ac.th/

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่จนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่จนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่จนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.50 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบกำลังพลกองร้อยลาดตระเวน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ที่ได้รับบาดเจ็บ

วันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ พันจ่าเอก อภิสิทธิ์ ศรัทธาธรรม ,พันจ่าเอก เสกสรร ศรีอ่อน ,จ่าเอก ชนะศักดิ์ มั่นชาติ และจ่าเอก กฤษนัย บุดดี กำลังพลกองร้อยลาดตระเวน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่เหตุเกิดบริเวณ พื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านปาโฮ๊ะแฮ ตำบลบาโลย อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ กำลังพลทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

โพล 2 สำนัก ชี้ ‘เอกนัฏ’ ขึ้นแท่นรัฐมนตรีรุ่นใหม่ใน ครม.อนุทิน ปชช.พอใจ-เชื่อมั่นแก้พลังงาน

โพล 2 สำนัก ชี้ 'เอกนัฏ' ขึ้นแท่นรัฐมนตรีรุ่นใหม่ใน ครม.อนุทิน ปชช.พอใจ-เชื่อมั่นแก้พลังงาน

โพล 2 สำนัก ชี้ ‘เอกนัฏ’ ขึ้นแท่นรัฐมนตรีรุ่นใหม่ใน ครม.อนุทิน ปชช.พอใจ-เชื่อมั่นแก้พลังงาน

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.07 น.

โพล 2 สำนัก ชี้ ‘เอกนัฏ’ ขึ้นแท่นรัฐมนตรีรุ่นใหม่ใน ครม.อนุทิน ประชาชนพอใจ–เชื่อมั่นมาตรการแก้ปัญหาพลังงาน ช่วยลดภาระค่าครองชีพกลายเป็นหนึ่งในความหวังใหม่ของรัฐบาล

ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจาก 2 สำนักวิจัยสำคัญ สะท้อนแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันว่า การทำงานของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำลังได้รับความเชื่อมั่นและความพึงพอใจจากประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมถูกจับตามองในฐานะ “รัฐมนตรีรุ่นใหม่” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการแก้ปัญหาค่าครองชีพของประเทศ

โดยผลสำรวจของ “ซูเปอร์โพล” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อการทำงานของรัฐมนตรีพลังงานในระดับสูง โดยร้อยละ 67.9 ระบุว่า “เชื่อมั่นมากถึงมากที่สุด” และเมื่อรวมกับกลุ่มที่เชื่อมั่นในระดับปานกลาง ทำให้สัดส่วนความเชื่อมั่นโดยรวมอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ขณะเดียวกัน ประชาชนยังมีความคาดหวังต่อการแก้ไขปัญหาพลังงานในระดับสูง โดยร้อยละ 89.6 ต้องการให้มีการลดราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง และร้อยละ 84.3 ต้องการให้มีการเปิดเผยโครงสร้างราคาพลังงานอย่างโปร่งใส สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความเชื่อมั่นของประชาชน

ขณะที่ “สยามเทคโนโพล” โดยวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อผลงานของรัฐมนตรีพลังงานในหลายมิติ โดยเฉพาะการลดค่าไฟและค่าน้ำมันซึ่งมีสัดส่วนความพึงพอใจร้อยละ 65.1 รวมถึงภาพลักษณ์การทำงานเชิงรุก กล้าคิด กล้าทำ และตัดสินใจรวดเร็วที่ได้รับการยอมรับในระดับสูง นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนจำนวนมากถึงร้อยละ 61.4 มีความต้องการผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว สะท้อนถึงแนวโน้มความต้องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ในส่วนของความพึงพอใจต่อรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ โดยร้อยละ 65.3 พึงพอใจต่อมาตรการลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน และการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ ขณะที่นโยบายต่างประเทศและการทำงานเชิงรุกของรัฐบาลก็ได้รับการประเมินในเชิงบวกเช่นกัน

ผลสำรวจทั้งสองสำนักสะท้อนภาพเดียวกันว่า ประชาชนเริ่มรับรู้ถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดความเชื่อมั่นในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ระดับความคาดหวังของประชาชนยังคงสูง โดยเฉพาะในประเด็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและการสร้างความเป็นธรรมในระบบพลังงาน

ทั้งนี้ ผลโพลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีรุ่นใหม่ที่ได้รับความสนใจและความไว้วางใจจากประชาชน และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานซึ่งเป็น “หัวใจของค่าครองชีพ” ในปัจจุบัน โดยหากสามารถแปลงความเชื่อมั่นดังกล่าวให้เป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนรับรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของรัฐบาลในระยะยาว

พลโทอดุลย์ ย้ำสัมพันธ์ ผบ.ทบ.-ผบ.ทอ.แน่นปึก ไม่ใช่แค่เพื่อนแต่ยึดอุดมการณ์เดียวกัน

พลโทอดุลย์ ย้ำสัมพันธ์ ผบ.ทบ.-ผบ.ทอ.แน่นปึก ไม่ใช่แค่เพื่อนแต่ยึดอุดมการณ์เดียวกัน

พลโทอดุลย์ ย้ำสัมพันธ์ ผบ.ทบ.-ผบ.ทอ.แน่นปึก ไม่ใช่แค่เพื่อนแต่ยึดอุดมการณ์เดียวกัน

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.36 น.

‘พลโทอดุลย์’ โพสต์ย้ำสัมพันธ์ ผบ.ทบ.-ผบ.ทอ.แน่นปึก ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 แต่มียึดเดียวกันในฐานะทหารของแผ่นดิน

26 เมษายน 2569 พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Adul A Day” ระบุว่า หลายคนคงทราบแล้วว่า ผม , ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน รุ่น 26

อาจเป็นจังหวะของชีวิต หรือเป็นความบังเอิญของเวลา ที่วันนี้เพื่อนร่วมรุ่นได้มารับผิดชอบภารกิจสำคัญของประเทศในช่วงเวลาเดียวกัน แต่สำหรับผม สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเราไม่ได้มีเพียงคำว่า “เพื่อน ตท.26” หากแต่คือหลักยึดเดียวกันในฐานะทหารของแผ่นดิน

นั่นคือ การดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ อธิปไตยของประเทศ และราชบัลลังก์ เทิดทูนไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน

วันนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพของเพื่อนร่วมรุ่นที่ได้เดินเคียงกัน แต่คือภาพของความรับผิดชอบร่วมกัน ในการทำหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ ด้วยหัวใจเดียวกันครับ 

รวมเป็นหนึ่งจึงชนะ 
รุ่นเดียวกัน ภารกิจเดียวกัน
เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน

ไม่ได้มีดีแค่ไลฟ์สด! ศุภจี ย้ำแก้ปัญหาทุเรียนต้องแก้ทั้งระบบ ชูทางรอดแช่แข็ง-เพิ่มมูลค่า

ไม่ได้มีดีแค่ไลฟ์สด! ศุภจี ย้ำแก้ปัญหาทุเรียนต้องแก้ทั้งระบบ ชูทางรอดแช่แข็ง-เพิ่มมูลค่า

ไม่ได้มีดีแค่ไลฟ์สด! ศุภจี ย้ำแก้ปัญหาทุเรียนต้องแก้ทั้งระบบ ชูทางรอดแช่แข็ง-เพิ่มมูลค่า

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.46 น.

26 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลังจากลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 ที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวานนี้ (25 เมษายน 2569) ได้รับข้อความจากน้องๆ อินฟลูเอนเซอร์หลายท่านที่ส่งมา อยากจะช่วยไลฟ์ขายของในโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ คิดว่า น้องๆ คงได้ติดตามจากข่าวการลงพื้นที่ และเห็นข่าวการไลฟ์ขายทุเรียนกับคุณเยี่ยน กงจู่ เยี่ยน เจินเสี่ยน อินฟูลเอนเซอร์จีน ซึ่งต้องขอบคุณมากๆ นะคะ

จริงๆ ขอเรียนว่า การไลฟ์ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ของจีน เพื่อขายทุเรียนไทยไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มากสำหรับเรา เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการลงพื้นที่ค่ะ อาจจะเรียกว่า เป็นส่วนเล็กๆ ที่เราหวังผลใหญ่ในการทำตลาดทุเรียนไทยในจีนเพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วยนะคะ แต่ประเด็นสำคัญของการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวานนี้ เป็นการลงพื้นที่เพื่อดูแลและจัดการปัญหาทุเรียน “ทั้งระบบ” ค่ะ

เนื่องจากในปี 2569 เราคาดว่า ผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% โดยภาคตะวันออกเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะมีผลผลิตประมาณ 0.998 ล้านตัน หรือคิดเป็น 48% ของทั้งประเทศ และผลผลิตจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการต้องทำทั้งระบบ

เมื่อวานนี้ ได้หารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สมาคมทุเรียน ผู้ประกอบการล้ง หอการค้าจังหวัด และเกษตรกร แบบนั่งล้อมวงหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ทั้งข้อมูล ความเห็น และข้อแนะนำ เพราะเราต้องรับมือกับทุเรียนที่ในปีนี้จะมีผลผลิตมากขึ้นถึง 33% และหากผลผลิตออกมามากและส่งออกไม่ทัน ก็อาจจะส่งผลกระทบกับราคา ดังนั้น สิ่งที่คุยกัน ครอบคลุมตั้งแต่ต้องเพิ่มการแปรรูป เพิ่มมูลค่า ยืดอายุสินค้า และกระจายรายได้ทั้งปี ด้วยวิธีที่หลากหลาย

โดยเฉพาะการแปรรูป ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน เช่น การพัฒนาทุเรียนแช่แข็ง ที่กระทรวงพาณิชย์พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือดูแลในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งห้องเย็นและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงเพื่อให้ทุเรียนผลสดของไทยสามารถขายได้ทั้งปี ด้วยคุณภาพที่ดี เพราะ “คุณภาพต้องมาก่อน” และต้องได้ราคาที่ดีด้วย

เรายังมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการบริโภคในประเทศ เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและรักษาเสถียรภาพราคา เนื่องจากปัจจุบันทุเรียนไทยส่งออกประมาณ 70% และบริโภคในประเทศ 30% โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตั้งเป้าระบายผลผลิตในประเทศ ไม่ต่ำกว่า 450,000 ตัน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดกลาง ห้างโมเดิร์นเทรด กว่า 350,000 ตัน ควบคู่กับการขายผ่านไปรษณีย์ไทยและช่องทางออนไลน์

กระทรวงพาณิชย์จะทำงานแบบบูรณาการ ด้วยการผนึกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล เราจะทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของการควบคุมคุณภาพผลผลิต  รวมถึงเร่งประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการบริหารน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรจากปัญหาภัยแล้ง

การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังปัญหาและเติมเต็มสิ่งที่เกษตรกรยังขาด ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งด้านตลาด การแปรรูป และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเราพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ค่ะ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
26 เมษายน 2569

#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #Suphajee #SuphajeeSuthumpun #ศุภจี

วัส ติงสมิตร เปิด 8 เหตุผล ทำไม ป.ป.ช.ให้ ศักดิ์สยาม รอดคดีบัญชีเท็จ?

วัส ติงสมิตร เปิด 8 เหตุผล ทำไม ป.ป.ช.ให้ ศักดิ์สยาม รอดคดีบัญชีเท็จ?

วัส ติงสมิตร เปิด 8 เหตุผล ทำไม ป.ป.ช.ให้ ศักดิ์สยาม รอดคดีบัญชีเท็จ?

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

26 เมษายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เจาะลึกมติ ป.ป.ช.! ทำไม “ศักดิ์สยาม” รอดคดีบัญชีทรัพย์สินเท็จ? เปิด 8 เหตุผลที่โลกต้องรู้

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง! เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงมติสำคัญกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญออกมา แต่ทำไมในมุมของ ป.ป.ช. ถึงมองว่า ‘ไม่มีความผิด’?

วันนี้เราจะมาย้อนรอยข้อเท็จจริงและบรรทัดฐานทางกฎหมาย 8 ประการ ที่ ป.ป.ช. ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญเรื่อง ‘เจตนา’ และ ‘นิติกรรม’ ในโลกของการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองครับ”

(ส่วนพรุ่งนี้เราจะมาวิจารณ์คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. พร้อมทางออกของปัญหา)

1.นิติกรรมเสร็จสมบูรณ์ก่อนเข้ารับตำแหน่ง

จากการตรวจสอบพบว่า การโอนสิทธิเงินลงทุนและการชำระเงินเสร็จสิ้นตั้งแต่มกราคม 2561 และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทอย่างถูกต้อง นิติกรรมนี้เกิดขึ้น “ก่อน” นายศักดิ์สยามจะมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ในตำแหน่งทางการเมือง

2. ขาดพฤติการณ์การควบคุม (De Facto Control)

ไม่พบพยานหลักฐานว่านายศักดิ์สยามเข้าไปบริหารจัดการ หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น หลังการโอนหุ้น ขณะที่นายศุภวัฒน์ (ผู้รับโอน) ได้แสดงตนและบริหารจัดการในฐานะเจ้าของตามทะเบียนโดยอิสระ สอดคล้องกับพฤติการณ์ “โอนขาด” มิใช่การเชิดตัวแทน (Nominee)

3. หลักความเชื่อโดยสุจริต (Good Faith Mistake)

เมื่อนิติกรรมและการจดทะเบียนครบถ้วนตามกฎหมาย นายศักดิ์สยามย่อมเข้าใจโดยสุจริตว่าตนไม่มีกรรมสิทธิ์ในหุ้นนั้นแล้ว ป.ป.ช. จึงวินิจฉัยว่า “ขาดเจตนาทางอาญา” ในการปกปิดทรัพย์สิน เนื่องจากยื่นข้อมูลตามพฤติการณ์ทางทะเบียนที่ปรากฏจริงในขณะนั้น

4. การยุติข้อพิพาทผ่าน “ศาลยุติธรรม”

ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ นายศักดิ์สยามได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และจบลงด้วย “สัญญาประนีประนอมยอมความ” ในชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยนายศุภวัฒน์ตกลงรับซื้อที่ดินจำนวน 323 ไร่ ด้วยราคา 51.5 ล้านบาท จากนายศักดิ์สยามเพื่อยุติข้อพิพาท ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษาตามยอมโดยเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย สะท้อนถึงพฤติการณ์การซื้อขายหุ้นและที่ดินที่เกิดขึ้นจริงเพื่อเยียวยาข้อพิพาททางแพ่ง

5. การแสดงความบริสุทธิ์ใจหลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย (17 มกราคม 2567) นายศักดิ์สยามได้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อติดตามสิทธิคืนทันที และเมื่อคดีถึงที่สุดในศาลยุติธรรม ก็ได้แจ้ง “ปรับปรุงบัญชีทรัพย์สิน” ต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับความเป็นจริงล่าสุด แสดงถึงเจตนาสุจริตในการให้ข้อมูล

6. ผลการตรวจสอบเชิงลึก (Substantive Review)

ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่แจ้งปรับปรุงใหม่ (เช่น เงินที่ได้รับจากการขายที่ดิน) พบว่า “มีอยู่จริงและถูกต้อง” ไม่พบความผิดปกติหรือพฤติการณ์ซ่อนเร้นที่เชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน

7. การแยกแยะฐานความผิด (Legal Distinction)

ป.ป.ช. ชี้แจงความแตกต่างของบรรทัดฐานทางกฎหมายไว้ดังนี้:

• ศาลรัฐธรรมนูญ: วินิจฉัยเรื่อง “ความเป็นรัฐมนตรี” โดยพิจารณาจาก “ความเป็นเจ้าของที่แท้จริง” (Substance over Form)

• ป.ป.ช.: วินิจฉัยเรื่อง “การจงใจยื่นบัญชีเท็จ” ซึ่งต้องพิสูจน์ “เจตนาทุจริตทางอาญา” (Criminal Intent) เป็นสำคัญ

ดังนั้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมองว่ายังเป็นเจ้าของหุ้น แต่ในทางอาญาไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นมีเจตนาปกปิดเสมอไป

8. เงื่อนเวลาที่แตกต่าง (Timeline Override)

เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น “ภายหลัง” การยื่นบัญชีทรัพย์สินในหลายกรณี นายศักดิ์สยามย่อมยื่นข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่รับรู้ ณ ขณะนั้น มติของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้จึงถือว่าไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่ประการใด

เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยนี้จะฟังขึ้นหรือไม่ และมีทางออกอย่างไร โปรดติดตามรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ครับ

วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
26/4/69

#ปปช #ศักดิ์สยามชิดชอบ #บัญชีทรัพย์สิน #กฎหมายน่ารู้ #การเมืองไทย #ตรวจสอบทุจริต #เหตุผลแห่งคำวินิจฉัย #ศาลรัฐธรรมนูญ #วัสติงสมิตร

เปิดเกมรุกหาเสียงเมืองกรุงฯ ปชป.ร่วมออกแบบพิมพ์เขียว ปั้น กทม.เป็นศูนย์กลาง AI Hub

เปิดเกมรุกหาเสียงเมืองกรุงฯ ปชป.ร่วมออกแบบพิมพ์เขียว ปั้น กทม.เป็นศูนย์กลาง AI Hub

เปิดเกมรุกหาเสียงเมืองกรุงฯ ปชป.ร่วมออกแบบพิมพ์เขียว ปั้น กทม.เป็นศูนย์กลาง AI Hub

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เปิดเกมรุกหาเสียงเมืองกรุงฯ “ปชป.”ร่วมออกแบบพิมพ์เขียว ปั้น”กทม.”เป็นศูนย์กลาง”AI Hub”แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เทียบเท่าสากล ดันลุยโปรโมตผ่านศึกเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯกทม.-สก.” ยันพร้อมร่วมมือทำงานทุกฝ่าย-ทุกพรรคการเมือง

