‘ตรีนุช’ปัดตอบ กลุ่มน.ร.มอบพวงหรีด หลังทำงานครบ 1 ปี ชี้เดี๋ยวสงกรานต์จะร้อนกว่านี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644560

‘ตรีนุช’ปัดตอบ กลุ่มน.ร.มอบพวงหรีด หลังทำงานครบ 1 ปี ชี้เดี๋ยวสงกรานต์จะร้อนกว่านี้

วันพุธ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.14 น.

‘ตรีนุช’ ปัดตอบ กลุ่มน.ร.มอบพวงหรีดหลังทำงานครบ 1 ปี บอก เดี๋ยวสงกรานต์จะร้อนกว่านี้!!  ชี้ 1 ปีที่ผ่านมาพยายามทำงานเชื่อมโยง ตั้งทีม 12 ผู้ตรวจฯตามงาน 5 นโยบายเร่งด่วนศธ.

วันที่  30 มีนาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  กล่าวเปิดการประชุม ขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตอนหนึ่งว่า ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่มีภารกิจซึ่งเป็นที่คาดหวังของสังคม ในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตามตลอด1 ปี ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการศธ. พยายามบูรณาการการทำงานให้เกิดความเชื่อมโยงโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายเร่งด่วน 5 เรื่อง คือ 1.โครงการพาน้องกลับมาเรียน ค้นหา ติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา 2.โรงเรียนคุณภาพ 3.อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ 4.ความปลอดภัยในสถานศึกษา และ 5.หนี้สินครู เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ภายใต้บริบทสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  หรือ โควิด-19 ซึ่งการขับเคลื่อนทั้ง 5 เรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันดูแลผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเต็มที่ จึงประสบผลสำเร็จ

“ใน 1 ปีที่ผ่านมา ดิฉันและผู้บริหารศธ. พยายามหาจุดเน้น ว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถขับเคลื่อนการทำงานได้รวดเร็วมากที่สุด จึงเกิดเป็นนโยบายเร่งด่วนทั้ง 5 เรื่อง ที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วนตามนโยบายของศธ.ขึ้น ประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วน ระดับเขตตรวจราชการ และคณะกรรมการประสานงานและบริหารจัดการ”  น.ส.ตรีนุช กล่าว  

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า สำหรับคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลประเด็นนโยบายเร่งด่วน ระดับเขตตรวจราชการ โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 12 คน เป็นประธานกรรมการ แบ่งตาม 18 เขตตรวจราชการที่แต่ละคนดูแลอยู่ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการลงพื้นที่ติดตาม ประเมินผล และสื่อสารสร้างความเข้าใจใน 5 นโยบายเร่งด่วน  เนื่องจากศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ แต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างหลากหลาย ดังนั้น จึงได้เน้นย้ำว่าการลงพื้นที่ต้องมีรูปแบบการติดตามที่หลากหลายเน้นสภาพจริง และไม่เป็นทางการ เพื่อไม่เป็นภาระกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงขอให้นำเสนอปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ไข เพื่อที่ศธ. จะได้นำไปวางแนวทางเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในการบูรณาการแก้ปัญหาร่วมกัน อาทิ ศธ.มีโรงเรียนในกำกับทั่วประเทศค่อนข้างมาก ภายใต้งบประมาณที่จำกัดจะทำอย่างไรให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาจไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางควบรวมโรงเรียนเท่านั้น พื้นที่เองก็สามารถเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบท สามารถจัดการสอนได้อย่างประสิทธิภาพ 

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า ในระยะแรกตั้งแต่เดือนเมษายน นี้ คณะกรรมการฯ จะลงพื้นที่ติดตามประเมินผล 5 ประเด็น นโยบายเร่งด่วน โดยมีการติดตามและรายงานผลการติดตามจำนวน 2 ครั้ง คือ หลังเทศกาลสงกรานต์ และก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการโครงการให้มีประสิทธิภาพและทันเปิดเรียนในเดือนพฤษภาคม นี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี กลุ่มเยาวชนปฏิวัติ เดินทางมาแสดงความยินดีกับการรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครบ 1 ปี พร้อมวางพวงหรีดและแสดงสัญลักษณ์ โดยนำเชือกมารัดคอตัวเอง และสาดสีบริเวณกำแพงหน้ากระทรวงศึกษาธิการ นั้น น.ส.ตรีนุช  ยิ้ม แต่ไม่ตอบ พร้อมกับบอกว่า “โอเค เดี๋ยวสงกรานต์จะร้อนกว่านี้“

อาชีวะอุบลฯ รวมพลังแกนนำครูวางแผนสู่ยุทธศาสตร์พัฒนาสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644494

อาชีวะอุบลฯ รวมพลังแกนนำครูวางแผนสู่ยุทธศาสตร์พัฒนาสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.59 น.

อาชีวะอุบลฯ รวมพลังแกนนำครูวางแผนสู่ยุทธศาสตร์พัฒนาสถานศึกษา มุ่งเป้ายกระดับคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษาสู่มาตรฐานสากล

วันนี้ 29 มีนาคม 2565 นางสาวเพ็ญใจ ชัยวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร นางสาวธนิดา วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ  นำตัวแทนครู ที่ทำหน้าที่พิเศษในตำแหน่ง หัวหน้างานในฝ่าย หัวหน้าแผนกวิชา  ร่วมระดมสมองแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นร่วมกันในการวางแผนการบริหารจัดการอาชีวศึกษา ภายใต้โครงการ “ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาสตร์วิทยาลัย พ.ศ. 2566 – 2569”  ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2565 มี ดร.อนันต์ หอมพิกุล อดีตผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ บรรยายให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาในการวางแผนจัดทำยุทธศาสตร์วิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนการบริหารสถานศึกษาสู่การพัฒนา 

ทั้งนี้ตัวแทนครู และบุคลากรในสถานศึกษา ต่างร่วมกันระดมสมอง วางแผนการทำงาน กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์การพัฒนา สู่ยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ในบริหารงาน ตลอดจนกำหนดแผนงานหรือโครงการสำคัญที่จะต้องจัดทำ ในปี 2566 – 2569 เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและสถานศึกษาให้ได้คุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล โดยพันธกิจการพัฒนาสถานศึกษาที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะต้องขับเคลื่อนสู่การพัฒนามีทั้งหมด 4 ข้อ 

ได้แก่ 1.มุ่งผลิตกำลังคนด้านวิชาชีพให้ได้มาตรฐานการอาชีวศึกษา 2.ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน 3. ส่งเสริมผู้เรียนให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและเป็นผู้ประกอบการ และ 4.ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสู่มาตรฐานสากล ซึ่งปัจจุบันสถานศึกษาถือว่ามีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยผ่านการประเมินนานาชาติระดับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ APACC ในระดับเหรียญทอง (Gold)  จาก Colombo Plan Staff College for Technician Education (CPSC) ซึ่งจะต้องพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานเหรียญทองสู่ระดับสูงขึ้น คือระดับแพลทินัม (Platinum) ต่อไป

‘ตรีนุช’เผย ครม.ไฟเขียวตั้ง’วีระ’นั่งโฆษกศธ. ชี้เหมาะสมเข้าใจเนื้องาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644421

'ตรีนุช'เผย ครม.ไฟเขียวตั้ง'วีระ'นั่งโฆษกศธ. ชี้เหมาะสมเข้าใจเนื้องาน

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.28 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบตามที่ ศธ.เสนอการแต่งตั้ง นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธ.เป็นโฆษก ศธ.เนื่องจาก นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้ขอลาออกจากตำแหน่งโฆษก ศธ.ดังนั้น เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เผยแพร่นโยบายรัฐบาล และนโยบายของ รมว.ศธ.ตลอดจนผลการดำเนินงานของ ศธ.เป็นไปอย่างคล่องตัว จึงได้แต่งตั้งนายวีระ เป็นโฆษก ศธ.ซึ่งตนได้ลงนามคำสั่งที่ สร 149/2565 เรื่อง แต่งตั้งโฆษก ศธ.ลงวันที่ 16 มีนาคม 2565 แล้ว

ทั้งนี้ ตนมองว่า นายวีระ มีความเหมาะสม เพราะเคยทำงานด้านการประชาสัมพันธ์งานของ ศธ.อยู่แล้ว จึงคิดว่านายวีระ มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาช่วยงานประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ และรับรู้นโยบายของ ศธ.ได้เป็นอย่างดี

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่า หลังจากที่ 7 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ ศธ.ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง : การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัย และผู้สูงอายุ) พ.ศ.2565 – 2569 เพื่อร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเด็กปฐมวัย โดยร่วมกันผลักดัน ในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมนั้น นายกฯ อยากให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องนำเรื่องดังกล่าวไปขับเคลื่อนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่ง ศธ.จะนำเรื่องดังกล่าวมาหารือร่วมกันและวางแผนการทำงานให้สอดรับกับการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตต่อไป

‘กลุ่มเยาวชนปฏิวัติ’ บุก ศธ.เซอร์ไพรส์ ‘ตรีนุช’ ลั่นทำงานมา 1 ปี การศึกษาพัง-เด็กเครียด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644317

‘กลุ่มเยาวชนปฏิวัติ’ บุก ศธ.เซอร์ไพรส์ ‘ตรีนุช’ ลั่นทำงานมา 1 ปี การศึกษาพัง-เด็กเครียด

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.36 น.

วันที่ 29 มีนาคม 2565 ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มเยาวชนปฏิวัติ ประมาณ 10 คน   เดินทาง มาร่วมแสดงความยินดีกับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการรับตำแหน่งครบ  1 ปี  พร้อมแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่างๆสื่อให้เห็นว่าเด็กไทยทุกข์ทนกับระบบการศึกษา เช่น  การใช้เชือกผูกคอริมกำแพง สวมชุดนักเรียนนอนเสียชีวิตหลังพวงหรีด และสาดสี(แดง)ใส่กำแพงกระทรวงศึกษาธิการ  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต มาดูแลความเรียบร้อย 

จากนั้น กลุ่มเยาวชนปฏิวัติ  ได้เรียกร้องให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ออกมารับฟังเสียงสะท้อนทางการศึกษาจากเยาวชน และรับหนังสือ โดยหน้าซองเขียนว่า เรียน รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ  เรื่อง ขอแสดงความยินดีในการดำรงตำแหน่งครบรอบ 1 ปี  ที่ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย!! ถ้าเป็นแบบนี้ ลาออกไปเถอะ!! โดยมี นายวิสิทธิ ใจเถิง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ออกมารับเรื่อง พร้อมรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน แทนเนื่องจาก น.ส.ตรีนุช ติดประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)

ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มเยาวชนปฏิวัติ ได้อ่านแถลงการ  ว่า  เนื่องในวาระโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของคุณตรีนุช เทียนทอง ทางกลุ่มเยาวชนปฏิวัติ ขอร่วมแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรี ขอแสดงความยินดี สำหรับเค้กก้อนใหม่ เค้กที่ผู้ใหญ่ในกระทรวงกินจนอิ่มหนำสำราญ เค้กที่นักเรียนไม่ได้แม้แต่จะชายตามอง และหยิบมาชิม

เรายินดีด้วยที่ท่านได้พรากอิสรภาพทางความคิด เสรีภพทางการแสดงออกของเยาวชนที่พวกท่านพล่ามบอกว่าเป็นอนาคตของประเทศ เราอยากแสดงความยินดีที่ท่านได้บอกกับนักเรียนว่าเราต้องได้เจอกันบ่อย ๆ แต่ท่านก็เดินหนีนักเรียนได้สำเร็จทุกครั้งที่เราเจอท่านและขอแสดงความยินดีที่ท่านได้เป็นผู้ผลักไสนักเรียนให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยมือท่านเอง เรายินดีด้วยที่ในรอบปีของการเป็นรัฐมนตรี มีเด็กมากกว่าสิบคนฆ่าตัวตายจากสภาวะความเครียดจากการเรียนออนไลน์

ขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งที่ท่านไม่สามารถแก้ไขปัญหาอำนาจนิยม ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นตีเด็ก กล้อนผม หรือคุกคามทางเพศ และสืบเนื่องจากที่กล่าวมาเราขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ ที่ระบบรับเรื่องร้องเรียนของท่าน ไม่สามารถให้ข้อมูลนักเรียนได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งการตามเรื่องร้องเรียนยังเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

ขอแสดงความนับถือ ที่ในขณะที่ประเทศอยู่ท่สมกลางการล็อคดาวน์ ท่านมีความสุขกับกรเดินแฟชั่นโชว์  ท่ามกลางแสงสี และเสียง ท่ามกลางนักเรียนผู้ที่เจ็บปวดกับระบบการศึกษารายล้อม

ขอให้ท่านจงพึงระลึกไว้ว่า ทุกวินาทีที่ท่านอยู่ในตำแหน่งมีเด็กกำลังมีสภาวะเครียดจากระบบการศึกษาที่พัง ทุกนาทีที่ท่านอยู่ในตำแหน่งมีเด็กโดนละเมิดสิทธิ โดนกล้อนผม ทุกชั่วโมงมีนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา ทุกวันมีนักเรียนโดนตีท่านต้องเป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมขนาดไหน ถึงทนดูเรื่องพวกนี้ได้อย่างเฉยเมย และชินชา เราซขยินดีกับประเทศไทยด้วย ที่ได้รัฐมนตรีที่มีลักษณะแบบนี้มาทำงาน

ในโอกาสนี้เราขอมอบดอกไม้ (พวงหรีด) แสดงความยินดีให้กับท่านขอจงเก็บเป็นที่ระลึกเพื่อย้ำเตือนถึงความส้มเหลวในการทำงานความไร้สัจจะจากคำมั่นสัญญา ย้ำเตือนถึงความตกต่ำของการศึกษา ย้ำเตือนถึงคราบเลือดและคราบน้ำตาของนักเรียนทุกคนที่ต้องสูญเสียจากการบริหารงานของท่าน

ด้านนายวิสิทธิ  กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มเยาวชนปฏิวัติ รายงานต่อ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ ให้รับทราบต่อไป  และตนขอชี้แจงกับกลุ่มเยาวชนปฏิวัติ ว่า ที่ผ่านมา รมว.ศธ. ได้ดำเนินการเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา และในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ศธ.ก็ได้การจัดการศึกษาทางเลือกไว้ 5 รูปแบบ ให้เป็นไปตามบริบท ตามความสมัครใจของพ่อแม่ ผู้ปกครองและนักเรียน ให้สามารถเลือกเรียนได้ตามความสะดวกไม่ได้มีการบังคับว่าจะต้องเรียนแบบใด  แต่หากปล่อยให้เด็กไม่ต้องเรียนทางใดเลย เด็กก็จะไม่เกิดการพัฒนาตนเอง  ส่วนประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมในเรื่องการสอบนั้น รมว.ศธ. ได้ยกเลิกการนำคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มาใช้แล้ว  นอกจากนี้ ศธ.ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยการตามหาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาเนื่องจากครอบครัวได้รับผลกระทบให้ได้มีโอกาสกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาด้วย

‘หมอยง’ชี้โควิดมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ตลอด โอกาสติดเชื้อซ้ำจึงมีมาก แต่อาการจะลดลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644296

'หมอยง'ชี้โควิดมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ตลอด โอกาสติดเชื้อซ้ำจึงมีมาก แต่อาการจะลดลง

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 10.12 น.

วันที่ 29 มีนาคม 2565 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงโควิด-19 การติดเชื้อซ้ำว่า พบได้เช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น โรคหวัด RSV ไข้หวัดใหญ่

การระบาดในอิตาลี ระลอกแรก ในปี 2020 มีการติดตามผู้ที่ติดเชื้อแล้ว 1,579 คน เวลาเฉลี่ย 280 วัน พบติดเชื้อซ้ำ 5 คน ซึ่งในช่วงนั้นก็ไม่ได้มีการระบาดมากเท่าสายพันธุ์โอมิครอน เมื่อเชื้อโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์มาตลอด และติดง่ายขึ้น โอกาสติดเชื้อซ้ำจึงมากขึ้นอีก

การติดเชื้อโควิด-19 จะทำให้เกิดภูมิต้านทานขึ้นระดับหนึ่ง และเมื่อภูมิต้านทานลดลงก็จะติดเชื้อซ้ำ การติดเชื้อครั้งซ้ำหรือครั้งที่ 2  อาการจะลดลงกว่าการติดเชื้อครั้งแรก การติดเชื้อครั้งที่ 3 และ 4 ต่อไป  อีกอาการจะยิ่งลดลง ยกตัวอย่างเช่นเดียวกับ RSV ที่เป็นครั้งแรก อาการจะมากที่สุด และครั้งต่อๆ ไปอาการจะลดลง เมื่อเด็กยิ่งโตขึ้น การติดเชื้อจะเป็นแบบไม่มีอาการ

เช่นเดียวกันการฉีดวัคซีนทำให้มีภูมิต้านทานส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะต่อหนามแหลมหรือสไปรท์ และเมื่อภูมิต้านทานลดลงก็มีโอกาสติดเชื้อได้อีก จึงต้องมีการกระตุ้นเข็มที่ 3  เมื่อมีภูมิต้านทานขึ้นแล้วถึงแม้จะติดเชื้อ อาการก็จะน้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยมีภูมิต้านทานมาก่อน หรือไม่เคยฉีดวัคซีน หรือฉีดวัคซีนไม่ครบ

สธ.คุมเข้ม-ของดสาดนําอีกปี สงกรานต์เสียง ลุ้นกทม.ไฟเขียวให้ดื่มฉลองได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644256

สธ.คุมเข้ม-ของดสาดนําอีกปี สงกรานต์เสียง ลุ้นกทม.ไฟเขียวให้ดื่มฉลองได้

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สธ.คุมเข้ม-ของดสาดนําอีกปี สงกรานต์เสียง ลุ้นกทม.ไฟเขียวให้ดื่มฉลองได้ โควิดติดเชื้อซ้ำได้ถ้าต่างสายพันธุ์ ป่วยเพิ่มรวมATK3.8หมื่นราย อาการหนักพุ่ง1,718-ตาย81ศพ ชลบุรี-เมืองคอนหนักยืนหลักพัน

ไทยป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น 24,635 ราย ตรวจเจอจาก ATK 14,200 รวม 38,835 ราย อาการหนักพุ่ง 1,718ใส่เครื่องช่วยหายใจเพิ่ม 675 ราย “กทม.-ชลบุรี-นครศรีฯ” ติดเชื้อสูงหลักพันต่อเนื่อง ไทยอยู่อันดับ 13 ของโลกนักดื่มลุ้น กก.โรคติดต่อ กทม.เคาะ 29 มีนาคมจัดสงกรานต์ แต่ส่ออดสาดน้ำ-ประแป้ง อาจปลอบใจโดยผ่อนให้นั่งดริ้งค์ในร้านได้ “อนุทิน” ขอประชาชนอดทนอีกปี งดเล่นสาดน้ำไปก่อนเพราะยังเสี่ยงสูง สธ.ชี้ติดเชื้อซ้ำได้ถ้าต่างสายพันธุ์ ซึ่งต้องเว้นระยะนาน ถ้าติดในช่วงสั้นๆ ภูมิคุ้มกันอาจมีปัญหา

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานภาพรวมสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันของไทย ทรงตัวที่หลักหมื่นต่อเนื่อง และรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ไทยมีผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นอันดับที่ 13 ของโลก

ติดเชื้อเพิ่ม24,635-ATK14,200คน

สำหรับประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 24,635 ราย ติดเชื้อในประเทศ 24,570 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 34 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 31 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,553,720 ราย หายป่วย 25,753 ราย โดยผู้หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,278,103 ราย ส่วนยอดการตรวจ ATK รายงานวันที่ 28 มีนาคม เวลา 07.31 น. ตามข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข พบติดเชื้อเข้าข่าย หรือ ATK เป็นบวกอีก 14,200 ราย ส่วนยอดผลบวกสะสมอยู่ที่ 1,029,783 ราย ซึ่งจำนวนนี้ไม่รวมในการรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่ซึ่งยืนยันผลด้วย RT-PCR

ตายอีก81คน-โคมาพุ่ง1,718

ส่วนผู้เสียชีวิต 81 ราย เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 24,880 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 250,737 ราย แบ่งเป็น อยู่ในโรงพยาบาล 62,274 ราย และโรงพยาบาลสนามอื่นๆ 188,463 ราย มีอาการหนัก 1,718 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 675 ราย

ศบค.ยังรายงานด้วยว่า ในส่วนผู้เสียชีวิต 81 รายนั้น อยู่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) 11 ราย สมุทรสาคร 6 ราย สมุทรปราการ 2 ราย นครปฐม 2 ราย สกลนคร 3 ราย สุรินทร์ 2 ราย ศรีสะเกษ 2 ราย ร้อยเอ็ด 1 ราย นครราชสีมา 1 ราย อุดรธานี 1 ราย หนองคาย 1 ราย อำนาจเจริญ 1 ราย สุโขทัย 4 ราย พิษณุโลก 3 ราย เชียงราย 2 ราย ลำปาง 1 กำแพงเพชร 1 ราย นครศรีธรรมราช 4 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย สตูล 2 ราย ปัตตานี 2 ราย ภูเก็ต 1 ราย กระบี่ 1 ราย พังงา 1 ราย ตรัง 1 ราย พัทลุง 1 ราย ยะลา 1 ราย ราชบุรี 4 ราย พระนครศรีอยุธยา 3 ราย สระแก้ว 3 ราย นครสวรรค์ 2 ราย อุทัยธานี 1 ราย สมุทรสงคราม 1 ราย สระบุรี 1 ราย ชลบุรี 1 ราย ตราด 1 ราย กาญจนบุรี 1 ราย สุพรรณบุรี 1 ราย และเพชรบุรี 1 ราย จำแนกเป็นเพศ เป็น ชาย 46 ราย และหญิง 35 ราย แบ่งเป็นอายุ 60 ปีขึ้นไป 56 ราย ต่ำกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 20 ราย และไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 5 ราย

กทม.-ชล-นครฯยืนหลักพันต่อเนื่อง

จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 อันดับแรก อันดับ 1 ยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร 3,248 ราย อันดับ 2ชลบุรี 1,390 ราย อันดับ3 นครศรีธรรมราช 1,328 ราย อันดับ 4 สงขลา 973 ราย อันดับ 5 สมุทรสาคร 872 ราย อันดับ 6 สมุทรปราการ 865 ราย อันดับ 7 นครปฐม 676 ราย อันดับ 8 นนทบุรี 539 ราย อันดับ 9ฉะเชิงเทรา 526 ราย และอันดับ 10 ระยอง และอุบลราชธานี 514 ราย

ฉีดวัคซีนสะสม128.7ล้านโดส

ศบค.ยังรายงานความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาว่า มีผู้ได้รับวัคซีนรวม 110,982 ราย สะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 128,760,443 โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 29,347 ราย สะสม 55,321,487 ราย คิดเป็น 79.5 % ของจำนวนประชากร เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 11,195 ราย สะสม 50,247,181 ราย คิดเป็น 72.2% ของจำนวนประชากร เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 70,440 ราย สะสม 23,191,775 ราย คิดเป็น 33.3% ของจำนวนประชากร

ย้ำเข้มมาตรการส่วนบุคคลรับสงกรานต์

ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรองรับเทศกาลสงกรานต์ว่า ยังเน้นมาตรการส่วนบุคคล โดยประชาชนที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์ ให้ Self-Clean up ตัวเองให้ห่างจากความเสี่ยง แนะนำให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เพื่อเดินทางกลับบ้านจะได้ไม่นำของฝากกลับไปด้วย ทั้งนี้ ตนต้องทำเช่นนี้ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเดินทางพบผู้สูงอายุ ที่สำคัญคือ วัคซีนเข็มกระตุ้น หากใครรับเข็ม 3 นานมากกว่า 3 เดือนให้ไปรับเข็ม 4 ได้เลย วันนี้ตนรับเข็ม 4 ครึ่ง เป็นชนิด mRNA เพราะก่อนหน้านี้รับเข็ม 4 มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา จึงต้องรับเพิ่มอีกครึ่งโดส การฉีดวัคซีนป้องกันตัวเอง ก็ป้องกันคนอื่นด้วย

ขอปชช.อดทนอีกปีงดเล่นสาดน้ำ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการคาดการณ์ตัวเลขติดเชื้อหลังสงกรานต์ที่หากเราไม่มีมาตรการใดเลย ก็อาจติดเชื้อหลักแสนรายได้ จะกระทบแผนปรับเป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การทำโควิดเป็นโรคประจำถิ่น มีหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงการติดเชื้ออย่างเดียว ต้องมีความพร้อมด้านสาธารณสุข จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนการครองเตียง และผู้ใช้ท่อช่วยหายใจ ทั้งนี้ ถ้าติดเชื้อหลักแสนราย แน่นอนว่าควบคุมได้ยากแต่ต้องควบคุมไม่ให้เกิดอาการหนัก รักษาหายในเวลาอันสั้น มีระบบสาธารณสุขรองรับ ขณะนี้ความเป็นปกติเพิ่มมากขึ้น สำหรับมาตรการที่ผ่อนคลายได้ กรมควบคุมโรคก็ผ่อนอยู่แล้ว และต้องจัดหาบุคลากรเพื่อควบคุมสถานการณ์หลังผ่อนคลาย ดังนั้น หากตรงไหนที่พอทำได้ เราก็คลายน็อต แต่ถ้าเสี่ยงสูงเราก็ต้องขันน็อต ส่วนที่มีข้อเสนอให้เล่นสาดน้ำบริเวณถนนข้าวสารนั้น ตนติดว่าเรายังจำเป็นในการลดความเสี่ยงหลายด้าน โควิดไปกับคน ติดได้จากการสัมผัส ใช้ภาระร่วมกัน ดังนั้น การสาดน้ำที่ต้องมีการสนุกสนาน ก็เป็นความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม มาตรการสงกรานต์ปีนี้เราไม่ได้ปิด ยังสามารถพบปะกันได้

“ขอให้อดทนซักปี เรากำลังเดินเข้าสู่โรคประจำถิ่น ที่ไม่ใช่การประกาศไปอย่างเดียวแต่ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย เราตั้งใจจะเข้าสู่โรคประจำถิ่นก็พยายามอย่าไปเพิ่มความเสี่ยงในปัจจัยอื่น แล้วเมื่อเป็นโรคประจำถิ่นแล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปได้มากขึ้น” นายอนุทินกล่าว

ยันฟาวิพิราเวียร์มีพอไม่ขาดแคลน

และยืนยันว่า ยาฟาวิพิราเวียร์มีเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลนตามที่ชมรมแพทย์ชนบทอ้างถึง โดยหน้าที่กระจายยาเป็นของจังหวัด ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานการบริหารและการจ่ายยามาตลอด ขณะเดียวกันให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สำรองหาสารตั้งต้นผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในประเทศด้วย พร้อมจัดหายาตัวอื่น เช่น แพล็กซ์โลวิด ยาโมลนูพิราเวียร์ เรมดีสซีเวียร์

ติดโควิดซ้ำอาจภูมิต้านทานมีปัญหา

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำ 2 ครั้งในระยะเวลา 1 เดือนว่า การติดเชื้อโควิดที่ต่างสายพันธุ์กันสามารถติดเชื้อซ้ำได้ เช่น คนที่หายจากโควิดสายพันธุ์เดลตา สามารถติดสายพันธุ์โอมิครอนซ้ำได้ ส่วนกรณีสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.1 กับ BA.2 ยังเป็นความรู้ใหม่ ต้องติดตามรายละเอียดข้อเท็จจริงอีกครั้ง แต่ตามหลักแล้วมีโอกาส แต่จะ 1 ในแสนประชากรหรือ 1 ในล้านประชากร ต้องดูข้อมูลประกอบ รวมถึงดูระยะเวลาด้วย เนื่องจากเมื่อติดเชื้อแล้วจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อ ส่วนใหญ่จะไม่ติดซ้ำในระยะเวลาสั้นๆ เว้นแต่คนที่มีปัญหาเรื่องการสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ขณะนี้ข้อมูลผู้ติดเชื้อซ้ำในBA.1 และ BA.2 ระยะสั้น ๆ ยังมีน้อยมาก ดังนั้น ข้อมูลไม่มากพอที่จะบอกได้ว่ามีอาการรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร ต้องดูประวัติของผู้ติดเชื้อ เพื่อเก็บข้อมูลต่อ

“โอมิครอนเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในทางเดินหายใจส่วนต้น เชื้อจะออกมาจากการ ไอ จาม พูด มากกว่าเดลตาที่ลงปอดได้มากกว่า จึงเป็นที่มาว่าโอมิครอนแพร่เร็ว ระยะฟักตัวสั้น รวมถึงหลายคนไม่มีอาการ จะแพร่เชื้อได้เร็ว แต่ส่วนใหญ่อาการน้อย โดยเฉพาะคนฉีดวัคซีนแล้ว อาการเพียงระคายคอ ไม่มีไข้ แต่สำหรับคนสูงอายุจะรุนแรงกว่า โดยเฉพาะคนไม่ฉีดวัคซีน เราจึงเชิญชวนกลุ่ม 608 มารับวัคซีน” นพ.โอภาส กล่าว

แนะSelf-clean upก่อนกลับสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองตัวเองหายติดเชื้อแล้ว จะไม่ติดเชื้อซ้ำอีก ทำให้ประมาท นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับคนที่มีประวัติติดเชื้อแล้ว ขอให้ยังระวังตัวเองต่อเนื่อง สวมหน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคครอบจักรวาล (Universal Prevention) ความเสี่ยงคือ การพบคนไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ขอให้ปฏิบัติตามแนวทาง Self-clean up ด้วยการงดไปสถานที่เสี่ยงก่อนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ รวมถึงการฉีดวัคซีนกระตุ้น โดยเฉพาะคนสูงอายุ

ส่วนเกณฑ์แบ่งค่า CT จากการตรวจ RT-PCR ว่าค่ามากหรือน้อยนั้น นพ.โอภาส กล่าวว่า ค่า CT ขึ้นอยู่กับห้องปฎิบัติการที่ตรวจเชื้อ RT-PCR ส่วนจะบอกว่าเป็นเชื้อมีชีวิต หรือซากเชื้อ ต้องดูเรื่องอาการและข้อมูลผู้ป่วยประกอบด้วย แต่หากค่า CT สูงๆ เช่น 35 ขึ้นไป แปลว่ามีเชื้อน้อย แต่ต้องดูอาการและประวัติ ฉะนั้นการวินิจฉัยว่าติดเชื้อหรือไม่ ไม่ได้ดูเพียงผลแล็บอย่างเดียว ต้องดูประวัติ ค่า CT ว่าสูงหรือต่ำ หากค่าสูงมากร่วมกับไม่มีอาการ แปลความได้ว่าเป็นซากเชื้อ ทั้งนี้ การแปลความตรงนี้ต้องระวัง

ยันงดสาดน้ำประแป้ง-ลุ้นได้นั่งดริงก์

ขณะที่นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีผู้ประกอบการเรียกร้องให้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเปิดให้เล่นสาดน้ำภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรคในบางพื้นที่ อย่างถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัดท่องเที่ยว ว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค.วันนี้ ได้วางแนวทางภาพใหญ่ออกมา ส่วนของกรุงเทพฯนั้น วันที่ 29 มีนาคมจะประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อนำแนวทางนั้น มาปรับใช้ และออกเป็นมาตรการ เบื้องต้นการจัดกิจกรรมสงกรานต์ทำได้ แต่งดสาดน้ำ ประแป้ง

“มาตรการยังไม่สะเด็ดน้ำ แต่แนวโน้มจะผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังห้ามเล่นน้ำอยู่ ขณะที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่ได้หารือกัน แต่แนวโน้มน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้ การอยู่รวมกลุ่ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีหลายความคิดเห็น ทั้งที่อยากให้ดื่ม ทั้งที่ไม่อยากให้ดื่ม แต่คาดว่าสุดท้ายออกมาจะให้บริโภคได้ในสถานบริการที่ได้รับรองมาตรฐาน SHA Plus รวมถึงกำหนดเวลา แต่การรวมกลุ่มตั้งวง อาจยังไม่แนะนำ” นพ.สุทัศน์ กล่าว

กทม.ส่วนใหญ่ป่วยสีเขียวครองเตียง40%

นพ.สุทัศน์ยังเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิดเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดวันที่ 27 มีนาคมว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ 2,792 ราย และแนวโน้มยังคงพบการระบาดต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ติดจากการสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ ติดจากแหล่งชุมชน การมีกิจกรรมร่วมกัน สังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน ทำให้ผู้ติดเชื้อกระจายไปทุกเขตของกรุงเทพฯ และกระจายทุกกลุ่มอายุ แต่ผู้เสียชีวิตจำนวนไม่ได้มากขึ้น เฉลี่ย 8-12 รายต่อวัน

“สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพฯ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จัดอยู่ในกลุ่มสีเขียว กลุ่มสีเหลือง และสีแดง มีน้อยมากๆ อัตราครองเตียงปัจจุบัน ร้อยละ 30-40 เป็นสีเขียว อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นย้ำว่าผู้ติดเชื้อที่อาการน้อยสามารถรักษาตามอาการได้ พักอยู่ที่บ้านหรือชุมชน (Home and Community Isolation)ได้ บางรายไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส เช่น ยาฟาวิพิราเวียร์ ก็สามารถหายเอง ต้องย้ำข้อระวังในการใช้ยาในผู้อาการน้อย อาจเกิดภาวะดื้อยาได้” นพ.สุทัศน์กล่าว

เกือบ65%ติดโควิดดับไม่ได้วัคซีน

และว่า เมื่อดูประวัติได้รับวัคซีนของผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อระลอกที่ 5 ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-27 มีนาคม 2565 จากผู้เสียชีวิต 419 ราย ร้อยละ 64.9 ไม่ได้รับวัคซีน สาเหตุที่ไม่รับวัคซีน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 53 คือ ญาติปฏิเสธ เนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ร้อยละ 31 ไม่ประสงค์รับวัคซีน ร้อยละ 16 ไม่สะดวกรับเพราะติดบ้าน-ติดเตียง แม้พื้นที่กรุงเทพฯจะบริการเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ได้เกิน 100% แล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องเข็มกระตุ้น เข็มที่ 3 บริการไปเพียงร้อยละ 61.98 และเข็มที่ 4 บริการไปเพียงร้อยละ 9.23 จึงขอให้ประชาชนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงมีโรคประจำตัว สูงวัย ให้รับเข็มกระตุ้นเมื่อถึงเวลา โดยเข้าไปขอรับได้ทันทีที่สถานพยาบาลทุกแห่ง หรือศูนย์ฉีดใหญ่ 6 ศูนย์คือ ธัญญาพาร์ค เซ็นทรัลพระราม 3 เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เซ็นทรัลอีสวิลล์ โรบินสันลาดกระบัง ศูนย์ฉีดวัคซีน ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 สามารถไปรับบริการได้ ทั้งจองคิวก่อนผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ หรือวอล์กอินรับได้ทันทีในจุดที่สะดวก ยกเว้นกรณีกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ขอให้ไปรับเฉพาะที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ ติดบ้านติดเตียง กรมควบคุมโรคได้มีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกให้บริการบริการ

ครูสาวตั้งทนายสู้! ร้องความเป็นธรรม รร.ดังประกาศพ้นสภาพ หลังสอบบรรจุได้ที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644150

ครูสาวตั้งทนายสู้! ร้องความเป็นธรรม รร.ดังประกาศพ้นสภาพ หลังสอบบรรจุได้ที่ 1

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.04 น.

วันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่ จ.สงขลา ได้มีเรื่องราวที่กลายเป็นกระแสวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคมโซเชียล เรื่องที่ทางโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาได้ออกประกาศแจ้งบุคคลพ้นสภาพการเป็นบุคคลากร 

โดยให้ ครูแนะแนวได้พันสภาพพ้นสภาพจากการเป็นบุคคลกรของโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 การใดที่ครูแนะแนว ได้กระทำลงในนามส่วนตัวหรือกล่างอ้างถึงโรงเรียนภายหลังพ้นสภาพการเป็นบุคคลากรจักไม่มีผลผูกพันกับโรงเรียน ประกาศณวันที่ 25มีนาคม 

จากประกาศดังกล่าวทำให้คนที่อ่านคิดว่า ครูแนะแนว ทำผิดร้ายแรงทำให้เกิดความเสียหายกับทางโรงเรียนเช่นยักยอกทรัพย์หรืออ้างชื่อไปแสวงหาผลประโยชน์ 

 ซึ่งภายหลัง น.ส.อริสรา (ครูแนะแนว) ได้โพสต์ชี้แจงเรื่องนี้สรุปความคือเป็นผลมาจากเธอไปสอบบรรจุข้าราชการครูได้อันดับ 1 ของ จ.สงขลา แต่ไปขัดกับประกาศของโรงเรียนที่บุคคลที่จะไปสอบข้าราชการ พนักงานข้าราชการ พนักงานเอกชนหากต้องไปสอบต้องลาออกก่อน โรงเรียนทราบเรื่องจึงเรียกให้ไปพบและเซ็นต์รับทราบในเอกสารประกาศผิดวินัยร้ายแรง เพราะทำผิดประกาศโรงเรียน 

ซึ่งเรื่องนี้ น.ส.อริสรา หรือครูหญิงมองว่าเธอเสียหายจากการที่โรงเรียนได้ประกาศให้พ้นสภาพเพราะทำให้สังคมเข้าใจผิด พร้อมกับได้หารือกับทนายความเพื่อเจราหาข้อยุติกับทางโรงเรียนให้ถอดประกาศออกและด้านกฏหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม 

เกี่ยวกับเรื่องนี้  ทนายพี่อาร์ม ซึ่งเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่รับมอบจาก ครูหญิง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้จะเข้าพบกับทางอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

และเดินทาไปพบกับทางผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้เพื่อที่จะพูดคุยหาทางออกร่วมกันโดยเฉพาะการถอดประกาศนี้ออก ซึ่งเรื่องนี้ยอมความกันได้แต่ถ้าหากทางโรงเรียนยังยืนกรานในประกาศนี้ต่อไปก็คงจะดำเนินการในเรื่องของการฟ้องร้องกันทางกฏหมาย 

ซึ่งปัญหาของเรื่องนี้เป็นผลมาจากประกาศของโรงเรียนซึ่งครูหญิงมีสัญญากับโรงเรียนเมื่อ ปี 62 เป็นเวลา 3 ปี และจะหมดลงในเดือนเมษายนนี้ กล่าวคือประกาศของโรงเรียนออกมาว่าบุคคลที่จะไปสอบข้าราชการพนักงานข้าราชการหรือพนักงานเอกชนหากต้องการไปสอบจะต้องลาออกก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อ หากไม่ลาออกเป็นเหตุให้โรงเรียนสามารถเลิกจ้างได้ 

ซึ่งมองว่าประกาศนี้ไปยุติธรรมเป็นการบังคับไม่ให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง 

ทั้งที่เรื่องนี้หากมองในแง่ดีก็จะสะท้อนให้เห็นว่าการที่ครูไปสอบบรรจุได้อันดับ 1 โรงเรียนมีบุคคลากรที่ดีมีครูที่ดีสอนอยู่ในโรงเรียนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการต้นสังกัดโรงเรียนเอกชนด้วยเพื่อให้มีการแก้ไขระเบียบเพราะเป็นเหมือนกับสัญญาทาส 

กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพบุก ศธ.ร้อง’ตรีนุช’ ชะลอทบทวนสิทธิ ว13

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644139

กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพบุก ศธ.ร้อง'ตรีนุช' ชะลอทบทวนสิทธิ ว13

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.26 น.

เครือข่ายพัฒนาคุณภาพผู้ได้รับผลกระทบตาม ว 13 แต่งดำ บุกศธ.ร้อง “ตรีนุช” ตั้งกรรมการทบทวนสิทธิ ว13 

วันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เครือข่ายพัฒนาคุณภาพผู้ได้รับผลกระทบจากการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะตามเกณฑ์ ว13 เรื่อง การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะ หรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ  กว่า 50 คน แต่งชุดดำ ถือป้ายข้อความ พร้อมพวงหรีด

เดินทางมายื่นหนังสือ ถึง น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และ นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.  เพื่อขอความเป็นธรรมในการพิจารณารับรองคุณสมบัติเข้ารับการประเมินผู้ขอทบทวนมติ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ( ก.ค.ศ.) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว13  ของ ก.ค.ศ. 

โดยมี นายวิสิทธิ ใจเถิง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ  และนายปราโมทย์ แสนกล้า รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ร่วมรับหนังสือร้องเรียนและแถลงการณ์ แทน 

นายอาทร  บุญคุ้มครอง ตัวแทนเครือข่ายฯ  กล่าวว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ยื่นคำขอมีและเลื่อนวิทยะฐานะ ตามว13 ตั้งแต่ปี 2559  จำนวน 5,337 ราย ได้รับการพิจารณารับรองคุณสมบัติเพียง 400 ราย ต่อมาก.ค.ศ. ได้มีมติให้ผู้ที่ได้รับการพิจารณาว่า ขาดคุณสมบัติ จำนวน 1,933   ยื่นขอทบทวน  โดยเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 มีนาคม 2565  ซึ่งทราบว่า ก.ค.ศ. พิจารณารับรองคุณสมบัติเฉพาะผู้ที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไปตามที่ก.ค.ศ.กำหนดเท่านั้น  แต่ไม่พิจารณาคุณสมบัติผู้ที่มีผลงานดีเด่น ที่ส่วนราชการต้นสังกัดกการันตีให้เทียบเคียงผลงานสูงสุดระดับชาติหรือผลงานเทียบเคียง ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ดังนั้นทางเครือข่ายฯ ขอเรียกร้องดังนี้ ขอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. สั่งการให้ก.ค.ศ. ชะลอหรือหยุดประกาศผลคุณสมบัติเข้ารับการประเมินการขอทบทวนมติไว้เป็นการชั่วคราว  และแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลกระทบที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม และขอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. ขอมติก.ค.ศ. เพื่อเยียว อนุโลม รับรองคุณสมบัติเข้ารับการประเมินเฉพาะผลงานดีเด่นที่เคยรับรองและอนุมัติแล้ว จำนวน 53 รายการ  ที่เคยเทียบเคียงมาแล้วระหว่างปี 2556-2561 แลผลงานดีเด่นอื่นร่วมพิจารณาด้วย 

“เครือข่ายฯ ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อเลขาธิการ ก.ค.ศ. รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ประธานคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้ชะลอการทบทวนเป็นการชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหา แต่ ก.ค.ศ.ไม่พิจารณา และไม่แก้ปัญหา และพิจารณาคุณสมบัติผู้ขอทบทวนวันละ 200 ราย  ส่งผลให้ผู้ขอทบวนที่มีผลงานเทียบเคียง กว่า 1,600 ราย ไม่ได้รับการรับรองคุณสมบัติ  และเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 มีนาคม จากเดิมที่กำหนดให้แล้วเสร็จวันที่ 28 มีนาคม  ส่งผลให้เกิดคาวมเสียหาย บั่นทอนขวัญกำลังใจ เพิ่มความเครียด วิตกกังวล ต่อผู้เสนอขอทบทวนที่รอคอยมาเป็นเวลานานกว่า 6 ปี กลับไม่ได้รับการรับรองคุณสมบัติ”อาทร กล่าว 

นายวิสิทธิ์ กล่าวว่า กลุ่มที่เรียกร้องดังกล่าวขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ว13 ตั้งแต่ปี 2559  และเพิ่งได้รับแจ้งผลการประเมินในปี 2561 โดย ก.ค.ศ. ได้มีมติทบทวนผู้ขาดคุณสมบัติ กว่า 1,933 ราย ตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนาน และล่าสุด ก.ค.ศ.มีมติ  รับรองผู้มีคุณสมบัติในการเข้ารับการประเมิน จำนวน 163 ราย และ ไม่รับรองคุณสมบัติในการเข้ารับการประเมิน จำนวน 1,768 ราย จากที่เสนอยื่นทบทวนมั้งหมด 1,931 ราย  สาเหตุที่มาเรียกร้องเพราะเห็นว่า บางรางวัลใช้เทียบเคียงได้ตามหลักเกณฑ์เดิม จากนี้ตนจะรายงานเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. รับทราบ รวมถึงหารือกับ ก.ค.ศ.เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขต่อไป 

‘ปลัดมท.-ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ’ เป็นประธานพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643997

‘ปลัดมท.-ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ’ เป็นประธานพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.21 น.

“ปลัดมท.-ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ”เป็นประธานพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.2565

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2565 ที่มูลนิธิศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี จ.ปทุมธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 167 รูปเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2565 โดยมี พระครูปลัดสุชาติ ฐานจาโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เป็นประธานสงฆ์ โอกาสนี้ นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พลเรือตรี สมศักดิ์ สีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นายอำเภอ ภาคีเครือข่าย ผู้เข้ารับการอุปสมบทฯ 167 คน และพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศ ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ทางประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จุดเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากนั้น พระสงฆ์ให้ศีล จบแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย  และคณะ ทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำ รับพร เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เชิญผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 1 ไตรถวายพระอุปัชฌาย์ จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และคณะ มอบผ้าไตรแก่นาคผู้เข้ารับการอุปสมบทฯ จำนวน 167 คน และถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ รับพร เป็นอันเสร็จพิธี

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีความปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งที่ได้ร่มมือกับมูลนิธิศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายในการจัดพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2565 และเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยมี พระครูปลัดสุชาติ ฐานจาโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร และประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 10 เมษายน 2565 อันเป็นการปฏิบัติบูชาถวายในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 67 พรรษา 2 เมษายน 2565 และหากพุทธศาสนิกชนท่านใดที่มีจิตศรัทธาสามารถไปร่วมอนุโมทนาบุญ ทำบุญใส่บาตรได้ทุกวันนับแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2565 และนอกจากนี้แล้วพี่น้องประชาชนยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทั่วประเทศตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้กำหนดจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นปฏิบัติบูชาถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้อีกด้วย

พระครูปลัดสุชาติ ฐานจาโร กล่าวว่า มูลนิธิศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สมาคมความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย มูลนิธิเพื่อสังคมไทย ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย สมาชิกวุฒิสภา คณะนักศึกษาการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64 บริษัท เอ๊กโก้ ฟอร์จจิ้ง โปรดักส์จำกัด (โครงการรณรงค์ ใช้รถ ใช้ถนนปลอดภัย เริ่มที่เรา) จัดพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 167 รูปเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2565 เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และถวายพระราชกุศลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2565 อันเป็นการเสริมสร้างความจงรักภักดี ความรักสามัคคี และความสมานฉันท์ในหมู่มวลพี่น้องชาวไทยทุกคนทุกกลุ่ม เป็นกิจกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนคนรุ่นหลัง กุลบุตรทั้งหลายสำนึกรักทวงแหนประเทศชาติไทย และเชื่อมั่นในความเป็นเอกราชชาติไทย รักษาประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยให้คงอยู่ ซึมซับหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา และมีโอกาสสร้างบุญกุศล สั่งสมเป็นบารมีสืบต่อไป

‘ตรีนุช’รุกตรวจเยี่ยมสถานศึกษาภาคอีสานต่อเนื่อง ชูบ้านเม่นอุดร เรียนDLTV100%ทุกชั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643856

'ตรีนุช'รุกตรวจเยี่ยมสถานศึกษาภาคอีสานต่อเนื่อง ชูบ้านเม่นอุดร เรียนDLTV100%ทุกชั้น

วันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.44 น.

“ตรีนุช”รุกตรวจเยี่ยมสถานศึกษาภาคอีสานต่อเนื่อง ชูบ้านเม่นอุดรโรงเรียนคุณภาพต้นแบบขนาดเล็ก-เรียน DLTV 100%ทุกชั้น

26 มีนาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  พร้อมด้วย นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูงจาก สพฐ. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนต้นแบบการใช้สื่อ DLTV ณ โรงเรียนบ้านเม่น สังกัด สพป.อุดรธานี เขต 1 พร้อมทั้งเยี่ยมชมบูธผลงานการจัดการศึกษาของโรงเรียนกลุ่มเมือง 4 เมื่อวันที่ 25 มี.ค.โดยมี นายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 1 พร้อมด้วย ผู้บริหารการศึกษาในเขตตรวจราชการที่ 10  ดร.พิจิตร พรหมจารีย์ และผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมโรงเรียนดังกล่าวพบว่า แม้โรงเรียนบ้านเม่นจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่เป็นโรงเรียนเครือข่ายของโรงเรียนคุณภาพของกลุ่มเมือง 4 คือโรงเรียนหนองสําโรงวิทยา นอกจากนี้ ยังเป็นโรงเรียนที่มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับจุดเด่นของโรงเรียนบ้านเม่นนั้น เป็นโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV ทุกชั้นคิดเป็นร้อยละ100 อีกทั้งยังเป็นโรงเรียนที่มีนวัตกรรม 6 ร่วมเป็นฐานส่งเสริมสัญญาณจากฟ้า โดยเตรียมความพร้อมร่วมกับครูต้นทาง ประกอบกับการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนโดยใช้ระบบ DLTV ซึ่งเด็ก ๆ ก็มีความคุ้นเคยกับการเรียนรู้ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง และยังมีครูที่คอยกำกับติดตาม ดูแล และวัดประเมินผลผู้เรียนเป็นระยะ ที่สำคัญผู้ปกครอง และชุมชน ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนทุกกิจกรรม จึงส่งผลให้ได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานระดับประถมศึกษาขนาดเล็กปี 2562” นางสาวตรีนุช กล่าว

นอกจากนี้ นางสาวตรีนุช ยังได้เยี่ยมชมบูธผลงานการจัดการศึกษาของโรงเรียนกลุ่มเมือง 4 ประกอบด้วย โครงการอาชีพขยะรีไซเคิล ของโรงเรียนบ้านเลื่อม การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ DLTV ของโรงเรียนบ้านเม่น การฟื้นฟูภาวะการถดถอยทางการเรียนรู้ เน้นการอ่านออกเขียนได้ ของโรงเรียนบ้านคู่ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ของโรงเรียนบ้านดงอุดม ความปลอดภัย : โครงงานคุณธรรมวินัยจราจร ของโรงเรียนชุมชนนากว้างฯ ส่วนโรงเรียนหนองสำโรงวิทยา เสนอโครงการ MOE Safety Center และพาน้องกลับมาเรียน และโรงเรียนบ้านพรานเหมือน นำเสนอโครงการการใช้กระบวนการลูกเสือเพื่อพัฒนาผู้เรียน