ต่างชาติอึ้ง ‘เก่ง ธชย’ ภูมิใจโชว์ชุดจากผ้าขาวม้าประยุกต์

ต่างชาติอึ้ง ‘เก่ง ธชย’ ภูมิใจโชว์ชุดจากผ้าขาวม้าประยุกต์

ต่างชาติอึ้ง ‘เก่ง ธชย’ ภูมิใจโชว์ชุดจากผ้าขาวม้าประยุกต์

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.54 น.

เต็มความภาคภูมิ กับชาวคณะ Bangkok Pride ตัวแทนจากประเทศไทย ที่ได้เดินทางไปร่วมงานไพรด์ระดับโลก อย่าง World pride 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ Bangkok Pride ตัวแทนของประเทศไทยอย่าง “เก่ง ธขย” ก็พร้อมจัดเต็ม ชุดที่โชว์ความเป็นไทย ในวันสุดท้ายก่อนกลับมาตุภูมิ กับการรังสรรค์ชุดจาก ผ้าขาวม้าไทย ที่ประยุกต์ให้เป็นแฟชั่นร่วมสมัย ที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย แฟชั่นที่ได้รับความสนใจ และสะกดสายตาชาวต่างขาติได้อย่างเกินความคาดหมาย เจ้าตัวบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า

“ผมรู้สึกภูมิใจอย่างที่สุด ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสวมใส่และถ่ายทอดเรื่องราวของผืนผ้านี้ ให้โลกได้เห็นว่า ความเป็นไทย ไม่ได้มีเพียงความงดงามของวัฒนธรรม แต่ยังมีหัวใจที่พร้อมเปิดรับทุกความแตกต่าง ผ้าขาวม้าผืนนี้ไม่ได้ห่มเพียงร่างกาย แต่มันห่มศักดิ์ศรีของความเป็นไทย และโอบกอดความหลากหลายของความเป็นมนุษย์ไว้พร้อมกัน จากผืนผ้าของวิถีไทย สู่หัวใจของผู้คนทั่วโลก ด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และความหวังสู่ Bangkok WorldPride 2030”

“ผ้าขาวม้าสีรุ้ง” ความยาว 88 หลา จากชุมชนวัฒนธรรมไทย ภายใต้การสนับสนุนที่ดีงามของ กระทรวงวัฒนธรรมถูกนำมาตีความใหม่ผ่านชุดโจงกระเบนร่วมสมัย เพื่อพาความงดงามของผ้าไทย สู่สายตาชาวโลก บนเวที WorldPride Amsterdam 2026

พบร่าง เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนา

พบร่าง เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนา

พบร่าง เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนา

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

พบร่าง “เต้ ดราก้อนไฟว์” อดีตบอยแบนด์ดัง ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 7 หลังหายตัวปริศนาเกิดข่าวเศร้าในวงการบันเทิง หลังจากโลกออนไลน์และเพจ “ข่าวคนนนท์” ได้ช่วยกันกระจายข่าวประกาศตามหาคนหาย คือ นายธามัน เตพันธ์ หรือ “เต้” อดีตสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง “ดราก้อนไฟว์” วัย 46 ปี ที่ได้หายตัวออกจากบ้านพักไปอย่างมีเงื่อนงำ

ลำดับเหตุการณ์การหายตัวไป เวลา 04.00 น. (6 ส.ค.) แฟนสาวระบุว่า เต้ได้ปั่นจักรยานสีครีมออกจากบ้านพัก มุ่งหน้าไปทางกฟผ. บางกรวย โดยแต่งกายด้วยชุดปั่นจักรยาน ไม่สวมหมวก สะพายเป้ แต่ไม่ได้นำโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินติดตัวไป ซึ่งผิดปกติจากการออกไปปั่นจักรยานตามปกติที่จะต้องพกโทรศัพท์และกลับบ้านทันที เวลา 18.30 น. (6 ส.ค.): แฟนสาวตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เนื่องจากยังไม่สามารถติดต่อได้และหวั่นเกรงว่าจะได้รับอันตรายล่าสุด มีรายงานยืนยันว่าเจ้าหน้าที่พบร่างของ นายธามัน เตพันธ์ ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานพระราม 7 โดยเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ทำการลากร่างมาไว้ตรงท่าน้ำใต้สะพานพระราม 7 เพื่อรอแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประชาชื่น เข้าร่วมตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป

จียู ครีเอทีฟ นำขบวน Soft Power ไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น

จียู ครีเอทีฟ นำขบวน Soft Power ไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น

จียู ครีเอทีฟ นำขบวน Soft Power ไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.42 น.

บริษัท G-Yu Creative Co., Ltd. เดินหน้าผลักดัน Soft Power ไทย สู่เวทีนานาชาติ ด้วยการนำศิลปินไทย SIN, Top Piyawat และ March Chutavuth เดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง ณ MAGNET by SHIBUYA109 7F @ Shibuya Scramble S ระหว่างวันที่ 1–2 สิงหาคม 2026 ท่ามกลางบรรยากาศฤดูร้อนของญี่ปุ่น โดยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่น รวมถึงแฟนคลับจากหลากหลายประเทศที่เดินทางมาร่วมสร้างความทรงจำสุดพิเศษไปพร้อมกับศิลปิน

แฟนมีตติ้งครั้งนี้ประกอบด้วย TOP PIYAWAT The 1st Dream in Tokyo, MARCH CHUTAVUTH 1st Exclusive Fan Meeting “The First Summer Memory in Tokyo” และ SIN Live! in Tokyo 2026 “The Sound of Summer” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน โดยศิลปินทั้ง 3 คนได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และเสน่ห์ของศิลปินไทยผ่านเสียงเพลง การพูดคุยบนเวที ช่วงถาม-ตอบ เล่นเกมกับแฟนคลับ และกิจกรรมแฟนเบเนฟิต สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ SIN Live! in Tokyo 2026 “The Sound of Summer” ยังมีแขกรับเชิญเป็น Aoi Yamazaki (山崎あおい) นักร้องนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีระหว่างศิลปินไทยและญี่ปุ่น

ความพิเศษในครั้งนี้ MARCH CHUTAVUTH 1st Exclusive Fan Meeting “The First Summer Memory in Tokyo” แฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกของ March Chutavuth ในกรุงโตเกียว ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้พบปะและสื่อสารกับแฟนคลับชาวญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมบนเวทีและแฟนเบเนฟิตที่จัดขึ้นตลอดงาน

การจัดแฟนมีตติ้งทั้ง 3 งานในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินไทยในการก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของ G-Yu Creative Co., Ltd. ในการผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทยและส่งเสริม Soft Power ไทยผ่านกิจกรรมด้านความบันเทิงและวัฒนธรรม เพื่อสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ของ G-Yu Creative ได้ทาง

Website: https://www.gyucreative.com

Facebook: GYUCREATIVE

Instagram: @gyucreative

X: @GyuCreative

#GYUCREATIVE #SIN #Tppiyawat #Marchutavuth #MARCH1stFMinTokyo #SINLiveinTokyo2026 #TOPPIYAWATThe1stDreamInTokyo #Tokyolive  #SoftPowerTH #FanMeeting

โมเมนต์อบอุ่นรับวันแม่ โอปอล–สุชาตา ควง คุณแม่สุพัตรา เปิดมุมความรัก ความภูมิใจแม่ลูก

โมเมนต์อบอุ่นรับวันแม่ โอปอล–สุชาตา ควง คุณแม่สุพัตรา เปิดมุมความรัก ความภูมิใจแม่ลูก

โมเมนต์อบอุ่นรับวันแม่ โอปอล–สุชาตา ควง คุณแม่สุพัตรา เปิดมุมความรัก ความภูมิใจแม่ลูก

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

วันแม่ปีนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ต้อนรับเทศกาลวันแม่ด้วยโมเมนต์สุดอบอุ่น เมื่อ “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 ควง “คุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี” ถ่ายทอดสายใยความรักและความภาคภูมิใจระหว่างแม่กับลูก ผ่านแคมเปญ Mom Moments Proud Mom. Proud of My Mom. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศชวนทุกครอบครัวร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำ พร้อมตอกย้ำทุกวันสามารถเป็นวันสำคัญของครอบครัวได้

แคมเปญนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ว่า “ฉันรักการเป็นแม่มากที่สุด” ซึ่งเป็นพระราชดำรัสตอนหนึ่งเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป และทรงมีพระราชดำรัสตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงสิ่งที่ทรงโปรดมากที่สุด โดยเซ็นทรัลพัฒนาขอน้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แคมเปญ เพื่อเฉลิมฉลองคุณค่าของความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมิใจระหว่างแม่กับลูก ภายใต้แนวคิด “Proud Mom. Proud of My Mom.”

ความพิเศษในปีนี้จึงชวน โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็น Campaign Ambassador ถ่ายทอดเรื่องราวของแม่ยุคใหม่ผู้คอยสนับสนุน หล่อหลอมให้ลูกเติบโตอย่างมั่นใจ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และก้าวสู่ความสำเร็จบนเวทีโลก และเปิดโอกาสให้ลูกได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพในแบบของตัวเอง สะท้อนแนวคิด Proud Mom. Proud of My Mom. ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับเชิญชวนทุกครอบครัว ร่วมสร้าง “Mom Moments” ผ่านกิจกรรม ประสบการณ์ และโปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

เซ็นทรัลพัฒนาชวนทุกครอบครัวร่วมสร้าง Mom Moments ตลอดเดือนสิงหาคม ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ไฮไลท์ ได้แก่‘รีวิวแม่’ แบบ Gen Z: เปลี่ยนคำบอกรักให้เป็นเรื่องราวที่อยากแชร์ ผ่านการ “รีวิวแม่” ในมุมที่เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคำสอนที่ประทับใจ เรื่องราวการเติบโต หรือโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้รู้ว่า “แม่คือคนสำคัญที่สุด” พร้อมชวนทุกครอบครัวมาเก็บความทรงจำดี ๆ ที่ MOM MOMENT STUDIO แลนด์มาร์กถ่ายภาพและวิดีโอสุดพิเศษ ให้ทุกครอบครัวได้สร้างคอนเทนต์ เก็บภาพความประทับใจ และแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันครอบคลุม 26 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

Proud Mom Move Together: ต่อยอดเทรนด์ Health & Wellness ชวนคุณแม่และลูกมาใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมออกกำลังกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเซ็นทรัลพัฒนา ผนึกกำลัง 3 แบรนด์ชั้นนำในกลุ่ม Fitness ได้แก่ Fitness First, Jetts Fitness และ Virgin Active รวมถึง Wellness Community จัดกิจกรรมแอโรบิคและโยคะ เติมพลังสุขภาพและสร้างโมเมนต์ดี ๆ ไปด้วยกัน ครอบคลุม 18 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

Celebrate with Mom Privileges: เติมเต็มทุกโมเมนต์ให้พิเศษกับสิทธิพิเศษสมาชิก The 1 เพียงลงทะเบียนและสแกนใบเสร็จผ่านแอปพลิเคชัน Central X ลุ้นรับจี้เพชร Jubilee Diamond พร้อมที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา รวมมูลค่ากว่า 422,000 บาท* พร้อมรับ E-Voucher จากแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลรวมสูงสุด 8,000 บาท* และมอบความพิเศษให้สายบิวตี้กับ 60 Top Spenders รับบัตรกำนัลบริการเสริมความงามจาก The Klinique รวมมูลค่ากว่า 960,000 บาท*รับเพิ่มสูงสุด 1,500 พอยท์* เมื่อช้อปสะสมที่ร้านแฟชั่นและสถานเสริมความงามที่ร่วมรายการ* ลงทะเบียนก่อนช้อปตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 ส.ค. 69 พิเศษเฉพาะสมาชิก The 1 Exclusive ช้อปทุก 1,000 บาทรับ 3 สิทธิ์ลุ้นรางวัล Lucky Draw และรับเพิ่มสูงสุด 10,000 พอยท์* เมื่อช้อปสะสมครบ 100,000 บาท รับ 5,000 พอยท์  สามารถรวบรวมใบเสร็จภายในวันจากร้านค้าที่ร่วมรายการศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 26% บัตรของขวัญ หรือผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน** จากบัตรเคดิตที่ร่วมรายการ ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ร่วมสร้าง Mom Moments ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ พร้อมพบกับโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษอีกมากมายตลอดเดือนแห่งความรักของแม่และลูก ณ 43 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก: https://www.centralpattana.co.th  

ใหม่ เจริญปุระ ตั้งโต๊ะแถลงโต้ข่าว ปัดทิ้งแม่ยันดูแลอย่างดี

ใหม่ เจริญปุระ ตั้งโต๊ะแถลงโต้ข่าว ปัดทิ้งแม่ยันดูแลอย่างดี

ใหม่ เจริญปุระ ตั้งโต๊ะแถลงโต้ข่าว ปัดทิ้งแม่ยันดูแลอย่างดี

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.15 น.

จากกรณีที่มีกระแสข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ระบุว่า ศิลปินและนักแสดงชื่อดัง ใหม่ เจริญปุระ นำคุณแม่วัย 87 ปี ไปทิ้งไว้ที่ “บ้านสุขสุดท้าย” นั้น ล่าสุด ใหม่ เจริญปุระ พร้อมคุณแม่ ได้ควงคู่กันออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวโต้ข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงทุกประการ

ใหม่ เจริญปุระ เผยว่าเคยเดินทางไปที่สถานที่ดังกล่าวเพียงเพื่อทำบุญและช่วยงานสังคมเท่านั้น ที่ผ่านมาครอบครัวดูแลคุณแม่เป็นอย่างดีมาโดยตลอดข่าวปลอมที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนในครอบครัวอย่างหนัก โดยเฉพาะคุณแม่ที่เกิดอาการเครียดจนนอนไม่หลับทางครอบครัวได้ขอบคุณ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ที่ช่วยออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ผู้จัดการส่วนตัวของ ใหม่ เจริญปุระ ได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว เพื่อลงโทษผู้ที่โพสต์และแชร์ข้อมูลเท็จ พร้อมปกป้องสิทธิ์และชื่อเสียงของศิลปินและครอบครัวอย่างถึงที่สุด

ช็อตเดียวสะเทือน เบียร์ เดอะวอยซ์ ปลุกโลกโซเชียลลุกเป็นไฟ ปล่อยภาพเด็ดกระแทกตา

ช็อตเดียวสะเทือน เบียร์ เดอะวอยซ์ ปลุกโลกโซเชียลลุกเป็นไฟ ปล่อยภาพเด็ดกระแทกตา

ช็อตเดียวสะเทือน เบียร์ เดอะวอยซ์ ปลุกโลกโซเชียลลุกเป็นไฟ ปล่อยภาพเด็ดกระแทกตา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.27 น.

วันนี้ 6 สิงหาคม 2569 โลกโซเชียลกำลังสั่นสะเทือนอีกระลอก เมื่อนักร้องสาวเสียงดี เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล ได้ออกมาโพสต์ภาพที่ทำเอาแฟนคลับหลายคนต้องขยี้ตาดู โดยเธอมาในลุคสบาย ๆ สวมเพียงเสื้อชั้นในสีขาวและกางเกงชั้นในเข้าชุด นอนคว่ำหน้าอย่างชิล ๆ บนเตียงนอนนุ่ม ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตตาลุกวาวไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ชุดนอนแสนเซ็กซี่ของเธอ แต่คือการที่เธอมี น้องหมา สายพันธุ์คอร์กี้ตัวป้อมขนนุ่มฟูมานอนอยู่ข้าง ๆ ด้วย ทำเอาหลายคนอดแซวไม่ได้ว่า น้องหมาตัวนี้คงเป็นสัตว์เลี้ยงที่โชคดีที่สุดในโลก ซึ่งในภาพที่โพสต์นั้น เบียร์นอนคว่ำโชว์แผ่นหลังเนียนและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน ผมสีดำยาวสยายดูเป็นธรรมชาติ แสงไฟจากโคมไฟข้างเตียงทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างบอกไม่ถูก ส่วนน้องหมาคอร์กี้ก็กำลังนอนมองเบียร์อย่างตั้งอกตั้งใจ เหมือนกำลังฟังเพลงที่เบียร์กำลังฮัมอยู่

เบียร์ เดอะวอยซ์

หลังจากภาพของ เบียร์ เดอะวอยซ์ ถูกเผยแพร่ออกไปได้ไม่นาน ก็มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้าไปกดไลก์และคอมเมนต์กันอย่างถล่มทลาย หลายคนชื่นชมในความน่ารักของทั้งเบียร์และน้องหมา เช่น

“แพ้!!!”

“ทีมอาหวังงับ “

“อยากกอด “

“MVP NO.1เลยจ้า งื้ออออ”

“งับบบบ”

“น่ารักค่ะ”

“สวยมากๆ”

“彭世玄 大哥怎麼了?竟然還沒現身??”

“มันต้องงี้”

“คูก้าไม่เหงา”

“อยากจะ…น่าจัง”

“ดีหมดยกเว้นความคิดผม”

“สวยคับ”

เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Bizcuitbeer 

เผ็ดระดับพริกยกสวน เจนเย่ เมธิกา สาดออร่าบิกินี่แดงเพลิง ทำแฟน ๆ แห่กรี๊ดสนั่นโซเชียล

เผ็ดระดับพริกยกสวน เจนเย่ เมธิกา สาดออร่าบิกินี่แดงเพลิง ทำแฟน ๆ แห่กรี๊ดสนั่นโซเชียล

เผ็ดระดับพริกยกสวน เจนเย่ เมธิกา สาดออร่าบิกินี่แดงเพลิง ทำแฟน ๆ แห่กรี๊ดสนั่นโซเชียล

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.25 น.

วานนี้ 5 สิงหาคม 2569 ทำเอาโซเชียลร้อนระอุและฮือฮากันสนั่น เมื่อซุปตาร์สาว เจนเย่ เมธิกา ปล่อยความแซ่บเกินต้าน หลังเดินทางไปร่วมงาน BAZAAR Escape 2026 งานนี้บอกเลยว่าสมฉายาแม่ก็คือแม่ เพราะการปรากฏตัวของเธอทำให้แสงแฟลชสาดส่องรัวริมหาด จนแทบจะเปลี่ยนบรรยากาศชายทะเลให้ลุกเป็นไฟเลยทีเดียว

งานนี้สาวเจนเย่มาในลุคที่สะกดทุกสายตา กับชุดบิกินี่สีแดงเพลิง ดีไซน์เก๋ไก๋ที่ช่วยขับผิวขาวออร่าให้ผ่องพรรณยิ่งขึ้นไปอีก ท่อนบนเป็นบิกินี่แบบคล้องคอ โชว์เนินอกเบา ๆ พอให้ใจสั่น ส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงซีทรูยาวพลิ้วไหว ผ่าสูงขึ้นมาอวดเรียวขาขาวเนียน ทำเอาหนุ่ม ๆ ในงานถึงกับมองเหลียวหลังกันเป็นแถว ไม่เว้นแม้แต่สาว ๆ ด้วยกันเองยังต้องแอบกรี๊ดในความเผ็ดระดับพริกยกสวนของเธอ

เจนเย่ เมธิกา

หลังจากที่ภาพของสาว เจนเย่ เมธิกา เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล บรรดาแฟนคลับชาวไทยและต่างประเทศต่างก็แห่คอมเมนต์กันสนั่นอินสตาแกรมและโซเชียลมีเดียอื่น ๆ กันให้พรึ่บ จนยอดไลก์พุ่งกระฉูดจนแทบถล่มทลาย โดยมีเสียงชื่นชมเป็นภาษาต่างๆ เช่น

“漂亮寶貝”

“ตะลึงมากกกกกกกกก”

“สุดๆๆๆ”

“美人妤”

“So pretty “

“Hope you had a great time by the water. Gorgeously competing with the sunset, kiddo.”

“是美人妤哇”

“Beautiful “

เจนเย่ เมธิกา
เจนเย่ เมธิกา

ก็แหม… เล่นสวยแซ่บออร่าจับขนาดนี้ ใครจะอดใจไม่กดไลก์ไม่คอมเมนต์ไหวล่ะคะ งานนี้ต้องยกตำแหน่ง ควีนออฟเดอะบีช ให้สาวเจนเย่ไปเลย ครองทั้งหาด ครองทั้งหัวใจแฟน ๆ แบบอยู่หมัด เห็นแบบนี้แล้วก็ต้องรอดูว่าเจ้าตัวจะมีทีเด็ดอะไรมาเซอร์ไพรส์เราอีกในงานหน้า รับรองว่าแซ่บไม่แพ้ครั้งนี้แน่นอน

เจนเย่ เมธิกา
เจนเย่ เมธิกา
เจนเย่ เมธิกา
เจนเย่ เมธิกา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม janeeyeh

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.24 น.

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยเมื่อเรือพระที่นั่ง นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9  ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 พร้อมกำลังพลประจำเรือ ได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ  และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 จากคลองบางกอกน้อย ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆสิตาราม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งจำนวน 4 ลำคือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์  เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ 5 – 8 สิงหาคม 2569 วันละ 1 ลำ ตามลำดับ

สำหรับเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 จัดเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง ลำเดิมสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีชื่อว่า “มงคลสุบรรณ” หัวเรือเป็นรูป พระครุฑพ่าห์ มีช่องกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ อยู่ที่หัวเรือใต้ตัวครุฑ มีความยาว 17 วา 3 ศอก กว้าง 5 ศอก 5 นิ้ว ลึก 1 ศอก 6 นิ้ว กำลัง 6 ศอก 6 นิ้ว พื้นท้องเรือภายนอก ทาสีแดง ฝีพาย 65 คน ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้มีพระราชดำริให้เสริมรูปพระนารายณ์ยืนประทับบนหลังครุฑ เพื่อความเป็นสง่างามของลำเรือ และเพื่อให้ต้องตามคติในศาสนาพราหมณ์ เทวรูปพระนารายณ์ที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 4 นั้น สร้างด้วยไม้จำหลักปิดทองประดับกระจกองค์พระนารายณ์ทรงเครื่องภูษิตา ภรณ์และมงกุฎยอดชัยพระพักตร์และพระวรกายประดับกระจกสีขาบ (สีน้ำเงินเข้ม) มี 4 พระกร ทรงเทพศาสตราคือ ตรี คทา จักร สังข์ ตามคติของพราหมณ์ซึ่งปรากฏในบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ของรัชกาลที่ 1 ตอนกุมภกรรณต้องศรพระรามสิ้นชีวิต
จึงขนานนามว่า “เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ” หลังจากนั้นเรือได้เสื่อมสภาพลงคงเหลือแต่โขนเรือเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งในปี พ.ศ. 2539 กองทัพเรือ และกรมศิลปากร ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพื่อสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง พร้อมกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือว่า “เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9” เรือลำดังกล่าวมีฐานะเป็นเรือพระที่นั่งรองทอดบัลลังก์กัญญา

สำหรับขั้นตอนการจัดสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 แบบเรือได้คงขนาดและลักษณะของลวดลายแกะสลักทั้งหลายไว้ตามแบบเรือพระที่นั่งลำเก่า แต่ได้ปรับปรุงให้โขนเรือมีความสูงเพิ่มขึ้น และส่วนที่เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ก็ออกแบบให้มีความงดงามยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้ขยายพื้นที่ของลำเรือให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่ทอดบัลลังก์กัญญาและประดับเครื่องสูงทั้งหลาย เริ่มดำเนินการสร้างตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2537 กรมอู่ทหารเรือรับเป็นผู้จัดสร้างตัวเรือ พาย และคัดฉาก ส่วนกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลการออกแบบแกะสลักลวดลายตลอดจนการลงรักปิดทองประดับกระจก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2537 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังเป็นสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2539

สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย 10 ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม โดยการซ้อมย่อยครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 (วันที่ 17, 20,27 สิงหาคม วันที่ 3, 8, 17, 23 กันยายน วันที่ 2, 8, 15,  และการซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ28 ตุลาคม  ก่อนการจัดพระราชพิธี  ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ
 

โฆษกอัยการนำทีมจัดกิจกรรม ‘รู้ = ทัน’ ให้ความรู้กฎหมาย สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนสู่นักกฎหมายมืออาชีพ 

โฆษกอัยการนำทีมจัดกิจกรรม ‘รู้ = ทัน’ ให้ความรู้กฎหมาย สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนสู่นักกฎหมายมืออาชีพ 

โฆษกอัยการนำทีมจัดกิจกรรม ‘รู้ = ทัน’ ให้ความรู้กฎหมาย สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนสู่นักกฎหมายมืออาชีพ 

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.27 น.

โฆษกสนง.อัยการสูงสุด นำทีมลงพื้นที่ จัดกิจกรรม “รู้ = ทัน” ส่งเสริมความเข้าใจบทบาทและภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด พัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีเหตุผล สามารถปรับตัวได้ดีในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง และสร้างแรงบันดาลสู่การเป็นนักกฎหมายมืออาชีพ            

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายเสวต อภัยรัตน์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายชนภัทร วินยวัฒน์ และนายปราชญ์พศุตม์ ศุภนิติสกุล รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นำเจ้าหน้าที่สำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานอัยการสูงสุด ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “รู้ = ทัน” ตามโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้างกระบวนการเชิงรุกในการส่งเสริมให้ประชาชนรู้ทันความเป็นไปของสังคมในมิติด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีว่าที่ร้อยตรี เกชา กลิ่นเพ็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และคณาจารย์ร่วมต้อนรับ

สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการรับรู้ ความเข้าใจบทบาทและภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด และอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ รวมถึงให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน อาทิ ความรู้เบื้องต้นด้านกฎหมาย การพนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ร่วมบรรยายแนะนำเส้นทางการศึกษาเพื่อมุ่งสู่นักกฎหมายมืออาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลแก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังจะเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และผู้ที่สนใจศึกษาต่อด้านนิติศาสตร์หรือประกอบอาชีพด้านกฎหมายในอนาคต

โดยโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้างกระบวนการเชิงรุกในการส่งเสริมให้ประชาชนรู้ทันความเป็นไปของสังคมในมิติด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรรม “รู้ = ทัน” จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 โดยในปีนี้ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการในพื้นที่ของสำนักงานอัยการ ภาค 1 ภาค 2 และภาค 7 ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ในการยกระดับและบูรณาการความร่วมมือในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทางกฎหมาย อันจะนำไปสู่การพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีเหตุผล และสามารถปรับตัวได้ดีในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงต่อไป.
          
 

ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย 2 แห่ง รัสเซียถล่มสถานีรถไฟ-เรือบรรทุกข้าวสาลี

ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย 2 แห่ง รัสเซียถล่มสถานีรถไฟ-เรือบรรทุกข้าวสาลี

6 ส.ค. 2569 16:44 น.

ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย 2 แห่ง รัสเซียถล่มสถานีรถไฟ-เรือบรรทุกข้าวสาลี

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ระบุว่า ยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย 2 แห่งในแคว้นยาโรสลาฟล์และบัชคอร์โตสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากแนวรบหลายร้อยกิโลเมตร ขณะที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีหลายพื้นที่ของยูเครน ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงเรือสินค้าที่บรรทุกข้าวสาลียูเครนในทะเลดำ

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยวันนี้ (6 ส.ค.) ว่า กองกำลังยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย 2 แห่ง ระหว่างปฏิบัติการโจมตีระยะไกลในช่วงกลางคืน โดยเป้าหมายอยู่ห่างจากแนวหน้าหลายร้อยกิโลเมตร

เซเลนสกีระบุว่า โรงกลั่นที่ถูกโจมตี ได้แก่ โรงกลั่นสลาฟเนฟต์-ยาโนส ในเมืองยาโรสลาฟล์ ทางเหนือของกรุงมอสโก ห่างจากแนวรบราว 700 กิโลเมตร และโรงกลั่นบัชเนฟต์-โนวอยล์ ในแคว้นบัชคอร์โตสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าประมาณ 1,300 กิโลเมตร พร้อมกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียและ “เพิ่มโอกาสทางการทูต” โดยเรียกร้องให้รัสเซียเลือกสันติภาพ

โรงกลั่นสลาฟเนฟต์-ยาโนสถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบประมาณ 15 ล้านตันต่อปี ผลิตทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ เชื้อเพลิงอากาศยาน และผลิตภัณฑ์น้ำมันหลากหลายประเภท โดยมีพนักงานประมาณ 3,500 คน

มิคาอิล เยฟราเยฟ ผู้ว่าการแคว้นยาโรสลาฟล์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเผชิญการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดโดรนได้ 92 ลำ แต่เศษซากที่ตกลงมาทำให้บ้าน 3 หลังเกิดเพลิงไหม้ และสร้างความเสียหายต่อถังเก็บน้ำมันของโรงกลั่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดและทำลายโดรนยูเครนได้ทั้งหมด 605 ลำในช่วงกลางคืน ครอบคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงมอสโก ทะเลดำ และแคว้นยาโรสลาฟล์ ขณะเดียวกัน ยูเครนยังอ้างว่าได้โจมตีเรือลาดตระเวนทางทหารของรัสเซีย 2 ลำ รวมถึงเรือที่เกี่ยวข้องกับกองเรือเงาของรัสเซียในทะเลดำ

การโจมตีเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบระยะไกลที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยก่อนหน้านี้รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน และสร้างความเสียหายต่อคลังสินค้าและธุรกิจหลายแห่งในเมืองหลวงของยูเครน

ล่าสุด รัสเซียยังโจมตีเมืองบาราคลียา ในแคว้นคาร์คิฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนในพื้นที่ชุมชน ขณะที่เมืองซูมีมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 คน ที่เมืองโลโซวา ในแคว้นคาร์คิฟ การโจมตีของรัสเซียยังทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คนบริเวณสถานีรถไฟ

ส่วนในเมืองโอเดสซา ทางตอนใต้ของยูเครน เรือพาณิชย์ที่บรรทุกข้าวสาลียูเครนถูกโจมตีในทะเลดำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน ตามข้อมูลของผู้ว่าการแคว้นโอเดสซา เรือซึ่งชักธงกินี-บิสเซาได้รับความเสียหายบริเวณตัวเรือและเกิดไฟไหม้บนเรือ

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่า ได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้า 2 ลำในทะเลดำ ซึ่งกล่าวหาว่ากำลังขนอาวุธเข้าสู่ยูเครน บริเวณใกล้ท่าเรือโอเดสซา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเรือบรรทุกข้าวสาลีที่ถูกโจมตีหรือไม่

ทะเลดำยังคงเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าและธัญพืชของยูเครน และตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากฝ่ายบริหารท่าเรือยูเครนระบุว่า ในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว รัสเซียโจมตีเรือพลเรือน 57 ครั้ง โดย 22 ครั้งเกิดขึ้นในทะเล และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรืออีก 67 ครั้ง

การโจมตีระยะไกลที่เพิ่มขึ้นทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามยังคงหยุดชะงัก และทำให้ความสูญเสียในหมู่พลเรือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังรัสเซียเปิดฉากการรุกรานครั้งใหญ่ต่อยูเครนมานานกว่า 4 ปี.

ที่มา BBC / AFP