พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต "เมกะ มิลเลียนส์" ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

17 พ.ย. 2568 08:37 น.

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

เผยสลาก “เมกะ มิลเลียนส์” ใบเดียวขายที่รัฐจอร์เจีย ถูกเลขทั้งหมด รับแจ็กพอต 980 ล้านดอลลาร์ นับเป็นผู้ถูกรางวัลใหญ่ครั้งแรกในรอบ 40 งวด และเป็นอันดับที่ 8 ในประวัติศาสตร์เมกะ มิลเลียนส์

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลของรัฐจอร์เจีย เปิดเผยว่า สลากเมกะ มิลเลียน ใบเดียวที่ขายที่ ร้าน พับลิก ในเมืองนิวแนน รัฐจอร์เจีย ถูกจับคู่ตัวเลขทั้งหมด 6 หมายเลข และยังตรงกับเลขเมกะบอล ที่ออกรางวัล จึงได้รับแจ็กพอตมูลค่า 980 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ  คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 3,830 ล้านบาท 

ขณะที่ผู้ถูกรางวัลยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร อย่างไรก็ตามผู้ถูกรางวัลสามารถเลือกรับรางวัลได้สองทางระหว่างรับเงินแบบปีละงวด เป็นระยะเวลา 30 ปี หรือเลือกรับเงินก้อนเดียว  จำนวน ประมาณ 452.2 ล้าน ดอลลาร์ก่อนหักภาษี

โดยนับว่าเป็นผู้ถูกรางวัลครั้งแรกในรอบ 40 งวด หรือนับตั้งแต่รางวัลแจ็กพอตล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันถือเป็นแจ็กพอตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐจอร์เจีย และเป็นอันดับที่ 8 ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสลากเมกะ มิลเลียน.

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

17 พ.ย. 2568 08:17 น.

“อนุทิน” ย้ำผู้นำสหรัฐฯจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยกับกัมพูชามาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้า หลังไทย ถูกระงับการเจรจาเรื่องภาษีการค้าชั่วคราว พร้อมแสดงจุดยืนให้รัฐบาลไทย เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด ขณะที่กองทัพไทยเผยผลการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ช่องเหว อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เจอ

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

17 พ.ย. 2568 06:56 น.

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียปิดโรงเรียนในเมืองหลวงเกือบ 70 แห่ง จากความกังวลเรื่องแร่ใยหินที่ปนเปื้อนในทรายเด็กเล่น ซึ่งมีการเรียกผลิตภัณฑ์ไปแล้วเป็นจำนวนมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อ 16 พ.ย. 2568 รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า โรงเรียนรวม 69 แห่งในเขตเมืองหลวงของออสเตรเลีย (ACT) ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองภายในกรุงแคนเบอร์รา จะต้องถูกบังคับให้ปิดทำการในวันจันทร์ หลังจากที่ได้มีการเรียกคืนทรายเด็กเล่นที่มีสีสันสวยงาม เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะมี แร่ใยหิน (Asbestos) ปนเปื้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 พ.ย.) บริษัท Kmart และ Target ได้ประกาศเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีร่องรอยของแร่ใยหินในตัวอย่างบางส่วน ขณะที่คณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) ระบุว่า มีความเสี่ยง “ต่ำ” ที่แร่ใยหินจะลอยอยู่ในอากาศหรือมีอนุภาคเล็กพอที่จะสูดดมเข้าไปได้

นาง อีเว็ตต์ เบอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของเขต ACT ระบุในโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า กำลังมีการตรวจสอบโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งอาจ “ใช้เวลาหลายวัน” เธอกล่าวเสริมว่า การทดสอบคุณภาพอากาศจากทุกโรงเรียนจนถึงขณะนี้ได้ผลออกมา “เป็นลบ” หรือ ไม่พบแร่ใยหินในอากาศ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก โรงเรียนและศูนย์ดูแลเด็กเล็กหลายแห่งในภูมิภาคดังกล่าวต้อง ปิดทำการทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อวันศุกร์ หลังมีคำเตือนเรื่องความเสี่ยงของแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ทรายเด็กเล่น ที่จำหน่ายโดยบริษัท Officeworks

นอกจากนี้ ยังมีการปิดโรงเรียนใน นิวซีแลนด์ เนื่องจากความกังวลในลักษณะเดียวกัน โดยหนังสือพิมพ์ New Zealand Herald รายงานว่า มีโรงเรียนอย่างน้อยสองแห่งเตรียมปิดเพื่อดำเนินการตรวจสอบในวันจันทร์ (17 พ.ย.)

รัฐบาล ACT ระบุว่า บุคคลที่ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์นี้ ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ แต่นางเบอร์รีกล่าวว่า แม้จะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องกำจัดความเสี่ยงเท่าที่จะทำได้

มีโรงเรียนอีกราว 23 แห่งในเขต ACT ที่จะยังคงเปิดทำการ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านั้นมีทรายเด็กเล่นในสตอกจำนวนน้อย หรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ แร่ใยหิน ซึ่งเคยใช้กันอย่างแพร่หลายในวัสดุก่อสร้าง สามารถปล่อยเส้นใยที่เป็นพิษเข้าสู่อากาศ หากถูกรบกวนหรือแปรรูป เส้นใยเหล่านี้สามารถเกาะติดปอดและอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้หากสะสมเป็นเวลานานหลายสิบปี ทำให้การนำเข้าหรือส่งออกแร่ใยหิน หรือสินค้าที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ถูกห้าม ภายใต้กฎหมายของทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

17 พ.ย. 2568 06:31 น.

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

เจ้าหน้าที่อินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดในนิวเดลีเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นเหตุระเบิดพลีชีพ โดยพวกเขาจับกุมตัวผู้สมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิดได้แล้ว 1 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 ทางการอินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดรถยนต์รุนแรงในกรุงนิวเดลีเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน เป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ พร้อมทั้งประกาศการจับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด 1 ราย

สำนักงานสืบสวนแห่งชาติอินเดีย (NIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของแดนภารตะ ระบุว่า มือระเบิดกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเป็นชาวแคว้นแคชเมียร์ทั้งคู่ โดยตำรวจเพิ่งดำเนินการบุกตรวจค้นหลายจุดในภูมิภาคดังกล่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

NIA แถลงว่า พวกเขาฝ่าทางตันในการสืบสวน และจับกุมตัวนายอาเมียร์ ราชิด อาลี ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ลงทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยเขาสมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิด ซึ่งมีชื่อว่า อูมาร์ อุน นาบี ดำเนินการก่อการร้ายครั้งนี้ แต่ NIA ไม่เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย

NIA เผยอีกว่า นาบี เป็นผู้อาศัยในแคชเมียร์ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านอายุรกรรมทั่วไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐหรยาณาทางตอนเหนือ โดยเขากับนายอาลีเดินทางมายังเดลีเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อรถยนต์ ซึ่งในที่สุดรถคันดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่บรรทุกในยานพาหนะ (VBIED) เพื่อก่อเหตุ

ทั้งนี้ เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. เกิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินที่พลุกพล่าน และใกล้กับ “ป้อมแดง” ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอินเดีย โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกล่าวว่าเหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ และยังไม่ชัดเจนว่า นายนาบีรวมอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่

ขณะที่แถลงการณ์ของ NIA ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 10 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 32 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

17 พ.ย. 2568 03:46 น.

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

หนึ่งในหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมตัวได้แล้วที่ประเทศสเปน หลังจากปลอมแปลงการเสียชีวิตของตัวเอง และหลบซ่อนตัวอยู่ในยุโรป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 นาย แดเนียล โนบัว ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ เปิดเผยว่า นาย วิลเมอร์ “ปิโป” ชาบาร์เรีย หัวหน้าแก๊ง “ลอส โลบอส” (Los Lobos) หนึ่งในแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกจับกุมตัวได้แล้วที่ประเทศสเปน

ครอบครัวของชาบาร์เรียอ้างว่า เขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายจากเชื้อโควิดไปแล้วในปี 2564 แต่นายโนบัวกล่าวว่า นายชาบาร์เรียปลอมแปลงการเสียชีวิตของตนเอง, เปลี่ยนแปลงตัวตน และซ่อนตัวอยู่ในยุโรป ขณะที่ยังคงควบคุมปฏิบัติการอาชญากรรมในเอกวาดอร์ รวมถึงการขุดเหมืองผิดกฎหมายและการสั่งฆาตกรรม

ด้านนาย จอห์น ไรม์เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเอกวาดอร์ระบุผ่าน X ว่า ขณะนี้นายชาบาร์เรียอยู่ที่สเปนพร้อมกับตำรวจ และว่า การจับกุมนายชาบาร์เรียครั้งนี้ถือเป็น “วันแห่งประวัติศาสตร์” สำหรับประเทศเอกวาดอร์

คาดกันว่า แก๊งลอส โลบอส มีสมาชิกถึง 8,000 คน และเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอกวาดอร์ โดยพวกเขาถูกทั้งเอกวาดอร์และสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย และสหรัฐฯ มีคำสั่งคว่ำบาตรแก๊งลอส โลบอส เมื่อเดือนมิถุนายน 2567

ทั้งนี้ ความรุนแรงและการฆาตกรรมในเอกวาดอร์ พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศแห่งนี้ได้กลายเป็น ศูนย์กลางการค้าโคเคน และแก๊งคู่แข่งต่างแย่งชิงการควบคุม แม้ว่าเอกวาดอร์จะไม่ได้ผลิตยาเสพติด แต่ตั้งอยู่ติดกับประเทศผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่อย่างเปรูและโคลอมเบีย

การจับกุมนายชาบาร์เรียเกิดขึ้นในขณะที่ เอกวาดอร์กำลังมีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ อนุญาตให้มีฐานทัพทหารต่างชาติในประเทศได้อีกครั้ง โดยประธานาธิบดี โนบัว เคยบอกกับ BBC ว่า เขาต้องการให้กองทัพสหรัฐฯ และยุโรป เข้าร่วม สงครามต้านผู้ก่อการร้ายยาเสพติด ของเขา

สหรัฐฯ เคยมีฐานทัพอยู่บนชายฝั่งแปซิฟิกของเอกวาดอร์จนถึงปี 2542 จนกระทั่งนาย ราฟาเอล กอร์เรอา ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายในสมัยนั้น ไม่ต่ออายุข้อตกลงและแก้รัฐธรรมนูญเพื่อห้ามกองกำลังต่างชาติตั้งฐานทัพในประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

17 พ.ย. 2568 01:22 น.

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

กองทัพรัสเซียเผย ยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่งในแคว้นทางตอนใต้ ทำให้พวกเขาขยับเข้าใกล้เมืองสำคัญยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอยู่ต่อเนื่อง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 กองทัพรัสเซียออกมากล่าวว่า พวกเขายึดหมู่บ้านของยูเครนได้เพิ่มอีก 2 แห่ง นับเป็นการรุกคืบครั้งล่าสุดของกองทัพรัสเซียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในขณะที่กองทัพยูเครนกำลังพยายามตรึงกำลังเพื่อรักษาเมืองโปครอฟสก์ เมืองยุทธศาสตร์ทางตะวันออกเอาไว้

ทหารยูเครนที่เหนื่อยล้าและมีกำลังพลน้อยกว่า กำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อต้านทานกองทัพรัสเซียซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า โดยการรุกเต็มรูปแบบของมอสโกกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวปีที่สี่แล้ว

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า หมู่บ้าน มาลา ตอกมัชกา (Mala Tokmachka) กับหมู่บ้าน รฟโนปิลเลีย (Rivnopillia) ในแคว้นซาโปริชเชียทางตอนใต้ของยูเครน ถูกกองทัพของพวกเขายึดได้แล้ว

นักวิเคราะห์มองว่า การเสียหมู่บ้าน มาลา ตอกมัชกา ทำให้เมืองสำคัญอีกแห่งของยูเครนอย่างเมืองโอริคิฟ (Orikhiv) ตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่การเสียหมู่บ้าน ริฟโนปิลเลีย ทำให้ตอนนี้กองทัพรัสเซียควบคุมพื้นที่ทางเหนือ ตะวันออก และใต้ของเมืองกูเลย์โปเล (Gulyaipole) เอาไว้แล้ว

กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังเผยแพร่ภาพทางอากาศของหมู่บ้านริฟโนปิลเลีย ซึ่งแสดงให้เห็นทหารรัสเซียกำลังโบกธงชาติรัสเซียอยู่เหนือบ้านเรือนหลายหลังที่ได้รับความเสียหาย

อีกด้านหนึ่ง ทางการยูเครนระบุในวันอาทิตย์ว่า พวกเขาโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองโนโวคุยบีเชฟสก์ ในแคว้นซามารา ของรัสเซีย หลังจากที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งโจมตีโรงกลั่นอีกแห่งใกล้กรุงมอสโก

ส่วนที่สมรภูมิทางตะวันออก การต่อสู้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมศูนย์กลางการขนส่งสำคัญอย่างเมือง โปครอฟสก์ ซึ่งมีทหารรัสเซียหลายร้อยนายแทรกซึมเข้าไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การป้องกันของยูเครนอ่อนแอลง

ทั้งนี้ สงครามในยูเครนดำเนินมาใกล้ครบ 4 ปีแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง โดยการเจรจาสันติภาพระหว่างเคียฟและมอสโกอยู่ในภาวะหยุดชะงัก ส่วนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะจัดขึ้นที่กรุงบูดาเปสต์ ก็ไม่ได้เกิดขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

17 พ.ย. 2568 00:10 น.

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

ทางการจีนจับกุมตัวอดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินแล้ว ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับสินบน ไม่กี่เดือนหลังจากเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งจากข้อกล่าวหาทางการเงิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจในมณฑลเหอหนาน ตอนกลางของประเทศจีนดำเนินการจับกุมตัวนาย ซื่อ หย่งซิ่น อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ในข้อหายักยอกทรัพย์, ใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม และรับสินบนในฐานะลูกจ้างที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ

ซื่อ หย่งซิ่น ถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเมื่อเดือนกรกฎาคม เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เลวร้ายอย่างยิ่ง โดยเขาถูกกล่าวหาว่า ยักยอกเงินทุนโครงการและทรัพย์สินของวัด ทำให้เขาถูกสอบสวน และถูกถอดสมณศักดิ์

ทั้งนี้ นายซื่อ หย่งซิ่น ในวัย 60 ปี รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินในปี 2542 และตลอดหลายสิบปีหลังจากนั้น เขาได้ขยายการศึกษาและความรู้ทางวัฒนธรรมของวัดเส้าหลินไปถึงต่างประเทศ

เขายังเป็นที่รู้จักกันในนาม “พระซีอีโอ” (CEO monk) เนื่องจากการก่อตั้งบริษัทหลายสิบแห่งในต่างประเทศ แต่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการ ทำให้พระพุทธศาสนากลายเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์

ก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกอดีตพระสงฆ์กล่าวหาว่า ยักยอกเงินจากบริษัทที่วัดบริหาร, มีรถยนต์หรูหราหลายคัน และให้กำเนิดบุตรกับผู้หญิงหลายคน และเมื่อเดือนกรกฎาคม หน่วยงานด้านพุทธศาสนาสูงสุดของจีนระบุว่า พวกเขากำลังดำเนินการยกเลิก ใบรับรองการอุปสมบท ของนายซื่อ หลังจากมีข้อกล่าวหาใหม่ๆ ถูกเปิดเผยออกมา

“พฤติกรรมของนายซื่อ หย่งซิ่น มีลักษณะที่เลวร้ายอย่างยิ่ง ทำลายชื่อเสียงของพุทธศาสนิกชน และทำลายภาพลักษณ์ของพระสงฆ์” สมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนระบุในขณะนั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

16 พ.ย. 2568 22:22 น.

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

นานะ นักร้องสาวเกาหลีใต้ ช่วยกันกับแม่ต่อสู้กับโจรที่บุกรุกเข้ามาในบ้าน และจับกุมชายคนนี้ได้สำเร็จ โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บและต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 2568 ชายวัยประมาณ ปี บุกรุกเข้าไปในบ้านของ นานะ (Nana) นักร้องนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ แต่คนร้ายถูกพบตัวทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น โดยนักร้องสาวร่วมมือกับแม่ของเธอควบคุมตัวชายผู้บุกรุกได้สำเร็จ ก่อนที่ตำรวจจะถูกเรียกมาและจับกุมตัวเขา

ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap คนร้ายได้รับบาดเจ็บและกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล เช่นเดียวกับนานะและแม่ของเธอ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไประหว่างการต่อสู้

Yonhap ระบุว่า นานะในวัย 34 ปี ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายขณะพยายามหนีจากสถานการณ์อันตราย โดยตอนนี้ผู้เป็นแม่ฟื้นคืนสติแล้ว แต่ทั้งสองคนยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาและพักผ่อนอย่างเต็มที่ในขณะนี้

ด้านเจ้าหน้าที่สืบสวนจากสถานีตำรวจเมืองกูรี ในจังหวัดคย็องกี ระบุว่า คนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพักของนานะในเขตชานกรุงโซลเพื่อขโมยทรัพย์สิน และหลังเกิดเหตุชายคนนี้ก็ถูกควบคุมตัวในข้อหา ปล้นทรัพย์โดยก่อเหตุฉกรรจ์ (aggravated robbery)

อนึ่ง นานะ มีชื่อจริงคือ อิม จินอา เป็นนักร้องที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง และมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง เธอเริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะสมาชิกของ Orange Caramel ซึ่งเป็นวงย่อยของเกิร์ลกรุ๊ป After School มิวสิกวิดีโอเพลง “Catallena” ของทรีโอวงนี้มียอดเข้าชมบน YouTube มากกว่า 35 ล้านครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ไฟไหม้วอด 9 ชั่วโมงครึ่ง ศูนย์โลจิสติกส์แฟชั่นเกาหลีใต้ สินค้าเสียหายกว่า 11 ล้านชิ้น

ไฟไหม้วอด 9 ชั่วโมงครึ่ง ศูนย์โลจิสติกส์แฟชั่นเกาหลีใต้ สินค้าเสียหายกว่า 11 ล้านชิ้น

16 พ.ย. 2568 11:41 น.

ไฟไหม้วอด 9 ชั่วโมงครึ่ง ศูนย์โลจิสติกส์แฟชั่นเกาหลีใต้ สินค้าเสียหายกว่า 11 ล้านชิ้น

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ศูนย์โลจิสติกส์แฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ศูนย์ฯ ของ E-Land ในเมืองชอนัน จังหวัดชุงชองใต้ เหลือเพียงโครงสร้างที่เสียหายอย่างหนัก และทำลายสินค้าภายในกว่า 11 ล้านรายการ โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืด ประมาณ 06:08 น. เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ก่อนที่พนักงานจะเดินทางมาทำงาน ตามรายงานจากสำนักงานดับเพลิงจังหวัดชุงชองใต้ ต้นเพลิงเริ่มต้นที่ชั้นสี่ของคลังสินค้า และลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีสินค้าเสื้อผ้าและรองเท้าจำนวนมากเป็นเชื้อเพลิง โดยอาคารแห่งนี้มีสินค้าเก็บไว้มากกว่า 11 ล้านชิ้น โดยมีพื้นที่รวมกว่า 193,000 ตารางเมตร

ทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต้องเผชิญกับเปลวเพลิงที่รุนแรง ควันดำหนาทึบ และจุดเข้าถึงที่ถูกปิดกั้น ภายในหนึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 2  และระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 430 นาย รถดับเพลิง 150 คัน และเฮลิคอปเตอร์ 11 ลำ

เปลวเพลิงหลักถูกควบคุมได้หลังจากใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมงครึ่ง แต่ยังคงมีจุดความร้อนปะทุต่อเนื่องไปจนถึงกลางคืน เจ้าหน้าที่ถึงกับต้องติดตั้งระบบปืนฉีดน้ำแรงดันสูงจากเมืองอุลซาน ซึ่งเป็นระบบเดียวในประเทศ ที่สามารถฉีดน้ำได้ถึง 45,000 ลิตรต่อนาที หรือมากกว่าความจุของรถดับเพลิงมาตรฐานประมาณ 20 เท่า

ปฏิบัติการทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ยุติลงหลังพระอาทิตย์ตกดิน เนื่องจากทีมกู้ภัยเปลี่ยนไปใช้ความพยายามในการควบคุมเพลิงในช่วงข้ามคืน

ขนาดความเสียหายรุนแรงมาก ส่วนเหนือของคลังสินค้าพังถล่มลงบางส่วน ขณะที่ผนังภายนอกทางใต้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากความร้อนและเปลวไฟ วิศวกรโครงสร้างในพื้นที่ระบุว่า โครงสร้างค้ำยันภายในอาคารน่าจะได้รับความเสียหายจากความเค้นทางความร้อน

แม้ว่าสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ศูนย์แห่งนี้เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้เล็กน้อยมาแล้วเมื่อ 9 วันก่อน ทางกลุ่มบริษัท E-Land แถลงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกัน และยืนยันว่าจะมีการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบทันทีที่พื้นที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ ศูนย์โลจิสติกส์แห่งนี้ ซึ่งสร้างเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2014 ครอบคลุมพื้นที่ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น และชั้นเหนือพื้นดิน 4 ชั้น โดยมีพื้นที่รวม 193,210 ตารางเมตร เป็นศูนย์ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับรถบรรทุกได้พร้อมกัน 150 คัน สามารถรองรับกล่องได้มากถึง 50,000 กล่องต่อวัน และ 4-5 ล้านกล่องต่อปี.

ที่มา The Korea Herald

ทรัมป์ยกเลิกภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารกว่า 200 รายการ หลังผู้บริโภคกังวลค่าครองชีพพุ่ง

ทรัมป์ยกเลิกภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารกว่า 200 รายการ หลังผู้บริโภคกังวลค่าครองชีพพุ่ง

16 พ.ย. 2568 11:08 น.

ทรัมป์ยกเลิกภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารกว่า 200 รายการ หลังผู้บริโภคกังวลค่าครองชีพพุ่ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารกว่า 200 รายการ ซึ่งรวมถึงสินค้าหลัก เช่น กาแฟ เนื้อวัว กล้วย และน้ำส้ม เพื่อรับมือกับความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวอเมริกันเกี่ยวกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น

การยกเว้นภาษีใหม่นี้ ซึ่งมีผลย้อนหลัง ณ เที่ยงคืนวันพฤหัสบดี (13 พ.ย.) ถือเป็นการกลับลำนโยบายอย่างชัดเจนสำหรับทรัมป์ ซึ่งยืนยันมาตลอดว่าภาษีนำเข้าที่เขากำหนดขึ้นเมื่อต้นปีนี้ไม่ได้เป็นต้นเหตุของภาวะเงินเฟ้อ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับมาตรการนี้ ทรัมป์กล่าวว่า ภาษีของเขา “อาจจะ” ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น “ในบางกรณี” แต่เขายืนยันว่า โดยรวมแล้ว สหรัฐฯ “แทบจะไม่มีเงินเฟ้อเลย”

พรรคเดโมแครตเพิ่งได้รับชัยชนะหลายครั้งในการเลือกตั้งระดับรัฐและท้องถิ่นในเวอร์จิเนีย นิวเจอร์ซีย์ และนครนิวยอร์ก  โดยความกังวลที่เพิ่มขึ้นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับความสามารถในการซื้อ รวมถึงราคาอาหารที่สูง ถือเป็นประเด็นสำคัญ

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขาจะเดินหน้าจ่ายเงิน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยจะใช้รายได้จากภาษีศุลกากรในปีหน้ามาเป็นเงินทุน “ภาษีศุลกากรทำให้เราสามารถจ่ายเงินปันผลได้หากเราต้องการทำเช่นนั้น ตอนนี้เราจะจ่ายเงินปันผลและเราก็จะลดหนี้ด้วย” เขากล่าว

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศกรอบข้อตกลงทางการค้า ซึ่งเมื่อสรุปผลแล้ว จะมีการยกเลิกภาษีสำหรับอาหารบางชนิดและการนำเข้าอื่น ๆ จากอาร์เจนตินา เอกวาดอร์ กัวเตมาลา และเอลซัลวาดอร์ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อตกลงเพิ่มเติมก่อนสิ้นปีนี้

บัญชีรายชื่อที่ประกาศเมื่อวันศุกร์รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ ซื้อเป็นประจำ ซึ่งหลายรายการมีราคาสูงขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบปีต่อปี รายการนี้ประกอบด้วยสินค้ากว่า 200 รายการ ตั้งแต่ส้ม อาซาอิเบอร์รี และปาปริก้า ไปจนถึงโกโก้ สารเคมีที่ใช้ในการผลิตอาหาร ปุ๋ย และแม้กระทั่งขนมปังที่ใช้ในพิธีศีลมหาสนิท

ทำเนียบขาวระบุในเอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวว่า มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจาก “ความคืบหน้าที่สำคัญที่ประธานาธิบดีได้ทำในการสร้างเงื่อนไขที่สมดุลมากขึ้นสำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีของเรา”

ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ตัดสินใจยกเว้นภาษีอาหารบางรายการได้ เนื่องจากสินค้าเหล่านั้นไม่ได้ปลูกหรือแปรรูปในสหรัฐอเมริกา และเนื่องจากมีการสรุปกรอบข้อตกลงเก้าฉบับ ข้อตกลงขั้นสุดท้ายว่าด้วยการค้าต่างตอบแทนสองฉบับ และข้อตกลงการลงทุนสองฉบับ

ตามข้อมูลล่าสุดสำหรับเดือนกันยายน เนื้อบดมีราคาสูงขึ้นเกือบ 13% ตามดัชนีราคาผู้บริโภค และสเต็กมีราคาสูงกว่าปีก่อนเกือบ 17% การเพิ่มขึ้นของทั้งสองรายการนี้ถือว่ามากที่สุดในรอบกว่าสามปี ย้อนกลับไปในช่วงที่เงินเฟ้อใกล้ถึงจุดสูงสุดภายใต้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งเป็นเดโมแครต

แม้ว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตเนื้อวัวรายใหญ่ แต่ การขาดแคลนปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้ราคาเนื้อวัวสูงขึ้น โดยราคากล้วยเพิ่มขึ้นประมาณ 7% ขณะที่มะเขือเทศเพิ่มขึ้น 1% ต้นทุนโดยรวมสำหรับอาหารที่บริโภคในบ้านเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนกันยายน

การยกเว้นภาษีได้รับการชื่นชมจากกลุ่มอุตสาหกรรมหลายกลุ่ม ขณะที่บางกลุ่มแสดงความผิดหวังที่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาถูกยกเว้นออกไป

ทรัมป์ได้พลิกผันระบบการค้าโลกด้วยการเรียกเก็บภาษีพื้นฐาน 10% สำหรับการนำเข้าจากทุกประเทศ รวมถึงภาษีเฉพาะเพิ่มเติมที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ทรัมป์ได้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นความสามารถในการซื้อในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าต้นทุนที่สูงขึ้นใด ๆ ก็ตามเกิดจากนโยบายที่ประกาศใช้โดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไม่ใช่นโยบายภาษีของเขาเอง

ผู้บริโภคยังคงรู้สึกไม่พอใจกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากภาษีนำเข้า และอาจสูงขึ้นอีกในปีหน้า เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เริ่มผลักภาระภาษีนำเข้าเต็มจำนวน

นายริชาร์ด นีล สส. พรรคเดโมแครตในคณะกรรมการวิธีและการระดมทุนของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์กำลัง “ดับไฟที่พวกเขาเป็นคนก่อขึ้น และอ้างว่ามันคือความก้าวหน้า”

“รัฐบาลทรัมป์กำลังยอมรับต่อสาธารณะในสิ่งที่พวกเรารู้ตั้งแต่ต้น: สงครามการค้าของทรัมป์กำลังเพิ่มต้นทุนให้กับประชาชน” นีลกล่าวในแถลงการณ์ “นับตั้งแต่การใช้ภาษีเหล่านี้ ภาวะเงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้น และภาคการผลิตก็หดตัวลงทุกเดือน”.

ที่มา Reuters