ดราม่าพ่นพิษ กองซูปร้าฯ ร่อนจดหมายเบรก อาย กัญญาลักษณ์ เซ่นปมเอกสารหลุด พันธมิตรโลกสั่งเท

ดราม่าพ่นพิษ กองซูปร้าฯ ร่อนจดหมายเบรก อาย กัญญาลักษณ์ เซ่นปมเอกสารหลุด พันธมิตรโลกสั่งเท

ดราม่าพ่นพิษ กองซูปร้าฯ ร่อนจดหมายเบรก อาย กัญญาลักษณ์ เซ่นปมเอกสารหลุด พันธมิตรโลกสั่งเท

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงนางงามทันทีเมื่อเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ Supranational Thailand 2026 โดย บริษัท เจดับบลิว คอลเลคทีฟ จำกัด (JW Collective Co., Ltd.) ในฐานะองค์กรผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss & Mister Supranational Thailand 2026 ได้ร่อนแถลงการณ์สำคัญ ประกาศยุติบทบาทของ “อาย-กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” ในฐานะตัวแทนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป เปิดสาเหตุการพิจารณาร่วมกับพันธมิตรระดับสากลจากรายละเอียดในแถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่องค์กรได้รับข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของ อาย กัญญาลักษณ์ ซึ่งทางกองประกวดได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูล รับฟังคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง และนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการหารือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้สนับสนุนหลัก รวมถึงที่ปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน

แม้ว่าทางองค์กรจะพยายามอย่างเต็มที่ในการหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าต่อไปได้แต่หลังจากพันธมิตรและผู้สนับสนุนหลักได้รับทราบข้อมูลและผลการพิจารณา ได้มีการประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กร มาตรฐานการดำเนินงาน และความร่วมมือทางธุรกิจในระดับนานาชาติ พันธมิตรระดับสากลจึงได้แจ้งจุดยืนว่า ไม่ประสงค์จะดำเนินความร่วมมือภายใต้เงื่อนไขเดิมต่อไปทางองค์กรจึงมีความจำเป็นต้องเคารพมติและข้อสรุปดังกล่าวภายใต้พันธกรณี แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยากยิ่งและไม่ใช่ผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการให้เกิดขึ้นก็ตาม

ทางองค์กรผู้ถือลิขสิทธิ์ได้เน้นย้ำว่า การตัดสินใจยุติบทบาทในครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบการบริหารองค์กร การปฏิบัติตามพันธกรณีทางธุรกิจ และเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของพันธมิตรทุกฝ่าย มิได้เป็นการตัดสินคุณค่าของบุคคล หรือมีเจตนาชี้นำให้สังคมกล่าวหา หรือตัดสินบุคคลใดในทางกฎหมายนอกจากนี้ สำหรับรายละเอียดของข้อมูล เอกสาร และกระบวนการพิจารณาภายใน ทางกองประกวดขอสงวนสิทธิ์ในการไม่เปิดเผยเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นข้อมูลภายใน ข้อกำหนดด้านความลับทางธุรกิจ และคำแนะนำของที่ปรึกษาทางกฎหมาย

“องค์กรขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านงดการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน งดการคาดเดาที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และเคารพสิทธิรวมถึงศักดิ์ศรีของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย”

ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ ทางองค์กรได้แสดงความขอบคุณ อาย กัญญาลักษณ์ สำหรับความตั้งใจและความทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน พร้อมทั้งอวยพรให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางของตนในอนาคต พร้อมขอบคุณพันธมิตร ผู้สนับสนุน ทีมงาน สื่อมวลชน และแฟนตัวจริงทุกคนที่ยังคงให้ความเชื่อมั่นหลังจากนี้ องค์กรผู้ถือลิขสิทธิ์ยืนยันว่าจะยังคงยึดมั่นในหลักความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล เพื่อปฏิบัติภารกิจในการคัดเลือกและส่งตัวแทนประเทศไทยสู่เวที Miss & Mister Supranational อย่างสมเกียรติและได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนต่อไป

ข้างบ้าน ร่วสร้างความประทับใจในงาน Thai Film Festival in Vietnam 2026

ข้างบ้าน ร่วสร้างความประทับใจในงาน Thai Film Festival in Vietnam 2026

ข้างบ้าน ร่วสร้างความประทับใจในงาน Thai Film Festival in Vietnam 2026

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.

ผ่านพ้นไปอย่างน่าประทับใจ สำหรับภาพยนตร์สยองขวัญไทย ข้างบ้าน หลังได้รับเชิญเข้าฉายในงาน Thai Film Festival in Vietnam 2026 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม นำทีมนักแสดงโดย กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ นักแสดงนำ, ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับภาพยนตร์ เดินทางร่วมเปิดงาน พร้อมพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ชมชาวเวียดนามอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรม Q&A หลังการฉายภาพยนตร์ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดการเข้าร่วมงาน

สำหรับ ข้างบ้าน ภาพยนตร์สยองขวัญภายใต้โปรเจกต์ GHOST LIGHT จากความร่วมมือระหว่าง ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ และ เดอะ โกสท์ เรดิโอ โดยการร่วมฉายในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ทำให้คอนเทนต์สยองขวัญไทยได้เดินทางไปพบผู้ชมในตลาดอาเซียน ผ่านเรื่องเล่า บรรยากาศ และความกลัวใกล้ตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์ไทยทั้งนี้ การเข้าร่วมงาน Thai Film Festival in Vietnam 2026 ยังตอกย้ำบทบาทของ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ในฐานะผู้สร้างสรรค์และผู้ขับเคลื่อนคอนเทนต์ไทย ที่มุ่งพัฒนาภาพยนตร์ให้มีศักยภาพรอบด้าน ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม พร้อมเปิดโอกาสให้ภาพยนตร์ไทยได้พบผู้ชมและพันธมิตรใหม่ ๆ และต่อยอดสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: http://www.facebook.com/shinesaengad.venture
Instagram: http://www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: http://www.tiktok.com/@shinesaengadventure
YouTube: http://www.youtube.com/@shinesaengad.venture

#ข้างบ้าน #Ghostlight #TheGhostRadio #ฉายแสงแอดเวนเจอร์ #Shinesaengadventure

เบิร์ด ธงไชย สวมเฝือกแขน ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระกุศล พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ เนื่องในวันประสูติ

เบิร์ด ธงไชย สวมเฝือกแขน ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระกุศล พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ เนื่องในวันประสูติ

เบิร์ด ธงไชย สวมเฝือกแขน ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระกุศล พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ เนื่องในวันประสูติ

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมโสมกิติยาภา สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ได้ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ โดยมีคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง 

โดยไฮไลต์สำคัญของงานในวันนี้คือการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์เมืองไทย “เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์” ที่เดินทางมาร่วมพิธีแม้จะอยู่ในสภาพสวมเฝือกพยุงแขนด้านขวา แต่เจ้าตัวยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายผู้ร่วมงานอย่างเป็นกันเองสร้างความประทับใจและความอบอุ่นให้แก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก 

สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้ ได้ประกอบพิธีโดยคณะสงฆ์รวม 10 รูป จาก 8 วัด โดยมี สมเด็จมหาวีรวงศ์ จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้ ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้เข้าร่วมงาน ได้ร่วมกันถวายภัตตาหาร ผ้าไตร และจตุปัจจัยไทยธรรม พร้อมทั้งร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์เพื่อส่งมอบความปรารถนาดีและถวายเป็นพระกุศลแด่พระองค์ท่าน ทั้งนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ (องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ) และมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้มุ่งเน้นภารกิจในการสนับสนุนและเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรงอย่างครบวงจรและยั่งยืน

ตั๊กแตน ชลดา ส่งกำลังใจ ตุ๋น เซกา วิ่งหนีตายไฟไหม้ผับดัง สภาพอุปกรณ์ทำมาหากินวอดเหลือแต่ซาก

ตั๊กแตน ชลดา ส่งกำลังใจ ตุ๋น เซกา วิ่งหนีตายไฟไหม้ผับดัง สภาพอุปกรณ์ทำมาหากินวอดเหลือแต่ซาก

ตั๊กแตน ชลดา ส่งกำลังใจ ตุ๋น เซกา วิ่งหนีตายไฟไหม้ผับดัง สภาพอุปกรณ์ทำมาหากินวอดเหลือแต่ซาก

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.29 น.

จากกรณีอุบัติเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดังย่านลาดพร้าว ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก ล่าสุดนักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง “ตั๊กแตน ชลดา” ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โพสต์ข้อความแสดงความห่วงใยและเรียกขวัญให้กับ “ตุ๋น เซกา” นักดนตรีหนุ่มที่ประสบภัยในเหตุการณ์ครั้งนี้โดย ตั๊กแตน ชลดา ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความสุดซึ้งว่าบุญรักษา คุณพระคุ้มครอง เทวดาปกป้อง แคล้วคลาด ปลอดภัยแล้วนะพี่ตุ๋น ขวัญเอยขวัญมา.. “

ในส่วนของรูปภาพที่โพสต์นั้น เผยให้เห็นภาพของ ตุ๋น เซกา ขณะกำลังตรวจสอบความเสียหายของอุปกรณ์ทำมาหากิน ซึ่งสภาพของบอร์ดเอฟเฟกต์กีตาร์และเครื่องดนตรีคู่ใจ ถูกไฟเผาวอดจนกลายเป็นจล ดำเป็นตอตะโก และถูกปกคลุมไปด้วยคราบเขม่าควันกับโฟมดับเพลิงหนาทึบจนแทบไม่เหลือชิ้นดีแม้ว่าทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้ แต่แฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีและปลอบใจ ที่ตัวศิลปินและนักดนตรีสามารถหนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เพราะ “ชีวิตและขวัญกำลังใจ” นั้นสำคัญที่สุด ท่ามกลางเสียงส่งกำลังใจให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้โดยเร็ว

เปิ้ล นาคร ถอดรหัสภัยเงียบไฟไหม้ ชี้ชัดนาทีเพลิงพุ่งแรงคือปรากฏการณ์ Backdraft อันตรายถึงชีวิต

เปิ้ล นาคร ถอดรหัสภัยเงียบไฟไหม้ ชี้ชัดนาทีเพลิงพุ่งแรงคือปรากฏการณ์ Backdraft อันตรายถึงชีวิต

เปิ้ล นาคร ถอดรหัสภัยเงียบไฟไหม้ ชี้ชัดนาทีเพลิงพุ่งแรงคือปรากฏการณ์ Backdraft อันตรายถึงชีวิต

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.18 น.

จากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่กรณีเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่สถานบันเทิงชื่อดัง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ย่านซอยลาดพร้าว 1 เมื่อกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าและการเร่งหาสาเหตุของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

ล่าสุด พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง “เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยการโพสต์คลิปวิดีโอนาทีกลุ่มควันและเปลวไฟพุ่งทะลักออกมาจากตัวอาคารอย่างรุนแรง พร้อมเขียนข้อความให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับอุบัติภัยในพื้นที่ปิด โดยระบุว่า ปรากฏการณ์ Backdraft (แบคดรัฟท์) คือ การระเบิดของควันไฟที่เกิดจากการขาดออกซิเจนในพื้นที่ปิด เมื่อมีช่องเปิดให้อากาศ (ออกซิเจน) ไหลเข้าไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มก๊าซร้อนและควันไฟจะเกิดการเผาไหม้และระเบิดอย่างรุนแรงพุ่งออกมาจากช่องนั้น…. ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บด้วยครับ….. #ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว”

ปรากฏการณ์ Backdraft (แบคดรัฟท์) หรือ การระเบิดของควันไฟ มักเกิดขึ้นในเหตุการณ์เพลิงไหม้ภายในอาคารหรือพื้นที่ที่ถูกปิดสนิททำให้ออกซิเจนถูกเผาไหม้จนเกือบหมด แต่ยังมีพลังงานความร้อนและกลุ่มก๊าซไวไฟสะสมอยู่จำนวนมากเมื่อใดก็ตามที่มีการเปิดประตู หน้าต่าง หรือเกิดช่องโหว่ให้อากาศภายนอกไหลทะลักเข้าไปอย่างรวดเร็ว ออกซิเจนจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับก๊าซร้อนเหล่านั้นทันทีจนเกิดการลุกไหม้ซ้ำอย่างรุนแรงและระเบิดพุ่งสวนออกมาทางช่องเปิด กลายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อทั้งผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทางทีมข่าวขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนี้และหวังว่าอุทาหรณ์ที่คนบันเทิงร่วมกันแชร์จะช่วยเพิ่มความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้กับสังคมต่อไป

สวยจึ้งสะกดทุกสายตา เพี๊ยซ กนกลดา รำถวาย พญาศรีสัตตนาคราช

สวยจึ้งสะกดทุกสายตา เพี๊ยซ กนกลดา รำถวาย พญาศรีสัตตนาคราช

สวยจึ้งสะกดทุกสายตา เพี๊ยซ กนกลดา รำถวาย พญาศรีสัตตนาคราช

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.20 น.

สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สำหรับ “เพี๊ยซ กนกลดา” นักแสดงจากละคร “บ้านนางรำ” ค่ายปภัสราโปรดักชั่น  ช่อง 7HD ที่ร่วมสืบสานประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดนครพนม ด้วยการรำถวายองค์พญาศรีสัตตนาคราช เนื่องในงานประเพณี “7 เดือน 7” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมแม่น้ำโขง

“เพี๊ยซ”  ปรากฏตัวในชุดไทยอันงดงาม ซึ่งเป็นผ้าไหมยกดอกลูกแก้วสีงาช้าง และ ปักดอกรักทั้งชุด โดยฝีมือ ช่างสกล จากอุดรธานี โดดเด่นด้วยความอ่อนช้อย สง่างามในทุกอิริยาบถ ถ่ายทอดศิลปะการรำไทยด้วยความประณีต จนได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนที่มาร่วมงาน พร้อมเก็บภาพความประทับใจไว้เป็นจำนวนมาก

งานประเพณี “7 เดือน 7” ถือเป็นอีกหนึ่งงานบุญสำคัญของชาวนครพนม ที่จัดขึ้นเพื่อสักการะและขอพรองค์พญาศรีสัตตนาคราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง โดยในแต่ละปีจะมีพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว และผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว

การร่วมรำถวายในครั้งนี้ของ สาวเพี๊ยซ นอกจากจะสะท้อนถึงความศรัทธาที่มีต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราชแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยให้คงอยู่สืบไป ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธา ความงดงาม และความอิ่มเอมใจของผู้ร่วมงานทุกคน

แสดงความยินดี ฉอด สายทิพย์ รับรางวัล เกียรติยศคนทีวี Life Time Achievement Awards

แสดงความยินดี ฉอด สายทิพย์ รับรางวัล เกียรติยศคนทีวี Life Time Achievement Awards

แสดงความยินดี ฉอด สายทิพย์ รับรางวัล เกียรติยศคนทีวี Life Time Achievement Awards

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.15 น.

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับงานประกาศผลรางวัลทีวีที่ยืนหยัดอย่างยาวนานและทรงคุณค่า ชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ มูลนิธิจำนง รังสิกุล ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ งานประกาศผลรางวัล ”โทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 40“ ภายใต้แนวคิด “เกียรติยศคนทีวี 40 ปี โทรทัศน์ทองคำ” ย้ำบทบาทคนทีวีในฐานะ พลังสร้างสรรค์ขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทย ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  โดยงานนี้ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) บริษัท CHANGE2561 จำกัด ได้ขึ้นรับรางวัลทรงคุณค่า “เกียรติยศคนทีวี” (Life Time Achievement Awards) ประจำปี 2568 ซึ่งมอบให้เพื่อเชิดชูบุคคลผู้สร้างคุณูปการและอุทิศตนให้แก่วงการโทรทัศน์ไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จนเป็นแรงบันดาลใจและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการโทรทัศน์ไทยสืบต่อไป

เกิดอะไรขึ้น? อาย กัญญาลักษณ์ ถูกปลดพ้นตำแหน่ง มิสซูปร้าฯ ไทยแลนด์ 2026

เกิดอะไรขึ้น? อาย กัญญาลักษณ์ ถูกปลดพ้นตำแหน่ง มิสซูปร้าฯ ไทยแลนด์ 2026

เกิดอะไรขึ้น? อาย กัญญาลักษณ์ ถูกปลดพ้นตำแหน่ง มิสซูปร้าฯ ไทยแลนด์ 2026

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

ช็อกแฟนนางงาม! กองประกวด Miss Supranational Thailand 2026 ประกาศปลด “อาย กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” พ้นจากตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 และสิ้นสุดการเป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวที Miss Supranational 2026 โดยมีผลทันที หลังตรวจสอบพบการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบและมีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อองค์กร พร้อมยืนยันประเทศไทยจะไม่มีผู้แทนเข้าประกวดในปีนี้

สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนนางงามทั่วประเทศ เมื่อเพจ Supranational Thailand 2026 ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ประกาศให้ “อาย กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” หรือ “อายกัญ” พ้นจากตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 รวมถึงพ้นจากการเป็นผู้แทนประเทศไทยในการเข้าร่วมการประกวด Miss Supranational 2026 โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้

ในแถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังองค์กรได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่าผู้ดำรงตำแหน่งมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนด ระเบียบ และเงื่อนไขของกองประกวด รวมถึงมีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อองค์กร ซึ่งถือเป็นการละเมิดหน้าที่และความไว้วางใจที่ผู้ครองตำแหน่งพึงมี

กองประกวดย้ำว่า องค์กรยึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และมาตรฐานในการดำเนินงาน เพื่อรักษาเกียรติภูมิของตำแหน่ง ความน่าเชื่อถือขององค์กร ตลอดจนภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีนางงามระดับนานาชาติ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กองประกวดยังประกาศยืนยันว่าจะ ไม่มีการแต่งตั้งผู้แทนประเทศไทยคนใหม่ เพื่อเข้าร่วมการประกวด Miss Supranational 2026 ส่งผลให้ประเทศไทยจะไม่มีตัวแทนเข้าร่วมการประกวดในปีนี้

ภายหลังแถลงการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป ได้สร้างความตกใจให้กับแฟนนางงามเป็นจำนวนมาก โดยต่างเฝ้าติดตามว่า “อาย กัญญาลักษณ์” จะออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวอย่างไรในลำดับต่อไป ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์

หนิง ปัทมา สาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยันไม่เคยเป็นเมียน้อย หากโกหกขอให้ล่มจม

หนิง ปัทมา สาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยันไม่เคยเป็นเมียน้อย หากโกหกขอให้ล่มจม

หนิง ปัทมา สาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยันไม่เคยเป็นเมียน้อย หากโกหกขอให้ล่มจม

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

“หนิง ปัทมา” เดินหน้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ เข้าสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยืนยันทุกคำแถลงเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นความจริง พร้อมประกาศท้าอีกฝ่ายมาสาบานเดิมพันด้วยชีวิตและครอบครัว หากมั่นใจว่าข้อมูลที่กล่าวหานั้นเป็นความจริง

“หนิง ปัทมา” เดินทางเข้าสักการะและกล่าวคำสาบานต่อองค์พระแก้วมรกตและองค์เจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ท่ามกลางกระแสข่าวและข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

       หนิง ปัทมา กล่าวต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า คำแถลงข่าวที่เธอได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดบุรีรัมย์ และประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นความจริงทุกประการในทุกรายละเอียด

เธอยืนยันว่า ไม่เคยมีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ไม่เคยเป็นเมียน้อย ไม่เคยเป็นแฟน หรือคบหากันในลักษณะดังกล่าวกับบุคคลที่ถูกพาดพิง และไม่เคยมีเจตนาจะคบหาในฐานะคนรักตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมองอีกฝ่ายในฐานะพี่ชายเท่านั้น

       นอกจากนี้ ยังย้ำว่า การเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ บุรีรัมย์ รวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการเดินทางเพื่อรับงานร้องเพลงตามอาชีพสุจริต ไม่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวร่วมกันตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่

ในการกล่าวคำสาบาน หนิง ปัทมา ระบุว่า หากสิ่งที่ตนพูดทั้งหมดเป็นความจริง ขอให้องค์เจ้าพ่อหลักเมืองดลบันดาลให้ตนเองและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ และประสบความสำเร็จในทุกด้าน

       แต่หากมีข้อความใดที่เป็นเท็จ แม้เพียงประเด็นเดียว ก็ขอให้ตนเองและครอบครัวประสบความฉิบหาย ความวิบัติ และความล่มจม ตามคำสาบานที่ได้กล่าวไว้

พร้อมกันนี้ หนิง ปัทมา ยังกล่าวว่า หากตนพูดความจริงแล้ว แต่ยังมีผู้ที่จงใจกลั่นแกล้ง กล่าวหา ใส่ร้าย หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ จนส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ครอบครัว องค์กร และหน้าที่การงาน ขอให้องค์เจ้าพ่อหลักเมืองดลบันดาลให้ผู้กระทำและครอบครัวได้รับผลแห่งการกระทำดังกล่าวโดยเร็ว

       เธอยังกล่าวถึงผู้ที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย หรือคอมเมนต์สร้างความเสียหาย รวมถึงผู้ที่ติดต่อผู้ว่าจ้างเพื่อทำให้เธอเสียโอกาสในการทำงาน โดยระบุขอให้ผู้ที่กล่าวหาโดยปราศจากความจริงได้รับผลจากการกระทำของตนเอง

       ช่วงท้ายของคำสาบาน หนิง ปัทมา ได้ประกาศท้าผู้ที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้ออกมาสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับที่เธอทำ พร้อมเดิมพันด้วยชีวิตและครอบครัว เพื่อพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้พูดความจริง โดยระบุว่าเธอได้นำชีวิตของตนเองมาเป็นเดิมพันกับคำสาบานในครั้งนี้แล้ว.

‘ONCB Thai Youth League 2025/2026’ เปิดสนามสร้างนักกีฬา พัฒนาเยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติด

‘ONCB Thai Youth League 2025/2026’ เปิดสนามสร้างนักกีฬา พัฒนาเยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติด

‘ONCB Thai Youth League 2025/2026’ เปิดสนามสร้างนักกีฬา พัฒนาเยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติด

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

การแข่งขัน ONCB Thai Youth League ฤดูกาล 2025/2026 เดินหน้าสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้พัฒนาทักษะฟุตบอล ควบคู่กับการเรียนรู้เรื่องวินัย ความรับผิดชอบ และการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ โดยมี พันตำรวจเอก ชัยพร ออฟูวงศ์ เป็นประธานโครงการ ONCB Thai Youth League และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ซึ่งมุ่งใช้กีฬาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด

การแข่งขันในฤดูกาลนี้ครอบคลุมฟุตบอล 11 คน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี รวมถึง Thai Youth League Junior สำหรับเยาวชนอายุ 9-13 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรุ่นเล็กได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ในสนามตั้งแต่ก้าวแรก นอกจากนี้ ยังมีโครงการฟุตบอลเด็กวิถีชุมชนใน 10 จังหวัด ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เด็กนักเรียน เด็กด้อยโอกาส เยาวชนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มเปราะบางได้เข้าถึงการฝึกซ้อมและการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาและเครือข่ายโค้ชจิตอาสาในพื้นที่ ขณะเดียวกัน นักกีฬายังได้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาและศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 เพื่อเรียนรู้เรื่องวินัย ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

Thai Youth League หรือการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ เริ่มจัดขึ้นในปี 2559 จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้โครงการ “สานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก” ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี โครงการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างฟุตบอลระดับเยาวชนกับฟุตบอลอาชีพ ผ่านระบบการแข่งขันที่ครอบคลุมหลายช่วงวัย และเปิดโอกาสให้เด็กจากทุกภูมิภาคได้พิสูจน์ศักยภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยนักฟุตบอลทีมชาติไทยและผู้เล่นในลีกอาชีพหลายคนต่างมีจุดเริ่มต้นจากเวทีการแข่งขันระดับเยาวชน ซึ่งประสบการณ์ในสนามถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมทั้งทักษะ ความมั่นใจ และความพร้อมสำหรับการก้าวสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพ

สิ่งที่ทำให้ Thai Youth League มีความโดดเด่น คือการมองฟุตบอลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนานักกีฬา สนามแข่งขันจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ค้นหาผู้เล่นฝีเท้าดี แต่ยังช่วยปลูกฝังความอดทน ความมีวินัย การทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา คุณลักษณะเหล่านี้จะติดตัวเยาวชนต่อไป ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกเดินบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพหรือเติบโตไปสู่บทบาทอื่นในสังคม และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Thai Youth League ยังคงเป็นเวทีในการสร้างทั้งนักกีฬาและคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพให้แก่สังคมไทย