ศจย.ชงภาษีสุขภาพ คุม ‘หวาน-เค็ม-เมา-ควัน’ สกัดสินค้าก่อโรคเรื้อรัง

ศจย.ชงภาษีสุขภาพ คุม ‘หวาน-เค็ม-เมา-ควัน’ สกัดสินค้าก่อโรคเรื้อรัง

ศจย.ชงภาษีสุขภาพ คุม ‘หวาน-เค็ม-เมา-ควัน’ สกัดสินค้าก่อโรคเรื้อรัง

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.

7 สิงหาคม 2569  ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณ สุข ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายแพทยสภา   นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ดร.โอลิเวีย นีเวรัส (Dr.Olivia Nieveras) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอาวุโส ประจำองค์การอนาโลกประเทศไทย  และศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกันแถลงข่าว ภายใต้แนวคิดหลัก “หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง” (Commercial Determinants of Health: CDoH) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี  วันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24  

นพ.โสภณ  กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเจอวิกฤติด้านสาธารณสุขจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีผลจากการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินหวาน มัน เค็ม และพฤติ กรรมการขาดการออกกำลังกาย  นำมาซึ่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 9.7% ของ GDP โดยสินค้าทั้ง 4 ประเภท คือ อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและเกลือสูง สุรา และยาสูบ เรียกง่ายๆ ว่า “หวาน เค็ม เมา ควัน” เป็นสินค้าอันตรายที่กำหนดสุขภาพ หรือ Commercial Determinants of Health (CDoH)  

“กระทรวงสาธารณสุขมีจุดยืนชัดเจนในการไม่สนับสนุนบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ จำกัดการ โฆษณาและกิจกรรมการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ลดการ เข้าถึงอาหารหวาน มัน เค็ม และอาหารแปรรูปที่ไม่ดีต่อสุขภาพและเพิ่มเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและ ปลอดภัย” 

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าวถึงโรค NCDs คร่าชีวิตคนไทยไม่ต่ำกว่าปีละ  3-4 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรม การกิน หวาน มัน เค็ม  ขณะที่การดื่มสุราทำให้สมองเสีย การสูบบุหรี่มวนทำให้เกิดโรคถุงลมโปร่งพอง เกิดโรคมะเร็ง และล่าสุดบุหรี่ไฟฟ้า อันตรายจากนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า  ถือเป็นภาระที่หนักมากของสาธารณสุขไทย 

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี  ได้มีข้อเสนอเร่งด่วน 1.ช่วยกันผลักดันบรรจุกให้นิโคตินอยู่ในบัญชีสารเสพติดของประเทศ  ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นสินค้าถูกกฎหมาย และใช้มาตรการทางภาษีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมสุขภาพของคนไทย

ดร.โอลิเวีย กล่าวสนับสนุนภาษีเพื่อสุขภาพ จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณสุข เศรษฐกิจและสังคม ประชาชนจะบริโภคสินค้าทำลายสุขภาพน้อยลง เพราะสินค้า หวาน เค็ม เมา ควัน เหล่านี้จะมีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรค NCDs อื่นๆ ลดลงด้วยเช่นกัน

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แม้จะมีความพยายามในการสื่อสารเรื่องปัจจัยเสี่ยง ‘หวาน เค็ม เมา ควัน’ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จยังคงจำกัดเนื่องจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ทำให้สินค้าและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำลายสุขภาพ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงมากกว่าทางเลือกเพื่อสุขภาพ ดังนั้นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหา NCDs ให้เป็นวาระแห่งชาติ  ทั้งมาตรการภาษีเพื่อสุขภาพ    เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ปรับสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะ ให้การเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพเป็นทางเลือกหลัก  สร้างระบบแรงจูงใจระดับประเทศ พัฒนาระบบคะแนนสะสมสุขภาพ (Health Point/CCC) จูงใจให้เกิดการปรับพฤติกรรมยั่งยืน  ลงทุนในพื้นที่สุขภาวะ ที่เอื้อต่อสุขภาพ หนุนเสริมให้ อปท. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี และบูรณาการแบบองค์รวม  ยกระดับ NCDs Ecosystem เป็นวาระร่วม 

สุดท้าย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ภาคีสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการลดโรค NCDs ที่ดีที่สุด นอกจากการรณรงค์ให้ความรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดจากสินค้าทำลายสุขภาพ และ แก่เด็ก/ครอบครัว โรงเรียน และการมีส่วนร่วมของชุมชนแล้ว รัฐบาลมีภาระหน้าที่ ที่จะต้องกำหนดนโยบายสาธารณะ  ซึ่งจะส่งผลถึงการควบคุม/การลดการเข้าถึงสินค้าทำลายสุขภาพ ด้วยการห้ามโฆษณาส่งเสริมการขาย การลดจำนวนจุดขายปลีก และการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อให้สินค้าทำลายสุขภาพมีราคาแพงขึ้นเพื่อลดการบริโภค

“มาตรการควบคุมยาสูบ ที่ยังรอให้ดำเนินการมาเกือบ 8 ปี ทั้งปรับโครงสร้างบุหรี่มวนให้เหลืออัตราเดียว ขึ้นภาษียาเส้น ลดจำนวนร้านขายปลีกบุหรี่ ฯลฯ หากเราไม่จัดการนโยบายสาธารณะเหล่านี้ อัตราการสูบบุหรี่ของประเทศไทยจะไม่ลดลงไปกว่านี้อีกแล้ว กฎหมายเกี่ยวกับสาธารสุขออกมาหมดแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ”

ศ.นพ.ประกิต กล่าวถึงจำนวนร้านขายปลีกบุหรี่ในประเทศไทย 4.8 แสนราย ขณะที่สหรัฐฯ มี 3.8 แสนราย งานวิจัยชี้ชัดยิ่งมีร้านขายบุหรี่มากเยาวชนยิ่งติดบุหรี่มาก ถามว่า เป็นไปได้อย่างไรไทยมีร้านฯ มากกว่าสหรัฐฯ  ฉะนั้น ปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศนี้ คือ  ผู้ใหญ่ในประเทศนี้คิดว่าการลดปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายเป็นหน้าที่ของประชาชน และสสส.ถือเป็นความผิดพลาดและอันตรายอย่างยิ่ง ทำให้นโยบายสาธารณะไม่ถูกขับเคลื่อน

ทั้งนี้ ภายหลังจบการแถลงข่าว 4 ภาคีเครือข่าย หวาน เค็ม เมา ควัน ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย ร่วมด้วยดังนี้ 

โดยผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ เสนอ 7 นโยบายสำคัญเพื่อควบคุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยเน้นย้ำจุดยืนในการคงกฎหมายห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ,ผลักดันนโยบาย Nicotine-Free Generation เพื่อตัดวงจรการระบาดในกลุ่มเยาวชน พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างภาษียาสูบเป็นอัตราเดียวเริ่มต้นที่ 30% เพื่อนำรายได้ไปจัดตั้งกองทุนเยียวยาชาวไร่ยาสูบ ปรับภาษียาเส้น ห้ามบุหรี่เมนทอล ตลอดจนนำเทคโนโลยี AI และภาคประชาชนมาช่วยแจ้งเบาะแสปราบปรามบุหรี่เถื่อน

นอกจากนี้ยังเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวง DES, พม. และ ศธ. เพื่อควบคุมการเข้าถึงสื่อโซเชียลของเด็ก เสริมความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัว และเร่งขยายโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เสนอปรับมาตรการภาษีให้การจัดเก็บเครื่องดื่มในกลุ่มที่ใช้สารทดแทนความหวาน และ การทำให้เกิดฉลากสัญลักษณ์ ที่แสดงให้เห็น ปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน  เพื่อสร้างความรอบรู้ที่ให้ประชาชนและสามารถตัดสินใจในการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสุขภาพมากขึ้นและซื้อกลุ่มที่เสี่ยงต่อสุขภาพน้อยลง

เครือข่ายลดบริโภคเกลือและโซเดียมของประเทศไทย เสนอให้ปรับเปลี่ยนจากการขอความร่วมมือ มาเป็นการใช้ มาตรการบังคับทางกฎหมายผ่านภาษีโซเดียม (Sodium Tax) ควบคู่กับการกำหนด เกณฑ์มาตรฐานปริมาณโซเดียม (Sodium Benchmark) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ ของประเทศ  และ

สุดท้าย ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เสนอการปฏิรูประบบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งระบบ ผ่านสนอ “นโยบาย 5 ป. ลดภัยแอลกอฮอล์”  ปลด (ล็อก) ให้ยาก, เป่าให้จริง, ประคองให้ถึง, ป้องให้ทัน และ ปรับให้แพง

ดิว อริสรา ปล่อยช็อตหวานจุ๊บแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นไอจี

ดิว อริสรา ปล่อยช็อตหวานจุ๊บแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นไอจี

ดิว อริสรา ปล่อยช็อตหวานจุ๊บแฟนหนุ่มตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นไอจี

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

8 สิงหาคม 2569 หลังจากที่ สาวดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ได้ออกมาโพสต์ภาพสุดหวานผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยการโพสต์ภาพ นิค กับ จูดี้ ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดัง ‘ซูโทเปีย’ พร้อมแท็กถึงหวานใจนักธุรกิจหนุ่มหล่อทายาทตระกูลดัง วู้ดดี้ ล่ำซำ หรือ คุณพุฒิพงศ์ ล่ำซำ พร้อมแคปชั่นสุดซึ้งทำเอาแฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

ล่าสุดสาวดิว ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการออกมาโพสต์ภาพในชุดว่ายน้ำวันพีซ ยืนชิลๆ ริมทะเล และมีช็อตที่ยืนจับมือ-จูบหวานใจ ‘วู้ดดี้ ล่ำซำ’ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก พร้อมข้อความระบุว่า “The kite and the line One flies, one holds on, and somehow neither is complete without the other. You never keep me from flying… you’re just the line that keeps me grounded, never lost, and always leads me home @wlamsam” 

(ว่าวกับสายเชือก คนหนึ่งโบยบิน อีกคนคอยยึดเหนี่ยว และไม่รู้ทำไม…ทั้งคู่ถึงดูเหมือนจะไม่สมบูรณ์ หากขาดอีกคนไป คุณไม่เคยรั้งฉันไม่ให้โบยบินเลย… คุณเป็นเพียงสายเชือกที่คอยทำให้ฉันยังติดดิน ไม่หลงทาง และคอยนำทางฉันกลับบ้านเสมอ @wlamsam)

แม่เกตุ น้ำตาคลอ ยอมรับจบความสัมพันธ์ ลุงวิทย์ ขอเดินหน้ากลับมารักตัวเอง

แม่เกตุ น้ำตาคลอ ยอมรับจบความสัมพันธ์ ลุงวิทย์ ขอเดินหน้ากลับมารักตัวเอง

แม่เกตุ น้ำตาคลอ ยอมรับจบความสัมพันธ์ ลุงวิทย์ ขอเดินหน้ากลับมารักตัวเอง

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้แฟนๆ เข้าไปส่งกำลังใจอย่างต่อเนื่อง หลัง “แม่เกตุ” คุณแม่ของนักร้องสาว เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ออกมาเปิดใจยอมรับว่า ความสัมพันธ์กับ “ลุงวิทย์” ได้เดินทางมาถึงจุดที่ไม่สามารถไปต่อด้วยกันได้ ท่ามกลางความเสียใจของทั้งสองฝ่าย

โดยระหว่างการไลฟ์ แม่เกตุเปิดใจถึงเรื่องราวความรักครั้งล่าสุด พร้อมยอมรับว่าต้องใช้เวลาในการกลับมาเข้มแข็งและสดใสอีกครั้ง เพราะทั้งตัวเธอและลุงวิทย์ต่างก็มีความรู้สึกและเคยผ่านเรื่องราวในลักษณะนี้มาแล้ว

แม่เกตุกล่าวว่า ทุกคนต้องให้กำลังใจกัน เพราะทั้งแม่เกตุและคุณลุงต่างก็มีช่วงเวลาที่อ่อนแอ พร้อมขอให้ทุกคนอย่าไปตำหนิหรือติเตียนอีกฝ่าย เพราะสุดท้ายแล้วเวลาจะช่วยให้ทั้งคู่ก้าวผ่านเรื่องราวนี้ไปได้

“คนเราต้องสดใส แต่เราต้องใช้เวลา ไม่ว่าแม่เกตุหรือคุณลุง เราก็ต้องกลับมาสดใส มันเป็นเวลา คุณลุงก็เคยผ่านเรื่องราวแบบนี้มาแล้ว แม่เกตุก็เคยผ่านเรื่องราวแบบนี้มาแล้ว เราต้องให้กำลังใจกัน เราจะไม่ไปติเตียนคนอื่น”

แม่เกตุยังบอกอีกว่า ทั้งเธอและลุงวิทย์ต่างก็เป็นคนธรรมดาที่สามารถอ่อนแอและเสียใจได้ พร้อมย้ำว่าเมื่ออายุ 47 ปีแล้ว สิ่งสำคัญคือการกลับมารักตัวเองให้มากขึ้น

“วันหนึ่งไปไม่ถึงฝัน ก็ต้องอยู่ให้ได้” แม่เกตุน้ำตาคลอ

ช่วงหนึ่งของการไลฟ์ แม่เกตุมีน้ำตาคลอและเสียงสั่น พร้อมเปิดใจจากความรู้สึกจริงๆ ว่า ยอมรับว่าเสียใจกับความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถเดินทางไปถึงปลายทางที่หวังไว้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องทำใจและพยายามใช้ชีวิตต่อไปให้ได้

แม่เกตุกล่าวว่า เธอเป็นคนที่มองความรักเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ และหากได้อยู่กับใครก็จะทุ่มเทและใส่ใจอย่างเต็มที่ แต่เมื่อวันนี้ความสัมพันธ์เดินทางไปไม่ถึงฝัน ก็ต้องยอมรับและกลับมาอยู่กับชีวิตของตัวเอง

“แม่เกตุพูดจากใจเลย แม่เกตุเสียใจ มันจะเกิดก็ต้องเกิด เราก็ต้องทำใจ อยู่ให้ได้เหมือนกัน ไม่ใช่ไม่เสียใจ แม่เกตุก็มีความรู้สึก แม่เกตุมองความรักยิ่งใหญ่ ทุกคนในบ้านจะรู้ แม่เกตุได้อยู่กับใครจะทุ่มเทใส่ใจ”

สำหรับสาเหตุของการยุติความสัมพันธ์ แม่เกตุขอให้ทุกคนเคารพความเป็นส่วนตัว พร้อมยืนยันว่าเป็นเรื่องของคนสองคนที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างกัน และไม่ต้องการให้แฟนๆ ไปตำหนิหรือตัดสินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ท้ายที่สุด แม่เกตุยังฝากให้ทุกคนส่งกำลังใจให้ลุงวิทย์เช่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ พร้อมย้ำว่าการเสียใจหรือร้องไห้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือการยอมรับความจริงและกลับมารักตัวเองให้มากขึ้น

แฟนไทยแห่เชียร์! AGT ปล่อยคลิป เนเน่ รอยัล รอบ Judges’ Callbacks ลุ้นต่อ Live Shows

แฟนไทยแห่เชียร์! AGT ปล่อยคลิป เนเน่ รอยัล รอบ Judges’ Callbacks ลุ้นต่อ Live Shows

แฟนไทยแห่เชียร์! AGT ปล่อยคลิป เนเน่ รอยัล รอบ Judges’ Callbacks ลุ้นต่อ Live Shows

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.33 น.

แฟน ๆ ชาวไทยเตรียมร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้กับ “เนเน่ รอยัล” อีกครั้ง หลังรายการประกวดความสามารถระดับโลก America’s Got Talent ปล่อยคลิปการแสดงของเธอในรอบ Judges’ Callbacks ออกมาให้แฟน ๆ ได้รับชมกันแล้ว

ก่อนหน้านี้ “เนเน่ รอยัล” สามารถสร้างความประทับใจบนเวทีด้วยทักษะการร้องเพลงและพลังเสียงอันโดดเด่น จนได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งคณะกรรมการและผู้ชมจำนวนมาก ทำให้เธอกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เข้าแข่งขันที่แฟน ๆ ชาวไทยจับตามองอย่างใกล้ชิด

สำหรับการแข่งขันในรอบ Judges’ Callbacks ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการแข่งขัน โดยคณะกรรมการจะเรียกผู้เข้าแข่งขันบางรายกลับมาแสดงอีกครั้ง หลังต้องการเห็นศักยภาพเพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ก่อนเข้าสู่การคัดเลือกผู้ที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสด หรือ Live Shows

ล่าสุดหลังคลิปการแสดงของ “เนเน่ รอยัล” ถูกเผยแพร่ออกมา แฟนคลับชาวไทยต่างเข้ามาร่วมแชร์และส่งข้อความให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมลุ้นว่าเธอจะสามารถคว้าโอกาสสำคัญบนเวทีระดับโลก และผ่านเข้าสู่รอบ Live Shows ได้สำเร็จหรือไม่

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่แฟน ๆ ชาวไทยต้องจับตาและร่วมส่งแรงเชียร์ให้ “เนเน่ รอยัล” เดินหน้าต่อบนเวที America’s Got Talent อย่างเต็มที่

บิลลี่ โอแกน แชร์ประสบการณ์เที่ยวอุทยานฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่ดูแลดี ยืนยันที่พักสะอาด

บิลลี่ โอแกน แชร์ประสบการณ์เที่ยวอุทยานฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่ดูแลดี ยืนยันที่พักสะอาด

บิลลี่ โอแกน แชร์ประสบการณ์เที่ยวอุทยานฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่ดูแลดี ยืนยันที่พักสะอาด

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.28 น.

“บิลลี่ โอแกน” นักร้องและนักแสดงรุ่นใหญ่ ออกมาแชร์ประสบการณ์จากการเดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ

โดย บิลลี่ โอแกน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงว่า “ผมไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติมาแล้วหลายแห่ง ทุกที่ที่ไปพัก สะอาด สะดวก เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน ดูแลสถานที่พักเป็นอย่างดี ถึงจะไม่ได้หรูหราแบบเอกชน แต่ก็พักสบาย ปลอดภัย และ ไม่เคยพบสถานที่พักของกรมอุทยานแห่งไหนที่เลวทรามเลยครับ
อันนี้จากประสบการณ์จริงๆครับ
ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่อุทยานทุกๆท่านครับ”

ขอบคุณที่มา Billy Ogan

โอ๊ยเล่าเรื่อง น้ำตาซึม มีความสุข จดหมายรักถึงอาม่า DearYou 10/10

น้ำตาซึม มีความสุข  จดหมายรักถึงอาม่า DearYou 10/10

น้ำตาซึม มีความสุข จดหมายรักถึงอาม่า DearYou 10/10

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ความรักความอบอุ่นและหัวใจของ“ครอบครัว”มาเปิดอ่านจดหมายจาก(ถึง)อาม่าจดหมายที่จะพาทุกหัวใจกลับบ้านจดหมายรักจากอาม่า( Dear You) คือ หนังจีน ที่ อยากดู ตั้งแต่เห็นชื่อ หนัง ที่ดูเรียบง่าย แต่ โดนใจหนังเล็กธรรมดา ไม่ใช่หนัง ที่ขายดาราขายนักแสดงแต่งานที่ออกมากลับดูไม่ธรรมดาผลงานการนำเข้าของสหมงคลฟิลม์ร่วมกับBlackDragon
Dear You  เล่าเรื่องราวของ “เหี่ยวอุ่ย” ชายหนุ่มผู้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อตามหาอากงที่ขาดการติดต่อมานาน โดยมีจดหมายส่งเงินกลับบ้านเป็นเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวที่จะนำพาเขาไปค้นพบความจริงของครอบครัว รากเหง้าของชาวจีนโพ้นทะเลที่ถ่ายทอดส่งต่อผ่านกาลเวลา หลานหงชุน ผู้กำกับ ทำจดหมายรักถึงอาม่า( Dear You) ออกมาดีงาม ชัดเจนในความเป็น หนังที่อิง มาจากชีวิตจริง ทำหนังที่ดูอบอุ่น เล่าเรื่อง ทั้งในยุคเก่า กับ ปัจจุบันได้ดี จดหมายฉบับน้อยของ อาม่า พาย้อนกลับไปสู่อดีต ภาพในอดีตของ ชาวจีนจากโพ้นทะเล ที่มาทำมาหากิน ในไทยเน้นย่าน เยาวราช เห็นชีวิตความเป็นอยู่ สภาพบ้านเรือนตึกแถวเก่าๆ

แต่ละช่วงของ จดหมายน้อยๆ หนังนำเสนอใน อารมณ์ที่ต่างกันออกไป มีครบทุกรสดูหลายแนวช่วงการเดินทางหาอากง ดูผ่อนคลายสบายในแบบ คนจีนมาไทย ที่เห็นกันโดยทั่วไป ในหนังจีน และรู้สึก เหมือน การ มาทำความรู้จักกับ สมาคมแต้จิ๋ว ในบ้านเราช่วงย้อนอดีต ดราม่า/โรแมนติก มิตรภาพของเพื่อนฝูง ชีวิตความเป็นอยู่ของ ชาวจีน กึ่งสารคดี บันทึกความทรงจำ ผ่านตัวละครปิดท้ายด้วย ช่วงเวลาปัจจุบัน เรื่องคลี่คลาย หลังจาก ค้างคาใจมานานหลายสิบปี เหมือน ตามดู คนสูงวัย มาพบปะกัน ที่ดูแล้ว มีความอบอุ่นหนังเน้น การใช้สำเนียงแต้จิ๋ว ไม่ใช่ จีนกลาง เหมือนใน หนังจีนโดยทั่วไป แต่โดยส่วนตัว กลับไม่มีผลอะไรกับการดู การบิ้ว อารมณ์ของหนัง แยกไม่ออก ว่า ไหนคือ จีนกลาง อันไหนคือ แต้จิ๋วแต่สิ่งที่ขัดใจ มากๆ คือ เสียงตัวละครฝั่งไทย ที่ พากษ์เสียงไทยทับ ในขณะที่ บางคนใช้เสียงจริง เลยทำให้ รู้สึก ขัดหู ลดอารมณ์ในช่วงนั้นลงไปเยอะๆ

“เจี่ยหน่ำกี”  เด็กสาวชาวแต้จิ๋วที่อพยพมากับพ่อเพื่อตั้งรกรากในแผ่นดินไทย คอยดูแลโรงเตี๊ยม ช่วยเหลือ และให้ที่พักพิงแก่พี่น้องชาวจีนโพ้นทะเล พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมสายใยของผู้คนจากสองแผ่นดินเข้าด้วยกัน

“เอี๊ยบซกยิ้ว”  เมียของ ‘บักเช็ง’ในเมืองจีน ที่ต้องเลี้ยงลูกน้อยตามลำพัง  เชื่อมความสัมพันธ์ กับสามี ผ่านจดหมาย โพยก๊วนนักแสดงทุกคน ในเรื่อง ดีงาม เล่นดี ดูเป็นธรรมชาติ ทุกคน ‘หวังเหยียนทง’เป็น ‘แต้บักเซ็ง’หรือ อากง ที่มีเสน่ห์ ชวนให้ ติดตาม ลุ้นเอาใจช่วย ดูบอบบาง แต่ก็ สู้ชีวิต ดูใจดีกับทุกๆคนเล่นดี ทั่ง ดราม่า แอ็คชั่น หรือบทเบาๆ สบายๆ  หลี่ซือถง ในบท  เจี่ยหน่ำกี (ช่วงเยาว์วัย) สวยใส น่ารักมากๆ เล่นทั้งสีหน้าท่าทาง การเก็บอารมณ์ความรู้สึก ดูแล้ว อดรักเธอไม่ได้จริงๆ หลงรักเธอ ชอบตัวละครตัวนี้ มากที่สุด

‘ยายแต๋ว-อุษา เสมคำ’จาก หลานม่า มาร่วมแสดง มาน้อย แต่โดนใจ ทำให้ หนังอบอุ่น มีรอยยิ้ม ‘หวังเซี่ยวหุย’เป็น  ‘เอี๊ยบ ซกยิ้ว อาม่า’ในวัยสาว ที่ดูสวย น่ารัก ในแบบ สาวจีน แม่เลี้ยงเดี่ยว ‘อู๋เส้าชิง’รับบทเป็น  ‘เอี๊ยบ ซกยิ้ว’อาม่า ในวัยชรา ที่ดูอบอุ่น ใจดี เรียบๆ ง่ายๆ เจิ้งหรุ่นฉี เป็น ‘เหี่ยวอุ่ย’ต้นเรื่อง ที่ทำให้ จดหมายอาม่า ถูกเปิดอ่านอีกครั้ง เล่นแบบสบายๆ เรียยกเสียงเฮฮา รอยยิ้มนักแสดงสมทบทุกคน ดูเป็นธรรมชาติ ออกมาดูน่ารักทั้งกลุ่มชาวจีนในเยาวราชคนเขียนโพยก๊วน ครูสอนภาษา เพื่อนสนิท ป๊าขี้เมาพ่อของ ‘หน่ำกี’หรือแม้แต่ บรรดาเด็กน้อยๆ ที่มาเรียน ภาษาจีนครอบครัวของ ในจีน ทั่ง ช่วงอดีต ปัจจุบัน ‘เจ๊กฮัว’ลูกชาย  ‘หน่ำกี’รวมทั้ง บรรดาคนชราในยุคปัจจุบัน ในไทย

รายละเอียดต่างๆ ภาพต่างๆ ของ เยาวราช ในช่วงยุค 1960 ทำออกมา ได้ดี แม้บางสิ่งบางอย่าง อาจจะดูสร้างขึ้นมา ก็พอจะมอง ข้ามไปได้ ได้เห็น ตึกแถวเก่า สามล้อ ชีวิตคนจีนบ้านๆ อาหารการกิน ป้ายโฆษณา ป้ายภาษาไทย ในยุคนั่น ฯลฯ แค่่นี้ก็มีความสุข ไปกับตัวหนังแล้วที่ยิ้มได้มาก และที่ขยี้อารมณ์ เพิ่มความรู้สึก ให้ กับ หนังมากๆ คือ เพลงประกอบ ดูดี ทั้ง เสียงร้อง ทำนอง ความหมาย ที่ พาย้อนไป ถึง เพลงจีนไพเราะๆ ที่ชื่นชอบ คุ้นเคย ในอดีต ทุกเพลง มี คำแปล ภาษาไทย ประกอบเพลง ‘หง่วยแอ่จื๋อแต๊’(ชงชาใต้แสงจันทร์) ในช่วง ที่ สองอาม่า มาเจอกัน ร่วมกับ ‘ดอกงิ้ว’ทำเอาน้ำตาซึม  หนังจบ..แต่..จดหมายยังไม่จบ ในช่วง เครดิต ท้าย มี การนำเอาจดหมายจริงๆ มา แสดงส่งท้าย (หลายๆ ฉบับ มี แทรก ไว้ในหนัง) ทำให้ หนังจบ อย่างสวยงาม  จดหมายรักถึงอาม่า( Dear You)  เป็น หนังเล็กๆ เรียบง่ายแต่โดนใจ รักชอบมากมาย ทั้ง ความเป็นหนังจีน หนังที่เกี่ยวกับจดหมาย ที่ เข้าไปอยู่ในใจ ในแบบนี้ ไม่ต้องขยี้หรือบิ้วอะไรมากมาย โดนใจแบบไม่รู้ตัวเสียน้ำตา น้ำตาซึม มีความสุข แบบนี้ เอาไปเลย 10/10 

‘PP KRIT’ ปล่อยหวานซ่อนเปรี้ยว ได้ ‘ต้าเหนิง’ และ ‘ณิชา’ ร่วมเติมสีสัน

‘PP KRIT’ ปล่อยหวานซ่อนเปรี้ยว ได้ ‘ต้าเหนิง’ และ ‘ณิชา’ ร่วมเติมสีสัน

‘PP KRIT’ ปล่อยหวานซ่อนเปรี้ยว ได้ ‘ต้าเหนิง’ และ ‘ณิชา’ ร่วมเติมสีสัน

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“PP KRIT” (พีพี – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) อยากชวนทุกคนมาแกะเปลือก ลิ้มรสชาติของ  ซิงเกิลใหม่ “Your Candy” กับ Flavor หวานซ่อนเปรี้ยว ละมุนไปกับดนตรี POP เสียงร้องหวานสอดไส้เนื้อหาสุดเปรี้ยว ถ่ายทอดผ่านเมโลดี้ฟังสบาย เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของ “PP KRIT” พร้อมเสิร์ฟให้ชิมโดย “THE TOYS” มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์คู่ใจ ช่วยรังสรรค์ซาวด์ดนตรีที่ทั้งละมุน ติดหูและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในพาร์ตของมิวสิควิดีโอ ยิ่งเพิ่มความสดใสด้วยการได้ “ต้าเหนิง – กัญญาวีร์ สองเมือง” และ  “ณิชา – ณัฎฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์” มาร่วมแสดงกับ “PP KRIT” ภายใต้การกำกับของ “แมงโต”  ที่นำเสนอเรื่องราวความเป็นแก๊งเพื่อนที่มี Flavor แตกต่างกัน ให้ผู้ชมได้ร่วมค้นหาว่าแต่ละคนเป็นตัวแทนของลูกอมรสชาติไหน พร้อมชวนทุกคนมาลอง Try และ Taste ในมิวสิควิดีโอ เพลง “Your Candy”

เต้ ดราก้อนไฟว์ นัดเจอเพื่อน เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน กลายเป็นช็อตสุดท้ายของวงดราก้อนไฟว์ ชมคลิป

เต้ ดราก้อนไฟว์ นัดเจอเพื่อน เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน กลายเป็นช็อตสุดท้ายของวงดราก้อนไฟว์ ชมคลิป

เต้ ดราก้อนไฟว์ นัดเจอเพื่อน เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน กลายเป็นช็อตสุดท้ายของวงดราก้อนไฟว์ ชมคลิป

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.58 น.

วงการเพลงบอยแบนด์ยุคมิลเลนเนียมต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ สร้างความโศกเศร้าและตกใจอย่างยิ่งให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมวงการ และแฟนเพลงยุค 2000 เมื่อมีรายงานข่าวการเสียชีวิตของ เต้ ธามัน หรือมรารู้จักกันในชื่อ เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตสมาชิกคนสำคัญของวงบอยแบนด์ชื่อดัง Dragon 5

เหตุการณ์สะเทือนใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่อดีตนักร้องหนุ่มได้หายตัวปริศนาไปเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยขี่จักรยานออกจากบ้านพักในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และไม่ได้พกโทรศัพท์มือถือติดตัว ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ ทางครอบครัวและคนใกล้ชิดจึงได้เร่งระดมกำลังออกตามหาพร้อมเข้าแจ้งความอย่างเร่งด่วน กระทั่งล่าสุดในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบร่างของเขาเสียชีวิตลอยอยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้สะพานพระราม 7 ท่ามกลางความอาลัยระคนตกใจของคนรอบข้าง

เต้ ดราก้อนไฟว์

การจากไปอย่างกะทันหันนี้ ยิ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนคลับเป็นทวีคูณเมื่อย้อนมองภาพความทรงจำเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน ซึ่ง เต๋า อดิศร เพื่อนร่วมวง ได้เคยโพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยให้เห็นภาพการกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตารwanครบ 5 คนของสมาชิก Dragon 5 ในรอบหลายปี พร้อมระบุข้อความชวนใจหายว่า “นานเกินไปแล้วนะครับ จะแก่กันหมดแล้ว” ซึ่งคลิปวิดีโอและโมเมนต์ดังกล่าวได้กลายเป็นบันทึกความทรงจำครั้งสุดท้ายอันล้ำค่าของบอยแบนด์ระดับตำนานในใจแฟนเพลงตลอดกาล

เต้ ดราก้อนไฟว์
เต้ ดราก้อนไฟว์
เต้ ดราก้อนไฟว์

>>> ชมคลิปคลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม tao_dragon5

หน้าใหม่สุดปัง ‘ดัง พันกร’ ภูมิใจเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

หน้าใหม่สุดปัง ‘ดัง พันกร’ ภูมิใจเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

หน้าใหม่สุดปัง ‘ดัง พันกร’ ภูมิใจเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวแม่ตัวมัมของวงการบันเทิง ไม่ว่า “ดัง พันกร บุญยะจินดา” จะโพสต์ข้อความอะไรก็ตกเป็นประเด็น มีคนกระทืบไลท์เป็นแสน ล่าสุดดังก็ได้สร้างความฮือฮาโดยการ เผยหน้าเวอร์ชั่นล่าสุด โดยยอมรับแบบไม่มีแอ๊ปว่า ได้บินไปทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลนานะ เกาหลี ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่คาดฝันมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้ก็มั่นอยู่ว่าตัวเองเลิศ ไม่มีแพลนที่จะต้องทำศัลยกรรม แต่พอเจอผู้เชี่ยวชาญด้านความงามอย่าง คุณเอ๋ ชาริศา องค์วรวุฒิ หรือที่รู้จักในชื่อ Aey Surgery  ทำเอาดังต้องกลับมาทบทวนตัวเองใหม่ มันถึงเวลาที่ต้องโมหน้าใหม่จริงหรือเปล่า

แม่นายดัง เล่าว่า “ก่อนผ่าตัดไม่รู้สึกกลัวอะไรครับ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราได้ตัดสินใจแล้ว เราก็เชื่อมั่นแล้วเชื่อมั่นในโรงพยาบาลร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นความกังวลอะไรไม่มีเลย แต่ว่าหลังผ่าตัดมีความตื่นเต้นนิดนึงเพราะว่าเรียกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ทำศัลยกรรมแบบเซ็ตใหญ่แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดีนะครับ บวมน้อยมากครับ ทางโรงพยาบาลก็ช่วยดูแลทำแผลให้ทุกวัน เข้าตู้อบจนถึงวันตัดไหมเลยครับ ประทับใจผลลัพธ์ที่ออกมามากนะครับ รู้สึกได้เลยว่าหน้าตัวเองเนี่ยสดใสขึ้น โดยเฉพาะคนรอบข้างทุกคนเลยชมหมดเลยว่า ไปทำอะไรมา อุ๊ยทำครั้งนี้ดีจังเลย เรารู้สึกว่าเออมั่นใจ ชอบทั้งหมดเลยเพราะว่ามัน โดยรวมแล้วมันทำให้เราดูเป็นเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดครับ คุณหมอหมอ คิมฮยองจุน เก่งมาก”

“มาเลเซีย แอร์ไลน์ส” สั่งตรวจสารเสพติดนักบิน 1,260 คน หลังนักบินถูกจับขนยาอีที่อินโดฯ

"มาเลเซีย แอร์ไลน์ส" สั่งตรวจสารเสพติดนักบิน 1,260 คน หลังนักบินถูกจับขนยาอีที่อินโดฯ

7 ส.ค. 2569 16:46 น.

“มาเลเซีย แอร์ไลน์ส” สั่งตรวจสารเสพติดนักบิน 1,260 คน หลังนักบินถูกจับขนยาอีที่อินโดฯ

มาเลเซีย เอวิเอชัน กรุ๊ป (MAG) บริษัทแม่ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส สั่งตรวจสารเสพติดนักบินแบบบังคับทุกคน พร้อมยกระดับมาตรการคัดกรอง หลังนักบินในสังกัดวัย 39 ปี ถูกทางการอินโดนีเซียจับกุมในข้อหาลักลอบนำเข้ายาอีประมาณ 25 กิโลกรัม ขณะเดินทางถึงกรุงจาการ์ตา และผลตรวจพบสารเสพติดหลายชนิดในร่างกาย

กลุ่มบริษัท มาเลเซีย เอวิเอชัน กรุ๊ป (MAG) ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ยืนยันการเริ่มเฟสแรกของมาตรการตรวจคัดกรองสารเสพติดภาคบังคับสำหรับนักบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส (Malaysia Airlines) ทั้งหมดจำนวน 1,260 คน โดยตั้งเป้าดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ พร้อมย้ำว่า นักบินที่ไม่เข้ารับการตรวจภายในกำหนด จะไม่มีสิทธิขึ้นปฏิบัติหน้าที่บินจนกว่าจะผ่านการตรวจและได้รับการรับรองตามขั้นตอนของบริษัทและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เมื่อเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียจับกุมนักบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส วัย 39 ปี ที่สนามบินนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา กรุงจาการ์ตา หลังพบยา MDMA หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ยาอี” ในสัมภาระของเขา ปริมาณประมาณ 25-26 กิโลกรัม ขณะเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์มายังอินโดนีเซีย

เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินโดนีเซียระบุว่า ผลตรวจปัสสาวะของนักบินยังพบสารโคเคนและเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย ขณะที่ข้อมูลอีกชุดระบุว่าพบผลตรวจเป็นบวกต่อเมทแอมเฟตามีน MDMA และโคเคน

MAG ชี้แจงว่า นักบินรายดังกล่าวเป็นนักบินผู้ช่วยที่อยู่นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ และเดินทางในที่นั่งสำรองภายในห้องนักบินในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่ได้เป็นนักบินที่ควบคุมเครื่องบินในเที่ยวบินดังกล่าว

บริษัทระบุว่า การกระทำของนักบินเป็นเรื่องที่ “ไม่สามารถยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง” และขัดต่อมาตรฐานความเป็นมืออาชีพที่คาดหวังจากบุคลากรของบริษัท

กัปตันนาซารุดดิน เอ. บาการ์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MAG กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายไม่ยอมรับการประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ พร้อมย้ำว่า ความปลอดภัยในการปฏิบัติการบินและความพร้อมของลูกเรือในการทำหน้าที่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประนีประนอมได้

เขากล่าวว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เฉพาะบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของพนักงานส่วนใหญ่ แต่บริษัทจะยังคงยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

การตรวจสารเสพติดแบบบังคับครั้งใหม่นี้จะดำเนินควบคู่กับโครงการสุ่มตรวจสารเสพติดที่ MAG มีอยู่แล้ว และจะขยายไปยังนักบินที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด รวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินในระยะต่อไป

MAG เป็นบริษัทแม่ที่ดำเนินธุรกิจสายการบินหลายแห่ง นอกจากมาเลเซียแอร์ไลน์สแล้ว ยังรวมถึง Firefly ซึ่งให้บริการเที่ยวบินระยะสั้น และ Amal ซึ่งให้บริการเที่ยวบินสำหรับผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีฮัจญ์

บริษัทระบุว่า มาตรการใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการประเมินความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร ซึ่งมีมาตรการเดิมอยู่แล้ว เช่น การตรวจสอบประวัติก่อนเข้าทำงาน การตรวจสุขภาพตามมาตรฐาน Class 1 Medical Certification สำหรับนักบิน การฝึกอบรมเป็นระยะ การตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติดตามกำหนด รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมก่อนขึ้นบิน

นอกจากนี้ นักบินยังต้องประเมินความพร้อมของตนเองก่อนปฏิบัติหน้าที่ผ่านแบบประเมิน IMSAFER ซึ่งพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ อาการเจ็บป่วย การใช้ยา ความเครียด แอลกอฮอล์ ความเหนื่อยล้า สภาพอารมณ์ และประสบการณ์หรือความถี่ในการปฏิบัติหน้าที่บิน

MAG ระบุว่า จะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการบิน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินมาตรการตามข้อเสนอแนะ ยกระดับการป้องกัน และสร้างความมั่นใจว่าบุคลากรทุกคนปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในอินโดนีเซีย ซึ่งมีกฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดมาก และมีบทลงโทษรุนแรงสำหรับความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด โดยในปี 2558 อินโดนีเซียเคยประหารชีวิตชาวออสเตรเลีย 2 คนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายา “Bali Nine” จากความพยายามลักลอบนำเฮโรอีนออกจากเกาะบาหลี.

ที่มา New Straits Time / Reuters