ยิ้มทั้งโซเชียล! ชมพู่-น็อต ยกบ้านถ่ายเฟรมครอบครัวสุดอบอุ่น

ยิ้มทั้งโซเชียล! ชมพู่-น็อต ยกบ้านถ่ายเฟรมครอบครัวสุดอบอุ่น

ยิ้มทั้งโซเชียล! ชมพู่-น็อต ยกบ้านถ่ายเฟรมครอบครัวสุดอบอุ่น

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.17 น.

11 พฤษภาคม 2569 เป็นอีกหนึ่งภาพความอบอุ่นที่ทำให้แฟนๆ ยิ้มตาม สำหรับครอบครัวของนักธุรกิจหนุ่ม น็อต วิศรุต และซุปตาร์สาว ชมพู่ อารยา ที่ควงลูกๆ ทั้ง น้องสายฟ้า, น้องพายุ และ น้องเกล ไปร่วมงานแต่งของหลานชาย พร้อมเผยภาพครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

       บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความน่ารักและรอยยิ้ม โดยเฉพาะ “สายฟ้า–พายุ” ที่เริ่มฉายแววหนุ่มน้อยเต็มตัว ส่วน “น้องเกล” ยิ่งโตยิ่งน่าเอ็นดู ทำให้แฟนๆ ต่างเข้ามาชื่นชมความน่ารักของทั้งสามพี่น้องกันอย่างต่อเนื่อง

       ด้าน “น็อต วิศรุต” ยังได้โพสต์แคปชั่นสั้นๆ ว่า “Since 2015” ซึ่งหลายคนตีความว่าเป็นการย้อนถึงปีที่เขาและ “ชมพู่ อารยา” เข้าพิธีแต่งงาน และเริ่มสร้างครอบครัว

บุ๋ม ปนัดดา แอบเซ็งโดนด่า หิวแสง แจงดรามา เด็กเส้น หลังเตรียมเข้ารับยศ ก.กลาโหม

บุ๋ม ปนัดดา แอบเซ็งโดนด่า หิวแสง แจงดรามา เด็กเส้น หลังเตรียมเข้ารับยศ ก.กลาโหม

บุ๋ม ปนัดดา แอบเซ็งโดนด่า หิวแสง แจงดรามา เด็กเส้น หลังเตรียมเข้ารับยศ ก.กลาโหม

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.13 น.

ไม่ว่าจะหยิบจับหรือเคลื่อนไหวอะไร ก็โดนจับตามองไปทั้งหมด พอแก้หายใจก็กลายเป็นดราม่าแล้ว สำหรับ ”บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี“ ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจกลางรายการ คุยแซ่บโชว์ ว่าบางทีก็ ”แอบเซ็ง“ กับบางดราม่า ที่พอคนอื่นพูด แต่ไหงทำไม? ไม่เป็นดราม่า แต่พอตัวเองพูด โดนด่าทุกครั้งว่า “หิวแสง” รวมไปถึงขอแก้ข่าว! ว่าตนเองไม่ใช่ ”เด็กเส้น“ หลังมีกระแสว่าตัวเองเตรียมจะเข้ารับยศของกระทรวงกลาโหม

วันนี้พาอาเธอร์ออกทีวีครั้งแรก?

“ถ้าถามว่าอาเธอร์เหมือนใคร  คือถ้าคนนี้ จะคล้ายเรามากกว่า เป็นคนที่ใช้การสังเกต หรือจะพูดอะไรก็ว่ากันอีกทีนึง อเล็กซ์เค้าจะเป็นเหมือนคุณพ่อ มนุษย์สัมพันธ์สูง เฟรนลี่มาก สามารถวิ่งเข้าไปจับมือสาวได้เลย ถามว่าโตขึ้นจะหวงไหม คงไม่ เพราะสาวเยอะแน่นอน แต่อเล็กซ์เป็นคนติดแม่มาก ต้องอุ้มตลอดเวลา แล้วเค้าจะบอกว่าแม่ของอาเธอร์คือพ่อ และแม่ของอเล็กซ์คือแม่ และอเล็กซ์เค้าหวงเรามาก ใกล้พ่อก็ไม่ได้ หวงแม่ทุกอย่าง“

ตอนนี้เราปิดจ๊อบความเป็นคุณแม่แล้วหรือยัง ?

“ปิดแล้วค่ะ  แต่พ่อเค้ายังอยากได้อยู่(ยิ้ม)”

อย่างล่าสุดเจอท่านนายก  เห็นว่ามีการแซวกันด้วย? 

“ท่านเอ่ยปากชม (ยิ้ม) คือเรื่องของเรื่อง พองานมันใกล้จะเสร็จแล้ว ท่านก็เดินลงมาทักทายทุกคน ท่านก็เดินเข้ามาชมว่าน้ำหนักลงไปเยอะนะเนี่ย จำไม่ได้เลย และท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ก็บอกว่าดึงคุณบุ๋มมาช่วยงานที่กระทรวง ท่านนายกก็เลยบอกว่าอุ๊ยระวังนะคนนี้เค้าปากจัด (ยิ้ม) แล้วก็ตามคลิปท่าน ก็บอกว่าสนิทกัน แค่แซว คุยกันเล่น หยอกกันเล่น เพราะถ้าจำได้มันจะมีเรื่องนึงที่ มีคนถือปืนเข้าไปในโรงเรียนที่หาดใหญ่ และยิง ผอ. เสียชีวิต ซึ่งในตอนนั้นเราก็แสดงความคิดเห็นว่า มันเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด กับการที่ถ้าคนเค้าซื้อปืนมาถูกกฎหมายแล้ว เราห้ามเขาครอบครอง ท่านต้องไปแก้ที่ยาเสพติด เพราะคนพวกนั้นเค้าเสพสิ่งพวกนี้ แล้วเข้าไปในโรงเรียน และปืนที่ใช้ก็คือปืนเถื่อน คือต้องคุมเรื่องยาเสพติดไม่ใช่มาคุมเรื่องปืนที่มันถูกกฎหมายอยู่แล้ว แล้วจะถามเราว่าเราอยากให้ท่านแก้กฎหมายอะไร อยากให้แก้ในเรื่องของยาเสพติด ไปแก้ในเรื่องที่มันผิดกฎหมายดีกว่า อย่ามาแก้ในเรื่องที่มันถูกกฎหมายที่มันลงทะเบียนถูกต้องไว้แล้วดีกว่า เพราะว่ามันเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ“

แล้วที่นายกว่าเราปากจัด  เรายอมรับไหม?

”ยอมรับค่ะ  เวลานักข่าวมาสัมภาษณ์เราในเรื่องนโยบายอะไร ที่สามารถคิดว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ เราก็พูดตรงๆ ของเรา“

อย่างล่าสุดที่เราเล่าข่าวเรื่องการที่พี่ลูกหมีถูกยืมเงิน  จนคู่กรณีเค้าต้องออกมาฟาดเรา?

“คือพูดในรายการ เป็นรายการที่นำทั้งสองฝ่ายมาคุยกัน ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าวันนี้โปรดิวเซอร์จะเอาแขกคนไหนมา แต่การที่เราเป็นพิธีกร ไม่ว่าแขกจะเป็นใคร

แต่เราก็ต้องสัมภาษณ์ให้ได้ เพราะว่ามันคืองานของเรา และในวันนั้นหน้างานมันคือคุณลูกหมีกับทนายประมาณ เราก็สัมภาษณ์ตามปกติ ซึ่งมันออนแอร์ไปเมื่อสองปีที่แล้ว อยู่ดีๆก็มาฟาด ว่าบุ๋มอย่าเสือก เมื่อเร็วๆ นี้เอง จนเราลืมไปแล้ว แล้วตอนนี้รายการมันก็เปลี่ยนเป็นการเมืองไปแล้ว เขาก็พูดเลยเป็นคลิป ว่า อีบุ๋มอย่าเสือก ซึ่งเราฟังแล้วเราก็เถียงไม่ออก เพราะว่าเราก็… เสือกจริงๆ อ้าวหรือคนอื่นไม่อยากรู้ ว่าทำไมเค้าไม่คืนเงิน เค้าก็หาว่าเราชี้นำสังคม แต่วันนั้นเรายืนยันว่าเราไม่ได้ชี้นำ แต่เราแค่พูดกับทนายประมาณ ไปว่าในเมื่อทั้งสองฝ่ายฟ้องกันและกัน ก็เป็นหมัดต่อหมัด แต่อีกฝ่ายติดทั้งแพ่งและอาญา เค้าก็เลยเข้าใจว่าเราไปชี้นำสังคม ซึ่งเราคิดว่าถ้าคืนเงินมันก็คงจะจบแล้ว อย่างน้อยถ้าจะต้องสู้กัน ก็ต้องหมิ่นประมาทกับหมิ่นประมาท จะได้ไปไกล่เกลี่ยกันในศาลได้ง่าย แต่ตอนนี้เรื่องมันก็ไปกันใหญ่แล้ว เราก็ไม่เข้าใจว่าที่มาที่ไปมันคืออะไร เราก็สงสัยว่าทำไมเราโดนเล่นเป็นประเด็นอยู่คนเดียว“

เราจะฟ้องกลับไหม?

“คงไม่ เพราะเรารู้สึกว่าเขามีชีวิตที่ยุ่งเหยิงมากพออยู่แล้ว และเป้าหมายในชีวิตของเรา มันไปเรื่องอื่นแล้ว ทำงานเพื่อสังคม เรื่องอนาคตลูก จนเราใช้ชีวิตตรงนี้ไปเกือบหมดแล้ว และเราก็มีคดีความของเด็กๆ ที่เราเข้าไปช่วยเหลือ มากกว่าจะมาสนใจเรื่องหยุมหยิมส่วนตัว ณ วันนี้ เรื่องศักดิ์ศรีไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับบุ๋ม คือถามว่าคำพูดที่เขาใช้มามันแรงไหม มันแรง แต่เราทำความเข้าใจเขามากกว่า เขาอาจกำลังเครียด เค้ามีคดีรุมเราเค้าเยอะ ซึ่งพอคนเราเครียด มันก็จะระเบิดออกมาในหลายๆ ด้าน ปล่อยเขาไปเถอะ“

คนก็เลยมองว่าเราก็งานเยอะ  แต่ทำไมเราหิวแสงจัง?

”อันนี้เข้าใจและไม่เข้าใจ บุ๋มก็จัดรายการเหมือนทุกคน แต่คนอื่นไม่โดน เราอ่านข่าวเหมือนทุกคนเลย แต่ทุกคนจะแคปในสิ่งที่บุ๋มพูด แล้วเอาไปเขียนว่าบุ๋มปนัดดาบอกว่า แล้วชาวบ้านที่เค้าไม่ได้ติดตามดูทั้งรายการ ก็จะรู้สึกว่าปนัดดาด่าอีกแล้วหรอ และบางรายการมีพิธีกรห้าคน แต่บุ๋มโดนคนเดียว ซึ่งถามว่าเราเซ็งไหม มันก็มีบ้าง ทำไมต้องมีชื่อเรา ก็ถามนะว่าทำไมถึงเอาเราไปทำข่าว เค้าก็บอกว่าถ้าเป็นชื่อแม่ เรตติ้งมันจะขึ้น อีนี่ก็โดนอยู่คนเดียว“

อีกเรื่องหนึ่ง ก็กำลังจะเตรียมเข้าไปรับยศ ว่าที่พันโทหญิง จากกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำลังพลสำรอง ก็เกิดดราม่า?

“ซึ่งดราม่าที่เกิดขึ้นหลายคนไม่เข้าใจว่ากำลังพลสำรองคืออะไร ใครที่เกณฑ์ทหารแล้วก็เป็นกำลังพลสำรอง ใครที่เกษียณไปแล้วหรือใครที่เป็น รด. นั่นก็คือกำลังพลสำรอง แล้วตั้งแต่ ปี 66 เค้าก็เอาคนข้างนอกเข้ามาเป็นกำลังพลสำรอง มาช่วยงานทางทหารมากขึ้น และบุ๋มไม่ใช่คนแรก มันมีมาตั้งแต่ปี 66 เค้าเปิดรับสมัครในแต่ละปี บุ๋มปนัดดาไม่ใช่คนแรก แต่เป็นคนที่โดนด่าคนแรก แล้วที่บุ๋มไปสมัครเพราะว่าเค้าเปิดรับตำแหน่งประชาสัมพันธ์ เพราะเราก็ทำงานด้านสื่อมานาน แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้ เพราะเขาต้องตรวจสอบว่าเรามีประสบการณ์อะไรมาบ้าง“

คือหลายคนก็เลยมองว่าเราเป็นเด็กเส้นหรือเปล่า ? 

”ทุกคนติดยศหมด และไม่ใช่ว่าติดยศเสร็จแล้วก็ไปเป็นว่าที่พันโทหญิงเลย มันก็ต้องค่อยๆ ขยับ เราก็ต้องฝึก แล้วก็ต้องอบรม ทำตามระเบียบที่เค้าวางมา ฝึกภาคสนามด้วย และอยากจะบอกว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้เงินเดือนนะ มีแต่ตำแหน่งเฉยๆ ส่วนสวัสดิการก็มีบ้าง แต่ไม่ได้เต็มเหมือนทหาร และกว่าจะติดยศก็อีกนาน ไม่ใช่สมัครปุ๊บได้ยศเลย“

คนเลยมองว่าอันนี้เป็นการปูทาง  จะสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. หรือว่าจะสมัครเป็น สส.?

”เราไม่ได้มองตัวเองในด้านการเมืองเลย  เรามองภาพตัวเองตรงนั้นไม่ออก เรารู้สึกว่าเราเป็นกู้ภัยโดยสายเลือด เราอยากจะช่วยคนโดยที่ไม่ต้องแบกว่าเราอยู่สีไหน คุณจะตีก็ตีกันไป แต่ถ้าคุณบาดเจ็บมาเราจะช่วยทุกคน ซึ่งก็มีคนติดต่อมาเยอะมาก แต่เรารู้สึกว่าตรงนั้นมันไม่ใช่เรา เราก็ยังนึกภาพไม่ออกว่า แต่อนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยืนยันว่าวันนี้ เรายังนึกภาพไม่ออก แล้วเราเป็นคนที่ว่า เห็นคนโกงกิน และให้เราหลับตาข้างนึง เราทำไม่ได้ แต่เราอยู่ตรงนี้เราสามารถทำอะไรก็ได้“

ล่าสุดเห็นว่าเซ็นยกทรัพย์สิน ทีมมูลค่าออกมา 30 กว่าล้าน ยกให้องค์กรทำดี?

”มันคือที่ดิน เราซื้อรถให้ เพราะว่าองค์กรเรามา 12 ปีแล้ว แล้วสิ่งที่เราลงไปกับ มูลนิธิ พอเรามาไล่เลียงแล้ว ก็ประมาณ 30 ล้าน มันไม่ได้มาในรูปแบบเงิน มันอาจจะเป็นพวกที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง จนมันเป็นมูลนิธิในทุกวันนี้ได้ เราเคยประกาศไปแล้วว่าเมื่อต้นปีเราอายุ 50 ที่ดินที่องค์กรอยู่ตอนนี้จะไม่ใช่ชื่อของปนัดดา ทุกอย่างจะเป็นสมบัติของชาติหมดเลย หลายคนอาจจะมองว่าทำไมไม่ยกให้ลูก ต้องเข้าใจว่ามันเป็นที่ดินขององค์กรก็คือขององค์กร ตามความรู้สึกของเรา ลูกไม่ควรเกี่ยวข้องกับมูลนิธิ มันเป็นของประชาชน แต่ของลูก มีบ้านราคา 40 ล้านแล้วนะ และดิฉันมีบ้านก่อนมีมูลนิธินะ ฉันมีตังค์ก่อนหน้านั้นอยู่แล้วนะ คือของลูกเรา แยกไว้แล้ว แต่ละคน เราก็ได้เตรียมเงินไว้ให้ เค้าสามารถใช้เรียนจนจบได้ และในส่วนของลูกบุญธรรมเราก็จะมีที่ให้เขาได้ซุกหัวนอน เราได้แจกแจงไว้หมดแล้ว ถ้าเราตายไปเค้าก็ไม่ลำบาก“

เห็นบอกว่าในวัย 50  เรากับสามีไม่ค่อยหวานแล้ว? 

“วัย 50 กว่าจะมาหวานอะไรกัน  แล้วลูกก็เล็ก ต่างคนก็ต้องต่างประกบลูก เพราะว่าเราก็ไม่ได้เลี้ยงดูตลอดเวลา เราก็ต้องดูเองด้วย แล้วเราก็ต้องลงพื้นที่ด้วย แล้วตอนนี้ก็ปวดหลังด้วย เพราะว่ากล้ามเนื้อฉีก (หัวเราะ)“

มุก มาริษา ภรรยา แซม ยุรนันท์ เล่าช่วงชีวิตพังทั้งครอบครัวหลังสามีเจอคดี

มุก มาริษา ภรรยา แซม ยุรนันท์ เล่าช่วงชีวิตพังทั้งครอบครัวหลังสามีเจอคดี

มุก มาริษา ภรรยา แซม ยุรนันท์ เล่าช่วงชีวิตพังทั้งครอบครัวหลังสามีเจอคดี

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.54 น.

10 พฤษภาคม 2569 ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ “มุก มาริษา” ภรรยาของ “แซม ยุรนันท์” นักแสดงชื่อดัง เก็บตัวเงียบและไม่ค่อยเคลื่อนไหวในโลกโซเชียล ท่ามกลางกระแสข่าวคดีความของสามี ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวผ่านโซเชียลส่วนตัวเล่าว่า 

…ชีวิตที่ผ่านมา หลังจากเกิดเรื่องอย่างกระทันหัน กลายเป็นข่าวใหญ่โตชั่วข้ามคืนกินเวลานานเป็นเดือน

…วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าอย่างเจ็บปวด ไม่ต้องพูดถึงความเสียใจ มันมากมายจนไม่สามารถจะอธิบายได้ ทำได้แค่สะกดจิตตัวเอง ให้เข้มแข็ง อดทนให้มากที่สุด ชีวิตมีซ้ำเติมความเจ็บปวดให้หนักขึ้นอีก เมื่อคุณแม่อาการทรุดลง และเพลียมาก ร่างกายเริ่มถดถอยไปเรื่อยๆ แม่บอกว่าแม่พร้อมไปแล้วนะ แม่เหนื่อย แม่ไม่ไหวแล้ว ..น้ำตาไหลในทันที บอกแม่ไปว่า มุกไม่ไหวแล้วจ้ะ มุกรับอะไรมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ แม่ห้ามตายนะ แม่ต้องรอแซมออกมาก่อน ถ้าแม่ตาย มุกคงตายไปด้วยกัน ก้อตั้งศพไว้เคียงกันนะ แซมออกมาก้อไม่เหลือใครแล้ว แม่จะเอาแบบนั้นเหรอ??แม่เงียบและตอบว่า ได้ แม่จะรอแซม

…ชีวิตผ่านไปอย่างช้าๆ เหมือนเดิม ไปหาทุกวัน เขียนจดหมายทุกวัน วันละหลายฉบับ มีการโทรไลน์ ได้เดือนละ2ครั้งตามกฎทำให้แม่/พี่ม่ำ/พี่ม่ง ได้คุย เห็นหน้ากันผ่านการโทร…จนถึงครบ84วัน อัยการสูงสุดประกาศ ไม่ฟ้อง คืนอิสรภาพให้ แน่นอน ดีใจที่สุด จำได้ขึ้นใจ วันที่ 8มกราคม68 กลับบ้านเรากัน วันรุ่งขึ้น ไปหาแม่ ไปกราบขอพร เพื่อสิริมงคล พ้นเคราะห์ซะทีนะ

…วันที่17กุมภา คุณแม่ได้จากไปท่ามกลางอ้อมกอดของลูกๆทั้ง3 ของแม่ ..แม่ทำตามสัญญา แม่จะรอแซม

…1ปีที่ผ่านมา เราเก็บตัวเงียบ ไม่ออกข่าว ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ไม่อยากพูดถึงเรื่องที่บาดใจ อยากลืมช่วงเวลาเลวร้าย พี่แซมนั่งสมาธิ สวดมนต์ สงบจิต จนบวชอีกครั้ง เงียบๆ ไม่มีใครรู้ นอกจากญาติพี่น้องและเพื่อนสนิท

..งาน50วันของแม่ บรรจุอัฐิแม่อยู่รวมกับพ่อ ณ ศาลาสุจริตกุล วัดราชาธิวาสวิหาร พี่แซมมาร่วมงานในฐานะพระภิกษุสงฆ์

..หลังจากลาสิกขาบท พี่แซมยังคงถือศีล สวดมนต์ทุกวัน ชีวิตเราอยู่กันแบบตัวติดกัน 24ชม อยู่กท บ้าง อยู่บ้านเมืองกาญบ้าง

..จนถึงวันที่ อสส ชี้ขาดให้ฟ้อง แน่นอน ใจแทบสลาย แน่ล่ะ ใครๆก้อกลัวนะ แต่ใดๆคือกลัวที่จะไม่ได้ประกันมากกว่า

… ตอนนี้เป็นเวลาที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อไป ไม่ขอพูดอะไรขอให้ความจริงปรากฎด้วยเทอญ

แฟนๆแห่ยินดี! บี มาติกา ประกาศดี กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3

แฟนๆแห่ยินดี! บี มาติกา ประกาศดี กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3

แฟนๆแห่ยินดี! บี มาติกา ประกาศดี กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.42 น.

10 พฤษภาคม 2569 นับเป็นข่าวดีที่สร้างความยินดีให้กับแฟนๆ และคนในวงการบันเทิงไม่น้อย เมื่ออดีตนักแสดงสาวชื่อดัง “บี-มาติกา” ภรรยาคนสวยของนักธุรกิจหมื่นล้าน “กร-กรกฤช” ทายาทเครือซัมมิท ออกมาประกาศข่าวดีว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 อย่างเป็นทางการ

       โดยสาวบีได้เผยโมเมนต์สุดอบอุ่นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นคลิปวิดีโอที่สมาชิกในครอบครัวรวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า พร้อมถือภาพอัลตราซาวด์ของลูกน้อยในครรภ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและรอยยิ้มของทุกคนในบ้าน

พร้อมกันนี้ บี มาติกา ยังได้เขียนแคปชั่นว่า “Best birthday gift ever welcome no. 3 to our family” (ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด ต้อนรับสมาชิกคนที่ 3 ของครอบครัว)

       หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

อ่านแล้วจุก! แอ๊ด คาราบาว ฝากข้อความถึง แม่หมู-นาย ณภัทร

อ่านแล้วจุก! แอ๊ด คาราบาว ฝากข้อความถึง แม่หมู-นาย ณภัทร

อ่านแล้วจุก! แอ๊ด คาราบาว ฝากข้อความถึง แม่หมู-นาย ณภัทร

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.01 น.

10 พฤษภาคม 2569 ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง “นาย ณภัทร” และคุณแม่ “หมู พิมพ์ผกา” หลังจากก่อนหน้านี้ นายได้ออกมาเปิดใจถึงสถานะความสัมพันธ์ว่า ปัจจุบันต่างคนต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความเป็นห่วงจากแฟนๆ จำนวนมาก

ล่าสุด ตำนานเพลงเพื่อชีวิต “แอ๊ด คาราบาว” ก็เป็นอีกหนึ่งคนดังที่ออกมาแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจให้กับทั้ง “แม่หมู” และ “นาย ณภัทร” ผ่านข้อความสุดซึ้งบนโซเชียลส่วนตัว โดยเจ้าตัวเผยว่า “เห็นข่าวคุณหมูกับน้องนายลูกชายแล้วย้อนนึกถึงตัวเอง ผมมักบอกกับตัวเองเสมอๆ ว่าเลี้ยงลูกเราเลี้ยงเขาให้โตแล้วก็ต้องปล่อยมือ แค่ดูอยู่ห่างๆ แต่พร้อมเข้าไปดึงเขาขึ้นมาเมื่อเขาล้ม…หวังว่าคุณหมูกับลูกชายจะกลับมาเข้าใจกันรักกันเหมือนเดิมน่ะครับ ผมขอเป็นกำลึงใจให้ทั้งคู่

พ่อแม่นั้นรักลูกอย่างที่บางทีลูกก็นึกไม่ถึง เพราะบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย ผมสูบบุหรี่มาตั้งเเต่ ปวช.จนอายุ 34 ปีถึงเลิก วันหนึ่งผมอุ้มลูกน้อยขึ้นมาหลังจากกลับจากทัวร์คอนเสริท ปากผมยังคาบบุหรี่อยู่ไม่ทันได้วาง ลูกไม่รู้ประสีประสาคว้าบุหรี่ที่ผมคาบอยู่ เต็มมือเลยครับไฟติดมือลูกน้อยไปพร้อมกับเสียงร้องไห้จ๊าก….มันเป็นภาพที่สะเทือนใจผมอย่างยิ่งสุดจะบรรยาย แล้วสิ่งที่ผมทำคือเลิกแม่งดีกว่าบุหรี่

69‘เพื่อเธอ เพื่อภรรยาเพื่อลูกๆอันเป็นที่รักยิ่งที่ผมมีอยู่บนโลกนี้ครับ…พี่น้อง”

น็อต วรฤทธิ์ ขอบคุณพลเมืองดี หลังทำกระเป๋าหล่นโชคดีได้คืน

น็อต วรฤทธิ์ ขอบคุณพลเมืองดี หลังทำกระเป๋าหล่นโชคดีได้คืน

น็อต วรฤทธิ์ ขอบคุณพลเมืองดี หลังทำกระเป๋าหล่นโชคดีได้คืน

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

10 พฤษภาคม 2569 ทำเอานักแสดงและพิธีกรหนุ่ม “น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” โล่งใจสุดๆ หลังเผลอทำกระเป๋าสตางค์หล่น ระหว่างรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะปวดหนัก ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากพลเมืองดีที่เก็บกระเป๋าได้และนำส่งเจ้าหน้าที่ทางพิเศษ จนได้ของคืนครบถ้วน

ล่าสุด น็อตได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลส่วนตัว โดยระบุว่า “ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทางพิเศษ ด่านบางแก้ว ที่ส่งมอบกระเป๋าตังคืนให้นะครับ และขอขอบคุณ ผลเมืองดี คุณ พงษ์ศกร ผู้เก็บกระเป๋าสตางค์ส่งให้เจ้าหน้าที่นะครับ เหตุเกิดจากการปวดฉี่รีบวิ่งเข้าห้องน้ำจนกระเป๋าสตางค์หล่น #ทางพิเศษบูรพาวิถี #คนดี #ขอบพระคุณ”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ร่วมชื่นชมพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันติดตามส่งคืนกระเป๋าจนถึงมือเจ้า

ปรบมือรัวๆ! แอลลี่ คว้าเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยดนตรีระดับโลก

ปรบมือรัวๆ! แอลลี่ คว้าเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยดนตรีระดับโลก

ปรบมือรัวๆ! แอลลี่ คว้าเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยดนตรีระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.37 น.

10 พฤษภาคม 2569 สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวและแฟนคลับอย่างมาก สำหรับ “แอลลี่-อชิรญา นิติพน” ลูกสาวคนเก่งของ พ่ออ่ำ อัมรินทร์ และ แม่จอย อัจฉริยา ที่ล่าสุดคว้าความสำเร็จครั้งสำคัญในชีวิต หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พร้อมเกียรตินิยม จากสาขา Music Business ของ Berklee College of Music สถาบันดนตรีชื่อดังระดับโลก ณ เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

       งานนี้ แอลลี่ได้ควงคุณแม่และสมาชิกในครอบครัวบินลัดฟ้าไปร่วมแสดงความยินดีถึงสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและโมเมนต์แห่งความประทับใจ โดยเจ้าตัวมาในลุคบัณฑิตสาวสุดสดใส ออร่าความสำเร็จเปล่งประกายจนแฟนๆ ต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีอย่างล้นหลามผ่านโซเชียลมีเดีย

ขอบคุณภาพจาก : @allynitibhon

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.21 น.

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่รายละเอียดและภาพบรรยากาศการหารือทวิภาคีเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและราชอาณาจักรไทย ดังนี้

“เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) เข้าพบหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสองฝ่าย ได้หารือในประเด็นความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศรัสเซียและไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาของทั้งสองประเทศได้มีการติดต่อกันโดยตรง โดยให้ความสำคัญกับโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เช่น เทศกาลคณิตศาสตร์ที่จัดขึ้นประจำปีโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น

อีกประเด็นหนึ่งที่ได้หารือกันคือการส่งเสริมให้นักศึกษาจากประเทศไทยได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศรัสเซียผ่านโครงการของทุนรัฐบาลรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายแสดงความตั้งใจในการผลักดันการเรียนการสอนภาษารัสเซียและภาษาไทยให้มากยิ่งขึ้นสำหรับทั้งสองประเทศ 

ทั้งสองฝ่ายแสดงความเชื่อมั่นว่า การพัฒนาการศึกษาและการแลกเปลี่ยนทางมนุษยธรรมนั้นจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัสเซียและไทยให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้นต่อไป”

ทุนรัฐบาลรัสเซีย
เรียนภาษารัสเซีย

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฟิตเนสสมอง’ กระตุ้นการรู้คิด ชะลอโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฟิตเนสสมอง’ กระตุ้นการรู้คิด ชะลอโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฟิตเนสสมอง’ กระตุ้นการรู้คิด ชะลอโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในบางครั้ง อาจมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ เช่น เอ๊ะ เราขึ้นมาข้างบนทำไมนะ” “แว่นตาวางไว้ตรงไหนหาไม่เจอ” “ก่อนออกจากบ้าน ปิดไฟหรือยัง อาการหลงลืมแบบนี้เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป เหตุอาจมาจากความเครียด ไม่มีสมาธิ หรือมีเรื่องรบกวนจิตใจในช่วงนั้น แต่ยังไม่เข้าข่ายเป็นโรคสมองเสื่อม

เมื่อไรที่เราเริ่มลืมกิจวัตรประจำวันที่เคยทำ ทำงานในหน้าที่บกพร่อง ลืมในเรื่องที่ตั้งใจจะจำ เหล่านี้เป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมหรือที่เรียกว่าภาวะการรู้คิดบกพร่อง รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญชโรจน์ หัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าว

ในประเทศไทย มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมไม่ต่ำกว่า 800,000 คน และผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมีแนวโน้มสูงขึ้นตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี โดย รศ.พญ.โสฬพัทธ์ เผยว่า โรคสมองเสื่อมมีหลายระยะและมีหลายสาเหตุ บางโรคสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ และบางโรคเช่นโรคสมองเสื่อมที่เกิดจากอัลไซเมอร์จะรักษาไม่หาย แต่อาจชะลอการดำเนินโรคให้ช้าลงได้ ซึ่งการชะลอภาวะสมองเสื่อมจะช่วยดูแลคุณภาพชีวิตทั้งของผู้ป่วยและครอบครัว

และนี่คือที่มาและความจำเป็นของการก่อตั้งศูนย์ฝึกสมอง (Cognitive Fitness Center) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพราะโรคสมองเสื่อมบางชนิดไม่สามารถหยุดได้ สิ่งที่เราทำได้คือสร้างความสุขให้ผู้มีภาวะสมองเสื่อมและชะลออาการ การอยู่ได้ด้วยตัวเองหรือกับครอบครัวให้มีผลกระทบน้อยที่สุด และมีความสุขในทุกระยะของการเกิดสมองเสื่อม อยู่ได้ เข้าใจ ปรับตัว เราเน้นเรื่องนวัตกรรมที่สามารถช่วยได้ เอาความรู้ในตำรา การปฏิบัติสากลมาปรับเข้าใช้ในวิถีชีวิตของคนไทยและฝึกปฏิบัติเพื่อเกิดผลลัพธ์จริง

ศูนย์ฝึกสมองตั้งอยู่ที่ชั้น อาคารสธ. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ดำเนินการและให้บริการในลักษณะ Day Care มีกิจกรรมให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 9.00 – 14.30 น. เช้ามี กิจกรรม และบ่ายมี กิจกรรม สัปดาห์หนึ่งมีทั้งหมด 15 กิจกรรม

ร้องเพลงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้สูงอายุ รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวเสียงเพลงทำให้อารมณ์ดี และผู้สูงอายุได้ฝึกสมองร่วมกัน ที่สำคัญ อาจารย์ที่เป็นวิทยากรสามารถทำให้ผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์กลับมาร่วมคลาสกับคนอื่นด้วยกันได้โดยการร้องเพลงฝึกสมอง

นอกจากการร้องเพลง ที่ศูนย์ฯ ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่ช่วยฝึกสมอง เช่น บอร์ดเกม โยคะ ศิลปะและงานฝีมือโดยบุคลากรผู้ฝึกสอนมีทั้งของโรงพยาบาลและบุคคลภายนอก เช่น โยคะได้วิทยากรผู้สอนจาก Absolute Yoga  กิจกรรมร้องเพลงเป็นครูจากภายนอกมานำกิจกรรม

แต่ละกิจกรรมปรับให้เข้ากับผู้สูงอายุแต่ละคน ถึงจะเป็นกิจกรรมกลุ่มก็ตาม แต่ระดับเข้าร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุแต่ละคนแตกต่างกัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางคนก็ชอบทำกิจกรรม ชอบพบเจอผู้คน สำหรับบางคนไม่ชอบเจอใคร เราก็จะแนะนำว่าถ้าที่บ้านมีความพร้อมก็สามารถทำได้ หรือจะให้ผู้ดูแลมาเรียนรู้การทำกิจกรรมเพื่อไปทำต่อที่บ้านก็ได้ บางท่านอยู่ไกลจากโรงพยาบาลก็จะแนะนำว่าแถวบ้านมีศูนย์ไหนบ้าง มีกิจกรรมไหนที่ออกกำลังกายคล้ายกันและต้องมีอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง” รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวและว่า ไม่เพียงกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ที่ศูนย์ฯยังจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมและกิจกรรมฝึกทักษะสมองให้กับผู้สนใจทั่วไปด้วย

รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวว่า ศูนย์ฝึกสมองเป็นเหมือนกับหน่วยงานวิจัยและพัฒนา มุ่งเน้นการศึกษา ค้นคว้า และทดลองเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้นเพื่อชะลอโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม โดยนวัตกรรมที่ใช้เป็นกิจกรรมในศูนย์มี 2 ประเภทด้วยกัน กล่าวคือ 1.นวัตกรรมที่เกิดจากกิจกรรมกลุ่ม เช่น ดนตรีบำบัด การยืดเส้นยืดสาย กิจกรรมงานฝีมือ เป็นกิจกรรมที่พัฒนาให้เข้ากับบริบทของผู้ป่วยสมองเสื่อม และปรับเรื่องการใช้สมองในแต่ละกิจกรรม , 2.นวัตกรรมที่ทำร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช (AIMET) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เช่น เกมคอมพิวเตอร์ที่ปรับให้เข้ากับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในแต่ละระยะและการกระตุ้นให้เข้ากับสมองแต่ละส่วนให้มากขึ้น การฝึกสมาธิโดยการใช้คลื่นสมอง และ Exergame คือเล่นเกมโดยใช้ท่าทางเพื่อให้ร่างกายและสมองได้มีปฏิสัมพันธ์กัน

นอกจากนี้ ที่ศูนย์ฯ ยังมีเครื่องมือในการช่วยตรวจที่เห็นได้ชัดเจนว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมอยู่ในระยะใด แต่ละระยะ  มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เครื่องมือนี้เป็นแบบทดสอบสมองที่พัฒนาขึ้นตามหลักสากล แต่ปรับให้เข้ากับบริบทของคนไทยมากขึ้น

ทั้งนี้ รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ คาดว่าในประเทศไทย ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทุกรูปแบบความรุนแรงมีราว 1,000,000 คน

โรคสมองเสื่อมคือภาวะที่การทำงานของสมองเสื่อมลง ทำให้เกิดปัญหาในการคิด การจดจำ และการใช้ภาษา ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รศ. พญ.โสฬพัทธ์ อธิบาย

โรคสมองเสื่อมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โรคพาร์กินสันก็ทำให้สมองเสื่อมได้ น้ำในโพรงสมองก็ทำให้สมองเสื่อม หรือเส้นเลือดตีบก็ทำให้สมองเสื่อมได้ แต่ส่วนมากแล้ว 80 % ของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมาจากโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer)

โรคสมองเสื่อมจากเส้นเลือดสมองตีบรักษาได้ดีขึ้นได้ โรคสมองเสื่อมที่เกิดจากอัลไซเมอร์จะรักษาไม่หาย เพียงแต่อาจจะชะลอ ดำเนินโรคให้ช้าลงได้

โรคอัลไซเมอร์มาจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การกระทบกระเทือนทางสมอง โรคเบาหวาน โรคความดันและไขมันในเลือดสูง

คนแต่ละคนอ่อนไหวต่อสาเหตุเดียวกันไม่เหมือนกัน เช่น บางคนเป็นเบาหวานก็ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นอัลไซเมอร์ แต่บางคนเป็นเบาหวานก็เป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีหลายองค์ประกอบ เมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ ของผู้ป่วยที่เหมาะสมแล้วจึงเป็นได้

รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวว่า โดยทั่วไปโรคสมองเสื่อมแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ สมองเสื่อมระยะแรก ผู้ป่วยมีอาการลืมอย่างชัดเจนจนคนทั่วไปเริ่มสังเกตได้ หน้าที่ความรับผิดชอบที่ยาก เริ่มปฏิบัติบกพร่อง เช่น เมื่อก่อนสามารถจัดการทำภาษีได้ แต่ปัจจุบันไม่สามารถจัดการได้ , สมองเสื่อมระยะกลาง ผู้ป่วยลืมหน้าที่การใช้ชีวิตประจำวันและมีผลกระทบในการดำเนินชีวิต และจะต้องให้คนรอบข้างมาเตือนการทำกิจวัตรตามปกติ เช่น กินข้าว อาบน้ำ และสมองเสื่อมระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจำคนใกล้ชิด ลูกหลานไม่ได้ งงว่าอยู่ที่ไหน บางวันสับสนว่าไม่ใช่บ้านของตัวเอง บางคนก็ลืมแม้กระทั่งการเข้าห้องน้ำว่าทำอย่างไร ต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา

ก่อนจะเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยจะมีอาการ Mild Cognitive Impairment หรือภาวะการรู้คิดบกพร่อง

เป็นช่วงที่ยังไม่มีภาวะสมองเสื่อมแต่เริ่มมีสัญญาณบางอย่าง เช่น ลืมมากขึ้นกว่าเดิม บริหารจัดการหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ได้ กลุ่มนี้จะมีความมีความเสี่ยงสูงเป็น 10 เท่ากว่าคนทั่วไปที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม” รศ. ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวและว่า เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุควรดูแลตัวเองไม่ให้เป็นโรคสมองเสื่อม รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวถึงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการสมองเสื่อม คือ ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ออกกำลังกาย ปล่อยให้อ้วน มีโรคประจำตัวทางเส้นเลือด โรคประจำตัวเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน และไขมัน ชีวิตประจำวันไม่ใช้สมอง นอนไม่หลับ และเครียด

การป้องกันโรคสมองเสื่อมก็เหมือนกับการป้องกันตัวเองจากโรคหัวใจ คือ ต้องดูแลเรื่องอาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ เราต้องออกกำลังให้สมองด้วย ต้องมีการคิด ใช้สมองในทางที่เรามีความสุข ไม่ใช่นอนดูซีรีส์ เล่นไลน์อย่างเดียว การเดิน 7,000 – 9,000 ก้าวต่อวัน การเจอคน มีปฏิสัมพันธ์กัน ที่สำคัญที่สุดคือการไม่เครียด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนจะป้องกันตัวเองจากโรคสมองเสื่อมได้ เพราะปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีส่วนคือ พันธุกรรม เพราะเราไม่รู้ว่าข้างในเรามีความเสี่ยงในพันธุกรรมแค่ไหน แต่สิ่งที่เราทำได้คือดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” ผู้สูงอายุมีการหลงลืมอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ดูแลผู้สูงอายุสามารถสังเกตว่าผู้สูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมได้จากการลืมในสิ่งที่ควรจำได้ หรือเตือนผู้สูงอายุหลายครั้งแต่ก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี

รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวต่อไปว่า ผู้สูงอายุเคยทำอะไรเองได้ เช่น เคยใช้มือถือเครื่องเดียวกันได้ แต่กลับมาใช้ไม่ได้ ไม่อยากออกนอกบ้าน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม นิสัยเริ่มเปลี่ยนจากใจดีก็หงุดหงิดก้าวร้าว เกรี้ยวกราด เมื่อพาผู้สูงอายุมาตรวจก็อาจจะเจอโรคทางอารมณ์ก็ได้ แต่ก็มากกว่าครึ่งที่เป็นโรคสมองเสื่อม ในโรคทางอารมณ์มีความเป็นสมองเสื่อมปนอยู่ ดังนั้นพาผู้สูงอายุมาตรวจจะดีกว่า หากตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคสมองเสื่อมก็ไม่ต้องกังวลเยอะกับคำว่าเสื่อม การปรับตัวอยู่ให้ได้และไม่เครียดเป็นสิ่งสำคัญกว่าความตื่นตระหนก รับรู้แล้วพยายามปรับพฤติกรรม เช่น ให้นอนได้ดีขึ้น พาไปออกกำลังกาย ปรับปรุงอาหาร และกินโปรตีน เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วและควรต้องทำให้มากกว่าเดิม

“ขณะนี้มียาฉีดเพื่อรักษาโรคอัลไซเมอร์แล้ว และจะเข้ามาประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ แต่ยังมีราคาแพงและไม่ใช่ว่าจะหายขาด การยอมรับการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุเยอะ เฝ้าระวังโรค เตรียมร่างกายให้แข็งแรง เตรียมสมองให้ตื่นตัว และทำอารมณ์ให้สดใสเป็นสิ่งที่จับต้องได้เพื่อชะลออาการสมองเสื่อม” รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์กล่าวปิดท้าย

การดูแลรักษาสุขภาพกายและจิตใจช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้รวมทั้งโรคสมองเสื่อม แต่ถ้าเป็นโรคสมองเสื่อมแล้วก็ควรปรับร่างกายและจิตใจ ศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นอีกทางเลือกที่จะชะลออาการและอยู่กับโรคสมองเสื่อมได้อย่างเป็นสุขต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์ฝึกสมองให้บริการกับประชาชนทั่วไปตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป โดยต้องทำบัตรเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจุฬาฯ และให้แพทย์ตรวจก่อนว่ามีความสามารถของสมองอยู่ในระดับใด หลังจากนั้นจะสามารถร่วมกิจกรรมได้ในแต่ละวัน ทางศูนย์ฯ รับผู้มาใช้บริการได้ประมาณ 40 – 50 คนต่อวัน และมีค่าบริการการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งละ 250 บาท ร่วมกิจกรรมทั้งวัน 500 บาท

ติดตามข้อมูลและกิจกรรมของศูนย์ฝึกสมองได้ที่ https://www.facebook.com/cognitivefitnesscenter

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

ไพศาล ชวนจับตา ทักษิณ ออกเรือนจำพรุ่งนี้ คนแห่รับ เชื่อสะเทือนนักการเมืองเหนือกฎหมายบางพวก

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พรุ่งนี้พ่อใหญ่แม้วออกจากเรือนจำ จะมีผู้คนไปต้อนรับจำนวนมาก และ อาจ เดินทางไปส่งที่บ้านจันทร์ส่อง หล้าเป็นขบวนใหญ่ แม้ไม่ถึงกับเรียกว่ามืดฟ้ามัวดิน ที่อาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

แต่ย่อมส่งผลสะเทือนต่อนักการเมืองบางพวกที่ตั้งตัวอยู่เหนือกฎหมาย อยู่เหนือศาลและเหนือกว่าศาลรัฐธรรมนูญ

จะทำให้คุณค่า การถูกจำคุก สูงส่ง ยิ่งกว่า การตั้งตนอยู่เหนือกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของระบอบการเมืองใหม่มากมายนัก คอยดูกันไปก็แล้วกัน”