‘เฉลิมชัย’เปิดสะพาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว หนุนวิถีชุมชนท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688280

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดสะพานและเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และปล่อยพันธุ์ปลา 200,000 ตัว ลงคลองพระพิมล ตลาดน้ำไทรน้อย วัดไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ว่าได้มอบหมายสำนักงานชลประทานที่ 11 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล ก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพิมล เพื่อเป็นทางสัญจรตลาดน้ำไทรน้อย แสดงถึงเจตนารมณ์อันดีที่จะร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีการเพิ่มช่องทางในการสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ เป็นการกระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงใช้เป็นจุดติดตั้งเครื่องมืองานชลประทานต่างๆ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล สำนักงานชลประทานที่ 11 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กระทรวงเกษตรฯ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการมีส่วนร่วมดำเนินการก่อสร้างสะพานเพื่อเป็นทางสัญจร ข้ามฝั่งของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในตลาดน้ำไทรน้อย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดน้ำไทรน้อย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังว่าจะสามารถช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับผู้ใช้น้ำและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่ต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ร่วมมือปลดหนี้เกษตรกร ผู้ที่ประสบโศกนาฏกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688278

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่นับเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งภายหลังทราบว่ามีสมาชิก 2 ราย ที่เป็นหนี้กับสถาบันเกษตรกร หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ จึงได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยการชำระหนี้ให้กับสถาบันเกษตรกรเต็มจำนวนเงินต้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมาน.ส.ณัชชา พันธ์เพ็ง เกษตรและสหกรณ์ จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯใน จ.หนองบัวลำภู และผู้แทน ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงดังกล่าว ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรนากลาง จำกัด มูลหนี้เงินต้น 11,000 บาท และสมาชิกกลุ่มเกษตรเลี้ยงสัตว์อุทัยสรรค์ มูลหนี้เงินต้น 25,000 บาท รวมเป็นเงิน 36,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจและช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุ

เกษตรฯเปิดตัวโครงการ พัฒนาการใช้ปุ๋ยชีวภาพ-ชีวภัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/688279

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 250 โครงการ ซึ่งทุกปีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินผลงานโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษดีเด่น โดยคัดเลือกโครงการที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์สู่พื้นที่เป้าหมายและทั่วไป โดยปี 2565 ได้ตัดสินให้ “การพัฒนาและขยายผลปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์เพื่อการผลิตพืชอินทรีย์อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผลงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรฉะเชิงเทรา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 ได้รับรางวัลโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษดีเด่น ระดับดีเด่น

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรฉะเชิงเทรา ได้พัฒนาขยายผลการผลิตและการใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมของกรมวิชาการเกษตรสู่เกษตรกรให้ผลิตพืชอินทรีย์อย่างยั่งยืน และขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์สู่เกษตรกรและผู้สนใจ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในการผลิตพืชอินทรีย์ พร้อมยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นตัวอย่างแก่การพัฒนาพื้นที่อื่น รวมทั้งพัฒนาเป็นแปลงเรียนรู้การผลิตพืชในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร เสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตพืชด้านต่างๆ

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีกรมวิชาการเกษตรดังกล่าว เกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตใช้ได้ด้วยตนเอง จึงได้ถ่ายทอดและขยายผลให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ตนเอง จนประสบความสำเร็จด้านเกษตรกรรมและพัฒนาอาชีพนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นเป็นการยกระดับฐานะความเป็นอยู่รอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ซึ่งจากการดำเนินงานถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยจัดทำแปลงต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์สามารถขยายผลสู่เกษตรกรพื้นที่รอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถลดต้นทุนได้ร้อยละ 35.77 ทำให้รายได้สุทธิมากกว่าเฉลี่ย 37,398 บาท/ไร่

นอกจากนี้ จากการดำเนินการแปลงต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์ เกษตรกรแปลงต้นแบบสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพืชอินทรีย์โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร และได้ผลิตปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ใช้เอง ซึ่งมีผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานแปลงต้นแบบ รวมทั้งสิ้น 349 ราย สามารถขยายผลไปสู่เกษตรกรรอบศูนย์ศึกษาฯ และพื้นที่อื่นได้ 101 ราย ในส่วนของเกษตรกรขยายผลมีการยอมรับและมีความพึงพอใจในการใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรมากที่สุด ปัจจุบันเกษตรกรขยายผลได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP 97 ราย และ Organic Thailand 7 ราย

ลุยต่อ! ‘เฉลิมชัย’สั่งระดมช่วยเหลือปศุสัตว์พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687952

ลุยต่อ! 'เฉลิมชัย'สั่งระดมช่วยเหลือปศุสัตว์พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

ลุยต่อ! ‘เฉลิมชัย’สั่งระดมช่วยเหลือปศุสัตว์พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.44 น.

รมว.เกษตรฯสั่งลุยต่อ! ให้กรมปศุสัตว์ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมปศุสัตว์เตรียมพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และสัตว์เลี้ยงในภาคใต้เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนของภาคใต้ ประกอบกับระยะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ได้เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่ง โดยต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะ 1 – 2 วันนี้ด้วย

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ รายงานว่า ในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด มีพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุทกภัยรวม 11 จังหวัด 85 อำเภอ 344 ตำบล กว่า 3,000 หมู่บ้าน จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเสบียงอาหารสัตว์ รวมทั้งแร่ธาตุ และเวชภัณฑ์ ในการให้ความช่วยเหลือแก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ (21 ต.ค.) ได้ปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน พร้อมด้วยหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ (ศวอ.) 11 แห่งได้แก่ ศวอ.เพชรบุรี ศวอ.ประจวบคีรีขันธ์ ศวอ.กาญจนบุรี ศวอ.สุพรรณบุรี ศวอ.ชุมพร ศวอ.พัทลุง ศวอ.สุราษฏร์ธานี ศวอ.ตรัง ศวอ.นครศรีธธรมราช ศวอ.สตูล และศวอ.นราธิวาส สนับสนุนเสบียงสัตว์เคลื่อนย้ายลงเสบียงอาหารสัตว์ลงไปไว้ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการให้ความช่วยเหลือ โดยได้จัดเตรียมคลังเสบียงไว้ทั้งสิ้น 12 จุด ในพื้นที่ 11 อำเภอ 8 จังหวัด จำนวนเสบียงสัตว์ทั้งสิ้น 95,000 กิโลกรัม และหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ 15 หน่วย เป็นการรับเชิงรุก

ในปี 2565 ประเทศไทยประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบด้านปศุสัตว์ 23 จังหวัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ จึงได้เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วทั้ง 23 จังหวัด 136 อำเภอ 420 ตำบล 1,680 หมู่บ้านเกษตรกร 24,190 ราย โดยกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือดังนี้ 1.อพยพสัตว์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว เป็น 2,281,201 ตัว 2.สนับสนุนด้านเสบียงสัตว์ 1,137,170 กิโลกรัม ชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 30,837 ชุด และถุงยังชีพสัตว์ 2,924 ถุง และ 3.ดำเนินการรักษาสัตว์ 1,723 ตัว

รมว.เกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในทุกพื้นที่ ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติและเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน ให้เร่งดำเนินการสำรวจตรวจสอบสภาพความเสียหาย เช่น สัตว์ตาย แปลงหญ้า เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 โดยเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนเสบียงสัตว์ หรือขอรับการช่วยเหลือเยียวยา ได้ที่สำนักงาน ปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ หรือติดต่อกลุ่มโครงการพิเศษและป้องกันภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ โทร. 0-2653-4444 ต่อ 3315 Application DLD 4.0

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687798

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แจ้งผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รายใหม่ลงทะเบียน ‘เบี้ยยังชีพ’

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ แจ้งผู้สูงอายุผู้พิการ รายใหม่ ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย.2565 นี้ เผยในปีงบประมาณ 2565 เทศบาลมอบเบี้ยยังชีพทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์จำนวนทั้งสิ้น 3,346 คน เป็นเงิน 27,652,200 บาท

นายสมศักดิ์ ธีระวิวัฒนกิจ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เทศบาลเมือง(ทม.)บุรีรัมย์ ได้เปิดรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพรายเดือน แบบขั้นบันได สำหรับผู้สูงอายุรายใหม่ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งจะมีสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 เป็นต้นไป

โดยในส่วนของผู้สูงอายุ จะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในปีงบประมาณถัดไป ซึ่งได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2507 คือ เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2506-1 กันยายน 2507 สำหรับในกรณีที่ในทะเบียนบ้านไม่ปรากฏวัน เดือน ปี ให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดในวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้นและยังไม่เคยลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพมาก่อน รวมทั้งผู้สูงอายุที่ย้ายภูมิลำเนามาใหม่ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และยังไม่เคยลงทะเบียนตามข้อ 8 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย)

ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ และไม่เคยขึ้นทะเบียนและรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาก่อน อีกทั้งไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งดังนี้ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ข้าราชการการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นทุกรูปแบบ เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาเทศบาล ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้พิการนั้น จะต้องเป็นผู้พิการที่มีสัญชาติไทย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่ มีบัตรประจำตัวคนพิการแล้ว ไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐ และไม่เคยขึ้นทะเบียนและรับเงินเบี้ยความพิการมาก่อน นำหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ดูแลคนพิการมาด้วย (กรณีผู้ดูแลคนพิการเป็นคนอื่น) และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรณีขอรับเงินผ่านธนาคาร มายื่นคำขอจดทะเบียนรับเงินเบี้ยความพิการ

ทั้งนี้ ให้นำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาและสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนากรณีขอรับเงินผ่านธนาคาร มายื่นคำขอลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพฯได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ชั้น 1 ฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคม กองสวัสดิการสังคม (ห้องงานทะเบียนราษฎร) หากไม่สามารถมาด้วยตนเองให้ผู้อื่นมายื่นแทนได้โดยทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมนำ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจมาด้วยตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน 2565

อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ได้ดำเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพ จำนวนทั้งสิ้น 3,346 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 27,652,200 บาทแยกเป็น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำนวน 2,788 คน เป็นเงิน 22,269,000 บาท ผู้พิการ จำนวน 533 คน เป็นเงิน 5,277,200 บาท และผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 25 คน เป็นเงิน 156,000 บาท

กรมข้าวลุยน้ำท่วม มอบเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้ชาวนาประสบภัย น้ำท่วมที่ศรีสะเกษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687794

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวภาคอีสาน ลงพื้นที่เทศบาล ต.โคกจาน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมพี่น้องชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นโนรูที่เคลื่อนตัวผ่านเข้าประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจาก นายแว่น พรหมคุณ เกษตรอำเภออุทุมพรพิสัยนางอินทิอร วงศ์สหวิวัฒน์ เกษตรอำเภอห้วยทับทัน

นายณัฏฐกิตติ์เปิดเผยว่า จากกรณีพายุโนรู พัดผ่านพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่การทำนา ซึ่งข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่า จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม 7 อำเภอ รวม 16 ตำบล 46 หมู่บ้าน

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยด้วยว่าในส่วนของพื้นที่จัดทำแปลงขยายเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่อยู่ในการดูแลของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ 3,268 ไร่ แบ่งเป็น ต.โคกจาน และ ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน และ ต.หนองแค อ.ราษีไศล มีเกษตรกรรวม 256 ราย ส่วนใหญ่ปลูกข้าวดอกมะลิ 105 และ กข15 โดยจากการสำรวจพบว่ามีพื้นที่ปลูกข้าวที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม 1,761 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 183 ราย ทั้งนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ได้เยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและมอบเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ชาวนาใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

ไทยเจ้าภาพถก‘ทูน่าโลก’ ดันอุตสาหกรรมปลาทูน่ายั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687799

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ได้ร่วมกับ INFOFISH เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมและจัดแสดงสินค้า “ทูน่าโลก ครั้งที่ 17” (The Seventeenth
INFOFISH World Tuna TradeConference and Exhibition) หรือ “TUNA2022” ภายใต้หัวข้อ “การเสริมสร้างความยืดหยุ่น การปรับตัว และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมปลาทูน่าโลก” (Strengthening Resilience, Adaptability and Sustainable Growth in the Global Tuna Industry) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแบ่งปันองค์ความรู้ต่างๆตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสการเจรจาทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมปลาทูน่า

สำหรับการประชุมและจัดแสดงสินค้าปลาทูน่าโลก ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดประชุมมาแล้ว9 ครั้ง โดยประเทศไทย มีการนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี 2564 มีรายงานจาก Global Tuna Production and Trade ว่าปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าของโลกมีมากถึง 2.8 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 317,800 ล้านบาท ซึ่งประเทศไทย มีปริมาณการนำเข้าประมาณ 720,000 ตัน คิดเป็นร้อยละ 21 ของปริมาณการนำเข้าของโลก และมีปริมาณการส่งออกประมาณ 495,000 ตัน คิดเป็นร้อยละ 17.7ของปริมาณการส่งออกของโลก ด้านอุตสาหกรรมปลาทูน่าของไทย ส่วนใหญ่ส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าที่แปรรูปแล้ว มีมูลค่ารวม 68,145 ล้านบาท

อธิบดีกรมประมงกล่าวอีกว่า การจัดการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมทางด้านวิชาการและการค้าปลาทูน่าของโลกที่ใหญ่ที่สุด และถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมปลาทูน่าในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมปลาทูน่าอย่างรอบด้าน

กกท.ลุยเชียงราย จัด‘ชวนพี่ให้น้อง’ สร้างพลังเยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687795

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย พร้อมด้วยนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย นางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีพาแห่งประเทศไทย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปิดกิจกรรมโครงการ กกท.ชวนพี่ให้น้อง Dream To Doi และการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 7 คน SAT Football Thailand Championship 2022 “แชมป์ชนแชมป์” ที่ สนามหญ้าเทียม สนามกีฬา จ.เชียงราย จากนั้นได้มีการส่งมอบอุปกรณ์กีฬา รวมทั้งรถจักรยานกว่า  100 คัน ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล และอยู่บนพื้นที่สูงจำนวน 10 โรงเรียน 

นายทนุเกียรติกล่าวว่า การมอบอุปกรณ์กีฬา เพื่อให้น้องเยาวชนที่อยู่ห่างไกล ได้เล่นกีฬา มีอุปกรณ์กีฬาที่เพียงพอต่อจำนวนนักกีฬาในโรงเรียนนั้นๆ ทางกกท. จึงได้ร่วมกับหลายฝ่าย จัดโครงการ กกท.ชวนพี่ให้น้อง Dream To Doi ขึ้น เพื่อส่งต่ออุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนที่ห่างไกล ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายสมาคมกีฬาฯ ภาคเอกชน นำอุปกรณ์กีฬามาให้น้องๆ ในครั้งนี้

ขณะที่ นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้เชิญทาง นายดนัย ศรีวัชรเมธากุล “โค้ชด่วน” ผู้ฝึกสอนกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทย พร้อมด้วย นางสาวปิยะนุช เกิดปราชญ์ “น้องแป้น”และ นางสาวศศิภาพร จันทวิสูตร “น้องออมสิน” นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยเดินทางมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา จนก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ

‘เฉลิมชัย’ชูโมเดลแบบBCG ขับเคลื่อนเกษตร-อาหารสมดุลยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687796

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้เข้าร่วมพิธีเปิดงานประชุมสัมมนาประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก “การพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหาร” (The Asia-PacificSymposium on Agrifood Systems Transformation) ที่จัดขึ้นโดย FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กทม. ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโสในระดับภูมิภาค มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก (UN FoodSystems Summit) และการประชุมสุดยอดโภชนาการเพื่อการเติบโต (Nutrition for Growth Summit) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2564 โดยจะมีการเสวนาของผู้นำระดับสูงในประเด็นการตอบสนองต่อวิกฤต 5 ด้าน ได้แก่ อาหาร อาหารสัตว์ เชื้อเพลิง ปุ๋ย และงบประมาณ (Food, Feed, Fuel, Fertilizer, Finance : 5F)

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า เป็นการครบรอบ 1 ปี ที่กระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมกิจกรรมของการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลกมาตลอด และจากการประชุมทุกภาคส่วนจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารให้ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ่านการสนับสนุนด้านการเงิน ข้อมูล วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม อย่างเป็นรูปธรรม โดยประเทศไทยได้นำ “โมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG” หรือการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวมาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบองค์รวม ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยมีการบูรณาการและการพัฒนาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ผ่านการใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม จากความหลากหลายทางชีวภาพ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้นำมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารอย่างอย่างยืน โดยมุ่งพัฒนาภาคการเกษตรสู่3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง เริ่มขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ นำร่อง5 จังหวัด เพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบนำไปสู่การขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยนำแนวคิด “โมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG” มาขับเคลื่อนทุกโครงการที่ดำเนินงานอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

“เส้นทางสู่ระบบอาหารและการเกษตรที่ยั่งยืน ต้องเกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วนที่ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างในทุกระดับ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความพร้อมและยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการที่ไทยมีศักยภาพให้แก่ประเทศสมาชิกในภูมิภาค” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

55ปี กรมส่งเสริมฯมุ่งยกระดับเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687797

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องด้วยวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร โดยปีงบประมาณ 2566 จะครบรอบ55 ปี การสถาปนา จึงกำหนดแนวทางการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Keep Going, Keep Growing” ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเกษตรกรของ
เจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงไม่หยุดยั้ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เน้นหลักตลาดนำการผลิต และนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาปฏิรูปภาคการเกษตรสู่ยุคดิจิทัล สอดรับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ใน5 ประเด็นยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญ 15 เรื่อง รวมทั้งกรอบ “9 ความท้าทาย ก้าวต่อไปของนักส่งเสริมการเกษตร”

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า เพื่อฉลองครบรอบ 55 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการเกษตร ได้แก่ นิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 55 ปี การอบรมฝึกอาชีพ 5 หลักสูตร ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ หลักสูตรการปลูกพืชผักคนเมือง การเพาะต้นอ่อนผักงอกสำหรับคนเมือง น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนจากผักงอก และการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า รองรับผู้สนใจกว่า 550 คน และเชิญเลือกซื้อสินค้าจากตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพดีฝีมือเกษตรกร 9 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ผลไม้ ข้าวและธัญพืช สมุนไพรและเครื่องสำอาง ผ้าและเครื่องแต่งกาย หัตถกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ผัก ไม้ดอกไม้ประดับ และอื่นๆ

นอกจากนี้ ตลอดทั้งปี 2566 ศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตรทั้ง 50 ศูนย์ ซึ่งตั้งอยู่ทั่วประเทศ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจัดกิจกรรมสนับสนุนองค์ความรู้เฉพาะด้านให้แก่เกษตรกร ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ โดยสามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊คกรมส่งเสริมการเกษตร