เปลี่ยนซาเล้งเก็บขยะเป็นฮีโร่กอบกู้โลก… ส่งสารสร้างสรรค์สังคมรีไซเคิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249912

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ขยะจะมีค่าถ้านำมารีไซเคิล” และ “หมดค่าของเขามีค่าของเรา” เป็นประโยคส่วนหนึ่งที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกของนิสิตภาควิชานวัตกรรมอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับคนเก็บของเก่า และถ่ายทอดลงบนรถซาเล้งที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้ปรับปรุงและตกแต่งเพื่อเป็นสื่อปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสให้สังคมหันมาใส่ใจการรีไซเคิลมากขึ้น โดยซาเล้งทั้งสิ้น 12 คัน ที่ได้รับการตกแต่งใหม่เป็นผลงานสร้างสรรค์จากโครงการ ‘REAL RECYCLER รักษ์โลกจริง เลิกทิ้งเลิกเท’ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของ เอ็ม บี เค กรุ๊ป กรุงเทพมหานคร มูลนิธิ 3R และภาควิชานวัตกรรมอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อรณรงค์การจัดการขยะอย่างยั่งยืน

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าขยะในประเทศไทยที่นำกลับมาใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิลนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการคัดแยกและรีไซเคิลผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยศูนย์วัสดุรีไซเคิลชุมชน ธนาคารขยะรีไซเคิล ขายให้ผู้รับซื้อของเก่าหรือซาเล้ง และร้านรับซื้อของเก่า จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้รับซื้อของเก่าเป็นกลุ่มอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการคัดแยกขยะของประเทศไทยตั้งแต่ต้นทางและนำขยะกลับเข้ามาสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากเปิดตัวโครงการ เหล่ารถซาเล้งที่ได้รับการตกแต่งจะได้นำออกไปใช้งานจริง เช่น บัมเบิ้ลบีซาเล้ง ซึ่งทำด้วยโครงเหล็กสีเหลืองที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถหุ่นยนต์จากภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส เป็นผลงานการออกแบบของ สิรินทร์ เจียมพิรุฬห์กิจ และ อานนท์ พุ่มอิน นิสิตชั้นปีที่ 1 จะขับไปตามตรอกซอกซอยเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับนักรีไซเคิลตัวจริงอย่างซาเล้งเก็บขยะไปสู่คนในชุมชน พวกเขาทั้งคู่กล่าวว่า “กลุ่มซาเล้งเป็นฟันเฟืองสำคัญของกระบวนการรีไซเคิล และเป็นกลุ่มคนที่ทำให้ขยะมีค่าขึ้นมาอีกครั้ง พวกเราจึงเลือกเศษเหล็กเหลือใช้มาทำโครงสร้างของรถ นำรูปลักษณะและความแข็งแรงมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับหน้าที่ของรถในแต่ละส่วน เช่น การนำเศษที่เหลือจากการตัดแผ่นเหล็กดำลายมาพับทำในส่วนพื้นรถที่ต้องรับน้ำหนัก กันน้ำ และทนแดด การใช้หน้าปัดเข็มไมล์รถยนต์มาทำเป็นไฟหน้ารถ หรือจานเบรกมาทำเป็นที่นั่งที่สามารถใช้คู่กับตะขอเกี่ยวของได้” พร้อมจบชิ้นงานด้วยสโลแกนที่สะท้อนการทำงานของซาเล้งว่า ‘หมดค่าของเขามีค่าของเรา’

ส่วน วริศรา สันตโยดม และ กฤษฏ์สกนธ์ ทนังผล นิสิตชั้นปีที่ 1 ผู้ออกแบบ BAMBINO ซาเล้งที่ตกแต่งด้วยไม้ไผ่ โดยเพิ่มความน่าสนใจด้วยการใส่เทคนิคให้หลังคาที่นำมาสานในรูปแบบ “Hyperbolic Paraboloid” นอกจากเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงแล้ว หลังคายังสามารถปลูกพรรณไม้เลื้อยได้อีกด้วย ทั้งคู่กล่าวว่า “พวกเราได้แรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ ‘อีโค ไม่ อีโก้’ (ECO NOT EGO) ด้วยการแสดงความเป็นอีโคผ่านรูปร่างและลักษณะการใช้งานของรถ และไม่อีโก้มาจากการที่ซาเล้งไม่มีอีโก้ สามารถทำงานเก็บขยะ ซึ่งถือเป็นอาชีพสุจริต นำขยะและของเหลือใช้ไปขายต่อให้โรงงานเพื่อนำไปรีไซเคิล”


โครงการ ‘REAL RECYCLER รักษ์โลกจริง เลิกทิ้ง เลิกเท’

นอกจากการปรับลุคซาเล้งให้สวยงามทันสมัยเพื่อเป็นสื่อในการปลุกจิตสำนึกให้สังคมหันมาใส่ใจการรีไซเคิล แล้ว เอ็ม บี เค กรุ๊ป ยังจัดทำคลิปวีดีโอ “ทิ้งไว้ให้ใคร” ซึ่งสร้างขึ้นจากชีวิตจริงของนักเก็บขยะมืออาชีพตัวจริงอย่างซาเล้ง

พบฮีโร่ซาเล้งทั้ง 12 คัน อย่าลืมแวะทักทาย และสามารถติดตามชมคลิปวีดีโอโนดราม่า เรื่อง “ทิ้งไว้ให้ใคร”
ได้ทางยูทิวป์ MBK GROUP Channel หรือคลิก https://youtu.be/U9Ht1zc8Zj0


สุวรรณา จุ่งรุ่งเรื่อง

ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร “งบประมาณส่วนใหญ่ของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ใช้ไปกับการกำจัดขยะ มีการคำนวณไว้ว่าขยะทุกๆ 1 กิโลกรัม ทางกรุงเทพฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจำกัดขยะ 2 บาท โดยประมาณการแล้วเราใช้งบในการกำจัดขยะถึง 6 พันล้านบาทต่อปี เราจึงพยายามส่งเสริมและรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันลดปริมาณขยะลง กทม.พยายามส่งเสริมและรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันลดปริมาณขยะลง เราทำงานร่วมกับเอกชนก็เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้โครงการ เอกชนมีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างจุดเปลี่ยนในสังคม เราคุยเรื่องการแยกขยะมานานก็ยังเปลี่ยนพฤติกรรมคนในสังคมได้ไม่มากนัก แต่คลิปวีดีโอ “ทิ้งไว้ให้ใคร” สื่อสารได้ชัดเจน ผ่านการถ่ายทอดความคิดของซาเล้งเก็บขยะผู้เป็นกลไกสำคัญ ในการนำขยะเข้ากระบวนการรีไซเคิล คลิปเพียงไม่กี่นาทีนี้จะเปลี่ยนทัศนคติของผู้ชมที่มีต่อซาเล้ง และจุดประกายให้สังคมเห็นว่าขยะเป็นทรัพยากรที่มีค่า”


ศิรฐา สุขสว่าง

ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) “เอ็ม บี เค กรุ๊ป เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการตามแนวคิด “ความสุขของทุกวัย” ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่ม โดยเฉพาะชุมชมและสังคม โครงการเกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงปัญหาขยะที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เราจึงต้องการปลุกกระแสสังคมให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ และนำขยะมารีไซเคิลเพื่อใช้ใหม่ โครงการนี้ นอกจากจะช่วยจุดประกายชุมชนและสังคมเกี่ยวกับการรีไซเคิลแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนเก็บของเก่าหรือซาเล้ง ในการเป็นฮีโร่กอบกู้โลกและเป็นนักรีไซเคิลตัวจริง พร้อมยกระดับงานเก็บของเก่าในฐานะอาชีพที่มีคุณค่าและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการรีไซเคิลของไทยด้วย”


รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต

หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม ภาควิชานวัตกรรมอาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ “แนวคิดของนักออกแบบคล้ายคลึงกับการทำงานของเหล่าซาเล้งเก็บของเก่า เพราะมองเห็นโอกาสเดียวกันว่าขยะสามารถสร้างประโยชน์ได้ สมัยก่อนเวลาเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมจะไม่มีใครนึกถึงนักออกแบบ แต่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และภาควิชานวัตกรรมอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เอง เห็นโอกาสเดียวกันกับซาเล้งว่าขยะสามารถสร้างประโยชน์ และสร้างสรรค์ออกมาเป็นศิลปะแบบกรีนดีไซน์ได้ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือลดขยะอุตสาหกรรมที่มีจำนวนมาก เช่น เศษจากการผลิตกระดุมนำมาบดทำเป็นพื้น เศษไม้ตัดต่อออกมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ เศษกันชนรถเป็นเก้าอี้นั่งในสวน ส่วนกากกาแฟก็พัฒนาเป็นกระเบื้องและผนัง”


กลุ่มอาชีพซาเล้ง


นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์


รถซาเล้ง Bambino

 

คุณแหน : 24 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249909

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

●● Talk of the town สัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมออนไลน์ร้อนระอุเมื่อ คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ร่อนจดหมายถึงสื่อมวลชน ชี้แจงสถานะของตนว่า ไม่ได้จดทะเบียนหย่าและไม่เคยคิดที่จะหย่ากับ พล.ต.อ.สันต์ สามีแต่อย่างใด ฯลฯ…งานนี้ถึงแม้จะเรียกอะไรคืนมาไม่ได้ แต่ถือว่าสะใจสมาคมเมียหลวงเป็นอย่างมาก…

●● พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ นำข้าราชการและลูกจ้างในสังกัดออกกำลังกายเสริมความแข็งแรง เมื่อบ่ายวันพุธ  ตามนโยบายนายกฯเป๊ะๆ…

●● ส่งท้ายโชคร้ายลาปีเก่า อดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ลดาวัลย์ บัวเอี่ยม สะดุดล้มที่ทางต่างระดับ ทำให้เดินเหินไม่ถนัด ต้องนั่งรถเข็นไปไหนมาไหนยามนี้…

●● สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ออกกำลังขี่จักรยานประจำ เพราะบ้านอยู่ย่านพระราม 2 มีเลนขี่จักรยานโดยเฉพาะ…

●● แปลงร่างเป็นลุงซานต้าใจดี ยุทธนา มุกดาสนิท เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ในเฟซบุ๊คใหม่ แต่มองไปกลับคลับคล้าย ป๋าเบิร์ด – ธงไชย เป็นอย่างยิ่ง…

●● ดร.สิริกุล บรรพวงศ์ เป็นทัวร์ลีดเดอร์นำเพื่อนๆ ในกลุ่มไปทริปพม่า ตอนนี้กลับมากันแล้วพร้อมผ้าซิ่นสวยๆ จากที่นั่นคนละหลายผืน…●●กลุ่มเพื่อนรัก อาทิ พล.ต.ศุภชาติ – รอง – ดุษฎี เค้ามูลคดี และ รัตนบุรี อติศัพท์ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์และแสดงความยินดีเนื่องในหลายโอกาส ได้แก่  รัตนบุรี ได้รับเลือกเป็น “พ่อตัวอย่าง”, พล.ต.ศุภชาติ หายป่วย, รอง ไปสวิสกับกรุ๊ปคอนเสิร์ต งานนี้ไม่ขาดสาวสวย ฤดีสวาท วิจิตรยุทธศาสตร์ ที่มาร่วมแจมด้วย…

●●สังสรรค์ประจำเดือนที่บ้าน พิมพ์ใจ บุญศรี เพื่อฉลองวันเกิดให้เพื่อนที่มีเบิร์ธเดย์ในเดือนนี้ มีจับสลากรับปีใหม่ แจกกระเป๋าพอเพียงพร้อมริสต์แบนด์ ส่วนอาหารสุดอร่อยขาดไม่ได้คือ ขนมจีนน้ำยาปูรสเลิศ ทำจากก้ามปูยักษ์ที่ฮอกไกโด พร้อมขนมหวานนานาชนิด..

●● จัดเลี้ยงปีละครั้ง กูรูเรื่องนก ชาญยุทธ์ นันทสุขเกษม นัดเฟรนด์เฟซบุ๊คเลี้ยงอาหารเช้าเมื่อวันวาน อาหารแบบบ้านๆ รสชาติภัตตาคารอาย ทั้งต้มจับฉ่าย ปลาตะเพียนไร้ก้าง หมูต้มเค็ม ผัดไช่โป๊ว สร้างความสุขให้มวลมิตรที่ต่างสรรเสริญ “ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ  แล้วขอเชิญเรามากินใหม่”…แบบอิ่มจังตังค์อยู่ครบ !!…●●

บารอนเนส

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 24 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249901

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“คัตสึกุ้งต้มยำ” ชวนชิมคัตสึกุ้งชิ้นโต และเส้นอูด้งร้อนๆ รสชาติแซ่บแบบไทยกับความอร่อยลงตัวแบบญี่ปุ่น ในราคาพิเศษเพียง 189 บาท จากปกติ 229 บาท เพิ่ม 10 บาท รับเป๊ปซี่ 16 ออนซ์ หรือเพิ่ม 60 บาท รับสไปซี่วิงส์ 3 ชิ้น และยังมีเมนูทานเล่น ชีสซี่สติ๊ก กับมอสซาเรลลาชีสเต็มแท่ง ในราคา 49 บาท วันนี้-15 ก.พ. 2560 ที่ร้านคัตสึยะ ทุกสาขา

“ทริปเปิล ชีส พาย” ชวนชิมพายโฮมเมด 3 รสชาติใหม่ ทั้งเบคอนทริปเปิลชีสพาย, ทูน่าทริปเปิลชีสพาย และมัชรูมทริปเปิลชีสพาย ในราคาชิ้นละ 35 บาท พิเศษกับชุดของขวัญ พายเฟสซ์กิฟท์เซต พายชนิดคาวขนาดเล็กรสชาติใดก็ได้ 12 ชิ้น ในราคา 299 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านพาย เฟสซ์ สาขาดิเอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัลเวสต์เกต และวิคตอเรียการ์เด้นส์

“ซินนาบอนมินิไบท์” ชวนชิมซินนามอนเนื้อนุ่ม พิเศษกับชุดของขวัญ 30 ชิ้น ทั้งรส Cinna Bite และ Choco Bite ในราคา 269 บาท พร้อมแลกซื้อซินนาบอนพรีเมียมกลาส ในราคา 39 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มเย็นทุกรสชาติ ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านซินนาบอน ทั้ง 9 สาขา

“เบอร์ดี้ 3 อิน 1 โฉมใหม่” ชวนชิมกาแฟปรุงสำเร็จ 3 อิน 1 ที่ปรับปรุงสูตรใหม่ กักเก็บกลิ่นหอมและให้รสชาติของกาแฟคั่วบดแท้ๆ สูตรเฉพาะในแบบฉบับของเบอร์ดี้ พร้อมเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ มีให้เลือก 3 รสชาติ ทั้งโรบัสต้า หอมเข้มข้นกลมกล่อม, เอสเปรสโซ่ เข้มข้นเต็มรสกาแฟ และครีมมี่ลาเต้ หอมนุ่มละมุน ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ทั่วประเทศ

“แซลมอนจากฮอกไกโด” ชวนชิมเมนูต้นตำรับแซลมอนจากฮอกไกโด ด้วยวัตถุดิบพรีเมียม ผสานความแซ่บของเครื่องน้ำตกแบบไทย เป็นเมนูน้ำตกฮอกไกโดสุดพิเศษ ทั้งแมคข้าวน้ำตกแซลมอน, น้ำตกแซลมอนเบอร์เกอร์ และดับเบิ้ลน้ำตกแซลมอนเบอร์เกอร์ ในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 69 บาท วันนี้-5 ม.ค. 2560 ที่ร้านแมคโดนัลด์และแมคดิลิเวอรี่ โทร. 1711

“โคลด์ สโตน ครีมเมอรี่ สติ๊ก” ชวนชิมไอศกรีมซิกเนเจอร์ครีเอชั่น ในรูปแบบแท่ง 6 รสชาติ ทั้งช็อกโกแลตดีโวชันสติ๊ก, ชีสเค้กแฟนตาซีสติ๊ก, อาวเวอร์สตรอเบอร์รี่บลอนด์สติ๊ก, โอริโอโอเวอร์โหลดสติ๊ก, มัทฉะเรดบีนสติ๊ก และคอตตอนแคนดี้สติ๊ก ในราคาพิเศษเพียง 89 บาท จากปกติ 99 บาท ที่ร้านโคลด์ สโตน ครีมเมอรี่ ทุกสาขา ยกเว้นสุวรรณภูมิ

“ช้อปช่วยชาติที่โฮมโปร” ชวนช็อปวัสดุและอุปกรณ์แต่งบ้าน รับส่วนลด 3% จากบัตรเครดิตโฮมโปรวีซ่า ใช้คะแนนจากบัตรเครดิตโฮมโปรวีซ่าและบัตรโฮมการ์ดเท่ายอดช็อป ลดเพิ่ม 23% และผ่อน 0% นานสูงสุด 4 เดือนทั้งร้าน วันนี้-31 ธ.ค. ที่โฮมโปร โทร.02-8321000

“ช้อปช่วยชาติที่อินเด็กซ์” ชวนช็อปเฟอร์นิเจอร์, ที่นอน, ชุดห้องน้ำ, ชุดครัว, ชุดบิวท์อิน และของแต่งบ้าน ครบ 15,000 บาท รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท วันนี้-31 ธ.ค. ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทั้ง 26 สาขาทั่วประเทศ โทร.02-4171111

“Limelight Gift Season” ชวนช็อปของขวัญ, ของที่ระลึก, ของฝาก, ผลิตภัณฑ์, แพ็กเกจสปา, แพ็กเกจร้านอาหาร, ท่องเที่ยว กว่า 35 ร้าน และสินค้ามากมายกว่า 100 ชนิด พร้อมภาพวาดมินิสำหรับตกแต่งบ้านโดยฝีมือศิลปินภูเก็ต วันนี้-30 ธ.ค. ที่ศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิว ภูเก็ต

“รสดีเมนู” ชวนใช้เครื่องปรุงรสสำเร็จเฉพาะเมนู 2 รสชาติใหม่ยอดนิยม ทั้งรสต้มยำน้ำข้น พร้อมน้ำพริกเผาในซอง ครบรสครบเครื่องไม่ต้องปรุงเพิ่ม และรสต้มข่าไก่ หอมสมุนไพรไทยแท้ พร้อมกะทิผงในซอง ในราคาซองละ 19 บาท พร้อมอีก 13 รสชาติให้เลือก ที่ร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

“โฟโตเปีย” ชวนใช้บริการสวนสนุกดรีมเวิลด์ ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ เปิดดินแดนมหัศจรรย์ สนุกสนานไปในโลกแห่งจินตนาการ เพลิดเพลินท่ามกลางทิวทัศน์สวยงาม อาทิ บ้านฮอบบิท, ปราสาทอัศวิน, แคนดี้เฮ้าส์, มังกรยักษ์ ฯลฯ ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

“Ocean Pad Application” ชวนใช้แบบประกันไทยสมุทร ด้วยบริการจากแอพพลิเคชั่นที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของตัวแทนให้มีความสะดวกมากขึ้น สามารถนำเสนอแบบประกันได้อย่างแม่นยำและตรงใจ เหมาะสมกับความต้องการ สอบถามได้ที่ตัวแทนไทยสมุทรฯ ทั่วประเทศ โทร.02-2078888

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนมรดกศิลปกรรมแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในวันพุธที่ 28 ธ.ค. และตอนคั่ว เครื่องปรุงอาหารได้รับความร้อนผ่านภาชนะชนิดต่างๆ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ธ.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“ร้อยดวงใจ ไทยทั้งชาติ” ชวนชมต้นคริสต์มาสที่สื่อความเป็นไทยต้นใหญ่สูงถึง 18 เมตร และพร็อพสุนัขตัวโตสูงถึง 7 เมตร ตัวอาคารตกแต่งด้วยหลอดไฟแอลอีดีสวยงาม พร้อมชิมของอร่อย และช็อปแลกของขวัญ วันนี้-19 ม.ค. 60 ที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“Wonderful Christmas Concert” ชวนชมฟรีคอนเสิร์ต โดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม ควงคู่สองหนุ่มเสียงดีจากเดอะวอยซ์ กีตาร์ เพลงประพันธ์ กิ่งทอง และนุ๊ก-สมัชญ์ เนียมสอาด มาร่วมขับร้องในบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 25 ธ.ค. เวลา 19.00-21.00 น. ที่โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต โทร.076-600111

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

กินถูกวิธีลดเสี่ยง เลี่ยง’กระดูกพรุน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249936

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 17.05 น.

กระดูก อวัยวะที่ช่วยค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย การเคลื่อนไหว และทำหน้าที่อีกมากมาย ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นๆ แต่หลายคนมักจะลืมดูแลตนเองและเผลอทำร้ายกระดูกด้วยพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ รวมไปถึงการทานอาหารด้วย

วันนี้เราจึงมี 6 วิธีลดเสี่ยงกระดูกพรุน มานำเสนอ เพื่อให้สุขภาพกระดูกแข็งแรง ไกลโรค

1. ลดการดื่มน้ำอัดลม

กรดฟอสฟอริกที่ทำให้น้ำอัดลมมีฟองฟู่ จะเข้าไปเพิ่มฟอสฟอรัสในร่างกายมากเกินไป จนเสียสมดุลกับแคลเซียม ร่างกายจึงจำเป็นต้องกำจัดแคลเซียมออกจากคลังกระดูก เพื่อไม่ให้ร่างกายมีฟอสฟอรัสในเลือดมากเกินไปจนเป็นอันตราย

2. ลดโซเดียม

นอกจากโซเดียมหรือเกลือ จะเป็นสาเหตุของโรคร้ายมากมายแล้ว หากร่างกายมีปริมาณโซเดียมมากเกินไป จะทำให้การดูดซึมของแคลเซียมจากลำไส้ลดลง ที่เหลือไหลออกผ่านทางไตหมด

3. ควบคุมการทานโปรตีน

ทานโปรตีนในปริมาณที่พอดี เพราะการทานโปรตีนมากเกินไป จะทำให้ร่างกายกระตุ้นให้ไตขับแคลเซียมออกจากร่างกายมากกว่าปกติ

4. เลี่ยงแอลกอฮอล์-คาเฟอีน

ในเครื่องดื่มเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม ทำให้ร่างกายต้องขับแคลเซียมออกมามากขึ้น

5. งดบุหรี่

บุหรี่ทำให้แคลเซียมละลายจากกระดูก จากการที่บุหรี่ทำให้ร่างกายมีภาวะเป็นกรด และแคลเซียมจำเป็นต้องทำหน้าที่รักษาความเป็นกรดด่างของเลือดในร่างกาย และบุหรี่ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงต่ำลง จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน

6. การใช้ยาบางชนิด

เช่น ยากล่อมประสาท ยาที่มีสารสเตียรอยด์ และยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงคือจะขับแคลเซียมออกจากร่างกาย ดังนั้นหากต้องทานติดต่อกันเป็นเวลานานเพื่อรักษาโรคใดโรคหนึ่ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

ทั้งนี้ นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำก็ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกได้ ดังนั้นอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ

ที่มา : healthsanook

คุณแหน : 23 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249826

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll ประชาคมดนตรีสากลแห่งสถาบันศิลปการแสดงและดนตรีแห่งกรุงเวียนนา ได้ยกย่องเชิดชู His MajestyKing Bhumibol Adulyadej ไว้ที่สมาชิกกิตติมศักดิ์ลำดับที่ 23เมื่อปีพ.ศ.2507…วงดุริยางค์รอยัล บางกอกซิมโฟนี จัดแสดงดนตรีราชสดุดี-อัครศิลปินโดยมีบทเพลงจารีตแก่ผู้ล่วงลับ(Requiem)ตามคตินิยมของวัฒนธรรมตะวันตก เมื่อค่ำคืนวันพุธที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ โดยมี นักร้องวงประสานเสียงถึง 2 วงใหญ่ สวนพลูคอรัส และ RSU Concert Singers ของมหาวิทยาลัยรังสิต…

ll เพลงซิมโฟเนีย เลอ ปาส เดอ มองแปร์ประพันธ์โดย ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร โดยได้รับแรงดลใจจาก
กวีนิพนธ์
เดินตามรอยเท้าพ่อของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี…ดนตรีพรรณนาและประสานเสียงได้ไพเราะเหลือเกินจะเป็นเพลงเอกของไทยและสากลโลกในอีกไม่ช้านานรีบหามาฟังนะคะ

ll ถึงผอ. อ.ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล จะมาร่วมไม่ได้ด้วยเดินเหินไม่สะดวก แต่ Conductor รามอน ลิเฮาโดจูเนียร์ และลูกทีม Suanplu Chorus ก็ไม่เคยทำให้ผู้ชมผิดหวังโดยมีรุ่นพี่อดีตนักร้องทีมชนะเลิศ 2 เหรียญทองงานประกวดขับร้องประสานเสียงโลก (ปี 2014) ภูมิ ศิรประภาศิริ,ดาวินา คุณวิภูศิลกุล ฯลฯ ติดตามให้กำลังใจตลอด…

ll เรี่ยวแรงรับใช้เจ้านายยังมีเต็มร้อย ท่านผู้หญิงอังกาบบุณยัษฐิติ ระหว่างนี้วิ่งรอกทั้งงานบริหารโรงเรียน วิทยาลัยมหาวิทยาลัยจิตรลดาบวกงานจิตรลดาอาสา บริการข้าว-น้ำ-เครื่องดื่ม ในงานพระบรมศพ แถมงานวงประสานเสียงจิตรลดา ที่รับเชิญไปแสดง“เทิดพระเกียรติถวายอาลัย”

ll อ.ภิญญ์ ศิรประภาศิริ นักเรียนทุนคิงส์ กลับมาเยี่ยมบ้านไปลองเข้าคิวกราบพระบรมศพวันแรก ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงเอาประสบการณ์มาพาคุณแม่-คุณป้าดร.นันทนาศิรประภาศิริ,ผศ.เพียงใจ บัณฑุรัตน์ ไปวันที่สองใช้เวลาไม่ต่างกันรวมความรู้ไว้พาคุณป้า อ.พิมพรรณฟิตซ์แพทริค ที่จะบินจากอเมริกามากราบต้นปีหน้านักวิชาการทั้งบ้านอ.ภิญญ์ รู้ละเอียดว่าแต่ละวันไม่เหมือนกัน

ll กลุ่ม Mercure มีนโยบายรักษ์สิ่งแวดล้อมเลยไม่เสิร์ฟหูฉลามเดือดร้อนถึงเจ้าของโรงแรม(ตัวจริง)ท่านประธาน ธนินทร์  เจียรวนนท์ แม้ชอบเมนูนี้ขนาดไหน ก็ไม่ได้กินแต่น่ารักกว่านั้นคือบางวันอยู่ office กินง่ายๆ ไปเอาอาหาร 7-11 มาเวฟรับประทาน…

lเพิ่งกลับจาก Charge Battery ที่ Kyoto ยุวดี พิจารณ์จิตร ควง บรม ลูกชายคนโปรด พร้อมรับศึกลดแลกแจกแถม”ตามธรรมเนียมปีใหม่กับห้างใหญ่เล็กสกุลอื่น

ll เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ นักธุรกิจใหญ่ เลือดรักชาติแรงอดีตนายกสมาคมนิยมไทย ฉุนเฉียวที่มีข่าวปลดโค้ชซิโก้เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง(ฮา)…เลยท้าให้ฝรั่งมาพูดภาษาบ้าง(สิวะ)…“พี่โล้นมีเกียรติประวัติดีเด่นนอกจากคุณตาจะเป็นผู้ประพันธ์เพลงชาติไทย…ส่วนตัวยังแอบอุปถัมภ์นักกีฬาดีเด่นๆ ตอน Strat Up หลายคน…

ll หมออาวุโส นพ.อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ นัดเพื่อนๆ น้องๆมาตีกอล์ฟวันคริสต์มาสที่สนามกรุงเทพกรีฑา ก่อนสังสรรค์ปีใหม่ต่อเย็นเดียวกันกำลังรอเจ้าของบ้านสวย นพ.พิษณุมณีโชติ จะอบไก่งวงที่จับมาจากดูไบ ทันและเป็นเจ้าภาพสถานที่ได้ไหมเพราะพี่อนันต์บ้านใหญ่อยู่สุรินทร์ “บ้านเล็ก”ก็ยังไม่มี…

ll ถ้าจะกินอาหารItalian ให้อร่อย ในบรรยากาศดีๆ(เจ้าของร้านสวย)สังคมผู้มีอันจะกินออกปากชมร้าน Amano สุขุมวิท ซอย 39 กินก่อนโอนเงินเข้าบัญชีทีหลัง...ธนัดดา อิศรเสนา ณ อยุธยา…แม่ค้าใจดีรอได้...ll

ภิญญ์สิรี

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดเดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249792

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขัน “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 6(6th Thailand International Half Marathon)”ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อหารายได้สมทบทุน “กองทุนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา” และใช้ในการดำเนินกิจกรรมด้านการศึกษาและการกีฬาอีกทั้งเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในวันที่ 25 ธันวาคม2559 ณ บริเวณสะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) และทางยกระดับบรมราชชนนี (ฝั่งขาออก)

 

สมชาย พูลสวัสดิ์

สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันเดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน เป็นการจัดต่อเนื่องมาเป็นที่ 6 แล้วนับเป็นการจัดการแข่งขันการวิ่งประเภทฮาล์ฟมาราธอนนานาชาติอย่างเป็นทางการของประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิ่งมาราธอนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

สำหรับการแข่งขัน “เดิน-วิ่งการกุศลไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 6(6th Thailand International Half Marathon)” แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ วิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร, วิ่งมินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร, เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ 5 กิโลเมตร และเดิน-วิ่ง VIP เฉลิมพระเกียรติ 5 กิโลเมตรในวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 04.00 น. โดยจุดสตาร์ทอยู่ที่บริเวณสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี และทางวิ่งปลอดจราจร บนทางยกระดับบรมราชชนนี (ฝั่งขาออก) และวนกลับมาเข้าเส้นชัย ที่บริเวณสะพานพระราม 8

ส่วนรางวัล สำหรับนักวิ่งชาย-หญิง ที่เข้าเส้นชัยคนแรก ประเภทฮาล์ฟมาราธอน 21.12 กิโลเมตร จะได้รับถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับนักวิ่งที่ชนะการแข่งขันแต่ละอันดับตามประเภทระยะทาง ชาย-หญิง จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศพร้อมเงินรางวัล ในอันดับที่ 1-5 ชาย-หญิง รางวัลพิเศษ สำหรับชมรมที่ส่งสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมเป็นหมู่คณะมากที่สุด 5 อันดับ จะได้รับโล่เกียรติยศของสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และประกาศเกียรติบัตรสำหรับผู้วิ่งเข้าเส้นชัย 21.1 กิโลเมตร ส่วนรางวัลสำหรับวิ่งมินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร ชาย-หญิง นักวิ่งชาย-หญิง ที่เข้าเส้นชัยอันดับ 1จะได้รับเงินรางวัล 5,000/4,000 และ 3,000 บาท ตามลำดับ

ผู้สนใจร่วมการแข่งขัน “เดิน-วิ่งการกุศล ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาล์ฟ มาราธอนครั้งที่ 6” สามารถ สมัครออนไลน์ผ่าน http://www.ThailandHalfmarathon.com สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ โทร.02-2860861

สวยปังจนร้องว้าว ! ส่องแฟชั่นเฉลิมพระเกียรติฯ ฝีมือ 10 สุดยอดดีไซเนอร์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687923


12 สิงหาคม 2559 วันแม่แห่งชาติเวียนมาบรรจบอีกครั้ง และเนื่องในโอกาสปีนี้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ล่าสุดทางห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยเนรมิต ดิ อีเว้นท์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ให้เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “วิจิตรพัสตรา 84 พรรษา บรมราชินีนาถ” ชวนชม 7 ฉลองพระองค์งามวิจิตร และผลงานการปักแบบต่าง ๆ ที่ทรงอนุรักษ์ตลอดจนไฮไลต์ ‘แฟชั่นโชว์’ ชุดผ้าไทยผสมผสานลายปักสุดอลังการ จำนวน 18 ชุด จาก 3 สุดยอดดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ป้อม-ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ จากแบรนด์ TIRAPAN, ต้อย-นคร สัมพันธารักษ์ แบรนด์ NAGARA, เจี๊ยบ-พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ จากแบรนด์ PICHITA และ 7 ฝืมือดีไซเนอร์ชั้นนำของวงการแฟชั่นไทย ไม่ว่าจะเป็น เอ็กซ์-อัญชลี วิกสิตนาคกุล จากแบรนด์ ANCHAVIKA, หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา แบรนด์ ASAVA, ไดน่า-อภิษฎา นิมิตรวานิช จากแบรนด์ CALISTA, ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ จากแบรนด์ KEMISSARA, แก้ม-มลลิกา เรืองกฤตยา จากแบรนด์ KLOSET, กีตาร์-ปฏิญญา เกี่ยวข้อง จากแบรนด์ PATINYA และวิก-ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน จากแบรนด์ VICKTEERUT ให้ได้ชมกัน งานนี้เหล่าดีไซเนอร์ลงมือดีไซน์สร้างสรรค์กันเต็มที่ด้วยการหยิบพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจมาเป็นแรงบันดาลใจ ผลงานแต่ละชุดที่ออกมาเรียกได้ว่า สวยปังน่าประทับใจเล่นเอาซาบซึ้งไปตามๆ กัน

และแน่นอนว่าเมื่อ ไทยรัฐออนไลน์ ไปงานนี้ก็ไม่พลาดเก็บสีสันชุดผ้าไทยสวยๆ งานครีเอตจากเหล่าดีไซเนอร์มาให้ชมกัน…!

‘ไดน่า-อภิษฎา นิมิตรวานิช’ เจ้าของ และดีไซเนอร์แบรนด์ CALISTA

ทำไม Adidas Superstar ถึงป๊อปตลอดกาล?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 11 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/680813


สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ Sneakers ทั้งหลายคงรู้จักรองเท้าผ้าใบ Adidas รุ่น Superstar เป็นอย่างดี วันนี้เราได้ไปเฟ้นหาความจริงมาให้อ่านกันว่า ทำไมรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ถึงเป็นที่นิยมตลอดเวลา มันมีความเป็นมาอย่างไร ตามไปอ่านกันเลยยยย!รองเท้าลายเท่อย่าง Adidas Superstar ปรากฏสู่สายตาผู้คนเมื่อปลายๆ ปี 1969 และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คนมากขึ้นในปี 1970 โดยรุ่นแรกเป็นรองเท้าแบบ Low-top sneakers ขอบต่ำไม่หุ้มข้อ ภายนอกเป็นหนังหุ้มทั้งหมดและหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นฝาเปลือกหอย นิยมใส่เล่นกีฬา โดยในช่วงนั้นคารีม อับดุล จับบาร์ นักบาสผู้ทำแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ NBA ใส่รองเท้า Adidas Superstar ลงแข่งขันเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของลีค ทำให้เป็นกระแสนิยมอย่างมาก

ดีไซเนอร์รุ่นนี้ออกแบบหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นรูปฝาหอย มีที่รองกันกระแทกทำด้วยยาง เพื่อป้องกันปลายเท้าบาดเจ็บ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักบาส NBA จึงนิยมใส่ลงแข่ง เพราะเวลาแข่งขัน ลูกบาสอาจกระแทกใส่ปลายเท้าได้ แต่ต่อมาภายหลังนักออกแบบได้หั่นฝาหอยให้เหลือครึ่งเดียว เพราะแบบเดิมนั้นทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก แต่แบบหลังทำให้บริเวณโคนนิ้วขยับตัวได้คล่องขึ้น

ปี 1980

ในช่วงหลังยุค 70 เป็นต้นไป กระแสของรองเท้ารุ่นนี้ก็ดรอปลงไปบ้างแต่ไม่ถึงขนาดกับหายไปจากกระแส เพราะรองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬาแบรนด์ต่างๆ ที่มีรูปแบบใหม่ๆ เจ๋งๆ และลวดลายเท่ๆ เริ่มทยอยปล่อยของกันมา แต่คนบางกลุ่มที่เป็นทาร์เก็ตของแบรนด์ Adidas ก็ยังจงรักภักดีเป็นรอยัลตี้ต่อแบรนด์เหมือนเดิม จากที่คนในช่วงนั้นยังเห็นคนใส่อยู่บ้างประปรายไม่ว่าจะบนท้องถนน ในเมือง และรอบนอกเมือง

และแล้วในปี 1986 Run-D.M.C. วงฮิพฮอพ แรปเปอร์-อเมริกัน ก็พามันกลับมาฮิตอีกครั้ง เมื่อเขาปล่อยเพลง My Adidas ออกมา โดยเพลงนี้แต่งขึ้นจากความคลั่งไคล้ของพวกเขาที่มีต่อรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้เป็นอย่างมาก และครั้งหนึ่งตอนไปเล่นคอนเสิร์ตที่ Madison Square Garden พวกเขาได้ใส่ Adidas Superstar ขึ้นแสดงแบบไม่ผูกเชือก และบอกกับแฟนๆ ของพวกเขาว่า ให้รักษารองเท้ารุ่นนี้ให้ดี

ปี 1990

ในช่วงยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ได้ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Pop Street Culture เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่สวมใส่แบรนด์นี้ส่วนมากมักจะมีให้เห็นอยู่ตามถนนหนทางเวลาออกไปข้าง ผู้คนจึงจดจำภาพลักษณ์สินค้าไว้เช่นนี้

ความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้พวกชอบแฟชั่นกับผู้นำเทรนด์นำมาใส่ และภายหลังเมื่อผู้คนพวกนี้นำมาใส่ออกสังคม มันก็มีอิทธิพลต่อทุกสังคมมาก เพราะมันแพร่หลายกระจายไปทุกที่ ทั้งในวงการศิลปิน พวกแร็พเปอร์ แก๊งเด็กบีบอย เด็กวัยรุ่นในไฮสคูล และที่ต้องพูดถึงเลยคือกลุ่มนักกีฬา เพราะพวกเขานิยมใส่ลงแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันป๊อปขนาดไหน คนทุกที่ใส่กันเกือบหมด และแม้แต่ มาร์ค กอนซาเลซ นักสเกตบอร์ดในตำนาน ก็ยังนำมาใส่ เพราะมันนิยมมากในช่วงป๊อปคัลเจอร์

ปี 2015

ในปีนี้เอง กอนซาเลซ ได้ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ Adidas Superstar โดยนำ Adidas Superstar 80 มาปรับแต่งออกอิดิชั่นใหม่ ซึ่งผลงานใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความคิดสร้างสรรค์ของเขาเป็นอย่างดี และที่เจ๋งไปกว่านั้น Pharrell Williams ผู้มีบทบาทในวงการแฟชั่นก็ได้ร่วมกับ Adidas ออกแบบออกอิดิชั่นใหม่ซึ่งตอนนี้มีเพิ่มถึงอีก 11 สี ด้วย

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด ไม่ว่า Adidas Superstar จะมีอิดิชั่นไหนๆ ออกมาใหม่ทางบริษัทก็ไม่เคยเปลี่ยนแพทเทิร์น นี่คือลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้ดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อสวมใส่ อีกทั้งมันยังมีความอเนกประสงค์ ที่ไม่ว่าจะใส่เล่นกีฬา ใส่ไปทำงาน หรือแมตช์กับชุดไปรเวทเดินเล่นก็ยังได้

ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมาย ทั้งนักร้อง ศิลปิน นักออกแบบ ครีเอทีฟ นักกีฬา เด็กวัยรุ่น อินฟลูเอนเซอร์ และคนทั่วๆ ไป ก็หยิบนำมาใส่ทุกยุคทุกสมัย จึงพอเป็นคำตอบให้กับผู้อ่านได้แล้วว่า ทำไม Adidas Superstar จึงเป็นที่นิยมและน่าสวมใส่ตลอดกาล

การที่คนในทุกแวดวงนำมาใส่เป็นการช่วยให้อุตสาหกรรม Adidas ขับเคลื่อนมาได้จนถึงทุกวันนี้ และลวดลายที่มีความคลาสสิกเฉพาะตัวอย่างโดดเด่น จึงทำให้ยังเป็นที่ต้องการและน่าเอามาใส่อยู่เสมอๆ

ไม่มีรองเท้าผ้าใบรุ่นไหน แบรนด์ไหน ที่จะอยู่มานานได้ถึงเกือบครึ่งศตวรรษ

Adidas Superstar is not “One Hit Wonder” but “Once Strike Forever” !!

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

HELMUT LANG ราชามินิมัลแห่งยุค 1990s

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 9 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679838


เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่คอลเลกชั่นฤดูร้อนประจำปี ค.ศ. 2005 จาก เฮลมุต แลง (Helmut Lang) ถูกจัดแสดงเป็นครั้งสุดท้ายในมหานครนิวยอร์ก หลังจากนั้นนักออกแบบชาวออสเตรียนคนดังก็หายสาบสูญจากโลกแฟชั่นเพื่อไปใช้ชีวิตฮิปสเตอร์เป็นศิลปินวาดภาพและสร้างงานประติมากรรมท่ามกลางสัตว์เลี้ยงของเขาเฮลมุต แลง คือหนึ่งในนักออกแบบแฟชั่นคนสำคัญของโลกที่มีส่วนผลักดันเทรนด์มินิมัลลิสต์ที่พีคในช่วงทศวรรษที่ 1990s จนเป็นที่มาของนักออกแบบรุ่นหลังทั้ง อเล็กซานเดอร์ แวง (Alexander Wang) หยาง ลี (Yang Li) และ ลี รอซ (Lee Roch) หากคุณได้ติดตามโลกของแฟชั่นมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990s คุณเองต้องเคยได้ยินชื่อของเขา หรือบางทีคุณอาจมีสินค้าที่แปะฉลากสีขาวสุดเท่ที่มีคำว่า Helmut Lang ในตู้เสื้อผ้าก็เป็นได้

ความน่าสนใจของเสื้อ Helmut Lang คือมันเปรียบได้กับการเกิดลัทธิแฟชั่นใหม่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเทรนด์แฟชั่นแนวนิยมในสมัยนั้น ในขณะที่แฟชั่นของทศวรรษที่ 80s และต้น 90s หมุนวนอยู่ด้วยเสื้อผ้าลาย ละเอียดจัดๆ ทั้งลวดลาย สีสัน และงานปักประดับในแบบ คริสเตียน ลาครัวซ์ (Christian Lacroix) หรือเวอร์ซาเช่ (Versace) เสื้อผ้าที่แลงออกแบบในเวลานั้นจึงเหมือนโอเอซิสสำหรับพวกพังค์ (Punk) และเหล่าเด็กเรฟ (Rave) ที่เติบโตด้วยการสวมทีเชิ้ต กางเกงยีนส์ และแจ็กเก็ตพาร์ก้า ซึ่งล้วนเป็นส่วนประกอบหลักในเสื้อผ้าที่แลงออกแบบ

เอกลักษณ์ของแลงนั้นมีทั้งทีเชิ้ตคว้านลึก หรือเสื้อกล้ามเปิดหัวนม นอกจากนั้นยังมีแจ็กเก็ตที่ตกแต่งสายสะพายที่ด้านในตัวเสื้อให้คุณสวมไหล่สะพายได้เหมือนกระเป๋าเป้ห้อยที่ด้านหลัง อีกทั้งกางเกงยังมีสายเข็มขัดระโยงระยางเหมือนพวกเซ็กซ์ซาดิสต์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่แลงสร้าง คือการผลักดันโลกแฟชั่นในเวลานั้นให้ทันสมัยด้วยการคิดค้นวัสดุแปลกใหม่ ทั้งการใช้กระดาษมาอัดเป็นผ้า หรือเทคนิคการพิมพ์ยีนส์ด้วยแผ่นยาง ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าที่แลงทำจึงดูล้ำสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็ดูเคร่งขรึมใส่ได้จริง เหมาะกับหนุ่มสาวที่ตารางชีวิตคือการเข้าออฟฟิศสลับกับการเข้ายิมสร้างกล้ามเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้นสไตล์ที่แลงสร้างยังเป็นอะไรที่ก๊อบปี้ได้โดยง่าย ด้วยเหตุนี้เองสไตล์เสื้อที่เป็นเบลเซอร์เรียบๆ สเว็ตเตอร์คอวี และเดนิมยีนส์เปรอะสีของเฮลมุต แลง จึงได้รับความนิยมแพร่กระจายไปถึงร้านค้าไฮสตรีททั้ง Club Monaco, Zara และ Banana Republic

ชื่อเสียงของเขามาถึงจุดขีดสุดในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาตัดสินใจย้ายสตูดิโอจากกรุงเวียนนามายังกรุงนิวยอร์ก ในตอนนั้นแลงประกาศว่าคอลเลกชั่นใหม่ของเขาพร้อมแล้วที่จะจัดแสดงล่วงหน้า 6 สัปดาห์ ในนิวยอร์ก การตัดสินใจของแลงจึงเป็นผลให้นักออกแบบอเมริกันทั้งหมดตัดสินใจโชว์คอลเลกชั่นล่วงหน้าพร้อมๆ กันกับเขา ตั้งแต่นั้นมาตารางแฟชั่นวีกอย่างเป็นทางการที่แต่เดิมจะเริ่มจาก มิลาน ตามด้วยลอนดอน ปารีส และนิวยอร์ก เลยต้องกลายร่างเป็น นิวยอร์ก ลอนดอน มิลานและปารีสแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แต่ปาร์ตี้ย่อมมีวันเลิกรา ความน่าเศร้าของแบรนด์ Helmut Lang จึงเริ่มขึ้น เมื่อแลงตัดสินใจขายกิจการให้กับ พราด้า (Prada) ในปี ค.ศ. 1999 หลังจากนั้นปัญหาระหว่างแลงและพราด้าก็เริ่มขึ้น เนื่องจากการบีบของพราด้าในการเปิดไลน์ใหม่เพื่อหากำไรมากขึ้นทั้งที่เป็นไลน์เครื่องหนัง รองเท้า กระเป๋า และแอคเซสเซอรี่ ในที่สุดแลงจึงตัดสินใจวางมืออย่างเป็นทางการในที่สุดในปี ค.ศ. 2004 โดยคอลเลกชั่นฤดูร้อนปี ค.ศ. 2005 ถือเป็นคอลเลกชั่นสุดท้ายที่ เฮลมุต แลง เป็นผู้ออกแบบ

หากแฟชั่นของทศวรรษที่ 1980s คือวิญญาณชุดสูทสุดเท่ของ จอร์โจว อาร์มานี (Giorgio Armani) จิตวิญญาณของทศวรรษที่ 1990s จึงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ทีเชิ้ตคว้านลึก แจ็กเก็ตและพาร์ก้ามีสายสะพายไหล่ บวกกางเกงตกแต่งเข็มขัดแนวบอนเดจจาก เฮลมุต แลง

HELMUT LANG AND HIS SUCCESS

1977
เปิดตัวสตูดิโอตัดเสื้อตามสั่งในกรุงเวียนนา

1986
คอลเลกชั่นเสื้อสตรีคอลเลกชั่นแรกจาก Helmut Lang จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์โมเดิร์นอาร์ต Centre Georges Pompidou ในกรุงปารีส

1987
คอลเลกชั่นเสื้อบุรุษคอลเลกชั่นแรกจาก Helmut Lang จัดแสดงร่วมกับคอลเลกชั่นเสื้อสตรี โดยเสื้อผู้ชายที่แลงออกแบบถือเป็นการกลับมาของโครงเสื้อแนวสลิมฟิตด้วยเชิ้ตขาวสูทดำและรองเท้าแบบสั่งตัด

1990
สร้างเทรนด์การออกแบบเสื้อผ้าแนวใหม่ด้วยการใช้เนื้อผ้าโปร่งเบาต่างผิวสัมผัสมาซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์

1993
เริ่มโปรเจกต์พิเศษของการถ่ายภาพบรรยากาศเบื้องหลังแฟชั่นโชว์โดยช่างภาพดัง Juergen Teller

1996
การเกิดของคอลเลกชั่นเดนิมยีนส์ Helmut Lang อันโด่งดัง

1998
ย้ายสำนักงานจากกรุงเวียนนาสู่นิวยอร์ก โดยถือเป็นบริษัทแฟชั่นแห่งแรกของโลกที่ย้ายสำมะโนครัวข้ามทวีป

1999
แลงขายกิจการทั้งหมดให้บริษัท Prada โดยเขายังรับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าและสินค้าทั้งหมดของแบรนด์

2000
น้ำหอมยี่ห้อ Helmut Lang ถือกำเนิด พร้อมภาพโฆษณาที่สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินดังชาวอเมริกันนาม Jenny Holzer

2003
คอลเลกชั่นพิเศษที่ทำร่วมกับศิลปินดังชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน นาม Louise Bourgeois

2004
คอลเลกชั่นสุดท้ายที่แลงออกแบบกับแรงบันดาลใจของการบิดและผูกเกลียวเชือกตลอดจนแรงบันดาลใจจากการเดินเรือและอุปกรณ์ชาวประมง

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

กระเป๋าคอลเลกชั่นใหม่จากแบรนด์ Kendall + Kylie

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 8 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679682


ปีนี้เป็นปีทองของสองพี่น้อง Kendall และ Kylie Jenner ที่มีคิวงานต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ Kendall ที่ได้ไปเดินแบบให้แบรนด์ดังมากมาย ไม่ว่าจะ Chanel Fendi หรือ Balmain จนบางทีก็กลบกระแสแบรนด์แฟชั่น Kendall + Kylie ที่เธอเคยประกาศไว้ แต่ไม่กี่วันก่อนในที่สุดทั้งคู่ก็ปล่อยภาพคอลเลกชั่นจากแบรนด์ Kendall + Kylie ออกมาเรียกเสียงฮือฮา

“ฉันชอบที่เราลองเล่นกับทุกไซส์ตั้งแต่มินิไปถึงใหญ่ กระเป๋าถือที่ดีต้องใช้ได้จริงและใช้งานง่าย ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว แต่ละดีไซน์ของเรามีจุดยืนของตัวเองที่เด่นชัด” Kylie กล่าว

คอลเลกชั่นนี้ประกอบไปด้วยกระเป๋า 18 สไตล์หลากหลายสีสัน รวมถึงพวงกุญแจขนเฟอร์ที่ชื่อ Norman และ Bambi ตามชื่อสุนัขพันธุ์อิตาเลียน เกรย์ฮาวน์ของ Kylie ที่จริงเรียกได้ว่าเป็นญาติห่างๆ ของเจ้า Karlito จาก Fendi ก็ว่าได้

กระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่ที่ประมาณ 75-450 ดอลลาร์สหรัฐฯ และจะออกวางจำหน่ายจริงตามร้านค้าในเดือนสิงหาคม ดังนั้นสาวๆ ไม่ต้องอดใจรอนาน แต่ถ้าใครอยากรู้ก่อนก็คลิกดูภาพตัวอย่าง Kendall + Kylie ในภาพด้านล่างได้เลย!

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial