เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยเปิดตัว ‘The Secret Gems’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:25 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เปิดตัว “The Secret Gems” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย  ในรูปแบบการแข่งขันรายการเรียลลิตี้ ภายใต้แนวคิด “เปิดประกายคุณค่าที่ซ่อนอยู่ สู่เวทีโลก” มุ่งพัฒนาศักยภาพนักออกแบบ ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ต่อยอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย  รายการจะเริ่มออกอากาศวันที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 17.00 – 18.00 น. ทางช่อง 7HD ผลิตรายการโดยบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด  ซึ่งเปิดตัวรายการไปเมื่อวันก่อน ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานงานแถลงข่าว

‘แตงกวา-เหนือ’ สุดปลื้ม! คว้า 2 รางวัลจาก ‘Dangerous Queen คนโปรดของควีน’

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:23 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ สำหรับ  “แตงกวา-ภิญญาเณศวร์ อั้งสุวรรณ” และ “เหนือ-ดิสรยา เตชะไพบูลย์” 2 นักแสดงนำจากซีรีส์ GL เรื่อง “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” ผลิตโดย บริษัท แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่ล่าสุดสร้างผลงานโดดเด่น คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที Pattaya International Film Fest 2026

ก่อนขึ้นรับรางวัล “แตงกวา-เหนือ” ได้ปรากฏตัวบนพรมแดงของงาน เรียกเสียงฮือฮาและสะกดทุกสายตาได้อย่างอยู่หมัด ด้วยลุคชุดดำสุดหรู ดูสง่างามและโดดเด่นเกินต้าน จนบรรดาช่างภาพต้องกดชัตเตอร์รัว ๆ ให้กับความขาวออร่าและความสวยสุดปังของพวกเธอ!!! 

ความโดดเด่นในครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับ “ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ” ที่รังสรรค์ชุดสุดหรู ช่วยขับลุคของ “แตงกวา-เหนือ” ให้ดูสวยสง่า เปล่งประกาย และน่าจับตามองตลอดการปรากฏตัวบนพรมแดง

และความปัง!!! ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อซีรีส์ “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” สามารถคว้ารางวัล ซีรีส์ GL ยอดเยี่ยม และนักแสดงหญิงดาวรุ่งยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ GL ไปครอง สร้างความปลาบปลื้มให้กับทีมนักแสดงและแฟน ๆ เป็นอย่างมาก

โดยทั้งคู่ขึ้นรับรางวัลท่ามกลางเสียงชื่นชมและกำลังใจจากแฟน ๆ โดยมี คุณกบ-ปภัสรา และ คุณเอ๋-พรเทพ เตชะไพบูลย์ คุณแม่และคุณแม่ของ สาวเหนือ ร่วมให้กำลังใจถึงขอบเวที ณ โคลอสเซียมโชว์พัทยา คาบาเร่ต์โชว์

นอกจากนี้ “เหนือ-ดิสรยา” ในฐานะ CEO ของ แสงเหนือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ยังได้อัปเดตความคืบหน้าผลงานซีรีส์ภาคต่อ “Dangerous Queen คนโปรดของควีน Special Edition” ว่า ขณะนี้เดินหน้าถ่ายทำไปแล้วกว่า 40%

แฟนชาวเดอร์และแฟนๆ ซีรีส์ ของ “แตงกวา-เหนือ” เตรียมตั้งตารอกันได้เลย เพราะเจ้าตัวการันตีว่า ซีรีส์ “Dangerous Queen คนโปรดของควีน Special Edition” จะออกอากาศให้ชมภายในปีนี้อย่างแน่นอน !!!

แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังขับรถเอง ทำงานเอง! เปิดสูตรแก่ยังไงให้ใจไม่แก่ตาม

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:15 น.

ในวัย 75 สำหรับหลายคนอาจหมายถึงการพัก แต่สำหรับ “แม่โย ทัศน์วรรณ” ยังเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลัง ทั้งทำงาน ขับรถ และดูแลตัวเอง เปิดใจในรายการ How are you feeling? มองความแก่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่คือสิทธิพิเศษของคนที่ได้ใช้ชีวิตมายาวนาน จากชีวิตที่สร้างทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และเส้นทางในวงการบันเทิงหลายสิบปี ยึดหลักไม่ปล่อยให้ความทุกข์มีอำนาจเหนือชีวิต สังขารแก่ได้แต่ใจไม่จำเป็นต้องแก่ตาม ใช้ทุกวันให้มีคุณค่าที่สุด

เจาะลึกมุมมองการตื่นมาในวัย 75 ปีแล้วยังมีพลังใช้ชีวิต ?

แม่โย ทัศน์วรรณ : ถ้าตอนยุคสาว ๆ เรียกว่า อึด ถึก ซึ่งเหมาะกับอาชีพที่แม่ทำเป็นนักแสดงต้องอดทน ต้องแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา แม่อยู่ในวงการจะมีชื่อเสียงว่า ขี้เหนียว ไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีใครได้เงินของเขาง่าย ๆ แต่แม่มีเหตุผลที่ต้องขี้เหนียว เราไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ไม่ได้เกิดมามีมรดกที่รองรับอยู่ ทุกอย่างหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของหยาดเหงื่อแรงงานและน้ำตา หามาด้วยทุกอย่าง ทุกบาทมีค่าหมด หามาได้ต้องเก็บใช้ให้คุ้มที่สุด แต่สิ่งเดียวที่แม่ไม่ขี้เหนียวคือ อาหารการกิน เพราะถือว่าใช้ร่างกายในการทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินทองมาเลี้ยงดูครอบครัวด้วยความเหนื่อยยาก ถ้าเผื่อร่างกายเราไม่ดูแลก็จะทรุดเร็ว เขาก็จะอยู่กับเราแบบไม่มีคุณภาพซึ่งยอมไม่ได้และที่สำคัญก็คือความคิด แม่จะไม่แบบว่าแย่แล้วทำไมต้องเป็นฉัน

โดนเรียกว่า “ลูกเป็ดขี้เหร่” สู่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวรุ่นแรก รับมือความเครียดยังไง ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: แม่ไม่เครียด เพราะคนเราต้องเจอทุกรูปแบบเป็นประสบการณ์ชีวิตแม่ถือว่า ความเครียดเป็นยาพิษสำหรับร่างกาย แม่รักร่างกาย ความเครียดเป็นยาพิษ ความเครียดนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ แล้วจะต้องสูญเสียอีกเยอะ ถ้าไปให้ความสำคัญกับความเครียดนั้น เราต้องบอก “ทำอะไรฉันไม่ได้”

แม่โยมี Space ของตัวเอง ทำงานศิลปะ วาดรูป ถักผ้าห่ม

แม่โย ทัศน์วรรณ: ทั้งอ่านหนังสือการฝีมือหรือการประดิษฐ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาอะไรก็ได้ไม่ต้องเป็นภาษาไทย ดูรูปดู Pattern ทำได้แล้วมีสมาธิแล้วมีความสุขมากค่ะ

ทำงานอยู่คนเดียวไม่กลัวเสียโอกาสในวงการ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่กลัว โอกาสไหนเสียไป เดี๋ยวมีโอกาสใหม่มา เป็นคนปล่อยวางแทบจะทุกเรื่อง ไม่เคยเข้าวัดไปฟังธรรม ฟังเทศน์ แต่แม่คิดว่าสิ่งไหนที่คิดแล้วทำให้จิตใจขุ่นมัว หมองมัว แม่ไม่อยากเป็นคนจิตใจมัวหมอง อยากเป็นคนคิดแล้วสบาย เบา ๆ ยิ้มให้กันดีกว่าจะมาแค่หางตาตวัดนิดหนึ่งก็บรรยากาศไม่ดีแล้ว ยิ้มกัน จริงใจต่อกัน ช่วยเหลือกันเท่าที่ช่วยเหลือได้ แม่อาจจะเป็นคนที่เรียกว่า จิ้งจกที่เปลี่ยนสีได้ ไหลไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ไหลหลงระเริงอยู่ในกรอบของความถูกต้อง แต่เป็นคนคิด ไม่ค่อยถือสา แล้วก็ไม่ชอบอะไรที่หนัก ๆ ที่ทำให้เครียด แล้วถ้าปัญหาอะไรที่คิดสะระตะ หมดหนทางแก้ไขทิ้งไป เสียเวลามานั่งอยู่ เสียเวลาทำมาหากิน เอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่าให้มีผลงอกเงยมาค่ะ

กลัวแก่ไหมและรับมือกับความเสื่อมของร่างกายอย่างไรเมื่อหนีธรรมชาติไม่พ้น ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่กลัว เกิด แก่ เจ็บ ตาย หนีไม่พ้น ถ้าไปกลัวหนีพ้นไหม ก็หนีไม่พ้น มีทางเดียวคือ ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องทำให้มีคุณค่าที่สุด ตรงไหนทำให้ตัวเราดูดี ทำให้แข็งแรง แต่ธรรมชาติเป็นอย่างนั้น ไปฝืนธรรมชาติไม่ได้ ฝืนได้ก็คือ ทำศัลยกรรม แค่ดูดีขึ้น ชุ่มชื่นหัวใจ สวยขึ้น แต่รู้แก่ใจว่าไปทำศัลยกรรมมาเพื่อให้สวย เวลาคนเรามีความสุขออกมาทางผิวพรรณ หน้าตา ดูสวย เพราะว่าใจสุขมาจากข้างใน แต่ข้างนอกทำให้สวยยังไงแต่ข้างในคิดลบตลอดเวลาหรือว่าตำหนิคน ตำหนิทุกอย่างในโลกนี้ไปหมด ออกมาไม่สวยรวมถึงผิวพรรณออกมาไม่เหมือนกันค่ะ

 มายาคติเรื่องคนแก่กับการเป็นผู้ทรงอิทธิพลรุ่นใหญ่ที่ร่วมสมัย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ด้วยพื้นฐานอาจจะเป็นคนรักเด็ก มีความสุขกับการอยู่กับเด็ก เวลาคุยกับเด็กไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็คุยกับเขาได้แล้วก็ไปกับเขาได้ ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่พอเดินเข้าไปแล้วเด็กจะต้องเงียบ ไม่ใช่ บางทีอาโยตลกกว่าเขาอีก เด็ก ๆ ก็จะชอบมาถามมาคุย ไม่ใช่ว่าอาโยจะไม่เคยคิดว่า “อุ๊ย เราแก่แล้ว อย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องนั่งอยู่เฉย ๆ ให้ลูกหลานทำให้” ไม่ใช่ โยเป็นคนที่ตลอดชีวิต ทำอะไรเองด้วยตัวเองทุกอย่าง ทุกวันนี้ยังขับรถเองอยู่

 ภาพคนแก่เหงา ๆ ที่บ้าน ไม่จริงอีกต่อไป ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่จริงค่ะ คือคนเราที่ชอบบ่นว่าเหงา เหงาทำไม เวลาที่มีให้ทำอะไรตั้งเยอะตั้งแยะ อย่างที่บอกว่าแม่เย็บปักถักร้อย, นั่งวาดรูป, ถักผ้าปูที่นอน, มีอะไรทำ ดูโทรทัศน์ไปก็ถักไปก็เป็นชิ้นงานขึ้นมา เป็นของใช้ที่ได้ใช้ ถ้าเผื่อเอาแต่นั่งซึมอยู่เฉย ๆ ดูโทรทัศน์ รอลูกกลับบ้าน รอหลานกลับบ้าน นั่นคือสภาพคนแก่ที่ไม่ควรเป็น

ไม่ยอมเกษียณทำไมถึงยังมีงานต่อเนื่องและไม่เคยกลัวไม่มีงาน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: รับจนกว่าจะไม่ไหวหรือจนกว่าสังขารจะไม่เอื้ออำนวยแล้วและไม่เคยกลัวการไม่มีงาน เพราะมีงานมาตลอดไม่ใช่ว่าเก่ง เราก็ต้องทำตัวให้คนอยากร่วมงานด้วย งานเราต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมา ที่เขามาจ้าง ทุกตัวละครที่ต้องไปเป็นจะต้องรับผิดชอบตัวละครตัวนั้น เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดให้งานละครของเขาที่มาจ้างเราเป็นผลงานที่ดีออกไป ยังไม่เคยไปกองถ่ายสาย ไม่เคยสร้างปัญหาให้กองถ่ายด้วย วินัยในการทำงานของโยเป๊ะ เพราะว่าทุกคนต้องไม่มาเกิดปัญหาเพราะอาโยแล้วงานก็จะเดินไปด้วยดี คนก็อยากร่วมงาน ไม่ใช่ใครบอกว่า “อุ๊ย อย่าไปเอาคนนี้มาเล่น เรื่องมาก ปัญหาเยอะ ช้าก็ช้า มาก็สาย” ไม่แน่นอนค่ะ

วิธีเติมไฟให้ตัวเองและการมองความทุกข์ให้เป็นเพียงก้อนทราย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า “แก่” คำที่ว่า แย่ ไม่ดี หยาบคายบางทีแม่โยอาจจะพูดตลกไปว่า “อย่าพูดคำหยาบสิ” บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ถ้าเผื่อเขาเรียกแก่ “อุ๊ย! ว่านี่แก่ จะบ้าเหรอ?” ก็อีกบรรยากาศหนึ่ง มุมมองด้วย ถ้ามองเสมือนความทุกข์ก้อนหนึ่ง เราเห็นเป็นก้อนทรายหรือเป็นก้อนหิน ถ้าเห็นเป็นก้อนทรายก็นิดเดียวเดี๋ยวก็ผ่านไป แต่ถ้าเห็นเป็นก้อนหินใหญ่จะต้องดันอีกนานมากจนกว่าจะไป

มองเรื่องความแก่อย่างไร ในวันที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล แต่สำหรับเราคือ Privilege ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยู่ถึง 70 ได้มีโอกาสพิเศษแล้ว ฟ้าประทานมา ไม่ใช่ง่ายนะถึง 70 ปี  ประสบการณ์ฉันเยอะมาก คุณมีความรู้มากเท่าฉันไหมล่ะ ฉันมีโอกาสเกิดก่อนแล้วก็อยู่มาได้เห็นอะไรเยอะแยะไปหมด สัจธรรมโลกก็คือ “ความเปลี่ยนแปลง” ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่แน่นอน ฉะนั้นจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของโลกเรา ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก ยิ่งปัจจุบันเร็วมากจนแทบจะตามไม่ทัน แต่ถ้ามัวแต่ตื่นตระหนกก็ยิ่งตามไม่ทัน ต้องตามด้วยความสุขและต้องศึกษาให้เข้าใจ

คนแก่มีความฝันไหม และการวางรากฐานการเงินเพื่ออิสรภาพในชีวิต ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ความฝันของคนแก่ไม่เหมือนเด็กหนุ่ม-สาว เด็กหนุ่ม-สาวฝันถึงอนาคต ฝันถึงว่าต่อไปครอบครัวจะเป็นยังไง ฝันถึงคู่ครอง ฝันถึงบ้านเรือนที่ตัวเองจะต้องอยู่ ต้องมี แต่คนแก่มีครบแล้ว ถึงตอนนี้ไม่มีเขาก็เคยมี รู้รสชาติ รู้สัมผัสทุกอย่างอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะทำตัวให้ในปัจจุบันมีชีวิตยังไงอยู่ที่การดำเนินชีวิตของคุณตั้งแต่แรก ถ้าคุณเป็นคนฟุ่มเฟือยทำอะไรไม่ยั้งคิด ทำอะไรไม่รอบคอบก็ไม่มีวันที่จะรวยได้ ไม่มีวันที่จะมีครอบครัวที่มั่นคงได้เท่าคนที่รอบคอบและวางรากฐานชีวิตดี

วางรากฐานชีวิตแล้ววางแผนการเงินให้กับตัวเอง ณ วันนี้ ใช้ชีวิตได้สบาย ๆ

แม่โย ทัศน์วรรณ: สบายค่ะ ตั้งแต่โตมาแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ครอบครัวแม่เช่าบ้านตลอด เช่า-ย้ายบ้านบ่อยมากถึงแม้จะเป็นเด็ก ทำไมแม่คิดเรื่องเงินก็ไม่รู้ “ไม่มีบ้านตัวเองสักที ไม่ได้ชีวิตนี้ฉันต้องมีบ้านตัวเองให้ได้ ถ้าทำได้ฉันต้องเอาบ้าน มีที่ซุกหัวนอนก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันใหม่” พอเข้าวงการมาก็ยังอยู่บ้านเช่า คิดว่าไม่ได้ เงินที่จ้างก้อนแรกต้องไปดาวน์บ้านก่อน 10,000 บาทเมื่อ 50-60 กว่าปี สมัยนั้นเยอะมาก ๆ ไปอยู่กองถ่ายเป็นเด็กก็กินข้าวกองถ่าย ขนม ข้าวต้ม ดาราพี่ ๆ ก็ซื้อมา “หนูกินด้วย” ไม่ใช้เงิน พอดาวน์บ้านเสร็จก็ผ่อนบ้านปีเดียวหมด ได้เงินมา 100 บาทก็เก็บทั้ง 100 บาท ปีเดียวผ่อนบ้านหมด มีบ้านแล้ว รถค่อยตามมา ค่อยมาผ่อนทีหลัง สิ่งที่จำเป็น ช่วงแรกก็ยังขอติดรถไปกับคนนู้นคนนี้

ตลอดชีวิตไม่เคยแตะหุ้นหรือลงทุน เปิดสูตรการเก็บเงินฉบับคุณแม่ บริหารเงินอย่างไรให้มั่นคงถึงวันนี้ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: เล่นไม่เป็น คือไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีเงินก็ไม่ใช้ ไม่ใช้สินค้า Brand name ภูมิใจในการซื้อของถูกมาหิ้วแล้วคนบอกว่า “สวยจังเลย” บอก “ถูกมากเลยนะ” ไม่รู้สึกว่าด้อยกว่าคนอื่น แม่ไม่ยึดอันนั้น สินค้าแบรนด์เนมแม่รู้สึกว่าแพงเกินเหตุผล แพงเกินไปสำหรับแม่ ซื้อกระเป๋าใบละเป็นแสนเอามาทำอะไร มั่นคงมากถึงจะตายไปก็ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องห่วง ทำไปหมดแล้ว ถ้าเผื่อเป็นอะไรไปมีลูกคนเดียวก็สบาย

ลูกไม่รู้สึกว่าต้องเป็นภาระ เขาก็ไปตามฝันเขาได้เลย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไปได้เลย แต่เขาก็เป็นลูกที่น่ารักนะคะ เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษาดูแล แต่เขาก็รู้ว่าเวลาใครมาสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับว่าเป็นลูกดูแลแม่ไหม เขาก็ดูแลตามนั้น แต่แม่ไม่เคยไปขอเงิน เพราะเขามีรายได้ของเขาอยู่

จัดการความทุกข์อย่างไรในวันที่ผิดหวังใช้หลักสติและการเปลี่ยนอิริยาบถ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อย่างที่แม่บอกว่า ไม่ให้มีอำนาจเหนือเรา ความเครียดรู้อยู่ว่าทำให้เป็นพิษกับร่างกาย ถ้าความทุกข์ที่เจอ จัดการไม่ได้ เคลียร์ไม่ได้ มัวแต่ไปจมอยู่กับความทุกข์ไม่ดีแล้ว ต้องรีบใช้สติตั้งรับ คิดให้ดีว่าเหตุการณ์ที่ทุกข์อยู่เกิดจากอะไร วิเคราะห์หาเหตุผลและจะแก้ไขยังไง ซึ่งถ้าแก้ไขไม่ได้ แม่จะทิ้งไปแล้วไปหาทางอื่นทำ ไม่ให้ความสำคัญ อย่าไปมัวเข้าข้างตัวเอง ต้องคิดเผื่อความผิดหวังไว้บ้าง แค่คิดปลอบใจตัวเองว่า คนเราก็เป็นอย่างนี้ มีสุข มีทุกข์ ถ้าคิดแค่คำว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” จะทุกข์หนักขึ้นไปอีก คิดวิเคราะห์หาทางออกดีกว่าที่จะมานั่งถามว่า ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมฉันต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ทำไมทำกับฉันอย่างนี้” ก็จะไม่จบสิ้น

วันที่แม่ร้องไห้ หยุดร้องไห้ได้ยังไง ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: แม่ร้อง ๆ อยู่ แล้วมองดูเวลาว่า ถึงเวลานอนแล้ว ไม่ได้ต้องนอน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ไม่ใช่เวลามาร้องไห้ การไม่ฟังความรู้สึกแย่ ๆ บ้างทำให้ไม่จม เปลี่ยนอิริยาบถคือการให้กายนำใจ เพราะว่าใจยากที่จะบังคับ Out ร่างกายแล้วเลื่อนเวลาไป พอมีแรงค่อยมาดูว่าใจรู้สึกอะไร

การรับมือกับเรื่องไม่เป็นธรรม การโดนนินทา และความผิดหวังในความรัก ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: เจอบ่อยค่ะ อย่างโดนนินทา ถ้ามีคนมาเล่าก็จะฟังแล้วก็อาจจะมีความรู้สึกเสียใจนิด ๆ แต่ไม่ไปให้ความสำคัญมาก เพราะว่าไม่ได้ยินกับหูตัวเอง ฟังเขามาเล่า จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ อะไรที่เก็บไว้เป็นขยะแม่ไม่เอา กวาดออกไปหมด เก็บไว้ไม่มีประโยชน์ก็เป็นพิษกับร่างกาย ในวันที่ผิดหวังกับความรักก็คิดว่าเราไม่ดีเอง ไม่ดูตาม้าตาเรือ ถามว่ายังรักมากอยู่ ไม่มีเขาได้ไหม เลิกได้ไหมได้ ต้องปล่อย แล้วก็คิดว่าถ้ายังมีเขาอยู่ความทุกข์กี่เปอร์เซ็นต์ ความสุขกี่เปอร์เซ็นต์ สมมติว่าความทุกข์มากกว่าขาดทุนแล้ว ในขณะที่นั่งร้องไห้ฟูมฟาย เขาทำอะไรอยู่ล่ะก็อาจจะมีความสุขอยู่ก็ได้ ขาดทุนอีกแล้วค่ะ

วันที่รู้ว่ามีลูก การรับมือกับกระแสสังคมและพลังซัพพอร์ตจากแก๊งเพื่อนสนิท ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ตอนนั้นไม่รู้ตัวว่าท้อง พอรู้ก็รู้สึกดีใจมากที่จะมีลูก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาแน่นอน แต่ตอนนั้นกลัวไม่ได้ ตั้งรับ พร้อมรับทุกอย่างอยู่ที่เรา อะไรจะแรงขึ้นหรือเบาลงอยู่ที่เรา วันนั้นพอข่าวออกไป ณ ตอนนั้นไม่ได้มาร้องไห้ ก็เฉย ทำงานถ่ายหนังไปเรื่อย ๆ ตอนนั้นกระแสที่เข้ามาชนคือเป็นนางเอกท้องก่อนแต่ง ผู้ชายเขามีคนอื่นอยู่แล้ว ซึ่งรู้ว่าจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ก็พร้อมที่จะรับมือ ถ้าเป็นปัญหาสำหรับคุณไม่ต้องก็ได้ ฉันดูแลลูกของฉันได้ มีความสุขไม่มีความกลัว และแก๊งเพื่อนสำคัญให้กำลังใจบ้าง ด่าบ้าง แล้วแต่บุคลิกของแต่ละคน เช่น คุณอรสาก็จะว่า “เธอนี่นะ” ส่วน คุณดวงใจ จะปลอบเขาจะละมุน คุณมยุรฉัตรเขาเป็นพี่สาวคนโตก็ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ คุณจิ๋มก็เป็นคนพาไปฝากท้องกับคุณหมอและช่วยพาหลบนักข่าวด้วยค่ะ

เป้าหมายเล็ก ๆ ในแต่ละวันและมิตรภาพที่ยาวนาน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: บางทีก็คิดว่าพรุ่งนี้จะไปกินอะไรอร่อย ๆ ที่ไหนดี แล้วก็ชวนเพื่อน ชวนลูกไปกิน การได้กินของที่อยากกิน ได้ซื้อของที่อยากซื้อ ได้ไปไหนโดยไม่เดือดร้อนใคร ซึ่งทำได้หมดแล้ว เป็นหนึ่งในความสุขของเราที่มีเพื่อนรู้ใจช่วยเหลือจุนเจือ มีน้ำใจให้กันตลอดและยังล้อเล่นกันเหมือนเดิม เรารู้ว่าบุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำพูดนี้พูดกับคนนี้ได้ พูดกับคนนี้ไม่ได้

ในวัยนี้เวลาเจอกันพูดคุยเรื่องอะไร ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยู่ที่ขณะนั้นสุขภาพเป็นยังไง ถ้าโรคเยอะก็คุยเรื่องหมอ แต่ถ้าสุขภาพดี มีความสุขสบายดีก็ชวนกันไปกินของอร่อยหรือนัดเจอกันเป็นกลุ่ม แต่พออายุเยอะมาก ๆ การเจอก็ห่างออกไปอยากอยู่บ้าน อยากดูซีรีส์ หรือทำงานประดิษฐ์เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่กับบ้านที่หามาได้ด้วยตัวเอง มีความสุขอยู่ในบ้าน ดูแลบ้านค่ะ

สุขภาพใจนำสุขภาพกาย ความผูกพันทางสังคมเล็ก ๆ คือกุญแจสำคัญของการมีอายุยืน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ข้างในยังเป็นคนเดิม เพราะยังแข็งแรง สุขภาพดี รักษาความรู้สึกข้างในไว้ว่าฉันยังแข็งแรง พยายามทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน และเบาสบายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สังขารไม่ห่างไกลออกไป ถ้าใจเรามีความสุข ความสุขเป็นยาวิเศษทำให้ร่างกายข้างในมีพลัง ความสุขทำให้ระบบทุกอย่างในร่างกายสบายและกระฉับกระเฉงเหมือนเครื่องจักรที่มีพลังค่ะ

“อย่าใจร้ายกับตัวเอง” ถึงคนทุกวัยที่กลัวความแก่ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยากจะบอกทุกคนว่า “อย่าใจร้ายกับตัวเองมากนักเลย” ความแก่มาพร้อมกับเราตั้งแต่ลืมตาดูโลก จะไปวิ่งหนีหรือรังเกียจเขาทำไม ในเมื่อตอนนี้แก่แล้วก็ยอมรับว่าสังขารเราแก่ แต่จิตใจไม่ได้แก่ตาม สามารถทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ สามารถช่วยเหลือคนได้ เป็นผู้ให้ได้อีกมากมาย เราไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่าแก่และไม่ใช่แก่กะโหลกกะลา แต่แก่อย่างมีคุณค่า การเป็นผู้ให้โดยไม่เดือดร้อนและไม่คาดหวังจะทำให้คุณมีความสุขมาก เราเกิดมาในยุคที่ไม่มีระบบออนไลน์ พอต้องมาเรียนรู้ใหม่ยากกว่าเด็ก ๆ ที่เกิดมาในยุคที่มีพร้อมทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ก็ต้องยอมรับว่าต้องถามลูกหลานค่ะ

เมื่อความต่างของวัยกลายเป็นกำแพง ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงรู้สึกคุยกับผู้ใหญ่ไม่รู้เรื่อง และจะเชื่อมช่องว่างนี้อย่างไร ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยากจะบอกเด็ก ๆ ว่า ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ บางครั้งเรื่องที่สงสัยหรือคิดไม่ออก แค่เดินเข้าไปถามผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ หนูอาจจะได้คำตอบทันทีจากประสบการณ์ชีวิตของท่าน คำตอบนั้นอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร แต่สามารถนำไปคิดและ Adapt ให้เข้ากับยุคใหม่ได้ค่ะ

ใหม่ ดาวิกา สาดความแซ่บ สลัดผ้าคว้าบิกินีลายเสือ อวดเอวเอสทำโซเชียลไฟลุก

30 สิงหาคม 2569 เวลา 21:28 น.

ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เมื่อนางเอกสาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ขอเปลี่ยนโหมดจากลุคหวานๆ มาเสิร์ฟความแซ่บแบบเต็มพิกัด หลังเดินทางไปพักผ่อนสุดหรูที่รีสอร์ต Amanoi ประเทศเวียดนาม พร้อมปล่อยภาพเซตใหม่ในชุดบิกินี่ทูพีซลายเสือดาว เผยให้เห็นหุ่นสวยและเอวคอดแบบจัดเต็ม ท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาดสุดชิล

งานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้ไม่น้อย เพราะเจ้าตัวมาในลุคแม่เสือสาวที่ทั้งสวยและโดดเด่น สาดออร่าท่ามกลางสายลมและแสงแดด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นริมทะเลที่ทำเอาหลายคนต้องหยุดเลื่อนหน้าจอ

ขณะที่เพื่อนๆ ในวงการบันเทิงและแฟนคลับต่างพร้อมใจกันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมความสวยแซ่บกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนต่างยกให้ “ใหม่ ดาวิกา” เป็นอีกหนึ่งนางเอกที่ไม่ว่าจะมาในลุคไหนก็เอาอยู่ สมกับฉายาตัวแม่สายแฟชั่นที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง

เต๋อ ฉันทวิชช์, ใหม่ ดาวิกา, ใหม่ ดาวิกา ชุดว่ายน้ำ, ใหม่ ดาวิกา อวดหุ่น

เกิดอะไรขึ้น? กรีน อัษฎาพร ประกาศตัดขาดคนสกุลเดียวกัน ลั่นแอบอ้างชื่อเจอดำเนินคดี

30 สิงหาคม 2569 เวลา 19:54 น.

ทำเอาหลายคนเกิดความสงสัยและตกใจไม่น้อย เมื่อล่าสุดวานนี้ (29 สิงหาคม 2569) นักแสดงสาว กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านช่องทางส่วนตัว ระบุว่า ” ประกาศแจ้งเพื่อทราบ — โปรดอ่านให้ครบ

ดิฉัน นางสาวอัฏฐาพร สิริวัฒน์ธนกุล ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) เป็นต้นมา การกระทำ การตัดสินใจ การทำธุรกรรม หรือการดำเนินการใด ๆ ของ นายฉัตรพัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล ทั้งหมด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิฉันแต่อย่างใดทั้งสิ้น

หากมีบุคคลใดได้รับการติดต่อ การแจ้ง หรือการพาดพิงในลักษณะที่กล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับดิฉัน หรือนำชื่อของดิฉันไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ดิฉันขอปฏิเสธความรับผิดชอบในทุกกรณี และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้แอบอ้างโดยถึงที่สุด

หากท่านได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว กรุณาติดต่อ 082-957-9994 เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569

นางสาวอัฏฐาพร สิริวัฒน์ธนกุล”

กรีน อัษฎาพร, กรีน อัษฎาพร ดำเนินคดี, กรีน อัษฎาพร ตัดขาด

นายกฯ ทำท่าเดาะวอลเลย์ฯ พร้อมท่าส่งหัวใจ โชว์สื่อ หลัง ทีมนักตบสาว คว้าตั๋วโอลิมปิกแรกในประวัติศาสตร์

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:49 น.

นายกฯ ทำท่าเดาะวอลเลย์ฯ พร้อมท่าส่งหัวใจ โชว์สื่อ หลัง ทีมนักตบสาว คว้าตั๋วโอลิมปิกแรกในประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 ที่โรงแรมบุรีศรีภู จังหวัดสงขลา ภายหลังการเป็นพยานในพิธีลงนามข้อตกลงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและเชื่อมเกาะลันตา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึ้นรถบัสไฟฟ้า เพื่อปฏิบัติภารกิจในช่วงบ่าย ระหว่างนั้นนายกรัฐมนตรี ทำท่าคล้ายการเดาะ ตบลูกวอลเลย์บอล พร้อมยกนิ้วโป้ง 2 ข้าง และทำสัญลักษณ์รูปหัวใจที่หน้าอกซ้าย หยอกล้อกับสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าว

ทั้งนี้ เป็นการแสดงออกภายหลังที่นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยคว้าแชมป์เอเชีย และคว้าตั๋วสู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028 ซึ่งครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการวอลเลย์บอลทีมชาติไทย

นายกฯ, วอลเลย์บอลทีมชาติไทย, แนวหน้าออนไลน์

ระทึก! หม้อน้ำรถยนต์ระเบิด ก่อนนายกฯ ร่วมรับฟังความเห็นแนวทางพัฒนา 5 จว.ใต้

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:35 น.

ระทึก! หม้อน้ำรถยนต์ระเบิด ก่อนนายกฯ ร่วมรับฟังความเห็นแก้ปัญหา-แนวทางพัฒนา 5 จว.ภาคใต้ EOD รุดตรวจสอบ 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ส.ค.2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณตรงข้ามอาคารคณะครุศาสตร์ และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นจุดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

โดยก่อนที่นายกฯ จะเดินทางมาถึง ได้เกิดเหตุการณ์เสียงดังเกิดขึ้น บริเวณรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำคันหนึ่งของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามหอประชุม โดยเกิดมีเสียงดังขึ้นมา และมีกลุ่มควันขึ้นมาจำนวนมากที่บริเวณห้องเครื่อง จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ทันที

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงเบื้องต้นว่า อาจจะเกิดจากหม้อน้ำระเบิด เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวขับมาไกลท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด

นายกฯ, สงขลา, หม้อน้ำระเบิด, แนวหน้าออนไลน์

มท.4 ยันถอดถอนทุจริตท้องถิ่นครบแล้ว 100% ยังไม่มีคนอุทธรณ์-ฟ้องร้อง แม้ขอดูคะแนนกว่า 1.5 พันรายชื่อ

31 สิงหาคม 2569 เวลา 14:09 น.

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 ที่ประตูระบายน้ำหน้าควน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการถอดถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่น หลังจากที่วันนี้เป็นวันสุดท้าย ว่า วันนี้ 31 ส.ค.เป็นไปตามที่มติ ก.กลาง ระบุไว้ให้มีการถอดถอนให้แล้วเสร็จ

ซึ่งตามรายงานที่รับทราบ ดำเนินการถอดถอนทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนที่มีคะแนนผิดปกติ 5,925 ราย และบรรจุไปแล้ว 3,864 ราย ซึ่ง ณ วันนี้ถอดถอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนที่เหลือคือยังไม่ได้มีการบรรจุฉะนั้นก็ไม่ต้องถอดถอน เพียงแต่ในรอบใหม่ก็จะไม่มีการเรียกบรรจุเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าถอดถอนทั้งหมด 100% แล้ว

ขณะเดียวกัน รมช.มหาดไทย ระบุว่า ขณะนี้มีคนมาขอดูคะแนนจำนวนมากพอสมควรประมาณ 1,500 คน ซึ่งทั้งหมดเมื่อได้เห็นข้อมูลและหลักฐานก็ไม่ได้มีการโต้แย้งหรือร้องเรียน และในส่วนข้าราชการที่ถูกเพิกถอนก็ยังไม่ได้มีการร้องเรียนหรืออุทธรณ์เข้ามาอย่างไร

ก่อนย้ำว่ายังไม่มีได้รับรายงานว่ามีการไปร้องศาลปกครองเพื่อให้คุ้มครองแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามปกติ

มหาดไทย, แนวหน้าออนไลน์, โกงสอบท้องถิ่น

สภาสูง 132 เสียง! ฉลุยพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:59 น.

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน4แสนล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ

ทั้งนี้ ภายหลังที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางครบถ้วน และตัวแทน ครม. ได้ชี้แจงสรุปพ.ร.ก.แล้ว ในเวลา13.32น. ที่ประชุมจึงมีมติ132เสียงต่อ11เสียง เห็นชอบต่อพ.ร.ก.ฯกู้เงินฯ พ.ศ.2569 โดยงดออกเสียง28เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง1เสียง ใช้เวลาในการอภิปราย และชี้แจงทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง

พ.ร.ก.กู้เงิน, สว., แนวหน้าออนไลน์

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ! นันทนา ซัด เงินกู้ส่วน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน เอื้อคนรวยไม่ไหว ปชช.จนไม่รอด

31 สิงหาคม 2569 เวลา 13:43 น.

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ! นันทนา ซัด เงินกู้ส่วน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน สับดัน โซลาร์รูฟฯ เอื้อคนรวยไม่ไหว ปชช.จนไม่รอด เตือนถ้ารัฐบาลยังคิดตื้น ระวังได้เป็น ฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ

โดยน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ทั้งที่มีแต่ผู้คนตั้งคำถามกันมากมายถึงความเร่งด่วนและความสมเหตุสมผลในการใช้เงินกู้จำนวน 2 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนเปลี่ยนโหมดพลังงานจากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ แม้จะรู้ว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ยังไงก็ผ่านวุฒิสภา แต่ตนขออภิปรายเพื่อบันทึกไว้ว่าได้เคยเตือนแนวทางการใช้เงินกู้ของรัฐบาลในภาวะที่เศรษฐกิจประเทศไทยโคม่า เปรียบเหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหรือเกาไม่ถูกที่คัน

น.ส.นันทนา กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะเอาเงินกู้ 2 แสนล้านบาทไปรองรับมาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนของประชาชน เป็นความคิดที่ฉาบฉวยมีวาระซ่อนเร้นชนิดที่ต้องจับตาดูให้ดีว่า เงินกู้ก้อนนี้จะหล่นไปใส่กระเป๋าใคร เหตุใดรัฐบาลถึงทุ่มเทเงินมหาศาลกับพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว ทั้งที่เรามีพลังงานรูปแบบอื่นให้เลือกพัฒนา เช่น พลังงานไบโอ เชื่อมโยงกับภาคเกษตรสอดคล้องกับอาชีพหลักของคนในชุมชนการที่รัฐบาลดึงดันใช้โซลาร์เซลล์อย่างเดียว

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนอยากให้รัฐบาลตอบคำถาม 3 ข้อ ได้แก่ 1.เทคโนโลยีด้านโซลาร์เซลล์มีความเสถียรแล้วหรือไม่ หากวางโครงสร้างการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบปูพรม มั่นใจได้อย่างไรว่าอีก 3 ปี 5 ปีข้างหน้า แผงโซล่าเซลล์จะไม่ล้าสมัย ตกรุ่น หรือกลายเป็นขยะพิษของประเทศไทย 2.ประเทศไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีด้านโซลาร์เซลล์หรือไม่ เพราะบรรดาโซลาร์เซลล์ที่นำเข้ามาประกอบในประเทศไทยต้องนำเข้าวัสดุอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหมด ขณะนี้เจ้าของกิจการเป็นคนไทยจริงหรือไม่ สุดท้ายใครได้รับเงินทอนและเงินไหลออกนอกประเทศมากน้อยเพียงใด ขอให้ดูบทเรียนการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนว่า ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร 3.ในขณะที่เราอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจสมควรแล้วหรือไม่ ที่รัฐบาลจะนำเงินกู้มาใช้ในการเปลี่ยนพลังงาน เราควรนำเงินไปใช้ในวิธีที่ฉลาดกว่านี้ และประชาชนจำนวนมากได้ประโยชน์มากกว่านี้

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า เราควรหันไปพัฒนาพลังงานในระบบไบโอ เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง และอื่นๆ เพื่อให้ตลาดกว้างขึ้น ราคาดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น ซัพพลายเชนของใบโอ มีทั้งเกษตรกร คนงาน คนขายปุ๋ย คนขายเคมี เครื่องมือเครื่องจักร การเกษตร ขนส่ง พ่อค้าคนกลาง โรงงานต่าง ๆ จนถึงโรงไฟฟ้าห่วงโซ่อุปทานนี้ ยาวกว่าโซลาร์เซลล์หลายเท่า สำหรับวิธีการสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลใช้การลดหย่อนภาษีให้กับประชาชนที่ติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป จึงตั้งคำถามว่าการทำเช่นนี้รัฐบาลกำลังช่วยใครเพราะค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ต้องใช้เงินประมาณ 150,000-300,000 บาท คนกลุ่มไหนถึงจะมีเงินออกค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ก่อน

น.ส.นันทนา กล่าวว่า จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า 88% ของคนไทย มีเงินอยู่ในบัญชีน้อยกว่า 50,000 บาท และคนมีเงินในบัญชี 1 ล้านบาท มีเพียง 2% แปลว่าคนไทย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ไม่มีกำลังพอที่จะจ่ายเงินโซลาร์เซลล์ คนจะอยู่ในกลุ่มเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านพลังงานมีเพียง 2% เท่านั้น จึงตั้งคำถามว่าเงินกู้ 2 แสนล้านบาท จะเป็นประโยชน์กับคนเพียง 2% แต่คนอีก 98% ต้องจ่ายหนี้ หากรัฐบาลอ้างว่าประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในโครงการนี้ได้ แต่คงจะเป็นคนชนชั้นกลางเท่านั้น พวกรากหญ้าคงไม่ต้องพูดถึง

น.ส.นันทนา กล่าวว่า หากคำนวณ 1 ล้านครัวเรือน ขอสินเชื่อครัวเรือนละ 200,000 บาท ก็จะมีเงินเข้ากระเป๋าคนในวงการโซล่าเซลล์ 200,000 ล้านบาท เท่ากับว่าจะเป็นการเพิ่มหนี้ครัวเรือนให้กับประเทศไทยจาก 16.4 ล้านบาท เป็น 16.66 ล้านบาททันที ดังนั้นรัฐบาลควรจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปให้คนที่เดือดร้อนที่สุด ใครที่กำลังจะจมน้ำต้องช่วยให้รอดก่อน และต้องช่วยอย่างฉลาด ทำให้เกิดการหมุนของเงินเพื่อดึงให้เศรษฐกิจพ้นวิกฤต ขณะนี้ SMEs ของไทยใกล้หมดลม รัฐบาลควรหันไปแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ช่วยแต่ธุรกิจใหญ่ในขณะที่ธุรกิจย่อยกำลังล้มหายตายจาก แต่ธุรกิจใหญ่ร่ำรวยขึ้นมากมาย ครึ่งปีแรกของปี 69 บริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ขยายตัวรวมกัน 22.2% ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รวยไม่ไหวแล้ว แต่ประชาชนจนไม่รอดแล้ว

“หากรัฐบาลยังคิดตื้นๆ ด้วยกันกู้เงินมาใช้อย่างไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนส่วนใหญ่เช่นนี้ วิกฤตเศรษฐกิจอาจจะส่งให้ท่านไปเป็นฝ่ายค้านในที่สุด ตนเองจึงไม่อาจให้ความเห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้แม้จะผ่านสภาฯ แต่ท่านก็จะได้ชื่อว่า เป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศโดยไม่เห็นหัวประชาชน” น.ส.นันทนา กล่าว

นันทนา, รัฐบาล, สว., เงินกู้, แนวหน้าออนไลน์