‘สีหศักดิ์’ ประกาศความสำเร็จการทูตไทย ชูสูตร ‘ผู้นำคลิกกัน’ ดันเจรจาออสซี่-นิวซีแลนด์สำเร็จ 80%

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:15 น.

สีหศักดิ์

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยในงานกิจกรรมพบปะชุมชนคนไทยในนิวซีแลนด์ ว่า ขณะนี้สถานะของประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทในเวทีต่าง ๆ กำลังดำเนินไปในทางที่มั่นคง แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง

ทั้งนี้รัฐบาลสามารถเปิดความสัมพันธ์ใหม่กับประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการทูตและการค้าระหว่างภูมิภาค โดยภารกิจด้านต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงควบคู่ไปกับภารกิจภายในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการขับเคลื่อนที่เข้มข้นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล

สีหศักดิ์

“หัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำคลิกกันหลายเรื่องมันก็สำเร็จไปเกือบ 80% และทุกประเทศที่ท่านได้ไปเยือนก็สังเกตได้ว่าสามารถสร้างสิ่งนี้คือความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้นำโดยความสนิทสนมและไวเนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำในการหารือที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นปัจจัยที่ทำให้การเจรจาหลายเรื่องประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย” นายสีหศักดิ์ ระบุ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจหลักที่รัฐบาลจะละเลยไม่ได้คือการดูแลคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศผ่านแนวทางการดำเนินงานที่เรียกว่าการทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก การทำงานในส่วนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารราชการเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง

สีหศักดิ์

รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวไทยในต่างแดนเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในสังคมต่างชาติ สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายของประเทศที่พำนักอยู่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตและทำงาน

อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานชุมชนให้แข็งแกร่งเพื่อให้คนไทยในต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยสิ่งที่พยายามจะทำให้มากที่สุดคือการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวไทย ให้อยู่สุขสบายสามารถดูแลตัวเองกันได้

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่วว่า รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน แม้จะเป็นรัฐบาลที่ประกอบด้วยพรรคหลักเพียงสองพรรคแต่ยังคงเน้นสร้างความสามัคคีภายในเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างความไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งจากภายในเพื่อให้ประเทศสามารถต่อสู้กับภัยคุกคามภายนอกและสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคอย่างอาเซียนรวมถึงประเทศคู่ค้าหลักอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทิศทางการทำงานของรัฐบาลเปรียบเสมือนกุญแจที่เปิดประตูโอกาสให้ภาคเอกชนและประชาชนสามารถตักตวงผลประโยชน์จากการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำที่อยู่ในระดับที่ดีมากได้ทันที

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางเข้ามาทำงานในลักษณะแรงงานตามฤดูกาลในภาคการเกษตรเป็นหลักประมาณ 7,800 คนต่อปี กระทรวงแรงงานเตรียมนำประเด็นแรงงานเข้าไปเจรจาควบคู่กับการปรับปรุงหรือรีแวมพ์ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับเดิมเพื่อเพิ่มโอกาสและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

“เราจะเอาเรื่องแรงงานไปเจรจารวมกับการอัปเดตตัว FTA เก่า แต่ว่าจะเอาเรื่องแรงงานผนวกเข้าไปด้วย ซึ่งเราก็จะพูดถึงเรื่องของการขยายโควต้า เราพูดถึงเรื่องของการดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการให้กับพี่น้องแรงงาน ดูแลในเรื่องของการลดข้อจำกัดเช่นเรื่องของภาษา”

สำหรับแนวทางการเจรจาที่สำคัญคือการเสนอปรับลดข้อจำกัดด้านทักษะภาษาอังกฤษสำหรับแรงงานบางสาขาอาชีพอาทิภาคการเกษตร เชฟ และพนักงานนวด เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการจ้างงานมากขึ้น โดยจะเสนอให้ลดระดับความต้องการทางภาษาจากระดับวิชาการลงมาเป็นเพียงการสื่อสารขั้นพื้นฐานเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงานจริงและสร้างโอกาสการเข้าถึงงานที่กว้างขวาง

“ถ้าไม่ได้เรื่องภาษามากก็จะลดระดับลงจากระดับที่เป็น academic level ให้มันลดลงอยู่ในระดับที่เป็นแค่ basic communication ได้ไหม เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยมีโอกาสมายัง นิวซีแลนด์ให้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลในเรื่องสวัสดิภาพสวัสดิการคนไทยที่อยู่ที่นี่ด้วย”

การเมืองทูตนิวซีแลนด์สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

‘ยศชนัน’ ระดมสรรพกำลังลุยล้างโคลน เร่งฟื้นฟูหลัง อ.ปัว น้ำลด

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:05 น.

วันที่ 22 ส.ค.69 ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นายอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในห้องประชุม และร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference

ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยมีการจัดส่งทหารช่าง พร้อมเครื่องจักร และอุปกรณ์หนักอำนวยความสะดวก จากจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 40 นาย พร้อมด้วยกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 38 จำนวน 550 นาย และมณฑลทหารบกที่ 34-35 อีก 80 นาย ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ประสานงานกับทางอำเภอปัว เพื่อกระจายกำลังพลลงพื้นที่และขยายผลการช่วยเหลือไปยังจุดอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่อำเภอปัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเดินทางเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ในส่วนของการฟื้นฟูพื้นที่ กรมชลประทานได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำพร้อมกำลังพล เข้าไปสนับสนุนภารกิจทำความสะอาดและฉีดล้างดินโคลนตามบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ตำบลเจดีย์ชัย และบ้านร้องแง อำเภอปัว พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองของจังหวัด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารบ้านเรือนเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดสรรความช่วยเหลือและการฟื้นฟูเป็นไปอย่างครอบคลุมในทุกมิติ

รองนายกรัฐมนตรียังได้แสดงความห่วงใยต่อสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะครอบครัวที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจเมื่อวานนี้ได้พบเห็นสถานการณ์จริง จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในพื้นที่เร่งดูแลเยียวยาจิตใจควบคู่ไปกับการซ่อมแซมบ้านเรือน โดยนายอำเภอจะประสานงานกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เพื่อจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปประเมินและดูแลสภาพจิตใจของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ด้านกระทรวง พม. ได้รายงานเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าในการดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ในพื้นที่ตำบลศิลาแลง และตำบลวรนคร อำเภอปัว ว่าขณะนี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานว่า หากสามารถเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและชุมชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สภาพจิตใจของประชาชนฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นตามไปด้วย

น่านน้ำท่วมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

กรมชลฯ ลงพื้นที่สุโขทัย เกาะติดน้ำยม วางมาตรการระบายน้ำสอดรับฝนตกหนัก

22 สิงหาคม 2569 เวลา 13:52 น.

กรมชลฯ

วันนี้ (22 สิงหาคม 2569) นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 นายชวนินทร์ สุภาษา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย นายโชค พรินทรากูล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 นายอภินันทร์ จ่าพันดุง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 4 และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินแนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำยม พร้อมวางแนวทางบริหารจัดการและระบายน้ำ รองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

โดยนายทรงพล ได้ กำชับให้สำนักงานชลประทานที่ 4 ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด ใช้แผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการในการหน่วงน้ำ ตัดยอดน้ำ และพร่องน้ำล่วงหน้า พร้อมประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง รวมทั้งประสานการบริหารจัดการน้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำนักงานชลประทานที่ 3 เพื่อให้การบริหารจัดการและการระบายน้ำเป็นไปอย่างสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่พื้นที่ตอนบนลงสู่พื้นที่ตอนล่าง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

กรมชลฯ

ขณะที่นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยมได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกหนักทั้งบริเวณตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำ ในช่วงวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Y.31 จังหวัดพะเยา พุ่งสูงสุดถึง 917 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่พื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำ มีน้ำไหลผ่านที่สถานี Y.14B อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย สูงสุดถึง 688 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงต้องติดตามการเคลื่อนตัวของปริมาณน้ำและระดับน้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด

โดยปัจจุบันสถานีต้นน้ำในจังหวัดพะเยาและแพร่ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ที่จังหวัดสุโขทัยกำลังรับมือกับปริมาณน้ำที่กำลังจะเดินทางมาถึง โดยสถานการณ์ล่าสุดวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่สถานี Y.14B อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 561 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มทรงตัว ส่วนที่สถานี Y.4 อำเภอเมืองสุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 278 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังต่ำกว่าตลิ่งราว 1.7 เมตร สถานการณ์ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้

กรมชลฯ

อย่างไรก็ตามในส่วนการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้ควบคุมและระบายน้ำผ่านท้ายประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) พร้อมแบ่งน้ำเข้าประตูระบายน้ำคลองหกบาท ลงแม่น้ำยมสายเก่า และผันไปลงคลองยม-น่าน เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ตัวเมืองสุโขทัย โดยจะปรับการระบายให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำและสถานการณ์ฝนในแต่ละช่วงเวลา
และได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ตามจุดเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำยม พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำและฝน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถปรับแผนการบริหารจัดการและเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

กรมชลประทานน้ำสุโขทัยแม่น้ำยม

กยท. เร่งสำรวจน้ำท่วมน่าน จ่อช่วยเหลือชาวสวนยางรายละ 3,000 บาท

22 สิงหาคม 2569 เวลา 12:53 น.

นายวีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ตนได้หารือกับนายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์จาก กยท.จังหวัดน่าน พบว่า อุทกภัยส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของเกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเสียหายในหลายอำเภอ อาทิ อำเภอเมืองน่าน อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอเวียงสา อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง

โดยคาดว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติประมาณ 3,500 ราย พื้นที่ 35,000 ไร่ จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ทั้งหมด 16,146 ราย พื้นที่ 170,810.33 ไร่ โดยได้อนุมัติให้ กยท. สนับสนุนปัจจัยยังชีพแก่ครัวเรือนเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยพิบัติ และเตรียมพิจารณาสวัสดิการเงินช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย รายละไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อให้เกษตรกรสามารถติดต่อขอรับเงินช่วยเหลือได้ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย

สวนยาง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทั้งนี้ในการช่วยเหลือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก และได้สั่งการให้ กยท.เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือและเยียวยาเป็นไปอย่างทันท่วงที เนื่องจากสถานการณ์ครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายวีริศ บอกด้วยว่าล่าสุดได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการ กยท.ภาคเหนือ ให้ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ประสบภัย และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเป็นไปอย่างรวดเร็ว และป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยกำหนดมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่

1. ตรวจสอบและประเมินความเสียหายของเกษตรกรชาวสวนยาง และพื้นที่สวนยางใน จ.น่าน ให้รวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบที่กำหนดต่อไป

2. เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพื้นที่สุ่มเสี่ยง อาทิ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ โดยติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและกระจายข่าวแจ้งเตือนเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ทันที และ

3. ให้รายงานผลกระทบและความเสียหายให้ทราบ ทุกวันผ่านทางระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยืนยันว่า กยท.จะอยู่เคียงข้างพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สวนยาง
สวนยาง
สวนยาง
สวนยาง

กยท.น่านน้ำท่วมสวนยางเงินเยียวยา

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์ เป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลน้ำท่วม 6 จังหวัด เชื่อมภาคเอกชนส่งวัตถุดิบถึงโรงครัวกลาง

22 สิงหาคม 2569 เวลา 11:20 น.

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

วันนี้ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ต่อยอดการทำงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จังหวัดน่าน หรือ JIC น่าน จากการรายงานสถานการณ์ มาสู่การเป็นศูนย์กลางประสานข้อมูล ทำหน้าที่รวบรวมความต้องการจากพื้นที่ แล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนและหน่วยงานที่พร้อมสนับสนุนทราบว่าควรส่งอะไรไปที่ใด โดยล็อตแรกได้ประสานภาคเอกชนสนับสนุนเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ข้าวสาร ผักสด และเครื่องปรุงรส ส่งมอบให้มูลนิธิในพื้นที่ซึ่งตั้งโรงครัวกลางประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในจังหวัดน่าน และจะขยายการประสานไปยังจังหวัดอื่นที่ยังมีสถานการณ์ตามความต้องการของพื้นที่

การดำเนินการครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งนำความช่วยเหลือถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอาหารและน้ำดื่มที่ต้องไม่ขาดในแต่ละมื้อ พร้อมให้หน่วยงานด้านการสื่อสารของรัฐทำหน้าที่เชื่อมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าหากัน เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายตรงจุดและไม่ซ้ำซ้อน

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

สำหรับความช่วยเหลือล็อตแรกที่ส่งถึงโรงครัวกลางแล้ว ประกอบด้วยเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส และผักสดหลายชนิด ขณะที่โรงครัวกลางแจ้งว่ายังต้องการวัตถุดิบเติมต่อเนื่อง ทั้งเนื้อไก่ ข้าวสาร ผักสด เครื่องปรุงรส และภาชนะบรรจุอาหาร ซึ่งเป็นของที่ต้องใช้ทุกมื้อและหมดเร็วที่สุด

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้ประสานงานร่วมกับ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทำให้ทราบว่าโรงครัวกลางคือหัวใจของการช่วยเหลือในช่วงนี้ เพราะบ้านเรือนเสียหาย เครื่องครัวถูกน้ำพัดไป ชาวบ้านทำอาหารเองไม่ได้

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

“ดิฉันได้ประสานภาคเอกชนที่มีกำลัง จัดส่งวัตถุดิบและของจำเป็นเข้าไปในพื้นที่ให้เร็วที่สุด และให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล เชื่อมต่อผู้ที่พร้อมสนับสนุน กับความต้องการจริงของพื้นที่ เพราะความช่วยเหลือที่ดีที่สุดคือความช่วยเหลือที่ไปถึงทันมื้อต่อไป” นางสาวศุภมาสกล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้กรมประชาสัมพันธ์รายงานสถานการณ์น้ำและจุดที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องทุกช่วงข่าว และให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดในพื้นที่ประสบภัยรวบรวมความต้องการจากศูนย์พักพิงและโรงครัวกลางเป็นรายวัน แล้วแจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จะช่วยเหลือทราบว่าขณะนี้ในพื้นที่ต้องการอะไร เพื่อไม่ให้ของบางอย่างล้น ขณะที่ของจำเป็นบางอย่างยังขาด และให้ขยายรูปแบบการทำงานของ JIC น่าน ไปยังจังหวัดที่ยังเผชิญสถานการณ์ ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. ว่าสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด มีประชาชนได้รับผลกระทบ 25,058 ครัวเรือน รวม 78,241 คน ปัจจุบันยังมีสถานการณ์ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี โดยหลายพื้นที่ระดับน้ำลดลงและเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว สำหรับผู้ที่ประสงค์สนับสนุนสิ่งของ สามารถส่งไปยังศูนย์รับบริจาคสิ่งของและเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดน่าน ณ บริเวณโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดน่าน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 054-716-414 และ 054-716-409

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

“ดิฉันขอขอบคุณภาคเอกชน มูลนิธิ อาสาสมัคร และพี่น้องคนไทยทุกคนที่ส่งน้ำใจไปยังพื้นที่ประสบภัยในเวลานี้ ขณะนี้หลายพื้นที่ระดับน้ำลดลงและเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว ส่วนพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์ ทุกหน่วยงานกำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง สิ่งที่ดิฉันอยากฝากคือขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางราชการเป็นหลัก เพราะข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ความช่วยเหลือไปถึงคนที่ต้องการได้ตรงจุดที่สุด และขอยืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนจนกว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้าย

ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง NBT2HD สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz เฟซบุ๊ก กรมประชาสัมพันธ์ และเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน โดยศูนย์ JIC น่าน จะอัปเดตสถานการณ์วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 16.00 น. พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ครัวกลางน้ำท่วมศุภมาส อิศรภักดี

สมยศ เคลื่อนไหวแล้ว หลังข่าวฉาวคุกคามทางเพศ ‘ขอโทษที่ผมเข้าใจผิด’ คิดว่าให้ความยินยอม

22 สิงหาคม 2569 เวลา 11:19 น.

คุกคามทางเพศ2

จากกรณีมีข่าวนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวอาวุโส ที่เคยเป็นนักโทษคดีม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย

โดยล่าสุด “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก “Somyot Pruksakasemsuk” ขอน้อมรับผิดและกล่าวคำขอโทษต่อคู่กรณี ระบุว่า ” คำขอโทษ

ผมขอโทษคุณ A ที่ผมเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม แต่ไม่ใช่ดังที่คุณ A ได้เล่าให้ฟัง หลังจากการกระทำหลายครั้ง คุณ A ย้ายมาอยู่กินด้วยกันคิดว่า ความสัมพันธ์จะราบรื่นไปด้วยกันได้ในเรื่องความรัก คุณ A อายุ 25 ปี ผมอายุ 64 ปี มีความแตกต่างทางอายุตามที่บอกเล่า แต่เมื่อได้อยู่ร่วมกันสองปี ปีแรกยังประคับประคองไปด้วยกันได้ ปีที่สอง เป็นความสัมพันธ์ที่เแปลกแยกต่อกัน ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน คุณ A ต้องการให้ปกปิดความสัมพันธ์ที่อยู่ด้วยกันและผมก็ร่วมปกปิดไปด้วย เราอยู่ด้วยกันและมีการทะเลาะกันและมีปากเสียงต่อกันรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนต้องเลิกลาจากกัน

ขอโทษคุณ A อีกครั้ง ขอโทษทุกท่านที่ทำให้ขุ่นเคืองกับการกระทำที่ผิดพลาดครั้งนี้ จึงขอรับโทษทัณฑ์ทั้งหลายทั้งปวง “

Screenshot 2026-08-22 110812

ขณะที่โพสตืดังกล่าว นายพิภพ อุดมอิทธิพงศ์ คอลัมนิสต์และนักวิชาการอิสระ ก็ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นพร้อมตั้งคำถามว่า

” แล้วพี่จะไม่พูดถึงการละเมิดหรือคุกคามทางเพศที่พี่กระทำต่อเพื่อนนักกิจกรรมในอดีต (โดยเฉพาะคนที่เป็นรุ่นน้องหรือรุ่นลูกของพี่) ด้วยหรือครับ ผมว่ามีนะ เห็นมีคนอื่นพูดถึงหลายกรณีมาก แต่ถ้าพี่มองว่ามันไม่เป็นการคุกคามทางเพศก็แล้วไปครับ ผมคิดว่า มันไม่น่าจะจบแค่เคส คุณ A นะครับ ผมว่าเคลียร์ให้หมด ขอโทษให้หมด และสัญญาให้เต็มที่ว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก ” 

ด้าน นายสมยศ ได้เข้าไปตอบกลับว่า ” ได้ครับ ผมขอโทษทุกกรณี และสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก ” 

คอมเมนต์

คุกคามทางเพศสมยศพฤกษาเกษมสุขอดีตนักโทษม.112

ปวินไม่ทน จี้ จัดหนัก นักโทษม.112 คนดัง ล่วงละเมิดทางเพศ แฉพฤติกรรมแบบนี้มีเยอะ เหยื่อเคยเปิดโฟนให้ฟังสดๆ

22 สิงหาคม 2569 เวลา 11:02 น.

ปวิน

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยมาตรา 112 อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ได้โพสต์ Facebook กรณีนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวอาวุโส ที่เคยเป็นนักโทษคดีม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย

ปวิน ระบุว่า “เพิ่งได้อ่านเรื่องราวที่นักกิจกรรมการเมืองผู้หญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศจากแกนนำอาวุโสชายคนหนึ่ง ยอมรับว่าตกใจมาก ประการแรก ขอบคุณในความกล้าหาญของน้องผู้หญิงคนนั้นที่ออกมาพูดเรื่องนี้ จนทำให้คนที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศจากชายอาวุโสคนนี้ได้ออกมาพูดเรื่องเดียวกัน มันต้องใช้ความกล้าหาญมากในการเล่าเรื่องที่สร้างบาดแผลให้กับชีวิต ขอบคุณมากค่ะ ประการที่สอง ขบวนการประชาธิปไตยของไทยจำเป็นต้องถกเถียงเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และต้องมีมาตรการลงโทษแกนนำอาวุโสชายคนนั้น ซึ่งรวมถึงมาตรการทางกฎหมาย เราปล่อยให้คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามลอยนวลจากความผิดมามากพอแล้ว อย่าปล่อยให้คนที่อยู่ในขบวนการเดียวกันสามารถลอยนวลจากความผิดเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นเราต้องถามกับตัวเองว่า เราต่อสู้กับใคร กับอะไร และเพื่ออะไร

พฤติกรรมของชายอาวุโสคนนั้น อาจจะไม่ใช่มีเพียงแค่คนเดียว ดิชั้นได้ยินเรื่องเหล่านี้มาพอสมควร ยังมีนักกิจกรรมชายคนอื่นๆ ที่ชอบโทรศัพท์เกี้ยวนักกิจกรรมหญิง ผู้ลี้ภัยหญิง ใช้ภาษาที่มีความหมิ่นแหม่และอาจเข้าข่ายการละเมิดด้วยวาจา ดิชั้นเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่บทสนทนานี้เกิดขึ้นด้วย โดยน้องผู้หญิงคนนั้นเปิด Speaker โดยคนที่โทรมาไม่รู้ว่ามีคนอื่นฟังอยู่ ณ นาทีนั้น อาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องขำขัน แต่เมื่อทุกอย่างตกผลึก เราก็ตระหนักว่า นี่มันเป็นรูปแบบหนึ่งของการละเมิดทางเพศ

ดิชั้นบอกกับสหายหลายคนบนเส้นทางนี้ กับคนใกล้ชิด กับคนที่ทำงานด้วย — อย่ามีความเกี่ยวข้องทางเพศกับคนในขบวนการเดียวกัน ถ้ามีความใคร่ ก็ไปซื้อกิน แต่อย่าทำอย่างนี้กับคนที่เราทำงานด้วย โดยเฉพาะกับคนที่อายุน้อยกว่าเรา เพราะมันทำลายความเชื่อมั่น ศรัทธา และอะไรอื่นๆ อีกมาก ต่อสู้กับเผด็จการก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาเจอปีศาจในพวกเดียวกัน ฟังแล้วหดหู่ใจมาก”

รายงานข่าวแจ้งว่า นักกิจกรรมอาวุโสดังกล่าวเป็นอดีตเอ็นจีโอด้านแรงงาน เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เคยทำนิตยสารเสื้อแดงจนต้องโทษคดี ม.112 หลายปี ทำให้มีภาพเป็นฮีโร่ ของนักกิจกรรมรุ่นใหม่ด้วย

คุกคามทางเพศปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์อดีตนักโทษม.112

ส่องชุดผ้าพระราชทาน ครม.สัญจร สงขลา

22 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00 น.

ส่องชุดผ้าพระราชทาน

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความพร้อมการเตรียมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 จังหวัดสงขลาได้เตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย การจัดนิทรรศการ การนำเสนอข้อเสนอการพัฒนาจังหวัด และการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก และการจัดนิทรรศการจังหวัดสงขลา ได้จัดเตรียมให้คณะรัฐมนตรีสวมชุดผ้า “ลายราชวัตร” ซึ่งเป็นผ้าที่มีการทอด้วยมือเป็นลายดอกเล็ก ๆ แล้วเรียกชื่อว่า “ลายก้านแย่ง” หรือ “ลายคอนกเขา” เหตุเพราะมีลวดลายผ้าคล้ายกับขนคอของนกเขาชวา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองสงขลาและแหลมมลายู เมื่อ พ.ศ.ศ. 2443 คุณยายก่ำ ภัทรยนม์ ได้นำผ้าผ้าทอมือที่สวยที่สุดในสมัยนั้น ขึ้นถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผ้าที่พอจากกี่มือ (4 ตะกอ) พระองค์พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก จึงพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า “ลายรายวัตร” ซึ่งแปลว่า กิจวัตรหรือการกระทำ หลังจากพระองค์เสด็จฯ กลับ ผ้าทอลาย “คอนกเขา” จึงถูกเรียกต่อ ๆ กันมาจนถึงทุกวันนี้ในนาม “ผ้าทอลายราชวัตร”

ส่องชุดผ้าพระราชทาน ครม.สัญจร สงขลา

พร้อมกันนี้ ในกิจกรรมช่วงเย็นของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการฯ ได้จัดเตรียมชุดผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ” ประเภทผ้าบาติกให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงต่อยอดดอกไม้พระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่ผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ” ที่ทุกลายล้วนเปี่ยมไปด้วยความหมายในการน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เตรียมกระเป๋าเชือกกล้วย “กลุ่ม กอร์ตานี” OTOP อำเภอหาดใหญ่ นำมาเป็นของที่ระลึกให้กับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการนำกาบกล้วยมาทำเป็นเส้นเชือก ด้วยคุณสมบัติเส้นเชือกมีความเหนียว สามารถนำมาต่อยอดงานหัตถกรรมได้ จึงได้เรียนรู้และลองขึ้นงานสานโดยใช้ภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้าน และได้พัฒนามาเรื่อย ๆ จนมีลูกค้ามากขึ้น ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกร่วมงานกว่า 40 ครอบครัว โดยสมาชิกกลุ่มทำเชือกส่งให้กลุ่มจักสาน ใช้วัสดุเหลือทิ้งในชุมชนสร้างรายได้หลักและรายได้เสริมให้กับหลายครอบครัวปัจจุบันขยายเครือข่ายหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเพิ่มพันธมิตรทางการค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น

ส่องชุดผ้าพระราชทาน

ครม.สัญจรผ้าพระราชทานสงขลา

กทม. ซ้อมใหญ่แผนรับมือแผ่นดินไหว จำลองอพยพผู้บาดเจ็บหมู่ BTS สุรศักดิ์

22 สิงหาคม 2569 เวลา 09:13 น.

กทม.

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 22 ส.ค.69 พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุและระบบบัญชาการเหตุการณ์สาธารณภัยจำลองกรณีเกิดแผ่นดินไหว ณ บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ และโรงพยาบาลเลิดสิน โดยมี ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) โรงพยาบาลเลิดสิน บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTS) สำนักงานเขตสาทร สำนักงานเขตบางรัก สถานีดับเพลิงและกู้ภัยยานนาวา สถานีตำรวจนครบาลท้องที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง มูลนิธิร่วมกตัญญู และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมซักซ้อมปฏิบัติการ

รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สาธารณภัยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด การซ้อมแผนจึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้ทุกหน่วยงานรู้บทบาทและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว พร้อมประเมินว่าบุคลากร อุปกรณ์ และทรัพยากรที่มีอยู่เพียงพอหรือจำเป็นต้องเพิ่มเติมส่วนใด ครั้งนี้จำลองเหตุ แผ่นดินไหวบริเวณสถานี BTS สุรศักดิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก โดยทดสอบการทำงานร่วมกันของ BTS เขตสาทร ศูนย์เอราวัณ หน่วยกู้ภัย กู้ชีพ และโรงพยาบาลเลิดสิน ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ เข้าพื้นที่ ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย คัดแยกผู้บาดเจ็บ ไปจนถึงการส่งต่อและบริหารจัดการเตียง

กทม.

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ กทม. ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ในการซ้อม ไม่ให้ซ้ำเดิม พร้อมยกระดับความคาดหวังให้ทุกหน่วยงานทำงาน เร็วขึ้น ประสานงานแม่นยำขึ้น และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถนำบทเรียนจากการซ้อมไปใช้รับมือเหตุจริงได้ โจทย์สำคัญคือ การบริหารจัดการผู้ประสบภัยจำนวนมากและการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นระบบและลดระยะเวลาในการเข้าถึงผู้ประสบภัย

“กทม. พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เพราะการรับมือสาธารณภัยไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัย พลังความร่วมมือของทุกฝ่าย เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน” รองปลัดฯ เลิศลักษณ์ กล่าว

กทม.

สำหรับการฝึกซ้อมในครั้งนี้จำลองสถานการณ์วิกฤตเหตุแผ่นดินไหวในเขตเมือง ขณะมีรถไฟฟ้า BTS จอดให้บริการอยู่ ณ สถานีสุรศักดิ์ ส่งผลให้มีผู้โดยสารทั้งบนขบวนรถและชานชาลาได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และเกิดการอพยพประชาชนลงจากสถานีพร้อมกันในภาวะฉุกเฉิน โดยการฝึกซ้อมมุ่งเน้นการบูรณาการระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System: ICS) ทั้งสองระดับ ประกอบด้วย

1.การควบคุมสถานการณ์และอพยพในพื้นที่: โดยมี ผู้อำนวยการเขตสาทร ทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ BTS สถานีดับเพลิงฯ ยานนาวา และตำรวจ ในการควบคุมพื้นที่ อำนวยความสะดวกการอพยพ และดูแลความปลอดภัยโดยรอบ

กทม.

2.การกู้ชีพและการแพทย์ฉุกเฉิน: โดยมี โรงพยาบาลเลิดสิน ทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้านการแพทย์ (Medical Incident Commander) นำทีมศูนย์เอราวัณ เครือข่ายโรงพยาบาล และมูลนิธิกู้ภัย เข้าพื้นที่เพื่อคัดแยกผู้บาดเจ็บ (Triage) ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และลำเลียงผู้ป่วยส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อทดสอบระบบการรองรับผู้ป่วยบาดเจ็บจำนวนมาก (Mass Casualty Incident: MCI)

ผลการปฏิบัติการฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกหน่วยงานสามารถประสานการทำงานและปฏิบัติตามขั้นตอนแผนเผชิญเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทดสอบความพร้อม รวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงแผนปฏิบัติการจริง และเพิ่มศักยภาพความปลอดภัยในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในกรณีเกิดเหตุสาธารณภัยที่ไม่คาดคิดในอนาคต

กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.
กทม.

BTSกทม.ซ้อมใหญ่แผ่นดินไหว

นายกฯ เดินทางกลับไทย เตรียมบินด่วนลงพื้นที่น่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

22 สิงหาคม 2569 เวลา 08:08 น.

อนุทิน

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมภริยาและคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ กลับประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 19.45 น. วันที่ 22 สิงหาคม ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ก่อนเตรียมลงพื้นที่จังหวัดน่าน ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหา และเร่งประสานการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ในการเดินทางกลับของนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้มีนายทาฮา แมคเฟอร์สัน (Mr. Taha Macpherson) รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศและการค้า ด้านนโยบายและแผน ในฐานะผู้แทนรัฐบาลนิวซีแลนด์ พร้อมด้วยนางเรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี (H.E. Ms. Raylene Siale Tagaloa Liufalani) เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย นางสาวซาราห์ วอล์ช (Ms. Sarah Walsh) อธิบดีกรมพิธีการ กระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ และนางสาวรูธ ลูอิส (Ms. Ruth Lewis) หัวหน้าผู้รับผิดชอบการเยือน สำนักงานการเยือนและพิธีการ ร่วมส่งนายกรัฐมนตรีและคณะ โดยมีนายมงคล วิศิษฎ์สตัมภ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน ร่วมด้วย

อนุทิน

ทางด้านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรีจะกลับมาปฏิบัติภารกิจภายในประเทศต่อทันที โดยให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านและการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน

การเมืองนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์อนุทิน ชาญวีรกูลออสเตรเลีย