ตะลอนเที่ยว : ปราสาทฮิเมจิ ปราสาทนกกระสาขาว : Himeji Castle

ตะลอนเที่ยว : ปราสาทฮิเมจิ ปราสาทนกกระสาขาว : Himeji Castle

ตะลอนเที่ยว : ปราสาทฮิเมจิ ปราสาทนกกระสาขาว : Himeji Castle

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผู้ที่หลงใหลในความงามของปราสาทโบราณของญี่ปุ่นต่างยกย่องว่าปราสาทฮิเมจิ เมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ คือหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ต้องไปเยือนให้ได้เมื่อได้ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น เนื่องจากความงดงามของปราสาทสูงเจ็ดชั้น บวกกับความเก่าแก่ เพราะมีอายุกว่า 600 ปี แถมในบริเวณปราสาทยังมีต้นซากูระอีกเป็นพันต้น ดังนั้น เมื่อไปเที่ยวในช่วงซากูระบาน ก็จะพบกับความงดงามและอ่อนหวานของดอกซากูระที่บานสะพรั่ง

ปราสาทฮิเมจิรอดพ้นจากการทำลายล้างโดยระเบิดของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงรอดพ้นจากภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมื่อ 2538 นับว่าผู้ก่อสร้างปราสาทนี้ได้คำนวณการก่อสร้างได้อย่างเยี่ยมยอด จึงทำให้ตัวปราสาทไม่พังทลายเพราะแรงไหวสั่นของแผ่นดิน

องค์การ UNESCO ยกย่องให้ปราสาทนี้เป็นมรดกโลก แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือเป็นสมบัติประจำชาติของญี่ปุ่นด้วย โดยถือว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทขนาดใหญ่ที่งดงามมากที่สุดของญี่ปุ่น โดยปราสาทอีก 2 แห่งคือ ปราสาทมัตสึโมโตะ และปราสาทคุมาโมโตะ 

ด้วยความที่ปราสาทฮิเมจิมีสีขาวสว่างใส ดังนั้นชาวญี่ปุ่นจึงเรียกชื่อว่า ปราสาทนกกระสาขาว หรือ ฮากุระโจ 

สถาปัตยกรรมของปราสาทแห่งนี้นับได้ว่าเป็นต้นแบบการก่อสร้างปราสาทญี่ปุ่น โดยเฉพาะฐานหินสูง กำแพงสีขาว และอาคารต่าง ๆ ภายในบริเวณปราสาท ส่วนรอบ ๆ ปราสาทยังมีสิ่งรักษาความปลอดภัยมั่นคงให้ตัวปราสาทอีกมากมาย เช่น ช่องวางปืนใหญ่ และช่องสำหรับโยนหินออกจากปราสาทเพื่อให้ตกไปยังข้าศึก

จุดเด่นอีกอย่างของปราสาทนี้คือ ทางเดินเข้าสู่อาคารหลักทำเป็นเขาวงกต ส่วนประตูและกำแพงในปราสาทถูกออกอย่างดีและมั่นคงมากเพื่อป้องกันศัตรูไม่ให้บุกรุกเข้าถึงได้โดยง่าย ทางเดินมีลักษณะเป็นวงก้นหอยรอบ ๆ ตัวอาคารหลัก ส่วนระหว่างทางเดินบางแห่งก็ทำเป็นทางตันเพื่อลวงศัตรู เพราะขณะที่ศัตรูกำลังหลงทางก็จะถูกโจมตีจากข้างบนอาคารหลักทันที

ประวัติของการสร้างปราสาทแห่งนี้ระบุว่าเริ่มมาตั้งแต่ ค.ศ. 1346 โดยอากามัตสึ ซาดาโนริ แต่หลังจากนั้นก็มีการต่อสู้แย่งชิงปราสาทมาโดยตลอด แต่ในช่วงแรกปราสาทไม่ได้ถูกสร้างเป็นอาคารสูงดังในปัจจุบัน จนมาถึงช่วงหลังสงครามเซกิงาฮารา ค.ศ. 1601 โซกุนโตกุงาวะ อิเอยาสึ ยกปราสาทฮิเมจิให้อิเคดะ เทรูมาซะ จากนั้นจึงได้ก่อสร้างต่อเติมอีกเป็นเวลา ปี จนปราสาทปรากฏเหมือนอย่างที่เห็นในปัจจุบัน 

ครั้นหมดยุคเอโดะ ปราสาทฮิเมจิถูกนับเป็นหนึ่งในสมบัติชิ้นสุดท้ายของไดเมียวโทซามะ โดยในขณะนั้น ปราสาทถูกปกครองโดยทายาทของซากาอิ ทาดาซูมิ จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ ค.ศ. 1868 รัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่น จึงส่งกองกำลังภายใต้การบังคับบัญชาของทายาทตระกูลอิเกดะ เทรูมาซะเข้ายึดปราสาท แล้วขับไล่ผู้ครอบครองรายเดิมออกไป

เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ปราสาทฮิเมจิยังคงดำรงอยู่ได้ แม้จะถูกทิ้งสหรัฐฯ จงใจทิ้งระเบิดใน ค.ศ. 1945 คือช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ปรากฏว่าพื้นที่รอบ ๆ ปราสาทเสียหายหนัก แต่ทว่าตัวปราสาทยังคงดำรงอยู่ 

จุดเด่นอีกอย่างของปราสาทนี้คือสวนญี่ปุ่นทั้ง 9 แห่ง ที่เป็นสวนแบบเอโดะ แต่ละสวนจะมีสไตล์ต่างกัน ดังนั้น เมื่อไปเที่ยวชมในแต่ละฤดูก็จึงได้สัมผัสความงดงามต่างกันไปตามช่วงฤดูกาล

การเดินทางจากสถานีรถไฟฮิเมจิไปยังตัวปราสาทก็แสนสะดวก เพราะใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น โดยทางเดินก็จะมีสวนดอกไม้สวยงาม และมีปฏิมากรรมที่ทำจากโลหะเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ เช่น สาวน้อยเริงระบำ นักดนตรี และภาพแนวอีโรติกเล็ก ๆ ประดับอยู่ริมทางเดิน แถมบนทางเดินก็ยังประดิษฐ์ประดอยฝาท่อระบายน้ำเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮิเมจิ คือนกกระสาขาวโบยบินเป็นฝูง

หากคุณสนใจเที่ยวชมเมืองญี่ปุ่นแบบละมุมละไม ไม่เร่งไม่ร้อน เที่ยวแบบเจาะลึกสัมผัสขนบประเพณีวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น และเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ สมาชิก 6-12 คนเท่านั้น โปรดติดต่อ Mr. Flower แนวหน้า 091 7233615 

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

คุณแหน : 7 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • อาทิตย์ ๒๘ มิ.ย. นี้ อย่าลืมไปเลือกผู้ว่ากรุงเทพมหานคร  บ้านที่เราอยู่ทุกวัน ไม่ควรเชื่อจากสื่อหรือผู้รู้ทั้งหลาย ( ที่ไม่เคยทำงาน )   รักใครชอบใครก็ กาคนนั้น  ถ้าท่านอยากได้ผู้ว่าที่จริงใจและแก้ปัญหา โดยเฉพาะคนใช้รถใช้ถนน ที่เห็นแก่ตัว มักง่าย ไม่เคารพกฎหมาย ต้องปรับจริงๆ  ทำได้ไหม?? ……. 
  • กรมสรรพากร แจ้งเก็บภาษีของ นายทักษิณ  ชินวัตร  ถ้าจ่ายไม่ครบ จะฟ้องล้มละลาย  ขอให้เป็นจริง อย่างที่พูดก็แล้วกัน  …….
  • นายกรัฐมนตรี  อนุทิน  ชาญวีรกุล  กล่าว “คิดว่าทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ ไทยช่วยไทยพลัส   ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย เราเน้นช่วยเหลือผลกระทบจากสถาณะการณ์ตะวันออกกลาง  ทั้งค่าน้ำมัน  ค่าไฟ” …. 
  • สีหศักดิ์  พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมต.ต่างประเทศ  กล่าว “ขณะนี้ถือว่าเขาปิดประตูแล้วหลายอย่าง ทั้งสำหรับการพูดคุยในเรื่องเขตแดน ทางทะเล การไปสู่กลไกประนอมภาคบังคับ  ฝ่ายไทยก็พร้อม เราไม่ได้หวั่นไหวอะไร  แต่เขาก็ปิดประตูสำหรับการพูดคุยในเรื่องอื่นๆ ที่เราประสงค์ให้มีความคืบหน้า  รู้สึกว่ามันเป็นการตัดสินใจของเขา  เขาต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น”   หวังว่าท่านฑูตไทยประจำฝรั่งเศส นิกรเดช พลางกูร  คงจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด …… 
  • ล้งทุเรียนที่ยะลา  เป็นตัวอย่างพลังของชุมชน ที่ลุกขึ้นมาสร้างระบบเศรษฐกิจ  ของตนเอง  ด้วยองค์ความรู้ความร่วมมือ  ความเชื่อมั่น ร่วมกันว่า  ผลประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่  ควรกลับคืนสู่คนในพื้นที่ อย่างแท้จริง  ……. 
  • ขออนุญาติ นักกลอนหน้าต่าง นำบางส่วน ชีวิตคือทางลาดที่พาดผ่าน   ความรักหวานมักลวงตาหาทนไม่   มิตรภาพคือไหมทองเรืองยองใย  ตัดอย่างไรไม่สะบั้น  ตลาบวันมรณ์    มิตรภาพแน่นเหนียวเกลียวเส้นสาย  อยู่อย่างคนไร้เพื่อนเหมือนเดียวดาย  วันสุดท้ายตายลำพังสังเวชใจ   ……..


น้องนิ่ง…..นิ่ง……

4 วันแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จของ ‘Thai Science Camp’ ครั้งที่ 18 ค้นหาตัวตนผ่านการเรียนรู้จากนักวิทย์ต้นแบบ

4 วันแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จของ 'Thai Science Camp' ครั้งที่ 18 ค้นหาตัวตนผ่านการเรียนรู้จากนักวิทย์ต้นแบบ

4 วันแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จของ ‘Thai Science Camp’ ครั้งที่ 18 ค้นหาตัวตนผ่านการเรียนรู้จากนักวิทย์ต้นแบบ

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.06 น.

6 มิถุนายน 2569 ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เปิดเผยหลังพิธีปิดกิจกรรมค่าย Thai Science Camp ครั้งที่ 18 ที่จัดร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ที่จัดระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- 4 มิ.ย. รวมระยะเวลา 4 วันของการเข้าค่ายโดยมีเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 150 คนจากทั่วประเทศเข้าร่วม ว่า ค่าย Thai Science Camp ครั้งที่ 18 เสร็จสิ้นไปอย่างอย่างประทับใจ โดยมี ศ.ดร.บุญโชติ เผ่าสวัสดิ์ยรรยง ประธานคณะกรรมการโครงการ Thai Science Camp ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิด ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

รอง ผอ.NSM กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 4 วันของการเข้าค่าย เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 150 คนจากทั่วประเทศ ได้ร่วมออกเดินทางบนเส้นทางแห่งการค้นพบ เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังความคิดและเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคต ทั้งการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเต็มไปด้วยความท้าทาย

“กิจกรรมค่ายในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เรียนรู้จากนักวิทยาศาสตร์ต้นแบบ และจุดประกายความฝันให้กลายเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน ตลอดระยะเวลา 4 วัน เราได้เห็นความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างเครือข่ายมิตรภาพระหว่างเยาวชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” ดร.กรรณิการ์ กล่าวและว่า

สำหรับไฮไลต์สำคัญของค่ายฯ ในครั้งนี้ คือการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ มองไกลสู่อนาคต” โดย รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเส้นทางการทำงานในแวดวงวิทยาศาสตร์ ผ่านการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้เยาวชนเห็นว่าวิทยาศาสตร์คือเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจโลกและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง

นอกจากนี้ เยาวชนยังได้ร่วมกิจกรรม “ฉลาดคิดอย่างนักวิทยาศาสตร์” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนแนวคิด อภิปรายประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และระดมสมองเพื่อพัฒนาโครงงานนวัตกรรม โดยได้รับคำแนะนำและแบ่งปันองค์ความรู้อย่างใกล้ชิดจากนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นใหม่ผู้มีผลงานโดดเด่นระดับชาติในหลากหลายสาขา ได้แก่ ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล, ศ.ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต สาขาปัญญาประดิษฐ์, รศ.ดร.ธีรวัฒน์ ประกอบผล สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์, รศ.ดร.สุรเชษฐ์ หลิมกำเนิด สาขาฟิสิกส์, รศ.ดร.เทียนทอง ทองพันชั่ง สาขาเคมี, รศ.ดร.ณัฏฐวี เนียมศิริ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ-อาหาร, รศ.ดร.ภูวดล ธนะเกียรติไกร สาขานิติวิทยาศาสตร์, ผศ.ดร.ชยสิทธิ์ อุตมาภินันท์ สาขาชีวเคมี และดร.บรรพต ศิริเดชาดิลก สาขาวิศวกรรมชีวภาพ ซึ่งร่วมแบ่งปันทั้งองค์ความรู้ ประสบการณ์การวิจัย และมุมมองต่อบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาสังคมและประเทศ

กิจกรรมค่าย Thai Science Camp ครั้งที่ 18 จึงไม่ได้เป็นเพียงค่ายวิทยาศาสตร์ แต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่เปิดให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เรียนรู้จากต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ และจุดประกายความฝันให้กลายเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ พร้อมสร้างเครือข่ายมิตรภาพและการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกันในอนาคต เพื่อก้าวสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้นำนวัตกรรมรุ่นใหม่ ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ฮือฮา ใบเตย อาร์สยาม คัมแบ็ก ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ รอบ 5 ปี

ฮือฮา ใบเตย อาร์สยาม คัมแบ็ก ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ รอบ 5 ปี

ฮือฮา ใบเตย อาร์สยาม คัมแบ็ก ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ รอบ 5 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.00 น.

เสริมทัพกรรมการฉ่ำ “ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ” ต้อนรับ “ใบเตย อาร์สยาม” หวนนั่งเก้าอี้กรรมการในรอบ 5 ปีเพลง “ใจนางเหมือนทางรถ” ขณะที่ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” พุธนี้ “ฮาย-ตุ๊กกี้-ปอ” ชวนลุ้นแชมป์เพลง “ต้องมีสักวัน”

ช่อง 7HD เสิร์ฟเซอร์ไพรส์ต่อเนื่อง เมื่อรายการ ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 13.10 น. ประกาศรายชื่อกรรมการคนล่าสุด ใบเตย-สุธีวัน  หรือ ใบเตย อาร์สยาม คัมแบ็กเก้าอี้กรรมการในรอบ 5 ปี ประเดิม วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนนี้ ด้วยเพลง ใจนางเหมือนทางรถ ของศิลปินต้นฉบับ ชัยชนะ บุญนะโชติ งานนี้พิธีกรมากความารถ แอมป์-พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ แท็กทีม 2 กรรมการ ยิ่งยง ยอดบัวงาม และ เปาวลี พรพิมล รับน้องด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

กรรมการสุดแซ่บ ใบเตย-สุธีวัน เผยด้วยความดีใจถึงการกลับมาร่วมงานว่า “ก่อนอื่นต้องบอกว่าดีใจมาก ๆ ที่ได้กลับมาทำหน้าที่กรรมการรายการ “ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ” อีกครั้งในรอบ 5-6 ปี บรรยากาศในการทำงานและทีมงานยังน่ารักเหมือนเดิม ส่วนผู้เข้าแข่งขันเสียงดีมากความสามารถเยอะมาก ตัดสินยากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ทุกคนรักในเสียงเพลง เป็นคนลูกทุ่งเสียงดี 100 % เพศ อายุ ไม่สามารถเป็นอุปสรรคในการร้องเพลง รายการเปิดโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมทุกอาชีพ เปิดเวทีให้ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ทำให้เพลงลุกทุ่งยังคงอยู่กับคนไทย

ส่วนการร่วมงานกับ “พี่ยิ่งยง” และ “เปาวลี” สนุกเป็นกันเองสุด ๆ มีคลังข้อมูลเพลงแน่น ๆ เป็นกรรมการที่คอมเมนต์เข้มข้น ให้คำแนะนำตรงประเด็น และใจดีมาก ๆ ขณะที่เราแอบโหด จริงจังและเข้มงวดพอสมควร ฝากแฟนรายการติดตามบทบาทการเป็นกรรมการของใบเตยด้วยนะคะ”

ส่วนแฟน ๆ รายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม ห้ามพลาด เตรียมส่งเพลงฮิต ต้องมีสักวัน ของเจ้าชายลูกทุ่งก๊อท-จักรพันธ์ เป็นโจทย์เพลงเฟ้นหาแชมป์เสียงดี เปิดเวทีด้วย 2 พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ พร้อมชวนกรรมการอารมณ์ดี ฮาย-อาภาพร, ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ และปอ-อรรณพ มาร่วมตามหาแชมป์ประจำสัปดาห์ พร้อมชมการแสดงชุด ระบำกะลา จากน้อง ๆ รร.วัดพุทธบูชาจากนั้นฟังเพลงเพราะ ๆ ของ 3 หนุ่มน้อยวัยใส น้องไดมอนด์, น้องมีน และน้องตูมตาม ที่เตรียมมาตกหัวใจพ่อยกและแม่ยก ว่าแต่ใครจะทำผลงานได้โดนใจกรรมการ อินเนอร์จัดเต็ม โปรยเสน่ห์ด้วยลูกคอและลูกเอื้อนได้ดีที่สุด จนคว้าแชมป์และถ้วยรางวัลไปครอง ลุ้นไปพร้อมกันวันพุธนี้ร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันและกรรมการได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 13.10 น.และ วันพุธ เวลาเดียวกันนี้กับรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และชมย้อนหลังทุกตอนได้ทาง https://www.bugaboo.tv/th/variety/duanplengdang/และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?

เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?

เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.55 น.

“นุ่น เนตรชนก” ควงสามีพระเอกลิเกเคลียร์ครหา แต่งงานเพราะท้อง? พร้อมเผยเส้นทางรักจากไม่ชอบหน้าสู่คู่ชีวิต 

เปิดใจครั้งแรก “นุ่น เนตรชนก” หรือ “นุ่น ดำดง” นางเอกลิเกชื่อดัง เจ้าสาวป้ายแดง ที่วันนี้ขอควงสามีพระเอกลิเกสุดหล่อ  “นุ กฤษฎา” เปิดใจครั้งแรกหลังงานวิวาห์สุดอลังการแสนจะอบอุ่น  สินสอด 10 ล้าน ทองคำ 30 บาท พร้อมเล่าเส้นทางรักจากคนไม่ชอบหน้าสู่คู่ชีวิต ขอเคลียร์ดราม่า จัดงานแต่งงานเพราะว่าท้อง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เพิ่งแต่งงานไปสดๆ ร้อนๆ วันที่ 4 มิ.ย. เป็นยังไงกันบ้าง สถานะเปลี่ยนเป็นสามีภรรยา?

นุ : เราสองคนอาจรู้สึกยังไม่ชิน เราต้องปรับตัว เพราะเราเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว เราเหมือนเพิ่งโตขึ้นมา ก็ต้องปรับตัวให้ทัน แต่รู้สึกตื่นเต้นอยู่เลยครับ

 คนมางานแต่ง 700 คน?

นุ่น : เกินกว่านั้นค่ะ ด้วยจริงๆ เราจำกัดคนไว้ แต่ทีนี้ก็มีเกินกว่านั้น เราก็จำกัดไม่ได้ คร่าวๆ ก็ประมาณเกิน 700 กว่า

 เดิมทีร้องเพลงเกี้ยวกันบนเวที สินสอด 10 ล้าน เจ้าสาวพูดเล่นๆ สุดท้ายเป็นไง?

นุ่น : เขาทำได้จริงค่ะ ก็โอเค พูดกึ่งเล่นกึ่งจริงมาอยู่แล้ว ร้องเพลงเกี้ยวกันมาอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ เพลงนี้จริงๆ ร้องธ.ค.ปีที่แล้วค่ะ

 นุ : ชื่อเพลงแต่งแน่ปีหน้า ผมร้องวันที่ 25 ธ.ค. เหลืออีก 5 วันก็แต่งแน่ ปีนี้ เร็วมากครับ 

ที่กองบนโต๊ะคือเงินสดๆ 10 ล้านความรู้สึกเป็นยังไง?

นุ่น : มันก็เกินเราไปมาก เรามองว่าความรักของเราก็ความรักวัยรุ่นธรรมดา ที่มีความรักเฉยๆ แต่ตรงนี้เรามองว่ามันมีค่า เราเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรา มีค่าในสิ่งที่คนมาหาเรา เราจับต้องได้ทุกอย่างในสิ่งที่เราเห็น 

ทองอีก 30 บาท สิ้นปีจะไปบาทละแสนนะ ตอนนี้เก็บอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนดูแล?

นุ่น : คุณแม่ค่ะ

นุ : มันเป็นที่ครอบครัวเราสองครอบครัวเรื่องสินสอด ถ้ารู้จักนุและนุ่น จะรู้สตอรี่ของเรา เราไม่ใช่คนที่โด่งดังมาเลย ชีวิตครอบครัวผมสั้นๆ คือดีได้เพราะผู้หญิงคนนี้ พ่อแม่หรือพี่ชายสบายได้เพราะผู้หญิงคนนี้ มันก็ไม่แปลกหรอกครับ ที่เขาอยากมีส่วนร่วมในการสู่ขอผู้หญิงคนนี้ ครอบครัวก็ได้ช่วยกัน

ดีได้เพราะผู้หญิงคนนี้ เขาทำให้เราดีขึ้นยังไง คนในครอบครัวดีขึ้นยังไง?

นุ : ต้องพูดจากความจริง ผมไม่ใช่คนมีชื่อเสียงอะไรเลย หากินไปเรื่อยๆ ตามสไตล์ของเรา ไม่มีคนรู้จักมากเท่าไหร่ แต่ผู้หญิงคนนี้ส่องแสงมาให้ผม จากวันที่เขามีกระแสฟีเวอร์ดำดง วันนั้นก็ทำให้เราได้ร่วมงานกัน และทำให้คนมากมายเลยได้รู้จักนุ กฤษฎา หรือบ้านบารมีของเรา ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้ เราก็ยังคงเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จักเหมือนเดิม

วันนั้นนุ่นดังกว่านุ?

นุ : ใช่ครับ มากๆ เลยครับ 

ย้อนไปหน่อย ทั้งคู่รู้จักกันได้ยังไง?

นุ : เจอกันครั้งแรกที่งานรับเชิญลิเกทั่วๆ ไปครับ เจอกันแต่ให้เธอพูดแล้วกันว่าเราเป็นยังไงกัน

นุ่นไม่ชอบ?

นุ่น : ไม่ชอบเลยค่ะ ไม่ถูกจริตเลย 

นุ : วันนั้นเราอยู่กันคนละคณะ แล้วเป็นงานที่ทุกคนต้องไปรวมกัน 

นุ่น : เป็นงานพิเศษของคณะนึง แล้วเขามาจากอีกคณะนึง หนูก็ไปจากอีกคณะนึง รวมหลายๆ คณะค่ะ หนูก็เจอเขาที่นั่น หนูไม่ได้สังเกตอะไรเขาเลย เรากวาดตาไปเรื่อยๆ คนไหนเราไหว้ได้โตกว่า เราก็มองไปเรื่อยๆ แล้วสะดุดเขานั่งอยู่บนกล่อง มองหนูแบบไม่เต็มตา 

นุ : ตาเล็กครับ (หัวเราะ)

นุ่น : หนูรู้สึกว่าเขามองเราไม่เต็มตา ทั้งที่เราไม่รู้จักกัน 

รู้ตัวมั้ยมองยังไง?

นุ : รู้ตัวครับ ถ้าพูดภาษาผู้ชายคือวางกับดักเอาไว้ (หัวเราะ) คือเขาดังไง แต่เราไม่ดัง เราไม่ได้อะไรขนาดนั้น แค่มองนิ่งๆ ไม่ได้ยิ้มอะไรมากมาย มองแล้วเฉยๆ ใจจริงเราอยากมองคนมีชื่อเสียงว่าเขาวางตัวกันแบบไหน เราแค่มองเฉยๆ ครับ

นุ่น :   เขาไปกับพี่ชายเขา แต่พี่ชายเขามองไปตรงไหน มองไปหาใครเขาก็จะยิ้ม แตกต่างจากเขา เขามองใครก็ไม่ยิ้ม หนูเลยคิดว่าเป็นอะไรเนี่ย นั่งมึนตึงทำไม ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมามั้ยตึงๆ ทำไม 

เจอครั้งแรกไม่ชอบ?

นุ่น : ไม่โอเคค่ะ

นุ : แล้วใจผมที่มองไม่ใช่ว่าตกหลุมรักเขาหรืออะไร ในใจแค่สวย น่ารักดี เก่งดี แต่เราไม่รู้จะไปชื่นชมเขายังไง ไปบอกยังไงให้ได้รู้ ก็เลยเฉยๆ ไว้ก่อน 

หลังจากวันที่เจอกัน มันโคจรมาเจอกันอีกได้ยังไง?

นุ่น : หลังจากนั้น 2-3 ปีได้ค่ะ มันเป็นช่วงที่เข้าโควิด แรกๆ โควิดเลยค่ะ หนูก็ตามประสาหนู ไลฟ์สดอยู่บ้าน 

นุ : เขาไลฟ์สดขายของทั่วไป ทำธุรกิจออนไลน์ ออกจากบ้านไม่ได้ เราก็ผ่านไปเห็น เริ่มแผนการแล้ว เราว่างไง ก็เข้าไปแซวๆ ดู ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 22-23 ปี เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมก็กำลังวัยรุ่นเลย เข้าไปแอ๊วหน่อย แต่เราแอ๊วแล้ว มีอาการออก 

นุ่น : หนูเขินค่ะ

นุ : เราเมนต์ชมปกติ ขายเท่าไหร่ 

นุ่น : เรื่องของเรื่อง หนูเสียอาการ ตรงที่เขาพิมพ์ๆ หยุดๆ หนูขายแหนม ก๋วยจั๊บญวน ขายตามประสาหนู เขาบอกว่างั้นรับอันนี้ 3 สักพักหายไปกลับมาพิมพ์ใหม่ว่าผมกินไม่ได้ครับ ผมแพ้

นุ : ผมแพ้ก๋วยจั๊บญวนครับ แกล้งเขาครับ

นุ่น : หนูก็เอายังไงกันแน่ ก็เริ่มสะดุดแล้ว 

นุ : เขามีอาการโอ้ยเธอ  

ตอนนั้นจำเขาได้มั้ยว่าเป็นคนเดียวกัน?

นุ่น : จำได้ค่ะ หลังจากนั้นหนูได้ข่าวไม่ดีเท่าไหร่ของผู้ชายคนนี้มาตลอด เขาเจ้าชู้ เขาไม่ได้มีหลายคน แค่เรารู้ว่าตอนนี้น้องชายคนนี้ เขาไปคบกับคนนี้อยู่นะ มีข่าวกับคนนี้อยู่นะ 

นุ : ตอนนั้นเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะเราตั้งใจใช้ชีวิตแบบนั้น แต่พอเราได้ทำความรู้จักเขาแล้ว เราได้รับรู้ว่าสิ่งที่เขาเจอมาหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาใช้ชีวิตมา มันหนักหนามาก เราพูดกับตัวเองว่าไม่ได้นะ เราทำเขาไม่ได้แล้ว เราก็เลยตั้งใจที่จะรักผู้หญิงคนนี้ 

ทำไงได้คุยกันต่อหลังพิมพ์ในไลฟ์สด?

นุ่น : หนูลงไลฟ์ค่ะ เขาก็ทักมาเลย ทางเฟซบุ๊กค่ะ ก่อนหนูลงไลฟ์มีคนทักหนูว่าหนูอ้วนขึ้นมั้ย หนูมีแก้ม มีหน้าออก พอหนูลงปุ๊บ เขาก็ทักเข้ามาว่าไม่ต้องผอมไปกว่านี้แล้ว เท่านี้กำลังน่ารัก (หัวเราะ) หนูก็รีบเข้าไปตอบเขาเลยค่ะ ไม่รอค่ะ เวลาเพื่อนทักมา หนูจะดองไว้ ตอนลงไลฟ์มีเพื่อนทักมาอีก แต่ไม่ตอบเพื่อนค่ะ หนูเลื่อนไปตอบเขาก่อน (หัวเราะ) 

ชอบเขาแล้ว?

นุ่น : ไม่รู้ค่ะ แต่ตอนนั้นใจมันสั่งมา (หัวเราะ)

นุ : จากนั้นก็คุยกันยาวเลยครับ เพราะโควิดไม่มีงาน ไม่มีไรทำทั้งสิ้น คุยกับผู้หญิงอย่างเดียวเลย เราก็วิดีโอคอลคุยกัน

นุ่น : เขาขอไลน์หนู หนูยังไม่ให้ หนูบอกเดี๋ยวก่อน ใจร้อนเกิ๊นคุณพ่อ เขาก็โทรมาเลยค่ะ แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงล็อกดาวน์ หนูไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน เช้าค่อยกลับ เพราะสี่ทุ่มกลับไม่ได้ หนูก็เลยโอเค โทรก็โทร เขาบอกไม่ต้องวางนะ ออกไปไหนก็ถือไว้แบบนี้

นุ : เป็นผู้ชายขี้เหงาครับ 

นุ่น : (หัวเราะ) หนูก็ไม่รู้ทำไม หนูก็ยอม หนูก็ตั้งไว้แบบนั้นแล้วหนูก็ขับรถไปบ้านเพื่อนค่ะ เห็นหน้าเลยค่ะ 

ขอไลน์ไม่ให้ แต่ขอวิดีโอคอลให้?

นุ่น : (หัวเราะ) หนูก็หงายไว้ แล้วก็ขับรถไป หนูไปนั่งเล่นกับเพื่อน เราไม่เคยนั่งจับโทรศัพท์เล่นระหว่างนั่งเล่นกับเพื่อน หนูก็วางไว้ที่เดียว ตรงซิงค์ล้างจานบ้านเพื่อน (หัวเราะ) ตอนนั้นไม่อยากบอกเพื่อนว่ามีคนมาคุยกับเรานะ เดี๋ยวเพื่อนแซว เราก็เอาวางไว้ก่อน เขาก็อยู่เงียบๆ ของเขาไป

นุ : เราใช้ชีวิตของเราไป เราอยู่บ้านคนเดียว แม่อยู่บ้านตรงข้าม พี่ชายอยู่อีกหลังนึงในซอย เราก็เหงาหน่อย เราก็หาเพื่อนให้มันได้ยินเสียง แต่เราทำไรของเราก็ทำ เปิดไว้เป็นเพื่อนกัน 

นุ่น : เวลาผ่านไป แบตหมด หนูก็ไม่รู้ เพราะลืมไปเลย ตอนเช้าจะกลับบ้าน ก็เริ่มหาโทรศัพท์ อ้าว แบตหมด ขอเพื่อนชาร์จแบตแป๊บนึง พอเปิดมาข้อความยาวเป็นแชตค่ะ ตึ้งๆๆ สายไม่ได้รับ แล้วทักมาอีกยาวหนักขวามากค่ะ 

พิมพ์ว่าอะไร?

นุ : ต่อว่าเลยครับ ประมาณว่าถ้าไม่อยากคุยกันจริงๆ อย่าทำกันแบบนี้ และจบกันตั้งแต่วันนี้เลย  เขาหายไป เราด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้คิดว่าแบตหมด อยู่ๆ ปิดเครื่องไปเลย หายไปทั้งคืนเลย 

นุ่น : เขาเสียเหลี่ยม 

ถูกทอดทิ้งไว้ที่ซิงค์ล้างจานแล้วยังจะหายอีก?

นุ : ตื่นเช้ามาเราก็ใส่เลยครับ พอเลย จบกันเลยวันนี้จะได้ไม่ต้องเสียใจไปมากกว่านี้ แต่เขาให้เหตุผลว่าแบตหมด ก็ขอโทษ แล้วก็เหมือนเดิม

นุ่น : (หัวเราะ) หนูก็มีชั้นเชิงของหนูเหมือนกัน หนูบอกว่าขอโทษ แบตหมด 

นุ : แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม เขาเล่าให้ฟังแบบนี้ เราก็อ๋อ ตอนนั้นเราอยู่คนเดียว เราก็คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันยังไงแน่ แต่ก็จบด้วยดี ขอโทษกันแล้วจบ 

ไม่กลัวเขาพิมพ์ว่าได้เลย จบก็จบ?

นุ : ถ้าพูดแบบไม่เฟกเลยนะครับ ตอนนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะเราเพิ่งคุยกัน ยังพอเอาตัวเองกลับมาได้ง่ายอยู่ เพิ่งวันสองวันเอง เราแค่ไม่ชอบให้ใครทำกับเราแบบนี้เท่านั้นเองครับ

เจอครั้งแรก เห็นว่าพาไปเจอพ่อแม่เลย?

นุ : เราสองคนเหมือนกันตรงที่ว่าเราไปไหนเราพาพ่อแม่ไปด้วย อย่างเขาตอนเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาจะพาแม่ไปด้วยทุกครั้ง เช่นกัน มาหาเราครั้งแรก เขาพาแม่มาเป็นเพื่อน เราก็พาครอบครัวไปเที่ยวอยู่แล้ว เลยได้เจอกันครั้งแรกเลย 

เจอกันครั้งแรกที่ไหน?

นุ่น : หัวหิน

นุพาพ่อแม่ไปเที่ยวอยู่แล้ว นุ่นนัดกันไปเจอ?

นุ : เราชวนเขาไปเจอกันที่โน่น แล้วก็เจอคุณพ่อคุณแม่เลย 

เจอพ่อแม่แต่ละฝ่ายเป็นยังไงบ้าง?

นุ่น : เขาไม่เกร็งเลยค่ะ สิ่งที่เรามอง ตอนแรกเราเห็นเขาครั้งแรก หนูคิดว่าเขาเด็ก หนูกลัวเขาจะรู้สึกเก้ๆ กังๆ เวลาไปเจอผู้ใหญ่ หนูก็ทำใจไว้แล้วว่าไม่เป็นไร แต่ด้วยตัวเขา เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เขาชน เขากล้าไปนั่งคุย หนูก็นั่งมองว่าอ้าว ทำไมกล้า ทั้งที่แม่หนูถ้าเขาเจอใครครั้งแรกเขาจะไม่ยิ้มเลย เขาไม่ได้เป็นอะไรนะ แต่แม่หนูจะเป็นแบบนี้ เขามีกำแพงของเขา 

นุ : เขาคนเสมอก่อน 

นุคุยอะไรกับแม่?

นุ : จำไม่ได้แล้วครับ แต่แม่ยิ้มคุยด้วยปกติเลย 

คบนาน 5 ปี ล่าสุดท้อง จนคนคิดว่าแต่งงานเพราะท้องก่อนแต่งหรือเปล่า?

นุ : ต้องไล่เป็นไทม์ไลน์ เราได้มีการตกลงระหว่างพ่อและแม่ในครอบครัวอยู่แล้วว่าเราจะแต่งงานกันตอนไหน ซึ่งเรามีแพลนกันมานานแล้ว ซึ่งมีแพลนคือช่วงมิ.ย. นี้ครับ เพราะลิเกมีเวลาในการทำงาน ตั้งแต่ต.ค. – พ.ค. จัดเต็มเดือนเลย ซึ่งเราไม่มีเวลาแต่ง นั่นหมายความว่าเราตกลงแล้วว่าช่วงนี้ว่างบ้าง เราจะจัดงานแต่งแล้ว ทีนี้เกิดเหตุการณ์ว่าเราตกลงกันเรียบร้อย ระหว่างเรารอเดือนมิ.ย. น้องมาพอดี นุ่นบอกว่าสงสัยน้องอยากมางานแต่งด้วยครับ 

นุ่น : เราปลูกบ้านด้วยแหละ เราใช้เวลาระหว่างรอปลูกบ้าน คุยกันก่อนปลูกบ้านด้วยซ้ำ คุยตกลงที่จะแต่งงาน เขาคุยก่อนว่ามีแพลนนี้ๆ พอตกลงแล้วว่าจะแต่งประมาณไหน ก็ปลูกบ้านต่อ ระหว่างรอบ้าน รอฤกษ์แต่ง ฤกษ์งามยามดี ฤกษ์สะดวกเราด้วย น้องก็มาด้วย  น้องคงคิดแหละคงอยากมางานแต่งด้วย และคงอยากมาอยู่บ้านเลย (หัวเราะ) 

เจอคนคอมเมนต์แล้วอยากบอกอะไร?

นุ่น : จริงๆ เราเตรียมรับมือไว้อยู่แล้วค่ะ ณ วันที่เราตั้งใจที่จะบอก เราคิดว่าเขาคงไม่ได้รู้จริงๆ ว่าเหตุผลอะไร  1 2 3 เรามีการเตรียมไว้มั้ยหรืออะไร เขาคงไม่รู้จริงๆ ก็คงต้องปล่อยค่ะ 

นุ : ทุกอย่างเกิดจากการที่เราตั้งใจ วางแพลนอยู่แล้วครับ 

รู้เพศหรือยัง?

นุ่น : ยังค่ะ เดือนนี้ก็จะทราบแล้ว จริงๆ ก็อยากเซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วย 

นุ่นอยากได้ลูกชายหรือลูกสาว?

นุ่น : จริงๆ อยากได้ผู้หญิง 

นุ : เราเป็นผู้ชายก็อยากได้ผู้ชาย อยากให้เป็นเพื่อนเรา 

ตั้งชื่อว่าอะไร?

นุ : ตอนแรกเราตั้งว่าน้องน้ำเหนือ แต่เหนือเนตรที่แฟนคลับเรียกกัน คือชื่อบริษัทของเรา เอาชื่อลูกกับนุ่น เนตรชนกมารวมกัน เลยเป็นเหนือเนตร แฟนคลับก็เลยคิดว่าชื่อน้องเหนือเนตรไปเลย แต่จริงๆ ชื่อที่เราตั้งตั้งแต่แรกคือน้องน้ำเหนือครับ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama 

คอมเมนต์สนั่น ต่าย อรทัย อวดภาพสวนทุเรียนที่บ้านจ.อุบล ออกลูกดกเต็มต้นจนตะลึง

คอมเมนต์สนั่น ต่าย อรทัย อวดภาพสวนทุเรียนที่บ้านจ.อุบล ออกลูกดกเต็มต้นจนตะลึง

คอมเมนต์สนั่น ต่าย อรทัย อวดภาพสวนทุเรียนที่บ้านจ.อุบล ออกลูกดกเต็มต้นจนตะลึง

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.25 น.

6 มิถุนายน 2569 ทำเอาแฟนๆ คอมเมนต์กันสนั่นเมื่อนักร้องลูกทุ่งสาว ต่าย อรทัย เปิดคลิปอวดภาพสวนทุเรียน ของครอบครัวซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านคุ้มแสนชะนี ต.พรสวรรค์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าได้ขายเป็นปีแรก

โดยเฟซบุ๊กเพจ Tai Orathai ได้ออกมาโพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า มาป้ายยาทุเรียนจากสวนบ้านแม่ ..สวนยายนิด.. ที่บ้านคุ้มแสนชะนี ต.พรสวรรค์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ได้ขายปีแรก ลูกสาวตื่นเต้นมาก ดีใจกับแม่มากๆๆๆ ค่ะ แม่ประคบประหงมมาหลายปี รสชาติอร่อย หวานมัน ใครสนใจ @baantaistudio อยู่ไกลๆ พร้อมส่งให้เลย อยู่ใกล้มารับเองที่บ้านพร้อมถ่ายรูปกับต่าย (มีมาก, มีน้อย ขายตามจำนวนที่ตัดแต่ละรอบ เด้อจ้าาา) #ทุเรียนสวนยายนิด #ทุเรียน #หมอนทอง #ต่ายอรทัย #taiorathai

ซึ่งเมื่อ ต่าย อรทัย ได้ออกมาโพสต์คลิปนี้ออกไปนั้นเรียกได้ว่าคอมเมนต์สนั่นเลยทีเดียว แฟนๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้นทุเรียนออกลูกดกมากๆ 

3 กระทรวงพลิกโฉม ‘โคราชโมเดล’ ยกระดับทุนมนุษย์ทุกช่วงวัย ดัน Zero Dropout-Cloud Kitchen-Credit Bank

3 กระทรวงพลิกโฉม 'โคราชโมเดล' ยกระดับทุนมนุษย์ทุกช่วงวัย ดัน Zero Dropout-Cloud Kitchen-Credit Bank

3 กระทรวงพลิกโฉม ‘โคราชโมเดล’ ยกระดับทุนมนุษย์ทุกช่วงวัย ดัน Zero Dropout-Cloud Kitchen-Credit Bank

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.48 น.

6 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมกิจกรรมบูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย  ณ ห้องประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ. นครราชสีมา โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวนำเสนอปัญหาและข้อเสนอการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา และมีผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 3 กระทรวง เข้าร่วมประชุม

โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า วันนี้ทั้ง 3 กระทรวงที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของจังหวัดนครราชสีมา และเป็นรัฐมนตรีของพรรคไทย ได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะบูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย โดยกำหนดให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่นำร่อง ภายใต้ “โคราชโมเดล” เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากต่างคนต่างทำ (Silos) สู่การทำงานแบบบูรณาการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน โดยจับมือในการขับเคลื่อนงานในทุกมิติ อย่างโครงการ Thailand Zero Dropout หรือ “เด็กทุกคนต้องได้เรียน” บูรณาการฐานข้อมูลและกลไกในระดับพื้นที่ เพื่อติดตาม ค้นหา และนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่การเรียนรู้ ผ่านรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น พร้อมเชื่อมโยงสวัสดิการสังคมเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและเด็กกลุ่มเสี่ยงอย่างครบวงจร ขณะเดียวกัน จะผลักดัน ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และแรงงาน สามารถสะสมผลการเรียนรู้และประสบการณ์ทำงานไว้ในระบบ เพื่อนำไปเทียบโอนและศึกษาต่อได้ตลอดชีวิต โดยไม่จำกัดอายุหรือช่วงเวลาเรียน 

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการสร้าง ระบบนิเวศการเรียนรู้ในชุมชน โดยใช้สถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะเป็นแหล่งเรียนรู้ เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพื้นที่แสดงผลงานของนักเรียน รวมถึงสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล และอำเภอทุกแห่งในจังหวัดนครราชสีมา จัดตั้ง “สภาเด็กและเยาวชน” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการพัฒนาท้องถิ่น

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ด้านการคุ้มครองและสวัสดิการสังคม ทั้ง 3 กระทรวงจะร่วมกันยกระดับการดูแลคนพิการ โดยกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบค้นหาและสำรวจข้อมูลผู้พิการที่ตกหล่นจากระบบ ขณะที่ กระทรวง พม. จะดำเนินการลงทะเบียนและจัดสวัสดิการ ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ จะจัดการศึกษาให้เด็กพิการทุกคน พร้อมสนับสนุนให้สถานศึกษาปรับปรุงสภาพแวดล้อมและหลักสูตรรองรับการเรียนร่วมมากขึ้น และจะเดินหน้า บริการบัตรคนพิการเชิงรุก โดยกำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลทุกแห่งในจังหวัดนครราชสีมา เป็นจุดรับคำขอทำบัตรคนพิการ ก่อนส่งต่อให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดดำเนินการออกบัตร เพื่อให้ผู้พิการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนเปราะบาง จะมีการอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควบคู่กับการวางแผนพัฒนา “ซีเนียร์คอมเพล็กซ์” และการส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ส่วนด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต กระทรวงมหาดไทย จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินโครงการ Cloud Kitchen หรือระบบครัวกลาง สำหรับโรงเรียน โดยรับผิดชอบด้านการจัดซื้อจัดจ้างและกระจายอาหาร ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ จะกำหนดมาตรฐานโภชนาการและติดตามผลด้านสุขภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พร้อมเริ่มนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในจังหวัดนครราชสีมา 

นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในและรอบสถานศึกษา ป้องกันยาเสพติด ความรุนแรง และปัญหาสังคม โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวง พม. จะร่วมกันดูแล คุ้มครอง เยียวยา และฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ และขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง สนับสนุนการดำเนินงาน “ศูนย์สร้างสุข” เพื่อเป็นกลไกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาความรุนแรงในสังคม 

ทั้งนี้ ทั้ง 3 กระทรวง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา จะร่วมกันจัดทำแผนงานและโครงการที่สอดคล้องกัน และพร้อม ขับเคลื่อนให้เห็นผลชัดเจนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และคุ้มครองสิทธิสวัสดิการของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน 

“การดำเนินงาน “ โคราช โมเดล” มุ่งบูรณาการขับเคลื่อน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านการคุ้มครอง จัดสวัสดิการและเสริมพลังคนพิการและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการสร้างความปลอดภัย โภชนาการ และการป้องกันความรุนแรงในสังคม โดย มีเจตนารมย์ที่จะให้เห็นผลโดยเร็ว นายประเสริฐ กล่าว
 

คิม จองอึน เดินหน้าเสริมแสนยานุภาพนิวเคลียร์ทางทะเล หวังเพิ่มอำนาจตอบโต้ศัตรู

คิม จองอึน เดินหน้าเสริมแสนยานุภาพนิวเคลียร์ทางทะเล หวังเพิ่มอำนาจตอบโต้ศัตรู

6 มิ.ย. 2569 11:02 น.

คิม จองอึน เดินหน้าเสริมแสนยานุภาพนิวเคลียร์ทางทะเล หวังเพิ่มอำนาจตอบโต้ศัตรู

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินหน้าผลักดันการเสริมศักยภาพกองทัพเรือ โดยประกาศเป้าหมายพัฒนากองกำลังทางทะเลให้สามารถทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ของประเทศ

สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า คิม จองอึน เดินทางไปตรวจสอบเรือพิฆาต “คัง กอน” เพื่อควบคุมการทดสอบเดินเรือ พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามด้านความมั่นคง

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีเหนือและจีนประกาศว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะเดินทางเยือนกรุงเปียงยาง ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน หลังจากผู้นำจีนเพิ่งพบหารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า คิม จองอึน ให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพเรือเกาหลีเหนือมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เขาเคยเข้าร่วมดูการปล่อยเรือพิฆาตคัง กอนครั้งแรก แต่เกิดความผิดพลาดระหว่างการเปิดตัว ก่อนที่เรือจะได้รับการซ่อมแซมและนำกลับมาใช้งานอีกครั้งในอีกหนึ่งเดือนต่อมา

ระหว่างการเยือนครั้งล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คิมกล่าวว่าเกาหลีเหนือจำเป็นต้องเร่งพัฒนากองทัพเรือให้เป็นกำลังรบที่สามารถรับผิดชอบส่วนหนึ่งของระบบยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ได้อย่างมั่นคง

ผู้นำเกาหลีเหนือยังระบุว่า การสร้างกองทัพเรือที่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรง ต่อศัตรูได้ทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำ เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนพัฒนากลาโหมระยะ 5 ปีของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ

ภาพที่เผยแพร่โดยสื่อทางการเกาหลีเหนือ ยังแสดงให้เห็นว่า คิม จองอึน เดินทางพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึง คิม จู แอ บุตรสาวของเขา ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจมีบทบาทสำคัญในอนาคตของเกาหลีเหนือ

หลังการประชุมสุดยอดระหว่างคิม จองอึน และโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2019 ล้มเหลวจากความขัดแย้งเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์และมาตรการคว่ำบาตร เกาหลีเหนือได้ประกาศหลายครั้งว่า ประเทศของตนเป็นรัฐนิวเคลียร์ที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

นอกจากนี้ สงครามในยูเครนยังทำให้เกาหลีเหนือได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากรัสเซียมากขึ้น หลังเปียงยางส่งกำลังทหารจำนวนหลายพันนายเข้าร่วมปฏิบัติการร่วมกับกองทัพรัสเซีย

เมื่อปีที่ผ่านมา คิม จองอึน ยังปรากฏตัวเคียงข้างสี จิ้นผิง และวลาดิเมียร์ ปูติน ในพิธีสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนบทบาทของเกาหลีเหนือที่เพิ่มขึ้นในเวทีการเมืองโลก.

ที่มา : channelnewsasia

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย “เลโวโตบี” ปะทุหนัก พ่นเถ้าถ่านสูง 2.5 กม. สั่งปิดสนามบิน

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย "เลโวโตบี" ปะทุหนัก พ่นเถ้าถ่านสูง 2.5 กม. สั่งปิดสนามบิน

6 มิ.ย. 2569 10:16 น.

ภูเขาไฟอินโดนีเซีย “เลโวโตบี” ปะทุหนัก พ่นเถ้าถ่านสูง 2.5 กม. สั่งปิดสนามบิน

ภูเขาไฟ “เลโวโตบี ลากี-ลากี”ของอินโดนีเซีย เกิดการปะทุหลายครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พ่นเถ้าภูเขาไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่า 2.5 กิโลเมตร ทางการต้องสั่งปิดสนามบินในพื้นที่ กระทบเที่ยวบินในประเทศ

สำนักงานภูเขาไฟวิทยาแห่งชาติอินโดนีเซียเปิดเผยว่า การปะทุครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยภูเขาไฟได้ปล่อยเถ้าและเศษวัสดุภูเขาไฟจำนวนมากขึ้นสู่อากาศ หลังจากก่อนหน้านี้เกิดการปะทุอีกหลายระลอกในช่วงเช้าวันเดียวกัน

ขณะนี้ภูเขาไฟเลโวโตบี ลากี-ลากี อยู่ในระดับเฝ้าระวังขั้นสูงสุดอันดับ 2 ของอินโดนีเซีย และทางการได้ประกาศเขตห้ามเข้าในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบปากปล่องภูเขาไฟ เพื่อป้องกันอันตรายจากการปะทุซ้ำ

เจ้าหน้าที่ภูเขาไฟวิทยายังเตือนประชาชนที่อาศัยใกล้แม่น้ำ ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากเกิดฝนตกหนัก เพราะอาจเกิด “ลาฮาร์” หรือกระแสน้ำโคลนภูเขาไฟ ซึ่งเป็นมวลโคลน เศษหิน และเถ้าภูเขาไฟที่ไหลลงมาตามทางน้ำและสร้างความเสียหายรุนแรงได้

ด้านสนามบินในเมืองเมาเมเร ซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟประมาณ 60 กิโลเมตร ถูกสั่งระงับการให้บริการชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินภายในประเทศ 5 เที่ยวบิน

ทั้งนี้ เลโวโตบี ลากี-ลากี เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ถูกจับตามองมากที่สุดของอินโดนีเซีย โดยคำว่า “ลากี-ลากี” ในภาษาอินโดนีเซียหมายถึง “ผู้ชาย” ขณะที่ภูเขาไฟอีกลูกที่อยู่คู่กัน มีชื่อว่า “เปเรมปวน” ซึ่งหมายถึง “ผู้หญิง”

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ภูเขาไฟลูกนี้เคยปะทุรุนแรง พ่นเถ้าขึ้นสูงถึง 18 กิโลเมตร ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินถึง 24 เที่ยวบินที่สนามบินนานาชาติบนเกาะบาหลี

อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภูเขาไฟและกิจกรรมแผ่นดินไหวมากที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและเกิดภัยพิบัติทางธรณีวิทยาบ่อยครั้ง.

ที่มา : channelnewsasia

ประธาน กกต.เกาหลีใต้ลาออก เซ่นปมบัตรเลือกตั้งไม่พอ ทำประชาชนเดือด จี้สอบความโปร่งใสเลือกตั้ง

ประธาน กกต.เกาหลีใต้ลาออก เซ่นปมบัตรเลือกตั้งไม่พอ ทำประชาชนเดือด จี้สอบความโปร่งใสเลือกตั้ง

6 มิ.ย. 2569 09:17 น.

ประธาน กกต.เกาหลีใต้ลาออก เซ่นปมบัตรเลือกตั้งไม่พอ ทำประชาชนเดือด จี้สอบความโปร่งใสเลือกตั้ง

ประธานกกต.เกาหลีใต้ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง รับผิดชอบกรณีบัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอบางพื้นที่ ระหว่างการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้การลงคะแนนชะงัก และสร้างความไม่พอใจอย่างหนัก

โน แทอัก ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติเกาหลีใต้ (National Election Commission: NEC) ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบกรณีบัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอในบางพื้นที่ ระหว่างการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าความผิดพลาดครั้งนี้ไม่มีข้อแก้ตัว เพราะกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน และทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง 

เขายังยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงต่อความโปร่งใสของระบบเลือกตั้ง พร้อมประกาศว่า จะจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบสาเหตุของปัญหา และพร้อมรับผลการตรวจสอบ

ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบัตรเลือกตั้งหมดใน 50 หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำบัตรมาเติมใหม่ ขณะที่อีก 22 หน่วยเลือกตั้งต้องหยุดชะงักชั่วคราว เนื่องจากความล่าช้าในการจัดส่งอุปกรณ์

เหตุวุ่นวายทำให้ผู้มีสิทธิ์หลายพื้นที่ต้องรอคิวนานหลายชั่วโมง หลังเวลาปิดหีบอย่างเป็นทางการในเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

หนึ่งในจุดที่เกิดความตึงเครียดคือหน่วยเลือกตั้งในเขตซงพา กรุงโซล ซึ่งกลุ่มผู้ลงคะแนนไม่พอใจรวมตัวปิดกั้นเส้นทาง ไม่ให้เจ้าหน้าที่นำหีบบัตรออกจากพื้นที่ หลังการลงคะแนนสิ้นสุดลง

ผู้ประท้วงบางส่วนยังคงปักหลักท่ามกลางสายฝนตลอดคืน จนถึงเช้าวันศุกร์ ก่อนที่ตำรวจหลายร้อยนายจะเข้าควบคุมสถานการณ์ และคุ้มกันเจ้าหน้าที่เพื่อนำหีบบัตร 2 ใบสุดท้ายออกจากพื้นที่

เจ้าหน้าที่ กกต.เกาหลีใต้ชี้แจงว่า สาเหตุหนึ่งมาจากจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าที่สูงเกินคาด โดยการเลือกตั้งล่วงหน้า 2 วันเมื่อสัปดาห์ก่อนมีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก

ทำให้มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งสำหรับวันเลือกตั้งจริงเพียง 50% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ขณะที่จำนวนบัตรที่พิมพ์รวมตลอด 3 วันของการลงคะแนนอยู่ที่ประมาณ 73% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมดประมาณ 63% เพื่อเลือกผู้ว่าการจังหวัด นายกเทศมนตรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นทั่วประเทศ

เหตุบัตรเลือกตั้งขาดสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลยอมรับว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นความล้มเหลวในการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายขวาบางส่วนพยายามบุกเข้าไปในโรงยิมแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้เป็นสถานที่นับคะแนนสุดท้ายในเขตซงพา โดยเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งหมด

มีรายงานว่า ประชาชนบางส่วนได้ยื่นร้องเรียนต่อตำรวจ กล่าวหาเจ้าหน้าที่เลือกตั้งว่าละเลยหน้าที่และใช้อำนาจโดยมิชอบ ขณะที่บางกลุ่มกำลังเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าความผิดพลาดดังกล่าวละเมิดสิทธิในการลงคะแนนเสียง.

ที่มา :Channelnewsasia