
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ ทรงเป็นประธาน ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569
วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.16 น.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 คณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ถวายรายงานผลการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า ปลูกคน” ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มุ่งพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนแก่ชุมชน โดยขับเคลื่อนโครงการต้นแบบและการขยายผลการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสะท้อนบทบาทของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในฐานะต้นแบบของประเทศในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ พระตำหนักดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อเร็วๆ นี้
ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ และกิจการเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม คือความก้าวหน้าของ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบของการพัฒนาทางเลือกอย่างยั่งยืน ที่ไม่เพียงเป็นต้นแบบของการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูง แต่ยังเป็นแบบอย่างของการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สามารถนำไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจุบันโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ยังเป็นกลไกในการสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้คนในชุมชนสามารถต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้เสริมให้กับตนเองได้อย่างยั่งยืน ตัวอย่างสำคัญคือการพัฒนา “หมูดำดอยตุง” ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์พื้นเมืองประจำถิ่นของประเทศไทย โดยกรมปศุสัตว์ และมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้า
ในด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังเดินหน้าฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ป่าดอยตุงจนฟื้นตัวกลับมาอย่างสมบูรณ์ เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ โดยจากการสำรวจตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน พบพืชชนิดใหม่ ๆ จำนวน 1,457 ชนิด และพบสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายชนิด รวมถึงสัตว์หายาก เช่น เลียงผา ลิ่น แมวดาว บินตุรง หรือหมีขอ และหมูหริ่ง
องค์ความรู้จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ยังถูกนำไปขยายผลในต่างประเทศ โครงการพัฒนาทางเลือกที่ยั่งยืน ไทย–เมียนมา ซึ่งดำเนินงานมาเป็นระยะเวลากว่า 8 ปี ตั้งแต่ปี 2561 โดยส่งเสริมการพัฒนาระบบน้ำอุปโภคบริโภค การขยายพื้นที่เพาะปลูก และการพัฒนาพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟ เพื่อสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนในพื้นที่
ในส่วนสายงานกิจการเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่า และพัฒนากระบวนการผลิตที่ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรเอกชนหลายแห่งที่ใช้กาแฟ Carbon Neutral ของดอยตุง ส่วนงานหัตถกรรม ได้มีการส่งเสริม และอบรมเพิ่มทักษะงานหัตถกรรมในชุมชนทั้งในพื้นที่ดอยตุง และโครงการขยายผลอื่นๆ เพื่อชาวบ้านจะได้รับองค์ความรู้ไปประกอบวิชาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

การขยายผลองค์ความรู้ด้านการแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน โดยความร่วมมือกับหน่วยงานระดับชาติและนานาชาติ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 นานาประเทศทั่วโลกได้ลงนามความร่วมมือในสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสภาพภูมิอากาศ Paris Agreement เพื่อให้โลกบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ต่อยอดประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จัดตั้ง โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายป่าชุมชน ปัจจุบันโครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ป่า 287,914 ไร่ ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 161,000 คน จาก 303 ชุมชน และสามารถรับรองคาร์บอนเครดิตได้แล้ว จาก 12 ป่าชุมชน พื้นที่รวม 12,840 ไร่ คิดเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิตรวม 58,824 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นอกจากนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังได้ร่วมมือกับองค์กรวิชาการ ภาครัฐ และเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น โครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ดอยตุง ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore : NUS) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อุทยานแห่งชาติขุนน้ำนางนอน และสำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย และโครงการสำรวจและประเมินความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชายเลน จังหวัดตรัง ซึ่งดำเนินงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และพัฒนากลไกทางการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพของชาติ

ในขณะเดียวกัน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังได้ขยายบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาเชิงปฏิบัติการด้านความยั่งยืน โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งด้านการจัดการน้ำ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการขยะ และการพัฒนาชุมชน รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่ภาคธุรกิจและเครือข่ายในระดับนานาชาติ
ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้สั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชาและ “ตำราแม่ฟ้าหลวง” เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สามารถใช้ในการแก้ปัญหาวิกฤตของโลกได้







กิจกรรมนี้เป็นเวทีสำคัญในการแสดงผลงานนวัตกรรมทางการพยาบาลของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งพัฒนาขึ้นจากการเรียนการสอนในรายวิชา วิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล 2 ปีการศึกษา 2568 โดยมุ่งส่งเสริมให้นักศึกษาได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติทางการพยาบาล มาประยุกต์ใช้ในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยและตอบสนองต่อความต้องการของระบบบริการสุขภาพในปัจจุบัน
โครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาคุณลักษณะของนักศึกษาด้าน Innovation หรือการต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรม พร้อมเสริมสร้างทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ Creativity and Innovation การคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม Communication, Information and Media Literacy ทักษะการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ รวมถึง Collaboration, Teamwork and Leadership การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ
ทั้งนี้ คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารีได้จัดเวทีนำเสนอและประกวดผลงานนวัตกรรมทางการพยาบาลอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษานำผลงานเข้าร่วมการประชุมวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งได้รับการยอมรับและได้รับรางวัลในหลายเวที โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพยาบาล และผู้บริหารฝ่ายการพยาบาลจากโรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงาน
คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งผลิตบัณฑิตพยาบาลที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม พร้อมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล เพื่อร่วมลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน สืบสานพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ภายใต้ปรัชญา “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต”





















.jpg)
.jpg)






.jpg)









