ภัทรพงษ์ โชว์ห้องปลอดฝุ่น งบ 2,000 บาท ลั่นพรรคประชาชนทำได้ ทำไมรัฐบาลทำไม่ได้

ภัทรพงษ์ โชว์ห้องปลอดฝุ่น งบ 2,000 บาท ลั่นพรรคประชาชนทำได้ ทำไมรัฐบาลทำไม่ได้

ภัทรพงษ์ โชว์ห้องปลอดฝุ่น งบ 2,000 บาท ลั่นพรรคประชาชนทำได้ ทำไมรัฐบาลทำไม่ได้

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.54 น.

วันที่ 18 เม.ย.2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขตอำเภอหางดงและสันป่าตอง พรรคประชาชน โพสต์เฟชบุ๊ก Phattarapong Leelaphat -ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร ระบุว่า ห้องปลอดฝุ่น (Positive Pressure Room) สร้างพื้นที่อากาศสะอาดให้กับประชาชน ด้วยต้นทุนเพียงแค่ 2,000 บาทต่อห้อง (30ตร.ม.) พรรคประชาชนทำได้ ทำไมรัฐบาลทำไม่ได้?

ห้องปลอดฝุ่นนี้ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่เลยครับ มีมานานแล้ว แต่วันนี้เราเอามาทำให้เป็นจริงด้วยต้นทุนที่ต่ำแต่คงประสิทธิภาพที่สูง ต้นแบบของเราครั้งนี้ออกแบบและติดตั้งโดย พี่เหมา-ธีรวุฒิ แก้วฟองพร้อมทีม เราได้มีการทดลองติดตั้งแล้ว ได้ผลดีมากครับ สร้างพื้นที่อากาศสะอาดให้กับประชาชนได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำมากๆ

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์

คำถามที่ส่งต่อไปยังรัฐบาล คือ เมื่อพรรคประชาชนทำได้ ด้วยราคาต้นทุนที่ต่ำมากขนาดนี้ ทำไมรัฐบาลถึงไม่สามารถทำให้ประชาชนได้ จะปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นอีกนานเท่าไหร่? ตอนนี้พวกเรา, พรรคประชาชน, กำลังเร่งสั่งของและประกอบเพื่อกระจายไปติดตั้งนะครับ เริ่มต้นด้วยมุ้งสู้ฝุ่นที่ตอนนี้ผลิตออกมาล๊อตแรกกำลังอยู่ระหว่างกระจายติดตั้งในพื้นที่ภาคเหนือ และห้องปลอดฝุ่นตอนนี้ติดตั้งไปบ้างแล้ว และกำลังจะกระจายเพิ่มเติมต่อไปครับ พวกเราสู้เต็มกำลังเท่าที่พวกเราจะทำได้ทั้งในสภาและในพื้นที่ครับ

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก เฟชบุ๊ก Phattarapong Leelaphat -ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร

แวดวงนักปกครอง : 18 เมษายน 2569

แวดวงนักปกครอง : 18 เมษายน 2569

แวดวงนักปกครอง : 18 เมษายน 2569

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมการปกครอง ระดม “อส.รถไฟ” คุมเข้มความปลอดภัยสายใต้ รองรับประชาชนกว่า 8.5 หมื่นคน ในการเดินทางช่วงสงกรานต์ 10-13 เมษา ที่ผ่านมา โดยกองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (อส.รถไฟ) ไม่ปล่อยประชาชนให้การเดินทางเสี่ยง ลุยอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยเต็มพิกัด จัดกำลัง อส.กว่า 100 นาย ขึ้นขบวนรถไฟ ครอบคลุมเส้นทางหาดใหญ่ ยะลา และสุไหงโก-ลก เน้นคัดกรองบุคคล เฝ้าระวังสิ่งต้องสงสัย คุมเข้มทุกจุดเสี่ยง จุดบริการ ยืนระยะดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง ส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

“นายอำเภอลาดหลุมแก้วลุยตรวจเอง! คุมเพลิงบ่อขยะ เร่งสกัดซ้ำซาก” นายสิรภพ นิยมเดช นายอำเภอลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นำทีมฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ ต.บ่อเงิน ระดมรถน้ำควบคุมเพลิงต่อเนื่องทั้งคืน สกัดไฟไม่ให้ลุกลาม เหตุจากพื้นที่มีความลึก และกว้าง ทำให้ต้องใช้เวลาควบคุม เตรียมมาตรการรับมือระยะยาว ตัดต้นไม้เพื่อเปิดทัศนวิสัย ป้องกันการลักลอบเผาซ้ำ นายอำเภอยืนยันไม่มีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย

นายสิรภพ นิยมเดช

นายอำเภอลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

นายสุระบัณฑิต กันยานะ

นายอำเภอตาคลี จ.นครสวรรค์

“นายอำเภอรุดช่วย! ไฟไหม้ 2 หลังกลางดึก ระดมธารน้ำใจเยียวยา” นายทศพร  เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ นำฝ่ายปกครอง สมาชิก อส. ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย หมู่ 1 ต.วังหิน หลังเพลิงไหม้กลางดึก บ้านเรือนวอด 2 หลัง ไร้เจ็บตาย เร่งมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร น้ำดื่ม ผ้าห่ม บรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นทันที พลังชุมชนไม่ทิ้งกัน วัด–ท้องถิ่น–ชาวบ้าน ร่วมมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือ ตร.เร่ง หาสาเหตุ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาผู้ประสบภัย

กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน เดินหน้าพัฒนาศักยภาพสมาชิก อส. ด้านการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด จัดฝึกอบรมเข้ม ดึงกำลังพลจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ เข้ารับการอบรม 2 รุ่น ๆ ละ 105 นาย ในช่วงเดือนเมษา –พฤษภา ณ ค่ายเพชรโยธิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป้าหมายยกระดับขีดความสามารถ อส. ทั่วประเทศ เสริมแนวรบเชิงรุก สกัดกั้นภัยยาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ย้ำเตือนภัยผู้สมัครสอบ อย่าได้หลงเชื่อ!! บุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านจนได้เข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ๆ หากพบพฤติการณ์ดังกล่าวให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม โทร. 0 2356 9511 หรือผ่านเว็บไซต์ damrongdhama.dopa.go.th โดยกรมการปกครองจะดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งแก่ผู้กระทำการทุจริตและผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดจะถูกดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด

ส่งท้ายนายอำเภอพาเที่ยวทริปนี้ พาไปเปิดพิกัด Unseen! “เขาช่องลม” วิวหลักล้านกลางตาคลี นายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ ชวนเปิดมุมมองใหม่ “เขาช่องลม” ต.ช่องแค จุดเช็กอินธรรมชาติกลางภูเขา ชมวิวตาคลีสุดลูกหูลูกตา เส้นทางจากถนนตาคลี–ช่องแค (สาย 2004) ก่อนเดินเท้าผจญภัยเล็กน้อย บางช่วงมีเชือกให้ปีน เพิ่มสีสันสายลุย ทีเด็ดอยู่ที่ “ช่องหินรับลม” และจุดชมวิวบนยอดเขา สูดลมเย็น ชาร์จพลังใจ ปลุกท่องเที่ยวชุมชนให้คึกคัก ด้วยวลีเด็ด “เขา…ไม่ได้อยู่ไกล แค่รอให้ไปหา” ปักหมุดแล้วออกเดินทางได้เลย!

นาย..อำเภอน้อย

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“การเลือกตั้งที่โปร่งใสจะทำให้เป็นที่ยอมรับทั้งกระบวนการและทำให้ระบบการเมืองชอบธรรมในที่สุด ส่วนความสำคัญของความโปร่งใสจะป้องกันและดูแลให้กระบวนการเลือกตั้งปราศจากการแทรกแซงหรือทุจริตจากผู้มีอำนาจทางเมือง”

นายแสวง บุญมี

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ปชน.ดิ้นพล่านรับมือ จ่อยื่นสู้คดีอดีต44สส.

ปชน.ดิ้นพล่านรับมือ จ่อยื่นสู้คดีอดีต44สส.

ปชน.ดิ้นพล่านรับมือ จ่อยื่นสู้คดีอดีต44สส.

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปชน.ดินพล่านรับมือ จ่อยื่นสู้คดีอดีต44สส.

ปชน.” ลุ้นศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดี 44 สส.ตรงวันประชุมเลือก กก.บห.ชุดใหม่ 24 เมษายน ด้าน “หมอวาโย” ยัน พร้อมรับทุกสถานการณ์ เชื่อปปช.ถูกสั่งให้แก้คำร้อง เพราะไม่สมบูรณ์-ละเมิดกม.เล็งยื่นศาลชี้ข้อบกพร่องร้ายแรง ขณะที่’โสภณ’ทำบุญสงกรานต์ที่รัฐสภา หวังพาประเทศฝ่าวิกฤต อวยพรประชาชนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรค บอก ปวารณาตนทำประโยชน์ให้บ้านเมือง

เมื่อวันที่ 17เมษายน2569 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดีอดีต 44สส.พรรคก้าวไกล เสนอชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในวันที่ 24เม.ย.ว่า ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแล้ว โดยทางพรรคจะส่งทนายความไปรับฟังคำสั่งศาลในวันดังกล่าวด้วย ส่วนทิศทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้น มีอยู่ 3 ทาง คือ 1.ไม่ประทับรับฟ้องเลย 2.ศาลประทับรับฟ้องโดยที่ไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น สส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือศาลอาจมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ 3.ศาลสั่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแก้ไขคำร้องเพิ่มเติม ส่วนตัวคิดว่า ผลลัพธ์มีโอกาสออกทางที่ 3มากที่สุด เพราะคำร้องของ ป.ป.ช.ยังดูไม่ค่อยสมบูรณ์ เอกสารประกอบท้ายคำร้องยังส่งไม่ครบและพวกตนยังพบว่า มีข้อบกพร่องบางประการค่อนข้างร้ายแรง ซึ่ง ป.ป.ช.อาจกระทำการละเมิดกฎหมาย โดยเราจะยื่นคำร้องในส่วนนี้ให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิ่มเติมด้วย

นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ช่วงวันที่ 24-26เม.ย.พรรคประชาชนมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และเบื้องต้นมีวาระเรื่องตำแหน่งกรรมการบริหาร ถือเป็นเรื่องบังเอิญ ดังนั้นต้องรอดู คำสั่งศาลว่าจะเป็นอย่างไร อาจส่งผลถึงการประชุมของพรรค อย่างไรก็ตาม เราเตรียมรับมือในทุก สถานการณ์อยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยืนยันว่าเราไม่ได้กังวล เราต่อสู้เต็มที่ เมื่อถามว่า หากศาลประทับรับฟ้อง ทางพรรคจะต่อสู้กับข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.อย่างไร นพ.วาโย กล่าวว่า เรามีข้อต่อสู้ใหญ่ 3 ข้อ คือ 1.ข้อต่อสู้ตามหลักการว่า อำนาจตุลาการไม่สามารถมาล่วงละเมิดการพิจารณาเนื้อหาของฝ่ายนิติบัญญัติได้ 2.ข้อต่อสู้เฉพาะบุคคล เพราะแม้ว่าทั้ง 44 คนจะถูกเหมารวมเป็นสำนวนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แต่ละคนก็ถูกกล่าวหาด้วยวิธีการเฉพาะตัวด้วย ดังนั้นต้องมีการสืบเจตนาและพฤติการณ์เฉพาะตัวกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา ว่ามีเจตนาหรือไม่อย่างไร3.อำนาจของ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงกระบวนการที่ผ่านมาทั้งหมด ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเราจะขอให้ศาลสั่งยกคดีทั้งหมด หรือย้อนกระบวนการพิจารณาใหม่

เวลา 09.00น.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธี “งานบุญสงกรานต์รัฐสภา สืบสานประเพณี งดงามวิถีไทย” พร้อมด้วย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งและนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งข้าราชการสำนักงานสภาฯ ซึ่งจัดที่บริเวณห้องโถงพิธีชั้น 11 เป็นครั้งแรก เนื่องจากปกติจะใช้ในโอกาสพิธีเปิดประชุมรัฐสภา โดยภายในงานมีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล มีการนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9รูป มาทำพิธี โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นนายโสภณได้นำข้าราชการสภาฯ ร่วมสรงน้ำพระ เนื่องในวันสงกรานต์

หลังเสร็จสิ้นพิธีการ นายโสภณ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้รัฐสภาได้จัดพิธีทำบุญวันสงกรานต์เพื่อสืบสานประเพณี ได้มีการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ และได้มีการเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ให้กับอาคารรัฐสภาและบ้านเมือง การทำบุญครั้งนี้ ถือว่าเป็นการทำบุญให้กับประเทศด้วย เพราะรัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ และวันนี้ถือเป็นวันมงคล ก็ถือโอกาสเปิดร้านอาหารบริเวณชั้น 2 ที่จะให้ สส. เข้ามารับประทาน แต่ให้สมาชิกเป็นผู้จ่ายเงินเอง เชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการประชุมสภาฯ เพราะได้เตรียมการไว้พร้อมแล้ว เพียงแต่เพิ่มขั้นตอนที่ สส.ต้องจ่ายเงินเอง วันนี้ถือเป็นวันดี เริ่มเรื่องดีๆ ใหม่ๆ ให้กับสังคม บ้านเมืองและหน่วยงาน” นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ ยังกล่าวถึงกระบวนการทูลเกล้าฯ ชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯว่า ตนยังไม่ดำเนินการในขั้นตอนใด เพราะต้องรอให้ทางพรรคประชาชนแจ้งชื่อมายังตนถึงจะดำเนินการต่อไปได้ อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่มีการประสานใดๆมาจากทางพรรคประชาชน ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าตนจะดำเนินการประชุมพรรคการเมืองเพื่อจัดสรรกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ จำนวน 35คณะ เพื่อให้การแต่งตั้ง กมธ.แล้วเสร็จโดยเร็ว จะได้ทำงาน

จากนั้น นายโสภณ ได้พาคณะสื่อมวลชนเดินเยี่ยมชมและสำรวจพื้นที่ห้องอาหารที่จัดไว้ให้เฉพาะ สส. ในวันประชุมสภาฯ ที่ตั้งอยู่ชั้น2 ข้างห้องประชุมสุริยันต์ ที่นำร้านอาหารภายนอกมาทดสอบระบบการเปิดให้บริการด้วยการจำหน่าย ก่อนที่จะเปิด ให้ สส.ได้ใช้บริการในวันประชุมสภาฯ ช่วงวันที่ 22 – 23 เม.ย.นี้ โดยพบว่ามีการนำร้านอาหารที่ปกติจำหน่ายอยู่บริเวณชั้นB2 มาให้บริการทั้งสิ้น 18 ร้าน อาทิ ข้าวซอยไก่ ข้าวมันไก่ ข้าวราดแกง ก๊วยเตี๋ยว ก๊วยเตี๋ยวหลอด น้ำดื่ม ขนมเบื้อง เป็นต้น โดย นายโสภณ กล่าวระหว่างเยี่ยมชม ว่าในพื้นที่จะมีเคาน์เตอร์ให้บริการรับแลกคูปอง หรือ บัตรเติมเงิน ตามจำนวนที่ สส.ต้องการ เช่น 100 – 500 บาท จากนั้นจะให้นำคูปอง หรือบัตรที่เติมเงินแล้ว ไปซื้ออาหารรับประทาน พร้อมกับนำเงิน 100 บาทแลกซื้อคูปองเพื่อใช้ซื้ออาหารไปรับประทาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายโสภณ ได้เดินเลือกซื้ออาหารเพื่อรับประทาน ระหว่างนั้นได้ขอให้ผู้ค้าช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกใส่อาหาร พร้อมกับกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐสภาเตรียมที่จะทำโครงการลดโลกร้อน ด้วยการลดการใช้ถุงพลาสติกและใช้ภาชนะอื่นทดแทน ทั้งนี้ไม่ปิดกั้นที่สส. หรือบุคคลจะนำปิ่นโต หรือ กล่องอาหารมาใส่อาหารเพื่อนำไปรับประทานเอง รวมถึงใช้ถุงผ้าเพื่อใส่อาหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยกันลดโลกร้อน

ด้าน นายไผ่ ลิกค์ สส.จังหวัดกำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม (กธ.)โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ถึงกรณีรัฐบาลเตรียมเร่งเดินหน้าโครงการ“คนละครึ่งพลัส”ว่า ตนเองเห็นด้วยโครงการคนละครึ่งเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ให้คนละ 2000 คงไม่น่าจะพอ อยากให้เพิ่มสัก 4000 ถึงจะกู้มาก็ถือว่าคุ้ม ตอนนี้ต้องเล็งเห็นด้วยว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนจะมีเงินอีกครึ่งหรือไม่ แต่สิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลช่วยโดยทันทีคือภาคการเกษตร ปีนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าน้ำจะแล้งในเมื่อเรารู้แล้วเตรียมการเลยครับ ขอโครงการไร่ละ 2000 หรือ 1000 เหมือนที่เคยมีมา ทั้งพืชไร่และพืชสวน จะทำให้เกษตรกรพอจะยืนอยู่ได้ ส่วนโครงการรถไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ดีแต่คนจะซื้อรถไฟฟ้าได้ ก็เป็นคนชั้นกลาง อยากให้มองเห็น คนรากหญ้ามาก่อน สิ่งสำคัญเข้าใจว่าต้องตรวจสอบคนรับสิทธิ์แต่ขอให้มันง่ายง่าย เพราะตอนนี้ทุกคนได้รับผลกระทบกันหมด ผมเตือนแล้วว่าปุ๋ยไม่พอ จะไปขอซื้อตอนนี้ จะทันมั้ยเกษตรกรต้องได้รับการดูแลทันที ‘พูดความจริงดีที่สุด

นายกฯชิงดับไฟควงมทภ.4 ขอโทษปชช. กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ

นายกฯชิงดับไฟควงมทภ.4 ขอโทษปชช. กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ

นายกฯชิงดับไฟควงมทภ.4 ขอโทษปชช. กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯชิงดับไฟควงมทภ.4 ขอโทษปชช. กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ ปิดห้องคุย‘วันนอร์-สส.’

อนุทิน”ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ดูหน้างาน รับฟังปัญหา มอบนโยบาย ศอ.บต. ยึดหลัก “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” หวังปชช.เข้าใจเจตนารมณ์รัฐบาล ลั่นปล่อยให้เหตุการณ์อยู่แบบนี้ ไม่ได้เด็ดขาด ย้ำชัดมาช่วยทำงาน ไม่ได้ฟื้นฝอยหาตะเข็บ ปิดห้องคุย “วันนอร์-กมลศักดิ์”ก่อนกินข้าวเที่ยง“วันนอร์”ชม“นายกฯหนู”หากอยู่ครบ4ปี ทำประเทศดีขึ้น“กมลศักดิ์”เผยสบายใจขึ้นหลังได้เล่าข้อเท็จจริง ชี้ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน รมว.กห. ควง มทภ.4 ขอโทษ ปชช. หลัง นายกฯ ไม่สบายใจ ปมกล่าวหาโรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย ยอมรับสื่อสารผิดพลาด ยัน มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุข

เมื่อเวลา 07.44 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 ) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกภายหลังแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า จริงๆ แล้วตนมีความตั้งใจที่จะลงไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว และมีหลายเรื่องเข้ามาก็เลยถือโอกาสลงไป เพื่อกํากับดูแลทุกอย่าง โดยตนจะไปดูว่าเราจะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่อย่างไรให้เร็วที่สุด

นายกฯ ถึงนราฯ มทภ.4รอต้อนรับ

เมื่อเวลา 09.28 น. นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส โดยมีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาให้การต้อนรับ โดยนายกฯ ได้ทักทายและสวมกอด พล.ท.นรธิป อย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้ นายบุญช่วย และ พล.ท.นรธิป ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้กับนายกฯ ก่อนที่นายกฯ ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (ผบ.บก.อส.) จะเข้าตรวจแถวกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่มารักษาความปลอดภัยในการตรวจราชการของนายกฯ ครั้งนี้ จากนั้นนายกฯ และคณะนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยัง ศอ.บต. เพื่อมอบนโยบายการแก้แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงาน

ประชุมกับส่วนราชการในพื้นที่

เวลา 10.10 น. นายอนุทิน พร้อมคณะเดินทางถึง ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อประชุมร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวันมูฮะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พล.ร.อ.ไพรโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมประชุม

โดย นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า พวกเราเดินทางมาที่ ศอ.บต. ซึ่งเป็นความตั้งใจที่จะมาพบปะเพื่อนข้าราชการที่มาปฎิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อยืนยันว่า ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในหน่วยงานความมั่นคงทุกคนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก ในการแถลงนโยบาย รัฐบาลได้กำหนดการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายที่สำคัญ ที่เราได้แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาถือว่ารัฐบาลนี้ได้มาบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบ ตนได้รับเกียรติจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตประธาน มาเป็นที่ประธานปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งในความเหมาะสม และความอาวุโส ทำให้ตนคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ น่าจะเป็นจังหวะที่ดี ที่เราได้บุคลากรที่มีประสบการณ์ มีบารมี มีความชำนาญในพื้นที่มาเป็นเรี่ยวแรงของรัฐบาล

ใช้หลัก‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’

นายกฯ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราใช้หลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาซึ่งเป็นการน้อมนำแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งเราเชื่อว่า ด้วยแนวทางนี้จะสามารถนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับมาคืนสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้โดยเร็ว ทั้ง 3 คำเป็นคำง่ายๆ แต่มีความหมาย คำว่าเข้าใจ หมายถึง เราศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เข้าใจปัญหา เข้าใจพื้นที่ และเข้าใจวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ คำว่าเข้าถึง หมายถึง การลงพื้นที่อย่างจริงจังไปพบปะกับพี่น้องประชาชนไปรับรู้ รับทราบสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการ รับทราบปัญหา สร้างความเข้าใจในตัวพวกเขา เพื่อที่จะสร้างความไว้วางใจของพวกเขาที่มีต่อพวกเรา และการพัฒนา คือการแก้ไขปัญหาและการสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในบริบทของชุมชนที่เราเข้าไปบริหารจัดการ สุดท้ายเราต้องมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่นี้ ให้เกิดความสงบสุข สันติสุข ความเจริญทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ให้ได้ผลสัมฤทธิ์ ซึ่งหากเราได้ความร่วมมือจากประชาชนความไว้วางใจ และมั่นใจ เราจะสำเร็จผลตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ ก็จะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว ต้องทันโลก ทันสมัย ทันเหตุการณ์

นายกฯ กล่าวว่า ตนมาอัพเดทสถานการณ์ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เพราะมีปัจจัยและปัญหาใหม่ๆ เข้ามา ทำให้เราต้องทบทวนความเข้าใจเสมอ ซึ่งเป็นประการด่านแรกที่เราต้องปรับให้ได้ ทั้งนี้ ตนได้ให้แนวทางข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในฐานะฝ่ายปกครอง ทำงานทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ซึ่งสถานการณ์ในภาคใต้ขณะนี้ต้องอยู่กับโลก เพราะโลกมีปัญหาและเป็นปัญหาที่สามารถเกี่ยวโยง ทำให้เกิดผลกระทบกับ 5 จังหวัดของ ศอ.บต. คือสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ฉะนั้นเราต้องทันโลก ทันสมัย ทันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ขอให้หน่วยที่สังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรีได้ยึดถือหลักการนี้เป็นแนวทางในการทำงาน เพื่อทำให้ภารกิจของ ศอ.บต.ได้บรรลุเป้าหมายต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า การที่เรามาประชุมในวันนี้ นอกเหนือจากปัญหาที่เป็นปัญหาเรื่องความมั่นคงแล้ว ตนมาที่นี่ เพื่อยืนยันการสนับสนุน ศอ.บต. ที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ ซึ่งตนพร้อมที่จะรับฟังว่า มีสิ่งใดที่จะให้ ครม. และรัฐบาลให้การสนับสนุนเป้าหมายของ ศอ.บต.บ้าง และให้ความมั่นใจหน่วยงานความมั่นคง ที่ทำหน้าที่อย่างทุ่มเทในการดูแลชายแดนและความสงบ รวมถึงการสร้างความสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งพวกเราทุกคนเต็มใจ ตั้งใจที่จะลงมาและคาดว่าสิ่งที่จะได้หารือวันในวันนี้ จะสามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศของเรา ทั้งนี้ตนทราบมาว่า ไม่มีผู้บริหารระดับนายกฯ ลงมาประชุมกับ ศอ.บต. ตนก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกับท่านในการแก้ไขปัญหาในภูมิภาคนี้

ปล่อยให้อยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้

“เรามีผู้ทรงคุณวุฒิ มีบารมี อยู่ในพื้นที่ด้วยอย่างนายวันนอร์มาช่วยอีก 1 แรง และผมคิดว่าเราคงจะปล่อยให้เหตุการณ์มันอยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้เป็นอันขาด เรามีรองประวุฒิสภา ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี เรามาช่วยกันทำงาน ไม่ได้มาจ้องจับผิดใครหรือมาฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไรที่ไหน เรามองไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่เราต้ิงทำให้พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจเจตนารมณ์ของเรา และสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่นให้กับพวกเขาให้ได้“ นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต้องมุ่งแก้ที่ต้นเหตุอย่างตรงจุดไม่เหมารวมประชาชน โดยเชื่อว่าทุกคนในพื้นที่ล้วนต้องการความสงบสุขและสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพคือ ความยุติธรรม จากการศึกษาประวัติศาสตร์ พบว่าความต้องการหลักของประชาชนในพื้นที่ คือความเป็นธรรม แม้ในบางช่วงจะมีแนวคิดหรือการแสดงออกที่เกินกรอบอุดมการณ์ แต่หากรัฐสามารถสร้างความเข้าใจ และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ก็จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ชื่นชม ขรก.-จนท.เสียสละทำงาน

เวลา 12.15 น. นายอนุทิน ได้พบปะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ที่มาร่วมรับมอบนโยบาย โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอความสันติสุขจงมีแต่ทุกคน ตนดีใจมากที่ได้มา ศอ.บต. ตนมีความชื่นชมในความทุ่มเทเสียสละของพวกท่านทุกคนที่ทำงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่ใช่เรื่องสนุก เราแก้ไขปัญหาทุกวันปัญหา แต่ละปัญหาที่เข้ามาหนักหนาสาหัสทั้งนั้น คนที่ไม่มีความทุ่มเท ไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งก็คงไม่สามารถมีความอดทนต่อภารกิจตรงนี้ได้ก็ต้องขอแสดงความชื่นชม

“พวกเราทุกคนเต็มใจที่จะมาเจอกับพวกท่าน วันนี้ตั้งใจที่จะมาเพื่อที่จะให้มั่นใจว่า รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของพวกท่านอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้า ความเจริญ และความสันติสุขความสงบในพื้นที่แห่งนี้ ตนยึดมั่นในหลักการนี้ สงบ สันติ สามัคคี ซึ่งเราต้องทำให้เกิดให้ได้ พวกเราทุกคนที่อยู่ในที่นี่มีทุกศาสนา ทั้งพุทธ มุสลิมและคริสต์ ซึ่งเป็นศาสนาหลักของเรา ทำไมจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เป็นคนไทยเหมือนกันทุกคน เราต้องเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายกฯ กล่าว

อนุทิน’ปิดห้องคุย‘กมลศักดิ์-วันนอร์’

เวลา 12.55 น. นายอนุทิน เดินทางถึงบ้านศรียะลา โดยก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ(ปช.) ได้ปิดห้องเข้าพูดคุยกัน 3 คนเป็นการส่วนตัว เพื่อหารือข้อราชการ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว ก่อนที่นายกฯ และคณะจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมกับคณะชุดใหญ่ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

สำหรับเมนูอาหารประกอบด้วย มัสมันเนื้อ, ไก่กอและ, ผัดสะตอกุ้ง, ซอเลาะลาดอ, ปลาอินทรีย์เจ๊ะการ์, ยำส้มโอทับทิมสยาม และผักน้ำพริกกะปิ รวมถึงเมนูของหวาน คือ ลำไยลอยแก้ว และผลไม้รวม

หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้น นายวันนอร์กล่าวขอบคุณคณะนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมและร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน ตนรู้จักและเคยร่วมงานกับนายกฯ มาตั้งแต่ปี 2544 รวมระยะเวลากว่า 25 ปี จึงทราบดีว่าเป็นคนจริงจังในการทำงาน และเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาในหลายด้าน นายกฯมีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี ผ่านสถานการณ์สำคัญของประเทศ ทั้งช่วง วิกฤตต้มยำกุ้ง และสถานการณ์โควิด-19 ที่มีปัญหาซับซ้อน จึงเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขวิกฤตของประเทศในปัจจุบันได้

วันนอร์’ชู‘อนุทิน’พาชาติพ้นวิกฤต

ส่วนการเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายวันนอร์ กล่าวว่า แม้ตนจะมีอายุมากแล้วและควรพักผ่อน แต่เมื่อประเทศมีปัญหาและนายกรัฐมนตรีได้เอ่ยปากขอให้ช่วย จึงยินดีเข้ามาทำหน้าที่ โดยยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือความขัดแย้งทางการเมือง

นายวันนอร์ ยังกล่าวอีกว่า สถานที่แห่งนี้เคยต้อนรับนายกฯมาแล้ว 2 คน ได้แก่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี 2540 และ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2546 โดย นายอนุทิน ถือเป็นนายกฯคนที่ 3 และอาจเป็นคนสุดท้ายที่ได้เชิญมารับประทานอาหาร เนื่องจากปัจจุบันตนมีอายุ 81 ปี ย่าง 82 ปี พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า นายกฯ จะสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างน้อย 4-8 ปี และนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้

จากนั้น นายวันนอร์ได้มอบกริชเป็นของที่ระลึก ให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้หยิบเงินขึ้นมาจ่าย โดยนายนอร์ รับเงิน พร้อมกล่าวว่า การให้กริชหรือของมีคม จะต้องจ่ายเงิน เพื่อเป็นเคล็ด รวมถึงลูกเขยของวันนอร์ ได้มอบของที่ระลึกให้ด้วย ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

กมลศักดิ์’สบายใจขึ้นหลังปิดห้องคุย

ขณะที่ นายกมลศักดิ์ เปิดเผยภายหลังการพูดคุยว่า รู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เพราะได้บอกเล่าข้อเท็จจริงเท่าที่ทราบ ส่วนทางคดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งรายละเอียดให้สอบถามนายกรัฐมนตรี ส่วนมีโอกาสที่จะสาวไปถึงผู้บงการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หนักใจหรือไม่ หาก ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานสืบสวนสอบสวน ในส่วนทางคดีสมมติมีการจับกุมทั้ง 4 คน และฝากขังต่อศาลครบกำหนดระยะเวลา หากมีพยานหลักฐานตามสมควรก็สามารถฟ้องทั้ง 4 คนนี้ก่อนได้ไม่ต้องรอ

เมื่อถามถึงมูลเหตุที่คนร้ายลงมือ ส่วนตัวปักใจเชื่อไปที่เรื่องไหน นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า คล้ายกับที่ตำรวจตั้งไว้ยังไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง ทางด้านความมั่นคง และการเมือง ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งสองทาง พร้อมย้ำว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทางตำรวจ

ศธ.หวังเคลียร์ รร.ปอเนาะ-ตาดีกา

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีสมาคมสมาพันธ์ รร.เอกชนภาคใต้ เรียกร้องย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กรณีกล่าวหารร.ปอเนาะ-ตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพราะความรุนแรงว่าจริงๆ ยังไม่อยากคิดว่าเป็นปัญหาโรงเรียนปอเนาะ เป็นโรงเรียนเอกชนที่สอนเกี่ยวกับศาสนาที่เป็นประเด็นในขณะนี้ อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ซึ่งเดิมกระทรวงศึกษาได้กำกับดูแลอยู่แล้วมีการตั้งคณะกรรมการร่วม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มีทั้งสช.ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนอยู่ อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นอย่างไร และเป็นการไปสร้างความเข้าใจกันระหว่างโรงเรียน ถือโอกาสที่ตนเพิ่งเข้าตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไปดูว่ากระทรวงจะทำอะไรได้บ้าง ในการส่งเสริมการศึกษา การยกระดับมาตรฐานการศึกษาและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่โรงเรียนไม่พอใจฝ่ายความมั่นคง ก็ต้องเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ กัน ซึ่งวันนี้ถือโอกาสจะไปดูว่ามีประเด็นอะไรบ้าง

รมว.กห.ควงมทภ.4ขอโทษปชช.

เวลา 15.03 น. ที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวภาพรวมต่อสื่อมวลชน ภายหลังที่นายอนุทิน เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้พารัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหา เกี่ยวกับกระแสสังคมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งตนขอยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งใจมาปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ โดนตนขอยืนยันอีกครั้งว่า แม่ทัพภาคที่ 4 มาด้วยความตั้งใจ

ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์พูดเกี่ยวกับคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” จนถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องการปิดไมค์เป็นเรื่องส่วนตัว อย่ามาพูดถึงกันเลย มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 มีกำลังใจในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งตนขอยืนยันว่า การคิดดี ทำดี พูดดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำกัน แต่เรื่องการสื่อสารที่สั้นเกินไป และแรงกดดันจากสื่อมวลชน อย่างตอนนี้ที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่ออยู่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

เมื่อถามว่ากรณีที่สมาคมโรงเรียนปอเนาะ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกนอกพื้นที่ จะมีการสร้างความเข้าใจในพื้นที่อย่างไร พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ตนว่าเราพูดคุยกันได้ ท่านก็รับผิดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัย และอาญา แต่เราแค่พูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อย และมีการขอโทษกันแล้ว ตนคิดว่าพี่น้องคนไทยเราให้อภัยกันได้

เมื่อถามย้ำว่าจะสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างไร พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า เดี๋ยวแม่ทัพภาคที่ 4 จะลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งก็ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกท่านให้เข้าใจซึ่งกันและกัน

ตั้งใจแก้ปัญหาให้เกิดสันติสุข

ขณะที่ พล.ท.นรธิป ได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า ตนอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ซึ่งตนขอยืนยันว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิป ระบุเพียงว่า มี เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว

รองผบ.ตร.ยันติดตามคดีไม่ลดละ

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยถึงคดีของนายกมลศักดิ์ ว่า คดีดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แม้จะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 โดยภายหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาคนที่ 1 ผู้ต้องหาที่เป็นคนขับรถ และผู้ต้องหามือปืน ซึ่งสามารถจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงผู้ต้องหาอีก 1 รายที่เกี่ยวข้องกับการนำรถของกลางไปชำแหละ

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ กอ.รมน. เข้าแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 151 ฐานนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นอีกสำนวนคดีหนึ่ง โดยหากการสอบสวนมีความเชื่อมโยงกัน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในต่างประเทศ จึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยทหารตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกประเทศ หากพบว่าหลบหนีออกไปแล้ว จะดำเนินการออกหมายแดงผ่านตำรวจสากลเพื่อติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเด็นผู้ว่าจ้างยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป เนื่องจากขณะนี้ผู้ต้องหายังไม่ครบทั้งหมด

รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. มีความห่วงใยต่อคดีดังกล่าว และได้กำชับให้เร่งรัดการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยตนได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานด้วยตนเอง เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี

นายกฯลั่นยึดถือความยุติธรรม

เมื่อเวลา 15.35 น. ที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า “ดี”

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ได้พูดคุยกับนายกมลศักดิ์ ว่า ดีครับ เราดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งทางตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จะครบแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสอบขยายผล พร้อมขอให้คำยืนยันว่า เราอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน ซึ่งเราเชื่อว่า ความยุติธรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะก่อให้เกิดความสงบสุข และสันติสุข โดยเราต้องอำนวยความยุติธรรมให้ได้ก่อน

ขอโทษประชาชน กรณีแม่ทัพภาค 4

เมื่อถามถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ และให้กำลังใจอย่างไร นายกฯ ยอมรับว่า มีการพูดคุยกัน ซึ่งในเรื่องการปฏิบัติงานท่านก็ทุ่มเทเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะในช่วงนี้ โดยตั้งแต่ที่ท่านเข้ามารับตำแหน่ง มีภัยพิบัติหรือมีเรื่องต่างๆ ท่านก็อยู่ที่หน้างานมาโดยตลอด และตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในช่วงหลังอาจจะมีสถานการณ์เยอะแยะไปหมด และท่านก็ถูกทั้งส่วนกลางและตนซักถาม เร่งรัดภารกิจต่างๆ ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์ในช่วงนี้ ทำให้ท่านพยายามจะตอบ แต่ตนขอยืนยันในใจของท่านไม่มีอะไร บางทีเวลาตอบ ภายใต้ภาวะที่ตึงเครียด ท่านก็มายอมรับว่า พูดไม่ครบถ้วนบ้าง พลาดไปบ้าง ตนก็ถามว่าท่านพร้อมจะขอโทษพี่น้องประชาชนหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าพร้อม ซึ่งท่านก็ได้ขอโทษพี่น้องประชาชนด้วยความเต็มใจ

“ผมก็ต้องขอโทษประชาชนด้วย ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.สิ่งที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล วิตกห่วงใย วันนี้เรามาแก้ไข และจี้ไปทุกประเด็นจะพยายามทำในสิ่งที่กฏหมายกำหนด คนไหนมีความผิดเราจะดำเนินคดีไปถึงที่สุด ไม่ต้องกังวลว่าจะไปถูกตัดตอนตรงไหน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เชื่อทุกคนต้องการสร้างความสงบ

ส่วนกรณีที่สถาบันปอเนาะไม่สบายใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้กล่าวกับผู้แทนของสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ นายขดดะรี บินเซ็น ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษา ศอ.บต. รับรองว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้พูดว่าทุกที่เป็นอย่างนั้น อาจมีบางที่บางจุด เราเชื่อว่าทุกคน ต้องการสร้างความสงบที่จะอยู่ด้วยกัน อย่างที่บอกเวลาพูดภายใต้สภาวะกดดัน

“อย่างผมพูดติดๆ ขัดๆ ต้องระวัง แต่ในใจมีแต่ความรักความห่วงใย และความเชื่อมั่นสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกเชื้อชาติศาสนา ผมเห็นภาพแล้วประทับใจมาก ผมเคยไปอำเภอหนึ่งที่โรงพยาบาล เห็นพระสงฆ์นอนอยู่แล้วอิหม่ามมุสลิมนั่งบีบขา เห็นแล้วรู้สึกดี ภาพเหล่านี้เห็นความมั่นใจที่จะทำให้ดีขึ้น” นายกฯ กล่าว

รอมฎอน เละคาบ้าน!!! ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนั่น หลังโพสต์ตั้งคำถาม ปมแม่ทัพ 4 ขอโทษ

รอมฎอน เละคาบ้าน!!! ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนั่น หลังโพสต์ตั้งคำถาม ปมแม่ทัพ 4 ขอโทษ

รอมฎอน เละคาบ้าน!!! ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนั่น หลังโพสต์ตั้งคำถาม ปมแม่ทัพ 4 ขอโทษ

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.01 น.

วันที่ 17 เมษายน 2569 จากกรณี พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาขอโทษ พี่น้องประชาชน โดยระบุว่า ตนอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ซึ่งตนขอยืนยันว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิป ระบุเพียงว่า มี เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว

ล่าสุด รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า คิดอย่างไรกับ #คำขอโทษ ของแม่ทัพภาคที่ 4 ครับ?

ต่อมา  ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์สนั่นเฟซบุ๊กของ รอมฎอน ปันจอร์ ถึงเรื่องนี้ อาธิ #save ท่านแม่ทัพภาค4 เป็นกำลังใจให้ท่าน , ตั้งโพสให้ตัวเองโดนเเท้ๆ แบบได๋วะ 5555, เมื่อไหร่ BRN จะขอโทษ ครอบครัวเหยื่อผู่บริสุทธิ์ เมื่อไหร่ สส.ที่ถือหาง BRN จะออกมาเรียกร้องให้ผู้บริสุทธิ์….หรือเราไม่มี สส. ?

ขอโทษทั้งที่ตัวเองทำถูกต้อง แม่ทัพถือว่าให้เกียรติมากพอแล้ว ตอนผู้บริสุทธิ์ถูกbrn ทำร้าย ทำไมพวกผู้นำศาสนาถึงไม่ออกมาขอโทษบ้างหล่ะ ขี้ขลาดตาขาวกันอยู่ได้ , ไม่ต้องขอโทษ ครับ จัดการขั้นเด็ดขาดไปเลย อยู่ข้าง แม่ทัพ ภาคที่ 4 และะคนไทย 60-70 ล้านคน , ไม่ควรขอโทษค่ะ เพราะพูดถูกแล้ว,พอดีกูมั่นใจในกองทัพไทยว่ะสส. เพราะประเทศไทยรอดได้เป็นปึกแผ่นมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะความสามารถบุคลากรตั้งแต่ชั้นผู้น้อยจนถึงผู้นำเหล่าทัพไม่ว่าจากอดีตจนถึงปัจจุบัน , ทีหลังไม่ต้องพูด…ทำเลย น่าจะดิ้นทุรนทุรายกันมากกว่าพูด 55555 ,เข้ามาอ่านเม้นท์ คาบ้าน…..เอกฉันท์ 555555,พูดเรื่องจริง ทำไมต้องขอโทษ , ยอมรับในความใจกว้าง ยอมขอโทษ เพื่อให้สงคมไปต่อแต่สิ่งที่ แม่ทัพพูดคือถูกต้อง แล้วครับ , รร สอนศาสนาคือต้นเหตุ , แม่ทัพพูดแค่นี้ ดิ้นจัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รอมฎอน เสี้ยม!!! โพสต์แซะกองทัพทิ้งนายกฯ ลงใต้ ที่ไหนได้ เสธ.ทบ. ก็ไป

แม่ทัพภาคที่ 4 ขอโทษประชาชน ปมกล่าวหาโรงเรียนปอเนาะ เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย ยอมรับสื่อสารผิดพลาด

นายกฯ หยอดหวาน คนชุมพร-ประจวบฯ ทำหายเครียด หลังถกแก้ไฟใต้ บอกไม่อ่านสคริปต์พูดจากใจ

นายกฯ หยอดหวาน คนชุมพร-ประจวบฯ ทำหายเครียด หลังถกแก้ไฟใต้ บอกไม่อ่านสคริปต์พูดจากใจ

นายกฯ หยอดหวาน คนชุมพร-ประจวบฯ ทำหายเครียด หลังถกแก้ไฟใต้ บอกไม่อ่านสคริปต์พูดจากใจ

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.00 น.

นายกฯ ขนคณะ เปิดงานวันไหลบางเบิด หยอดหวานคนชุมพร-ประจวบฯ ทำหายเครียด หลังถกแก้ไฟใต้ บอกไม่อ่านสคริปต์พูดจากใจ ก่อนขอบคุณให้ สส.ยกจังหวัด 

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 18.45  น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “วันไหลบางเบิด” ณ บริเวณชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมื่อนายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางมาถึง ได้มานั่งรอเปิดงานที่บาร์ริมทะเล โดยมีประชาชนมาขอถ่ายภาพ และส่งเสียงเชียร์ โดยนายกรัฐมนตรี ได้ยกมือไหว้ และโบกมือทักทายประชาชนที่เข้ามาถ่ายภาพ

จากนั้นเวลา 18.55 น. นายกรัฐมนตรี และคณะได้เดินฝ่าฝูงชนที่มาร่วมงาน ท่ามกลางประชาชนที่ส่งเสียงเรียก โดยมีบางช่วงได้มีประชาชนตะโกนขึ้นว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” พร้อมฉีดนายกรัฐมนตรีและคณะ

โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า พี่น้องชาวประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร มีอิทธิพลขนาดไหน ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ทำให้คณะรัฐมนตรี มาหาพวกท่านครึ่งคณะ พวกเราทุกคนตั้งใจมา ถ้าไม่ตั้งใจป่านนี้ถึงกรุงเทพแล้วตนไป จังหวัดนราธิวาสมา ไปแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พอนายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร (นายกโต้) และนายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร บอกนายกฯ ว่าไปจังหวัดนราธิวาสแล้วขากลับช่วยแวะชุมพรด้วย เพราะคนชุมพรให้ สส. นายกฯ มา 3 คน ไม่มาก็กระโดดน้ำตายได้เลย วันนี้พวกเราไปทำงานมาที่จังหวัดนราธิวาสก็ได้มากันทุกคน ดีใจที่ได้มาถึงตรงนี้มาถึงก็ตื่นตาตื่นใจ ไม่นึกว่าไปไหนที่แท้อยู่ริมทะเลนี่เอง รู้งี้ใส่ขาสั้นมาดีกว่า 

ทั้งนี้นายอนุทิน ได้แนะนำคณะรัฐมนตรีที่เดินทางมาด้วยพร้อมกับแนะนำสส. พรรคภูมิใจไทย ก่อนกล่าวติดตลกว่าต้องขอโทษด้วยที่จำชื่อจริง สส.ยังไม่หมด เพราะตนไม่เคยได้สส.เยอะเท่านี้มาก่อน

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พวกเรามากันครบเพื่อมาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพร ชาวประจวบคีรีขันธ์ และพี่น้องคนไทยที่อยู่ในที่นี้ 

วันนี้เขาให้สคริปต์ตนมาพูด แต่ตนไม่พูด ก่อนที่นายอนุทิน จะอ่านสคริปต์แบบช้าๆ พร้อม ถุย แล้วกล่าวว่า มาเจอน้องแบบนี้ไม่ต้องอ่านพูดจากหัวใจ

นายอนุทิน กล่าวว่า  กราบขอบคุณพี่น้องทุกท่านวันนี้เป็นวันไหลขอให้พี่น้องสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ พวกตนไม่มีอะไร วันนี้มาร่วมเป็นเพื่อน มาสนุกกับพ่อแม่พี่น้อง เพราะถือว่ามีบุญคุณ ตนกลับมาจากนราธิวาสมีความเครียดเต็มหัว พอมาเจอพี่น้องชาวชุมพรริทฝั่งน้ำตรงนี้ ก็มีความสุขถึงแม้ว่าจะเป็นชั่วคราวก็ตาม 

จากนายอนุทินได้อวยพรคนที่มาร่วมงานว่า ขอให้ประชาชนมีแต่ความเจริญยิ่งขึ้นไป สุขภาพแข็งแรงคิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกสิ่ง อายุยืนยาวและที่สำคัญต้องร่ำรวยกันทุกคน ก่อนที่ขึ้นรถเดินทางกลับกรุงเทพฯ 

อนุทิน เผยสร้างแน่รั้วชายแดนตากใบ-แว้ง ป้องลักลอบข้ามแดน ลั่นยุคผมการเมือง การทหารต้องเดินไปด้วยกัน

อนุทิน เผยสร้างแน่รั้วชายแดนตากใบ-แว้ง ป้องลักลอบข้ามแดน ลั่นยุคผมการเมือง การทหารต้องเดินไปด้วยกัน

อนุทิน เผยสร้างแน่รั้วชายแดนตากใบ-แว้ง ป้องลักลอบข้ามแดน ลั่นยุคผมการเมือง การทหารต้องเดินไปด้วยกัน

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.50 น.

นายกฯ ลงชายแดนใต้ ย้ำบูรณาการ “ความมั่นคง–พัฒนา” สร้างแน่รั้วชายแดนตากใบ-แว้ง

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 14.20 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จังหวัดปัตตานี

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปด้วยความตั้งใจ เพื่อเร่งติดตามและขับเคลื่อนงานในทุกมิติ โดยช่วงเช้าได้ติดตามงานด้านการพัฒนา พร้อมสั่งการเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงาน และดูแลเศรษฐกิจในพื้นที่ ขณะที่ช่วงบ่ายได้ติดตามงานด้านความมั่นคงที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำหลักการทำงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแกนสำคัญในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งด้านการพัฒนาและความมั่นคง เพื่อผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่วงเดือนรอมฎอนปีนี้มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน แม้ยังคงมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งมีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน โดยเห็นว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการทำงานมวลชน การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ตลอดจนการดำเนินปฏิบัติการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการลักลอบขนอาวุธ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ พร้อมส่งเสริมอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งผสมผสานความเป็นไทย มลายู และจีน โดยแสดงความชื่นชมการจัดงาน Malayu Raya 2026 ที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้รวมตัวทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ มีความสุข และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สะท้อนถึงการเป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนกิจกรรมพหุวัฒนธรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง

ในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการจัดทำรั้วกั้นตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอตากใบ และอำเภอแว้ง เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด ลดความถี่ของเหตุการณ์ความไม่สงบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยจะพิจารณางบกลาง ปี2569 เพื่อสนับสนุนการสร้างรั้วในเฟสที่หนึ่ง และในเฟสต่อไปจนลุล่วง

นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่า “ในยุคที่ผมดำรงตำแหน่ง ผอ. กอ.รมน. ผมย้ำเสมอว่า ‘การเมืองกับการทหารต้องเดินไปด้วยกัน’ เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขในพื้นที่ การบูรณาการความร่วมมือจะช่วยเพิ่มพลังในการขับเคลื่อนงาน ผมเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าว และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยยึดหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม มุ่งผลลัพธ์ และดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง”

ราชกิจจาฯประกาศให้ ‘ปิติ-พงศกร-พิบูลย์-ศิริวรรณ’ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ หลัง 4 รมต.ภูมิใจไทย ลาออก

ราชกิจจาฯประกาศให้ 'ปิติ-พงศกร-พิบูลย์-ศิริวรรณ' เป็น สส.บัญชีรายชื่อ หลัง 4 รมต.ภูมิใจไทย ลาออก

ราชกิจจาฯประกาศให้ ‘ปิติ-พงศกร-พิบูลย์-ศิริวรรณ’ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ หลัง 4 รมต.ภูมิใจไทย ลาออก

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.25 น.

วันที่ 17 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ระบุว่า

ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2569 ซึ่งได้ประกาศให้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทยลำดับที่ 10 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น

บัดนี้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน คือ นายปิติ ปิตุเตชะ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 21 

อย่างไรก็ตาม ยังมีประกาศสภาผู้แทนราษฎรในทำนองเดียวกันอีก 3 ฉบับ คือกรณีที่ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส. สิ้นสุดลง จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับ 23 ในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย คือ นายพงศกร อรรณนพพร เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทน

 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส. สิ้นสุดลง จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับ 24 ในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย คือ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทน

นายวราวุธ ศิลปอาชา ลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เช่นกัน เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส. สิ้นสุดลง จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับ 22 ในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย คือ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทน

ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569

นายโสภณ ชารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุทิน สวมเสื้อลายดอก บินไปต่อชุมพร เปิดโครงการส่งเสริมท่องเที่ยว วันไหลบางเบิด

อนุทิน สวมเสื้อลายดอก บินไปต่อชุมพร เปิดโครงการส่งเสริมท่องเที่ยว วันไหลบางเบิด

อนุทิน สวมเสื้อลายดอก บินไปต่อชุมพร เปิดโครงการส่งเสริมท่องเที่ยว วันไหลบางเบิด

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.45 น.

นายกฯไปต่อ ชุมพร  นำทีม สวมชุดสงกรานต์ บินเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ”วันไหลบางเบิด“

เมื่อเวลา 17.50 น.วันที่ 17 เม.ย.69  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมาถึงท่าอากาศยานชุมพร เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “วันไหลบางเบิด” ณ บริเวณชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เปลี่ยนชุดจากชุดราชการ เป็นชุดสงกรานต์เสื้อลายดอก โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร, นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร พร้อมส่วนราชการ และยังมี นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร มาให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ บรรยากาศที่ท่าอากาศยานชุมพร มีข้าราชการและประชาชน มาร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำพวงมาลัย และดอกกุหลาบมามอบให้นายกรัฐมนตรีอีกด้วย