26 เมษายน 2569 พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานเสวนาสาธารณะระดับสูงภายใต้หัวข้อ “Thailand in the AI Race” (ประเทศไทยอยู่ส่วนไหนในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยี AI) เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (25 เม.ย.) ที่ร้าน maze bangkok กทม. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายจากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง (From Vision to Execution) โดยรวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน และเหล่านักพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ด้าน AI ของประเทศไทยให้เท่าทันกระแสโลก เป็นครั้งแรกที่เกิดเวทีผลักดันดังกล่าวจากการผลักดันของพรรคประชาธิปปัตย์ ที่จะยกระดับประเทศไทยไประดับสากล

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในงานเสวนาว่า พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นทางเลือกที่มุ่งมั่นจะผลักดัน โดยเริ่มจากกรุงเทพมหานคร ที่มีปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมจะเป็นศูนย์กลางที่จะผลักดันวิสัยทัศน์การพัฒนาเทคโนโลยี AI Builder Hub แรกให้เกิดได้จริง และขยายไปทุกภาคของประเทศไทย โดยเราพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน พร้อมเป็นตัวกลางของทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มคน ทุกช่วงวัย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยดึงการลงทุนที่เป็นการสร้างงานระยะยาว ที่ไม่ใช่แค่เม็ดเงินจากการท่องเที่ยว แต่เป็นเม็ดเงินจากการอยู่อาศัย การลงทุนของกลุ่มนักลงทุน คนทำงานที่มีคุณภาพ จากนั้นก็จะเกิด Ecosystem การทำงานที่เป็นระบบยกระดับคนไทยไปพร้อมกับสากล

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า AI Builder Hub คือแนวทางที่จะสนับสนุน กลุ่มนักลงทุนที่ทำธุรกิจ AI ในประเทศไทย ให้เติบโต ผ่านการประสานงานที่ครบวงจร โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีทั้งความพร้อมด้านกฎหมาย ด้านการหาแหล่งลงทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันของ บุคคลากรในทำงานในประเทศ ตั้งเป้าที่จะประสานงาน BOI จับคู่นักลงทุนที่เหมาะสมของประเทศไทยกับต่างชาติ การจัด Workshop ให้เยาวชนและ Reskill บริษัทที่ต้องการเปลี่ยนผ่านรองรับการเปลี่ยนแปลงเรื่อง AI โดยปักหมุดให้กรุงเทพมหานครพัฒนาเป็น AI Builder Hub แห่งแรกของประเทศ ก่อนขยายไปยังภูมิภาคอื่น ทั้งนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์พร้อมผลักดันผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและ สก. ที่กำลังมาถึง และสามารถจับมือทำงานได้กับทุกหน่วยงาน ทุกพรรคการเมือง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับทีมขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของพรรค นำโดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคฯ อดีตรมว.คลัง นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคฯ และสส.ของพรรค มุ่งเน้นแผนปฏิบัติงานของนโยบาย “AI Builder Hub” ที่จะมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจาก “ผู้ใช้งาน” (User) สู่การเป็น “ผู้สร้าง” (Builder) ผ่านการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงทรัพยากรด้านการประมวลผล และการปรับปรุงกฎหมายเพื่อดึงดูดบุคลากรทักษะสูงจากทั่วโลก

“เป้าหมายของเราคือการทำให้ประเทศไทยเป็นบ้านของนักสร้างนวัตกรรม นโยบาย AI Builder Hub จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเชื่อมโยงกลุ่ม Builders เข้ากับแหล่งทุนและนโยบายรัฐที่เอื้อต่อการเติบโต งานนี้จึงไม่ใช่แค่การพูดคุย แต่เป็นการร่วมออกแบบพิมพ์เขียวของศูนย์กลางนวัตกรรม AI ที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ Hub นี้จะเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายยกระดับนักสร้างนวัตกรรมในไทยเทียบเท่าสากลพร้อมดึงดูดความร่วมมือจากเครือข่ายเทคโนโลยีทั่วโลก” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไทย พรรคประชาธิปัตย์มุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืนและการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในปี 2569 พรรคได้ให้ความสำคัญกับแนวคิด “Market-Oriented Centrism” (สายกลางที่มุ่งเน้นกลไกตลาด) โดยมีเทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล และการเติบโตที่ครอบคลุมเป็นส่วนหนึ่งในหัวใจหลักเพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะรักษาความโดดเด่นและขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาวให้กับประเทศไทย

ทั้งนี้ พรรคยังได้เปิดตัวเพจ “@AIBuildersBKK” ทาง X, Facebook และ Tiktok เพื่อสานต่อภารกิจดังกล่าว โดยจะเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงนักพัฒนา ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใน ecosystem AI ของประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นช่องทางในการอัปเดตความเคลื่อนไหว และผลักดันความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

– 006