อิหร่านลั่น จะหยุดโจมตีตราบเท่าที่ สหรัฐฯ ทำแบบเดียวกัน

อิหร่านลั่น จะหยุดโจมตีตราบเท่าที่ สหรัฐฯ ทำแบบเดียวกัน

27 ก.ค. 2569 04:27 น.

อิหร่านลั่น จะหยุดโจมตีตราบเท่าที่ สหรัฐฯ ทำแบบเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ของอิหร่านระบุว่า พวกเขาจะหยุดการโจมตีตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงทำแบบเดียวกัน หลังจากกองทัพอเมริกันชะลอการโจมตีในตะวันออกกลางท่ามกลางรายงานเรื่องคลังกระสุนร่อยหรอ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส ว่า อิหร่านจะหยุดการโจมตีของตัวเองตราบใดที่สหรัฐฯ ทำแบบเดียวกัน หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางรายงานว่า ที่ปรึกษาของ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความกังวลเรื่องการขาดเป้าหมายในการโจมตี และกระสุนร่อยหรอ

หลังจากสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายต่างๆ ในอิหร่าน บริเวณชายฝั่งติดช่องแคบฮอร์มุซ ต่อเนื่องนานถึง 13 คืน กระทรวงกลาโหมก็ตัดสินใจระงับปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อกลางวันศุกร์ (24 ก.ค.) และจากนั้นก็ไม่รายงานการโจมตีจากฝ่ายสหรัฐฯ อีกทั้งในวันเสาร์และวันอาทิตย์

ด้านอิหร่าน ซึ่งที่ผ่านมาโต้ตอบการโจมตีของสหรัฐฯ ในแต่ละคืนด้วยการยิงถล่มใส่ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ก็ได้ชะลอการยิงมาเป็นเวลาสองวันแล้วเช่นกัน

เจ้าหน้าที่อิหร่านซึ่งขอไม่เปิดเผยนาม ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า จุดยืนของเตหะราน “ยังคงเป็น “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” หากการโจมตียุติลง อิหร่านก็ว่าจะยุติการปฏิบัติการด้วยเช่นกัน ข้อความนี้ถูกส่งต่อไปยังสหรัฐอเมริกาแล้ว”

ก่อนหน้านี้ นายไมค์ วอลตซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวในรายการ “Fox News Sunday” และสื่ออื่น ๆ ของสหรัฐฯ ว่า ทรัมป์ตัดสินใจระงับการโจมตีชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้กับการทูตมากขึ้น

“เขาเปิดพื้นที่ว่างให้กับการเจรจา เขากำลังให้เวลาและช่องว่างเล็กน้อย” วอลตซ์กล่าว โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ส่วนสาเหตุที่สหรัฐฯ หยุดโจมตี เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยนามบอกกับสื่ออเมริกันว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เตือนว่าการทิ้งระเบิดตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งอิหร่านจากการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ได้ทำลายเป้าหมายที่เลือกไว้ล่วงหน้าไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว

เจ้าหน้าที่คนเดิมเสริมว่า การกลับมาปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่อีกครั้งยังคงเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เตือนประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่า เรื่องนี้มีความเสี่ยงเนื่องจากส่งผลกระทบเชิงลบต่อคลังกระสุน ซึ่งรวมถึงระบบขีปนาวุธสกัดกั้นที่ป้องกันทางอากาศของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางด้วย

สำนักงานของเคนและกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องรายงานดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนนายวอลตซ์จะยอมรับเรื่องดังกล่าว โดยเขาพูดในรายการ “Meet the Press” ทางช่อง NBC ว่า กองทัพสหรัฐฯ “มีทุกอย่างที่จำเป็น” แต่ก็ระบุด้วยว่าเมื่อกระทรวงกลาโหมได้รับสืบทอดภาวะคลังอาวุธที่ร่อยหรอมาจากรัฐบาลชุดก่อนของประธานาธิบดี โจ ไบเดน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

ฝรั่งเศส-สเปน รับมือไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุด อพยพแล้ว 330,000 คน

ฝรั่งเศส-สเปน รับมือไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุด อพยพแล้ว 330,000 คน

27 ก.ค. 2569 03:02 น.

ฝรั่งเศส-สเปน รับมือไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุด อพยพแล้ว 330,000 คน

ฝรั่งเศสกับสเปนกำลังรับมือกับเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่พวกเขาเคยเผชิญ โดยต้องอพยพประชาชนรวมกันแล้วกว่า 330,000 คน เที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิกหรือล่าช้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 ก.ค. 2569 ว่า ประเทศฝรั่งเศสกับสเปน กำลังพยายามรับมือกับเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่กำลังลุกลามอย่างหนัก จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ ส่งผลให้ต้องสั่งอพยพประชาชนรวมแล้วกว่า 330,000 คน

สถานการณ์ในฝรั่งเศส ที่แคว้นฌีรงด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ต้องอพยพประชาชนเฉพาะช่วงข้ามคืนวันเสาร์-อาทิตย์กว่า 55,000 คน และถ้ารวมทั้งภูมิภาคอพยพไปแล้วกว่า 220,000 คน มีพื้นที่ป่าถูกเผาไหม้ไปแล้วราว 42,000 เฮกตาร์ แต่หากรวมทั่วประเทศนับตั้งแต่ต้นปี จะมีพื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญไปแล้วสูงถึง 98,000 เฮกตาร์

สถิติดังกล่าวทำให้นี่เป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดที่ฝรั่งเศสเผชิญนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในตอนนี้กระแสลมแรงและสภาพอากาศแห้งแล้งทำให้ไฟหมุนเวียนและลุกลามอย่างคาดเดาไม่ได้ และกำลังมุ่งหน้าเข้าหาเมืองบอร์โด

ฝรั่งเศสกำลังใช้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 2,500 นาย รวมทีมช่วยเหลือจากสวิตเซอร์แลนด์ ทหาร 1,500 นาย และตำรวจเกือบ 1,200 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ยืนยันว่ารัฐบาลจะช่วยฟื้นฟูพื้นที่เสียหายอย่างเต็มที่

ด้านผลกระทบอื่นๆ เมืองชายทะเลอย่าง เลอ ปอร์จ (Le Porge) บ้านเรือนเสียหายไปแล้วกว่า 150 หลัง ขณะที่ทางการต้องสั่งปิดการจราจรบนทางหลวงสาย A63 ที่มุ่งหน้าไปสเปนเป็นระยะทาง 60 กม.

ส่วนสนามบินบอร์โดต้องจำกัดการจราจรทางอากาศเพื่อเปิดทางให้แก่เครื่องบินดับเพลิง ส่งผลให้เที่ยวบินพาณิชย์ล่าช้าและถูกยกเลิกจำนวนมาก การแข่งขันจักรยาน “ตูร์ เดอ ฟรองซ์” (Tour de France) สนามสุดท้ายในปารีส ก็ต้องปรับลดระยะทางลงเพื่อระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยดับไฟด้วย

เจ้าหน้าที่กำลังดับไฟป่าใกล้กับกรุงมาดริดของสเปน
เจ้าหน้าที่กำลังดับไฟป่าใกล้กับกรุงมาดริดของสเปน

ขณะเดียวกัน ที่สเปนมีการอพยพประชาชนไปแล้วกว่า 90,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่รอบกรุงมาดริดและแคว้นอาบิลา (Ávila) มีพื้นที่เสียหายรวมกว่า 77,000 เฮกตาร์ ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสเปน

นอกจากนั้นยังเกิดกลุ่มไฟป่าใหม่ใกล้เมืองบาเลนเซีย โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าไฟป่าลุกลามเกินกว่าความสามารถในการดับได้แล้วเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงและความชื้นต่ำ

ทั้งนี้ ปัจจุบันเหตุไฟป่าทำให้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิต 2 นายในฝรั่งเศส และพลเรือนเสียชีวิต 1 รายในสเปน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตำรวจเยอรมนี วิสามัญฯ คนร้ายคดีขับรถพุ่งชน “ไพรด์ พาเหรด” แล้ว

ตำรวจเยอรมนี วิสามัญฯ คนร้ายคดีขับรถพุ่งชน “ไพรด์ พาเหรด” แล้ว

27 ก.ค. 2569 02:27 น.

ตำรวจเยอรมนี วิสามัญฯ คนร้ายคดีขับรถพุ่งชน “ไพรด์ พาเหรด” แล้ว

ตำรวจเยอรมนีวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยหลักในเหตุการณ์ คนร้ายขับรถพุ่งชนขบวน “ไพรด์ พาเหรด” เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว โดยอ้างว่า ผู้ต้องสงสัยพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยมีด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ค. 2569 ตำรวจเยอรมนีเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมนายอับดุล บอลเอาท์ (Abdul Ballout) ผู้ต้องสงสัยหลักในเหตุการณ์คนร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนในขบวนพาเหรดของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ “ไพรด์ พาเหรด” ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า พบตัวผู้ต้องสงสัยที่บริเวณพื้นที่สวนจัดสรร ในย่านสปันเดา (Spandau) ทางตะวันตกของกรุงเบอร์ลิน เมื่อเวลา 18:00 น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น

ในการแถลงความคืบหน้า ตำรวจระบุว่า พวกเขาเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ “พุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยของเราพร้อมอาวุธของมีคม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (SEK) เบอร์ลิน จึงได้ใช้อาวุธปืนตอบโต้”

“แม้จะมีการกู้ชีพทันทีโดยหน่วยดับเพลิงกรุงเบอร์ลิน แต่ผู้ต้องสงสัยก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ” โฆษกตำรวจกล่าว “เราจำเป็นต้องหยุดเขา เราทำเช่นนั้นด้วยการยิง และเขาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว”

ในการตอบคำถามเพิ่มเติมจากนักข่าว เจ้าหน้าที่เสริมว่า ตำรวจพบผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวในจุดเกิดเหตุที่สปันเดา และ “ขณะนี้ไม่ได้กำลังค้นหาผู้ต้องสงสัยคนอื่นเพิ่มเติม” และตอนนี้คดีนี้ก็ถูกส่งมอบให้กับสำนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรมของเยอรมนีแล้ว

ทั้งนี้ เหตุขับรถพุ่งชนคนเกิดขึ้นในช่วงก่อนเวลา 22:00 น. ของวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) รถตู้สีขาวได้พุ่งชนผู้คนบริเวณทิศใต้ของสวนสาธารณะ “เทียร์การ์เทิน” (Tiergarten) ในกรุงเบอร์ลิน ก่อนจะเสียหลักชนเข้ากับต้นไม้ จากนั้นผู้ก่อเหตุหนึ่งคนหรือมากกว่านั้นได้ลงจากรถแล้วหลบหนี โดยผู้สงสัยหลักใช้มีดมาเชเต (Machete) ไล่ทำร้ายผู้คนเพิ่มเติม

พื้นที่เกิดเหตุห่างจากจุดสิ้นสุดขบวนพาเหรดและเวทีใหญ่บริเวณประตูแบรนเดนบูร์ก (Brandenburg Gate) เพียงไม่กี่ร้อยเมตร โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สั่งยุติการจัดงานและเร่งอพยพผู้คนทันที

ผู้ต้องสงสัยหลักคือนายอับดุล บอลเอาท์ อายุ 21 ปี เป็นชาวเยอรมนีเชื้อสายเลบานอน เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส (ISIS) และมีประวัติอาชญากรรมหลายคดี เคยถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ข้อหาเตรียมการก่อเหตุรุนแรงหลังพยายามเดินทางไปร่วมกับกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง แต่โทษจำคุกได้รับการรอลงอาญาไว้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เซเลนสกีอ้าง รัสเซียดึงทหารเกาหลีเหนือ ร่วมสงครามอีก 30,000 นาย

เซเลนสกีอ้าง รัสเซียดึงทหารเกาหลีเหนือ ร่วมสงครามอีก 30,000 นาย

27 ก.ค. 2569 00:00 น.

เซเลนสกีอ้าง รัสเซียดึงทหารเกาหลีเหนือ ร่วมสงครามอีก 30,000 นาย

ผู้นำยูเครนอ้างว่า รัสเซียร้องขอทหารจากเกาหลีเหนือเพิ่มอีก 30,000 นาย กับเครื่องยิงขีปนาวุธอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อนำมาเข้าร่วมในการทำสงครามกับยูเครน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 ว่า นาย โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียได้ร้องขอกำลังพลเพิ่มเติมอีก 30,000 นาย และเครื่องยิงขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้กับประเทศของเขา

เซเลนสกีระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อกลางดึกวันเสาร์ว่า ขณะนี้กำลังมีการเตรียมการรองรับกำลังพลเพิ่มเติมดังกล่าวในแคว้น โวโรเนซ (Voronezh) ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนยูเครน

เกาหลีเหนือเคยส่งทหารหลายพันนายไปช่วยรัสเซียต่อต้านการโจมตีตอบโต้ของยูเครนในแคว้นคูร์สค์ (Kursk) เมื่อปี 2567 นอกจากนี้ยังสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์แก่รัสเซียในการรุกรานยูเครนมาตั้งแต่ปี 2565

ข้อมูลจากเกาหลีใต้ระบุว่า มีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิตในสงครามครั้งนี้แล้วประมาณ 2,000 นาย

“รัสเซียต้องการรับกำลังพลจากเกาหลีเหนือเพิ่มอีก 30,000 นาย โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ได้มีการเตรียมการในภูมิภาคโวโรเนซของรัสเซียเพื่อรองรับทหารเหล่านี้” เซเลนสกีโพสต์บน X

“เกาหลีเหนือยังเตรียมที่จะส่งมอบแท่นปล่อยขีปนาวุธทิ้งตัวเพิ่มเติมให้แก่รัสเซียด้วย นี่ไม่ใช่แค่ภัยคุกคามต่อยูเครนเท่านั้น แต่รัสเซียกำลังช่วยให้เกาหลีเหนือเรียนรู้วิธีการทำสงคราม ปรับปรุงประสิทธิภาพของอาวุธ และได้รับประสบการณ์การสู้รบจริงจากการใช้งานอาวุธเหล่านั้น”

“ทั้งหมดนี้เป็นภัยคุกคามต่อทุกประเทศในเอเชียที่อยู่ในระยะยิงของขีปนาวุธเกาหลีเหนือ” เซเลนสกีกล่าวย้ำ

ทั้งนี้ รัสเซียกับเกาหลีเหนือลงนามในสนธิสัญญาความช่วยเหลือทางการทหารเมื่อปี 2567 และเกาหลีเหนือได้ยืนยันการสนับสนุนการทำสงครามของรัสเซียในยูเครนอีกครั้ง ระหว่างที่นาย โช ซอนฮี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือเดินทางเยือนกรุงมอสโกในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือรายงานหลังการหารือว่า รัฐบาลเปียงยางได้แสดงการสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลงต่อนโยบายทั้งภายในและภายนอกประเทศของสหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อขจัดสาเหตุรากเหง้าของข้อขัดแย้งในยูเครน รวมถึงเพื่อปกป้องอธิปไตยแห่งชาติ, บูรณภาพแห่งดินแดน และความยุติธรรมระหว่างประเทศ

ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้แสดง “ความซาบซึ้ง” ต่อการสนับสนุนของเกาหลีเหนือในวิดีโอที่เผยแพร่ก่อนการเยือนของนายโช

เพื่อเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือทางการทหาร เกาหลีเหนือได้รับเงินสด เทคโนโลยีทางการทหาร รวมถึงสินค้าประเภทอาหารและพลังงาน เพื่อช่วยก้าวข้ามมาตรการคว่ำบาตรที่นานาชาติบังคับใช้เพื่อขัดขวางโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทูตสหรัฐฯ อ้าง ทรัมป์กำลัง “ให้พื้นที่” คุยอิหร่าน หลังไม่โจมตีช่วงสุดสัปดาห์

ทูตสหรัฐฯ อ้าง ทรัมป์กำลัง “ให้พื้นที่” คุยอิหร่าน หลังไม่โจมตีช่วงสุดสัปดาห์

26 ก.ค. 2569 22:56 น.

ทูตสหรัฐฯ อ้าง ทรัมป์กำลัง “ให้พื้นที่” คุยอิหร่าน หลังไม่โจมตีช่วงสุดสัปดาห์

ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติอ้างว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปิดพื้นที่ให้การเจรจากับอิหร่าน หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังถล่มต่อเนื่องถึง 13 คืน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 นาย ไมค์ วอลตซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ “Meet the Press” ทางช่อง NBC ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปิดโอกาสให้การเจรจากับอิหร่านได้คืบหน้า หลังจากกองทัพสหรัฐฯ มีท่าทีชะลอการโจมตีเข้าใส่อิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์นี้

“สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีกำลังทำอยู่ตอนนี้ อย่างที่เราเห็นกันมาโดยตลอด คือการเปิดพื้นที่ว่างให้กับการเจรจา การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และกำลังเกิดขึ้นในทุกระดับ ตั้งแต่มุมมองด้านเทคนิคไปจนถึงระดับสูงสุด” นายวอลตซ์กล่าว

ในการให้สัมภาษณ์แยกอีกรายการทาง “Fox News Sunday” วอลตซ์กล่าวว่า ความพยายามทางการทูตเพิ่มสูงขึ้น “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับ NBC วอลตซ์ได้กล่าวย้ำคำเตือนของทรัมป์ว่า กองทัพสหรัฐฯ “พร้อมยิงทุกเมื่อ” ในระหว่างที่การเจรจาเหล่านั้นดำเนินไป และกล่าวว่าประธานาธิบดี “ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทางเลือก”

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ รายนี้อ้างด้วยว่า ความขัดแย้งภายในของรัฐบาลอิหร่านทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก

ทั้งนี้ คำพูดของนายวอลตซ์เกิดขึ้นในขณะที่มีรายงานว่า พลเอก แดน เคน ประธานคณะกรรมาธิการเสนาธิการร่วม ได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับคลังกระสุนและวัตถุระเบิดของสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบเชิงลบอื่น ๆ ขึ้นมาพูดในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ ซึ่งนายทรัมป์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหารือกันเรื่องความเป็นไปได้ในการยกระดับการโจมตีอิหร่าน

นายวอลตซ์ดูเหมือนจะยอมรับกับ NBC ว่า “คลังอาวุธจำนวนมากร่อยหรอลงไป” โดยกล่าวโทษการที่สหรัฐฯ สนับสนุนอาวุธให้แก่ยูเครน และอ้างว่า นี่เป็น “ภาวะร่อยหรอ” ที่รัฐบาลทรัมป์สืบทอดมาจากรัฐบาลชุดก่อน

เมื่อถูก คริสเตน เวลเกอร์ ผู้ดำเนินรายการจี้ถามว่า เขายอมรับหรือไม่ว่าคลังอาวุธของสหรัฐฯ กำลังร่อยหรอ นายวอลตซ์เน้นย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ “มีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการดำเนินยุทธการครั้งนี้ ให้มีประสิทธิภาพเท่าที่จำเป็นต้องทำ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เยอรมนีเร่งล่าตัว คนร้ายขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ชี้เป็นก่อการร้ายอิสลามิสต์

เยอรมนีเร่งล่าตัว คนร้ายขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ชี้เป็นก่อการร้ายอิสลามิสต์

26 ก.ค. 2569 22:15 น.

เยอรมนีเร่งล่าตัว คนร้ายขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ชี้เป็นก่อการร้ายอิสลามิสต์

ตำรวจเยอรมนีกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยคาดว่านี่เป็นการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิสลามิสต์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 ว่า ตำรวจของประเทศเยอรมนีกำลังเร่งตามล่าตัวชายผู้ต้องสงสัย ซึ่งก่อเหตุขับรถพุ่งชนผู้คนที่งาน “ไพรด์ พาเหรด” ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 29 ราย โดยตำรวจเชื่อว่านี่เป็นการก่อการร้ายของกลุ่มอิสลามิสต์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงก่อนเวลา 22:00 น. ของวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) รถตู้สีขาวได้พุ่งชนผู้คนบริเวณทิศใต้ของสวนสาธารณะ “เทียร์การ์เทิน” (Tiergarten) ในกรุงเบอร์ลิน ก่อนจะเสียหลักชนเข้ากับต้นไม้ จากนั้นผู้ก่อเหตุหนึ่งคนหรือมากกว่านั้นได้ลงจากรถแล้วหลบหนี โดยผู้สงสัยหลักใช้ มีดมาเชเต (Machete) ไล่ทำร้ายผู้คนเพิ่มเติม

พื้นที่เกิดเหตุห่างจากจุดสิ้นสุดขบวนพาเหรดและเวทีใหญ่บริเวณประตูแบรนเดนบูร์ก (Brandenburg Gate) เพียงไม่กี่ร้อยเมตร โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สั่งยุติการจัดงานและเร่งอพยพผู้คนทันที

ตำรวจและนายอเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ท รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัยคือนายอับดุล บอลเอาท์ (Abdul Ballout) อายุ 21 ปี เป็นชาวเยอรมนีเชื้อสายเลบานอน สูงประมาณ 1.9 ม. ผมสีดำ สวมเสื้อฮู้ดสีดำและกางเกงสีขาว

นายบอลเอาท์ เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส (ISIS) และมีประวัติอาชญากรรมหลายคดี เคยถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ข้อหาเตรียมการก่อเหตุรุนแรงหลังพยายามเดินทางไปร่วมกับกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง แต่โทษจำคุกได้รับการรอลงอาญาไว้

ตำรวจปูพรมค้นหาหลายพื้นที่ รวมถึงกระจายกำลังไปยังที่พักของผู้สงสัย และแจ้งเตือนด่านตรวจตามสถานีรถไฟ สนามบิน และชายแดนแล้ว

ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์มีประชาชนจำนวนมากร่วมกันนำดอกไม้และธงสายรุ้งมาร่วมไว้อาลัย ณ บริเวณหน้าประตูแบรนเดนบูร์ก และมีการลดธงชาติครึ่งเสาที่อาคารรัฐสภา

ผู้นำระดับสูงของเยอรมนี ทั้งนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี และนายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ร่วมประณามการโจมตีอย่างรุนแรง พร้อมให้คำมั่นว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ นอกจากนี้ยังได้รับข้อความแสดงความเสียใจจากผู้นำสหภาพยุโรปและอีกหลายประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พริษฐ์ สวนทันควัน ร่ายยาว 4 ข้อคาใจ สุขสมรวย ตอบปมฮั้ว สว.

พริษฐ์ สวนทันควัน ร่ายยาว 4 ข้อคาใจ สุขสมรวย ตอบปมฮั้ว สว.

พริษฐ์ สวนทันควัน ร่ายยาว 4 ข้อคาใจ สุขสมรวย ตอบปมฮั้ว สว.

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.01 น.

พริษฐ์ สวนทันควัน ร่ายยาว 4 ข้อคาใจ สุขสมรวย ตอบปมฮั้ว สว.  

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีที่นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย โต้กลับปมฝ่ายค้านนำคลิปงานผ้าขาวม้ามาเปิดเป็นหลักฐานบนเวทีเสวนา ฮั้วสว. ว่าอย่านำข้อมูลเก่ามาบิดเบือน โดยนายพริษฐ์ ระบุว่า “เป็นเรื่องดีครับที่ รัฐมนตรี สุขสมรวย ได้ออกมาตอบคำถามที่ฝ่ายค้านตั้งต่อท่านเกี่ยวกับเรื่องคดีโกง สว. – อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าคำตอบของท่าน ยังไม่ได้ทำให้สิ้นข้อสงสัย:

1. ท่านบอกว่างานจัดเลี้ยงที่ท่านจัดที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จ.อำนาจเจริญ ในวันที่ 18 พ.ค. 2567 (จัด 2 วันก่อนการเปิดรับสมัคร สว.) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. เพราะมีการถ่ายทอดสดทั้งงาน โดยไม่มีการพูดถึงเรื่อง สว. บนเวที

ตอบ: หากงานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. จริง ผมก็เชื่อว่าท่านคงไม่ประกาศกลางเวทีต่อหน้ากล้องที่ถ่ายทอดสดหรอกครับ – แต่เหตุที่หลายคนสงสัย ว่างานดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร สว. และอาจมีการพูดกันอย่างไม่เป็นทางการนอกเหนือจากกิจกรรมบนเวที ก็เพราะเราเห็น (เท่าที่ระบุชื่อได้):
– อย่างน้อย 4 คนในงาน ที่กลายมาเป็นผู้สมัคร สว. ไม่กี่วันหลังจัดงาน
– อย่างน้อย 3 คนในงาน ที่ถูกตั้งเป็น ผู้เชี่ยวชาญ-ผู้ชำนาญการ ประจำตัว สว. จากอำนาจเจริญ 2 เดือนหลังจัดงาน

2. ท่านบอกว่า คุณสุพรรณษา วันทนียกุล (น้องสะใภ้ท่าน) ตกรอบในระดับจังหวัด โดยพยายามสื่อว่า หากท่านเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. จริง น้องสะใภ้ท่านคงไม่ตกรอบ

ตอบ: การที่คุณสุพรรณษาตกรอบ ไม่ได้เป็นการยืนยันใดๆเลย ว่าคุณสุพรรณษา เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการที่ถูกกล่าวหา เพราะเราทราบกันดีว่าขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ ต่อเมื่อมีการจัดตั้งหรือจ้างคนจำนวนมากไปสมัคร เพื่อร่วมกันโหวตในระดับอำเภอและระดับจังหวัดให้กับ “ผู้สมัครตัวจริง” ที่ทางขบวนการต้องการให้ผ่านเข้ารอบไปสู่ระดับประเทศ และ (บางส่วน) ถูกเลือกเป็น สว. [ข้อมูลเพิ่มเติม: อำนาจเจริญเป็นจังหวัดขนาดเล็ก (มีประชากรสูงเป็นลำดับที่ 65 จาก 77 จังหวัด) แต่กลับมี สว. ถึง 5 คน (สูงเป็นลำดับที่ 8= จาก 77 จังหวัด)]

3. ท่านบอกว่าเรื่องงานจัดเลี้ยงในวันที่ 18 พ.ค. 2567 เคยมีคนร้องไปที่ กกต. แล้ว และตนไม่เคยถูก กกต. เรียกไปสอบโดยตนเข้าใจว่าเรื่องนี้ยุติไปแล้ว

ตอบ: เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับงานดังกล่าวเป็นการเฉพาะ จะจบลงแล้วหรือไม่-อย่างไร เป็นคนละเรื่องและคนละข้อกล่าวหา กับข้อกล่าวหาว่าท่านเกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว. ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 220+ คนหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวกำลังจะถูก กกต. ลงมติชี้ขาดใน 1 เดือนข้างหน้านี้ ว่าจะสั่งฟ้องไปที่ศาลหรือจะยกคำร้อง

4. คำถามที่ผมถามและท่านยังไม่ได้ตอบชัดๆ คือท่านยืนยันได้หรือไม่ ว่าท่านไม่เคยรับรู้หรือสั่งการให้ทีมงานของท่านโอนเงินหรือจ่ายเงินให้ผู้สมัคร สว. ในห้วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเลือก สว.?

ท้ายสุดนี้ ที่ท่านบอกว่าผมพูดช้าไป 2 ปี

ผมเรียนว่าไม่ช้าหรอกครับ และเหตุที่ผมยังต้องพูดตอนนี้ ก็เพราะคดีนี้ยังไม่จบ แต่สังคมมีความกังวล ว่า กกต. กำลังจะมีมติใน 1 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อตัดตอนให้เรื่องของท่านและบุคคลในพรรคท่าน ไปไม่ถึงศาล

หากใครจะช้า ก็คงเป็น กกต. ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคดีดังกล่าวและสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักฐานได้มหาศาล แต่กลับสอบสวนเรื่องนี้นานกว่า 2 ปี โดยยังไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลสักที” 

‘มาร์ค พิตบูล’เปิดหน้าชน! ซัดพรรคประชาชน ปมพฤติกรรม สส.ส้ม เหตุการณ์ภาคใต้

'มาร์ค พิตบูล'เปิดหน้าชน! ซัดพรรคประชาชน ปมพฤติกรรม สส.ส้ม เหตุการณ์ภาคใต้

‘มาร์ค พิตบูล’เปิดหน้าชน! ซัดพรรคประชาชน ปมพฤติกรรม สส.ส้ม เหตุการณ์ภาคใต้

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.43 น.

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิตบูล หัวหน้าพรรคศรัทธา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลายเรื่องผมเคยยืนเคียงข้าง แต่เรื่องนี้ผมขอยืนตรงข้าม และขอเปิดหน้าชนแบบตรงๆ !!

ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่ภาคใต้ แต่ทำไมจึงมี สส. พรรคประชาชนถึงยังกล้าแสดงพฤติกรรมปกป้องโจรแบบท้าทายต่อความรู้สึกของพี่น้องคนไทย 

ขอถามไปยังหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาชน ทำไมไม่มีใครกล้าว่ากล่าวตักเตือน  คุณเห็นด้วยกับพฤติกรรมของนายคนนี้ใช่หรือไม่ ?

เพราะการนิ่งเฉยก็คือการสนับสนุน !!

ซึ่งในภาพได้มีข้อความอีกว่า ทำไมพรรคประชาชนถึงออกโรงปกป้องอาชญากร? ประชาชนต้องตื่นรู้ และไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่ปกป้องคนผิด ทำลายความยุติธรรม และบ่อนทำลายประเทศ บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม สร้างภาพเพื่อคะแนนเสียง ไร้จุดยินทางศีลธรรม พรรคการเมืองที่ดี ต้องยืนข้างประชาชน ไม่ใช่ยืนข้างอาชญากร!

นายกฯ เยือนอินโดนีเซีย 3-4 ส.ค. กำชับเตรียมข้อมูล มุ่งยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์-สั่งรับมือภาษีสหรัฐฯ

นายกฯ เยือนอินโดนีเซีย 3-4 ส.ค. กำชับเตรียมข้อมูล มุ่งยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์-สั่งรับมือภาษีสหรัฐฯ

นายกฯ เยือนอินโดนีเซีย 3-4 ส.ค. กำชับเตรียมข้อมูล มุ่งยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์-สั่งรับมือภาษีสหรัฐฯ

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

นายกฯ เยือนอินโดนีเซีย 3-4 ส.ค.กำชับทุกหน่วยงาน เตรียมข้อมูล มุ่งยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมสั่งรับมือมาตรการการค้าสหรัฐฯ รอบด้าน เพื่อปกป้องการส่งออกไทยในระยะยาว

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ว่า  นายกรัฐมนตรีได้แจ้งก่อนวาระการประชุม ครม. เกี่ยวกับการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 ส.ค.นี้

โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งเตรียมประเด็นความร่วมมือและข้อเสนอสำคัญ เพื่อผลักดันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

นายกฯ ยังสั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งรับมือมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยไม่มองเฉพาะภาษี แต่ให้เร่งแก้ไขปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั้งประเด็นแรงงานบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกิน พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ รับรองแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเจรจากับประเทศคู่ค้า ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย และรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการส่งออกของประเทศไทยในระยะยาว

คปท.ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. จี้เร่งรัดคดีโกงสอบท้องถิ่น ฟันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เน้นโปร่งใส-ไม่เลือกปฏิบัติ

คปท.ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. จี้เร่งรัดคดีโกงสอบท้องถิ่น ฟันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เน้นโปร่งใส-ไม่เลือกปฏิบัติ

คปท.ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. จี้เร่งรัดคดีโกงสอบท้องถิ่น ฟันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เน้นโปร่งใส-ไม่เลือกปฏิบัติ

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.

คปท.ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. จี้เร่งรัดคดีทุจริตสอบบรรจุรับราชการส่วนท้องถิ่น ฟันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เน้นโปร่งใส-ไม่เลือกปฏิบัติ ประสาน ป.ป.ง.สอบเส้นทางการเงิน

27 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โดย นายพิชิต ไชยมงคล และ นายนัสเซอร์ ยีหมะ ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเรียกร้องให้ ป.ป.ช.เร่งดำเนินการในคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

โดย คปท.ระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงคดีทุจริตการสอบทั่วไป แต่เป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย เนื่องจากผู้ที่ผ่านการสอบเข้าไป จะกลายเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ บริหารงบประมาณ และทำงานใกล้ชิดกับประชาชน หากเริ่มต้นด้วยการทุจริต ย่อมส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อระบบราชการและประโยชน์ของประชาชนอย่างร้ายแรง

ในการนี้ คปท.ได้เสนอข้อเรียกร้องต่อ ป.ป.ช.โดยมีรายละเอียดสำคัญใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เร่งรัดการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส ประชาชนมีสิทธิได้รับคำตอบว่า การตรวจสอบคดีนี้ได้ดำเนินไปถึงขั้นตอนใด และจะไม่มีการปล่อยให้คดีล่าช้าจนกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม ซึ่งความยุติธรรมที่ล่าช้า ย่อมส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า ความยุติธรรมไม่ได้เกิดขึ้นจริง

2.ดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่เลือกปฏิบัติ หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติ ผู้บงการ ผู้สนับสนุน หรือผู้ได้รับผลประโยชน์ ก็ต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเสมอภาค กฎหมายจะได้รับความเคารพ ก็ต่อเมื่อ กฎหมายใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม และ 3.ประสานความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เมื่อการทุจริตมีลักษณะเป็นขบวนการ การตรวจสอบก็ต้องบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะการติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่อาจเกี่ยว ข้อง การประสานข้อมูลอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมากรรมการปปช.เอง ก็มีข้อน่าสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ทั้งองค์คณะและกรรมการ ป.ป.ช.บางคน

“สถานการณ์ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ ป.ป.ช.จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า องค์กรยังสามารถยืนหยัดเคียงข้างหลักนิติธรรม และไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย ศรัทธาของประชาชนไม่อาจเกิดขึ้นจากคำกล่าวอ้าง หากเกิดขึ้นจากผลของการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง กล้าหาญ และเป็นธรรม เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน ตลอดจนปกป้องหลักนิติธรรมของประเทศ”

– 006