เลิกกินข้าวฟรี ‘โสภณ’ยังควักเงินซื้อเอง นัด30มี.ค.ถกตัดงบอาหาร

เลิกกินข้าวฟรี ‘โสภณ’ยังควักเงินซื้อเอง นัด30มี.ค.ถกตัดงบอาหาร

เลิกกินข้าวฟรี ‘โสภณ’ยังควักเงินซื้อเอง นัด30มี.ค.ถกตัดงบอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เลิกกินข้าวฟรี ‘โสภณ’ยังควักเงินซื้อเอง นัด30มี.ค.ถกตัดงบอาหาร

ศูนย์อาหารรัฐสภาคึกคัก!บรรดาสส.ตบเท้าซื้ออาหารด้วยตัวเองมื้อกลางวันในวันประชุมสภา ไม่ทานอาหารฟรีสภา สส.ภูมิใจไทย มาพรึ่บ ไม่เว้นปธ.สภาฯ‘โสภณ ’ส่วน‘หมอวรงค์’โชว์สั่งข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว สแกนจ่ายกันจะๆ เชื่อโซเชียลช่วยกดดันจนสส.พากันคล้อยตาม ชี้สัญญาณดี ปธ.สภาฯเรียกทุกพรรคการเมืองหารือเรื่องอาหาร สส. 30 มี.ค.นี้ ขณะสส.ปชป.เมินข้าวฟรีสภา‘ชัยชนะ’ขนอาหารปักษ์ใต้ ตั้งวงกินเอง ด้านสส.เพื่อไทย เอาด้วยหิ้ว“ข้าวผัด-หมูทอด”ใส่ปิ่นโต มากินเอง

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหนังสือสอบถามไปยังแต่ละพรรคการเมือง จากกรณี มีสมาชิกอภิปรายในที่ประชุมสภาฯสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารสส.ในวันประชุมสภาฯ ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยมีมติจากที่ประชุมพรรคฯวานนี้(24 มี.ค.)นำร่องให้สส.ดูแลตัวเองเรื่องอาหารในวันประชุมสภาฯส่งผลให้บรรยากาศในวันนี้(25มี.ค.)ที่บริเวณศูนย์อาหารกินนี่ฟู้ด ชั้น B2 อาคารรัฐสภาเป็นไปอย่างคึกคักในวันประชุมสภาฯที่กำลังมีการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับวิกฤตพลังงาน-น้ำมัน

ปธ.-สส.ภท.ตบเท้าซื้ออาหารกินเอง

โดยในช่วงเวลาอาหารกลางวัน ได้มีบรรดา สส.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสส.จากพรรคภูมิใจไทย ทยอยลงไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยการช่วยเหลือตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งการจัดเลี้ยงอาหารสส.ที่ทางสภาฯจัดไว้ให้อย่างต่อเนื่อง อาทินายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี นายชานนท์ ไทยเศรษฐ์ สส.นครสวรรค์ เป็นต้น

ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งนายโสภณ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมานั่งรับประทานข้าวกระเพราถาดพร้อมออกปากชมว่า ร้านอาหารในศูนย์อาหารฯ รสชาติอร่อย ถ้ามาลองแล้วจะติดใจ

สส.หิ้วปิ่นโตซื้อผลไม้ทานมื้อเที่ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการรับประทานอาหารกลางวันของกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย โดย สส.หลายคนต่างโพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่าได้รับประทานอาหารที่โรงอาหารกลางของรัฐสภา ขณะที่บางคนนำปิ่นโตห้องอาหารกลางวันมารับประทานที่ห้องพัก

โดยนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยลงจากห้องประชุมสภาฯ เพื่อซื้อผลไม้ ก่อนจะไปทานอาหารกลางวัน ด้าน นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยเปิดเผยว่าวันนี้ห่อปิ่นโตมาทานมื้อกลางวัน เพื่อขานรับมติพรรคในการสนับสนุนให้ยกเลิกค่าอาหารกลางวัน สส. พร้อมโพสต์ภาพถือแซนด์วิชผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว

‘หมอวรงค์’โชว์กินข้าวจ่ายแค่50บาท

ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ซื้ออาหารทานเองในสภาลงพร้อมเชิญชวนสส.ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น หากยังใช้สิทธิเดิมก็ควรหักเงินเดือนเพื่อความเป็นธรรมต่อประชาชนโดยระบุว่าข้อความว่า“การซื้ออาหารทานเองที่ห้องอาหารของสภา เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยาก ถ้าไม่เดินมาทานเอง ให้ผู้ช่วยมาซื้อก็ได้ครับ วันนี้ผมมีประชุม วิปฝ่ายค้านที่สภา ผมก็มาซื้ออาหารทานเองครับ ข้าวราดแกงเขียวหวานไก่กับไข่พะโล้ ราคา 50 บาทเท่านั้น และตั้งใจว่า จะซื้อทานเองตลอดไปครับ”

‘วรงค์’ชี้เรื่องดีทุกพรรคช่วยกัน

ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดีได้ลงมาซื้ออาหารกลางวันที่โรงอาหาร ชั้นB2ของอาคารรัฐสภาโดย นพ.วรงค์ได้สั่งเมนูข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว จากร้านอาหารตามสั่ง ครัววิทยุ 1 ระหว่างรออาหารได้พูดคุยกับสื่อมวลชนที่ได้สอบถามว่าได้ลองซื้ออาหารครบทุกร้านหรือยังโดยนพ.วรงค์ตอบว่า ก็จะลองไปเรื่อยๆถือว่าเป็นการโปรโมตร้านอาหาร ให้โรงอาหารไปด้วย

เมื่อถามว่าวันนี้มีสส.บางคนพกปิ่นโตมาด้วย รู้สึกอย่างไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า รู้สึกว่าโอเค อย่างน้อยสส.ก็มีสำนึกที่ดีต่อประชาชน ถือเป็นเครดิตที่ดีของทุกพรรคการเมืองที่ช่วยกัน

ฉะ‘สนธิญา’ซื้อกินเองก่อนท้าอีก

ส่วนกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองท้าให้นพ.วรงค์ ลงมากินข้าวที่โรงอาหารทุกวัน นพ. วรงค์ กล่าวว่า“ผมก็ดูอยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่รู้ว่าผมมากินข้าวที่โรงอาหารก่อนที่เขาท้า”

เมื่อถามอีกว่าก่อนหน้านี้มีสส.หลายพรรค เสนอเรื่องค่าอาหารกลางวันแต่เหตุใดจึงไม่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม นพ.วรงค์ ถามกลับว่า เสนอด้วยใจจริงๆหรือไม่คุณต้องแสดงออกด้วยใจจริงว่าคุณก็ไม่รับประทานอาหารฟรี ถ้าคุณทำจริงประชาชนก็จะสนับสนุน ถ้าเสนอแค่ตัดงบประมาณแล้วคุณก็กินเหมือนเดิม ก็ยังฟุ่มเฟือยเหมือนเดิม คุณต้องเสนอให้ยกเลิกเลย แล้วประชาชนจะเห็นเองว่าเราทำจริง

ปธ.สภานัด30มี.ค.หารืออาหารสส.

ส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนมีมติให้ สส. เลิกรับประทานอาหารกลางวันฟรีและจ่ายค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง นพ.วรงค์ กล่าวว่า เป็นการแสดงออกของประชาชนที่เป็นกระแสในโซเชียล ซึ่งต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิก เราไม่ต้องมองเป็นเรื่องการเมือง แต่มองว่าเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ขณะที่วันจันทร์ที่จะถึงนี้(30มี.ค.69)ประธานสภาฯได้นัดหมายพรรคการเมืองให้เข้าหารือถึงเรื่องอาหาร สส. ตนคิดว่าจะได้เห็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ในเรื่องการยกเลิกอาหารกลางวันฟรี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี

จากนั้น นพ.วรงค์ได้สแกนจ่ายค่าข้าว ในราคา 60 บาท ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะรับประทานอาหารร่วมกับผู้ช่วย สส. โดยยืนยันว่าอาหารที่โรงอาหารสภาอร่อยจริง ไม่ต่างจากอาหารฟรีที่ สส.ได้รับ

ปชป.ขนอาหารปักษ์ใต้ตั้งวงกินเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ดูจะคึกคักและเผ็ดร้อนเป็นพิเศษแต่ไม่ใช่แค่ในห้องประชุม เพราะที่ห้องพักพรรคประชาธิปัตย์ เหล่าบรรดาสส.ต่างพากันจัดเต็มมื้อเที่ยงด้วยเมนูอาหารใต้ ขนานแท้ จนกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล โดยนายชัยชนะ เดชเดโช หรือ สส.แทน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เปิดห้องรับรองจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้เพื่อนสมาชิกพรรคโดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า”ฮาโร่ย…. อาหารใต้บ้านเรา หรอยจังฮู้วววว !! ณ ห้องพรรคประชาธิปัตย์ สภาผู้แทนราษฎร”

ขณะที่อีกบัญชีใช้งานของเจ้าตัวอย่าง เฟซบุ๊ก ส.ส.แทนโพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความว่า “ประชุมสภาวันนี้ ผมและเพื่อน สส.ปชป นำอาหารกลางวันมาทานร่วมกัน ช่วงพักเที่ยงประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมนูอาหารปักษ์ใต้รสชาติอร่อยถูกปากเหมือนเดิมครับ#พรรคประชาธิปัตย์”

โซเชียลชื่นชมในความเรียบง่าย

ภายในคลิปวิดีโอดังกล่าวจะเห็นไลน์อาหารวางเรียงราย ทั้งแกงส้ม แกงคั่ว และเมนูผัดต่าง ๆโดยมีสส. ในพรรคยืนเข้าแถวตักอาหารกันอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่ดูอบอุ่น บางส่วนนั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ สส.บางท่านยังคงเลือกตักอาหารเมนูโปรดอย่างตั้งใจสะท้อนถึงความสามัคคีและมิตรภาพภายในพรรค

หลังจากโพสต์ของนาย ชัยชนะ เดชเดโช หรือ สส.แทน เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลายทั้งชื่นชมในความเรียบง่ายและแซวเรื่องความหรอยของอาหาร เช่น “ทำคอนเทนท์ fc หวาดเสียวหล่าว” “ยังมีเหลือไหมคะ อยู่สภาพอดีค่ะ” “ทำกินเองกับข้าวบ้านเราหรอยสุด…อย่าให้ใครมาดูถูกว่า…เอาเปรียบประชาชน” “ยอดเยี่ยมค่ะ” “กินกับข้าวบ้านเรา กินเองทำเอง นังเลงพอ อย่าไปกินข้าวฟรีในสภาเลย โดนดูถูกด้วย”

พท.หิ้ว’ข้าวผัด-หมูทอดงใส่ปิ่นโต

ที่รัฐสภา นายชนะวุธ อุทโท สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงประเด็นการยกเลิกอาหารกลางวันฟรีให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่า การที่จะรับประทานอาหารที่ทางรัฐสภาจัดเตรียมไว้ หรือ การจะไปซื้ออาหารรับประทานเองตรงนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ต่อให้มีมติพรรค หรือมติของนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ควรที่จะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. แต่ละท่าน แต่ตนมีความสำนึกว่า การที่เราใช้เงินภาษีของประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ เราควรที่จะมีความเสียสละ อย่างเช่นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ตนได้ เตรียมอาหารใส่ปิ่นโตมารับประทานเอง โดยมีทั้ง ข้าวผัด ผัดวุ้นเส้น และหมูทอด

‘สุริยา’งูเห่าส้มโผล่นั่งร่วมสส.ภท.

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27(สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการประชุมในพิจารณาญัตติด่วนเพื่ออภิปรายเรื่องราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากเหตุการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ปรากฏว่านายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7พรรคประชาชนได้เข้าร่วมการประชุมโดยได้นั่งรวมกลุ่มอยู่กับสส.ของพรรคภูมิใจไทยในแถวหลังของห้องประชุม

สำหรับนายสุริยา คือ สส. ของพรรคประชาชนคนเดียวที่โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.จากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่จะโหวต สนับสนุน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมของพรรคประชาชน เห็นว่าจะใช้การดองงูเห่า เพื่อไม่ให้ไปทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคที่ดูดไปได้อย่างสมใจ ที่สำคัญ ส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการดองไว้มีผลดีมากกว่าการขับออก เพราะหากขับออก จะทำให้พรรคประชาชนสูญเสีย สส.ไป 1 เก้าอี้ แล้วจะทำให้สูญเสียโควตาประธานกรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎรได้

พท.ส่งชื่อรมต.เช็คคุณสมบัติแล้ว

สำหรับความคืบหน้าในการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์การเข้าประชุมครั้งแรกถึงในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลกังวลว่าวิกฤติพลังงานจะทำให้สะเทือนกับรัฐบาลใหม่หรือไม่ว่า ถ้าเราอาสาเข้ามา ไม่ว่าเรื่องไหน ต้องจัดการให้ดีที่สุด เมื่อถามถึงรายชื่อสัดส่วนคณะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยส่งตรวจสอบคุณสมบัติครบทั้งหมดแล้วหรือไม่นายยศชนัน ยอมรับว่าขณะนี้ได้ส่งตรวจคุณสมบัติทั้งหมดแล้ว

‘ปกรณ์’ไขก๊อกปธ.บอร์ดPTTGCแล้ว

มีรายงานข่าวว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGCแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ และประธานกรรมการอิสระ โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่แจ้งเป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายปกรณ์ ปัจจุบันอายุ 57 ปี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และมีชื่อคดว่าจะดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาล “อนุทิน 2”

เปิด 5 จุดสงสัย? พรรคส้มชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

เปิด 5 จุดสงสัย? พรรคส้มชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

เปิด 5 จุดสงสัย? พรรคส้มชี้เป้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.08 น.

25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาที่ 6 พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาของวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน

โดย นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า โจทย์ที่พี่น้องประชาชนฝากตนมาวันนี้มีเพียงคำถามเดียว คือ น้ำมันของพวกเขาหายไปไหน ในขณะที่รัฐบาลที่ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “น้ำมันมีเพียงพอ” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ความเพียงพอนี้มันไปไม่ถึงประชาชน แน่นอนว่ามี “จุดรั่วไหล” บางอย่างในระบบการซื้อขายน้ำมันของประเทศเราแน่นอน และทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่ยอมออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าปัญหาเกิดที่จุดไหน

นายศุภโชติ ได้สะท้อนให้เห็นว่า จุดที่น้ำมันรั่วไหลออกจากระบบนั้นมี 5 จุดด้วยกัน ดังนี้

จุดที่หนึ่ง ไอ้โม่งคือโรงกลั่นน้ำมันหรือไม่ รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าโรงกลั่นน้ำมีการชะลอการปล่อยน้ำมันหรือไม่ เพราะโรงกลั่น แค่ปล่อยน้ำมันช้าหนึ่งวันหรือลดปริมาณการปล่อยน้ำมันลงก็สามารถทำกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ การที่รัฐบาลบอกว่าตรวจแล้ว ไม่พบการกักตุน แต่ไม่ได้มีข้อมูลมายืนยันกับพี่น้องประชาชนเลยว่าโรงกลั่นแต่ละแห่งผลิตเท่าไร ปล่อยออกเท่าไร ลดลงจากภาวะปกติหรือไม่ ตัวเลขเหล่านี้ไม่เคยเปิดเผยกับประชาชน ถ้ารัฐบาลยืนยันที่จะบอกว่า โรงกลั่นไม่ใช่ไอ้โม่ง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะปิดบังตัวเลขเหล่านี้

จุดที่สอง ไอ้โม่งคือคลังน้ำมันและพ่อค้าคนกลางเป็นคนกักตุนน้ำมันหรือไม่ เหตุผลเดียวกับโรงกลั่น กล่าวคือ ถ้าพวกเขากักตุนน้ำมันไว้แล้วค่อยขายน้ำมันออกไปในช่วงที่ราคาน้ำมันขึ้น พวกเขาก็จะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล ซึ่งข่าวล่าสุดที่ จ.อ่างทอง ที่มีผู้กักตุนน้ำมันกว่า 300,000 ลิตร ก็พอจะยืนยันเรื่องนี้ได้ แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว รัฐบาลยังไม่สามารถหาคนผิดที่กักตุนน้ำมันนี้ได้

จุดที่สาม ไอ้โม่งคือรถขนส่งน้ำมันหรือไม่ มาตรการที่รัฐบาลสั่งเพิ่มรอบขนส่ง แต่จากที่ตนได้ลงพื้นที่หลายพื้นที่ก็ยังเห็นรถน้ำมันจำนวนไม่น้อยนับร้อยคันจอดนิ่งเฉยๆ สิ่งที่รัฐบาลต้องหาคำตอบคือรถที่จอดนิ่งเหล่านี้เป็นรถเปล่าที่รอการเติมน้ำมันจากคลัง หรือเป็นรถที่มีน้ำมันที่ไอ้โม่งใช้เป็นเครื่องมือกักตุนน้ำมันไว้

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ตนยังไม่เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะเรียกข้อมูลจากรถน้ำมันด้วยซ้ำ ว่ารถออกจากคลังวันละกี่เที่ยว ไปที่ไหนบ้าง ทั้งๆ ที่มีกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลในการข้อมูลเหล่านี้ได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลบ่ายเบี่ยงที่จะใช้อำนาจที่ตัวเองมีเพื่อหาคำตอบให้กับสังคม

จุดที่สี่ รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่ามีไอ้โม่งคนไหนลักลอบเอาน้ำมันของคนไทยไปขายนอกประเทศหรือไม่ ประเทศไทยเราขึ้นชื่อในการค้าน้ำมันเถื่อนอยู่แล้ว จากอดีตที่เคยลักลอบน้ำมันเถื่อนที่มีราคาถูกมาขายในประเทศไทย แต่วันนี้พอรัฐบาลไทยตรึงราคาน้ำมันต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนพวกนี้ก็อาจจะแค่ทำกลับด้าน คือการเอาน้ำมันไทยออกไปขายต่างประเทศแทน ทำกำไรได้เกือบเท่าตัว

เราเห็นข่าวการตรวจยึดรถน้ำมันจำนวนมากที่กำลังจะขนข้ามชายแดน วันก่อน 20,000 ลิตร เมื่อวานจับเพิ่มอีก 200,000 ลิตร และที่เรายังจับไม่ได้อีกเท่าไหร่

นายศุภโชติ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดที่มีรัฐมนตรียุติธรรมออกมายืนยันว่าทุกอย่างยังปกติ ถ้ารัฐบาลตีรวนไม่ยอมตรวจสอบเรื่องการลักลอบน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศแบบจริงจัง ภาพสุดท้ายที่เราได้เห็นคงเป็นไอ้โม่งรวย ต่างประเทศมีน้ำมัน แต่คนไทยหาเติมไม่ได้

จุดสุดท้าย รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า มีไอ้โม่งกักตุนไบโอดีเซลที่ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อผลิตน้ำมันดีเซลที่เราใช้กัน แล้วทำให้น้ำมันดีเซลขาดแคลนหรือไม่ การที่รัฐบาลปรับจากสูตรน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 และจะไป B10 หรือ B20 ทำให้ความต้องการน้ำมันไบโอดีเซล (B100) ที่จะนำไปผสมเพิ่มมากขึ้น

นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ อาจเป็นไปได้ว่า เราไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบ แต่มีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันไบโอดีเซลไว้เพื่อเก็งกำไร ทำให้ไม่สามารถผลิตดีเซลที่เราใช้ออกมาสู่ตลาดได้เพียงพอ รัฐบาลต้องเปิดข้อมูลให้ชัดว่าช่วงที่ผ่านมามีสต็อกน้ำมันไบโอดีเซล B100 เท่าไรบ้าง ที่ไหนบ้าง มีการกักตุนที่ไหนหรือไม่และมีใครได้ประโยชน์จากนโยบายนี้กันแน่

นายศุภโชติ ย้ำว่า ถ้าถามตนว่าใครคือไอ้โม่งที่มีส่วนรู้เห็นในการกักตุนน้ำมันของประชาชนไว้ ตนก็ต้องตอบตรงนี้เลยว่า ท่านพิพัฒน์ ท่านเป็นผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้ดี อาจจะตอบได้ดีกว่าตน

ปัจจุบัน วิกฤตพลังงานของประเทศเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว แต่ตนยังไม่เห็นความพยายามของรัฐบาลในการอุด “รูรั่ว” ในระบบน้ำมันอย่างจริงจัง และยังไม่เห็นคำตอบที่ชัดเจนต่อคำถามของประชาชน หากรัฐบาลยังไม่ปิดรูรั่วนี้ ตนไม่เชื่อว่าคำประกาศที่ว่า ภายในไม่กี่วันจะไม่มีปั๊มใดขาดแคลนน้ำมัน จะเกิดขึ้นได้จริง ปัญหาวันนี้ไม่ใช่แค่น้ำมันขาด แต่คือการที่ประชาชนไม่ได้รับคำอธิบายที่ตรงไปตรงมารวมถึงข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากรัฐบาล

นายศุภโชติ ทิ้งท้ายว่า ยิ่งรัฐบาลนิ่งเฉย ไม่ตอบคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน สังคมก็ยิ่งตั้งคำถามต่อความคลุมเครือนี้ว่าเป็นเพราะความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ หรือมีท่านมีส่วนร่วมในการหากินกับประชาชนจากวิกฤตน้ำมันครั้งนี้กันแน่ นี่น้ำมันเป็นแค่คลื่นลูกแรกที่มากระทบประเทศไทย คลื่นลูกถัดไปที่จะมาซัดประเทศไทยซ้ำ คือ ค่าไฟแพงในปีนี้จะหนักแน่ยาวนานไม่แพ้กัน แต่ตนยังไม่เห็นรัฐบาลเตรียมมาตรการรับมืออะไรเลย

คริส ไล่บี้หาตัวไอ้โม่ง 6 โรงกลั่น ชงเปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมัน เชื่อกดราคาลงได้ทันที 7 บาท

คริส ไล่บี้หาตัวไอ้โม่ง 6 โรงกลั่น ชงเปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมัน เชื่อกดราคาลงได้ทันที 7 บาท

คริส ไล่บี้หาตัวไอ้โม่ง 6 โรงกลั่น ชงเปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมัน เชื่อกดราคาลงได้ทันที 7 บาท

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.19 น.

คริส ไล่บี้หาตัวไอ้โม่ง 6 โรงกลั่นกักตุนน้ำมัน ชี้เป้าเปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ทำให้ 6 โรงกลั่นปล่อยน้ำมันออกมา น้ำมันลดทันที 7 บาท

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า กำลังตามหาไอ้โม่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงในประเทศไทย หากวันนี้เปิดให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยได้ ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอยู่ต้องปล่อยน้ำมันออกมา วันนี้จะมาเฉลยไอ้โม่งตัวนั้นเป็นใคร คนที่กักตุนตามหาง่ายที่สุดจากผู้กลั่นน้ำมันในไทยที่มีอยู่ 6 โรง 3 โรง ถือหุ้นโดยปตท. 45%  อีก 2 โรงถือหุ้นโดยบางจาก ประกอบด้วยกองทุนวายุภักษ์ สำนักงานประกันสังคม และกระทรวงการคลัง ถือหุ้นรวม 34%

ส่วนอีก 1 โรงถือหุ้นโดยเอกชน คือ เชฟรอน หากจะตามหาน้ำมันให้ตามจาก 6 โรงนี้ หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกโรงกลั่น 6 แห่ง มาคุยแล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง ให้เปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เพื่อให้โรงกลั่น 6 แห่งนี้ ต้องขายแข่งกับตลาดโลก ทำให้น้ำมันลดลงทันที 7 บาท และยังสามารถยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แม้จะทำให้รัฐเสียรายได้ 2.4 แสนล้านบาท แต่เคยทำมาแล้วปี 2565 สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร ขณะนั้นน้ำมันบาร์เรลละ 100 เหรียญสหรัฐ แพงกว่าตอนนี้ก็ยังทำได้

ดังนั้นหากวันนี้สามารถเปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงยกเลิกแวตน้ำมันทุกประเภท รวมทั้งหมดเสียรายได้ 3 แสนล้านบาท แต่ประชาชนจะกลับมามีน้ำมันอีกครั้ง รัฐต้องเสียสละ ถ้าทำ 3 เรื่องนี้สำเร็จ จะกลับไปใช้น้ำมันได้เพียงพอ

พิพัฒน์ สั่งมอนิเตอร์ GPS รถน้ำมัน จับผิดคนกักตุน-ลักลอบ-นอกเส้นทาง

พิพัฒน์ สั่งมอนิเตอร์ GPS รถน้ำมัน จับผิดคนกักตุน-ลักลอบ-นอกเส้นทาง

พิพัฒน์ สั่งมอนิเตอร์ GPS รถน้ำมัน จับผิดคนกักตุน-ลักลอบ-นอกเส้นทาง

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.02 น.

“พิพัฒน์”สั่งมอนิเตอร์ GPS รถน้ำมัน จับผิดคนกักตุน-ลักลอบ-นอกเส้นทาง นายกฯ สั่ง ก.คลัง ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เผยเตรียมแผนรับคนเดินทางสงกรานต์ ซัดที่สภาฯ อย่าสักแต่วิจารณ์ ให้ชี้ช่องแก้ปัญหาด้วย

25 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก.แถลงภายหลังการประชุมหารือสถานการณ์ด้านพลังงาน ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องหารือถึงวิธีที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ตะวันออกกลางในขณะนี้ ยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้นั่งนิ่งดูดาย จึงฝากสื่อไปถึงประชาชนว่าพวกเราไม่ได้นั่งเฉย ไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลและนายกฯ กำลังหาทางออกทุกวิถีทาง โดยจะลงรายละเอียดทุกทางที่มีการนำน้ำมันออกมา ตั้งแต่ออกจากโรงกลั่นทั้ง 6 โรง เมื่อเข้าสู่ผู้ค้ารายใหญ่และจ๊อบเบอร์ จะมีรายการและข้อมูลในมือทั้งหมดว่าน้ำมันแต่ละลิตรที่โหลดจากโรงกลั่นใส่รถขนส่งแล้ว เดินทางไปตรงไหนบ้าง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราได้หารือกับผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่ทุกราย เพื่อจะขอติดตาม GPS ซึ่งกรมการขนส่งบังคับให้รถขนส่งต้องติดและมีวอร์รูมติดตาม เพื่อจะได้ดูว่ารถแต่ละคันที่กำลังเดินทาง ตั้งแต่การออกจากโรงกลั่น ที่จะเดินทางไปเหนือ อีสาน หรือภาคกลาง วิ่งออกนอกเส้นทางหรือไม่และใช้ความเร็วเท่าไหร่ เราจะมอนิเตอร์ทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ว่ามีการลักลอบหรือและกักตุนจริงหรือไม่และใครกักตุน และเชื่อว่าผู้ค้ารายใหญ่ที่มีชื่อเสี่ยง คงไม่เสี่ยงกับเรื่องนี้ ขณะเดียวกันประชาชนที่หิ้วแกลลอนและถังมาเติมเพื่อไปใช้ในการเกษตร จะต้องขายให้

“คิดว่าไม่เกินหนึ่งสัปดาห์นับจากนี้จะหาข้อพิสูจน์ได้ว่าอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง หากผมพูดคนเดียวอาจจะบอกว่าไม่น่าเป็นไปได้ จึงต้องขอความร่วมมือ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กระทรวงพลังงานโดยกรมธุรกิจพลังงาน ที่ส่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทาง GPS เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเช็ค หากพบผิดปกติซื้อมาเก็บให้ขอข้อมูลว่าซื้อมาจากไหน เอามาเก็บทำไม โดยไม่นำไปขาย และไม่ว่าผู้ค้าคนนั้นจะเป็นผู้ค้ารายใหญ่ หรือจ๊อบเบอร์ หรือจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมัน สามารถแสดงหลักฐานได้อย่างมีเหตุผล จะไม่ว่าอะไรแต่ถ้าไม่มีหลักฐานที่มาที่ไป ก็จะเข้มงวดไปเรื่อยๆ”

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายกฯ มีข้อสั่งการเพิ่มเติมว่า หากสงครามยืดเยื้อต่อไป ขอให้แต่ละหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงประชาชนคนไทย ร่วมมือกันหากเข้าสู่ภาวะวิกฤต จะช่วยกันประหยัดพลังงานได้หรือไม่ ในส่วนของกระทรวงการคลัง จะนำภาษีลอยมาใช้ได้หรือไม่ รวมถึงดูโครงสร้างภาษีสรรพสามิต แต่ยังไม่ใช่เวลานี้เพราะยังไม่มีรัฐบาลที่สมบูรณ์ โดยมอบให้ตน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เลขาฯสภาพัฒน์ฯ และปลัดกระทรวงพลังงาน หารือโรงกลั่น และสุดท้ายผู้ใช้น้ำมันอาจต้องแบ่งเบาภาระบ้าง

“เวลานี้มีการอภิปรายในสภาฯ ว่าไม่เห็นรัฐบาลทำอะไร ไม่เห็นรัฐบาลแก้ปัญหาอะไร ต้องบอกว่าพวกเราพยายามแก้ทุกวิถีทางตามที่มีอำนาจเพียงจำกัดเพราะยังเป็นรักษาการรัฐมนตรี ทุกท่านที่วิจารณ์พวกเรา ถามว่าทำอะไรบ้างและสามารถเสนอแนะอะไรเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์อย่างเดียว หากมีความรู้และความเข้าใจ ขอฝากให้เสนอแนะมาถึงผม ผมพร้อมที่จะรับทุกสิ่งและทุกความคิด และเชื่อว่านายกฯ ก็พร้อมน้อมรับคำแนะนำที่ดีมาแก้ปัญหา แต่ไม่ใช่วิจารณ์เพียงอย่างเดียว และขอร้องว่าการใส่ร้ายป้ายสีไม่ได้ทำให้ประเทศของเราเดินหน้าไปได้ แต่ถ้านำเสนอทุกวิถีทางเชื่อว่าประเทศจะเดินได้ ประเทศเรายังไม่ถึงวิกฤตอย่างที่ทุกคนกังวล เพราะน้ำมันดิบที่กำลังสั่งซื้อและมีสำรองอยู่ในคลังสำรองของแต่ละคลัง ยังมีมากกว่า 100 วัน และยังมีข่าวดี ที่ร้านให้เรือน้ำมันของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้แล้ว เพราะเราไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับเขา แต่เป็นคู่ค้าที่ดี ขอให้เขาส่งมาแล้วเราจะส่งอาหารกลับไปในอนาคตได้ ตรงนี้มองวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ตลอดเวลา ดังนั้นอย่าเพิ่งโจมตี โดยไม่ให้เราโผล่หน้าขึ้นมา เพราะรัฐบาลเวลานี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ จึงฝากถึงคนวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะหวังดีหรือเจตนาไม่ดี ผมพร้อมรับเสมอเพราะช่วงเวลา 10 – 20 วัน ก็ต้องรับไปหลายขนานแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ระบุว่าให้ประชาชนต้องช่วยกันประหยัด หมายความว่าในอนาคตอาจจะปล่อยลอยตัวน้ำมัน หรือซัพพอร์ตได้ไม่เต็มที่ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ถ้าราคาในตลาดโลกลอยตัวไปเรื่อยๆ หรือหากสถานการณ์ยาวไป 1 – 5 เดือน หรือจะกี่เดือนก็ยังไม่มีใครทราบ รัฐบาลคงอุ้มลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ไหว เพราะกองทุนที่นำมาชดเชยกว่า 30,000 ล้านบาท ภายในเวลาไม่กี่วัน จากเดิมที่มี 2,500 ล้านบาท แต่ถึงอย่างไรรัฐบาลก็ต้องแบกโดยไม่ทอดทิ้ง แต่พี่น้องคนไทยต้องช่วยกันด้วย อะไรที่ช่วยประหยัดได้ก็ต้องช่วยกัน เพราะเมื่อถึงภาวะวิกฤต ไม่สามารถหาน้ำมันดิบได้เพียงพอ จากที่ภาวะปกติใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 67 ล้านลิตรในทุกอุตสาหกรรม แต่เมื่อเข้าสู่บางวันไปถึง 100 ล้านลิตร และดึงลงมาถึง 84 – 87 ล้านลิตร หากในอนาคตผลิตได้น้อยลง แล้วสมมุติว่ารัฐบาลว่าขอจำกัดและใช้ได้ครึ่งเดียว แล้วเรายังไม่เตรียมตัวก่อน ถามว่าจะทำอย่างไร ยืนยันว่าการจะลอยตัวหรือไม่รัฐบาลจะต่อสู้จนถึงที่สุดและหาวิธีช่วยแน่นอน

เมื่อถามว่า ประชาชนกังวลว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รถขนส่ง บขส.อาจไม่รับจองตั๋วเดินทาง เพราะไม่มั่นใจเรื่องของน้ำมันจะมีพอหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนได้ประชุมร่วมกับ บขส.ระบุว่าขณะนี้ยังมีรถร่วม รถเสริม จัดหาได้ตามปกติ โดย บขส.จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องน้ำมัน โดยขอความอนุเคราะห์จาก ปตท.เติมน้ำมันที่หมอชิต บรมราชชนนี ที่จะออกสายใต้ และสายตะวันออกในทุกเส้นทาง เราจะเตรียมน้ำมันสำรองสำหรับรถที่ออกจากกรุงเทพฯ ให้เต็มทุกคัน เมื่อถึงปลายทางจัดได้เตรียมน้ำมันสำรองสำหรับรถเพื่อเดินทางกลับ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานกับผู้ให้บริการรถสาธารณะ เพื่อเข้าไปเติมน้ำมันได้ ย้ำว่าเตรียมการไว้เรียบร้อย ส่วนประชาชนที่จะเดินทางเอง ยืนยันว่าภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าสิ้นเดือน มี.ค.นี้ สถานีบริการจะต้องกลับเข้าสู่สภาพเท่าเดิม โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำมันเติม

ไม่ใช่ไอ้โม่งที่ไหน! อนุทิน ขู่เชือดขบวนการกักตุนน้ำมัน มั่นใจผ่านงานหินได้

ไม่ใช่ไอ้โม่งที่ไหน! อนุทิน ขู่เชือดขบวนการกักตุนน้ำมัน มั่นใจผ่านงานหินได้

ไม่ใช่ไอ้โม่งที่ไหน! อนุทิน ขู่เชือดขบวนการกักตุนน้ำมัน มั่นใจผ่านงานหินได้

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.37 น.

“อนุทิน”โชว์ขับรถไฟฟ้า ประหยัดน้ำมันหนุนพลังงานสะอาด ยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน เผยเกาะติดพิกัดเรือไทยผ่านฮอร์มุซด้วยตัวเอง หลังอิหร่านไฟเขียว พร้อมสั่งคุมเข้มพวกกักตุน-ลักลอบเก็งกำไร ลั่นความผิดสำเร็จ ต้องดำเนินการ สั่งบังคับใช้มาตรา 8 คุมราคาหน้าคลังห้ามสูงกว่าโรงกลั่น ยันสงกรานต์นี้น้ำมันไม่ขาดแคลน ขู่เชือดพวกกักตุนน้ำมัน ลั่น”ไม่ใช่ไอ้โม่งที่ไหน” จ่อคลอดมาตรการช่วยภาษี ชี้ ปชช.ต้องช่วยประหยัดพลังงาน รับมือสงครามยืดเยื้อ มั่นใจผ่านงานหินได้

25 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ว่า วันนี้จะขับกลับเอง แต่ยังอยู่ในช่วงหัดขับ เพราะยังใช้ไม่ค่อยเป็น ซึ่งรถคันนี้จองมาเป็นเดือนแล้วตั้งแต่ออกมาตรการประหยัดพลังงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า จะรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอีกทางหนึ่งหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าทำได้ก็ดี เพื่อเป็นการประหยัด และไม่พ่นควันพิษ เพราะตอนนี้มีเรื่องของน้ำมันด้วยก็ค่อยๆ ปรับไป เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีมาตรการลดภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ จะมีการทบทวนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาก็มีมาตรการอยู่

เมื่อถามว่า จากการหารือเรื่องพลังงานจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีหลายเรื่อง ซึ่งตนได้หารือกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ก่อนการประชุมการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีนายพิพัฒน์เป็นประธาน ซึ่งประชุมกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543

เมื่อถามว่า ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์พลังงานจะดีขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่เรากังวลมากที่สุด คือจะมีน้ำมันใช้หรือไม่ แต่วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่า เกือบเดือนแล้ว ก็มีความชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาดไปจากประเทศไทย กำลังการผลิตก็ยังผลิตอย่างเต็มที่ ส่วนที่มีการลักลอบเกร็งกำไร ตนก็ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจ ซึ่งเราก็นึกไม่ถึงว่า จะมีคนคิดทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ประเทศกำลังเกิดความเดือดร้อนมีปัญหา ซึ่งเราก็ต้องดูเรื่องของปริมาณน้ำมันให้ชัวร์ว่ายังมี และการหารือวันนี้ และตนได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบที่ลากไปถึงสิ้นเดือน พ.ค.และยังจะเข้ามาเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ก็มีข่าวเป็นบวกมา โดยเราไปเจรจาส่งรายชื่อเรือไทยที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้า ซึ่งทางการอิหร่านก็ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ และตนก็ได้ติดตามว่าได้ผ่านมาจริงหรือไม่ จนเขาผ่านเห็นพิกัดแล้วก็รายงานมา ซึ่งเป็นการดำเนินการไปทีละอย่าง และวันนี้ได้บอกให้ทางคลังและโรงกลั่น ต้องประกาศราคาหน้าคลังห้ามสูงกว่าโรงกลั่นตามมาตรา 8 ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตาม ขณะที่ราคาลอยตัวตามกลไกก็ทำแล้ว ฉะนั้นเรื่องการลักลอบก็จะลดลงโดยธรรมชาติ แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ความผิดสำเร็จแล้ว เราก็ต้องไปดำเนินการ เรามีรายชื่อ มีการตรวจ มีการสืบขยายผลเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า เทศกาลสงกรานต์นี้ ประชาชนจะมั่นใจได้หรือไม่ว่า การเดินทางกลับต่างจังหวัด น้ำมันจะไม่ขาดแคลน ว่า เป้าหมายคือประชาชน เดินทางไปกลับสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา ตนได้สั่งการไปแล้ว และเขาก็ดำเนินการตามนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้ขอความร่วมมือว่า เมื่อลดความตระหนกลง เราก็จะไปไล่จับพวกกักตุน ไม่ใช่ไอ้โม่งหรอก ที่เห็นๆ กันนี่แหละ เพราะการกักตุนไม่ทำแค่ 50 – 100 ลิตร ถ้ากักตุนก็ต้องใช้คลังเยอะ ถ้าเราตรวจเจอว่ามีมากกว่าการใช้ทั่วไปก็โดน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เขาดำเนินการอยู่แล้ว และเราขยับกลไก ทำราคาให้สมเหตุสมผล

นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรก ตนยอมรับว่าต้องดูแลประชาชนก่อน โดยให้มีการอุ้มหรือพยุงราคาก่อน และมีการใช้กองทุนน้ำมันเพื่อช่วยไม่ให้ประชาชน รู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากครบ 15 วัน เราก็มีมาตรการใหม่ ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ดูแลการควบคุมราคาสินค้า

นอกจากนี้ ตนได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาสั่งการให้หามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องภาษีต่างๆ ที่เราจะช่วยได้ เช่น ด้านการขนส่งนํ้ามันหรือสินค้า เราจะดูให้ครบมากที่สุด ซึ่งทางรัฐมนตรีได้รับแนวคิดของตนไปหมดแล้ว คงจะมีการแถลงรายละเอียด

เมื่อถามว่า จะต้องมีการกลับมาใช้มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมที่เคยสั่งการไปแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นมาตรการปกติ ถ้าทำได้ก็ดี เพราะเป็นการลดค่าใช้จ่ายสถานที่ทำงาน ตรงไหนทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็เข้าใจ ที่สำคัญคือ อยากให้ตระหนักว่า แม้เราไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบ หรือการเติมน้ำมันเข้าระบบทั่วประเทศ แต่ก็ควรตระหนักถึงสถานการณ์โลกที่มีสงครามอยู่ ดังนั้นเราต้องพึ่งพาตัวเอง ใช้พลังงานด้วยความประหยัด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ตนได้บอกทุกหน่วยงานให้ประหยัด เพราะปริมาณนํ้ามันที่ใช้แต่ละวันปกติคือ 67 ล้านลิตร แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 80 ล้านลิตร เรายังอยู่ในภาวะปกติกันอยู่เลย อาจมีคนที่กังวลและไปกักตุนบ้าง ซึ่งตนขอย้ำว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เรามีพอ หากปริมาณกลับมาที่ 67 ล้านลิตร เท่ากับเรายังไม่ทำอะไรเลย สถานการณ์เหมือนช่วงก่อนจะมีสงคราม

นายอนุทิน กล่าวว่า หากเราลดการใช้ให้น้อยกว่านี้ เหลือ 55 ล้านลิตร ตนคิดว่าทำได้ จะทำให้การสำรองสำรองนํ้ามันและการใช้พลังงาน ลดลงไปโดยไม่มีผลกระทบ ค่าครองชีพหรือราคาสินค้า ก็จะสามารถควบคุมได้หมด

เมื่อถามว่า ข้อมูลมีในมือทุกอย่างแต่การสื่อสารทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า บางทีตนก็พยายาม คนส่วนใหญ่เขาทำงานกันหมด รับรองทุกคนเขาทำงานกันหมด แต่บางทีเรื่องการพูด การออกไปตอบโต้ตรงนั้นตรงนี้ ถ้ามัวออกไปตอบโต้ก็ไม่ต้องทำงาน หรือถ้ามัวแต่ไปตอบโต้ แล้วหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ทุกเรื่อง สิ่งที่เขามั่นใจว่าเขาทำอย่างนี้ถูก เขาก็เกิดอาการไขว้เขว เขาก็จะไม่ทำ ถ้าไปพูดว่าทำไมไม่สื่อสารอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่ไปตอบโต้ อีกหน่อยเขาก็นั่งเงียบอย่างเดียว เราก็ต้องมานั่งคิดคนเดียว แทนที่เราจะระดมสมองกันได้ ทุกวันนี้เราทำงานแบบระดมสมองกัน มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ มีภายนอกด้วย มีภาคเอกชนด้วย เราก็รับฟังหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งในสภาเราก็รับฟัง ตรงไหนทำได้ตนทำหมด

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปมากกว่านี้จะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานหรือไม่ นายกฯ ส่ายหัวไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า เจอเรื่องหินแบบนี้ เครียดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็ธรรมดา เราก็ต้องรับผิดชอบ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ในการบริหารสถานการณ์วิกฤต เราต้องผ่านตนมั่นใจ มั่นใจครับ

จากนั้น นายอนุทิน ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าเดินทางออกจากทำเนียบฯ ด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า “เป็นรถที่สั่งไว้นานแล้ว ตนจะไปหาหมอเนื่องจากปวดกล้ามเนื้อ” พร้อมกับทำมือยกนิ้วโป้งแสดงความพร้อม พร้อมกล่าวว่า “ไปแล้ว ประกันซื้อแล้ว”

– 006

ณัฐชา แฉยับ! เจอเรือลอบขน น้ำมันเถื่อน ขึ้นฝั่งส่งโรงกลั่น ผ่าน 3 จังหวัด ขายฟันกำไรประชาชน

ณัฐชา แฉยับ! เจอเรือลอบขน น้ำมันเถื่อน ขึ้นฝั่งส่งโรงกลั่น ผ่าน 3 จังหวัด ขายฟันกำไรประชาชน

ณัฐชา แฉยับ! เจอเรือลอบขน น้ำมันเถื่อน ขึ้นฝั่งส่งโรงกลั่น ผ่าน 3 จังหวัด ขายฟันกำไรประชาชน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

ณัฐชา แฉยับ! เจอเรือลอบขน น้ำมันเถื่อน ขึ้นฝั่งส่ง โรงกลั่น ผ่าน 3 จังหวัด สุดท้ายเอาไปขายฟันกำไรประชาชนเหนาะๆ ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ซัด รัฐบาล เพิ่งตื่นออกมาตรการช่วยเหลือ ชีวิตชิบ…หาไม่เจอแล้ว ปูด ปั๊มแห่งหนึ่ง อยากเติมใส่แกลลอนต้องสมัครสมาชิก แซะดีนะถ้าให้สมัครสมาชิกพรรคจะยุ่ง

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาที่ 6 พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาของวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า วันนี้เราไม่พบเห็นเรือที่ออกไปหาปลา แต่เราพบเห็นเรือที่แอบน้ำมันเถื่อนลักลอบเข้ามาตามแนวชายฝั่งไปยังโรงกลั่นที่มีการขออนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาต รง.105 รง.106 ไปตรวจสอบได้เลยว่าที่ผ่านมามีการอนุญาตให้กับโรงกลั่นใดบ้าง มีการขนขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างดี สุดท้ายพอเอาไปกลั่นเสร็จ เอาไปขายฟันกำไรประชาชน ขณะที่เกษตรกรภาคประมง ภาคเกษตร นั่งมองตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้ 

”เรื่งราวเหล่านี้คนเป็นรัฐบาลมาแล้วต่อเนื่องมาเป็นรัฐบาลเดิมด้วยซ้ำ และหน่วยงานรัฐมองไม่เห็นเลยหรือ ไปนั่งทนดูได้อย่างไรให้ประชาชนนั่งเฝ้า นอนเฝ้า หนักเข้ากางมุ้งในปั๊มน้ำมันเกิดขึ้นในรัฐบาลท่าน ท่านไม่อายหรือ นี่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆในประเทศไทย ที่ท่านบอกว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่หนักหนาสาหัส แต่มันทำให้ประชาชนไปกางมุ้งนอนในปั๊มได้แล้ว ถามว่าประชาชนวันนี้ส่งเสียงสะท้อนในสภาฯแห่งนี้เหมือนกันหมด แต่สิ่งที่รัฐบาลเพิ่งทำคือออกมาตรการที่สภาฯกำลังเสนอ มันคือเรื่องที่เจ็บใจ ถ้า5วันที่แล้วพวกเราได้คุยเรื่องพวกนี้ พวกท่านอาจคิดเร็วทำเร็ว วันนี้สภาฯประชุมปุ๊ป ออกมาตรการปั๊บ เสียงสะท้อนประชาชนบอกว่า กว่าจะคิดได้ทุกวันนี้ชีวิตชิบ หาไม่เจอแล้ว“ นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า วิธีการแก้ปัญหา นายกฯโชคดีมากที่สุด เพราะมีคนใกล้ชิด คนใกล้ตัวที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ระดับผู้ชำนาญการ หรือเลยเข้าไปสู่ระดับผู้ช่ำชองที่จะสามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันได้ เพื่อนสมาชิกในพรรคตน ไปเติมน้ำมันในปั๊มแห่งหนึ่ง มีน้ำมันเพียงพอ แต่มี2ตัวเลือกให้เลือก 1.เติมเลย500บาท 2.ถ้าจะเติมในถังแกลลอนต้องสมัครสมาชิกปั๊มก่อน ดีนะแค่ให้สมัครสมาชิกปั๊ม ถ้าพ่วงให้สมัครสมาชิกพรรคด้วยจะยุ่ง ไปดูเลยว่าใครเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน วิธีการแก้ไขปัญหาเป็นแบบนี้หรือ นั่นแสดงว่าประเทศไทย ไม่ได้ขาดน้ำมัน แต่ขาดสมาชิก พวกเขาเร่งหาสมาชิกอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ขณะที่ปัญหาช่องแคบฮอร์มุช ปิดไปตั้งแต่สิ้นเดือนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้26วัน เพิ่งจะคิดมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้ นี่คือสิ่งที่เจ็บช้ำที่สุด 

รัดเกล้า เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ ปลดแอกพลังงานไทย สร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

รัดเกล้า เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ ปลดแอกพลังงานไทย สร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

รัดเกล้า เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ ปลดแอกพลังงานไทย สร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.28 น.

“รัดเกล้า”เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ ปลดแอกพลังงานไทย สร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

25 มีนาคม2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงสถานการณ์ “วิกฤตราคาพลังงาน” ที่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนไทย โดยชี้ให้เห็นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันของโลกถึง 20 – 30% ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทุกความเคลื่อนไหวใน “สมรภูมิโลก” ส่งแรงกระเพื่อมมาถึง “จานข้าวในบ้าน” ของคนไทยทันที เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพโดยรวม

นางรัดเกล้า กล่าวว่า 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้ประเทศไทยมีความเปราะบางต่อวิกฤตราคาน้ำมัน ได้แก่ การขาดกันชนหรือกลไกรองรับความผันผวนของราคา และการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้ทั้งหมด รวมถึงนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการส่งเสริมไบโอดีเซล (B7, B10, B20) ว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ยังไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาครั้งนี้ โดยมองว่า “ปาล์มน้ำมัน” ควรถูกใช้เป็น “กลไกรับแรงกระแทก (Strategic Buffer)” มากกว่าจะเป็นคำตอบระยะยาวของระบบพลังงาน

นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ประเทศไทยต้องหันมาสร้างภูมิคุ้มกันด้านพลังงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และได้เสนอ “4 ยุทธศาสตร์ปลดแอกพลังงานไทย” ได้แก่

1.ยกระดับสู่ HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) พัฒนาเทคโนโลยีไบโอดีเซลขั้นสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมัน และรองรับเครื่องยนต์สมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.สร้างตลาดรองรับไบโอดีเซล ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์และเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ให้สามารถใช้ไบโอดีเซลได้อย่างแพร่หลาย

3.กระจายงบสู่พลังงานหมุนเวียน (2W 2S) สนับสนุนพลังงานจากขยะ (Waste), ลม (Wind), แสงอาทิตย์ (Solar) และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

4.บูรณาการภาคเกษตรและพลังงาน วางแผนการผลิตพืชพลังงาน (Zoning) และโครงสร้างโรงงานให้สอดคล้องกัน ลดต้นทุนโลจิสติกส์ สร้างสมดุลระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค และมีการประกันราคาขั้นต่ำที่ยุติธรรมให้เกษตรกร

“การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงาน เปรียบเสมือน “กำแพงเมือง” ที่จะปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ไม่ให้ต้องผันผวนไปตามความขัดแย้งของโลก” นางรัดเกล้า กล่าว

คุมเข้มระบบขนส่ง สภาพัฒน์ฯขอข้อมูลรถน้ำมันทุกคัน จับตาเส้นทางคลังสู่ปั๊ม กันพวกฉวยโอกาส

คุมเข้มระบบขนส่ง สภาพัฒน์ฯขอข้อมูลรถน้ำมันทุกคัน จับตาเส้นทางคลังสู่ปั๊ม กันพวกฉวยโอกาส

คุมเข้มระบบขนส่ง สภาพัฒน์ฯขอข้อมูลรถน้ำมันทุกคัน จับตาเส้นทางคลังสู่ปั๊ม กันพวกฉวยโอกาส

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.10 น.

เลขาฯสภาพัฒน์ฯ เผย ขอข้อมูลรถขนน้ำมันผู้ค้า ม.7 ทุกราย ไว้ติดตามตรวจสอบ ระบุเตรียมสต็อกไว้สงกรานต์ให้ ปชช.เดินทางสะดวกทั้งไป-กลับ

25 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภายหลังประชุมหารือสถานการณ์ด้านพลังงาน ว่าได้มีการพูดคุยกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ทุกรายได้รายงานว่า ขณะนี้น้ำมันเชื้อเพลิงได้มีการปล่อยออกไปมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งจากผลการผ่อนคลายน้ำมันสำรองของผู้ค้าที่ลดลง 0.5% ซึ่งรัฐบาลได้ออกประกาศให้เลื่อนไปก่อน ส่วนการกระจายน้ำมันไปยังผู้ค้ารวมทั้งสถานีบริการไปให้กับผู้ค้ามาตรา 10  ซึ่งจากการที่เราผ่อนคลายระยะเวลารถขนส่งน้ำมัน ทำให้การวิ่งเข้าไปที่ตัวสถานีน้ำมันที่น้ำมันหมดถังสามารถทำได้เร็วขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีหลายสถานีที่ยังมีปัญหาเรื่องน้ำมันหมด ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามปรับตัวเรื่องการขนส่งกันอย่างเต็มที่ ยกตัวอย่าง กรณีบริษัทเชลล์ ที่มีระบบติดตามปริมาณน้ำมันที่สถานี ซึ่งในหลายสถานีหลังจากที่มีการเติมน้ำมันไปแล้ว ประมาณเที่ยงคืนปรากฏว่า ช่วงเช้ามีการส่งสัญญาณว่า ปริมาณน้ำมันจะหมดถังเมื่อไหร่ ซึ่งหลายสถานีของเขา น้ำมันจะหมดถังประมาณ 10.00 น.หลังจากที่มีการเติมไปตอนกลางคืน แสดงให้เห็นว่า ยังคงมีการเติมน้ำมันกันมากกว่าภาวะปกติ ขณะเดียวกัน น้ำมันที่เคยบอกว่า มีปัญหาในแง่ของการจัดสรรน้ำมันให้กับจ๊อบเบอร์ที่ช่วงก่อนหน้านี้ จะส่งน้ำมันที่สถานีมากกว่าที่จ๊อบเบอร์เลยทำให้ผู้ใช้น้ำมันในภาคอุตสาหกรรมมาแย่งน้ำมันกันที่สถานี ซึ่งขณะนี้ผู้ค้ามาตรา 7 ทุกราย รวมทั้งโรงกลั่นได้แจ้งตัวเลขมาแล้วว่า ตั้งแต่ 23 มี.ค.เป็นต้นมา ได้จัดน้ำมันให้กับจ๊อบเบอร์ไปแล้ว 7 ล้านลิตรต่อวัน เป็นปริมาณที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์น้ำมันขาดจากปั๊มในประเทศ ซึ่งปริมาณที่จัดไปให้กับจ๊อบเบอร์ก็มีปริมาณใกล้เคียงกัน คงจะจัดเพิ่มให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลังจากที่มีการผ่อนคลายและสำรองไปแล้ว 

นายดนุชา กล่าวว่า ที่ประชุมมีการขอข้อมูลจากทางผู้ค้ามาตรา 7 ทุกรายในเรื่องของรถขนส่งน้ำมัน ข้อมูลส่วนนี้จะเอาไปใช้ในการติดตามตรวจสอบเพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดในระบบ จึงต้องขอข้อมูลพวกนี้จากผู้ค้ามาตรา 7 ทุกราย ว่ารถน้ำมันที่ไปรับน้ำมันจากคลังเป็นรถทะเบียนอะไร คนขับเป็นใคร ต้นทางที่รับน้ำมันจากคลังรับที่ไหน และปลายทางไปที่ไหน ตรงนี้ ทาง รมว.กระทรวงยุติธรรม ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับทางกรมธุรกิจพลังงาน และกรมศุลกากร เพื่อที่จะดูการตรวจจับลักลอบส่งออกด้วย  โดยที่จะต้องเอาข้อมูลจากผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ในแง่ของรถบรรทุกขนส่งทั้งหมดที่มีการขนส่งกันทุกวัน เอามาดู และมีการติดตามตรวจสอบ

นายดนุชา กล่าวว่า ที่ประชุมมีการเตรียมมาตรการในช่วงสงกรานต์ ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ปริมาณการเดินทางมากขึ้น ขณะนี้ผู้ค้ามาตรา 7 ทุกราย ได้มีการจัดเตรียมการสั่งน้ำมันเพิ่มเพื่อที่จะไปเก็บไว้ในสต๊อกของคลังตัวเองในแต่ละจุด เพื่อที่จะสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดน รวมทั้งผู้ค้าบางรายได้มีการจัดเตรียมคลังแบบโมบายที่สามารถจะเคลื่อนย้ายไปเติมในสถานีบริการที่ขาดได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการที่เตรียมไว้ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งไปและกลับได้สะดวกมากขึ้น

กรมธุรกิจพลังงานกางแดชบอร์ด น้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น ก่อนกระจายทั่วไทย

กรมธุรกิจพลังงานกางแดชบอร์ด น้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น ก่อนกระจายทั่วไทย

กรมธุรกิจพลังงานกางแดชบอร์ด น้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น ก่อนกระจายทั่วไทย

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.05 น.

“กรมธุรกิจพลังงาน”แจงแดชบอร์ด ปริมาณน้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น ก่อนกระจายทั่วประเทศ เผยร่วมมือ”ดีเอสไอ”จับคอกน้ำมันสระบุรี 3 คอก กักตุนดีเซล-เบนซิน รวม 31,299 ลิตร ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด

25 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมหารือสถานการณ์ด้านพลังงาน ถึงการจัดทำแดชบอร์ดตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันตาม มาตรา 7 และโรงกลั่น ได้ส่งข้อมูลมายังกรมธุรกิจพลังงาน ว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. น้ำมันดิบที่เข้ามากลั่นในประเทศไทย จะมาจากตะวันออกกลาง 53% ตะวันออกไกล 11% ผลิตได้เองในประเทศ 9% และอื่นๆ ที่มาจากสหรัฐอเมริกา และอเมริกาตะวันออก รวม 27% โดยจะนำเข้าสู่โรงกลั่น 23 มี.ค. กลั่นดีเซลพื้นฐานหรือ B0 ได้อยู่ที่ 65.12 ล้านลิตร ซึ่งยังไม่ได้ผสมกับไบโอดีเซล จากสต๊อกถังเก็บน้ำมันพื้นฐานในโรงกลั่น ปัจจุบันในสต๊อก มีดีเซลพื้นฐานอยู่ทั้งประเทศรวมกันทั้งสิ้น 868 ล้านลิตร เบนซินพื้นฐาน 408 ล้านลิตร

นายสราวุธ กล่าวว่า จากถังที่เก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐาน จะมี 3 ส่วน คือส่วนที่ 1 จำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว อยู่ที่ประมาณ 3.024 ล้านลิตร ส่วนที่ 2 ขายไปให้กับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ไฟฟ้าก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นการจำหน่ายน้ำมันดีเซลพื้นฐาน 2.04 ล้านลิตร และส่วนที่ 3 น้ำมันดีเซลที่จะต้องไปเป็นน้ำมันไบโอดีเซล หรือ B100 ผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา หรือ B7 และจะเก็บในถังเก็บน้ำมันผสม ผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในประเทศรวมทั้งสิ้น อยู่ที่ 90.7 ล้านลิตร มีสต๊อกของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอยู่ในถังรวมทั้งสิ้น 43 ล้านลิตร

นายสราวุธ กล่าวว่า ซึ่งน้ำมันจากถังเก็บน้ำมันผสมที่พร้อมจำหน่ายให้กับประชาชนจะถูกส่งไปยัง 3 ส่วนหลัก คือ เป็นการขายตรงจากคลังของผู้ค้ามาตรา 7 รวมทั้งโรงกลั่น ไปยังสถานีบริการและภาคอุตสาหกรรม ภาคราชการรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ส่วนที่ 2 ถูกจัดส่งโดยรถไฟ เรือ และรถบรรทุก ไปยังคลังภูมิภาค จ๊อบเบอร์ 7.28 ล้านลิตร และผู้ค้ามาตรา 7 ส่งมาสถานีบริการและอุตสาหกรรม 78.964 ล้านลิตร ขณะเดียวกันกรมธุรกิจพลังงาน ได้ร่วมกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 ตรวจ ณ จุดพื้นที่ที่ได้รับเบาะแส ตำบลสวนดอกไม้ พบคอกน้ำมัน 3 คอก ซึ่งผิดกฎหมาย อยู่ที่หมู่ 7 หมู่ 10 และหมู่ 11 ในตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี โดยคอกที่ 1 พบน้ำมันดีเซลอยู่ในปริมาณ 7,840 ลิตร คอกที่ 2 ปริมาณน้ำมันดีเซลอยู่ที่ปริมาณ 3,859 ลิตร บวก 600 ลิตร และคอกที่ 3 พบน้ำมันดีเซล 8,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ปริมาณ 7,000 ลิตร น้ำมัน E20 ปริมาณ 2,000 ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91 ปริมาณ 2,000 ลิตร รวมทั้งสิ้นจาก 3 คอก ปริมาณน้ำมัน 31,299 ลิตร ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด กับผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ เพราะถือเป็นการกักตุนน้ำมัน และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ปกรณ์ ลาออกบอร์ด AOT-PTTGC แล้ว คาดเตรียมนั่งตำแหน่งรองนายกฯ

ปกรณ์ ลาออกบอร์ด AOT-PTTGC แล้ว คาดเตรียมนั่งตำแหน่งรองนายกฯ

ปกรณ์ ลาออกบอร์ด AOT-PTTGC แล้ว คาดเตรียมนั่งตำแหน่งรองนายกฯ

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.27 น.

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ข่าวแจ้งการลาออกของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ จากตำแหน่ง กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยให้เหตุผลว่า มีภารกิจอื่น

วันนี้เดียวกันก็ได้เผยแพร่ข่าวแจ้งการลาออกของนายปกรณ์ จากตำแหน่ง ประธานกรรมการบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC

โดยก่อนหน้านี้ มีข่าวว่านายปกรณ์ ได้รับการเสนอให้เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายในรัฐบาลชุดใหม่ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี