‘ธนา’พบเกษตรกร ผู้ขอรับการจัดสรร ที่ดินในแปลงอพยพ เร่งหารือดำเนินการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689567

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ พบกับกลุ่มเกษตรกรกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน (สกอ.) และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรภาคอีสาน (สพอ.) โดยมีนายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนางณัฐชุตา เข็มทองสกุล หัวหน้ากลุ่มรับเรื่องร้องเรียน เข้าร่วมที่หน้ากระทรวงเกษตรฯ โดยนายธนา ชี้แจงให้กับกลุ่มเกษตรกรทราบว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน กระทรวงเกษตรฯ เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาความเดือดร้อนกรณีราษฎรขอรับสิทธิการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศล จ.สุรินทร์ และได้จัดทำรายงานการประชุม เพื่อส่งให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอคณะกรรมการกำกับติดตามการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของมวลชนทราบเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งมอบสำเนาหนังสือที่นำส่ง สปน.ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ นายธนา กล่าวให้กำลังใจแก่กลุ่มเกษตรกรที่เดินทางมาชุมนุม โดยกลุ่มเกษตรกรมีความพอใจในการดำเนินการดังกล่าว และขอบคุณ รมว.เกษตรฯ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ และผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ที่เร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเกษตรกร และให้กำลังใจด้วยการมอบดอกไม้ ก่อนที่กลุ่มเกษตรกรจะเดินทางกลับภูมิลำเนา

‘ผู้เลี้ยงม้า’เตรียมเฮ!ปศุสัตว์ทวงคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในปี66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689451

‘ผู้เลี้ยงม้า’เตรียมเฮ!ปศุสัตว์ทวงคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในปี66

‘ผู้เลี้ยงม้า’เตรียมเฮ!ปศุสัตว์ทวงคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในปี66

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.28 น.

‘ผู้เลี้ยงม้า’เตรียมเฮ!ปศุสัตว์ทวงคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในปี66

1 พฤศจิกายน 2565 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้แต่งตั้ง Dr.Ann-Susanne Munstermann ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) เป็นที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำและร่วมกำหนดแนวทางการขอคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในม้าของประเทศไทยให้เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH)

ทั้งนี้ Dr.Ann – Susanne Munstermann ได้มาเยือนประเทศไทยครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 และครั้งล่าสุดได้เดินทางมาระหว่างวันที่ 16 – 24 ตุลาคม 2565 โดยการมาเยือนทั้ง 2 ครั้งเป็นการเข้ามาเพื่อศึกษาดูการดำเนินงาน วิเคราะห์ข้อมูล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกำจัดกาฬโรคแอฟริกาในม้าของประเทศไทยทั้งระบบ อาทิ การเฝ้าระวังโรค การตรวจตัวอย่าง การป้องกันโรค การควบคุมโรค ระบบสัตวแพทย์บริการ และการจัดทำแผนเตรียมความพร้อม เพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น โดยได้มีการลงพื้นที่เพื่อดูการจัดการระบบต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำในการเขียนเอกสาร (Dossier) ที่ผ่านมาDr.Ann-Susanne Munstermann ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์และทุกหน่วยงานภาคีที่ได้เร่งรัดดำเนินการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ดำเนินการครอบคลุมในทุกมิติจนทำให้โรคสงบลงในที่สุด สามารถสร้างความเชื่อมั่นและมีความพร้อมสูงมากที่จะยื่นขอคืนสถานปลอดโรคกับองค์การสุขภาพสัตว์โลก

อย่างไรก็ตามตามข้อกำหนดสากลขององค์การสุขภาพสัตว์โลกระบุไว้ชัดเจนว่า การที่แต่ละประเทศจะปลอดโรคได้ จะต้องไม่พบการระบาดของโรคมากกว่า 2 ปี พร้อมกับมีการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังโรคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อยื่นเสนอองค์การสุขภาพสัตว์โลก ซึ่งเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว องค์การสุขภาพสัตว์โลกจะแจ้งเวียนประเทศสมาชิกทั่วโลกให้ทราบต่อไป

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ผลกระทบจากการเกิดโรคดังกล่าวมีมากมาย อาทิ การเคลื่อนย้ายม้าถูกระงับทั้งระบบ สูญเสียรายได้เข้าประเทศจากผลกระทบที่มีต่อการค้าและการส่งออกม้า ไม่สามารถจัดการแข่งขันม้าทุกประเภททั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมจากผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งกรมปศุสัตว์จะดำเนินการจัดทำเอกสารขอคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในม้าเป็นรูปเล่มฉบับสมบูรณ์ ให้แล้วเสร็จและยื่นเอกสารดังกล่าวภายในกลางเดือนธันวาคม 2565 ทันต่อการประชุมใหญ่ของคณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสุขภาพสัตว์ ซึ่งจะมีการจัดประชุมพิจารณาในเดือนพฤษภาคม 2566 โดยหากผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยปลอดกาฬโรคแอฟริกาในม้า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 เป็นต้นไป การปลอดโรคดังกล่าวจะเกิดผลดีโดยทำให้สามารถเคลื่อนย้ายม้าระหว่างประเทศได้ตามปรกติ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการค้าและการส่งออกม้า ส่งเสริมกิจกรรมการแข่งขันม้าทุกประเภททั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ รวมถึงส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับบุคลากรทุกภาคส่วน อาทิ เกษตรกรผู้เลี้ยงม้า ผู้ประกอบการ สมาคม ชมรม แรงงาน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมต่อไป

‘เฉลิมชัย’ระดมทุกหน่วย ช่วยเกษตรกรประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689360

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธานพิธีปล่อยรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม ที่ด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ได้มีการช่วยเหลือจังหวัดที่ได้รับผลกระทบด้านปศุสัตว์ 21 จังหวัดมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบ 73,246 รายสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ โค 206,582 ตัว กระบือ 44,198 ตัว สุกร 49,518 ตัว แพะ/แกะ 21,906 ตัว สัตว์ปีก 5,781,461 ตัว รวม 6,103,665 ตัว แปลงหญ้า 2,287.75 ไร่ โดยกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วทั้ง 21 จังหวัด เกษตรกร 22,532 ราย 134 อำเภอ 417 ตำบล 1,671 หมู่บ้าน ให้ความช่วยเหลือในการอพยพสัตว์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 2,258,675 ตัว แบ่งเป็น โค 66,085 ตัว กระบือ 13,750 ตัว สุกร 5,284 ตัว แพะ/แกะ 7,355 ตัว สัตว์ปีก 2,166,201 ตัว โดยได้สนับสนุนเสบียงสัตว์ ไปแล้ว 1,057,270 กิโลกรัม สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 30,625 ชุด รักษาสัตว์ 1,693 ตัว และถุงยังชีพสัตว์ 2,804 ถุง

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้จัดพิธีปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน พร้อมด้วยหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่ออกให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วก่อนหน้านี้ ที่ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ จ.ปทุมธานี และปศุสัตว์ในพื้นที่ อีกกว่า 37 จุดทั่วประเทศ ซึ่งความช่วยเหลือดังกล่าวได้ถึงมือเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันสถานการณ์ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ประจำสำนักงานในพื้นที่ภาคใต้ ให้ดำเนินการเตรียมความพร้อมรองรับภัยพิบัติ และได้ปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน พร้อมด้วยหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านเสบียงอาหารสัตว์ รวมทั้งแร่ธาตุและเวชภัณฑ์แก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ และให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ศวอ.เพชรบุรี / ศวอ.ประจวบคีรีขันธ์ /ศวอ.กาญจนบุรี / ศวอ.สุพรรณบุรี / ศวอ.ชุมพร /ศวอ.พัทลุง / ศวอ.สุราษฎร์ธานี / ศวอ.ตรัง /ศวอ.นครศรีธธรมราช / ศวอ.สตูล / และศวอ. นราธิวาสสนับสนุนเสบียงสัตว์เคลื่อนย้ายลงเสบียงอาหารสัตว์ลงไปไว้ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการให้ความช่วยเหลือ โดยเตรียมคลังเสบียงไว้ 12 จุด ใน 11 อำเภอ8 จังหวัด เสบียงสัตว์ทั้งสิ้น 95,000 กิโลกรัม และหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ 15 หน่วย นอกจากนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งตรวจสอบและให้การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ตามระเบียบกระทรวงการคลัง

เกษตรฯรับมอบอาหารสุนัข ส่งให้ผู้เลี้ยงสัตว์ที่เดือดร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689357

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ รับมอบอาหารเม็ดสำหรับสุนัข 6,000 กิโลกรัม จากนายสัตวแพทย์วัชระ ปานวุ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โอ สแควร์ ดิสทริบิวชั่น จำกัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้โดยมี นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายรักไทย งามภักดิ์ผอ.สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ร่วมรับมอบ ที่กระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับภัยพิบัติเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดความสูญเสียของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในช่วงวิกฤต สำหรับอาหารสุนัขที่ได้รับมอบครั้งนี้ จะมีการจัดสรรและแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เป้าหมายต่อไป และส่วนหนึ่งจะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งทาง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานส่งมอบต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจจะบริจาคสิ่งของให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กทม. โทร.02-6534444 ต่อ 3315

ถกวิชาการมุ่งใช้นวัตกรรมการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689356

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ Innovation for Resilient Agriculture
ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี รองศาสตราจารย์ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี นาพรหม คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนักวิชาการ นักวิจัย ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม

สำหรับการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและความสามารถในการคาดการณ์ ทำให้เกิดความแห้งแล้ง น้ำท่วม สูญเสียสมดุลทางนิเวศวิทยา และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ทำให้การผลิตอาหารและการอนุรักษ์ป่าไม้ทำได้ยากขึ้น และจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขนส่งและการเคลื่อนย้ายสินค้าเกษตร ผู้คน และแรงงาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความอดอยากและความยากจนทั่วประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพานวัตกรรมทางการเกษตรสามารถบรรเทาผลกระทบด้านลบของความท้าทายเหล่านี้ได้ การลดแรงงาน การอำนวยความสะดวกในการซื้อ-ขาย และการแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์สามารถลดความเสี่ยงของการระบาดใหญ่ได้ ในขณะที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการแจกจ่ายอาหารจะทำให้ผู้คนเข้าถึงอาหารได้มากขึ้น

ทั้งนี้ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เล็งเห็นความสำคัญของนวัตกรรมด้านการเกษตร วิสัยทัศน์ เกษตรกรรมอัจฉริยะเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น มุ่งใช้นวัตกรรมทางการเกษตรเพื่อปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนทั่วโลกผ่านความร่วมมือด้านการวิจัยและการแบ่งปันข้อมูล ดังนั้น การประชุมดังกล่าวจึงเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และอภิปรายความเป็นไปได้สู่อนาคตที่ยืดหยุ่นผ่านข้อมูลทางการเกษตร

กรมชลฯเร่งมือช่วย เกษตรกรประสบภัย รุดบริหารจัดการน้ำ สำรองไว้ใช้ฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689362

วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนรมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายให้กรมชลประทาน เร่งช่วยเหลือเกษตรกรภายหลังน้ำลด ซึ่งปัจจุบันมีการปรับลดการระบายน้ำในหลายพื้นที่แบบขั้นบันได ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รักษาปริมาณน้ำให้อยู่ในอ่างเก็บน้ำตามเกณฑ์กักเก็บที่กำหนด เพื่อสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยขณะนี้มีพื้นที่ที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 22 จังหวัด

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้โครงการชลประทานในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมไปถึงการตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทานที่ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพในช่วงที่ผ่านมา ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมกับวางแผนบริหารจัดการน้ำและแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าไปช่วยระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาประกอบอาชีพและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

สำหรับสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 63,877 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯสามารถรับน้ำได้อีก 13,043 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวม 20,430 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 82 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 4,487 ล้าน ลบ.ม.

ชลประทานโร่ยืนยัน แผ่นดินไหวไม่กระทบ ทุกเขื่อนในภาคเหนือ มีความมั่นคงแข็งแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689135

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริเวณพื้นที่ ต.แม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ช่วงก่อนหน้านี้ ว่าวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 4.1 ที่ความลึก 2 กิโลเมตร ซึ่งกรมชลประทาน โดยสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา ได้ตรวจสอบค่าอัตราเร่งสูงสุดที่สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวแล้ว พบว่าความเร่งสูงสุดที่ตรวจวัดได้มีค่าเท่ากับ 0.00646 g ซึ่งค่าอัตราเร่งสูงสุดที่กรมชลประทานได้ออกแบบไว้ สามารถรองรับแผ่นดินไหว มีค่าไม่น้อยกว่า 0.2 g จึงไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ เขื่อนแม่สรวย จ.เชียงราย เขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง แต่อย่างใด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ออกแบบเขื่อนทุกแห่งให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวไว้ด้วยค่าที่สูงสุดของความเสี่ยงในพื้นที่ประเทศไทย รวมทั้งยังดำเนินการตรวจสอบและติดตามข้อมูลทางสถิติของค่าความเร่งสูงสุดที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอยู่ตลอดเวลาเพื่อนำมาประเมินเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น และแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเขื่อน เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน มีความมั่นใจ เชื่อมั่นในความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อนตลอดเวลา

กรมข้าวเยียวยาชาวนาได้รับอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689137

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรที่ประสบเหตุอุทกภัยจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ที่ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางเกษตร รวมถึงนาข้าวเป็นวงกว้าง จึงมอบหมายให้กรมการข้าว เร่งสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร เตรียมการฟื้นฟูหลังน้ำลด

ด้านนายกฤษ อุตตะมะเวทินรองอธิบดีกรมการข้าว ในฐานะโฆษกกรมการข้าว เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือพี่น้องชาวนาและผู้ประสบอุทกภัย โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ตลอดจนเป็นขวัญและกำลังใจแก่ชาวนาผู้ประสบภัย

นายกฤษ เปิดเผยด้วยว่า ได้มีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมในการสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์ตามโครงการสำรองเมล็ดพันธ์ข้าวเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะสนับสนุนให้เกษตรกรรายละไม่เกิน 10 ไร่ ไร่ละ 7 กิโลกรัม สำหรับนาดำ และไร่ละ 15 กิโลกรัม สำหรับนาหว่าน ซึ่งมีหลักเกณฑ์ของเกษตรกรผู้จะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว คือต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติจนขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้ปลูกในฤดูเดียวกัน และมีความประสงค์จะขอรับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะเพาะปลูกในฤดูเดียวกัน และต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ห่างไกลความเจริญและขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อการเพาะปลูก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีการจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้ปลูกในฤดูต่อไป หรือกระจายให้เกษตรกรอื่นในชุมชนใช้เพาะปลูก ทั้งนี้ ให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง

‘อลงกรณ์’ขับเคลื่อนคกก. พัฒนาเกษตรยั่งยืนระดับตำบล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689138

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับประเทศ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้แนวทางการทำงานของคณะกรรมการ (คกก.) พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ใน จ.เพชรบุรี และนโยบายโครงการสำคัญๆ ของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนภูมิภาค และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ในพื้นที่ 11 ตำบล ได้แก่ ดอนยาง หนองขนานหาดเจ้าสำราญ นาพันสาม หนองพลับช่องสะแก บางจาน นาวุ้ง โพไร่หวาน โพพระและสำมะโรง นอกจากนี้นายอลงกรณ์และคณะ จะลงพื้นที่ ต.บ้านแหลม ต.บางครกต.ท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บางแก้ว ต.ปากทะเล ต.บางขุนไทร และ ต.แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี ต่อไป

นายอลงกรณ์กล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล อยู่ภายใต้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งมี ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน โดยคณะกรรมการฯ เป็นกลไกใหม่ในการยกระดับการพัฒนาหมู่บ้านตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สินของเกษตรกรโดยการผนึกพลังทุกภาคส่วนในหมู่บ้าน ตำบล ยึดหลักการพัฒนาโดยชุมชนเพื่อชุมชน เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีศักยภาพมากขึ้นและมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งหวังว่า จ.เพชรบุรี จะเป็นโมเดลต้นแบบนำร่องของทุกหมู่บ้าน ตำบลในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ครบทั้ง 7,255 ตำบลใน 76 จังหวัดแล้ว กลไกดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เล็กที่สุดลึกที่สุดและสำคัญที่สุด

‘ประภัตร’ลงพื้นที่อุบลฯ ช่วยเกษตรกรประสบภัยน้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/689136

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกับมอบถุงยังชีพ สิ่งของที่จำเป็น หญ้า อาหารสัตว์พระราชทาน และบริการตรวจสุขภาพสัตว์ โดยหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ กรมปศุสัตว์ ที่ศูนย์พักพิงและอพยพสัตว์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ว่าจากสถานการณ์อุทกภัยปีนี้ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ ติดตาม กำกับ ตรวจเยี่ยม และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วน โดยกรมปศุสัตว์ ได้วางแผนและเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ สามารถดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยจากพายุโนรูได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายให้กับเกษตรกร

“กระทรวงเกษตรฯ มาส่งมอบกำลังใจและมอบปัจจัยการยังชีพ ไข่ต้มของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 300 ชุด พร้อมนำหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานของกรมปศุสัตว์ 15,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือใน อ.เขื่องใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากชมรมรถบรรทุกฟางวัยรุ่นฟางอัดแห่งประเทศไทย มอบฟาง 400 ก้อน และหญ้าสับบด 30 ถุง รวมทั้งสำนักงานปศุสัตว์ จ.อุบลราชธานี ได้จัดหน่วยสัตว์แพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรใน อ.วารินชำราบ ด้วย” นายประภัตร กล่าว

สำหรับสถานการณ์ด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง พื้นที่เลี้ยงสัตว์และอาหารสัตว์ รวมทั้งสิ้น 14 อำเภอใน 65 ตำบล รวม 427 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมือง อ.วารินชำราบ อ.สว่างวีระวงศ์ อ.เหล่าเสือโก้ก อ.ดอนมดแดง อ.ม่วงสามสิบ อ.เดชอุดม อ.ตระการพืชผล อ.สิรินธร อ.สำโรง อ.นาเยีย อ.เขื่องใน อ.ตาลสุม และ อ.พิบูลมังสาหาร เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ได้รับผลกระทบ 17,609 ราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสิ้น 705,577 ตัว ประกอบด้วย โค 47,450 ตัว กระบือ 12,224 ตัว สุกร 4,436 ตัว สัตว์ปีก 640,677 ตัว แพะ 738 ตัว แกะ 52 ตัว แปลงหญ้า 170 ไร่ และสัตว์อพยพในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งสิ้น 51,253 ตัว ประกอบด้วย โค 6,488 ตัว กระบือ 2,514 ตัว สุกร 206 ตัว สัตว์ปีก 39,701 ตัว แพะ 192 ตัว สุนัข 349 ตัวและแมว 140 ตัว