อว.เดินเครื่องจัดกีฬาอุดมศึกษา ตั้ง ‘อธิการบดี ม.บูรพา’ นั่ง ประธาน กกมท. คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643034

อว.เดินเครื่องจัดกีฬาอุดมศึกษา ตั้ง ‘อธิการบดี ม.บูรพา’ นั่ง ประธาน กกมท. คนใหม่

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.16 น.

อว.เดินเครื่องจัดกีฬาอุดมศึกษา สร้าง “สุขภาพ มิตรภาพ และความเป็นเลิศ” รับเปิดประเทศ คลอดโปรแกรมถี่ยิบ ประเดิมแข่งขันฟุตบอลยูนิเวอร์ซิตี้ลีก ครั้งที่ 1 รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 3-12 เม.ย.2565 ที่เชียงใหม่ พร้อมส่งคณะนักกีฬาไทย ร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ครั้งที่ 31 วันที่ 26 มิ.ย. -7 ก.ค.นี้ ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อด้วยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 20 วันที่ 26 ก.ค. – 6 ส.ค. นอกจากนี้ ส่งแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ อีก 2 รายการ คือ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 20 และร่วมแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ครั้งที่ 31   ตั้ง “อธิการบดี ม.บูรพา” นั่ง ประธาน กกมท. คนใหม่

22 มีนาคม 2565 ศ.(พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า อว. มีนโยบายให้ภาคอุดมศึกษาช่วยสร้างความเข้มแข็งและฟื้นฟูประเทศหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬาระดับอุดมศึกษาจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านสุขภาพของนักศึกษาและประชาชน ด้านการสร้างมิตรภาพระหว่างนักศึกษาไทย และการสร้างเครือข่ายระหว่างนักศึกษา/นักกีฬาไทยกับต่างประเทศ ด้านการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬา ตลอดจนด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยจากนี้ไปภายในปี 2565 อว. จะเร่งเดินเครื่องเรื่องกีฬาระดับอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง “สุขภาพ มิตรภาพ และความเป็นเลิศ” เริ่มตั้งแต่การจัดการแข่งขันฟุตบอลยูนิเวอร์ซิตี้ลีก ครั้งที่ 1 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 3-12 เม.ย.2565 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ การจัดส่งคณะนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. -7 ก.ค. 2565 ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 26 ก.ค. – 6 ส.ค. 2565 โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 48 ที่จังหวัดอุดรธานี โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

“อว. ให้ความสำคัญกับการดำเนินการที่สอดรับกับนโยบายการเปิดประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น จึงเร่งเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันและการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ 2 รายการ คือ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 20 โดยมีกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 11 ประเทศ ประกอบด้วย ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน กัมพูชา ติมอร์-เลสเต และ ประเทศไทย ภายใต้การชิงชัย 23 ชนิดกีฬา มีนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาร่วมแข่งขันกว่า 2,000 คน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการท่องเที่ยวประเทศไทยภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ได้อย่างดี ในขณะเดียวกัน ประเทศไทย โดย กกมท. จะจัดส่งคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จำนวนประมาณ 86 คน เข้าร่วมแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ครั้งที่ 31 ใน 8 ชนิดกีฬา คือ เทควันโด เทนนิส กรีฑา แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส เรือพาย ฟันดาบ และวูซู” รมว.อว. กล่าว

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยที่ผ่านมา ที่ประชุมได้คัดเลือกให้ รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย และรองประธานกรรมการอำนวยการคนที่ 2 ในคณะกรรมการอำนวยการกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย และได้คัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอำนวยการกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย 5 ราย คือ รศ.สุพิตร สมาหิโต รศ.วิชิต คนึงสุขเกษม รศ.ธนิต ธงทอง นายสมบัติ คุรุพันธ์ และนายสมพร ใช้บางยาง เรียบร้อยแล้ว

ด้าน ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ ได้เร่งขับเคลื่อนการจัดการแข่งขันกีฬาระดับอุดมศึกษาทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ ทั้ง 3 รายการ ให้เกิดขึ้นตามแผนการดำเนินการที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ รมว.อว. ที่ต้องการให้ภาคอุดมศึกษาช่วยฟื้นฟูประเทศหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากการจัดการแข่งขันกีฬาในแต่ละพื้นที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งด้านท่องเที่ยว ด้านที่พัก ร้านอาหาร และรายได้ให้ชุมชนในแต่ละพื้นที่ โดย สป.อว. กกมท. และสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน จะดำเนินการจัดการแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย

‘ธนพัฒน์’นำร่อง ตั้งศูนย์Online Gaming Center พัฒนาทักษะดิจิทัลเยาวชน หนุนอาชีพแห่งอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642972

'ธนพัฒน์'นำร่อง ตั้งศูนย์Online Gaming Center พัฒนาทักษะดิจิทัลเยาวชน หนุนอาชีพแห่งอนาคต

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.30 น.

“ธนพัฒน์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตดุสิต พปชร. ตั้งศูนย์ Online Gaming Center พัฒนาทักษะดิจิทัลเยาวชน หางาน-เงิน มีอาชีพแห่งอนาคต 

วันที่ 22 มีนาคม 2565 นายธนพัฒน์ ธนกิจอารักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐ และหัวหน้าทีมเขตดุสิต ของ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.เขตดุสิต-บางซื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงปัญหาต่างๆที่ต้องการให้เกิดการแก้ไข ซึ่งได้รับเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง และสินค้าราคาแพง 

นายธนพัฒน์ ยังกล่าวถึงการก่อตั้งโครงการพัฒนาอีสปอร์ตในพื้นที่ ด้วยการยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชนในเขตดุสิต ให้เป็น ‘ศูนย์ Online Gaming Center เพื่อการพัฒนาเยาวชนอย่างสร้างสรรค์’ ว่า หลายๆคนอาจจะมองว่านักกีฬาอีสปอร์ต เป็นเพียงคนแข่งขันเล่นเกมเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วนักกีฬาอีสปอร์ต มีกิจกรรมที่ทำไม่ต่างจากนักกีฬาอาชีพ เช่น ตารางการฝึกซ้อมที่เคร่งครัด การจัดแบ่งเวลาเรียนและซ้อม การตั้งเป้าหมายของการแข่งขัน วินัยในการทำงานเป็นทีม หรือแม้กระทั่งมีสโมสรที่มีการจ่ายเงินเดือนและมีการจ่ายค่าสปอนเซอร์จากสินค้าในธุรกิจเกมหรืออุปกรณ์ Gadget ที่เกี่ยวกับอีสปอร์ต 

ดังนั้นการก่อตั้งศูนย์ Online Gaming Center เพื่อการพัฒนาเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ในพื้นที่เขตดุสิต จะเป็นโครงการนำร่องให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสฝึกทักษะแห่งอนาคตและสัมผัสกับสายอาชีพใหม่ๆ ที่หลากหลายในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Youtuber, Influencer, Content Creator, นักเทรด Crypto Currency รวมไปถึงนักกีฬา E-Sport ที่สามารถทำรายได้ทั้งผลตอบแทนจากการเป็นนักกีฬา และการชนะการแข่งขันที่มีเงินรางวัลถึงเจ็ดหลักด้วยกัน 

ซึ่งจากผลการสำรวจข้อมูลอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของ DEPA พบว่าอุตสาหกรรมเกมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีมูลค่าประมาณ 33,000 ล้านบาท และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกในอนาคต 

รองปลัดสำนักนายกฯถกด่วนปมพนักงานท้องถิ่น ร้องทุกข์สอบสายงานบริหารไม่เป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642968

รองปลัดสำนักนายกฯถกด่วนปมพนักงานท้องถิ่น ร้องทุกข์สอบสายงานบริหารไม่เป็นธรรม

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.28 น.

คนท้องถิ่นครึ่งร้อยบุก “มหาดไทย-ทำเนียบ” จี้ตรวจสอบการสอบสายงานบริหาร สงสัยการจัดสอบไม่โปร่งใส รองปลัดสำนักนายกฯรับเรื่อง สั่งการบรรจุเข้าที่ประชุมด่วน

22 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนพนักงานท้องถิ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการจัดสอบสายงานบริหาร ประมาณ 60 คน ได้เดินทางไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้กระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ตรวจสอบถึงความโปร่งใสของการจัดสอบ เนื่องจากพนักงานท้องถิ่น ทั้งในส่วนขององค์กรบริหารส่วนตำบล เทศบาล และเมืองพัทยา มีความสงสัยว่าการจัดสอบไม่สุจริต โปร่งใสเพราะจากการตรวจสอบบางคนยืนยันว่า ไม่ใช่กระดาษคำตอบของเรา บางคนยืนยันว่า มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกระดาษคำตอบ และสลับข้อสอบ

พนักงานท้องถิ่น กล่าวอีกว่า ในการจัดสอบครั้งนี้ยังมีปัญหาอีกมากที่น่าสงสัย จึงอยากให้มีการตรวจสอบ และระงับการทำลายเอกสารการสอบ เพื่อรอคำสั่งศาลปกครอง ที่พนักงานท้องถิ่นไปยื่นฟ้องไว้ทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ มีตัวแทนฝ่ายรับเรื่องรางร้องทุกข์ของมหาดไทยมารับหนังสือ และถูกซักว่า จะรู้คำตอบเมื่อไหร่ เพราะเคยยื่นมาแล้วสองครั้ง แต่ไม่มีคำตอบใดๆกลับมา เวลาผ่านมาแล้วถึงสองเดือน ซึ่งได้รับคำตอบว่า จะให้คำตอบใน 15 วัน

จากนั้น กลุ่มพนักงานท้องถิ่น เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อให้ตรวจสอบการสอบสายงานบริหารพนักงานท้องถิ่น พร้อมกับนำเค้กมาอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด นายกรัฐมนตรี21 มีนาคม ครบรอบ 68 ปีด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มพนักงานท้องถิ่นได้ตั้งข้อสังเกตว่าจากการขอเข้าไปตรวจสอบกระดาษคำตอบ และกระดาษคำถามพบว่า กระดาษสอบมีปัญหา เนื่องจากกระดาษคำตอบอัตนัยเป็นฉบับจริงไม่มีการระบุคะแนนรวมที่ชัดเจน มีเพียงตัวเลขที่เขียนไว้เป็นดินสอ เท่าที่เห็นจะมีตัวเลข 10 และ 7 รวมถึงตัวอักษรไม่สามารถระบุได้ว่าเขียนอะไร นอกจากนี้ กระดาษคำตอบปรนัย ไม่มีร่องรอยการตรวจทางระบบคอมพิวเตอร์ ไม่มีบาร์โค้ด ไม่มีก็ลงคะแนนใดๆ รวมไปถึงการตั้งข้อสังเกตว่าการเฉลยข้อสอบปรนัยจะเป็นกระดาษ A4 หัวกระดาษเขียนว่าเฉลยชุด B01 เท่านั้น หลังจากที่ได้มีการยื่นหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎรแต่ไม่มีความก้าวหน้า และได้มีการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ว่าชุดข้อสอบ A ถึง C มีวิธีการสลับชุดข้อสอบอย่างไร จึงได้คำตอบว่าข้อสอบหน้าแรกของชุดเอจะเอาไปต่อใช้ชุด B และข้อสอบหน้าแรกของชุดบีเอาไปต่อท้ายชุด C

ตัวแทนพนักงานท้องถิ่นระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมาธิการการกระจาย อำนาจฯสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้มีการตรวจข้อสอบใหม่ แต่กลับไม่มีความคืบหน้า อีกทั้ง เมื่อกรรมาธิการฯให้ผู้จัดสอบนำกระดาษคำตอบและคำถามมาตรวจข้อสอบ มีคนท้องถิ่น 54 คน ขอเข้าไปตรวจสอบต่อหน้ากรรมาธิการฯ แต่สามารถตรวจสอบได้เพียงแค่ 18 คน จาก 54 คน ทั่วประเทศ

“อยากให้มีการตรวจข้อสอบใหม่ และเยียวยาผู้ที่เข้ารับการสอบ โดยให้นำข้อสอบจริงมาตรวจ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเรื่องการทุจริต การสอบโดยการซื้อตำแหน่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่สอบผ่าน และประกาศผล เป็นผู้ที่ทำข้อสอบชุด A ส่วนคนที่ได้ข้อสอบชุด B และ C นั้นส่วนใหญ่ไม่ผ่าน ซึ่งทำให้ ผู้ที่เข้าสอบในชุด B และ Cขาดโอกาสในการเข้ารับการบรรจุ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศระหว่างการยื่นหนังสือ กลุ่มพนักงานท้องถิ่นผู้เรียกร้องได้มีการตั้งขบวนเพื่อจะเดินเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 5 แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปิดประตูในทันทีจึงทำให้เกิดเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้น และมีการเจรจา โดยตกลงลงส่งมอบเค้กผ่านเจ้าหน้าที่

ส่วนการยื่นหนังสือนั้นนายมงคลชัย สมอุดร ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีลงมารับหนังสือร้องเรียก และกล่าวยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบให้ ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายมงคลชัย ได้สั่งการให้นำเรื่องนี้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระตรวจสอบการร้องเรียนเป็นเรื่องเร่งด่วนแล้ว เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ และส่งผลกระทบต่อคนท้องถิ่นในวงกว้าง จากนั้นพนักงานท้องถิ่นยังเดินทางไปยื่นคำร้องเรียนต่อกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ผู้จัดสอบ) อีกด้วย

‘วัฒน์ วรรลยางกูร’ นักเขียนรางวัลศรีบูรพา เสียชีวิตที่ฝรั่งเศส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642860

‘วัฒน์ วรรลยางกูร’ นักเขียนรางวัลศรีบูรพา เสียชีวิตที่ฝรั่งเศส

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.05 น.

‘วัฒน์ วรรลยางกูร’ นักเขียนรางวัลศรีบูรพา เสียชีวิตที่ฝรั่งเศส หลังลี้ภัยการเมืองถูกแจ้งข้อหา ม.112

22 มีนาคม 2565 วจนา วรรลยางกูร หรือ “เตย” ลูกสาวของ “วัฒน์ วรรลยางกูร” นักเขียนรางวัลศรีบูรพา โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Toei Wajana (วจนา วรรลยางกูร) ระบุว่า “คุณพ่อวัฒน์ วรรลยางกูร” จากไปแล้วราวช่วงสามทุ่มครึ่งตามเวลาในฝรั่งเศส หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมทางครอบครัวจะแจ้งอีกครั้งค่ะ”

สำหรับ วัฒน์ วรรลยางกูร เกิด 12 มกราคม พ.ศ. 2498 เป็นนักเขียนชาวไทย เกิดที่ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ปัจจุบันอายุ 67 ปี พักรักษาตัวจากอาการเจ็บป่วยโรคเนื้องอกที่ตับ

ต่อมาหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 วัฒน์ปฏิเสธไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2557 ทำให้ต้องลี้ภัยอยู่ที่ยุโรป และถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

วัฒน์เป็นเจ้าของรางวัลศรีบูรพา 2007 มีผลงานทั้งนวนิยาย, เรื่องสั้น, บทกวี เพลงแลเสาคดี ผลงานของวัฒน์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักเช่น ด้วยรักแห่งอุดมการณ์ , คือรักและหวัง เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ประจำปี พ.ศ. 2528 , มนต์รักทรานซิสเตอร์ และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ปี พ.ศ.2544

วช. เร่งส่งมอบนวัตกรรมถุงมือป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยง จ.สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642814

วช. เร่งส่งมอบนวัตกรรมถุงมือป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19  เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยง จ.สงขลา

วันจันทร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.35 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรมถุงมือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19  จากผลงานโครงการวิจัย การพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นผลงานวิจัยของ ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหัวหน้าโครงการ ได้นำนวัตกรรมพร้อมใช้ นวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งมอบให้หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน บุคลากร ทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 ในพื้นที่เสี่ยง  โดยมี ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานส่งมอบ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วันที่ 21 มีนาคม 2565 ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โควิด-19 (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนและทั่วโลก นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งในด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อย่างมหาศาลไม่อาจประเมินค่าได้ ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 มีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ หลายจังหวัดของประเทศไทย นำมาสู่การคิดค้น นวัตกรรมในการแก้ปัญหา “ถุงมือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 จากยางธรรมชาติไนไตรเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชัน”จึงได้ดำเนินโครงการวิจัยการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อผลิตถุงมือยางพาราเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชัน ซึ่งเป็นถุงมือที่สามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยตนเอง ผลจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยการนำถุงมือยางพาราและถุงมือไนไตรที่ผลิตจากยางสังเคราะห์มาเคลือบสูตรน้ำยานาโนอิมัลชัน เพื่อปรับแต่งโครงสร้างพื้นผิวถุงมือยางให้มีคุณสมบัติกำจัดและฆ่าเชื้อโรคด้วยตนเอง คือสารนาโนอิมัลชันที่เคลือบบนถุงมือยางมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อไวรัสได้ ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้ออยู่ได้ประมาณ 24 ชั่วโมง กลุ่มเป้าหมายคือผู้ปฏิบัติงานที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่นำมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา

“ถุงมือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19” จากยางธรรมชาติไนไตรเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชัน จะเพิ่มต้นทุนในการผลิตประมาณคู่ละ 0.50 – 1.00 บาท สำหรับผลที่ได้จากโครงการนี้จะทำให้ถุงมือยางมีความปลอดภัยในการใช้งาน ลดการปนเปื้อน และป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสลงได้ นอกจากนี้ คาดว่าจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์การใช้น้ำยางข้นในประเทศ โดยกระบวนการแปรรูปในระดับอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางไม่น้อยกว่า 10 % ของการใช้น้ำยางข้นแปรรูปในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชัน เพื่อนำวัตถุดิบที่มีอยู่มากในภาคใต้ประจำท้องถิ่นคือ น้ำยางพาราเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแล ป้องกันประชาชนจากการติดเชื้อโรค และถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยไปยังชุมชนท้องถิ่นเพื่อยกระดับการผลิต ช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน และตอบสนองความต้องการพัฒนาของท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน

วช. ล่องใต้ดูผลสำเร็จงานวิจัยชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642788

วช. ล่องใต้ดูผลสำเร็จงานวิจัยชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก

วันจันทร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.51 น.

วช. ล่องใต้ดูผลสำเร็จงานวิจัยชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก พร้อมมอบถุงมือนวัตกรรมฆ่าเชื้อด้วยตัวเองแก่พื้นที่เสี่ยง จังหวัดสงขลา

ผู้บริหารสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เยี่ยมชมผลสำเร็จงานวิจัยโครงการต้นแบบการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการพัฒนาชุมชมและเศรษฐกิจฐานราก ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ พร้อมมอบถุงมือนวัตกรรมจากยางพาราฆ่าเชื้อด้วยตัวเองช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด๑๙ เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา ให้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสงขลา  เทศบาลนครหาดใหญ่ และธนาคารไทยพาณิชย์สาขามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ และคณะ ให้การต้อนรับ

21 มีนาคม 2565 ที่จังหวัดสงขลา ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. และคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการวิจัย การพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด๑๙ เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา อำเภอสะเดา โครงการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากพืชกระท่อมเพื่อสุขภาพ และโครงการผลิตเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนอล ชนิดผงสำเร็จรูปจากสารสกัดข้าวกล้องสังข์หยดอินทรีย์ สำหรับผู้สูงวัย และวัยทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก  ภายหลังการเยี่ยมชมผลงานวิจัย 

ดร.วิภารัตน์ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า วช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ โดยขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัย  สิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ถ่ายทอดเพื่อพัฒนา แก้ไขปัญหาท้าทายสังคม รวมถึงส่งเสริมสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเชื่อมโยงกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้า และบริการให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน หนุนระบบชุมชนท้องถิ่นให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมและยกระดับให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและพื้นที่เป้าหมายดีขึ้น

สำหรับโครงการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด๑๙ ดำเนินโครงการโดย ผศ.นพ. วรวิทย์  วาณิชย์สุวรรณ แห่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดทำถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด๑๙ เพื่อส่งมอบให้ประชาชน ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยและสามารถใช้งานได้จริง และลดปัญหายางพาราซึ่งมีราคาตกต่ำอีกทางหนึ่งด้วย มีคุณสมบัติสามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยตนเอง ที่ผลิตจากยางสังเคราะห์เคลือบสูตรน้ำยานาโนอิมัลชัน มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัสอยู่ได้ประมาณ ๒๔ ชั่วโมง มีความปลอดภัยในการใช้งาน ลดการปนเปื้อน และป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสลงได้เป็นอย่างดี

โครงการ “การประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากพืชกระท่อมเพื่อสุขภาพ ทีมนักวิจัยจาก สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มอ. ได้นำองค์ความรู้จากการวิจัยมาผลิตสารสกัดมาตรฐานสมุนไพรเพื่อใช้ในทางการแพทย์ในการผลิตสารสกัดจากพืชกระท่อมให้มีมาตรฐานความปลอดภัย โดยสร้างโรงงานต้นแบบสกัดสารสมุนไพรพืชกระท่อม เป็นยา หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ รวมถึงพัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของตำรับเครื่องดื่มเข้มข้นจากสารสกัดใบพืชกระท่อมรสกาแฟเพื่อส่งเสริมสุขภาพทำให้ร่างกายสดชื่น ตำรับผงแกรนูลจากสารสกัดใบพืชกระท่อมเพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และตำรับครีมเพื่อใช้บรรเทาอาการปวดข้อเข่า และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์สมุนไพรพืชกระท่อมเพื่อสุขภาพ

โครงการการผลิตเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลชนิดผงสำเร็จรูปจากสารสกัดข้าวกล้องสังข์หยดอินทรีย์สำหรับผู้สูงวัยและวัยทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ข้าวสังข์หยดพัทลุงมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันยับยั้งการเกิดโรคจากความเสื่อมของเซลล์ ช่วยชะลอความชราและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่าง ๆ ทีมนักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มอ. ได้นำข้าวสังข์หยดหักท่อนที่ผ่านมาตรฐานอินทรีย์และ GI มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพ เป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนอล ๒ สูตร คือ สูตรเสริมถั่ว ๕ สี ที่ช่วยบำรุงร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ และโปรตีนสูงเสริมความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อหัวใจ และ สูตรเสริมโพไบโอติค ที่ช่วยในการขับถ่ายที่ปลอดภัย เหมาะกับผู้สูงอายุและวัยทำงาน ซึ่งการแปรรูปข้าวจะมาช่วยแก้ปัญหาไม่มีผู้รับซื้อข้าวตกเกรด และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวสังข์หยดอินทรีย์ ที่สำคัญช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสังข์หยดอินทรีย์พัทลุงในชุมชนให้ดีขึ้น 

โครงการวิจัยทั้ง ๓ โครงการได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในแผนงานการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการต้นแบบการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ในพื้นที่จังหวัดสงขลา

‘หมอมนูญ’ชี้คนกลุ่มเสี่ยงต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น แม้จะฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642181

'หมอมนูญ'ชี้คนกลุ่มเสี่ยงต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น แม้จะฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

วันศุกร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.45 น.

วันที่ 18 มีนาคม 2565 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุประจำโรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC มีเนื้อหาดังนี้

คนกลุ่มเสี่ยงต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น แม้จะฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

ปัจจุบันเป็นที่ทราบดีว่า วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มไม่เพียงพอในคนกลุ่มเสี่ยงได้แก่คนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์สำหรับลดการป่วยหนักและเสียชีวิตจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน คนที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนกาแล้ว 2 เข็ม เข็มที่ 3 ควรจะเป็นวัคซีนชนิด mRNA ไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา ไม่ใช่วัคซีนเชื้อตายซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม และคนที่ได้วัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม ตามด้วยแอสตร้าเซเนก้า 1 เข็ม ควรกระตุ้นด้วยวัคซีนชนิด mRNA ไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาอีก 1 เข็ม

ผู้ป่วยหญิงอายุ 71 ปี ปกติแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง มีไขมันในเลือดสูงเล็กน้อย ไม่มียาประจำ ฉีดวัคซีนแอสตร้า 2 เข็มเดือนพฤษภาคม และกรกฎาคม 2564 ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มเป็นเข็มที่ 3 เดือนธันวาคม 2564 เร่ิมมีอาการเจ็บคอ น้ำมูก ไอเล็กน้อย ไข้ต่ำๅ วันที่ 3 มีนาคม 2565 ตรวจ ATK ให้ผลบวก ยืนยันโดย RT-PCR เข้านอนใน รพ.วันที่ 5-9 มีนาคม ระหว่างอยู่รพ. 5 วัน ไม่เหนื่อย ไม่มีไข้ วัดระดับออกซิเจนปกติ เอกซเรย์ปอดปกติ อนุญาตให้กลับบ้าน หลังกลับบ้าน 2 วัน เริ่มมีเหนื่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไม่มีไข้ วัดระดับออกซิเจนเหลือ 92% เรียกรถฉุกเฉินมาส่งโรงพยาบาลวันที่ 12 มีนาคม เอกซเรย์ปอดมีฝ้าขาวทั้ง 2 ข้างเข้าได้กับปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ดูรูป) ได้ให้ยาสเตียรอยด์ และยาเรมเดซิเวียร์ชนิดฉีด คนไข้ดีขึ้นเร็วใน 5 วัน

เปรียบเทียบผู้ป่วยรายนี้กับผู้ป่วยชายอายุ 89 ปี เป็นโรคเบาหวานต้องฉีดอินซูลิน ไตเสื่อม เคยป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองรักษาหายแล้วด้วยเคมีบำบัด ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มเดือนมิถุนายนและสิงหาคม 2564 ฉีดเข็มกระตุ้นด้วยวัคซีนไฟเซอร์เดือนมกราคม 2565 เริ่มมีอาการเจ็บคอ มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย ไม่มีไข้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม รับเข้านอนโรงพยาบาลวันที่ 11 มีนาคมด้วยอาการท้องเสียหลายครั้ง ตรวจ RT-PCR ยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตรวจอุจจาระพบติดเชื้อโนโรไวรัส ระหว่างอยู่โรงพยาบาล 8 วัน ท้องเสียดีขึ้น ไม่เหนื่อย ไม่มีไข้ วัดระดับออกซิเจนปกติ เอกซเรย์ปอดปกติ

ผู้ป่วยรายที่ 2 มีความเสี่ยงที่เชื้อจะลงปอดมากกว่าผู้ป่วยรายแรก แต่เชื้อกลับไม่ลงปอด เพราะได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม และกระตุ้นด้วยวัคซีนชนิด mRNA ไฟเซอร์ 1 เข็ม คนที่เคยรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม ไม่ควรฉีดเข็มกระตุ้นด้วยวัคซีนเชื้อตายซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม

ปลัดมท.เปิดเมืองต้นแบบ เมืองแฟชั่นผ้าทอพื้นเมือง วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642157

ปลัดมท.เปิดเมืองต้นแบบ เมืองแฟชั่นผ้าทอพื้นเมือง วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู

วันศุกร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปลัดมท.เปิดเมืองต้นแบบ เมืองแฟชั่นผ้าทอพื้นเมือง

วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตปชช.

ปลัดมหาดไทยเปิดวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา) สู่การเป็น“เมืองแฟชั่นผ้าทอพื้นเมือง” (City of Local Cloth Fashion) ชื่นชมเป็นต้นแบบสืบสานถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสวมใส่ผ้าไทยสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนให้เกิดความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 17มีนาคม ที่วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา) หมู่ที่ 5 ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา) สู่การเป็น “เมืองแฟชั่นผ้าทอพื้นเมือง” (City of Local Cloth Fashion)

โดย นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู(ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา) มีที่มาจากความตั้งอกตั้งใจและความใฝ่ฝันที่ปรารถนาในการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยของจังหวัดหนองบัวลำภูต่อจากคุณยายและคุณแม่ โดย”น้องอ๋อย สุมามาลย์ เต๊จ๊ะ”ผู้ก่อตั้งวิชชาลัยฯ ซึ่งเป็นผู้ทีมีความรัก ความหลงใหลในภูมิปัญญาผ้าไทย ซึ่งแม้ตนจะมีงานประจำที่ต้องทำ แต่ก็มีความขวนขวาย เหมือนสุภาษิตฝรั่งที่ว่า “early bird”ด้วยการตื่นแต่เช้าไปนั่งรถเมล์และเอาผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองประดิษฐ์ประดอยทำขึ้นมาไปนั่งขาย ตามสถานที่ต่างๆจนกระทั่งด้วยความเมตตาของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญญนนทวิหาร ที่ท่านมีวิสัยทัศน์ในการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพยายามรื้อฟื้นให้ผ้าไทยกลับมาเป็นเครื่องมือของพวกเราคนไทยที่อยู่ในชนบท ให้ได้มีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มเติม

นับเนื่องมาจากปี พ.ศ.2513ที่ทรงโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปช่วยเหลือพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม และทรงทอดพระเนตรเห็นคนในพื้นที่สวมใส่ผ้าซิ่นสวย ๆ จึงทรงมีพระราชดำรัสตรัสถามถึงที่มาของผ้าซิ่นแต่ละผืนที่มีความวิจิตรงดงาม กระทั่งได้ทรงทราบว่าเป็นผ้าที่ประชาชนทอด้วยตนเอง จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ในการส่งเสริมให้รวมตัวกันทอผ้า โดยทรงรับซื้อในราคาที่มีราคาสูงมาก จึงเป็นที่มาของสิ่งที่เป็นรูปธรรมดังพระดำรัส“ขาดทุนคือกำไร”เป็นเรื่องจริงที่พระองค์ท่านพระราชทานให้พวกเราชาวไทย เพื่อให้พวกเราจับปลาเป็น คือสามารถจูงใจให้คนไทยหันมาให้ความสนใจในการทอผ้า ซึ่งน้องอ๋อย ได้เข้ารับการอบรมผ่านศูนย์ฝึกอาชีพวัดธรรมมงคล ทำให้น้องอ๋อยจึงถือเป็นหนึ่งในผลิตผลของพระองค์ท่าน เริ่มจากการผ่านกระบวนวิธีคิดที่เห็นคุณยายและคุณแม่ได้ทอผ้าตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กประกอบกับเป็นจังหวะดีที่ได้ไปฝึกอาชีพที่ศูนย์ฝึกอาชีพวัดธรรมมงคล ก่อนจะตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดหนองบัวลำภู รื้อฟื้นหัตถศิลป์ หัตถกรรมผ้าทอของจังหวัดหนองบัวลำภูให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้สนองพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการทำให้ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในการขับเคลื่อนการส่งเสริมผ้าไทยเกิดขึ้นในหมู่คนที่ช่วยสืบสาน รักษา และต่อยอด อัตลักษณ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ดังเช่นที่ วิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา) เพื่อให้ผ้าไทยเป็นที่ถูกอกถูกใจพี่น้องประชาชนคนไทยทุกรุ่นทุกวัย ตามโครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ด้วยการเป็นสถานที่ เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่ทางราชการมาสนับสนุนให้เป็นเสาหลักของจังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอื่น ๆ ได้ดูเป็นแบบอย่างและใช้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการจัดสรรงบประมาณโดยกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อทำวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู(ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา) ได้เผยแพร่แนวคิดในการสืบสาน รักษา และต่อยอด อัตลักษณ์ภูมิปัญญาผ้าไทยไปสู่คนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆ ลูกๆหลานๆคนรุ่นใหม่ ให้ได้ทอผ้าเป็น ออกแบบเป็นและนำเอาผ้าไปประดิดประดอยผลิตเป็นข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มทุกประเภท รวมทั้งต่อยอดไปสู่การตลาดสมัยใหม่ ด้วยการคิดค้นวิธีการในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่สวยงาม ต้องตา ต้องใจ ผ่านการเดินแบบที่เป็นสากล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการสืบสานโดยรุ่นลูกหลานทั้งสิ้น

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทย สนองแนวพระดำริของพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการให้กลุ่มทอผ้าได้สามารถพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยพัฒนายกระดับกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ปลูกฝ้าย ใช้สีธรรมชาติย้อมผ้า และทอผ้าทำมือ ส่งผลให้เกิดความมั่นคงเรื่องเครื่องนุ่งห่มและลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้มีการสืบสานและต่อยอดไปสู่เด็กรุ่นใหม่ รุ่นลูก รุ่นหลานด้วย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้พวกเราช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมในการสวมใส่ผ้าไทยให้มากวันที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะปีนี้ ซึ่งเป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 90พรรษา12สิงหาคม2565 จึงขอเชิญชวนให้พวกเราชาวหนองบัวลำภูและชาวไทยทุกท่าน นอกจากสวมใส่ผ้าไทยให้มากที่สุดแล้ว“ในทุกวันศุกร์”ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ขอให้ได้เลือกสวมใส่ผ้าไทยที่มีสีฟ้า เพื่อเป็นต้นแบบให้คนในสังคมได้นิยมชมชื่นผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น อันเป็นการช่วยกันสนองแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ ในการสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อดูแลให้คนในสังคมไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกลได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการดูแลตนเองและจุนเจือครอบครัวอันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

อาชีวะอุบลฯ พัฒนาครู เติมความรู้ด้านภาษาในงานโรงแรม ยกระดับสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642127

อาชีวะอุบลฯ พัฒนาครู เติมความรู้ด้านภาษาในงานโรงแรม ยกระดับสถานศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.11 น.

UVC PROUD  : อาชีวะอุบลฯ พัฒนาครู เติมความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ยกระดับสถานศึกษากลุ่มความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellent Center) ด้านการโรงแรม

17 มีนาคม 2565  วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี  นำโดย นางลฎาภา  แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาภาษาอังกฤษในงานโรงแรม เพื่อการสื่อสารและยกระดับสู่ความเป็นเลิศ” โดยมีข้าราชการครู พนักงานราชการ ครูพิเศษ ในสถานศึกษา จำนวน 116 คน เข้ารับการอบรม ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2565 จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา จัดกิจกรรมการเรียนรู้ออกเป็น 4 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ภาษาอังกฤษสำหรับงานส่วนหน้าโรงแรม  ฐานที่ 2 ภาษาอังกฤษสำหรับงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม ฐานที่ 3 ภาษาอังกฤษสำหรับงานครัว และฐานที่ 4 ภาษาอังกฤษสำหรับงานแม่บ้านโรงแรม เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้านการสื่อสารให้กับครู และบุคลากรทางการศึกษา สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อยอดสู่การพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ

นางลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี  เปิดเผยว่า การจัดโครงการในครั้งนี้ นับว่าเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถของการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารทั้งด้านการฟัง พูด  อ่าน และเขียนได้ดียิ่งขึ้น อันเป็นการพัฒนาตนเองเพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ไทยแลนด์ 4.0  โดยความรู้ในยุคนี้ที่สำคัญประการหนึ่ง  คือ ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ซึ่งสถานศึกษามีเป้าหมายจัดอบรมพัฒนาผู้เรียนอีกกลุ่มในช่วงเปิดภาคเรียน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาสาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมไปถึงสาขาวิชาอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะทำงานในสถานประกอบการได้อย่างมีคุณภาพ ขานรับนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่มุ่งยกระดับความเป็นเลิศทางการศึกษา โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้รับการคัดเลือกและยกระดับจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้เป็นสถานศึกษากลุ่มความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellent Center) ในสาขาวิชาการโรงแรม

ภาพบรรยากาศพิธีเคลื่อนสรีระสังขาร’สมเด็จพระวันรัต’ มาห้องบำเพ็ญกุศลวัดบวรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/641952

ภาพบรรยากาศพิธีเคลื่อนสรีระสังขาร'สมเด็จพระวันรัต' มาห้องบำเพ็ญกุศลวัดบวรฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.56 น.

วันที่ 17 มีนาคม 2565  เวลา 08.30 น. พิธีเคลื่อนศพเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มายังห้องบำเพ็ญกุศล ชั้นที่ 2 อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร