มส.1-14 มอบหน้ากาก N 95 ให้กับ’พระพะยอม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631087

มส.1-14 มอบหน้ากาก N 95 ให้กับ'พระพะยอม'

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.44 น.

คณะผู้บริหารและนักศึกษา หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.1-14) ดำเนินการโดย มูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง นำโดย พลเอก ดร.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตร และคณาจารย์ เช่น พลอากาศเอก อภิสิทธิ์ จุลโมกข์ , นาวาอากาศเอกหญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ ,พลตำรวจตรี ดร.ภาดล ประภานนท์ , ดร.สฤษเกียรติ แจ่มสมบูรณ์ ร่วมกับคณะผู้แทนนักศึกษาหลักสูตรการจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง รุ่นที่ 14 (มส.14) ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มอบหน้ากากอนามัย N 95 ให้กับ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพะยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จำนวน 10,000 ชิ้น เพื่อให้ทางวัดได้นำไปใช้ประโยชน์ มอบให้กับพุทธศาสนิกชนและประชาชนต่อไป

นอกจากนี้ ทางคณะฯ ยังได้เดินทางไปยังวัดชลประทานรังสฤษดิ์ เพื่อมอบหน้ากากอนามัย N 95 ให้กับ 
พระปัญญานันทมุณี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ จำนวน 10,000 ชิ้น เพื่อให้ทางวัดได้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อมอบให้กับพุทธศาสนิกชนและประชาชนต่อไป

หลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.1-14) ดำเนินการโดย มูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง
ดำเนินการจัดการอบรมมาแล้วทั้งสิ้น 14 รุ่น โดยมี พลเอก จรัล กุลลวณิชย์ เป็นประธานอำนวยการหลักสูตร โดยผู้บริหารหลักสูตรที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในวงการต่างๆมากมาย เช่น พลเอก ดร.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ผู้อำนวยการหลักสูตร , นายประทักษ์ สิมะพิชัยเชษฐ ,พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร , พลโท ดร.กฤษฏา สุทธานินทร์ , พลอากาศเอก อภิสิทธิ์ จุลโมกข์ , พลเอกวิศิษ แจ้งประจักษ์ , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรรณนาราย แสงวิเชียร , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานวิกา อินทรทัต , นายประเวช พิพิธสุขสันต์ , นาวาอากาศเอกหญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ ,ดร.วรวุฒิ ไชยศร , พลตำรวจตรี ดร.ภาดล ประภานนท์ และ ดร.สฤษเกียรติ แจ่มสมบูรณ์ เป็นต้น

เช็คเลย!สพฐ.ประกาศปฏิทินสอบ‘ครูผู้ช่วย’ ภาค ก-ข ช่วง 5-6 ก.พ.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/631015

เช็คเลย!สพฐ.ประกาศปฏิทินสอบ‘ครูผู้ช่วย’ ภาค ก-ข ช่วง 5-6 ก.พ.นี้

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.19 น.

เช็คเลย!สพฐ.ประกาศปฏิทินสอบ‘ครูผู้ช่วย’ ภาค ก-ข ช่วง 5-6 ก.พ.นี้

25 มกราคม 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยทั่วไป สังกัด สพฐ.ประจำปี 2564 ซึ่งรับสมัครไปเมื่อวันที่ 4-10 มิถุนายน 2564 มีผู้สมัครกว่า 1.7 แสนราย แต่ได้เลื่อนการสอบออกไป เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยกำหนดปฏิทินสอบ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 สอบภาค ข ประสบการณ์ความรู้และมาตรฐานวิชาชีพ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และ ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 สอบภาค ค ประเมินจากแฟ้มสะสมงาน และสอบสาธิตปฏิบัติการสอน ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งวิชาชีพและการปฏิบัติงานในสถานศึกษา และประกาศผลสอบแข่งขัน ตามวันเวลา ที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) กำหนด

ทั้งนี้ จะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2565 นี้ โดยขณะนี้ทุกจังหวัด อนุมัติให้สพฐ. ดำเนินการจัดเตรียมสนามสอบ โดยจัดสอบห้องละ 25 คน มีการเว้นระยะห่างตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ทั้งนี้ มีจังหวัดเชียงใหม่ เพียงจังหวัดเดียวที่จัดสอบห้องละ ไม่เกิน 12 คน ตามมาตรการของจังหวัด  ส่วนข้อสอบมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการ โดย สพฐ. ยืนยันยังจัดสอบครูผู้ช่วยตามวันและเวลาที่กำหนด โดยจัดเตรียมมาตรการที่เข้มข้น มีการตรวจ ATK หากผู้เข้าสอบมีอุณหภูมิสูง ก็จะให้แยกห้องสอบ เพื่อความปลอดภัย ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ที่จะเข้าสอบทุกคน ระมัดระวังตัวเองไม่ไปในสถานที่เสี่ยง ดูแลตัวเองให้พร้อม 

อย่างไรก็ตามการสอบครูผู้ช่วยรอบทั่วไปครั้งนี้แทนตำแหน่งว่าง กว่า 1 หมื่นอัตรา โดยคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เห็นชอบปรับวิธีการจัดสอบแข่งขัน จากเดิมต้องสอบในจังหวัดที่สมัครเท่านั้น มาเป็นสามารถสอบในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนา หรือจังหวัดที่อยู่อาศัยในปัจจุบันได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายหรือการเดินทางข้ามจังหวัด ลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ส่วนการป้องกันปัญหาการทุจริตนั้น สพฐ.ได้มีหนังสือกำชับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. ทุกคนไม่ให้จัดติว อีกทั้ง สพฐ. ไม่ได้ออกข้อสอบเอง มอบหมายให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนปัญหาเรื่องการตกเบ็ด หรือแอบอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านได้แต่สุดท้ายช่วยไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเช่นที่ผ่านมานั้น ขอเตือนไม่อยากให้ไปหลงเชื่อเรื่องเหล่านี้ และให้คิดว่า เป็นการถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน 

รับมอบหนังสือเจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630791

รับมอบหนังสือเจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ศิริวรรณขวัญมุข รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) รับมอบหนังสือขุนน้อย(เจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย) จากผู้แทนสำนักงานพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อนำไปมอบให้กับห้องสมุดโรงเรียนในสังกัด

หนังสือขุนน้อย (เจ้าชายน้อย ฉบับลายสือไทย ภาษาถิ่นสุโขทัย) ได้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่การใช้ภาษาถิ่นสุโขทัยให้ขยายวงกว้างรวมถึงเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่นจังหวัดสุโขทัย ซึ่งมี นายเคียง ชำนิ ครูโรงเรียนไกรในวิทยาคมรัชมังคลาภิเษก ได้ร่วมให้ข้อมูลและแปลเป็นภาษาท้องถิ่นสุโขทัยด้วย

ตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาในสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630793

ตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาในสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การจัดการศึกษาในสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ของวิทยาลัยเทคนิคตากพร้อมให้กำลังใจนักเรียน นักศึกษา โดยมี ดร.จักรภพ เนวะมาตย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคตาก พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครู ต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน ณ วิทยาลัยเทคนิคตาก อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก

มรภ.สวนสุนันทา วิจัยเชิงสังคมศาสตร์ อนุรักษ์ ‘ต้นชะโนด’ ส่งเสริม ‘น้ำบัวแดง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630796

มรภ.สวนสุนันทา วิจัยเชิงสังคมศาสตร์  อนุรักษ์ ‘ต้นชะโนด’ ส่งเสริม ‘น้ำบัวแดง’

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.ภูสิทธ์ ภูคำชะโนด อาจารย์ประจำแขนงวิชาการจัดการพัฒนาสังคม ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่าพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีความเป็นอัตลักษณ์ทั้งวัฒนธรรมประเพณี รวมถึงด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งคำชะโนดและทะเลบัวแดงที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ จำเป็นต้องอาศัยประชาชนในพื้นถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ พร้อมยกระดับในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถสร้างรายได้ด้วยตนเอง จึงได้เริ่มดำเนินการวิจัย การบริหารการพัฒนาอัตลักษณ์ “คำชะโนด” อนุรักษ์ “รุกขนาคา”เมืองอุดรธานี สู่การมีส่วนร่วมของประชาชนร้านค้าผลิตผลคนรากหญ้า อยู่ดีมี สุขลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.ภูสิทธ์เล่าถึงที่มาของดำเนินงานวิจัยในครั้งนี้ว่า จากพื้นที่ของคำชะโนด ซึ่งมีความเชื่อเรื่องพญานาคที่ได้รับการสืบทอดมาเป็นเวลานานมีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวมีความศรัทธาต่อเจ้าปู่ศรีสุทโธ เจ้าย่าศรีปทุมมา เข้ากราบสักการะทุกปี แต่ยังขาดงานวิจัยในมิติของคุณค่าวัฒนธรรม คติชนต่างๆ รวมถึงยังไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์กับ “ต้นชะโนด” หรือ “รุกขนาคา” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ด้วยจึงได้เริ่มต้นงานวิจัยเพื่ออนุรักษ์นี้ขึ้นโดยเริ่มเก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2554 และขยายพันธุ์ต้นชะโนด ด้วยการผูกองค์ประกอบกับความเชื่อของประชาชนในพื้นถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน เริ่มต้นจากการทำพิธี นำเมล็ดต้นชะโนดไปเพาะพันธุ์ไว้จากนั้นจึงได้นำกลับมาปลูกในเกาะคำชะโนด อีกครั้ง พร้อมประกอบพิธีบวงสรวง ซึ่งพื้นที่กลับมาปลูกนั้นก็เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อในท้องถิ่น ผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้ไม่ถูกรบกวนจากภายนอก ซึ่งล่าสุดในปี 2563 ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ นำต้นชะโนดที่ได้รับการเพาะพันธุ์ มาปลูกในเกาะคำชะโนดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 700 ต้น ทำให้ตั้งแต่เริ่มต้นงานวิจัยจนถึงปัจจุบัน มีต้นชะโนดที่ได้รับการปลูกในพื้นที่เหล่านี้แล้วทั้งสิ้นกว่า 3,028 ต้น

ผศ.ดร.ภูสิทธ์กล่าวว่า นอกจากการเพาะพันธุ์ต้นชะโนดเพื่อนำมาปลูกแล้ว ยังได้ร่วมกับร้านค้าและประชาชนในท้องถิ่น นำของส่วนประกอบของต้นชะโนด มาประดิษฐ์เป็นบายศรีสู่ขวัญรูปพญานาค เพื่อในมาใช้ในพิธีบวงสรวงต่างๆ เนื่องจากลักษณะใบมีเกล็ดคล้ายกับพญานาค ผู้คนต่างนำใช้เพื่อมาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธ์ในเกาะคำชะโนดและมีความสวยงามอย่างมาก โดยสิ่งที่ต้องการจะต่อยอดคือ อยากจะเพาะพันธุ์ต้นชะโนดให้มากขึ้น เพื่อนำมาปลูกในพื้นที่อื่นนอกเกาะคำชะโนด ให้เป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์พืชของท้องถิ่นได้ต่อไป

ขณะเดียวกันก็ได้มีงานวิจัยย่อย ลงพื้นที่ “ทะเลบัวแดง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามแต่ยังมีจุดอ่อนด้านการรวมกลุ่มของประชาชนในท้องถิ่นเพื่อทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ดังนั้น จึงได้ส่งเสริมให้ประชาชนรวมกันเป็นกลุ่ม เพื่อผลิต “น้ำบัวแดง” ขึ้นมา เพราะเป็นของที่ทำได้ง่ายไม่ซับซ้อน และยังสามารถช่วยลดความกระหายแก่ผู้มาท่องเที่ยวได้อีกด้วย ซึ่งสุดท้ายก็ได้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เมื่อเดินทางมาถึงทะเลบัวแดงก็จะมีน้ำบัวแดงขาย นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์แล้วยังเป็นส่วนหนึ่งของการบ่งบอกประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่นแห่งนี้ได้อีกด้วย

เปิดครอบครัวตำบลชมพู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630795

เปิดครอบครัวตำบลชมพู

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประธานพิธีเปิดโรงเรียนครอบครัวตำบลชมพู (ศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนบ้านซำรัง) โดยมี ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 นางสาวเทียมใจ สิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านซำรัง ต้อนรับและเป็นตัวแทนมอบเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัว นมผงสำหรับเด็ก ที่โรงเรียนบ้านซำรัง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก

‘ตรีนุช’ ให้โอกาสนักเรียนตกหล่น เข้าโครงการ‘อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630798

‘ตรีนุช’ ให้โอกาสนักเรียนตกหล่น  เข้าโครงการ‘อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ’

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดโครงการ “สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคน
ของประเทศ” (อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรีมีอาชีพ) และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดึงเด็กยากจนเข้าสู่ระบบการศึกษา  ที่วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) ป่าซาง จ.ลำพูน

น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า โครงการนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ขาดโอกาสทางการศึกษาได้เข้าศึกษาต่อในสายอาชีพ ตามนโยบาย ศธ. ที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับได้เรียนต่อ 100% ซึ่งเป็นการผนึกกำลังบูรณาการในการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สอศ. สพฐ. สช.และ กศน. ซึ่งรับผิดชอบกำกับดูแลเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กนักเรียนโดยตรง 

“โครงการนี้ ทาง สอศ.ได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับปีการศึกษา 2565 ไว้แล้ว โดยสามารถให้การสนับสนุนน้องๆที่สนใจเข้าเรียนทางสายอาชีพในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 5,200 คน ในวิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยเกษตร จำนวน 87 แห่ง โดยเป็นการเรียนฟรี และมีที่พักมาตรฐานให้พักฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 3 ปีของการเรียน อีกทั้งยังสนับสนุนให้น้องๆมีรายได้ผ่านการจัดทำโครงการหารายได้ระหว่างเรียน รวมถึงการหาแหล่งงานให้ทำภายหลังจบการศึกษาอีกด้วย คาดหมายว่าตลอด 10 ปีของโครงการ จะรับได้จำนวน 8 รุ่น มีน้องๆ เข้าร่วมโครงการ ประมาณ 110,000 คน และภายใต้การดูแลของวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศใน 77 จังหวัด รวม 169 แห่ง” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ในปีการศึกษา 2565 จะเปิดทุกสาขาวิชาในระดับ ปวช. ที่สถานศึกษานั้นเปิดทำการสอน โดยจะเน้นให้ความสำคัญในภาคปฏิบัติ ส่วนวิชาสามัญที่เป็นพื้นฐานในการเรียนยังคงมีอยู่ แต่จะบูรณาการเข้ากับการเรียนเนื้อหาทางวิชาชีพในทางปฏิบัติ ซึ่ง สอศ.จะประสานกับ สพฐ.เพื่อสำรวจนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาชั้น ม.3 ที่มีความประสงค์ในการเรียนต่อทางด้านสายอาชีพ แต่ครอบครัวขาดทุนทรัพย์ในการสนับสนุน ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเป้าหมายหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำ และป้องกันเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา ให้เข้ามารับการศึกษาสายอาชีพแทน 

สำหรับจำนวน 87 สถานศึกษาที่เปิดรับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนต้นในระยะแรกประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิค 1 แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ 39 แห่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 47 แห่ง แยกเป็นภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ 26 แห่ง ภาคกลาง 19 แห่ง ภาคใต้ 19 แห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 แห่งภาคตะวันออก และ กทม. 5 แห่ง

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า โครงการ“อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรีมีอาชีพ” เป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัยตลอดจนส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาศักยภาพกำลังคนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียนสายอาชีพ ที่มีฐานะยากจนขาดโอกาสทางการศึกษา ในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษา มีทักษะวิชาชีพ สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณผู้เรียน สร้างทางเลือกสำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีความสนใจในการเรียนต่อสายอาชีพเข้าสู่การศึกษาระดับอาชีวศึกษา 

“เด็กกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ มี 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก เป็นเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาไปแล้วที่จบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อ หรือที่ตกค้างมาหลายปี สามารถเข้ามาเรียนในโครงการนี้ได้ทั้งการศึกษานอกระบบและการศึกษาปกติ และกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่กำลังจะจบ ม.3 ซึ่งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มนี้ตกหล่นจากระบบการศึกษา เนื่องจากวิเคราะห์แล้วพบว่ามีเด็กที่คาดว่าจะตกหล่นจากระบบการศึกษาด้วยสาเหตุหลักคือเรื่องของฐานะทางครอบครัวที่ยากจน และความไม่พร้อมในการศึกษา ถึงแม้จะมีโครงการเรียนฟรี 15 ปี แต่ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียน ทั้งค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นอีก แต่โครงการนี้จะมีทั้งหอพักให้อยู่ฟรี มีอาหารเลี้ยง 3 มื้อ และยังให้เด็กทำงานหารายได้ระหว่างเรียนอีกด้วย”นายสุเทพ กล่าว 

ตรวจเยี่ยมและรับฟังสภาพปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630790

ตรวจเยี่ยมและรับฟังสภาพปัญหา

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปรเมศวร์ ศิริรัตน์ รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ตรวจเยี่ยมและรับฟังสภาพปัญหา ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย พร้อมมอบกำลังใจให้แก่บุคลากร ที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนปัตตานี โดยมี นายวิเชียร โชติช่วง ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนปัตตานี และคณะบุคลากร ร่วมต้อนรับ

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 17 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630799

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 17 ปี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) จัดโครงการวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 17 ปี โดยมี รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ รักษาราชการแทนอธิการบดี พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ประกอบพิธีสักการะพระศรีศาสดา ศาลพระภูมิ เจ้าที่ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 และองค์พระพุทธชินราช จากนั้นเป็นพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 17 ปี โดยมี พลเอกจรัล กุลละวณิชย์นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี

จากนั้นเป็นพิธีถวายราชสดุดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งนี้ ท่านนายกสภาฯ ได้มอบโล่ให้กับผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยอีกด้วยณ มทร.รัตนโกสินทร์

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’สร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาวใหญ่ที่สุดในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630908

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’สร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาวใหญ่ที่สุดในไทย

วันจันทร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.40 น.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” องค์กรเอกชนสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไร มุ่งมั่นบรรเทาทุกข์ และบำรุงสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ ทุกชนชาติ ทุกศาสนา ทุกเพศ ทุกวัย รวมพลังศรัทธาจัดสร้าง “ศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่” หรือ “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)”

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวถึงที่มาของการจัดสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ว่า “เนื่องจากพื้นที่ของศาลเจ้าแห่งปัจจุบันนั้นเป็นพื้นที่เช่า และข้อสำคัญคือมีพื้นที่ 297ตารางวาเศษเท่านั้น ไม่เพียงพอในการรองรับผู้มีจิตศรัทธาเวลามีงานเทศกาลทางศาสนา  ทางคณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงมีมติอนุมัติให้จัดสร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ สำหรับประดิษฐานหลวงปู่ไต้ฮงแบบถาวร ประกอบกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมีที่ดินบนถนนเจริญราษฎร์ ตั้งอยู่ระหว่างถนน (สาทร) กับถนนพระราม 3 จำนวน 9 ไร่เศษ โดยบริเวณส่วนหน้าของพื้นที่ 3 ไร่เศษ เป็นที่ตั้งของสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ส่วนที่ดินอีก 6 ไร่เศษ ทางมูลนิธิฯ ได้จัดสรรจำนวน 4 ไร่ กับ 17 ตารางวา ซึ่งใหญ่กว่าเนื้อที่ปัจจุบันกว่า 5 เท่า นำมาจัดสร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ ซึ่งพื้นที่มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮงสลักจากหินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย น้ำหนักรวมฐานหนัก 70 ตัน

ทั้งนี้ มีชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีจิตกุศลท่านหนึ่งเป็นผู้บริจาคให้ รวมทั้งยังเอื้อต่อการดำเนินกิจกรรมทางศาสนา และกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ อย่าง ประเพณีทิ้งกระจาด ซึ่งต้องใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเพียงพอต่อรองรับศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ไต้ฮงที่เดินทางมาจากประเทศใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และ ไต้หวัน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี”

ขณะที่เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ทางมูลนิธิฯ จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยมี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธี ต่อจากนั้นในเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2564 ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่ โดยจะใช้เวลาในการสร้างประมาณ 3 ปี “ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร)” นำเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมศาลเจ้าทางตอนใต้ของประเทศจีนมาออกแบบ ซึ่งเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญจากประเทศจีน โดยเฉพาะงานแกะสลักและงานตกแต่งภายใน ใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท

สำหรับองค์ไต้ฮงกงหยกขาวขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จะนำมาประดิษฐานภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ที่มีน้ำหนัก 70 ตันนี้ มีความสูงรวมฐาน 4.20 หน้าตักกว้าง 2.60 เมตร  โดยหินหยกขาวที่นำมาแกะสลักเป็นชิ้นหยกขาวจากประเทศพม่า นำส่งไปให้ช่างฝีมือชาวจีนผู้ชำนาญการแกะสลักยังประเทศจีน

สำหรับบริเวณโดยรอบศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ประกอบด้วย อาคารศาลเจ้า สำหรับการมาสักการบูชาหลวงปู่ไต้ฮง และอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งภายในมีหอประวัติของหลวงปู่ไต้ฮงให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้ พร้อมกันนี้ ยังได้จัดสรรพื้นที่สำหรับจอดรถไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการ สามารถจอดรถได้ประมาณ 100 คัน

“ศาลเจ้าไต้ฮงกง” นับเป็นศูนย์รวมที่พึ่งทางจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้การดูแลของ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” โดยศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งแรก หรือ ศาลเจ้าไต้ฮงกง (พลับพลาไชย) ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2452 จากการที่ศิษยานุศิษย์ได้รวบรวมเงินและจัดซื้อที่ดินสร้างศาลาประดิษฐานถาวร ณ ถนนเจ้าคำรพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

หากท่านใดต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) สามารถติดตามรายละเอียดการบริจาคได้ที่ https://www.facebook.com/atpohtecktung/ หรือ https://www.pohtecktung.org/ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-225-0020 ต่อ 366