ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด’อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695752

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด'อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน'

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด’อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน’

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.21 น.

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) ภายใต้แนวคิด “อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน (Soils, where food begins)” ผนึกร่วมภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สร้างตระหนักรู้ – ประกาศเจตนารมณ์สร้างความอุดมสมบูรณ์ ชูเป็นแหล่งก่อกำเนิดอาหารอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 ที่วัดป่าศรีแสงธรรม บ้านดงดิบ ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเดินรณรงค์และเป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) ภายใต้แนวคิด “อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน (Soils, where food begins)” โดยได้รับเมตตาจาก พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม พระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอ คณะทำงาน Change for Good กระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนจิตอาสา และภาคีเครือข่ายทั้ง 25 อำเภอรวมกว่า 500 คน ร่วมกิจกรรม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเราชาวไทยทั้งประเทศ นำโดยพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อันเป็นดินแดนที่เราจะเห็นอรุณรุ่งแห่งแสงตะวันที่สวยงามและอบอุ่นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้ช่วยกันในการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงประกาศเป็นปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ด้วยทรงมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อทรงช่วยทำให้แผ่นดินไทย เป็น “แผ่นดินทอง” อันเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่พี่น้องประชาชนอยู่ด้วยความสุข ความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำจิตน้ำใจซึ่งกันและกัน ให้สมกับเป็นดินแดนแห่งพุทธภูมิที่มีคณะสงฆ์ผู้เป็นพุทธทายาทแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักชัย

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสองค์ที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 อันเป็นการตอกย้ำพระราชปณิธานที่แน่วแน่ของพระองค์ท่านในการที่จะทรงทำนุบำรุงให้สังคมประเทศชาติของเรามีความผาสุก ความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นพระราชปณิธานที่สอดรับกับสิ่งที่พวกเราได้มาทำร่วมกันในวันนี้  อันเป็นเดือนแห่งวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม” พระบรมชนกนาถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทาน “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และโครงการพระราชดำริที่ฟื้นฟูดิน น้ำ ลมไฟ เพื่อยังประโยชน์ให้เกิดความสุขกับพวกเรา จำนวนมากกว่า 4,000 โครงการ จนกระทั่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ได้กำหนดให้วันพระบรมราชสมภพของพระองค์ท่าน คือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็น “วันดินโลก” อันเป็นวันสำคัญของโลก เพราะพระบาทสมเด็จพระบรมชนาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเผยแผ่องค์ความรู้ และแนวทางในการให้พวกเราทุกคนและคนทั่วทั้งโลกได้ให้ความสำคัญกับ “ดิน” ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เพราะดินคือแหล่งผลิตอาหาร เป็นที่มาของรากฐานระบบนิเวศที่เอื้อเฟื้อ ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำมีชีวิตเป็นปกติ และเป็นความโชคดีของคนไทยทุกคน ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพยายามเชิญชวนรณรงค์ให้พวกเราได้ใช้สีธรรมชาติแทนสีเคมีในการย้อมผ้า โดยทรงอรรถาธิบายไว้ว่า ถ้าใช้สีเคมีย้อมผ้า แล้วเทสีเคมีหรือน้ำย้อมผ้าสีเคมีลงไปในแม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลองก็จะเน่าเสีย สิ่งมีชีวิตในน้ำก็รอดยาก หรือถ้ารอดแล้วมาเป็นอาหารให้กับคนก็จะมีสารพิษตกค้างในร่างกายคน หรือถ้าพวกเราฉีดยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง แล้วนำถังที่ใส่ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงนั้นไปล้างในลำห้วย ลำหนอง คลอง บึง สารพิษสารเคมีเหล่านั้นก็จะทำลายระบบนิเวศในน้ำ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันที่พวกเราทุกคนต้องดีใจและภาคภูมิใจ ที่ “คนอุบลราชธานี” จะเป็นต้นแบบให้คนอีก 75 จังหวัดทั่วประเทศ ได้ช่วยกันศึกษา เรียนรู้ และดำเนินกิจกรรมตามคนอุบลราชธานี ด้วยจิตใจอันดีงามซึ่งแสดงออกด้วยความจงรักภักดี ความรักเทิดทูน ความกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มาแปลงเป็นการปฏิบัติบูชา โดยพี่น้องทุกคน ทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านอำเภอ และท่านนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูบาอาจารย์ คณะสงฆ์ทั้งของจังหวัดอุบลราชธานีและทั่วประเทศ ทั้งนี้ แม้ว่าผลลัพธ์ของการดำเนินการจะช่วยกันทำนุบำรุงให้แผ่นดินของพวกเรามีความอุดมสมบูรณ์ มีสภาพที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งจุลินทรีย์  ฮิวมัส ไส้เดือน กิ้งกือ แมลงต่าง ๆ และผลหมากรากไม้ ต้นพืช ต้นไม้ใหญ่โตจนถึงต้นหญ้าได้เจริญงอกงามและเราทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ในท้ายที่สุดจะส่งผลมาทำให้โลกของเราซึ่งกำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อน (Climate Change) ได้รับการเยียวยา ทำให้โลกใบนี้สวยงาม พืชผักธัญญาหารจะเพิ่มพูนเพิ่มมากขึ้น แต่เป้าหมายสูงสุด คือ “การพัฒนาคน” สมกับเจตนารมณ์ของ FAO ทั้งตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2565 จะเชิญชวนให้คนทั้งโลกช่วยกัน กลับมาดูแลปรนนิบัติแก้ไขในสิ่งผิดกับพื้นดิน เพื่อให้ผืนดินนั้นกลับกลายมาเป็นสิ่งที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติและสัตว์โลกทั้งหลาย ให้ผืนดินเป็นแหล่งกำเนิดเกิดอาหารที่ปลอดภัย ดังแนวคิดของวันดินโลกที่ว่า Soils, where food begins อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน

“นอกจากนี้ FAO ยังได้สรุปไว้ว่าความเจริญทางวิทยาศาสตร์  ความเจริญของมนุษยชาติ ตลอดระยะ 70 ปีที่ผ่านมาได้ทำลายความอุดมสมบูรณ์ ทำลายสิ่งที่เรียกว่า “ความสมดุลของธรรมชาติ” เช่น ไปใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ดินแข็งโป๊ก ปลูกมันทำสวนก็ใช้ยาฆ่าแมลง ใช้ยาฆ่าหญ้าฉีดลงไป จนสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์กับพื้นดินพลอยตายไปด้วยกลายเป็นผืนดินที่ผิวหน้าเป็นฝุ่น เมื่อแสงแดดส่องมาก็จะกลายเป็นฝุ่นซ้ำเติมให้เกิด PM 2.5 และยังมีการจุดไฟเผาป่าเกิดผลกระทบตามมาเป็นโทษมหาศาลคือความแห้งแล้ง มลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ ชีวิตก็ไม่มีความสุข แต่เพราะคนอุบลราชธานีเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นบัวพ้นน้ำ ได้ช่วยกันทำให้เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้คนในสังคม คนในประเทศ ได้รู้ว่า ใช้ชีวิตที่ผ่านมามันผิด ถึงเวลาที่ต้องมาช่วยกันแก้ไขในสิ่งผิด โดยเมื่อคนได้รับรู้รับทราบสิ่งที่ทุกคนได้ช่วยกันในวันดินโลก ด้วยการทำให้คนน้อมนำทฤษฎีใหม่มาประยุกต์สู่โคก หนอง นา ใช้การรู้จักปรนนิบัติดูแลแม่พระธรณี หรือ “เลี้ยงดิน” เพื่อให้ดินเลี้ยงพืช และพืชมาเลี้ยงเรา วันนี้สำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง เมื่อพี่น้องคนไทยทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอรู้แล้ว ก็จะต้องช่วยกัน ไม่ใช่รู้ยากมากนาน แต่ต้อง “รู้แล้วลงมือทำทันที” ก็จะสำเร็จ 100% ส่งผลให้เกิดผลผลิตที่ดี (Better Production) ทำให้มีโภชนาการที่ดีขึ้น (Better Nutrition) และพื้นดินจะมีความร่มเย็นชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น (Better Environment) และทั้ง 3 ดี ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเราดี (Better Life) เพื่อให้พวกเราทุกคนและพี่น้องประชาชนมีความสุข เมื่อพี่น้องประชาชนมีความสุข ประเทศชาติก็จะมั่นคงได้ด้วยน้ำมือเรา” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้ช่วยกัน Kick Off เนื่องในงานวันดินโลกของกระทรวงมหาดไทย “อันเป็นวันของพี่น้องประชาชนทุกคน” ที่มีประจักษ์พยานและความรับผิดชอบที่ชัดเจนหนักแน่นของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทั้งส่วนกลาง ทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจ และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยที่ออกมารับใช้พี่น้องประชาชน ในจังหวัด ในอำเภอ ในตำบล ในหมู่บ้าน อันมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำในจังหวัด ท่านนายอำเภอเป็นผู้นำที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำที่ตำบล/หมู่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้นำในท้องถิ่น ได้ผนึกกำลังกับ 7 ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เดินไปเคียงคู่กับพี่น้องประชาชน ช่วยกัน Change for Good สร้างสิ่งที่ดีให้กับแผ่นดินที่เคยย่อยยับอับปรางค์ เพราะพวกเราไปเบียดเบียนรังแกเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ให้กลายเป็น “แผ่นดินทองที่มีความอุดมสมบูรณ์ และทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีไปด้วย” เพื่อให้ด้วยห้วงเวลา 15 วันที่พวกเราลุกขึ้นมาช่วยกันรณรงค์ปลุกกระแส “ทำดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” สร้างความสุขให้กับมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“ขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจให้กันและกัน ในการร่วมไม้ ร่วมมือ ทำให้แผ่นดินของเราเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ สมกับเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนกิจกรรมวันดินโลก 5 ธันวาคม 2565 ให้แผ่นดินนี้เป็นแหล่งก่อกำเนิดของอาหารเพื่อมวลมนุษยชาติ หรือ Soils, where food begins อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดินอย่างต่อเนื่องตลอดไป ด้วยการน้อมนำเอาแนวทางพระราชดำริตามพระบรมราชโองการ ที่จะช่วยกันสร้างประเทศชาติให้มั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต พลิกฟื้นแผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินทองอีกครั้งหนึ่ง ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินเพื่อรักษาคุณภาพทางชีวภาพและเป็นแหล่งกำเนิดอาหารที่สมบูรณ์เพื่อหล่อเลี้ยงคนไทยและคนทั้งโลก “ดินดี อาหารดี สุขภาพดี ชีวีมีสุข” อย่างยั่งยืนสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

จากนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นำผู้ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์ ความว่า “ข้าพเจ้า จะสืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาดินอย่างยั่งยืน  ข้าพเจ้า จะรักษาความอุดมสมบูรณ์แห่งดิน เพื่อเป็นแหล่งสร้างอาหารที่มีคุณภาพ ข้าพเจ้า จะต่อยอด ขยายผล ขับเคลื่อนเครือข่ายพลังแผ่นดิน สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”

พร้อมทั้งร่วมปลูกผักหวานป่าบนโพนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเหลือใช้ในพื้นที่ เช่น ผักตบชวา กิ่งไม้ และเศษวัสดุในแนว Permaculture ร่วมกับผู้ร่วมงาน และเยี่ยมชมนวัตกรรมปลูกผักใต้แผงโซล่าเซลล์ อันเป็นเจตนาร่วมกันในการทำให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่ทุกคนจะช่วยกันทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับแผ่นดิน คือ “การสร้างความอุดมสมบูรณ์ทำให้ดินเป็นแหล่งก่อกำเนิดเกิดอาหาร” อย่างยั่งยืน

– 006

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695713

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.59 น.

กระทรวงเกษตรตั้งเป้า ปี 68 ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนประชาชนร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์เฝ้าระวังโรคฯ

2 ธันวาคม 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าภายในปี 2568” ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ มีแนวทางแก้ปัญหาโรคนี้โดยมุ่งเน้นการควบคุมประชากรสุนัขและแมว และสัตว์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนสุนัขและแมวเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงรวมถึงการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบและไม่ปล่อยทิ้งสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าปี 2565 ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ย. มีรายงานพบจากการสุ่มตรวจจำนวนสัตว์ที่มีเชื้อรวม 210 ตัว คิดเป็นร้อยละ 5  มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ปี 2561 สูงถึงร้อยละ 15 ผู้เสียชีวิต 18 ราย

รองโฆษกฯกล่าวต่อว่า เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่างๆและประชาชนในการสร้างอาสาปศุสัตว์รุ่นใหม่และพัฒนาอาสาปศุสัตว์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ไปแล้วหลายรุ่น มีผู้ผ่านการอบรมครอบคลุมทุกพื้นที่ มากกว่า 1 แสนคน และในปี งบประมาณ 2566 นี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 8,600 คน อย่างน้อย 2 – 3 คนต่อตำบล อาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535

“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมมือกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องการฉีดวัคซีนแก่สุนัขและแมว อีกทั้ง มุ่งสร้างอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า เพราะถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเกิดความอย่างยั่งยืน ลดอุบัติการณ์การเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง” นางสาวรัชดา กล่าว

ตั้งเป้าปี’68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.เป็นอาสาปศุสัตว์ร่วมเฝ้าระวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695701

ตั้งเป้าปี'68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.เป็นอาสาปศุสัตว์ร่วมเฝ้าระวัง

ตั้งเป้าปี’68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.เป็นอาสาปศุสัตว์ร่วมเฝ้าระวัง

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.43 น.

กระทรวงเกษตรตั้งเป้า ปี 68 ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนประชาชนร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์เฝ้าระวังโรคฯ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าภายในปี 2568” ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ มีแนวทางแก้ปัญหาโรคนี้โดยมุ่งเน้นการควบคุมประชากรสุนัขและแมว และสัตว์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนสุนัขและแมวเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงรวมถึงการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบและไม่ปล่อยทิ้งสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าปี 2565 ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ย.มีรายงานพบจากการสุ่มตรวจจำนวนสัตว์ที่มีเชื้อรวม 210 ตัว คิดเป็นร้อยละ 5 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ปี 2561 สูงถึงร้อยละ 15 ผู้เสียชีวิต 18 ราย

รองโฆษกฯกล่าวต่อว่า เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่างๆและประชาชนในการสร้างอาสาปศุสัตว์รุ่นใหม่และพัฒนาอาสาปศุสัตว์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ไปแล้วหลายรุ่น มีผู้ผ่านการอบรมครอบคลุมทุกพื้นที่ มากกว่า 1 แสนคน และในปี งบประมาณ 2566 นี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 8,600 คน อย่างน้อย 2 – 3 คนต่อตำบล อาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535

“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมมือกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องการฉีดวัคซีนแก่สุนัขและแมว อีกทั้ง มุ่งสร้างอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า เพราะถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเกิดความอย่างยั่งยืน ลดอุบัติการณ์การเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง” น.ส.รัชดา กล่าว

ชลประทานติดตามงาน สร้างอ่างฯน้ำปี้แก้น้ำท่วม-แล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695629

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางนายธนพล สงวนตระกูล ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พะเยา ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เป็นโครงการสำคัญในการบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม โดยการตัดยอดน้ำที่จะไหลบ่าลงสู่พื้นที่ตอนล่างในช่วงฤดูฝน และยังเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้ประมาณ 90.50 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ท้ายน้ำในเขต อ.เชียงม่วน จ.พะเยา และพื้นที่ลุ่มน้ำยม รวมทั้งสามารถลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุน สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร ครอบคลุม 34 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบลของ อ.เชียงม่วน ประกอบด้วย ต.เชียงม่วน ต.บ้านมาง และ ต.สระ มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 7,520 ครัวเรือน พื้นที่ชลประทาน 28,000 ไร่ รวมทั้งสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม (ฝายแม่ยม) จ.เเพร่ ได้ประมาณ 35,000 ไร่ และเป็นแหล่งน้ำสำหรับเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน ตลอดจนเป็นแหล่งน้ำเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

ในการนี้ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงานในปี 2568 เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้มีการตรวจสอบและควบคุมการก่อสร้างให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความเสียหายในอนาคต

‘เฉลิมชัย’ใช้งานวิจัยส่งเสริมปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695630

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45 (The International Conference on Veterinary Science 2022 : The ICVS 2022) ที่จัดขึ้นโดยสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้หัวข้อ “One Health for the New Era” โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

ทั้งนี้ มีการประชุมภายใต้หัวข้อ “One Health for the New Era” มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์โดยใช้หลักแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health ซึ่งเป็นแนวคิดการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่รวมสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการพัฒนาสุขภาพที่ดีอย่างเป็นองค์รวม และเน้นการประยุกต์ใช้หลัก One Health ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมโรคระบาดสัตว์โดยอาศัยหลักสุขภาพหนึ่งเดียวเป็นอย่างยิ่ง ควบคู่ไปกับการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้เลี้ยงชีพที่มั่นคง เพื่อการพัฒนาระบบรากฐานของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ดี คาดว่าการประชุมดังกล่าวจะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตสัตว์เชิงอุตสาหกรรมและการควบคุมโรคระบาดสัตว์ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ และเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ทางวิชาชีพสัตวแพทย์รวมถึงการมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกันขององค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในการเพิ่มขีดความสามารถของวิชาชีพสัตวแพทย์ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

‘ประภัตร’ถกมาตรฐานสินค้า ช่วยสร้างความเชื่อมั่นสู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695632

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ (คกก.) มาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 4/2565 โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานทั่วไป (ฉบับที่ 4) พ.ศ. …โดยจัดทำร่างค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ GAP และ Organic สำหรับสินค้าเกษตร 3 ประเภท รวมทั้งสินค้าประเภทพืชอาหาร พืชสมุนไพร ไม้ผล หม่อน เห็ด ชา กาแฟ และประเภทข้าว พืชไร่พืชเกษตรอุตสาหกรรม ยางพารา และพืชอาหารสัตว์ นอกจากนี้ ได้เห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 6 เรื่อง ได้แก่ 1.หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ เนื่องจากมีข้อมูลว่าในช่วงต้นฤดูจะมีการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด จึงมีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติที่ดี เป็นมาตรฐานบังคับ 2.องุ่น ซึ่งเป็นไม้ผลที่เกษตรกรไทยนิยมปลูกกันมาก มีพื้นที่ปลูกองุ่น รวมทั้งสิ้น 5,517.10 ไร่ ผลผลิตรวม 4,189.40 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 1,809.48 กิโลกรัม โดยจัดให้ทำมาตรฐานองุ่นเป็นเกณฑ์ทางการค้า และพัฒนาคุณภาพของผลิตผล

3.เห็ดหูหนูขาวแห้ง เห็นควรจัดทำมาตรฐานเห็ดหูหนูขาวแห้งของไทย เพื่อตรวจรับรองคุณภาพใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงทางการค้า 4.บรอกโคลี โดยในปี 2564 มีพื้นที่ปลูก 175.5 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 181.35 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 1,495.67 กิโลกรัม ซึ่งคณะทำงานจัดทำมาตรฐานอาเซียนสำหรับผลิตผลพืชสวนและพืชอาหารอื่นๆ ได้ประกาศมาตรฐานอาเซียน เรื่อง บรอกโคลีดังนั้นไทยจึงควรมีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง บรอกโคลี เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน

5.การปฏิบัติที่ดีสำหรับลานเททะลายปาล์มน้ำมัน มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับลานเททะลายปาล์มน้ำมัน (มกษ. 9037-2555) มีการประกาศใช้เมื่อปี 2555 สำหรับนำไปใช้ควบคุมกระบวนการจัดการของลานเททะลายปาล์มน้ำมันให้มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เห็นควรให้มีการทบทวนมาตรฐานฉบับดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติในปัจจุบันและปรับปรุงข้อกำหนดให้มีความเหมาะสม และ 6.การชันสูตรโรคนิวคาสเซิล เป็นโรคระบาดสัตว์ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 และเป็นโรคที่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรคระบาดสัตว์บกขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกของประเทศ ตลอดจนเกิดปัญหาการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก

กรมชลฯรุดสร้าง ปตร.น้ำพุง-น้ำก่ำ ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุน เพียงพอใช้ทุกฤดู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695628

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) ลำน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งใน อ.เมือง และ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ปัจจุบันงานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วกว่า 81% โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้สามารถใช้ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประตูระบายน้ำแห่งนี้ จะทำหน้าที่ตัดยอดน้ำจากลำน้ำพุงก่อนไหลลงสู่หนองหารและผันน้ำส่วนเกินลงสู่ลำน้ำก่ำ ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่หนองหารลดปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่โดยรอบ ส่วนงานปรับปรุงเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของลำน้ำสายต่างๆ อาทิ คลองผันน้ำร่องช้างเผือก-ห้วยยาง และคลองผันน้ำห้วยยาง-ลำน้ำก่ำ ปัจจุบันแล้วเสร็จ 100% ส่วนคลองผันน้ำห้วยทามไฮ-ห้วยสองตอนอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และคลองผันน้ำหนองแซง-ห้วยซัน-ห้วยยาง จะเริ่มดำเนินการในปี 2567

ทั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2569 หากแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ได้อย่างมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งเก็บกักน้ำและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ลุ่มน้ำพุงและลุ่มน้ำก่ำ เพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร รวมทั้งการรักษาระบบนิเวศ อย่างเพียงพอในทุกฤดูกาล ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์มากถึง 78,358 ไร่ ใน 4 ตําบลได้แก่ ต.ตองโขบ ต.เหล่าโพนค้อ ต.ด่านม่วงคำ และ ต.แมดนาท่ม อ.โคกศรีสุพรรณ

ปั้น‘อาสาปศุสัตว์’!เฉลิมชัยตั้งเป้าตำบลละ 2-3 คน ลุยป้องกันพิษสุนัขบ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695563

ปั้น‘อาสาปศุสัตว์’!เฉลิมชัยตั้งเป้าตำบลละ 2-3 คน ลุยป้องกันพิษสุนัขบ้า

ปั้น‘อาสาปศุสัตว์’!เฉลิมชัยตั้งเป้าตำบลละ 2-3 คน ลุยป้องกันพิษสุนัขบ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.24 น.

‘เฉลิมชัย’ เปิดฝึกอบรม ‘อาสาปศุสัตว์’ ป้องโรคพิษสุนัขบ้า ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมอบรมทั่วประเทศ 8,600 คน พร้อมต่อยอดเป็น ‘ของขวัญปีใหม่’ ดำเนินการทำหมัน-ฉีดวัคซีนหมาแมว 300,000 ตัวทั่วประเทศตลอดทั้งปี

1 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ศาลาปฏิบัติธรรม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้จัดขึ้นเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า โดยเป็นความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ดำเนินการสร้างอาสาปศุสัตว์ขึ้นใหม่ และพัฒนาอาสาปศุสัตว์ที่มีอยู่เดิม ให้มีจำนวนครอบคลุมในทุกพื้นที่ โดยมีเป้าหมายอย่างน้อย 2 – 3 คนต่อตำบล ซึ่งการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ในระดับพื้นที่นั้น จะต้องมีการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพเท่านั้น ถึงจะทำให้สัตว์มีภูมิคุ้มกันต่อโรคได้ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจ และมีทักษะในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ถึงจะส่งผลต่อความสำเร็จในการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า

สำหรับอาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรม จะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 โดยในวันนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 134 คน และมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมอบรมทั่วประเทศทั้งสิ้น 8,600 คน ซึ่งอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเกิดความยั่งยืน โดยเมื่ออาสาฯ ทุกคนมีความรู้ มีความเข้าใจ และมีทักษะในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ประกอบกับปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะส่งเสริมให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และโรคระบาดสัตว์อื่น ๆ ในพื้นที่ เป็นไปอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้าร่วมฟังการบรรยายในหัวข้อความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า และการฉีดวัคซีนและการรักษาคุณภาพวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงเข้าอบรมภาคปฏิบัติ ทั้งการฝึกทักษะการเตรียมวัคซีน ฝึกทักษะการจับบังคับสัตว์ (ใช้สุนัขและแมวจริง) และฝึกทักษะการฉีดวัคซีนด้วย

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัด ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า และถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยในวันนี้เป็นการฝึกอบรมในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเป็นของขวัญปีใหม่ที่จะให้กับพี่น้องประชาชน ในกรณีที่จะทำหมันหมาแมว หรือฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้ครบ 300,000 ตัวตลอดทั้งปี โดยประชาชนสามารถประสานงานได้ที่อาสาปศุสัตว์หรือปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศ และในส่วนของกรุงเทพมหานครมีอาสาปศุสัตว์ทุกเขตด้วย อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของท้องถิ่นที่มีความจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องร่วมมือกันจัดการกับหมาแมวจรจัด โดยการทำหมันหรือฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และในส่วนที่สามารถจับได้จะนำเข้าศูนย์พักพิงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

‘อหิวาต์หมู’โผล่!ยกระดับคุมเข้มทั่วประเทศ-ประกาศ 2 อำเภอเขตควบคุมโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695556

‘อหิวาต์หมู’โผล่!ยกระดับคุมเข้มทั่วประเทศ-ประกาศ 2 อำเภอเขตควบคุมโรค

‘อหิวาต์หมู’โผล่!ยกระดับคุมเข้มทั่วประเทศ-ประกาศ 2 อำเภอเขตควบคุมโรค

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.00 น.

‘อหิวาต์หมู’โผล่!ยกระดับคุมเข้มทั่วประเทศ-ประกาศ 2 อำเภอเขตควบคุมโรค

1 ธันวาคม 2565 นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้อธิบดีกรมปศุสัตว์เรียกประชุมปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำมาตรการเฝ้าระรัง ควบคุม ป้องกันการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) หลังมีข่าวระบาดอีกรอบ โดยจะต้องดำเนินการอย่างเข็มงวดและกำชับไม่ให้การระบาดในพื้นที่อื่นขึ้นมาอีก

ขณะที่นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ในส่วนกรณีที่มีการตรวจพบการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เบื้องต้นได้มีการประกาศเป็นเขตควบคุมโรคและเร่งทำลายสุกรทั้งหมดแล้ว พร้อมกับห้ามเคลื่อนย้ายสุกรเด็ดขาด และยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังควบคุม ป้องกันโรค เข้าตรวจสอบความปลอดภัยฟาร์มสุกรทุกแห่ง หากพบสุกรต้องสงสัยหรือมีอาการของโรค ต้องเร่งทำลายทันที โดยขณะนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ช่วงอากาศหนาว ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้เร็วขึ้น ทำให้สุภาพของสุกร อ่อนแอลงเป็นโรคหวัดได้ง่ายจะทำให้เกิดโรคอื่นตามมาได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังกำชับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เร่งเข้าพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร เพื่อให้เกิดทำความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยฟาร์ม พ่นยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง และห้ามคนงานหรือบุคคลภายนอกนำเนื้อสุกรจากพื้นที่อื่นเข้ามาชำแหละหรือปรุงบริโภคในฟาร์ม เข้มงวดคน ยานพาหนะ เข้าออกฟาร์ม และเข้าสุ่มตรวจโรคสุกร โดยทุกแห่งต้องใช้ระบบไบโอซีคิวริตี้ หรือมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพของฟาร์ม เน้นการป้องกันก่อนเกิดโรคขอให้ประชาชนอย่ากังวล แม้ปีนี้ประเทศไทยจะพบการแพร่ระบาดของโรคแอฟริกาอหิวาต์ในสุกรบางพื้นที่แต่กรมพยายามควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่และยืนยันว่าเป็นโรคไม่ติดต่อสู่คน สามารถบริโภคเนื้อสุกรได้ แต่ต้องปรุงสุกก่อน

“กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรค มาอย่างต่อเนื่องและมีการตรวจสอบพร้อมทั้งตั้งด่านสกัดจับการลักลอบนำเข้าสุกรเถื่อน และตรวจเข้มงวดทุกสนามบินเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวนำเนื้อสุกรแปรแปรรูปเข้าประเทศเพราะเกรงว่าอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนมาด้วย ด้วยมาตรการดังกล่าวทำให้ไม่เกิดระบาดหนักในไทย หลังจากพบการระบาดวงกว้างในประเทศจีนและประเทศใกล้เคียง ซึ่งต้องขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกร หากพบอาการของโรคในสุกรต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแจ้งด่วนทันทีตลอด 24 ชั่วโมง” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

กรมชลฯพร้อมรับมือ น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ ตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม ประจำการจุดเสี่ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695408

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.19 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนรมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงฤดูฝนนี้ จึงสั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน อาทิ โครงการชลประทานสงขลา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ บริเวณริมทางรถไฟสะพานคลองหวะ ต.คอหงส์อ.หาดใหญ่ 1 เครื่อง บริเวณซอย 10กาญจนวนิช คลอง ร.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ 1 เครื่อง และบริเวณหมู่ 1บ้านบางกล่ำ ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ1 เครื่อง เพื่อรับมือและช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัย

นอกจากนี้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบ Hydroflow 30 นิ้ว อัตราการสูบ 2 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที บริเวณประตูระบายน้ำโคกทอง ต.ระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี ขุดลอกร่องน้ำบริเวณคลองส่งน้ำชลประทาน คลอง 4.6L-17.2L บ้านปะกาลิสง หมู่ 6ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานแจ้งเตือนประชาชนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก และสั่งการให้สำนักเครื่องจักรกลจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำ ประจำจุดพื้นที่เสี่ยง ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที