ครอบครัวเท็กซัสเจอเซอร์ไพรส์ใหญ่ อุปกรณ์ NASA ไซส์เท่ารถ ตกลงบนฟาร์ม

ครอบครัวเท็กซัสเจอเซอร์ไพรส์ใหญ่ อุปกรณ์ NASA ไซส์เท่ารถ ตกลงบนฟาร์ม

10 ต.ค. 2568 10:48 น.

ครอบครัวเท็กซัสเจอเซอร์ไพรส์ใหญ่ อุปกรณ์ NASA ไซส์เท่ารถ ตกลงบนฟาร์ม

ครอบครัวชาวเท็กซัสตะลึง อุปกรณ์ยักษ์ติดโลโก้ “NASA” ร่วงลงกลางฟาร์มพร้อมร่มชูชีพขนาดมหึมา หลังหลุดจากบอลลูนวิจัยอวกาศ

เหตุการณ์สุดแปลกนี้เกิดขึ้นกับ แอนน์ วอลเตอร์ ชาวเมืองเอดมันสัน ทางตอนเหนือของรัฐเท็กซัส ซึ่งเล่าว่าในตอนแรกเธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร เพราะมันมีขนาดใหญ่กว่าที่คิดมาก ตอนมองขึ้นไปไม่รู้เลยว่ามันขนาดไหน แต่พอมันตกลงมาเห็นชัดเลยว่าร่มชูชีพน่าจะกว้างราว 30 ฟุต หรือ ประมาณ 9 เมตร

หลังจากนั้น วอลเตอร์โทรแจ้งสำนักงานนายอำเภอท้องถิ่น และได้รับการยืนยันว่า NASA กำลังตามหาชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่สูญหาย จากภารกิจวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากศูนย์บอลลูนวิทยาศาสตร์โคลัมเบีย (Columbia Scientific Balloon Facility) ของ NASA ได้ติดต่อกลับมาหาเธอ โดยอธิบายว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ บอลลูนวิจัยไร้คนขับที่ปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงกว่า 20 ไมล์ หรือ ราว 32 กิโลเมตร เพื่อทำการทดลองทางดาราศาสตร์

ภารกิจนี้มีจุดประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ ดวงดาว กาแล็กซี และหลุมดำ โดยบอลลูนถูกปล่อยขึ้นจากเมือง ฟอร์ตซัมเนอร์ รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่อุปกรณ์ตกลงมาประมาณ 225 กิโลเมตรทางตะวันตก

นายอำเภอ เดวิด โคชราน แห่งเขตเฮล เคาน์ตี ยืนยันว่าทางสำนักงานของเขาได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ NASA ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เพื่อขอความช่วยเหลือในการค้นหาอุปกรณ์ที่สูญหาย

วอลเตอร์เล่าว่า เจ้าหน้าที่จากศูนย์บอลลูนเดินทางมาพร้อมรถบรรทุกและเทรลเลอร์ เพื่อเก็บกู้ชิ้นส่วนกลับไป โดยเธอและครอบครัวไม่พลาดที่จะ ถ่ายภาพและวิดีโอไว้เป็นที่ระลึก

แม้จะเกิดเหตุการณ์สะเทือนวงการวิทยาศาสตร์ แต่จนถึงขณะนี้ NASA ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เนื่องจากหน่วยงานยังได้รับผลกระทบจากการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำให้เจ้าหน้าที่บางส่วนไม่สามารถปฏิบัติงานได้

อย่างไรก็ตาม ตารางภารกิจบนเว็บไซต์ของศูนย์บอลลูนแสดงให้เห็นว่า NASA มีการวางแผนปล่อยบอลลูนวิจัยต่อเนื่อง จากฟอร์ตซัมเนอร์หลายเที่ยวในเดือนนี้.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นาซา

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนกลายเป็น New Normal

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนกลายเป็น New Normal

10 ต.ค. 2568 10:39 น.

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนกลายเป็น New Normal

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อ ขณะที่เนื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจะกลายเป็น “ความปกติใหม่” 

วันที่ 9 ตุลาคม 2568 นางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) กล่าวเตือนว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั่วโลกจะกลายเป็น “ความปกติใหม่” (New normal) พร้อมเสริมว่าเศรษฐกิจโลกดีกว่าที่กลัว แต่แย่กว่าที่ควร โดยความยืดหยุ่นทั่วโลกยังไม่ถูกทดสอบอย่างเต็มที่ แต่มีสัญญาณว่าการทดสอบนี้อาจมาถึงในไม่ช้า

นางจอร์เจียวา กล่าวว่า นโยบายภาษีศุลกากรกำลังเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และผลกระทบเต็มรูปแบบของมันยังคงไม่ได้ปรากฏออกมา ขณะเดียวกันสินค้าปริมาณมากที่ก่อนหน้านี้จะไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ แต่เปลี่ยนเส้นทางไปยังตลาดในประเทศอื่นๆ อาจจุดชนวนการปรับขึ้นภาษีศุลกากรรอบสอง

โดยมองว่า ตลาดการเงินยังคงมีเสถียรภาพโดยทั่วไป แม้เผชิญความปั่นป่วนทางนโยบาย และหากมีการปรับฐานอย่างฉับพลัน สภาพการณ์ทางการเงินที่ตึงตัวยิ่งขึ้นอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยกระตุ้นเหล่าผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกยังคงมองการค้าเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก รวมถึงดำเนินนโยบายอย่างชาญฉลาด ขณะเดียวกัน ระบุว่า IMF ได้ปรับแก้การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกปี 2568 เหลือร้อยละ 3 ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เดือนกรกฎาคม.

ด่วน แผ่นดินไหว 7.4 เขย่าฟิลิปปินส์ ประกาศเตือนภัยสึนามิ

ด่วน แผ่นดินไหว 7.4 เขย่าฟิลิปปินส์ ประกาศเตือนภัยสึนามิ

10 ต.ค. 2568 09:44 น.

ด่วน แผ่นดินไหว 7.4 เขย่าฟิลิปปินส์ ประกาศเตือนภัยสึนามิ

เกิดเหตุแผ่นดินไหวความแรง 7.4 ที่ฟิลิปปินส์ ทางการต้องประกาศเตือนภัยสึนามิ ครอบคลุมบางส่วนของอินโดนีเซียด้วย คาดคลื่นอาจสูงราว 3 เมตร

ทางการฟิลิปปินส์ได้ออก ประกาศเตือนภัยสึนามิ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังเกิดเหตุ แผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูด บริเวณภูมิภาคมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ คาดว่าสึนามิจะมาถึงก่อนเวลา 11.43 น.ตามเวลาในท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียก็ได้ประกาศเตือนสึนามิ เช่นกันในพื้นที่ สุลาเวสีตอนเหนือและภูมิภาคปาปัว ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวกว่า 300 กิโลเมตร โดยสำนักงานธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซียระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นสึนามิได้

หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและป้องกันภัยของทั้งสองประเทศขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพหากจำเป็น ขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ออกประกาศแจ้งเตือนเมื่อเวลา 09.32 น. ระบุว่า คลื่นสึนามิอาจสูงได้ถึง 3 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปกติ บริเวณชายฝั่งบางส่วนของฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ ยังคาดว่า คลื่นอาจสูงราว 1 เมตรเหนือระดับน้ำขึ้นปกติ บริเวณชายฝั่งของ อินโดนีเซียและปาเลา โดยหน่วยงานเฝ้าระวังเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์

“คิม จองอึน” ให้คำมั่นจะเปลี่ยนเกาหลีเหนือเป็น “สวรรค์แห่งความมั่งคั่ง” ฉลองครบ 80 ปีก่อตั้งพรรค

"คิม จองอึน" ให้คำมั่นจะเปลี่ยนเกาหลีเหนือเป็น "สวรรค์แห่งความมั่งคั่ง" ฉลองครบ 80 ปีก่อตั้งพรรค

10 ต.ค. 2568 09:44 น.

“คิม จองอึน” ให้คำมั่นจะเปลี่ยนเกาหลีเหนือเป็น “สวรรค์แห่งความมั่งคั่ง” ฉลองครบ 80 ปีก่อตั้งพรรค

“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือประกาศคำมั่นกลางงานฉลองครอบรอบ 80 ปีก่อตั้งพรรคแรงงาน จะสร้างประเทศเกาหลีเหนือให้กลายเป็นดินแดนสวรค์ที่มั่งคั่งและงดงามที่สุดในโลก พร้อมพัฒนาแสนยานุภาพนิวเคลียร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากชาติตะวันตก

วันที่ 10 ตุลาคม 2568  สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็น “สวรรค์สังคมนิยมที่มั่งคั่งและงดงาม” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งพรรคแรงงานแห่งเกาหลี  

ทางด้านสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ระบุว่า คำกล่าวของนายคิม จองอึน มีขึ้นระหว่างพิธีเฉลิมฉลองที่สนามกีฬาเมย์เดย์ ในกรุงเปียงยาง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีแขกต่างประเทศและสมาชิกจากหลายองค์กรเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยเขากล่าวว่า จะเปลี่ยนประเทศนี้ให้เป็นดินแดนที่มั่งคั่งและงดงามยิ่งกว่าเดิม เป็นสวรรค์สังคมนิยมที่ดีที่สุดในโลก 

นอกจากนี้ คิม จองอึน กล่าวรำลึกถึงเส้นทางของพรรคแรงงาน โดยย้ำว่า เกาหลีเหนือจำเป็นต้องดำเนินนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างศักยภาพด้านนิวเคลียร์ เพื่อรับมือภัยคุกคามจาก “พวกจักรวรรดินิยมสหรัฐฯ” ท่ามกลางความปั่นป่วนทางการเมืองทั่วโลกในทศวรรษ 1990  

ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า แม้ปัจจุบันเกาหลีเหนือยังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและการทหารจากศัตรูอย่างรุนแรง แต่เกียรติภูมิในเวทีโลกของเกาหลีเหนือ ในฐานะสมาชิกผู้ซื่อสัตย์ของฝ่ายสังคมนิยมกำลังเพิ่มขึ้นทุกปี และหากประชาชนร่วมมือกัน เขาเชื่อว่าอีกเพียงไม่กี่ปีในจิตวิญญาณเดียวกัน ประเทศจะสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง

รายงานระบุว่า เดิมทีเกาหลีเหนือคาดว่าจะจัดขบวนสวนสนามทางทหารขนาดใหญ่ในช่วงเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดี แต่คาดว่าถูกเลื่อนออกไปเป็นคืนวันศุกร์เนื่องจากสภาพอากาศมีฝนตก

ทั้งนี้ พิธีฉลองครบรอบจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงศิลปะ ดอกไม้ไฟ และการแสดงมวลชน โดยมีบุคคลสำคัญจากต่างประเทศเข้าร่วม ได้แก่ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน นายดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย และนายโต ลัม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม.

เวียดนามน้ำท่วมอ่วม พายุแมตโมซ้ำเติมความเสียหาย

เวียดนามน้ำท่วมอ่วม พายุแมตโมซ้ำเติมความเสียหาย

10 ต.ค. 2568 09:23 น.

เวียดนามน้ำท่วมอ่วม พายุแมตโมซ้ำเติมความเสียหาย

เวียดนามเผชิญน้ำท่วมรุนแรงจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นแมตโม แม้พายุไม่ขึ้นฝั่งเวียดนามโดยตรง โดยฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้ดินถล่ม บ้านเรือนจมใต้น้ำ ประชาชนต้องอพยพหนีภัย

เวียดนามเผชิญน้ำท่วมรุนแรงจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นแมตโม หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในแม่น้ำล้นตลิ่ง ถนนหนทางจมน้ำ และดินถล่มหลายจุด ซ้ำเติมพื้นที่ที่เพิ่งเผชิญพายุและพายุดีเปรสชันมาแล้วถึง 4 ลูกตั้งแต่เดือนกันยายน โดยหลายชุมชนถูกตัดขาด บ้านเรือนจมใต้น้ำ และประชาชนหลายพันคนต้องอพยพหนีภัย

ด้านสื่อของรัฐรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ และมีบ้านเรือนกว่า 16,000 หลังถูกน้ำท่วม บางหลังจมน้ำถึงหลังคา

ในจังหวัดบั๊กนิญ ทหารและชาวบ้านช่วยกันเสริมแนวคันกั้นน้ำยาวกว่า 30 กิโลเมตร ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเกาเพิ่มสูงจนทะลักท่วมหลายอำเภอ โดยขณะนี้ระดับน้ำท่วมสูงเกินสถิติในปี 1971 และ 1986 แล้ว ยังมีจังหวัดทางตอนเหนืออีก 3 แห่ง ได้แก่ ไทยเหงียน, กาวบั่ง และลางเซิน ที่ยังคงมีน้ำท่วมสูงถึง ราว 3 เมตร โดยเฉพาะที่จังหวัดไทยเหงียน คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะยังคง ยืดเยื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 3 วัน  หลายหมู่บ้านยังคงต้องใช้เรือสัญจรเข้าออก 

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋นห์ ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน มูลค่า 140,000 ล้านด่ง หรือราว 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้แล้ว.

ที่มา : Hanoitimes

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พายุแมตโม

พารามอเตอร์อาวุธร้ายใหม่ของกองทัพพม่า : โจมตีจากฟ้าประชาชนรับเคราะห์

พารามอเตอร์อาวุธร้ายใหม่ของกองทัพพม่า : โจมตีจากฟ้าประชาชนรับเคราะห์

10 ต.ค. 2568 08:43 น.

พารามอเตอร์อาวุธร้ายใหม่ของกองทัพพม่า : โจมตีจากฟ้าประชาชนรับเคราะห์

  • พารามอเตอร์กลายมาเป็นอาวุธสังหารล่าสุดของกองทัพพม่า โดยเป็นยุทโธปกรณ์ต้นทุนต่ำ แต่ก็ยังสร้างความสูญเสียได้ไม่น้อย  กลายเป็นภัยคุกคามชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ท่ามกลางสงครามกลางเมือง
  • เหตุโจมตีประชาชนในงานเทศกาลตะดิ่งจุ๊ต ไม่ใช่การใช้พารามอเตอร์โจมตีเป้าหมายครั้งแรก เฉพาะในเดือนมกราคม 2025 เพียงเดือนเดียว มีรายงานการโจมตีด้วยพารามอเตอร์ถึง 8 ครั้งในเขตตองทะห์, พะเล็ตตวา และสะกาย ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 9 คน 
  • ทหารสามารถฝึกควบคุมพารามอเตอร์ได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ต่างจากนักบินเครื่องบินรบที่ต้องฝึกหลายปี กองทัพพม่าจึงตั้งศูนย์ฝึกและฐานบินหลายแห่งเพื่อเตรียมพลร่มเหล่านี้

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่เมืองชองอูในภูมิภาคสะกาย ทางตอนกลางของเมียนมา เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางงานเทศกาลตะดิ่งจุ๊ต หรือเทศกาลวันเพ็ญเดือนสิบ หลังจากเครื่องพารามอเตอร์ หรือร่มบินติดเครื่องยนต์ ซึ่งกองทัพพม่า (เมียนมา) ใช้เป็นอาวุธทางอากาศรูปแบบใหม่ บินเหนือศีรษะผู้คนเกือบร้อยคนที่มาร่วมจุดเทียนฉลองและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลทหาร แล้วทิ้งระเบิดลงใส่ฝูงชน

เหตุโจมตีเกิดขึ้นเพียง 7 นาที แต่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย หนึ่งในผู้รอดชีวิตวัย 30 ปีเล่าว่า ตอนนั้นเขาคิดว่าขาเขาขาดไปแล้ว เขาต้องคลานไปซ่อนในคูน้ำจนเพื่อนมาช่วย พร้อมประณามว่านี่คือการสังหารหมู่ และกองทัพทำมันอย่างเปิดเผย

พารามอเตอร์คืออะไร? อาวุธราคาถูกแต่สังหารได้จริง

พารามอเตอร์คือ ร่มบินติดเครื่องยนต์ที่นักบินสามารถควบคุมทิศทางได้เอง มักใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กและสามารถบรรทุกน้ำหนักเฉลี่ยราว 160 กิโลกรัม หรือเทียบเท่ากับพลร่มพร้อมระเบิดหลายลูก

ข้อมูลจากสหประชาชาติระบุว่า พารามอเตอร์ของกองทัพพม่า (เมียนมา) มักติดตั้งระเบิดขนาด 120 มม. หนักราว 16 กิโลกรัมต่อชิ้น และสามารถบินได้ต่ำกว่า 300 เมตร ทำให้เล็งเป้าหมายได้แม่นยำกว่าการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบทั่วไป

เครื่องพารามอเตอร์ 1 ลำสามารถบินได้นานถึง 3 ชั่วโมง ใช้น้ำมันทั่วไป และมีระบบ GPS นำทาง ซึ่งเพียงพอสำหรับโจมตีเป้าหมายในระยะประชิด

นอกจากนี้ ทหารสามารถฝึกควบคุมพารามอเตอร์ได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ต่างจากนักบินเครื่องบินรบที่ต้องฝึกหลายปี กองทัพเมียนมาจึงตั้งศูนย์ฝึกและฐานบินหลายแห่งเพื่อเตรียมพลร่มเหล่านี้

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยว่า พารามอเตอร์จำนวนมากถูกผลิตใน โรงงาน Heavy Industry No.10 ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกองทัพที่รับผิดชอบการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของพารามอเตอร์คือ บินช้า คือบินได้ไม่เกิน 65 กม./ชม. และเสียงดังเหมือนเลื่อยยนต์ ทำให้สามารถถูกยิงตกได้ง่าย จึงมักถูกใช้ในเวลากลางคืน และไม่สามารถบินในสภาพอากาศแปรปรวนได้

อาวุธคนจนของกองทัพเมียนมา

แม้เหตุการณ์ล่าสุดจะเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุด แต่พารามอเตอร์ถูกใช้หลายครั้งก่อนหน้านี้แล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในวันคริสต์มาส ปี 2024 ที่เขตมยิงยัน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายต่อต้าน

เฉพาะเดือนมกราคม 2025 เพียงเดือนเดียว มีรายงานการโจมตีด้วยพารามอเตอร์ถึง 8 ครั้งในเขตตองทะห์, พะเล็ตตวา และสะกาย ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 9 คน ตามข้อมูลจากฐานข้อมูล ACLED

นักวิเคราะห์จากสถาบัน Myanmar Institute for Peace and Security ระบุว่า พารามอเตอร์คืออาวุธราคาถูก ใช้งานเร็ว ฝึกง่าย และสามารถเติมเต็มช่องว่างระหว่างโดรนกับเครื่องบินรบได้ และมันกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของกองทัพที่ต้องการครองน่านฟ้าในต้นทุนต่ำ

สาเหตุที่กองทัพพม่า (เมียนมา) หันมาใช้พารามอเตอร์มากขึ้น เนื่องจากเครื่องบินรบจำนวนมากถูกทำลายหรือเสียหายจากสงครามกลางเมือง และมีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมสูง

ประชาชนตกเป็นเป้าโจมตี

ประชาชนในพื้นที่ที่มีกำลังต่อต้านน้อย มักตกเป็นเป้าโจมตีของพารามอเตอร์ โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ หลายครอบครัวต้องสร้าง บังเกอร์หลบภัยใต้ดินราคา 500,000 จ๊าด หรือราว 7,800 บาท ซึ่งถือเป็นภาระหนักสำหรับผู้มีรายได้ขั้นต่ำเพียง 4,800 จ๊าด หรือเพียง 75 บาทต่อวัน

สงครามกลางเมืองเมียนมาทวีความรุนแรง

ตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารในปี 2021 มีประชาชน เสียชีวิตนับหมื่นและพลัดถิ่นนับล้านคน สงครามยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี โดยฝ่ายกบฏสามารถยึดพื้นที่ไว้ได้ราวครึ่งประเทศ

แม้กองทัพสูญเสียพื้นที่จำนวนมาก แต่ล่าสุดกลับเร่งโต้กลับด้วย ปฏิบัติการทางอากาศและการทิ้งระเบิดอย่างหนัก พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านอาวุธและเทคโนโลยีจากจีน ซึ่งรวมถึง โดรน, ระบบอาวุธ, ช่างเทคนิค และการควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ให้ฝ่ายต่อต้าน

รายงานจากสถาบัน Stimson Center ชี้ว่า จีนยังคงหนุนหลังรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในประเทศ ขณะเดียวกัน จีนยังพยายามกดดันกลุ่มกบฏตามแนวชายแดนให้หยุดส่งอาวุธ เช่น โดรนและยานไร้คนขับ (UAV) ให้กับฝ่ายต่อต้าน ทำให้สมดุลอำนาจในสนามรบเปลี่ยนไป.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ  พม่า

ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว

ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว

10 ต.ค. 2568 06:19 น.

ครม.อิสราเอล อนุมัติแผนการหยุดยิง-ปล่อยตัวประกันในกาซาแล้ว

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลอนุมัติแผนการหยุดยิงและปล่อยตัวประกันตามข้อตกลงที่อิสราเอลลงนามร่วมกับกลุ่มฮามาสแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่า การหยุดยิงจะเริ่มขึ้นทันทีหรือไม่

เมื่อ 9 ต.ค. 2568 สำนักงานของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลอนุมัติแผนการหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน ซึ่งพวกเขาลงนามร่วมกับกลุ่มฮามาสเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแล้ว

“รัฐบาลเพิ่งอนุมัติกรอบการดำเนินงานสำหรับการปล่อยตัวประกันทั้งหมด ทั้งผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และผู้ที่เสียชีวิตแล้ว” แถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าการหยุดยิงจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากรัฐบาลอนุมัติข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การหยุดยิงจะเริ่มขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการอนุมัติ แต่สื่อของอิสราเอลระบุว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อตกลงเริ่มมีผลบังคับใช้ กองทัพอิสราเอลจะเริ่มถอนกำลังไปยังแนวรบจุดที่ยังคงควบคุมพื้นที่ของฉนวนกาซาเอาไว้ประมาณ 53% จากแผนที่ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นี่ถือเป็นการถอนกำลังเฟสที่ 1 ของอิสราเอล จากทั้งหมด 3 เฟส

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังนานาชาติจำนวน 200 นาย ซึ่งรวมถึงทหารจากสหรัฐฯ, อียิปต์, กาตาร์, ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นตัวกลางการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในช่วงที่ผ่านมา จะเป็นผู้กำกับดูแล, สังเกตการณ์ และ ทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการละเมิดหรือการรุกล้ำการหยุดยิงในฉนวนกาซา

หลังจากนั้น การนับถอยหลัง 72 ชั่วโมงจะเริ่มขึ้น ซึ่งในระหว่างนั้นกลุ่มฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมด 20 คนที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่ การส่งคืนร่างของตัวประกันผู้เสียชีวิต 28 รายจะเกิดขึ้นตามมา แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้เวลานานเท่าใดก็ตาม

นอกจากนั้น ตามแผนของนายทรัมป์ อิสราเอลจะส่งคืนร่างของผู้เสียชีวิตชาวกาซา 15 รายต่อการส่งคืนร่างของตัวประกันชาวอิสราเอล 1 คน

รถบรรทุกหลายร้อยคันที่บรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมก็จะเริ่มเข้าสู่ฉนวนกาซาด้วย เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์นับล้านคนที่กำลังเผชิญกับภาวะอดอยาก

แผนของนายทรัมป์ระบุว่า รถบรรทุกส่งความช่วยเหลือจะเข้าสู่กาซาวันละ 600 คัน แต่แหล่งข่าวชาวปาเลสไตน์บอกกับ บีบีซี ว่า ในช่วงแรกจะมีรถบรรทุกเข้าไปขั้นต่ำ 400 คัน ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หากแผนการสันติภาพระยะแรกนี้ประสบความสำเร็จ อิสราเอลกับกลุ่มฮามาสจะกลับมาเจรจากันอีกครั้งเรื่องรายละเอียดของแผนการระยะที่เหลือ แต่ยังมีหลายประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังขัดแย้งกัน และอาจทำให้ยากที่จะบรรลุข้อตกลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คนงานแอฟริกาใต้รับ นายจ้างสั่งทิ้งศพ 2 สาวให้หมูกิน เพื่อทำลายหลักฐาน

คนงานแอฟริกาใต้รับ นายจ้างสั่งทิ้งศพ 2 สาวให้หมูกิน เพื่อทำลายหลักฐาน

10 ต.ค. 2568 04:34 น.

คนงานแอฟริกาใต้รับ นายจ้างสั่งทิ้งศพ 2 สาวให้หมูกิน เพื่อทำลายหลักฐาน

คนงานฟาร์มหมูแอฟริกาใต้ให้การต่อศาลในการสืบสวนคดีฆาตกรรมหญิงสาว 2 คนเมื่อปีก่อน โดยอ้างว่า เขาถูกนายจ้างบังคับให้ทิ้งศพ 2 สาวให้หมูกิน เพื่อทำลายหลักฐาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอาเดรียน เดอ เวต คนงานฟาร์มหมูชาวแอฟริกาใต้วัย 21 ปี พยานคดีฆาตกรรมหญิงผิวดำ 2 รายที่ฟาร์มหมูใกล้เมือง โปโลควาเน (Polokwane) ในจังหวัดลิมโปโป ทางเหนือของแอฟริกาใต้เมื่อปีก่อน ให้การในศาลสูงโปโลควาเน ในวันพฤหัสบดีที่ 9 ต.ค. 2568 โดยเขาเปิดเผยรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ

ในตอนแรก นาย เดอ เวต กับนาย ซาคาเรียฟ์ โยฮันเนส โอลิวิเยร์ นายจ้างของเขา กับชายอีกคนคือนาย วิลเลียม มูโซรา ถูกฟ้องร้องในข้อหาฆาตกรรม น.ส.มาเรีย มัคกาโต อายุ 45 ปี กับ น.ส.ลูเซีย เอ็นโดลวู อายุ 34 ปี ซึ่งบุกรุกเข้ามาในสวนเพื่อหาอาหารเมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค. 2567

อย่างไรก็ตาม นาย เดอ เวต ได้รับการยกฟ้องข้อหาฆาตกรรมและกลายมาเป็นพยานในคดีนี้

นายเดอ เวต ให้การในศาลว่า เขาเปิดฉากยิงไปที่หญิงทั้งสองคนพร้อมกับนายโอลิวิเยร์ ก่อนที่เขาจะได้รับคำสั่งให้กำจัดศพ ซึ่งนาย เดอ เวต ยืนยันว่า ตัวเขาถูกบังคับให้ทิ้งร่างในคอกหมู

ในคืนวันเกิดเหตุ ตัวเขากับนายโอลิวิเยร์ วัย 60 ปี ติดอาวุธด้วยปืนไรเฟิลล่าสัตว์ เฝ้ารอผู้บุกรุกเข้ามาในฟาร์ม โดยหลังจากรอประมาณ 30 นาที พวกเขาก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน และเดินมาทางพวกเขา ทั้งคู่จึงเปิดฉากยิงและได้ยินเสียงคนกรีดร้อง พวกเขาจึงเดินไปดูและพบร่างคนนอนคว่ำหน้าอยู่

หลังจากนั้น นายเดอ เวต กับนายโอลิวิเยร์ก็แยกย้ายกันกลับไปนอน ก่อนที่ในเช้าวันต่อมา พวกเขาจะพบว่า ร่างดังกล่าวเป็นศพผู้หญิง ซึ่งนายเดอ เวต อ้างว่า นายโอลิวิเยร์บอกให้เขาช่วยขนศพไปทิ้งไว้ในคอกซึ่งมีหมูอยู่ 8-10 ตัว

ในวันต่อมา พวกเขาก็พบศพผู้หญิงอีกรายอยู่ห่างจากจุดที่พบศพแรกประมาณ 25 ม. ซึ่งนายโอลิวิเยร์, นายเดอ เวต กับนายมูโซรา วัย 50 ปี ช่วยกันนำศพไปทิ้งในคอกหมูเช่นเดียวกับศพแรก

ต่อมาในวันอังคารที่ 20 ส.ค. 2567 ทั้งสามคนกลับไปที่คอกหมูและพบว่า หมูกัดกินศพของหญิงทั้ง 2 รายไปมากแล้ว โดยมีการเผยรูปสภาพศพในศาลด้วย

นายจอร์จ เซกูคูน อัยการรัฐ สอบถามนายเดอ เวต ว่า จุดประสงค์ของการนำศพไปไว้ในคอกหมูคืออะไร ซึ่งเขาตอบว่า เรากำลังทำลายหลักฐาน เพราะเมื่อหมูหิวจัดพอสมควร มันจะกินทุกอย่าง”

นายเดอ เวต ยังกล่าวอีกว่า นายโอลิวิเยร์ ได้ใช้เครื่องเจียร (angle grinder) ตัดปืนไรเฟิลล่าสัตว์ออกเป็นชิ้น ๆ และเผาชิ้นส่วนที่เป็นไม้ของปืน จากนั้นพวกเขาก็โยนอาวุธที่ถูกตัดเป็นชิ้น ๆ รวมถึงปลอกกระสุนที่ใช้แล้วลงไปในบ่อบาดาล

คดีนี้สร้างความไม่พอใจไปทั่วแอฟริกาใต้ และยิ่งตอกย้ำความตึงเครียดทางเชื้อชาติระหว่างคนผิวดำและคนผิวขาวในประเทศให้รุนแรงขึ้น และความตึงเครียดนี้รุนแรงเป็นพิเศษในพื้นที่ชนบทของประเทศ แม้ว่าระบบการแบ่งแยกเชื้อชาติที่เรียกว่า การถือผิว (apartheid) จะสิ้นสุดลงเมื่อ 30 ปีที่แล้วก็ตาม

ที่ดินทำกินส่วนบุคคลส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในมือของชนกลุ่มน้อยผิวขาว ในขณะที่คนงานในฟาร์มส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำและได้รับค่าจ้างต่ำ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชากรผิวดำ ขณะที่เกษตรกรผิวขาวหลายคนบ่นถึงอัตราการเกิดอาชญากรรมที่สูง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ สอบสวน “เทสลา” ระบบอัตโนมัติขับผิดเลน-เจอไฟแดงไม่จอด

สหรัฐฯ สอบสวน “เทสลา” ระบบอัตโนมัติขับผิดเลน-เจอไฟแดงไม่จอด

10 ต.ค. 2568 03:56 น.

สหรัฐฯ สอบสวน “เทสลา” ระบบอัตโนมัติขับผิดเลน-เจอไฟแดงไม่จอด

ทางการสหรัฐฯ สืบสวนความปลอดภัยของรถยนต์ “เทสลา” เพิ่ม หลังมีรายงานหลายสิบฉบับว่า ระบบขับอัตโนมัติทำให้รถยนต์ขับผิดเลนและไม่จอดเมื่อเจอไฟแดง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังดำเนินการสืบสวนบริษัท เทสลา หลังจากมีรายงานว่า รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของบริษัทละเมิดกฎหมายจราจรหลายข้อ รวมถึงการขับรถผิดเลนและการไม่หยุดรถเมื่อเจอไฟแดง

สำนักงานจัดการความปลอดภัยจราจรทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐฯ (NHTSA) ระบุในเอกสารการสืบสวนว่า พวกเขาทราบว่ามีรายงานอย่างน้อย 58 ฉบับที่ระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ได้กระทำการละเมิดจราจรดังกล่าว

คาดกันว่า มีรถยนต์ประมาณ 2.9 ล้านคันที่ติดตั้งเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่จะอยู่ภายใต้การสอบสวนนี้

NHTSA ระบุว่า การประเมินเบื้องต้นของพวกเขาจะตรวจสอบขอบเขต, ความถี่ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัย ของโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบภายใต้การควบคุมดูแล (Full Self-Driving (Supervised))

ในโหมดดังกล่าว รถยนต์จะสามารถเปลี่ยนเลนและเลี้ยวได้โดยอัตโนมัติ แต่ผู้ขับขี่ต้องตื่นตัวเตรียมพร้อมที่จะเข้าควบคุมรถได้ตลอดเวลา

ตามรายงานของ NHTSA มีอุบัติเหตุ 6 ครั้งที่เกิดจากรถยนต์หยุดที่สัญญาณไฟจราจรก่อนที่จะเคลื่อนตัวออกไปในขณะที่ไฟยังเป็นสีแดงอยู่ และมีอุบัติเหตุ 4 ครั้งที่ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

NHTSA ระบุว่า เทสลาได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ที่ฝ่าไฟแดง บริเวณสี่แยกแห่งหนึ่งในรัฐแมรีแลนด์ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

NHTSA จะสืบสวนรายงานเรื่องที่รถยนต์ขับเข้าไปในเลนสวนขณะเลี้ยวด้วย โดยรายงานบางฉบับระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยแทบไม่มีการแจ้งเตือนผู้ขับขี่หรือให้โอกาสเข้าแทรกแซงเลย

ทั้งนี้ เทสลากำลังถูก NHTSA สืบสวนเรื่องกลไกการล็อกประตูของรถยนต์อยู่แล้ว หลังเกิดเหตุเด็กถูกขังอยู่ภายในรถยนต์รุ่น Model Y หลายครั้ง และบางกรณี เจ้าของรถต้องเลือกที่จะทุบกระจกเพื่อนำเด็กออกมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บาสเกตบอล NBA ได้แข่งที่จีนอีกครั้งในรอบ 6 ปี หลังมีปัญหาเรื่องฮ่องกง

บาสเกตบอล NBA ได้แข่งที่จีนอีกครั้งในรอบ 6 ปี หลังมีปัญหาเรื่องฮ่องกง

10 ต.ค. 2568 02:24 น.

บาสเกตบอล NBA ได้แข่งที่จีนอีกครั้งในรอบ 6 ปี หลังมีปัญหาเรื่องฮ่องกง

การแข่งขันบาสเกตบอล NBA กลับคืนสู่ประเทศจีนแล้ว หลังจากโดนแบนไป 6 ปีจากปัญหาเรื่องฮ่องกง โดยจะมีการแข่งขันพรีซีซัน 2 เกมแรกในสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NBA) จะได้จัดการแข่งขันในประเทศจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีในสัปดาห์นี้ หลังจากความสัมพันธ์ระหว่าง NBA กับทางการจีนย่ำแย่ลง เนื่องจากการแสดงจุดยืนเรื่องการประท้วงในฮ่องกงเมื่อหลายปีก่อน

NBA มีกำหนดจัดการแข่งขันช่วงพรีซีซัน 2 นัดในวันศุกร์และวันอาทิตย์ระหว่างทีม บรูคลิน เน็ตส์ และ ฟีนิกซ์ ซันส์ ณ สนามกีฬาในโรงแรมและคาสิโน “เวเนเชียน มาเก๊า”

ทั้งนี้ ความนิยมของกีฬาบาสเกตบอลในประเทศจีนพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อ เหยา หมิง ผู้เล่นชาวจีน ถูกดราฟต์เข้าทีม ฮิวสตัน ร็อกเก็ตส์ ในปี 2545 และ NBA ประเมินเอาไว้ในปี 2562 ว่า มีคนเล่นบาสเกตบอลในจีนมากถึง 300 ล้านคน

แต่ในปี 2562 ทางการจีนแบน NBA จากการดำเนินงานทั้งหมด หลังจากนาย ดาริล มอรีย์ ผู้ซึ่งเป็นผู้จัดการทีม ฮิวสตัน ร็อกเก็ตส์ ในขณะนั้น ได้โพสต์ข้อความสนับสนุนผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ว่า “Fight For Freedom. Stand With Hong Kong.” (ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ยืนหยัดเคียงข้างฮ่องกง)

ในตอนนั้น ฮ่องกงถูกปกคลุมไปด้วยการประท้วงอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อต้านการเสื่อมถอยของเสรีภาพในการพูดและสิทธิในการชุมนุม จนสุดท้ายจีนผ่านกฎหมายความมั่นคงเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง โดยยืนยันว่าสิ่งนี้จำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

จีนสั่งระงับการถ่ายทอดสดการแข่งขัน NBA ทางช่องโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของจีนทันที หลังจากที่ NBA ปฏิเสธจะขอโทษหรือลงโทษนาย ดาริล มอรีย์

อย่างไรก็ตาม หลังจากนายมอรีย์ออกมาขอโทษในภายหลัง กระแสความไม่พอใจในจีนก็ค่อยๆ ลดลง การถ่ายทอดการแข่งขัน NBA ก็ค่อยๆ กลับมาบนช่องโทรทัศน์ของจีนอีกครั้ง และการแข่งขันล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจาก NBA และอาลีบาบา บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ได้ประกาศความร่วมมือเมื่อปลายปี 2567 โดยนาย โจเซฟ ไช่ ประธานของบริษัท อาลีบาบา เป็นเจ้าของทีม บรูคลิน เน็ตส์

นอกจากนี้จะเป็นครั้งแรกที่บาสเกตบอล NBA ได้กลับมาจัดในจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีแล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550 ที่ NBA ได้จัดที่มาเก๊า ซึ่งเป็นเขตบริหารพิเศษเช่นเดียวกับฮ่องกง และขึ้นชื่อเรื่องคาสิโน

NBA ระบุว่า การแข่งขันนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเจาะกลุ่มผู้ชมบาสเกตบอลอเมริกันที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศจีน โดยนาย อดัม ซิลเวอร์ ผู้บริหารสูงสุดของ NBA บอกกับสำนักข่าว AFP ว่า มีความสนใจใน NBA อย่างมหาศาลทั่วประเทศจีน

เมื่อปี 2565 เครือข่ายโทรทัศน์กีฬา ESPN ของสหรัฐฯ ประเมินว่า มูลค่าของ NBA China ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดการการดำเนินงานในประเทศจีนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.64 แสนล้านบาท)

แฟนบาสเกตบอลชาวจีนก็รู้สึกตื่นเต้นที่ NBA จะกลับมาจัดในจีนอีกครั้ง เช่นนาย หลิว อี้เจ๋อ จากเมืองเซียะเหมิน บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า “พวกเราเตรียมตัวและวางแผนสำหรับเรื่องนี้ล่วงหน้าถึงสองเดือน” “มันรู้สึกพิเศษกว่าปกติ เพราะเราเป็นแฟน NBA มานานแล้ว เราดูมาตั้งแต่ปี 2541 สมัยของ ไมเคิล จอร์แดน และทีม ชิคาโก บูลส์”

ขณะที่ โมล เจิง ผู้เดินทางมาจากหางโจว บอกกับรอยเตอร์สว่า “ผมเชื่อว่าในอนาคต เมื่อ NBA เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศจีน ผู้เล่นดาวเด่นจะมาที่นี่มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อพบกับพวกเราด้วยตัวเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc