นักท่องเที่ยวที่เยือนคฤหาสน์ Thurn and Taxis ควรเผื่อเวลาส่องสมบัติของตระกูลนี้ที่ Treasury Museum ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย ที่นี่มีของสวยงามทั้งเฟอร์นิเจอร์กระเบื้อง กล่องใส่บุหรี่ และสิ่งละอันพันละน้อยที่ทำจากทอง และเงินประดับด้วยอัญมณีมากมาย มิวเซียมที่เป็นส่วนหนึ่งของ BavarianNational Museum นี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของปราสาท ณ ตำแหน่งที่เคยเป็นคอกม้าตั้งแต่ปี 1998 มิวเซียมที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Neoclassic นี้ยังมีตัวอย่างของอาวุธสะสมของตระกูล Thurn and Taxis ที่เก็บมาตั้งแต่ปี 1748 ด้วย นอกจากนี้ของสะสมที่มีค่ามากมายหลายอย่างล้วนมาจากงานประดิษฐ์จากประเทศต่างๆ ทั่วยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมนีเอง
ตัวอย่างของจัดแสดงใน Treasury Museum ที่โดดเด่นก็คือ นาฬิกาตั้งพื้นที่เล่นดนตรีได้ซึ่งออกแบบโดย EtiennePomee นักออกแบบนาฬิกาชื่อดังชาวบาเยิร์นต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 นาฬิกาเรือนนี้ถูกออกแบบในเมือง Regensburg ราวปี 1760 โดยถูกผลิตด้วยเหล็ก ทองแดง เงิน แก้ว หิน คริสตัล นาฬิกาที่มีเสียงปลุกมากถึง 12 เสียงที่ตกแต่งตามแนวทางศิลปะแบบ Rococo นี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อไว้ตกแต่งหอประชุมด้านนอกของตัวคฤหาสน์หลังนี้ในปี 1792 อันเป็นปีที่ Prince Carl Anselm von Thurn and Taxis ย้ายมาประทับอยู่
ในสมัยโบราณที่โลกยังไม่พัฒนา และยังไม่มีการผลิตอ่างล้างหน้า ล้างมือ กษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ ขุนนางและคหบดีมักต้องมีผู้รับใช้คอยบริการจัดหาชุดทำความสะอาดหน้า และมือที่เรียกว่า Sink Set อันประกอบไปด้วยเหยือกและถาดมาให้ Sink Set ที่เคยอยู่ในวังของ Prince of Augsburg นี้ถูกออกแบบโดย Johann Christoph Stenglin จากเมือง Augsburg ในราวปี 1749 โดยทำด้วยเงินชุบทอง
อัญมณีที่มีชื่อเสียงอีกชิ้นในมิวเซียมก็คือ อัญมณีแห่งภาคีขนแกะทองคำที่ทำจากทองและเพชรปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 อัญมณีที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งของโลกแคทอลิกในช่วงเวลานั้นที่ถูกสั่งทำโดยเจ้าชาย AlexanderFerdinand ชิ้นนี้ประดับอยู่บนมงกุฎของราชวงศ์ Habsburg แห่งออสเตรีย ส่วนอัญมณีอีกชิ้นชื่อเดียวกันที่จัดแสดงอยู่ติดกันนี้ถูกสั่งทำจากมรกตคุณภาพสูงโดยเจ้าชาย Carl Anselm von Thurn and Taxisเพื่อนำมาติดไว้บนปกเสื้อให้เข้าคู่กันเป็นชุดยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังมีกระดุมอัญมณีชุดใหญ่ที่ติดอยู่บนชุดกระโปรงดำของเจ้าชาย Carl Anselm ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษอีกกว่า 75 เม็ดซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง
โซไซตี้ : ‘เครือ รพ.พญาไท-เปาโล’ เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพ สู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ
วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ทรานสฟอร์มธุรกิจสุขภาพสู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบดึงจุดแข็งจากทุกแพลตฟอร์ม พัฒนาระบบการบริการ ด้านสุขภาพ ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวก รวดเร็ว ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ ทุกความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยี มาผสานกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล พลิกโฉมภาพลักษณ์ของการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบพร้อมจัดงาน “The New Era Of Digital Healthร่วมเป็นผู้นำสู่วิถีใหม่ของการดูแลสุขภาพยุคดิจิทัล” ณ ลาน A ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565
ศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า ในช่วงมีผลสำรวจเรื่องเทรนด์สุขภาพ พบว่ากลุ่มคน Gen Y หรือกลุ่มมิลเลนเนียลที่อายุประมาณ 22-40 ปี และกลุ่มอายุช่วง 40-49 ปี จะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น หากสุขภาพไม่ดีอาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมา ส่งผลต่อสุขภาพจิตทำให้ทุกอย่างแย่ไปด้วยเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จึงได้มีการนำ DigitalEngagement Model เข้ามาปรับใช้ในสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค องค์กรให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูล (Data) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำ “Hyper Personalization” เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลต่างๆ มาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นประโยชน์กับลูกค้ามากที่สุด นอกจากนี้ ข้อมูลด้านการรักษาของผู้เข้าใช้บริการโรงพยาบาล คำนึงถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA เป็นสำคัญเรามีทีมทำ Futuristic Data ที่สามารถนำข้อมูลเชิงบุคคลมาช่วยวิเคราะห์ วางแผนโปรแกรมการดูแลรักษาแบบHuman Touch Service มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยทำให้เสียค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าใช้บริการที่จะได้รับคำแนะนำด้านสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค สามารถออกแบบโปรแกรมตรวจสุขภาพ ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้ เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพ All You Can Check เป็นต้น”
พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์พรีเมี่ยมไลฟ์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า“ด้านการบริการมีการปรับตัวเป็นอย่างมากจากในอดีตที่แพทย์เน้นเรื่องการรักษา แต่ปัจจุบันเราให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกัน (PreventiveCare) เปลี่ยนจากหมอผู้รักษาคนป่วยเป็น Health Coach ที่จะคอยให้คำแนะนำและติดตามดูแลใกล้ชิดจนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ได้แก่All You Can Check ที่จะคอยติดตามภาวะสุขภาพได้ตลอดทั้งปี มีทีมแพทย์ให้คำแนะนำวางแผนการดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติ กรรมการใช้ชีวิตได้อย่างตรงจุดการตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ละเอียดและแม่นยำ ลดความเสี่ยงในอนาคตจากโรคต่างๆนอกจากนี้ ยังมี All You Can Shine โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึกระดับ DNA ที่ช่วยในการวางแผนสุขภาพอนาคตด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัย และโปรแกรม All You Can Fits ตรวจความสมดุลและสมรรถภาพร่างกายรายบุคคล การปรับพฤติกรรม เพื่อแก้ไขสาเหตุอาการบาดเจ็บของร่างกาย โดยเฉพาะโรคออฟฟิศซินโดรมที่เป็นกันมากในกลุ่มวัยทำงาน โดยจะมี Health Coach นักกายภาพคอยดูแลให้คำแนะนำ ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมการแพทย์ Urine CTX II ซึ่งเป็นงานวิจัยการเสื่อมสลายข้อเข่าด้วยการตรวจปัสสาวะ ทำให้สามารถรู้ถึงภาวะสุขภาพและวางแผนชะลอความเสื่อมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ”