แกะรอยเพื่อนรักหักเหลี่ยม ฉลอง vs ธงชัย ปมแตกหักหนี้ 11 ล้านบาท ชนวนบุกยิงคาอบจ.นนท์

แกะรอยเพื่อนรักหักเหลี่ยม ฉลอง vs ธงชัย ปมแตกหักหนี้ 11 ล้านบาท ชนวนบุกยิงคาอบจ.นนท์

แกะรอยเพื่อนรักหักเหลี่ยม ฉลอง vs ธงชัย ปมแตกหักหนี้ 11 ล้านบาท ชนวนบุกยิงคาอบจ.นนท์

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.41 น.

สรุป : ความสัมพันธ์ ระหว่าง นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส. นนทบุรี และ พ.ต.อ. ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ. นนทบุรี

พบว่า มีลักษณะเป็นทั้ง “เพื่อนรักร่วมสาบาน” และ “คู่แข่งทางการเมือง” ที่ซับซ้อนและยาวนาน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุดในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มิติความสัมพันธ์ของทั้งสองคนสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้

1. ความสัมพันธ์ส่วนตัวในฐานะเพื่อนรัก

สายสัมพันธ์เดิม: ทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันอย่างมากในฐานะเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

การยอมความทางการเมือง: นายฉลองระบุว่าในอดีตเคยยอมไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งแข่งในเขตเดียวกันตามคำขอร้องของ พ.ต.อ. ธงชัย เพื่อรักษาความสัมพันธ์และผลประโยชน์ทางการเมืองร่วมกัน

2. ความขัดแย้งในฐานะคู่แข่งทางการเมือง

ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น: ในการเลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2563 นายฉลองได้ตั้ง “กลุ่มพลังนนท์” ลงสมัครแข่งขันตำแหน่งนายก อบจ. โดยตรงกับ พ.ต.อ. ธงชัย จาก “กลุ่มผึ้งหลวง” (เจ้าของพื้นที่เดิม) ซึ่งผลการเลือกตั้ง พ.ต.อ. ธงชัย เป็นฝ่ายชนะ

การร้องเรียน กกต.: หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนั้น นายฉลองได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่าฝั่ง พ.ต.อ. ธงชัย มีการซื้อเสียง แต่สุดท้าย กกต. ได้รับรองให้ พ.ต.อ. ธงชัย ดำรงตำแหน่งต่อไป

3. ชนวนเหตุและจุดแตกหักสุดท้าย

ปมหนี้สิน 11 ล้านบาท: ความตึงเครียดสะสมมาถึงขีดสุดจากปัญหาหนี้สินส่วนตัว โดยนายฉลองอ้างว่า พ.ต.อ. ธงชัย เป็นหนี้ตนอยู่จำนวน 11 ล้านบาท

เหตุการณ์บุกยิง: ในช่วงสายของวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายฉลองได้เดินทางไปทวงเงินจำนวนดังกล่าวที่สำนักงาน อบจ. นนทบุรี เมื่อ พ.ต.อ. ธงชัย ปฏิเสธว่าไม่มีให้ จึงเกิดความโมโหและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง พ.ต.อ. ธงชัย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส (และมีบางรายงานระบุว่าเสียชีวิต) ก่อนที่นายฉลองจะรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ.

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ.

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ.

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.47 น.

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 จากกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิงนายกอบจ.นนท์ ก่อนโทรแจ้ง ‘เจ๊ปอง’ กลางรายการสดแนวหน้า)

สำหรับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) นนทบุรี ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ในนามกลุ่มผึ้งหลวง เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 เป็นชาว ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  พ.ต.อ.ธงชัย จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจพิเศษ รุ่นที่ 9 ก่อนเข้ารับราชการตำรวจใน จ.นนทบุรี ได้เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจในจ.นนทบุรีหลายพื้นที่ และสุดท้ายเป็นผู้กำกับ สภ.ปากเกร็ด และลาออกจากราชการก่อนเกษียณ เพื่อเตรียมตัวลงสมัครนายก อบจ.นนทบุรี

โดยจัดตั้งกลุ่มผึ้งหลวง และประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งจนดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันพ.ต.อ.ธงชัยนับเป็นผู้มีคอนเนกชันกับกลุ่มการเมืองต่างๆ เป็นอย่างดี รวมถึงนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรีหลายสมัย ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน เหตุการณ์ที่นายฉลองบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย ภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี จึงเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกอย่างยิ่ง

‘อนุทิน’ ชม ‘พลพีร์’ ทำหน้าที่ได้ดี ลงตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง  กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง

‘อนุทิน’ ชม ‘พลพีร์’ ทำหน้าที่ได้ดี ลงตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง  กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง

‘อนุทิน’ ชม ‘พลพีร์’ ทำหน้าที่ได้ดี ลงตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง  กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.13 น.

“อนุทิน” รับรายงาน “พลพีร์” ลงพื้นที่ตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง ชื่นชมทำหน้าที่ได้ดี กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง ลั่นไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล ใครอยากโทรคุยคุยได้ แต่ “เบ่งใส่ไม่ได้“

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569  ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจค้นโรงแรม ร้านอาหาร และร้านทำผมย่านห้วยขวาง หลังพบประกอบธุรกิจโดยชาวจีนที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับรายงานหรือยัง ว่า “ได้รับแล้วครับ เขาทำหน้าที่ได้อย่างดี ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีความเกรงกลัว กังวลอิทธิพลใดๆ โทรศัพท์ก็คุยไป ใครอยากคุยก็คุย ไม่มีปัญหา แต่เบ่งใส่ไม่ได้

นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวด เอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวด เอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวด เอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.41 น.

”นายกฯ“ ยัน รบ.เข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตร ปชช.ให้ต่างชาติ  บอกข้าราชการต้องไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย ชี้โทษรุนแรง

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10.05 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชาวต่างชาติได้บัตรประชาชน จะมีมาตรการเข้มงวดดูแลเรื่องนี้อย่างไรว่า  ได้ดำเนินการไปแล้ว และเห็นว่าคนที่กระทำผิด ถูกดำเนินคดีอยู่ 

พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ อดีตปลัดอำเภอ ก็รมควันตัวเองไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าเราดำเนินการอย่างรุนแรงมาก จนเขาเห็นว่าความผิดรุนแรงจึงต้องบอกว่าใครที่ทำอยู่อย่าทำ และตนได้สอบถามอธิบดีกรมการปกครองว่าทำไมเขาต้องถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ปลิดชีพตัวเอง ขนาดนี้ ซึ่งพอมีหลายๆคดี ต่างกรรมต่างวาระ รวมโทษแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ปี เขาก็อาจจะเกิดความเครียดขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเกตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นต้องไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นข้าราชการ

นายกฯ ถกหน่วยมั่นคง ร่วมจัดระเบียบอาวุธปืน เข้มงวดการพกพา ใครพกในที่สาธารณะ จับหมด

นายกฯ ถกหน่วยมั่นคง ร่วมจัดระเบียบอาวุธปืน เข้มงวดการพกพา ใครพกในที่สาธารณะ จับหมด

นายกฯ ถกหน่วยมั่นคง ร่วมจัดระเบียบอาวุธปืน เข้มงวดการพกพา ใครพกในที่สาธารณะ จับหมด

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.33 น.

“นายกฯ” เข้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ในโอกาสวันเข้าพรรษา เรียกหน่วยงานความมั่นคงถกด่วน รับมอบนโยบายทำงาน หลังเกิดเหตุยิงในโรงเรียน เข้มบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืน มอบ “ปกรณ์” ปรับปรุง-ออกกฎหมายใหม่ พกพาอาวุธปืน ลั่น สอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการ บอก หารือโยกย้ายเหล่าทัพ ปัดเอี่ยวข้ามห้วยนั่ง เลขาฯ สมช. 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่วัดราชบพิธฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ภริยา ถวายเครื่องสักการะแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569  ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

โดยก่อนเข้าถวายสักการะ นายกฯ ได้เรียก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพบที่กระทรวงมหาดไทย 

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายกฯได้เรียกมาเพื่อรับมอบนโยบายการทำงานในห้วงที่เกิดสถานการณ์สำคัญ อาทิ มาตรการควบคุมอาวุธปืนทั่วประเทศ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ยิงครู และนักเรียน ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ภายหลังพบผู้กระทำผิดถึง 5,925 ราย และนำไปสู่การถอดถอนผู้ทุจริตพ้นตำแหน่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูง

ทั้งนี้ ภายหลังเข้าพบ พล.ท.อดุลย์ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ว่านายกฯได้กำชับเรื่องใดบ้าง โดยระบุว่า ให้ไปถามนายกฯ

ด้าน พล.ต.อปสำราญ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า จะไปติดตามเรื่องนอมินี 

จากนั้น นายกฯ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน ถึงกรณีที่ได้เรียกหน่วยงานต่างๆมาหารือที่กระทรวงมหาดไทย ว่า มาหารือกันเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของทั้งทหารและตำรวจ ซึ่งตนก็ได้ให้การบ้านไป ว่าทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึง ป.ป.ท. ให้ร่วมกันจัดระเบียบการครอบครองและพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มข้นสูงสุด แต่หากจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นการเฉพาะก็ขอให้เร่งดำเนินการเสนอขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเข้มงวดการจับกุมดำเนินคดีกับผู้พกพาอาวุธปืนด้วย ซึ่งตนขอย้ำว่า ใครก็ไม่มีสิทธิ์พกอาวุธปืนไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่สาธารณะ ฉะนั้นหากใครพกพาไปถือว่าผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดี จะมาบอกว่าป้องกันตัวอย่างไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนใบสุดท้ายถูกออกไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และใบอนุญาตก็มีอายุเพียง 1 ปี เพราะฉะนั้น ไม่มีใครสามารถพกอาวุธปืนได้หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ตนก็ต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก นอกจากนี้ จะมีการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนอย่างเข้มข้น เพราะเป็นสิ่งที่เราได้เตือนมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งเรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็กำลังจะยกร่างปรับปรุงแก้ไขอยู่ หรือหากจำเป็นจะต้องออกเป็นกฎหมายฉบับใหม่ก็จะเสนอมาให้ตนพิจารณา

ส่วนที่นายกฯบอกว่ามีการหารือเรื่องโผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร และตำรวจ แต่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการย้ายข้ามห้วยไปนั่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยนั้น นายกรัฐมนตรี อุทานว่า “อุ๊ย จะมาถามเป็นรายบุคคลไม่ได้ เขามาหารือเรื่องไทม์ไลน์กำหนดการ ผู้สื่อข่าวจะมาถามว่าใครจะไปไหนอย่างไรไม่ได้หรอก”

นายกฯ ยังเปิดเผยต่อว่า จากการหารือกับเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้มาหารือเรื่อง การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเคยกล่าวไว้ ว่าเราต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และยกเลิกผู้ที่ได้คะแนนไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป พร้อมยืนยันว่า ไม่มีละเว้นใคร ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราต้องการ และสาวถึงตัวการแน่นอน

อนุทิน ตอบแล้ว วิ่งหัวชนกำแพง แค่ไว้สอน-เตือนตัวเอง เอามือแตะหน้าผาก บอก หัวโน

อนุทิน ตอบแล้ว วิ่งหัวชนกำแพง แค่ไว้สอน-เตือนตัวเอง เอามือแตะหน้าผาก บอก หัวโน

อนุทิน ตอบแล้ว วิ่งหัวชนกำแพง แค่ไว้สอน-เตือนตัวเอง เอามือแตะหน้าผาก บอก หัวโน

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

’อนุทิน‘ ตอบแล้ว โพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ไว้สอน – เตือนตัวเอง ไม่ตอบหมายถึงใคร เอามือแตะหน้าผาก บอก “หัวโน”

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 10.05 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความ “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” ซึ่งถูกนำไปเชื่อมโยงว่าเป็นการโพสต์พาดพิง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน จนถูกบรรดา สส.พรรคประชาชนออกมาโพสต์ตอบโต้นั้น หมายถึงใคร โดยนายกรัฐมนตรี ได้เอามือแตะไปที่หน้าผาก ก่อนกล่าวว่า “หัวโน” 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าต้องการจะสื่ออะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ”สอนตัวเอง เตือนตัวเอง“ 

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ กระแสล้มรัฐบาล อ้าง รัฐพันลึก? แซะพวกหิวแสงผสมสูตร เซ่นลูกกรอก

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ กระแสล้มรัฐบาล อ้าง รัฐพันลึก?  แซะพวกหิวแสงผสมสูตร เซ่นลูกกรอก

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ กระแสล้มรัฐบาล อ้าง รัฐพันลึก? แซะพวกหิวแสงผสมสูตร เซ่นลูกกรอก

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.47 น.

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐพันลึก​ ?

มีคนในสังคมบอกว่า​ สีน้ำเงินหมดเครดิตแล้ว

สีน้ำเงินไปไม่เป็น​ รัฐพันลึกจะเอาอย่างไร

งงมั้ยครับ

ตกลงเราอยู่ประเทศไหน

เคยได้ยินแต่ว่า​ อเมริกามีรัฐพันลึก

รัฐพันลึกในอยู่เบื้องหลังรัฐบาลอเมริกา

แล้วรัฐพันลึกของฝรั่งจะมาสั่งอะไรบ้านเรา

หรือมันแผ่อิทธิพลมาถึงไทยตั้งแต่เมื่อไร

ไม่ได้แกล้งโง่นะ

แน่จริงบอกมาเลย​ ใครคือรัฐพันลึกในไทย

รัฐบาลนี้เพิ่งบริหารได้ไ​ม่ถึง​ 6 เดือนเลย

จะล้มรัฐบาลนี้แล้วหรือ​ ?

จะเอาใครมาแทน

จะเอาน้ำแดงน้ำเขียวน้ำส้มบวกฟ้าหรือ

เคยเห็นแต่เขาเอาไปเซ่นไหว้ลูกกรอก

อำนาจมันหอมหวาน​ ใครๆก็อยากเป็นใหญ่

ประเทศชาติประชาชนจะเป็นไงก็ชั่ง​หัว…

กูขอเป็นใหญ่

ชวน ให้กำลังใจ กกต. ทำคดีฮั้วสว. ยึดตรงไปตรงมา อย่าทำผิดเป็นถูก

ชวน ให้กำลังใจ กกต. ทำคดีฮั้วสว.  ยึดตรงไปตรงมา อย่าทำผิดเป็นถูก

ชวน ให้กำลังใจ กกต. ทำคดีฮั้วสว. ยึดตรงไปตรงมา อย่าทำผิดเป็นถูก

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.22 น.

‘ชวน’ ให้กำลังใจ ‘กกต.’ ทำ ‘คดีฮั้ว สว.’ ยึดตรงไปตรงมา อย่าทำผิดเป็นถูก กรีดเลือดสาดค่อยตอบแทนบุญคุณ ‘โจรการเมือง’ ตอนเขาตาย จะตายธรรมดา หรือตายด้วยโรคอหิวา ก็ค่อยไปงานศพตอบแทน

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กทม. นายชวน หลีกภัย  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปะนานาชาติ : Art Exchange 2026 จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยเป็นงานจัดแสดง ผลงานของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินรุ่นใหม่ และศิลปินจากนานาชาติ ระหว่างวันที่ 6 – 30 สิงหาคม นี้ ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00น. – 16.00น.  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ช่วงหนึ่งของการกล่าวปาฐกถาพิเศษ  นายชวน กล่าวถึงปัญหาทางสังคมและการเมือง ว่า ทุกสิ่งอย่างจำเป็นต้องยึดถือคุณภาพ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง  เศรษฐกิจ  และสังคม  หากไร้ซึ่งคุณภาพก็อยู่ยาก

“ไม่อับอายเลยหรือคนรับราชการต้องซื้อ 5แสน 7แสน เพื่อมากินเงินหมื่น เป็นแล้วไม่รีดไถมีหรือ นักการเมืองที่ซื้อเสียงมา 100 ล้าน 80 ล้าน มีหรือครับมากินเงินเดือนแค่แสนบาทกี่ปีก็ไม่คุ้ม แต่คนเหล่านี้เขามีทางออก เขามองการเมืองเป็นธุรกิจ ลงทุนแล้วก็ต้องเอากำไร การทุจริตจึงระบาดไปทั่ว วงจรอุบาทว์นี้ก็ลามไปถึงข้าราชการ ลามไปถึงองค์กรอิสระ” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า ปัญหาในองค์กรอิสระขณะนี้  อย่างที่เราเห็นกันว่ามีการแทรกแซงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา  จนมีเรื่องคดีฮั้ว สว. และตอนนี้มีการคาดคั้น กกต.ให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา  แต่ กกต.จะกล้าทำหรือ ในเมื่อ กกต.ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้งในยุคนี้  ผ่านการเลือกของ สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นชุดที่เขามองกับว่ามาจากระบบโกง  จึงตั้งข้อสังเกตว่าคนที่มาจากระบบโกงจะกล้าตัดสินอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่ายังมีคนดีอยู่ในสังคม คงไม่เลวร้ายไปทั้งหมด  พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังทำหนังสือไปถึง ประธาน กกต. ให้กำลังใจขอให้ท่านกล้ายึดความถูกต้อง อะไรผิดเป็นผิด อะไรถูกเป็นถูก

นายชวน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องจะใช้หนี้บุญคุณกันนั้น ถ้าเราได้เป็นหรือได้มีตำแหน่งเพราะเขาก็ค่อยตอบแทนบุญคุณตอนเขาตาย  ไปงานศพเขา เขาจะตายธรรมดา  หรือเป็นอหิวาตกโรคตาย ก็ไปงานศพเป็นการตอบแทนบุญคุณในทางธรรมเนียมประเพณี อย่าตอบแทนด้วยวิธีทำถูกให้ผิด ทำผิดให้ถูก เพียงเพื่อให้โจรการเมืองเหล่านี้ อยู่ในอำนาจ

รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม.รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง ลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯลุยช่วยหน้างานได้ทันที

รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม.รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง ลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯลุยช่วยหน้างานได้ทันที

รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม.รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง ลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯลุยช่วยหน้างานได้ทันที

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 08.06 น.

รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ พร้อมลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯ ลุยช่วยประชาชนหน้างานได้ทันที 

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคเหนือ ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับรูปแบบการทำงานเข้าสู่การบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนขั้นสุด

ทั้งนี้จากการประเมินสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าความเสี่ยงของภาคเหนือในขณะนี้ มีความท้าทายแบบทับซ้อน ทั้งฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และปัญหาภัยแล้งในบางพื้นที่ จึงสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยให้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ย่อย และสแตนด์บายทั้งกำลังคน เครื่องจักรกล และรถสูบน้ำ พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากพื้นที่ใดทรัพยากรไม่พอ ให้ดึงกำลังทหารและศูนย์ ปภ. เขต เข้าเสริมทันที

นอกจากนี้ ในข้อสั่งการดังกล่าว ยังกำชับเรื่องการประเมินความเสี่ยง โดยหากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงภัยสูง ให้จังหวัดพิจารณาใช้เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินได้ทันที เพื่อบรรเทาความเสียหายล่วงหน้า และต้องไม่ปล่อยให้ระเบียบหรือขั้นตอนทางราชการกลายเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือประชาชน โดยให้เน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรกๆ หากสถานการณ์รุนแรงจนต้องมีการอพยพ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุถึงมาตรการระยะยาวว่า สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง รัฐบาลได้สั่งการให้เร่งประเมินน้ำต้นทุน  และสำรองน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งประสานเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูก ส่วนกรณีหลังเกิดเหตุอุทกภัย ให้เจ้าหน้าที่ปูพรมสำรวจและเร่งจ่ายเงินเยียวยาฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนชีวิตปกติให้ประชาชนให้ได้ไวที่สุด

มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว

มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว

มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.17 น.

มท.2 นำทีมบุกจับ โรงแรมนอมินีจีน ย่านใจกลางเมือง แฉเจ้าของร้านโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้เจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ลั่นไม่สน ไม่คุย ไม่เคลียร์ ผิดคือผิด กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ เดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เร่งทลายทั้งขบวนการ

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง” ตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่อาจเข้าข่ายนอมินีและโรงแรมผิดกฎหมาย ในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้มีหน่วยงานหลายฝ่ายร่วมสนธิกำลัง ทั้งกรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้นโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย

เจ้าหน้าที่เข้าสุ่มตรวจโรงแรมสถานประกอบย่านห้วยขวาง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ ก่อนพบข้อสงสัยหลายประการ ทั้งการประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนปัญหาด้านระบบความปลอดภัยของอาคาร

นอกจากนี้ การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบางกิจการยังพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่าย “นอมินี” โดยมีชาวจีนถือหุ้น 49% และหญิงไทยซึ่งเป็นภรรยาถือหุ้นอีก 51% แต่จากการสอบปากคำพบว่า หญิงไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าหุ้น การเปิดบริษัท หรือการบริหารกิจการ ขณะที่เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทรับทำบัญชีและสำนักงานกฎหมายที่อาจเกี่ยวข้อง จึงต้องขยายผลต่อไป

นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการตรวจภายในโรงแรมเป้าหมาย ยังพบข้อกังวลเรื่องบันไดหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน และระบบป้องกันอัคคีภัย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าพักหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่การตรวจแรงงานพบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในจุดที่เข้าตรวจ รวมถึงพบการทำงานบางประเภทที่เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย แต่ประเด็นที่ทำให้ตนตกใจ เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน เมื่อมีผู้ประกอบการพยายามติดต่อเข้ามาเพื่อขอเคลียร์พร้อมกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานในพื้นที่ห้วยขวาง รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งผู้ติดต่อยังอ้างด้วยว่าไม่ได้มีการจ่ายเงินเฉพาะสถานประกอบการที่ถูกตรวจในวันนี้ แต่มีการจ่ายกันเป็นงวดๆในสถานบริการหลายแห่งอยู่แล้ว

“อีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องสื่อมวลชนน่าจะได้เก็บวิดีโอ เก็บฟุตเทจ เก็บเสียงไปแล้ว ก็คือตัวเจ้าของร้านมีการพยายามติดต่อ ในการขอเคลียร์ แล้วก็อ้างถึงหน่วยงานต่างๆ สิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เขาอ้างอิงถึงเจ้าหน้าที่ในเขตห้วยขวางเองด้วย อ้างถึงเจ้าหน้าที่ของ ตม. เองด้วย และไม่ได้ขอเคลียร์เฉพาะสถานที่ที่เรามาตรวจวันนี้ เขาบอกว่าเขาจ่ายกันเป็นงวดๆ ในหลายสถานบริการอยู่แล้ว” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวว่า จึงสั่งให้กรมการปกครองประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ติดตามตัวผู้ที่โทรศัพท์เข้ามา รวมทั้งตรวจสอบบุคคล 2–3 รายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ว่าเป็นใครและมีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่

ทั้งนี้ ข้าราชการรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน จึงไม่ควรใช้อำนาจหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาเบียดบังอาชีพหรือธุรกิจของคนไทย หากการสอบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์ จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังประสานกรมที่ดินตรวจสอบกรรมสิทธิ์และการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้อง หากพบการถือครองที่ดินผ่านนอมินีหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการเพิกถอนสิทธิและบังคับจำหน่ายที่ดิน

นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เตรียมขยายการตรวจสอบไปถึงเส้นทางการเงิน หลังพบ QR Code บางรายการเชื่อมโยงไปยังเว็บพนันออนไลน์ การชำระเงินที่ไม่ได้เข้าสู่บัญชีธนาคารในประเทศไทย รวมถึงการใช้แพลตฟอร์ม Food Delivery ต่างชาติที่ต้องตรวจสอบเรื่องการจดทะเบียนและภาษีเพิ่มเติม

ปฏิบัติการจะไม่หยุดเพียงห้วยขวางหรือกรุงเทพมหานคร แต่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยตรวจทั้งข้อมูลร้องเรียน แพลตฟอร์มออนไลน์ และเส้นทางการเงินของธุรกิจต้องสงสัย ดังนั้นผิดก็คือผิด ไม่ว่าจะเป็นทุนต่างชาติ นอมินี นายหน้า บริษัทกฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเดียวกัน เพราะหากกฎหมายยังสามารถถูกเคลียร์ได้ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็ไม่เหลือความหมาย ทั้งนี้ นายอนุทินมีนโยบายชัดเจนไม่ยอมรับการทุจริตและข้าราชการที่พัวพันกับทุนสีเทา โดยย้ำหลักการทำงาน ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ไม่สนว่าเป็นใครหรือสังกัดหน่วยงานใด หากผลการสอบสวนพบความผิด ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด