ส.ป.ก.ไฟเขียวแผน ใช้จ่ายเงินกองทุนฯ พัฒนาอาชีพเกษตร จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690918

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.) ครั้งที่ 8/2565 โดยที่ประชุมอนุมัติโครงการและให้ใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการก่อสร้างถนนสายซอยผิวจราจรหินคลุกในแปลงเกษตรกรรม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร 9 สาย เป็นงบลงทุน 2,518,000 บาท

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ส่งผลดีต่อเกษตรกรดังนี้ 1.เพื่อพัฒนาระบบโครงข่ายถนนในแปลงเกษตรกรรม ให้มีความพร้อมก่อนการจัดสรรให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ 2.เพื่อให้เกษตรกรมีเส้นทางในการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น และ 3.เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการเข้าถึงแปลงเกษตรกรรมและขนส่งผลผลิต นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าผลการอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามโครงการพัฒนาแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตาม
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 36/2565 (วันที่ 30 กันยายน 2565) โดยมีการอนุมัติโครงการที่ขอใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินฯ ตั้งแต่ปี 2560-2565 ไปแล้ว 82 โครงการ 6 กิจกรรม

นอกจากนั้นยังมีการอนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดซื้อและอนุมัติราคาที่ดิน ต.หนองราชวัตร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 29-2-24 ไร่ วงเงินจัดซื้อทั้งสิ้น 3,695,000 บาท

กรมวิชาการฯพัฒนาพื้นที่‘น้ำหนาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690919

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ดำเนินงานโครงการสนองแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โครงการ “พัฒนาลุ่มน้ำพื้นที่ต้นน้ำ น้ำหนาว พัฒนา
คุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งปัญหาสำคัญคือเกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวได้ปีละครั้ง มีความเสี่ยงในการผลิต เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ การระบาดของศัตรูพืช รวมถึงการบุกรุกทำลายป่า สภาพป่าไม่สามารถฟื้นตัวได้ทัน และเกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการปลูกพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่

ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ สถาบันวิจัยพืชสวน และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พิษณุโลก ได้เข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ อ.น้ำหนาว ผ่านกิจกรรมการจัดนิทรรศการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักวิชาการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านของกรมวิชาการเกษตร และการฝึกอบรม หลักสูตร การปลูกพืชแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนบนพื้นที่สูง เน้นการปลูกไม้ผลซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด มีมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านแปลงศูนย์การเรียนรู้การผลิตแมคาเดเมียอะโวคาโด และการผลิตกาแฟอะราบิกาแบบครบวงจร

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า ได้สรุปผลการดำเนินงานโครงการตั้งแต่ปี 2560-2564 มีเกษตรกรที่ได้เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรแล้วกว่า 361 ราย ได้แปลงขยายผลการปลูกแมคาเดเมีย เพิ่มขึ้น 89 แปลง รวมพื้นที่กว่า 167 ไร่ ส่วนผลการปลูกกาแฟอะราบิกา เพิ่มขึ้น 150 ครัวเรือน รวมเป็นพื้นที่ 1,200 ไร่ มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเข้าสู่มาตรฐาน GAP เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และเกษตรกรแปลงต้นแบบการปลูกพืชผสมผสานมีต้นทุนการผลิต 54,200 บาท มีรายได้รวม 1,094,650 บาทต่อปี โดยเกษตรกรมีความพึงพอใจที่ได้รับองค์ความรู้มาปรับใช้ในการพัฒนาอาชีพ

เกษตรฯผนึกอาเซียน ร่วมมือด้านอาหาร-เกษตร-ป่าไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690921

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยระดับรัฐมนตรี (AMAF Leader) เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ครั้งที่ 44 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM AMAF Leader) ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบาย 3S (Safety, Security และ Sustainability) ควบคู่กับ Bio-Circular-Green Economy Model หรือ BCG Model โดยมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมมือในภาคอาหาร เกษตร และป่าไม้ กับประเทศสมาชิกอาเซียน และภาคีต่างๆ

สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 44 รัฐมนตรีเกษตรอาเซียน 10 ประเทศ รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ของประเทศสมาชิก โดยในที่ประชุมเห็นชอบเอกสารทั้งหมด 21 ฉบับ และรับทราบเอกสาร 4 ฉบับ ในสาขาต่างๆ รวมถึงการจัดทำปฏิญญาผู้นำอาเซียน ว่าด้วยการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร (ASEAN Leaders Declaration on Strengthening Food Security) ในปี 2566 เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอาหารระดับภูมิภาค และรับทราบความก้าวหน้าความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา องค์การระหว่างประเทศ และคู่ภาคีอื่นๆ

นอกจากนี้ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีของจีน ญี่ปุ่นและเกาหลี ครั้งที่ 22 ประเทศสมาชิกอาเซียนได้แสดงความขอบคุณประเทศ +3 ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ยังคงสนับสนุนสำนักเลขาธิการองค์กรสำรองข่าวฉุกเฉินของอาเซียน+3 (APTERR) และระบบข้อมูลความมั่นคงด้านอาหาร (AFSIS) ที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร การบรรเทาความยากจน กำจัดภาวะทุพโภชนาการภายในภูมิภาค สนับสนุนระบบข้อมูลความมั่นคงด้านอาหาร (AFSIS) ในการเป็นองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-อินเดีย ด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 7 โดยในที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระยะกลาง สำหรับความร่วมมืออาเซียน-อินเดีย ด้านการเกษตรและป่าไม้ (2564-2568) และยินดีที่มีโครงการริเริ่ม Centralilty of Soil in Agriculture and Environment เพื่อลดการใช้ปุ๋ยและปรับปรุงสุขภาพดิน และนำไปสู่ smart farming ในอนาคต

กรมส่งเสริมฯช่วยเกษตรกร แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690635

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พบว่ามีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังได้รับความเสียหายประมาณ 1.23 ล้านไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศกว่า 9.32 ล้านไร่ จึงสั่งการให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จ.บุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จ.พิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จ.มหาสารคาม และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จ.อุดรธานี เร่งผลิตท่อนพันธุ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัย ประกอบกับที่ผู้แทนสมาคมมันสำปะหลัง 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เข้าพบเพื่อหารือถึงผลกระทบและเสนอความต้องการของพี่น้องเกษตรกรจากกรณีของโรคใบด่างมันสำปะหลังรวมถึงเสนอขอสนับสนุนการดำเนินการในเรื่อง 1.การสำรวจพื้นที่ระบาด 2.การสนับสนุนต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างจากพื้นที่สีเขียวแจกจ่ายพื้นที่สีแดง 3.การผลิตต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดต่อเนื่องในพื้นที่สีเขียว 4.การวิจัยทดสอบพันธุ์ทนทานและผลผลิตอย่างต่อเนื่อง และ 5. การวิจัยทดสอบการเขตกรรม เช่น การใช้สารเพิ่มความสมบูรณ์และการเจริญเติบโต

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า สำหรับการสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พบว่ามีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรวม 58 จังหวัด พื้นที่รวม 4,897,404.25 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 3,292,787.00 ไร่พืชไร่และพืชผัก 1,551,220.00 ไร่ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 53,397.25 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบรวม 580,787 ราย ทั้งนี้ มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้ว 52 จังหวัด

‘ประภัตร’เปิดศูนย์ฯ พัฒนาด้านนวัตกรรม เพิ่มความรู้เกษตรกร ปรับใช้เพื่อการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690636

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จ.สุพรรณบุรี ว่า ได้เปิดโอกาสในการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตรในประเทศไทย เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของเกษตรกรไทย เติมเต็มความรู้เกษตรกรให้ตามทันเทคโนโลยี และนำมาใช้ได้อย่างเข้าใจ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินงานโดยบริษัทไบเออร์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นแห่งที่ 2 ในภูมิภาคเอเชีย โดยช่วยสนับสนุนภาครัฐในการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โดรนสถานีอากาศอัจฉริยะ Digital applicationเพิ่มคุณภาพการทำการเกษตร สามารถเติมองค์ความรู้ให้เกษตรกรใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวและปลูกพืชอื่นๆ และศูนย์แห่งนี้ได้ขยายขอบข่ายการวิจัย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ข้าว ข้าวโพด รวมถึงพืชผักและไม้ผลต่างๆ ทั้งจะเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน

“ในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล ทำให้มีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในการทำเกษตรมากขึ้นและกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงของผลผลิต จึงมีนโยบายที่จะปรับปรุงการผลิตทางการเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด และสนับสนุนให้เกษตรกรยุคใหม่รู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม เอื้อต่อการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งเมล็ดพันธุ์ดิน น้ำ ปุ๋ย รวมถึงลดการใช้แรงงานคน นอกจากนี้ ยังมี 5 ยุทธศาสตร์ เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร”นายประภัตร กล่าว

‘มนัญญา’เร่งรัดให้ลดหนี้ แก้ปัญหาสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690637

‘มนัญญา’เร่งรัดให้ลดหนี้  แก้ปัญหาสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย

‘มนัญญา’เร่งรัดให้ลดหนี้ แก้ปัญหาสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ลดหนี้ : น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกระดับการทำงาน เร่งรัดหาแนวทางลดหนี้ให้สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยให้สำรวจปัญหาและแก้ไขให้ตรงจุด พร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพเสริมรายได้

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งตามแผนปฏิบัติราชการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566 -2570)” พร้อมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “นโยบายการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปี 2566” โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายวิศิษฐ์ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมสตาร์คอนเวนชั่น จ.ระยอง ว่าปีงบประมาณ 2566 ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ยกระดับการทำงานให้มีความเข้มข้น ทั้งการทำงานเชิงการพัฒนา การส่งเสริม และงานตรวจการณ์ เพื่อป้องกันการเกิดข้อบกพร่อง โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันการทุจริตภายในสหกรณ์ เพื่อยกระดับสหกรณ์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์กับมวลสมาชิกสหกรณ์ พร้อมกันนี้ต้องส่งเสริมให้สหกรณ์ดำเนินงานเพื่อที่จะให้ประโยชน์ย้อนกลับไปหาสมาชิกสหกรณ์ให้มากที่สุด รวมถึงการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น

น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง ทั้งด้านประมง ปศุสัตว์ และการตรวจบัญชีสหกรณ์ อย่างไรก็ดี ในปีนี้ ได้มุ่งเน้นให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดูว่าโครงการต่างๆ ที่ได้ส่งเสริมให้กับสหกรณ์ไปแล้วนั้น ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และได้เน้นย้ำให้เร่งรัดหาแนวทางลดหนี้สินให้กับสหกรณ์ โดยให้สหกรณ์แต่ละจังหวัดสำรวจจำนวนหนี้สินว่าเกิดจากสาเหตุใด ทำไมสมาชิกถึงยังเป็นหนี้ ต้องแก้ให้ตรงจุด จึงต้องบูรณาการความร่วมมือกันใหม่ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้ให้สมาชิก พร้อมทั้งหาแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้แก่สมาชิกที่ประสบอุทกภัย หรือเข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ซึ่งจะเพิ่มสภาพคล่องในครัวเรือนและลดภาระหนี้สินได้ ซึ่งก็ได้กำชับให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงไปกำกับดูแลในเรื่องนี้อย่างเคร่ง

สำหรับโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจแนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ตามแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566-2570) และรับทราบนโยบายการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร ในปีงบประมาณ 2566 รวมถึงให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้
รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาสหกรณ์ และการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ นำความรู้ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามภารกิจในการส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรได้อย่างถูกต้อง

กรมชลฯเร่งระบาย-ฟื้นฟูน้ำท่วมทุกจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690634

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มลดลงและเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติม จึงวางแผนบริหารจัดการน้ำและกักเก็บน้ำ รวมถึงการเร่งระบายน้ำในพื้นที่ซึ่งมีน้ำท่วมขัง และร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เข้าไปฟื้นฟูหลังน้ำลด อาทิ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ลงพื้นที่เร่งสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม ต.เกิ้ง และ ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม นอกจากนี้ ยังได้เร่งสูบน้ำที่หมู่บ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่าอ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำท่วมขัง ขณะที่โครงการชลประทานอุบลราชธานี เข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู ทำความสะอาด ล้างอาคาร ถนน เก็บขยะ บริเวณโดยรอบสำนักงานสหกรณ์ จ.อุบลราชธานี อ.วารินชำราบ ก่อนหน้านี้ด้วย

ด้านสำนักเครื่องจักรกล ได้สนับสนุนรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร 2 คัน เข้าไปฉีดน้ำ ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ รพ.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่บริเวณ ต.หนองสาหร่าย อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานชลประทานที่ 14 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหมู่บ้านลาวัลเล่ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน สูบน้ำจากหมู่บ้านลาวัลเล่ ลงสู่คลองสามพันนาม พร้อมนำรถแบ๊กโฮบูมยาว ขุดลอกเปิดช่องทางระบายน้ำ บริเวณคลองสามพันนามในเขตอบต.ทับใต้ และเดินเครื่องสูบน้ำบริเวณแพไม้ ต.หัวหิน อ.หัวหินเสริมศักยภาพการระบายน้ำ ให้กลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ชลประทานเดินหน้า ป้องกันเหตุน้ำท่วม ลอกคลองที่เพชรบุรี จัดการปัญหาใน2วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690459

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำเจ้าหน้าที่ชลประทานเพชรบุรี และคณะทำงานเพชรบุรีโมเดล ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดลอกผักตบชวา และวัชพืชในคลองบางจากโดยเรือขุดลอกของกรมชลประทาน โดยมีนายวิชา ทองยืน นายก อบต.บางจาก นางพรนภา คนคล่อง รองนายก อบต. ปลัด อบต.และสมาชิก อบต.ร่วมลงพื้นที่ โดยนายก อบต.บางจาก กล่าวขอบคุณ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ นายอลงกรณ์ พลบุตร และกรมชลประทาน ที่ส่งเรือขุดลอกมาดำเนินการภายใน 2 วัน หลังจากแจ้งปัญหาคลองบางจาก ให้ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ทราบ เนื่องจากเป็นคลองที่รับน้ำจาก อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม โดยก่อนหน้านี้มีผักตบชวาและวัชพืชจำนวนมากกีดขวางทางน้ำ ทำให้หวั่นเกรงว่าหากฝนตกหนักจะทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและชุมชนที่คลองบางจากไหลผ่าน โดยเฉพาะ ต.หัวสะพาน ต.วังตะโก ต.บางจาก และ ต.บางครก เพราะส่วนใหญ่จะเกิดน้ำท่วมช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานบนเรือโป๊ะบรรทุกรถแบ๊กโฮ พร้อมกับมอบหมายนายเจษฎา สาระ ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี ขยายผลน้ำผักตบชวาที่ขุดลองผลิตเป็นปุ๋ยหมักและให้ว่าที่ ร.ต.อาณัติ หุ่นหลา เกษตร จ.เพชรบุรี สร้างการรับรู้ในการใช้ปุ๋ยหมักที่ผลิตได้ไปใช้ประโยชน์ในไร่นาเป็นการลดต้นทุนการผลิตตามแนวทาง BCG Model ของรัฐบาล และนโยบายส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ของ รมว.เกษตรฯ

ส.ป.ก.จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว-ลดโลกร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690457

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า จากที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เชิญชวนให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2565 ในวันที่ 21 ตุลาคม 2565 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความรัก ความหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

ทั้งนี้ ส.ป.ก.ได้จัดกิจกรรมที่ศูนย์เครื่องจักรกล อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยการจัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2565 เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความรักความผูกพัน และเป็นการร่วมมือป้องกันและแก้ไขภาวะโลกร้อน โดยร่วมกันปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ตัดแต่งกิ่งไม้และรดน้ำต้นไม้ที่มีอยู่ ให้แข็งแรงเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สามารถช่วยให้ธรรมชาติมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น และกิจกรรมดังกล่าว ยังเป็นแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ให้มีเป้าประสงค์ เพื่อส่งเสริม พัฒนา และสร้างจิตสำนึกที่ดีในด้านคุณธรรม จริยธรรมองค์กรและความผูกพันของบุคลากรสู่การเป็นองค์กรคุณภาพสูง โดยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างฝ่ายบริหารและส่วนราชการกับข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และผู้ปฏิบัติงานด้วยกัน

‘เฉลิมชัย’เร่งสูบน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690458

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้กำชับโครงการชลประทานทุกแห่ง สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อีกทั้งได้มอบนโยบายในการเร่งสูบน้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขาทยอยลดต่ำลงแล้ว

ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ปริมาณฝนในหลายพื้นที่ทางตอนบนเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักทางตอนบน อาทิ แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันสถานวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,261 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที แนวโน้มลดลง จึงปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเหลือในอัตรา 2,143 ลบ.ม.ต่อวินาที ในขณะที่สถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,699 ลบ.ม.ต่อวินาที ภาพรวมแนวโน้มระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่สถานีวัดน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาC.35 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่ 5.03 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง 11 เซนติเมตร ที่สถานีวัดน้ำ C.37 คลองบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่ 5.32 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง10 เซนติเมตร และที่สถานีวัดน้ำ C.36คลองบางหลวง ต.บางหลวงโดด อ.บางบาลจ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่6.37 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง 16 เซนติเมตรส่วนสถานีวัดน้ำแม่น้ำน้อย C.67 สะพานหัวเวียง ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำอยู่ที่ 5.42 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง8 เซนติเมตร และที่สถานีวัดน้ำ C.68 ตลาดเสนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำ 4.59 เมตร (ร.ท.ก.) ลดลง8 เซนติเมตร ทำให้ปัจจุบันในหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว