นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง

นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง

20 ก.ค. 2569 12:27 น.

นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง

โชโกะ คาวาตะ นายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะ วัย 36 ปี เริ่มการลาคลอดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนายกเทศมนตรีที่กำลังดำรงตำแหน่งคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่ประกาศ “ลาคลอด” ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากสังคม แต่ยังคงเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออนไลน์และข้อกังขาเรื่องการรับเงินเดือนเต็มจำนวน สะท้อนการถกเถียงเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงการเมืองญี่ปุ่น

โชโกะ คาวาตะ นายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะ เมืองขนาดเล็กที่มีประชากรราว 69,000 คน ทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ (20 ก.ค.) ทำให้เธอกลายเป็นนายกเทศมนตรีขณะดำรงตำแหน่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ใช้สิทธิ “ลาคลอดบุตร” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา การตัดสินใจดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อทั่วโลก พร้อมกับจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง

คาวาตะ ซึ่งเคยสร้างสถิติเป็นนายกเทศมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นด้วยวัย 33 ปี เมื่อปี 2023 เปิดเผยว่า เธอวางแผนที่จะมีบุตรมาโดยตลอด แต่กลับพบว่าแม้ข้าราชการประจำของเมืองยาวาตะจะได้รับสิทธิลาคลอดตามกฎหมาย 16 สัปดาห์ แต่กลับ “ไม่มีระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติรองรับสำหรับตำแหน่งนายกเทศมนตรี” ทำให้เธอต้องเป็นผู้ริเริ่มยกร่างและจัดทำระเบียบดังกล่าวขึ้นมาใหม่เอง

คาวาตะ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ฉันรู้สึกตกใจมากเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นนายกเทศมนตรีคนแรกที่ใช้สิทธิลาคลอด มันทำให้ตระหนักว่าที่ผ่านมา มีผู้หญิงหรือหญิงรุ่นใหม่เข้ามารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีน้อยมากเพียงใด”

ทั้งนี้ หนึ่งในภารกิจสุดท้ายก่อนพักงานคือการร่วมขบวนเทศกาลไทโกะ ซึ่งเธอที่กำลังตั้งครรภ์แก่ได้เลือกเดินตามหลังขบวน แทนการขึ้นไปนั่งบนศาลเจ้าจำลองตามประเพณีดั้งเดิม เพื่อความปลอดภัย

การลาคลอดของเธอเกิดขึ้นท่ามกลางสถิติช่องว่างทางเพศที่เหลื่อมล้ำอย่างมากของญี่ปุ่น โดยรายงานดัชนีความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ล่าสุด ระบุว่า ญี่ปุ่นจัดอยู่ในอันดับที่ 118 จาก 148 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 125 ในด้านการมีบทบาททางการเมืองของผู้หญิง แม้ว่าสตรีชาวญี่ปุ่นทั่วไปจะมีสิทธิลาคลอดตามกฎหมายประมาณ 14 สัปดาห์ และได้รับเงินชดเชยราว 2 ใน 3 ของเงินเดือนก็ตาม

คาวาตะระบุว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องปฏิรูปสังคมอย่างจริงจัง หากต้องการแก้ปัญหาวิกฤตอัตราการเกิดต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์และการลดลงของประชากร พร้อมเรียกร้องให้สร้างสังคมที่ผู้คนทุกอาชีพ รวมถึงผู้บริหารและผู้นำองค์กร สามารถตัดสินใจมีบุตรได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบต่อหน้าที่การงาน เพราะหากไม่เปลี่ยนแปลง ประเทศจะเผชิญภาวะประชากรลดลงและเศรษฐกิจถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เธอกล่าวว่า ชาวเมืองและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่สนับสนุนการลาคลอดครั้งนี้ แต่รู้สึกผิดหวังกับกระแสวิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบางคนกล่าวหาว่าเธอไม่ได้ตั้งใจทำงาน และเข้ารับตำแหน่งเพียงเพื่อใช้สิทธิลาคลอด ทั้งที่ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เธอปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

แม้ประชาชนส่วนใหญ่ในเมืองยาวาตะจะเห็นด้วยกับการลาคลอดของนายกเทศมนตรี แต่ก็มีผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการที่เธอยังคงได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนระหว่างลาคลอด โดยบางส่วนมองว่าสิทธิในการลาคลอดเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้หญิง แต่ควรมีการพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนให้เหมาะสม

คาวาตะมีกำหนดคลอดบุตรในเดือนกันยายนนี้ และการลาคลอดของเธอถูกจับตามองทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ในฐานะกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในตำแหน่งผู้นำ และการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวกับการทำงานในสังคมญี่ปุ่นยุคใหม่.

ที่มา Reuters

ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีน “หลู่ซวิ่น”

ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีน "หลู่ซวิ่น"

20 ก.ค. 2569 11:24 น.

ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีน “หลู่ซวิ่น”

หวัง จี้ปิง ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัล “หลู่ซวิ่น” หนึ่งในรางวัลวรรณกรรมทรงเกียรติที่สุดของจีน จากรวมบทกวี Low Flight ที่ถ่ายทอดชีวิต ความหวัง และความยากลำบากของไรเดอร์ส่งอาหาร โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะยังคงทำงานส่งอาหารต่อไป แม้จะได้รับเกียรติสูงสุดในวงการวรรณกรรมแล้วก็ตาม

ในการประกาศผลรางวัลวรรณกรรม “หลู่ซวิ่น” (Lu Xun Literature Prize) ครั้งที่ 9 ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลทางวรรณกรรมที่ทรงเกียรติที่สุดของประเทศจีน หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลสาขากวีนิพนธ์คือ หวัง จี้ปิง  ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี จากผลงานรวมบทกวีที่มีชื่อว่า “Low Flight” (เที่ยวบินต่ำ) ซึ่งสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อ เรื่องราวชีวิต และกวีนิพนธ์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นริมถนนกลางเมืองใหญ่

หวัง จี้ปิง เกิดที่จังหวัดเจียงซู เขาต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุเพียง 14 ปีเนื่องจากปัญหาทางการเงินของครอบครัว และต้องสู้ชีวิตด้วยการทำงานหนักมาหลากหลายอาชีพ ทั้งงานก่อสร้าง เก็บขยะขาย และแม่ค้าแผงลอย ก่อนจะมายึดอาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร แต่ท่ามกลางชีวิตที่ยากลำบาก เขากลับไม่เคยทิ้งความรักในการอ่านและการเขียน โดยเริ่มโพสต์บทกวีและบทความลงบนโซเชียลมีเดียตั้งแต่ช่วงสิบปีที่ผ่านมา

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการเขียนของเขาเกิดขึ้นเมื่อปี 2019 หลังจากการส่งอาหารที่แสนยากลำบาก เนื่องจากลูกค้าลงที่อยู่ผิด ทำให้เขาต้องเดินหาถึง 3 อาคารและขึ้นบันไดไปกว่า 18 ชั้น แต่กลับถูกลูกค้าต่อว่าอย่างรุนแรงเมื่อไปถึง ระหว่างทางกลับบ้าน เขาได้ระบายความอัดอั้นออกมาเป็นบทกวีชื่อ “Man in a Hurry” (ชายผู้รีบร้อน) ซึ่งกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ 

หลังจากนั้น นายหวังนำเรื่องราวระหว่างการทำงาน ทั้งผู้คนที่พบเจอ ความกดดัน ความหวัง และความฝันของไรเดอร์ มาถ่ายทอดผ่านบทกวีอย่างต่อเนื่อง จนตีพิมพ์หนังสือ Man in a Hurry: Poems of a Food Delivery Rider ในปี 2023 และตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาสร้างสรรค์บทกวีมากกว่า 6,000 บท หลายชิ้นได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวรรณกรรมชั้นนำของจีน

สำหรับผลงานล่าสุด “Low Flight” ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ หวังได้รวบรวมแรงบันดาลใจจากการสัมภาษณ์และสำรวจชีวิตเพื่อนร่วมอาชีพไรเดอร์มากกว่า 200 คน เพื่อสะท้อนถึงความสุข ความทุกข์ ความกดดัน และความฝันของคนทำงานในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงานอิสระ

ที่มาของชื่อผลงานมาจากปรัชญาการดำเนินชีวิตของเขาที่ว่า “ใครว่าการสยายปีกหมายถึงการต้องบินให้สูงเสมอไป? การบินต่ำ ก็ถือว่าเป็นการบินเช่นเดียวกัน” โดยหวังถ่ายทอดความงดงามผ่านจังหวะชีวิตประจำวันบนท้องถนน เสียงล้อรถหมุน และลมที่ปะทะหน้า พร้อมหวังว่าผลงานชิ้นนี้จะช่วยให้สังคมเกิดความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกลุ่มไรเดอร์มากขึ้น

“ผมรู้สึกมีความสุขมาก และในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเสียที” หวังกล่าวเปิดใจหลังทราบข่าว พร้อมยืนยันว่า แม้จะได้รับรางวัลใหญ่และไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการเงินแล้ว แต่เขาไม่มีความคิดที่จะลาออกจากอาชีพไรเดอร์ และตั้งใจจะทำงานนี้ต่อไปจนถึงอายุ 60 ปี เพราะเขาชอบบรรยากาศในการทำงาน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และต้องการใช้ชีวิตที่ติดดินเช่นเดิม

การได้รับรางวัลของหวัง จี้ปิง เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “กวีและนักเขียนชนชั้นแรงงาน” ในจีนที่กำลังได้รับความสนใจและยอมรับในระดับนานาชาติ อย่างที่เขาได้เขียนไว้ในบทกวีตอนหนึ่งว่า “สามัญชนทุกคนที่กำลังวิ่งอยู่บนท้องถนน ต่างถือดวงไฟดวงเล็กๆ ไว้ในมือ ดวงไฟนี้จะส่องสว่างให้ตัวเราก่อน แล้วจึงค่อยๆ มอบความอบอุ่นและแสงสว่างให้กับโลกทั้งใบ”.

ที่มา China Daily / BBC

ทรัมป์เผย “แอร์ ฟอร์ซ วัน” ลำใหม่ต้องอัปเกรดเพิ่ม หลังถูกตั้งคำถามเรื่องระบบป้องกัน

ทรัมป์เผย "แอร์ ฟอร์ซ วัน" ลำใหม่ต้องอัปเกรดเพิ่ม หลังถูกตั้งคำถามเรื่องระบบป้องกัน

20 ก.ค. 2569 11:15 น.

ทรัมป์เผย “แอร์ ฟอร์ซ วัน” ลำใหม่ต้องอัปเกรดเพิ่ม หลังถูกตั้งคำถามเรื่องระบบป้องกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ลำใหม่ที่กาตาร์มอบให้ จะถูกส่งไปปรับปรุงระบบเพิ่มเติมราว 1 เดือน หลังมีรายงานว่ายังขาดระบบป้องกันขีปนาวุธและมาตรการรักษาความปลอดภัยบางส่วน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เครื่องบิน แอร์ ฟอร์ซ วัน ลำใหม่ ซึ่งได้รับมอบจากราชวงศ์กาตาร์ จะถูกส่งไปปรับปรุงระบบเพิ่มเติมภายในอีกประมาณ 1 เดือน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเครื่องบินให้สมบูรณ์ที่สุด หลังเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เครื่องบินลำนี้มีขีดความสามารถหลายด้านอยู่แล้ว แต่จะถูกส่งไปอัปเกรดเพิ่มเติมให้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการปรับปรุงจะครอบคลุมระบบใดบ้าง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของเครื่องบินลำใหม่ เมื่อทรัมป์ใช้เครื่องบินโบอิ้ง 747-8 ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นแอร์ ฟอร์ซ วัน เดินทางเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม แต่กลับใช้เครื่องบินลำเดิมเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม และก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า เครื่องบินลำใหม่ยังไม่มีระบบป้องกันภัยบางส่วนที่ติดตั้งในแอร์ ฟอร์ซ วัน รุ่นปัจจุบัน รวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธ ส่งผลให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัย.

สเปนต้องฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอก 3 อุณหภูมิพุ่งเกิน 40 องศา บางที่อาจแตะ 45

สเปนต้องฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอก 3 อุณหภูมิพุ่งเกิน 40 องศา บางที่อาจแตะ 45

20 ก.ค. 2569 10:56 น.

สเปนต้องฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอก 3 อุณหภูมิพุ่งเกิน 40 องศา บางที่อาจแตะ 45

สเปนเผชิญคลื่นความร้อนระลอกที่ 3 ของฤดูร้อนปีนี้ โดยคาดการณ์ว่า ตั้งแต่อังคารนี้ อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของประเทศจะพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่อาจแตะ 45 องศา

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสเปน หรือ AEMET ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศสูงที่ปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อากาศร้อนและแห้งจากแอฟริกาเหนือถูกกักไว้เหนือประเทศสเปนเป็นเวลาหลายวัน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างผิดปกติ

นักพยากรณ์อากาศคาดว่า สภาพอากาศจะร้อนจัดต่อเนื่องและรุนแรงที่สุดในวันพฤหัสบดีนี้ โดยบางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนว่าช่วงเวลากลางวันจะมีระดับความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ เด็ก และกลุ่มเปราะบาง

นับว่านี่ถือเป็นคลื่นความร้อนระลอกที่ 3 ของสเปนในฤดูร้อนปีนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ประเทศเผชิญคลื่นความร้อนมาแล้ว 2 ระลอก ได้แก่ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ของยุโรป และช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

ข้อมูลจาก AEMET ยังระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของฤดูร้อนปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 15 กรกฎาคม เป็นช่วงที่สเปนมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในปี 2504 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24.5 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงปี 2534-2563 ซึ่งอยู่ที่ 21.2 องศาเซลเซียส ถึง 3.3 องศา

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้น ยาวนานขึ้น และรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้พืชพรรณแห้งแล้ง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เกิดไฟป่ารุนแรงในจังหวัดอัลเมเรีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน คร่าชีวิตผู้คนไป 13 ราย นับเป็นเหตุไฟป่าที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

ที่มา : channelnewsasia

น้ำมันโลกพุ่ง หลังสหรัฐฯ ถล่มอิหร่านคืนที่ 9 เรือไฟไหม้ช่องแคบฮอร์มุซ

น้ำมันโลกพุ่ง หลังสหรัฐฯ ถล่มอิหร่านคืนที่ 9 เรือไฟไหม้ช่องแคบฮอร์มุซ

20 ก.ค. 2569 10:38 น.

น้ำมันโลกพุ่ง หลังสหรัฐฯ ถล่มอิหร่านคืนที่ 9 เรือไฟไหม้ช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวขึ้นกว่า 2% หลังสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน และเกิดเหตุเรือไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจกระทบอุปทานพลังงาน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน ขณะที่เกิดเหตุเรือลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ของโลก

รายงานระบุว่า น้ำมันดิบเบรนท์ สำหรับส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.72% แตะระดับ 90.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,980 บาทต่อบาร์เรล และเคยพุ่งทะลุ 91 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,000 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.39% มาอยู่ที่ 84.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราว 2,780 บาทต่อบาร์เรล

ด้านสำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า มีเรือลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณห่างจากชายฝั่งโอมานไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น.

ที่มา AFP

ม็อบแมลงสาบในอินเดีย นัดชุมนุมใหญ่บุกสภา เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวถูกหามส่ง รพ.

ม็อบแมลงสาบในอินเดีย นัดชุมนุมใหญ่บุกสภา เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวถูกหามส่ง รพ.

20 ก.ค. 2569 08:46 น.

ม็อบแมลงสาบในอินเดีย นัดชุมนุมใหญ่บุกสภา เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวถูกหามส่ง รพ.

นักศึกษา ผู้ปกครอง และนักเคลื่อนไหวนับพันคน เตรียมเดินขบวนไปยังรัฐสภาอินเดีย เรียกร้องปฏิรูประบบการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวที่อดอาหารประท้วงกว่า 3 สัปดาห์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่ผู้จัดยืนยันเดินหน้าชุมนุมตามกำหนด

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักศึกษา ผู้ปกครอง นักเคลื่อนไหว และแกนนำทางการเมืองหลายพันคน เตรียมเดินขบวนไปยังรัฐสภาอินเดียในกรุงนิวเดลี หลังได้รับการนัดหมายจาก พรรคประชาชนแมลงสาบ (Cockroach Janta) ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูประบบการศึกษาและเพิ่มความโปร่งใสในการจัดสอบ

โดยบรรยากาศบริเวณสถานที่ชุมนุมในกรุงนิวเดลีมีประชาชนทยอยเดินทางมารวมตัวตั้งแต่วันอาทิตย์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังกึ่งทหารจำนวนมากถูกส่งมาประจำพื้นที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะที่ก่อนหน้านั้นการชุมนุมตึงเครียดขึ้นเมื่อวันเสาร์ หลังนายโซนัม วังชุก นักการศึกษาและนักเคลื่อนไหวชื่อดัง ซึ่งอดอาหารประท้วงมาแล้วเป็นวันที่ 21 เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพรรค ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาล 

ด้านนายอภิจิต ดิปเก ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนแมลงสาบ ยืนยันว่า การเดินขบวนในวันที่ 20 กรกฎาคม จะยังคงดำเนินต่อไปตามแผน พร้อมระบุว่า หากทางการคิดว่าการนำวังชุกออกจากพื้นที่จะทำให้การเคลื่อนไหวยุติลง ก็ถือว่าคิดผิด นอกจากนี้ ดิปเกยังเริ่มอดอาหารประท้วงอย่างไม่มีกำหนดแทนวังชุกตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พรรคประชาชนแมลงสาบ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในฐานะขบวนการเสียดสีทางการเมืองบนโลกออนไลน์ ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากการรณรงค์ต่อต้านปัญหาข้อสอบรั่วไหลและความไม่โปร่งใสในการจัดสอบ ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกการสอบสำคัญหลายรายการในอินเดีย และกลายเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจในวงกว้าง.

ดินถล่มทางเหนือกรุงโตเกียว คร่า 2 ศพ หลังฝนตกหนักทำสถิติใหม่

ดินถล่มทางเหนือกรุงโตเกียว คร่า 2 ศพ หลังฝนตกหนักทำสถิติใหม่

20 ก.ค. 2569 08:04 น.

ดินถล่มทางเหนือกรุงโตเกียว คร่า 2 ศพ หลังฝนตกหนักทำสถิติใหม่

ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในจังหวัดโทจิกิ ทางเหนือของกรุงโตเกียว ทำให้เกิดดินถล่มพังบ้านเรือน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ ขณะที่ทางการเร่งสำรวจความเสียหายและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า ฝนตกหนักเป็นสถิติใหม่ในจังหวัดโทจิกิ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดเหตุดินถล่มหลายจุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ

รายงานข่าวระบุว่า เหตุดินถล่มเกิดขึ้นในเมืองอาชิคากะ โดยเมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่พบชายคนหนึ่งหมดสติอยู่ภายในบ้านที่พังถล่มจากดินถล่ม ก่อนยืนยันว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่พบหญิงรายหนึ่งหมดสติในจุดเกิดเหตุ และเสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า มวลอากาศชื้นที่ไหลปกคลุมจังหวัดโทจิกิและจังหวัดกุนมะ ทำให้กลุ่มเมฆฝนก่อตัวปกคลุมพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำลายสถิติเดิม

ในเมืองอาชิคากะมีปริมาณฝนสะสม 232.5 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 12 ชั่วโมงจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันเสาร์ ซึ่งเป็นปริมาณฝนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ และมากกว่าค่าเฉลี่ยปริมาณฝนตลอดเดือนกรกฎาคมถึงเกือบ 40% ทำให้หลายพื้นที่ยังคงเสี่ยงต่อดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน.

ที่มา NHK

อิหร่านโวยสหรัฐฯ โจมตีโรงนิวเคลียร์ ลั่นจะตอบโต้อย่างเหมาะสม

อิหร่านโวยสหรัฐฯ โจมตีโรงนิวเคลียร์ ลั่นจะตอบโต้อย่างเหมาะสม

20 ก.ค. 2569 06:15 น.

อิหร่านโวยสหรัฐฯ โจมตีโรงนิวเคลียร์ ลั่นจะตอบโต้อย่างเหมาะสม

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของพวกเขา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พร้อมเตือนว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้อย่างเหมาะสม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 นายคาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะมีการตอบโต้อย่าง “เหมาะสม” หลังจากพวกเขากล่าวหาสหรัฐฯ ว่า โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ดาร์โคเวย์น” (Darkhovin) ทางตอนใต้ของอิหร่าน

ในการให้สัมภาษณ์กับ IRIB สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน การีบาบาดีกล่าวว่า “การที่สหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดาร์โคเวย์นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ถือเป็นการจู่โจมที่อันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้อย่างสันติของอิหร่าน และสหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบอย่างเต็มรูปแบบต่อผลพวงของความไม่มั่นคงและความไร้เสถียรภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้น”

“ขณะที่อิหร่านขอประณามการดำเนินการอันก้าวร้าวในครั้งนี้อย่างรุนแรง ทางเราจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของเราต่อไป” นายการีบาบาดีกล่าวเสริม

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ องค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่านเปิดเผยว่า สหรัฐฯ โจมตีไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าดาร์โคเวย์น ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนประเทศอิรัก แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังเกตการณ์ของสหประชาชาติ แถลงในช่วงเช้าวันอาทิตย์ว่า ทางหน่วยงานกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายงานข่าวเรื่องการโจมตีไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่านในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

IAEA ระบุว่า โรงไฟฟ้าดาร์โคเวย์นยังอยู่ใน “ขั้นเริ่มต้นอย่างมาก” ของการก่อสร้าง และเหตุโจมตีตามรายงานนั้นไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงจากรังสีใด ๆ อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานได้เรียกร้องให้มี “การยับยั้งชั่งใจทางการทหาร” ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ทั้งหมดแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แผ่นดินไหวเขย่าเปรู คร่าแล้ว 6 ศพ อาคารพังเสียหายหลายแห่ง

แผ่นดินไหวเขย่าเปรู คร่าแล้ว 6 ศพ อาคารพังเสียหายหลายแห่ง

20 ก.ค. 2569 05:21 น.

แผ่นดินไหวเขย่าเปรู คร่าแล้ว 6 ศพ อาคารพังเสียหายหลายแห่ง

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 เขย่าประเทศเปรู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ศพ อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายแห่ง ทำให้ประชาชนกว่า 300 คนกลายเป็นคนไร้บ้าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 ทางการเปรูเปิดเผยว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.5 เขย่าภูมิภาคเทือกเขาแอนดีส เมื่อเวลาประมาณ 21.24 น. ของวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน และประชาชนอีกราว 300 คนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ห่างจากเมืองซิกายา (Sicaya) ในจังหวัดฮวนคาโย (Huancayo) ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 2 กิโลเมตร และมีความลึกอยู่ที่ 10 กิโลเมตร

สถาบันป้องกันพลเรือนแห่งชาติของเปรูระบุในแถลงการณ์ว่า ยังไม่ทราบจำนวนผู้สูญหายที่แน่ชัด โดยมีอาคารหลายแห่งพังทลายหรือได้รับความเสียหายทางโครงสร้าง ซึ่งรวมถึงโบสถ์และคอนแวนต์ในท้องถิ่นด้วย

ด้านนาย หลุยส์ บาสเกซ หัวหน้าสำนักงานป้องกันพลเรือนท้องถิ่น บอกผู้สื่อข่าวว่า การใช้ “อิฐดิบ” หรือ “อิฐโคลนตากแห้ง” ซึ่งเป็นวัสดุพื้นบ้านในการก่อสร้างในพื้นที่แถบแอนดีสนั้น “มีส่วนทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายที่รุนแรงยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ ประเทศเปรูเผชิญแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เนื่องจากพวกเขาตั้งอยู่ในบริเวณ “วงแหวนแห่งไฟ” ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นเส้นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่ยาวที่สุดในโลก

ภาพที่เผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่นแสดงให้เห็นชาวบ้านในเขตเกษตรกรรม “ชอนโก บาโฮ” (Chongo Bajo) ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยชาวบ้านต่างพากันเบียดเสียดอยู่ภายใต้ผ้าห่มนอกตัวบ้านที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังพบสัตว์เลี้ยงถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกด้วย

“บ้านของฉันถูกทำลายไปหมดแล้ว” เฮอร์เมเนกิลดา กัวมาลาโต บอกกับสถานีวิทยุท้องถิ่น ในขณะที่เธอกำลังหาที่พักอาศัยชั่วคราวร่วมกับลูก ๆ ทั้ง 3 คน ในเขตอวยยูกาชี (Huayucachi) ที่อยู่ใกล้เคียง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

อย.สหรัฐฯ พบต้นตอ ปรสิต “ไซโคลสปอรา” ระบาด ทำผู้ป่วยท้องร่วงพุ่ง

อย.สหรัฐฯ พบต้นตอ ปรสิต “ไซโคลสปอรา” ระบาด ทำผู้ป่วยท้องร่วงพุ่ง

20 ก.ค. 2569 04:24 น.

อย.สหรัฐฯ พบต้นตอ ปรสิต “ไซโคลสปอรา” ระบาด ทำผู้ป่วยท้องร่วงพุ่ง

อย.ของสหรัฐฯ พบว่า ผักกาดแก้วของบริษัท เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ เป็นต้นตอการระบาดของปรสิตไซโคลสปอรา ซึ่งกำลังทำให้ชาวอเมริกันหลายพันคนล้มป่วยด้วยโรคท้องร่วงรุนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่า ตัวอย่างผักกาดแก้วจากบริษัท เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ (Taylor Farms) ซึ่งเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับเชนร้านอาหาร ทาโก้ เบลล์ (Taco Bell) มีผลตรวจเชื้อปรสิตไซโคลสปอรา “เป็นบวก”

FDA ยืนยันด้วยว่า ตัวอย่างดังกล่าวถูกเก็บมาจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ประกาศเรียกคืนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัท เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ประกาศเรียกเก็บผักกาดแก้วทั้งหมดที่มาจากเม็กซิโกตอนกลางออกจากตลาดสหรัฐฯ ด้วยความสมัครใจ พร้อมทั้งออกรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ

“เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่มีผลตรวจเป็นบวกนี้ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียกคืนสินค้าในปัจจุบันของพวกเขา” FDA แถลง “ขณะนี้พวกเขากำลังเร่งตรวจสอบว่ามีส่วนใดของสินค้าลอตที่มีปัญหานี้ หลงเหลืออยู่ในช่องทางการค้าหรือในบ้านของผู้บริโภคหรือไม่”

จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บันทึกจำนวนผู้ป่วยท้องร่วงรุนแรงจากการติดเชื้อไซโคลสปอรา (cyclosporiasis) ได้มากกว่า 5,000 ราย นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีอย่างน้อย 94 รายที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ FDA เปิดเผยว่า มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อรายแรก ๆ เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่อาการของโรคอาหารเป็นพิษชนิดนี้อาจใช้เวลานานถึง 2 สัปดาห์กว่าจะแสดงอาการ โดยมีอาการต่าง ๆ เช่น ท้องเสียเป็นน้ำต่อเนื่องหลายวัน น้ำหนักลดลงอย่างกะทันหัน และเบื่ออาหาร

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยว่า มีผู้คนหลายพันคนติดเชื้อไซโคลสปอรา ซึ่งเชื่อมโยงกับผักกาดแก้วที่จัดส่งโดยเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ และวางจำหน่ายในร้านทาโก้ เบลล์ ในอย่างน้อย 5 รัฐ ได้แก่ อินเดียนา, เคนทักกี, มิชิแกน, โอไฮโอ และ เวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่ง CDC แนะนำให้ประชาชนเลี่ยงทานผักชนิดนี้ที่เสิร์ฟในร้านทาโก้

ทางด้านเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังระบุว่า ได้ดำเนินการนำผักกาดแก้วของเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ลอตที่ได้รับผลกระทบออกจากร้านสาขาต่าง ๆ ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc