บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์หินโสโครก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์หินโสโครก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์หินโสโครก

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…มีเรือลำหนึ่งออกเดินทางข้ามมหาสมุทรแห่งชีวิต ทุกคนบนเรือต่างใฝ่ฝันจะไปถึง “ฝั่งแห่งความสำเร็จ” แต่ในท้องทะเลนั้น ไม่ได้มีแค่คลื่นลมที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยังมี “โขดหินโสโครก” ที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ หากเรือชนหินเข้าไปก็อาจอับปางโดยไม่รู้ตัว

ลอร์ด เบเดน โพเอล หรือ บีพี บิดาแห่งลูกเสือโลก เคยเตือนไว้ ในหนังสือ “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ”   “Rovering to Success”ว่า โขดหินเหล่านี้เปรียบเหมือน “มนุษย์หินโสโครกทั้งห้า” ที่เราต้องระวังในการคบหา

1.คนหยิ่งยโส…..คือคนที่ชอบดูถูกผู้อื่น เหมือนยืนบนยอดเขาแล้วมองลงมาอย่างดูแคลน พวกเขาหลงในยศตำแหน่งและฐานะ แต่ขาดหัวใจแห่งความเป็นพี่น้อง จงระลึกเสมอว่า ความอ่อนน้อมถ่อมตนคือสะพานสู่มิตรภาพที่แท้จริง

2.คนอวดรู้   เป็นคนที่พูดเก่งเหลือเกิน พูดได้ทุกเรื่อง แต่เมื่อถึงเวลาลงมือทำกลับหายตัวไป เหมือนเรือที่มีเสียงดังแต่ไร้พลังขับเคลื่อน   เรื่องนี้สอนว่า  การกระทำสำคัญกว่าคำพูดที่สวยหรู

3.คนมักใหญ่ใฝ่สูง  เป็นคนที่พร้อมเหยียบไหล่เพื่อนเพื่อปีนขึ้นไปสูงกว่า เหมือนนักปีนเขาที่ไม่สนใจใครนอกจากตนเอง   ดังนั้น ความทะเยอทะยานที่ไร้คุณธรรมจะนำไปสู่ความโดดเดี่ยว

4.คนเอาแต่ได้  เป็นคนที่ชอบชุบมือเปิบจากหยาดเหงื่อของผู้อื่น ฉลาดหาช่องทางผลประโยชน์ แต่ไม่เคยคิดเสียสละเพื่อส่วนรวม     ต้องระลึกเสมอว่า การแบ่งปันและเสียสละคือพลังที่ทำให้สังคมมั่นคง

5.นักจูงใจเจ้าเล่ห์   คือคนที่ใช้คำพูดสละสลวยเพื่อหลอกล่อ เหมือนงูที่ซ่อนพิษไว้ในถ้อยคำ พวกเขาอาจทำให้เราหลงเชื่อโดยไม่ทันระวัง  ดังนั้น จงฟังหูไว้หู และใช้สติพิจารณาก่อนเชื่อสิ่งใด

โขดหินโสโครกเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในคนอื่น บางครั้งมันอาจก่อตัวขึ้นในใจเราเองด้วย ดังนั้นจงเป็นผู้พายเรือของตนเองด้วยความซื่อสัตย์ มีสติ และไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น แล้วเรือชีวิตของเราจะไปถึงฝั่งฝันได้อย่างสง่างามและปลอดภัย

การอ่าน หนังสือที่มีประโยชน์ของเบเดน โพเอล เป็นการทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10 (ธัมมสวนมัย)   ที่สอนให้ระวัง รับมือกับคนไม่ดี 5 ประเภท   ให้ใช้สติพิจารณาคำชักจูงที่สวยหรูแต่อาจแฝงด้วยพิษร้าย  จงฟังหูไว้หู  อย่าหลงเชื่อคนโกง อย่าปลงใจเชื่ออะไรโดยง่าย  ต้องตรวจสอบจ้อมูลข่าวสาร หรือหลักธรรมด้วยสติ  ไตร่ตรองด้วยปัญญาของตนเองอย่างรอบคอบ  แยกสิ่งผิดออกจากสิ่งถูกให้ดีเสียก่อน 

ผู้สนใจหนังสือเรื่อง “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ” ภาษาไทย  สามารถเปิดอ่านได้ฟรีจากอีบุ๊คในเวปของกระทรวงศึกษาธิการ   https://www.moe.go.th/e-book/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/ 

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย” This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

Science Update : มันฝรั่งกระทบพันธุกรรมของชาวแอนดีส

Science Update : มันฝรั่งกระทบพันธุกรรมของชาวแอนดีส

Science Update : มันฝรั่งกระทบพันธุกรรมของชาวแอนดีส

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การศึกษาใหม่โดยนักวิจัยจาก UCLA และ University at Buffalo ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications เผยให้เห็นว่าอาหารที่เน้นมันฝรั่งเป็นหลักได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพันธุกรรมของชาวแอนดีส (Andean people) ในช่วง 6,000-10,000 ปีที่ผ่านมา

ชาวพื้นเมืองในเทือกเขาแอนดีส โดยเฉพาะผู้พูดภาษาเกชัว (Quechua) มีจำนวนสำเนาของยีน AMY1 ซึ่งผลิตเอนไซม์อะไมเลสในน้ำลายเพื่อย่อยแป้ง เฉลี่ยสูงถึง 10 สำเนา ซึ่งมากกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ ทั่วโลกประมาณ 2-4 สำเนา การมีสำเนาของยีนนี้มากขึ้น ช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารประเภทแป้งได้มีประสิทธิภาพตั้งแต่อยู่ในปาก นักวิจัยพบว่าผู้ที่มีสำเนาของยีนนี้มากกว่า 10 สำเนา มีความได้เปรียบในการอยู่รอดหรือการสืบพันธุ์เพิ่มขึ้นประมาณ 1.24% ต่อรุ่น

นักวิจัยยังได้เปรียบเทียบชาวแอนดีสกับชาวมายาในเม็กซิโก พบว่าชาวมายามีจำนวนสำเนา AMY1 น้อยกว่า เฉลี่ยอยู่ที่ 6 สำเนา เนื่องจากไม่ได้เน้นการเพาะปลูกมันฝรั่งเป็นอาหารหลักในระดับเดียวกัน

การเพิ่มขึ้นของจำนวนยีนนี้เกิดขึ้นหลายพันปีก่อนที่ชาวยุโรปจะเดินทางมาถึงอเมริกา จึงไม่ใช่ผลกระทบจากการลดลงของประชากร (genetic bottleneck) หลังยุคอาณานิคม

การค้นพบนี้ตอกย้ำว่า วิวัฒนาการของมนุษย์ยังคงดำเนินอยู่และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการกินได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียง 10,000 ปี

แหวกฟ้าหาฝัน : Modern Art Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Modern Art Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Modern Art Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวสายศิลป์ที่ชื่นชอบงานศิลปะรุ่นใหม่ คงไม่พอใจเพียงแค่เยือน National Museum Stockholm คงต้องหามิวเซียมแนว Moderna Art ให้เยือนให้ได้ ทั้งนี้เพราะสวีเดนไม่เพียงเป็นประเทศยุโรปที่ก้าวหน้ามาก งานออกแบบรุ่นใหม่ ๆ ของประเทศยังก้าวหน้ามากด้วย มิวเซียมที่ต้องเยือนให้ได้ก็คือ Modern Art Museum หรือ Moderna Museet ในภาษาสวีดิช มิวเซียมซึ่งตั้งอยู่บนเกาะSkeppsholmen ที่เปิดทำการครั้งแรกในปี 1958 นี้เป็นผู้นำมิวเซียมแนว Modern Art และ Contemporary Art ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ที่นี่มีความแปลกจากมิวเซียมอื่น ๆ ในยุโรปตรงที่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Sculpture Park ควบรวมไว้ด้วย ยิ่งกว่านั้นในสวนสาธารณะยังมีงานประติมากรรมน่ารัก ๆ จากศิลปินนานาชาติมากมายตกแต่งอยู่

งานประติมากรรมที่น่าสนใจที่สุดชุดหนึ่งที่ตกแต่งในสวนชื่อว่า Fantastic Paradise ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 1966 โดย Niki de Saint Phalle และ Jean Tinguely งาน Fantastic Paradise นี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกไม่ใช่ไว้เพื่อสวนสาธารณะแห่งนี้ แต่ทำเพื่อไว้ตกแต่งในงาน World Fair ที่ Montreal โดย Niki de Saint Phalle ได้สร้างงานประติมากรรมสีสันสดใสเป็นรูปผู้หญิงหุ่นอวบอิ่ม ร่วมกับงานประติมากรรมรูปสัตว์ และตัวประหลาดไว้มากมายตั้งไว้ตรงข้ามกับงานประติมากรรมเครื่องยนต์สีดำของ Jean Tinguely

Niki de Saint Phalle เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1930 ที่ Neuilly-sur-Seine ใกล้กรุงปารีส พ่อของเธอเป็นนายธนาคาร ในขณะที่แม่ของเธอเป็นชาวอเมริกัน หลังเธอเกิด ธนาคารของพ่อเธอก็ปิดตัวลงอันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ครอบครัวของเธอเลยย้ายไปอยู่ชานเมืองนิวยอร์ก แต่เธอกลับต้องอยู่กับยายที่ฝรั่งเศสก่อนจะย้ายไปอยู่กับบิดาภายหลัง แม่ของเธอเป็นคนเจ้าอารมณ์และชอบทำร้ายพี่น้องของเธออยู่บ่อย ๆ จนทั้งสองได้ฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา เธอเองก็รู้สึกเกรงกลัวและชอบหลบอยู่ในครัว ยิ่งกว่านั้นเธอยังถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยบิดาตั้งแต่อายุเพียงแค่ 11 ปี หลังแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย เธอเริ่มสร้างสรรค์งานศิลปะแปลก ๆ เนื่องจากเธอไม่ได้เรียนศิลปะจริงจัง แนวคิดในการสร้างงานจึงเปิดกว้าง นอกจากนี้เธอยังทำงานร่วมกับศิลปิน นักเขียน และนักประพันธ์หลายคนจึงทำให้งานของเธอดูแปลกแยก ไม่มีแนวทางศิลปะที่แน่นอน จนมีความโดดเด่นแตกต่างจากศิลปินที่ได้เข้าเรียนศิลปะจริงจังอย่างเห็นได้ชัด งานของเธอที่เริ่มได้รับความสนใจจากสาธารณชนมาจากงานที่เธอรังสรรค์ผู้หญิงให้มีต้นแขนสั้น ๆ แต่มีสีสันสดใส รวมทั้งงานประติมากรรมรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาดจนถูกขนานนามว่า outsider art

Jean Tinguly เกิดวันที่ 22 พฤษภาคม 1925 ที่เมือง Fribourg สวิตเซอร์แลนด์ แต่เติบโตที่เมือง Basel เมื่ออายุได้ 15 ปีเขาเดินทางไป Albania ด้วยความหวังที่จะเข้าร่วมต่อสู้กับ Benito Mussolini และระบบฟาร์ซิสของอิตาลีผู้รุกรานสวิส แต่เขากลับถูกจับที่ชายแดน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเข้าเรียนกับ Julia Ris ศิลปินชื่อดังที่เมือง Basel และได้สัมผัสผลงานแนว Dadaism ปี 1951 เขาแต่งงานกับ Eva Aeppli และย้ายไปอยู่ปารีสและเข้าร่วมกับกลุ่ม Nouveau Realism งานศิลปะเชิงกลไกของเขาที่โด่งดังที่สุดคือ Homage to New York ประกอบด้วย ชิ้นส่วนกลไกที่หาได้ทั่วไป เช่น ล้อจักรยานหลายล้อ บอลลูนตรวจอากาศ เปียโน วิทยุ ธงชาติสหรัฐฯ เปลเด็ก และโถส้วมซึ่งทั่งหมดทาสีขาว นับจากนั้นมา เขาก็รังสรรค์ผลงานศิลปะเชิงกลไกขึ้นอีกมากมายซึ่งส่วนหนึ่งได้จัดแสดงคู่กับผลงานของ Niki de Saint Phalle ไว้ที่ Sculpture Park หน้า Modern Museum Stockholm ที่นักท่องเที่ยวสามารถสนุกสนานกับการถ่ายภาพได้ตั้งแต่ไม่ได้เข้าถึงภายในมิวเซียมได้นี่เอง

คุยกัน 7 วันหน : ส่องการแต่งตัว คิม จูแอ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แตะสะท้อนสถานะ-ทิศทางการเมือง

คุยกัน 7 วันหน : ส่องการแต่งตัว คิม จูแอ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แตะสะท้อนสถานะ-ทิศทางการเมือง

คุยกัน 7 วันหน : ส่องการแต่งตัว คิม จูแอ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แตะสะท้อนสถานะ-ทิศทางการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในโลกของสื่อรัฐเกาหลีเหนือที่ทุกอย่างถูกจัดฉากอย่างประณีต แฟชั่นไม่ใช่เพียงเรื่องของรสนิยม แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ใช้สื่อสารเรื่องสถานะผู้นำ ความชอบธรรม และอนาคตของระบอบการปกครอง การแต่งตัวที่เปลี่ยนไปของ คิม จูแอ (Kim Ju Ae) ลูกสาวของ คิม จอง-อึน คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมความพร้อมให้ประชาชนยอมรับผู้นำรุ่นต่อไปอย่างไร

การแต่งตัวเพื่อสืบทอดอำนาจ

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ การที่จูแอเริ่มทิ้งเสื้อผ้าเด็กแบบทั่วไป และหันมาสวมใส่ชุดที่ถอดแบบมาจากพ่อของเธอ เช่น เสื้อโค้ทหนังสีดำ ในงานสำคัญล่าสุด เช่น การสวนสนามทางทหารในต้นปี 2026 ที่จูแอได้ปรากฏตัวในชุดเสื้อโค้ทหนังยาวสีดำ ซึ่งเหมือนกับชุดที่ คิม จอง-อึน ใส่ไม่มีผิดเพี้ยน เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า “การจำลองภาพลักษณ์” (Image Replication) เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเป็นทายาททางการเมืองโดยเน้นความคล้ายคลึงกับผู้นำปัจจุบัน ในวัฒนธรรมการเมืองของเกาหลีเหนือ เสื้อโค้ทหนังไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่มันสื่อถึงท่านผู้นำสูงสุด ในฐานะผู้กุมอำนาจความมั่นคง การให้จูแอใส่ชุดนี้เป็นการเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของเธอเข้ากับกองทัพและ “สายเลือดเพ็กตู” อย่างแนบเนียน ทั้งหมดล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ถูกวางแผนมาอย่างดีโดย กรมโฆษณาชวนเชื่อและปลุกระดม (Propaganda and Agitation Department – PAD) ของรัฐบาล

สไตล์การแต่งตัวของเธอสะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่โครงสร้างอำนาจของรัฐที่เข้มข้นขึ้น เริ่มจากปี 2022 ที่เธอปรากฏตัวครั้งแรกในชุดแจ็กเก็ตบุนวมสีขาวและรองเท้าสีแดง ดูเหมือนเด็กทั่วไปที่ตามพ่อไปทำงาน ต่อมาในช่วงปี 2023–2024 เริ่มเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวสไตล์ให้ดูคล้าย รี โซล-จู ผู้เป็นมารดา ด้วยชุดสูทกระโปรงสีขาว เสื้อโค้ทกำมะหยี่ โดยเฉพาะในงานที่ไม่ใช่การทดสอบขีปนาวุธหรือพิธีสวนสนาม จูแอมักสวมชุดสีโทนอ่อน เช่น สีเบอร์กันดีหรือสีพาสเทล และจัดทรงผมแบบผู้ใหญ่ ที่เรียกว่าทรง “Rooster” หรือทรงไก่ตัวผู้ คล้ายกับแม่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ และเข้าถึงได้ในฐานะเจ้าหญิง หรือครอบครัวตัวอย่างของชาติ และเสริมสร้างบารมีในฐานะบุคคลสำคัญที่ยืนเคียงข้างผู้นำในงานระดับชาติ

จนในช่วงหลัง ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา ลุคปัจจุบันของจูแอดูขรึมขึ้น เป็นทางการมากขึ้น และมีความเป็นทหารมากขึ้น แม้จะอยู่ในวัยเพียงแค่ 13-14 ปี เธอไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะลูกสาวอีกต่อไป แต่เป็น “ผู้มีส่วนร่วม” ในการตรวจตรากองทัพ ประชุมพรรค ตรวจเยี่ยมสถานที่ทางทหาร หรือการปล่อยขีปนาวุธ เป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ว่าเธอคือ “ทายาท” ที่กำลังถูกบ่มเพาะให้ก้าวขึ้นสู่อำนาจในอนาค

ผู้นำเทรนด์แฟชั่น: ตระกูลคิมเท่านั้นทำได้

ขณะเดียวกัน จูแอปรากฏตัวในชุดจากแบรนด์เนมตะวันตกราคาแพง เช่น เสื้อแจ็คเก็ตจาก Christian Dior แว่นกันแดดของ Gucci และนาฬิกา Cartier ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ถูกแบนภายใต้กฎหมายต่อต้านวัฒนธรรมภายนอกในเกาหลีเหนือ ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึง 100% สิ่งนี้ตอกย้ำว่า ตระกูลคิมมีสถานะเสมือนพระเจ้า ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้กับประชาชนทั่วไป เพราะอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าทันสมัย ร่ำรวย และเชื่อมต่อกับโลก ในขณะที่ยังคงความรักชาติอย่างสุดโต่ง

แม้รัฐบาลจะสั่งห้ามประชาชนเลียนแบบการแต่งกายและทรงผมของจูแอ โดยระบุว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านสังคมนิยม แต่กลับมีรายงานว่า ในหมู่ชนชั้นนำและคนร่ำรวยในเมืองตามชายแดน ที่เรียกว่า “ดงจู” (Donju) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงเปียงยาง เริ่มมีความนิยมสินค้าหรูหราและแฟชั่นตามแบบฉบับของจูแอมากขึ้น สินค้าอย่างเครื่องสำอางและน้ำหอมจาก Chanel กลายเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม สินค้าเหล่านี้มักถูกลักลอบนำเข้าผ่านทางจีน โดยอาศัยเครือข่ายการค้าชายแดนและการขนส่งทางเรือที่ตรวจสอบได้ยาก

เช่นเดียวกับความนิยมเสื้อขนสัตว์ในเมืองชายแดนจีน เช่น เมืองซินอึยจู หรือ ฮเยซาน หลังจากเกาหลีเหนือกลับมาเปิดพรมแดนอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2025 ทำให้สินค้าแฟชั่นจากจีนหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น เสื้อขนสัตว์ ทั้งขนสัตว์จริงและขนเทียมคุณภาพสูง กลายเป็นไอเทมยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการอวดความมั่งคั่งจากการค้าขายชายแดน แต่แน่นอนว่า การที่ลูกสาวของ คิม จอง-อึน ปรากฏตัวในชุดเสื้อโค้ทที่มีปกขนสัตว์อยู่บ่อยครั้ง ได้สร้างกระแสแฟชั่นให้กับกลุ่มชนชั้นนำในต่างจังหวัดที่ต้องการเลียนแบบสไตล์ของตระกูลผู้นำ

การมีอยู่ของสินค้าเหล่านี้พิสูจน์ว่า เครือข่ายการจัดหาของเกาหลีเหนือนั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก และสามารถเข้าถึงสินค้าชั้นสูงจากยุโรปได้ไม่ยากนัก สะท้อนถึงความล้มเหลวของการคว่ำบาตร ในขณะที่พื้นที่ชนบทบางแห่งยังประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร แต่ในเมืองชายแดนและเปียงยางกลับมีการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างฟู่ฟ่า ซึ่งแสดงถึงความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเกาหลีเหนือยุคปัจจุบัน

ว่าที่ผู้นำคนต่อไป

ก่อนหน้านี้ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้บรรยายข้อมูลสรุปประเด็นนี้ต่อณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งชาติ วิเคราะห์ว่าการปรากฏตัวของ คิม จูแอ ในขณะขับรถถังประจัญบานรุ่นใหม่ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการแสดงที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงขีดความสามารถทางทหารที่ยอดเยี่ยมของตัวเธอ กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดความคลางแคลงใจเกี่ยวกับผู้สืบทอดที่เป็นผู้หญิง และเพื่อสร้างความชอบธรรมในฐานะผู้นำกองทัพตามรอยพ่อของเธอ ซึ่งเคยปรากฏตัวในสื่อรัฐบาลขณะขับรถถังก่อนที่จะขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจาก คิม จอง-อิล เช่นกัน ในสังคมเกาหลีเหนือที่ยึดถือระบบชายเป็นใหญ่มายาวนาน การแสดงภาพลักษณ์ที่ดูเข้มแข็งและมีความสามารถทางทหารของผู้หญิง เป็นความพยายามที่จะบอกว่าเธอมีความเหมาะสมที่จะคุมกองทัพได้ไม่ต่างจากผู้ชาย

ปัจจุบัน คิม จูแอ ถูกปฏิบัติในฐานะบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดเป็นอันดับ 2 โดยพฤตินัยของเกาหลีเหนือ และเริ่มมีการตรวจพบสัญญาณว่าเธอได้เริ่มให้ความเห็นหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบางประการแล้ว

ที่ผ่านมา สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้เคยระบุว่า คิม จูแอ กำลังอยู่ในช่วงฝึกอบรมการสืบทอดอำนาจ แต่ในรายงานล่าสุด ได้ยกระดับเป็นการอยู่ในขั้นตอนการกำหนดตัวผู้สืบทอด ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการประเมินที่สำคัญมาก สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ ยังสังเกตเห็นการใช้คำศัพท์ที่สื่อทางการใช้เรียกเธอว่า “ฮยางโด” (Hyangdo) ซึ่งหมายถึง “ผู้นำทาง” หรือ “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” (Great Leader/Guidance) โดยปกติคำนี้จะสงวนไว้ใช้เฉพาะกับผู้นำสูงสุดหรือผู้ที่เป็นทายาทสายตรงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังคงให้ระมัดระวังในการตีความ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเธอมักจะปรากฏตัวเคียงข้างพ่อเสมอ ไม่ได้ปรากฏตัวคนเดียวในกิจกรรมทางทหารเหมือนที่ คิม จอง-อึน เคยทำในช่วงเตรียมตัวสืบทอดอำนาจ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้ คิม จูแอ ยังเป็นเพียงวัยรุ่น อายุประมาณ 13-14 ปี แต่การเปิดตัวที่เร็วและชัดเจนอาจมีปัจจัยมาจากสุขภาพของ คิม จอง-อึน ที่แม้จะไม่มีการยืนยันภาวะวิกฤต แต่ประวัติสุขภาพของเขา ทั้งเรื่องน้ำหนักตัวและการสูบบุหรี่ อาจทำให้ต้องรีบสร้างความมั่นใจว่าระบบการสืบทอดอำนาจจะไม่สั่นคลอน อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมระยะยาว เพื่อให้ชนชั้นนำและกองทัพเกิดความคุ้นเคยและยอมรับในตัวเธอ ก่อนที่การเปลี่ยนผ่านอำนาจจริงจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดย ดาโน โทนาลี

Photo of the week : เท็ด เทอร์เนอร์ 1938-2026

Photo of the week : เท็ด เทอร์เนอร์ 1938-2026

Photo of the week : เท็ด เทอร์เนอร์ 1938-2026

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ร่วมไว้อาลัย เท็ด เทอร์เนอร์ ผู้ก่อตั้งซีเอ็นเอ็น สถานีข่าวยักษ์ใหญ่ของโลก สถานีโทรทัศน์แห่งแรกที่นำเสนอข่าวตลอด 24 ชั่วโมง กลายเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จและนำมาซึ่งสถานีข่าว 24 ชั่วโมงอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เทอร์เนอร์ยังเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริจาครายใหญ่ และนักกีฬาเรือใบระดับโลก

เทอร์เนอร์เสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ค.) ที่บ้านพักในรัฐฟลอริดา จากอาการป่วยโรคสมองเสื่อมชนิด ลิววี่ บอดี้ (Lewy Body Dementia) หรือ LBD ด้วยวัย 87 ปี

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล ส่งมอบนวัตกรรม ‘วัดแผ่นดินไหว’ รับมือภัยพิบัติ – ลดความสูญเสีย

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล ส่งมอบนวัตกรรม ‘วัดแผ่นดินไหว’ รับมือภัยพิบัติ – ลดความสูญเสีย

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล ส่งมอบนวัตกรรม ‘วัดแผ่นดินไหว’ รับมือภัยพิบัติ – ลดความสูญเสีย

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติแก่ ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นสักขีพยาน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงวิสัยทัศน์และการสนับสนุนการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติภัยพิบัติ ว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องไม่เกิดภัยพิบัติหรืออย่างน้อยต้องสามารถคาดเดาได้ และพยายามทำให้นวัตกรรมนำไปใช้ได้จริง ประเทศไทยจึงต้องมีเทคโนโลยีของตัวเองอย่างจริงจัง และต้องเป็นงานวิจัยที่ได้มาตรฐาน ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย ทีมงาน โจทย์วิจัยจากพื้นที่และประเทศอื่นที่เป็นต้นทาง โดยเริ่มจาก กทม.ซึ่งมีประชากรจำนวนมากและขยายผลไปยังสถานที่อื่นๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาล เนื่องจากอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์จำเป็นต้องได้รับการดูแล รวมถึงความปลอดภัยในโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของงานวิจัยเพื่อให้ทำงานได้ โดยมีคอขวดคือการให้ทุนวิจัยอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติและปรับตัวเพื่อรองรับโจทย์ต่างๆ โดยเฉพาะโจทย์จากคนหน้างาน จุดมุ่งเน้นคือคนไทยต้องใช้ของที่มีคุณภาพดีไม่ด้อยกว่าต่างประเทศแต่ราคาถูก เพื่อก้าวข้ามภัยพิบัติ และทำให้ทุกคนเข้าถึงนวัตกรรม

ขณะที่ ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว.ต้องการยกระดับมาตรฐานของการมีชีวิตที่มีคุณภาพด้วยนวัตกรรมเพื่อลดความสูญเสีย สร้างความปลอดภัยและความมั่นคงแก่บุคลากรการแพทย์และคนไทยทุกคน จึงเป็นหน้าที่ของ สกสว.ในการเชื่อมโยงวงการวิทยาศาสตร์และสาธารณสุขไทยนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย ทั้งนี้ กระทรวง อว. และกองทุน ววน. โดย สกสว. ยินดีสนับสนุนการติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติม ภายในอาคารโรงพยาบาล โรงเรียนแพทย์ สังกัดกระทรวง อว.

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า การพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติของกรุงเทพมหานครมุ่งเน้นหลักการ “Smart Enough City” ที่สร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของประชาชน ความคุ้มค่า และความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีราคาแพงหากไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือการนำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ซึ่ง อว. และกองทุน ววน. ทำไว้แล้วมาใช้ให้ประชาชนแจ้งปัญหาเมืองผ่านการถ่ายรูปและประยุกต์ใช้กับการรับมือภัยพิบัติ เช่น ให้ประชาชนแจ้งภาพรอยร้าวของอาคารกว่า 20,000 เคส เพื่อให้วิศวกรอาสาประเมินความปลอดภัยเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที ซึ่งช่วยคัดกรองอาคารที่ปลอดภัยออกไปได้มาก ลดภาระการลงพื้นที่จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท้ายที่สุดนวัตกรรมที่ดีจึงควรเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ช่วยแก้ปัญหาของท้องถิ่นได้จริง และควรผลักดันให้เกิดการวิจัยหรือสร้างแพลตฟอร์มของประเทศตนเองเพื่อพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ในส่วนของคณะวิจัย ศ.ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ ระบุว่า ปี 2564 คณะวิจัยได้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดการสั่นสะเทือนต้นทุนต่ำ (TUSHM) เป็นครั้งแรกของประเทศภายใต้การสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาในปี 2566 ได้ต่อยอดสู่ระบบ Structural Health Monitoring (SHM) ที่ผสานอุปกรณ์ต้นทุนต่ำกับการวิเคราะห์โครงสร้างขั้นสูง และพัฒนาเรื่อยมา เหตุการณ์แผ่นดินไหวปี 2568 ข้อมูลจากอาคารธานีนพรัตน์สามารถประเมินระดับผลกระทบต่ออาคารสูง สนับสนุนการตัดสินใจของ กทม. ในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ในปี 2569 มีแผนจะติดตั้งในอาคารสำคัญรวมประมาณ 30 แห่ง ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ใช้งบของ กทม. ส่วนในภาคเหนือใช้งบประมาณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมถึงแผนติดตั้งในภาคกลางเพิ่มเติม

จุดเด่นของระบบ TUSHM คือการผสานอุปกรณ์ตรวจวัดต้นทุนต่ำที่มีประสิทธิภาพสูง เข้ากับการประมวลผลข้อมูลและการวิเคราะห์โครงสร้างขั้นสูง ช่วยให้ประเมินผลกระทบของแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังพัฒนาเป็นเครือข่ายสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในภาคเหนือรวม 76 สถานี สามารถรายงานผลได้อย่างรวดเร็วในระดับพื้นที่ย่อย เช่น อำเภอหรือตำบล พร้อมแสดงระดับความรุนแรงและผลกระทบที่แตกต่างกันตามสภาพดินและระยะทางจากแหล่งกำเนิด ช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานรับรู้สถานการณ์และตอบสนองได้อย่างเหมาะสม

สำหรับเหตุหลุมยุบขนาดใหญ่ รศ.ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี และ ผศ. ดร.อมรเทพ จิรศักดิ์จำรูญศรี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ติดตั้งอุปกรณ์ TUSHM และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสำรวจ ได้แก่ การสร้างแบบจำลองเสมือนจริง 3 มิติผ่านเทคโนโลยีโฟโตแกรมเมตรี และ LiDAR (การสแกนด้วยเลเซอร์), Visual Intelligence วิเคราะห์ความเสียหายอัตโนมัติ, Data Fusion การรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อทำภาพตัดขวางสำหรับเปรียบเทียบระดับการทรุดตัวของพื้นที่ ช่วยให้กระบวนการทำงานของวิศวกรเร็วขึ้น ลดการใช้แรงงานและค่าใช้จ่าย ให้ข้อมูลที่สม่ำเสมอและแม่นยำสูงกว่าการตรวจสอบด้วยตาเปล่า อีกทั้งช่วยประเมินพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัยและสนับสนุนการวางแผนฟื้นฟูโครงสร้างในระยะยาว

ศ.ดร.อภินิติ โชติสังกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงประสบการณ์การเฝ้าติดตามการเอียงตัวอาคารรอบหลุมยุบวชิรพยาบาล ด้วยเทคโนโลยี IoT-Tiltmeter ว่า ตรวจพบการเอียงตัวอย่างชัดเจนต่อเนื่องจากการทรุดตัวของเสาเข็มใต้อาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน (สน.สามเสน) ส่วนอาคารพาณิชย์ (สมาคมสุขภาพจิตฯ) ตรวจพบการเอียงตัวเข้าหาอุโมงค์ ขณะที่อาคารทีปังกรรัศมีโชติ (อาคารผู้ป่วยนอก) โรงพยาบาลวชิรพยาบาล พบอัตราการเอียงตัวในระยะแรกก่อนจะเข้าสู่สภาวะปกติ

“การมีนวัตกรรมจากงานวิจัยช่วยทำให้โรงพยาบาลมีข้อมูลในการตัดสินใจ และลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น โดยผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ทันที รวมถึงช่วยไม่ให้เกิดความตระหนกแก่คนไข้และประชาชนทั่วไป” ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวทิ้งท้าย

Health News : อินเตอร์โพลล้างยาผิดกฎหมาย

Health News : อินเตอร์โพลล้างยาผิดกฎหมาย

Health News : อินเตอร์โพลล้างยาผิดกฎหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การตำรวจสากล หรือ Interpol ประกาศความสำเร็จของปฏิบัติการ Pangea XVIII ซึ่งเป็นการกวาดล้างยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายทั่วโลก โดยสามารถยึดของกลางได้กว่า 6.42 ล้านโดส คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 560 ล้านบาท) จากการประสานงานร่วมกับ 90 ประเทศและเขตการปกครอง สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 269 ราย ทลายเครือข่ายอาชญากรรมได้ 66 กลุ่ม

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกยึดมากที่สุด ได้แก่ ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยาระงับประสาท ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่ ขณะที่ยากลุ่ม Antiparasitics หรือยาถ่ายพยาธิ มีการยึด Ivermectin และ Fenbendazole เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นชุดรักษาโรคมะเร็งทางเลือก แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ เช่นเดียวกับความต้องการยาลดน้ำหนักที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการผลิตยาปลอมราคาถูก เริ่มที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ ซึ่งมักพบสารอันตรายอย่าง Sibutramine ที่ถูกสั่งแบนในหลายประเทศเนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย

สำหรับในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งและยึดยาลดน้ำหนัก Semaglutide และ Tirzepatide กว่า 300 ขวด ที่เตรียมส่งให้ลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ขณะที่ในประเทศสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ถูกยึดเป็นคอนแทคเลนส์ที่ไม่จดทะเบียน รองลงมาคือยาแก้ปวดและยาถ่ายพยาธิ

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว  ลอร์ด เบเดน โพเอล หรือ บีพี  (B.P.) ผู้ก่อตั้งลูกเสือโลก ได้ให้คำเตือนในการสร้างชาติและการสร้างตน  ที่เปรียบเสมือน “แสงเทียนส่องทาง” ไว้ในหนังสือ “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ Rovering to Success” ถึงกลุ่มบุคคลประเภทหนึ่ง ที่มีอันตรายอย่างยิ่งต่อความสงบสุขของบ้านเมือง ที่ท่านเรียกว่า  “มนุษย์ไม้กระดก” หรือ  “The See-saws”

ธรรมชาติของ “ไม้กระดก” ที่เด็กเล่น   คือการทำให้เกิดการโยกเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง  กลับไปกลับมา   เมื่อฝั่งหนึ่งขึ้น อีกฝั่งก็ต้องลง     ท่าน บีพี เปรียบเทียบสิ่งนี้กับกลุ่ม นักปลุกระดม หรือนักปลุกม๊อบหัวรุนแรง (Extremists) ที่มีนิสัยเหมือน  “หมาจิ้งจอก”   เจ้าเล่ห์และฉลาดแกมโกง ที่คอยปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชน

คนเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ แต่ถนัดในการ “สร้างสถานการณ์” เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย  สร้างม๊อบ  วุ่นวาย  เดินขบวน หยุดงาน   ยึดสนามบิน  ก่อจลาจล  และพยายามงัดข้อกับระบบระเบียบของสังคม โดยเฉพาะการจ้องโจมตีและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและหลักความมั่นคงของชาติ

เพื่อขยายความให้เห็นภาพชัดเจน ท่าน บีพี  ได้อ้างถึงหนังสือเรื่อง “Enchanter’s Nightshade” หรือ “ยาพิษของผู้วิเศษ”   ของ J.B. Morton ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงการต้นไม้พิษที่นักปลุกระดมใช้ล่อลวงคน

พวกนักปลุกระดมมักจะทำตัวเป็นผู้วิเศษ คอยปรุงแต่ง “ความโกรธแค้น” และ “ความอิจฉาริษยา” ของผลไม้มีพิษ ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ดูหอมหวาน  ป้อนข้อมูลที่บิดเบือน เพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่าตนเองถูกเอาเปรียบ จนเกิดความเกลียดชังในระบบและผู้ปกครอง  เมื่อผู้คนดื่ม “ยาพิษ” นี้เข้าไป จะทำให้สติสัมปชัญญะมืดบอด และกลายเป็นคนบน “ไม้กระดก” ที่นักปลุกระดมคอยปลุกปั่น กำกับการขึ้นลงของไม้กระดก ตามใจชอบ

ท่าน บีพี เตือนให้เหล่าเยาวชนและประชาชนมองให้ทะลุปรุโปร่งว่า นักปลุกระดมที่ทำตัวเหมือนหมาจิ้งจอกเหล่านั้น มักจะใช้คำพูดที่ดูเหมือนหวังดีต่อสังคม หรืออ้างเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ที่เกินขอบเขต   แต่ลึกๆ แล้วเป้าหมายของพวกเขาคือการทำให้ตนเอง  สามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจบนซากปรักหักพังของรังเก่า

บีพี สอนว่า ความมั่นคงของบ้านเมืองเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ หากเรามัวแต่กระโดดโลดเต้นขึ้นลงตาม “ไม้กระดก” แห่งความขัดแย้ง   ที่พวกหมาจิ้งจอกสร้างขึ้น  ในไม่ช้าเราก็จะกลายเป็นฝ่ายผู้แพ้   ที่ตกไม้กระดกลงมาเจ็บตัว

คำสอนของเบเดนโพเอล เรื่องมนุษย์ไม้กระดก   เป็นสิ่งมีประโยชน์ (ธัมมัสสวนมัย) ตามบุญกิริยา 10 ที่ควรเรียนรู้เพื่อนำมาเตือนสติและสร้างปัญญาให้ตนเอง  แล้วหาข้อมูล พิจารณาข้อเท็จจริง เลือกเฉพาะสิ่งดีนำไปปฏิบัติ  ด้วยสติปัญญาของตนเอง มิให้หลงกล ให้ถูกจูงจมูกไปในทางไม่สมควรโดยง่าย  

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า   “ต้องระวังยาพิษของผู้ปลุกระดมมวลชนที่แฝงตัวมาในรูปของคำพูดหรือการกระทำอันสวยหรู     จงรักษาใจให้หนักแน่นดุจภูเขา อย่าให้ใครมาใช้เป็นเครื่องมือให้ทำลายร ากแก้วของแผ่นดิน”

ผู้สนใจหนังสือเรื่อง “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ” ภาษาไทย  สามารถเปิดอ่านได้ฟรีจากอีบุ๊คในเวปของกระทรวงศึกษาธิการ   https://www.moe.go.th/e-book/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/ 

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย” This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ จัดพิธีศาสนาโอกาสครบการก่อตั้ง 122 ปี สมาคมอัสสัมชัญ ณ ห้องประชุม วัลลภ เจียรวนนท์ วันที่ 1 มิ.ย.8.30 น.…งานนี้มีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้ง คริสต์ อิสลาม ซิกข์ และพุทธ หลังพิธีการทางศาสนาเสร็จเรียบร้อย มีเลี้ยงอาหารเที่ยงแก่ผู้ร่วมงาน ให้อิ่มหนำสำราญพร้อมหน้ากัน…
  • เพื่อนรัก ตอนทำงานที่ช่อง9 อสมท. ด้วยกัน กำภู -รัชนีย์ พร้อมครอบครัวใหญ่ของกำภู ที่ อ.บ้านลาด เพชรบุรี ให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเที่ยวพร้อมกินอาหารอร่อยๆ กัน ในช่วงวันอาทิตย์นี้ รัชนีย์ สร้างบ้านหลังใหญ่ที่นี่ด้วย กำภู มีพี่น้อง หลานๆช่วยกันทำมาหากิน ทุกคนในครอบครัวต่างสมาน สามัคคี พืชผัก ปลูกกินกันเอง ผลิตภัณฑ์อาหาร แหนม น้ำพริก น้ำปลาร้า ฯลฯ ล้วนเป็นผลผลิตกันเอง ไม่ต้องซื้อหา …
  • สุพจน์ ผจญยุทธ์ ไปร่วมงานส่งท่านที่เคารพนับถือกันมานาน จริยา ปรักกะมะกุล ที่เมรุวัดสระเกศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข่าวว่า ท่านจากไปด้วยวัยสูงกว่า 90 ปี ขอแสดงความเสียใจด้วย…
  • ปีนี้ น้ำขิง- อิงวา จารยะพันธ์ุ ผู้มีความสามารถด้านดนตรี โดยเฉพาะเปียโน เซลโล่ ฉลองอายุ 14 ปี พร้อมหน้าครอบครัว ข่าวว่า ญาติทางคุณพ่อมากันครบ เห็นภาพแล้วอบอุ่นใจยิ่งนัก…
  • ข่าวดี สำหรับผู้สนใจศิลป วัฒนธรรม เรื่องราวเก่าแก่ยุคสุวรรณภูมิอายุหลายพันปี บัดนี้ เจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล เปิด MOCA (Museum Of Contemporary Art) ที่อยู่ระหว่าง ถ.กำแพงเพชร 6 ลาดยาว เขตจตุจักร ให้ผู้ชมอายุ 60 ปี ขึ้นไป และ เด็กๆอายุไม่เกิน 13 ปี เข้าชมฟรี แบบไม่มีเงื่อนไข…เชิญชวนไปชมกันได้ ที่แห่งนี้ปิดเฉพาะวันอาทิตย์…
  • นวลจิรา ภัทรรังรอง ชวนเพื่อนซี้อดีตรูมเมต ที่ มช.ไปทริปญี่ปุ่น เพิ่งกอดคอกันแหวว กลับมากันแล้วเมื่อไม่นานมานี้…
  • เป็นนักเรียนแพทย์ที่ศิริราชครบเทอม เตยหอม อุดมศักดิ์ ได้สวมเสื้อกาว์นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นคุณหมอทั้งคู่ รู้สึกปลื้มปริ่มเป็นที่สุด…
  • กำหนดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ กุณฑลา ภริยา พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ มารดา ดร.ประทิต – ดร.วิรไท-รศ.พญ.จีรันดา สันติประภพ จัดที่ศาลา 150 ปี วัวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร โดยเจ้าภาพจะมีการทำบุญให้ คุณแม่กุณฑลา 10 พ.ค.10.00 น…ส่วนกำหนด ฌาปนกิจศพ 14 พ.ค.17.00 น…เจ้าภาพขอฝากเรียนเชิญผู้เคารพนับถือกันมาร่วมเป็นเกียรติและแสดงความไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน…
  • ขอแสดงความเสียใจกับ อ.ฟองสนาน จามรจันทร์ กูรูด้านวิชาโหราศาสตร์ ที่สูญเสียน้องชายสุดรักไปเมื่อเร็วๆนี้…
  •  สุพจน์ ผจญยุทธ์ ไปร่วมงานส่งท่านที่เคารพนับถือกันมานาน จริยา ปรักกะมะกุล ที่เมรุวัดสระเกศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข่าวว่า ท่านจากไปด้วยวัยสูงกว่า 90 ปี ขอแสดงความเสียใจด้วย
  • เตือนๆกันมา จากเรื่องอาหารการกิน…ทราบมาว่า มี 5 เมนูต้องห้าม คือ ห้ามเหลือ ต้องกินให้หมดในมื้อเดียว ห้ามเก็บค้างข้ามคืนเด็ดขาด เพราะยิ่งอุ่น ยิ่งสะสมสารพิษ เสี่ยงมะเร็ง… 5 เมนู ดังกล่าว ได้แก่ 1.ผัดผักใบเขียว เช่นผักคะน้า ผักบุ้งไฟแดง ซึ่งมีไนเตรตสูงที่สุด หากทิ้งข้ามคืนสารก่อมะเร็ง ไนโตรซามีน จะพุ่งขึ้นทันทีที่อุ่น 2. เมนูอาหารทะเล กุ้ง หอยปูปลา หากค้างคืน จะเกิดการย่อยสลายของโปรตีนที่ไวมาก เสี่ยงกับการสะสมแบคทีเรีย และสารฮีสตามีน ที่ทำให้ท้องร่วงรุนแรงได้… 3.เมนูไข่ต้ม และ ไข่ลวก โดยเฉพาะไข่ที่เป็นยางมะตูม แบคทีเรีย ชอบมาก ถ้าเก็บไม่ดี หรืออุ่นซ้ำ โปรตีนเปลี่ยนรูปเป็นพิษได้ 4.แกงจืดหัวไชเท้า หรือคื่นฉ่าย คือคลังเก็บไนเตรต หากอุ่นซ้ำหลายรอบจะมีพิษ 5.ผัดเห็ดทุกชนิด โปรตีนในเห็ดจะเปลี่ยนสภาพทันที เมื่ออุ่นซ้ำ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และสารบางชนิดอาจเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหาร…สุขภาพดีเริ่มง่าย เริ่มจากการไม่เติมพิษเข้าร่างกายนั่นเอง !!…

บารอนเนส

เปิดตัว 2 มหกรรม ‘The Eaterium Ville & Palette Market’ กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

เปิดตัว 2 มหกรรม 'The Eaterium Ville & Palette Market' กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

เปิดตัว 2 มหกรรม ‘The Eaterium Ville & Palette Market’ กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.

M.A.I. Organizer นำโดย มาดามไหม จีรนันท์ ห้องแซง เนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (Central Eastville) จัดงานเปิดตัว 2 อีเวนต์ยักษ์ใหญ่ “The Eaterium Ville” และ “Palette Market” อย่างเป็นทางการ รวบรวมความเป็นที่สุดของอาหารเลิศรสและสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายสไตล์มาไว้ในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิคและความสนุกสนานจากกองทัพศิลปินดาราและเซเลบริตี้ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินดาราชื่อดังมากมายที่มาร่วมออกบูธ อาทิ คุณหลิน นุศรา, คุณจุ๊บแจง วิมลพันธ์, คุณหลิว อาจารียา, คุณไอซ์ อธิชนัน, คุณแว่น สิริรัตน์, คุณโบ๊ท ธารา, คุณน้ำ ชลนที, คุณเปรี้ยว AF, คุณแอ้ม ศิรประภา, คุณจอย ดาวกระจาย และเหล่าเซเลบริตี้อีกมากมาย  ทำเอาลานโปรโมชันคึกคักไปด้วยแฟนคลับและเหล่านักช้อป

มาดามไหม จีรนันท์ ห้องแซง ผู้บริหาร M.A.I. Organizer กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “สำหรับการจัดงานในวันนี้ พี่ตั้งใจอยากจะสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองจริงๆ ค่ะ เราจึงนำเอา 2 คอนเซปต์ที่แตกต่างแต่ลงตัวมาเจอกัน ทั้ง The Eaterium Ville ที่เป็น Tasty Food Hub คัดสรรเมนูเด็ดมาให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกันที่หน้า Tops และ Palette Market ตลาดไลฟ์สไตล์สุดคัลเลอร์ฟูลที่รวมแฟชั่นและของใช้เก๋ๆ ไว้ที่ชั้น 1 ซึ่งไหมอยากให้ทุกคนที่มาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่มีครบทั้งความอร่อยและความสนุก และต้องขอบคุณพี่น้องเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมเติมเต็มให้งานวันนี้พิเศษยิ่งขึ้นค่ะ”

สำหรับมหกรรมความสุขในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 โซนไฮไลต์ ได้แก่ The Eaterium Ville ศูนย์รวมความอร่อยที่ยกขบวนเมนูเด็ดจากร้านดังมาให้ลิ้มลอง ณ ลานโปรโมชัน หน้า Tops และ Palette Market ตลาดไลฟ์สไตล์สุดคัลเลอร์ฟูล รวมสินค้าแฟชั่นสุดชิคและของใช้ดีไซน์เก๋ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1

ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ กิน ช้อป และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมความบันเทิงในบรรยากาศสุดพิเศษนี้ได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ตลาดThe Eaterium Ville ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคมนี้ และ ตลาด Palette Market ระหว่างวันที่ 6-12 พฤษภาคม 2569 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่  FB M.A.I Organizer https://www.facebook.com/maiorganizers