‘กรมชลประทาน’เดินหน้าบริหารจัดการน้ำ’เขื่อนราษีไศล-เขื่อนหัวนา’ ส่งน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694501

‘กรมชลประทาน’เดินหน้าบริหารจัดการน้ำ’เขื่อนราษีไศล-เขื่อนหัวนา’ ส่งน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง

‘กรมชลประทาน’เดินหน้าบริหารจัดการน้ำ’เขื่อนราษีไศล-เขื่อนหัวนา’ ส่งน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.11 น.

‘กรมชลประทาน’เดินหน้าบริหารจัดการน้ำ’เขื่อนราษีไศล-เขื่อนหัวนา’ ส่งน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง

26 พ.ย.65 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเข้าสู่ฤดูแล้ง  โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ปริมาณน้ำท่วมขังก่อนหน้านี้ เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในหลายพื้นที่ กรมชลประทาน ได้เข้าสำรวจพื้นที่ อาคารชลประทาน  รวมไปถึงระบบส่งน้ำต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากฤดูน้ำหลาก เพื่อปรับปรุงฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพในช่วงฤดูแล้ง

นายประพิศ กล่าวต่อว่า โดยที่เขื่อนราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ  ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกร ได้มีน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรอย่างเพียงพอ โดยจะรักษาระดับกักเก็บน้ำของเขื่อนราษีไศลไว้ที่ ระดับ +119.00 เมตร(รทก.) พร้อมกำหนดช่วงเวลาในการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ตามเกณฑ์ที่กำหนด  และตรวจสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษาอาคารชลประทาน พนังกั้นน้ำต่างๆ ให้กลับมาใช้งานและส่งน้ำให้เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกได้ตามปกติ 

สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่นั้น กรมชลประทาน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เร่งดำเนินการสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 

ขณะที่เขื่อนหัวนา ปัจจุบันปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้การใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งนี้ เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ปฏิบัติตามแนวทาง 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2565/66 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ พร้อมกับวางแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2565/2566 ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน และจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเฝ้าระวังจุดเสี่ยงขาดแคลนน้ำ เพื่อให้ทุกพื้นที่มีน้ำเพียงพอใช้ตลอดช่วงฤดูแล้งนี้

-009

คุยกัน 7 วันหน : ข้าวแข่งเดือด! หอมมะลิไทยเสียแชมป์ให้กัมพูชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694558

คุยกัน 7 วันหน : ข้าวแข่งเดือด! หอมมะลิไทยเสียแชมป์ให้กัมพูชา

คุยกัน 7 วันหน : ข้าวแข่งเดือด! หอมมะลิไทยเสียแชมป์ให้กัมพูชา

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.20 น.

การประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก (The World’s Best Rice) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดย ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เป็น 3 ประเทศ แข่งขันกันอย่างสูสี และผลัดกันเป็นแชมป์มาโดยตลอด

ในปีนี้การประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก จัดขึ้นระหว่างการประชุมข้าวโลก ที่จังหวัดภูเก็ต พบว่า “ข้าวหอมมะลิผกาลำดวน” จากกัมพูชา คว้ารางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลกไปครอง

ส่วนข้าวหอมมะลิไทย ได้อันดับ 2

อันดับ 3 คือ ข้าวหอมจากเวียดนาม

อันดับ 4 ข้าวหอมจาก สปป.ลาว

โดยปีนี้ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยส่งข้าวหอมมะลิจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าประกวดเพียง 1 ตัวอย่างจาก 20 ตัวอย่าง จากผู้เข้าประกวดทั้งไทย เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ลาว อินเดีย ปากีสถาน จีน และสหรัฐฯ ก่อนที่ข้าวไทยและข้าวจากกัมพูชาเข้ารอบสุดท้ายเพียง 2 ชาติ แต่น่าเสียดายว่า ข้าวหอมมะลิไทยแพ้ข้าวหอมมะลิผกาลำดวน จากกัมพูชา ซึ่งเป็นการแพ้แบบสูสีมาก เพราะแพ้ไปเพียง1 คะแนน โดยกรรมการตัดสิน ซึ่งเป็นเชฟใหญ่จากสหรัฐฯ บอกว่า “แพ้กันที่กลิ่น”หลังการหุงแล้ว ข้าวผกาลำดวนกลิ่นหอมมาก แต่ข้าวหอมมะลิไทยกลิ่นอ่อนมากส่วนในตัวคุณภาพข้าว ก็น่าแปลกใจว่าในปีนี้ข้าวหอมมะลิไทยกลิ่นไม่หอมเหมือนปกติ หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันอาจเพราะน้ำมาก ฝนตกชุก ทำให้ข้าวไม่ได้สร้างกลิ่นที่แรงเหมือนปีก่อนที่ข้าวหอมมะลิไทยชนะเลิศ เพราะมีกลิ่นหอมมาก

ถ้าดูตามสถิติในการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก กัมพูชา ครองแชมป์ข้าวโลก รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 คือใน ปี 2555 ต่อมา 2556 กัมพูชาครองอันดับ 1ร่วมกับสหรัฐฯ ปี 2557 ไทยร่วมกับกัมพูชาปี 2561 กัมพูชาประเทศเดียว และในปีนี้ที่กัมพูชาเฉือนชนะไทย ส่วนข้าวหอมมะลิไทยเป็นแชมป์ถึง 7 ครั้ง ในปีแรกที่ประกวดคือ 2552 ต่อมาปี 2553 และปี 2557ไทยเป็นแชมป์ร่วมกับกัมพูชา ปี 2559 ไทยประเทศเดียว หลังจากนั้นครองแชมป์อีกในปี 2560, 2563 และในปี 2564

การเสียแชมป์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าไทยควรปรับปรุงพันธุ์ข้าวเก่าให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถแข่งขันกับข้าวหอมของเพื่อนบ้านได้ เพราะหลายปีมาทั้งเวียดนาม เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว พัฒนาพันธุ์ข้าวหอมให้มีคุณภาพดีขึ้นมากทำให้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของข้าวหอมมะลิของไทย

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มองว่าในฤดูการผลิตปี 2565/66 ข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมมะลิผกาลำดวนจะแข่งขันกันรุนแรงในด้านส่งออก เพราะผลผลิตเพิ่มขึ้นมากเหมือนกัน และอาจทำให้ข้าวหอมมะลิไทยมีราคาลดลง ล่าสุด ข้าวหอมมะลิไทยราคาส่งออกตันละ 750 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผกาลำดวนตันละ 720 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อได้รางวัล ราคาคงขยับขึ้นอีก

ข้าวหอมมะลิไทย ที่มีชื่อเสียงในการส่งออกมากที่สุด คือ ข้าวหอมมะลิ 105 มีชื่อเรียกทางการว่า พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 รองลงมาคือ กข15 ซึ่งข้าวหอมมะลิ 105 เป็นพันธุ์ที่ถูกคัดไปประกวดในปีนี้ ที่ผ่านมาข้าวพันธุ์นี้สามารถครองความนิยมในใจของผู้บริโภคมานาน 60 ปี นับตั้งแต่ผ่านการรับรองพันธุ์ ส่วนข้าวหอมมะลิผกาลำดวน (Phka Rumduol) ของกัมพูชา เป็นข้าวหอมมะลิเมล็ดยาวพันธุ์หนึ่ง ที่กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้ซื้อจากต่างประเทศ และเป็นหนึ่งในพันธุ์ที่ส่งออกภายใต้เครื่องหมายรับรอง มะลิ อังกอร์ (Malys Angkor) ซึ่งพัฒนาสายพันธุ์โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาการเกษตรของกัมพูชา และได้แจกจ่ายพันธุ์นี้ให้เกษตรกรใช้ปลูกในปี 2542 หลังจากพัฒนาและทดลองมา 10 ปี จนผกาลำดวน เป็นข้าวที่สร้างชื่อเสียงและเม็ดเงินเข้ากัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งรัฐบาลกัมพูชามุ่งมั่นพัฒนาผกาลำดวนอย่างเต็มกำลัง

สำหรับการส่งออกข้าวของไทยในภาพรวมจะได้รับผลกระทบจากการประกวดครั้งนี้หรือไม่นั้น ถ้าดูจากคาดการณ์ทั้งจากการประเมินของกระทรวงพาณิชย์และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ก็ยังมั่นใจว่า ในระยะสั้นการส่งออกข้าวไทยยังไม่ได้รับผลกระทบจากการประกวดครั้งนี้

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ทำให้เห็นว่า การส่งออกข้าวไทยยังโตต่อเนื่องโดยในเดือนมกราคมถึงกันยายน ไทยส่งออกไปแล้ว 5.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 39 คิดเป็นมูลค่า95,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 35.5 ตลาดส่งออกหลักไทยยังขยายตัว ทั้ง สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้จีน มูลค่า ฮ่องกง รวมถึงตลาดใหม่ที่ขยายตัวดี คือ อิรัก พบว่าการส่งออกข้าวไทยในตลาดนี้เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าตัว

คาดว่าภาพรวมการส่งออกข้าวไทยปี 2565 น่าจะทำได้ถึง 7.5 ล้านตัน เนื่องจากโลกขาดแคลนอาหาร เงินบาทอ่อนค่าทำให้ความสามารถแข่งขันด้านราคาข้าวของไทยแข่งขันได้กับอินเดียและเวียดนามได้ดีขึ้น และที่สำคัญอิรักได้กลับมาซื้อข้าวไทยในรอบ 7 ปี โดยคาดเฉพาะอิรักตลาดเดียวจะซื้อข้าวจากไทยปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน ส่วนปี 2566น่าจะแตะ 8 ล้านตัน เพราะในปีนี้ผลผลิตมีมาก น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ นาปรังไม่มีปัญหาส่งผลให้มีผลผลิตออกมามาก อีกทั้งค่าเงินบาทไม่แข็งค่าเกินไป ทำให้ข้าวไทยราคาไม่ห่างจากคู่แข่งมากนักเมื่อเทียบกับอดีต โดยปัจจุบัน ข้าวไทยมีราคา 410-450 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ข้าวเวียดนาม400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และข้าวอินเดีย390 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ถือว่าห่างกันเพียงตันละ 20-25 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันจากที่ผ่านมาแตกต่างกัน 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจของคู่ค้าในบางประเทศ

การที่ผกาลำดวนจากกัมพูชา ชนะข้าวหอมมะลิไทย แม้จะยังไม่มีผลต่อการส่งออกของไทยในระยะใกล้นี้ เพราะตลาดส่งออกไทยที่ใหญ่ที่สุดคือ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา รวมกันประมาณ 550,000ตันต่อปี เป็นตลาดที่ยังไม่ยอมรับในชื่อเสียงและคุณภาพของข้าวหอมกัมพูชา แต่ข้าวจากกัมพูชา ส่งออกได้ดีในสหภาพยุโรปหรืออียู ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี คือไม่ต้องเสีย และไม่มีจำกัดโควตาจำนวนนำเข้าส่วนไทยต้องเสีย 175 ยูโรต่อตัน ในกรณีที่จำนวนเกินโควตาที่ได้รับ 25,000 ตันต่อปี

ถ้ามองกันในระยะยาว ผกาลำดวนจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวแบบเวียดนาม ที่ในช่วงเริ่มต้นยังสู้ไทยไม่ได้ แต่ใช้ราคาที่ต่ำกว่ามากมาสู้ โดยปัจจุบันนี้ราคาผกาลำดวนต่ำกว่าไทยเพียงเล็กน้อยประมาณ 15-20เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่สิ่งต้องจับตามองคือ ข้าวกัมพูชาทุกประเภทถูกพ่อค้าเวียดนามแย่งซื้อไปมากช่วงเก็บเกี่ยวเพราะมีชายแดนติดกัน ใช้ขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ ผ่านคลองขนส่งในลุ่มน้ำโขงกัมพูชาจึงเหลือข้าวส่งออกจากท่าเรือกัมพูชาที่สีหนุวิลล์น้อยลง ทำให้ต้นทุนราคาข้าวเปลือกไม่ลงต่ำมาก ซึ่งก็เป็นผลดีต่อชาวนากัมพูชา

สำหรับไทย เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายสำคัญของโลก โดยผลิตข้าวเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากจีน ที่ผลิตได้ 147 ล้านตัน, อินเดียผลิตได้124 ล้านตัน, เวียดนามผลิตได้ 27 ล้านตันและไทยผลิตได้ 20 ล้านตัน ในด้านการส่งออก ปีนี้ไทยอยู่ในอันดับ 2 ของโลกโดยอันดับ 1 ในปีนี้คืออินเดีย ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ส่งออกข้าวไปแล้ว 15.34ล้านตัน รองลงมาคือ ไทย ส่งออก 5.41 ล้านตัน, เวียดนาม 5.37 ล้านตัน และปากีสถาน 3.14 ล้านตัน

“ข้าว” ถือเป็นธัญพืชที่เพาะปลูกมากเป็นลำดับ 3 ของโลก รองจากข้าวโพด และข้าวสาลี ภูมิภาคที่บริโภคข้าวมากที่สุดในโลกคือทวีปเอเชีย มากกว่าร้อยละ 90 ของผลผลิตทั้งโลก ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์พบว่าปีนี้ ความต้องการข้าวโลกจะมากขึ้นประมาณ ร้อยละ 3.5 เทียบจากปีที่แล้วที่ 517 ล้านตัน ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี เพราะปัญหาความวิตกกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหารจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เศรษฐกิจโลกและความเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศ ส่งผลให้หลายประเทศที่เป็นผู้นำเข้าข้าวหันมาปลูกข้าวเพิ่มขึ้น เช่น อินโดนีเซียเซเนกัล ออสเตรเลีย ทั้งที่เป็นผู้นำข้าวมาก่อนทำให้เกิดการแข่งขันด้านการตลาดข้าวรุนแรงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทย

คุณแหน : 27 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694560

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll กรมสมเด็จพระเทพรัตน์พระราชทาน ส.ค.ส. และพรปีใหม่ ๒๕๖๖ พร้อมภาพวาดฝีพระหัตถ์กระต่ายหมายจันทร์ฉาย แก่พสกนิกรชาวไทยทุกคน เพื่อเป็นสิริมงคลเป็นความสุขกายสุขใจ ตลอดปีเถาะ๒๕๖๖…

ll น้ำตาแห่งความปลื้มปีติแทนคำขอบคุณแขกบ้านแขกเมืองผู้มาเยือน และขอบคุณบุคลากรทุกฝ่ายทุกๆ คน ที่ให้ความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เป็นน้ำตาที่กลั่นออกมาจากหัวใจลูกผู้ชายคนหนึ่ง ท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม…

ll ส่วนเรื่องการเมือง รองนายกรัฐมนตรีดร.วิษณุ เครืองาม กล่าว “รับรองว่านายกฯไม่ยุบสภาในวันที่ ๓๐ พ.ย.นี้เพราะมีภารกิจอะไรที่จะต้องทำในวันนั้นหลายอย่าง หากตัดสินออกมาแล้วว่า พ.ร.ก.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. ไม่ขัดแล้วจะไปยุบทำไม หรือถ้าตัดสินว่าขัดแล้วไปยุบใครจะทำอะไรต่อ จึงไม่มีเหตุอะไรให้ยุบ” นั่นเป็นความคิดเห็นของรองนายกฯ…

ll อันวาร์ อิบราฮิม อดีตนักศึกษาเคลื่อนไหว เคยดำรงตำแหน่ง รมต.คลังและรองนายกฯ ในช่วงศตวรรษ ๑๙๙๐สมัยนายกรัฐมนตรีชื่อ มหาธีร์โมฮัมหมัด ปัจจุบันได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของมาเลเซียเมื่อพฤหัสฯ ที่แล้ว…

ll ให้ช็อกโลกเมื่อ แชร์ วัย ๗๖ กับหนุ่มวัย ๓๖อเล็กซานเดอร์ เอ็ดเวิร์ด มีความสัมพันธ์ ระหว่างวัยที่ห่างกันถึง ๔๐ ปีและเจ้าตัวแชร์ มีคนติดตามถึงสี่ล้านบัญชี บอกว่าบนหน้ากระดาษมันดูแปลกแม้แต่เราสองคนบอกว่า หัวใจไม่รู้หรอกเรื่องตัวเลข (ขอให้มีความสุขและความสัมพันธ์ยืนยาวไปตลอด)…

ll วันอาทิตย์ ๒๗ พ.ย. นี้ เวลา ๑๗.๐๐ น.ณ วัดพระศรีมหาธาตุฯ มีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดีอดีตรองผบ.สส. ซึ่งเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ และน้องๆ ป่านนี้ดวงวิญญาณของท่านคงไปสู่สุคติแล้ว…

ll ร่วมอาลัยและเสียใจกับครอบครัวชื่นตระกูล ที่สูญเสีย สว. พล.อ. สกล  ชื่นตระกูล (ม.ป.ช., ม.ว.ม.)มีพิธี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพวันอาทิตย์ ๒๗ พ.ย. เวลา ๑๖.๐๐ น.และมีสวดพระอภิธรรม เวลา ๑๘.๓๐ น.ถึง เสาร์ ๓ ธ.ค. และมีพระราชทานเพลิงอาทิตย์ ๔ ธ.ค. เวลา ๑๕.๓๐ น. …ll

น้องนิ่ง…นิ่ง….

แหวกฟ้าหาฝัน : ส่องสมบัติตระกูล Thurn and Taxis

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694538

แหวกฟ้าหาฝัน : ส่องสมบัติตระกูล Thurn and Taxis

แหวกฟ้าหาฝัน : ส่องสมบัติตระกูล Thurn and Taxis

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่เยือนคฤหาสน์ Thurn and Taxis ควรเผื่อเวลาส่องสมบัติของตระกูลนี้ที่ Treasury Museum ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย ที่นี่มีของสวยงามทั้งเฟอร์นิเจอร์กระเบื้อง กล่องใส่บุหรี่ และสิ่งละอันพันละน้อยที่ทำจากทอง และเงินประดับด้วยอัญมณีมากมาย มิวเซียมที่เป็นส่วนหนึ่งของ BavarianNational Museum นี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของปราสาท ณ ตำแหน่งที่เคยเป็นคอกม้าตั้งแต่ปี 1998 มิวเซียมที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Neoclassic นี้ยังมีตัวอย่างของอาวุธสะสมของตระกูล Thurn and Taxis ที่เก็บมาตั้งแต่ปี 1748 ด้วย นอกจากนี้ของสะสมที่มีค่ามากมายหลายอย่างล้วนมาจากงานประดิษฐ์จากประเทศต่างๆ ทั่วยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมนีเอง

ตัวอย่างของจัดแสดงใน Treasury Museum ที่โดดเด่นก็คือ นาฬิกาตั้งพื้นที่เล่นดนตรีได้ซึ่งออกแบบโดย EtiennePomee นักออกแบบนาฬิกาชื่อดังชาวบาเยิร์นต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 นาฬิกาเรือนนี้ถูกออกแบบในเมือง Regensburg ราวปี 1760 โดยถูกผลิตด้วยเหล็ก ทองแดง เงิน แก้ว หิน คริสตัล นาฬิกาที่มีเสียงปลุกมากถึง 12 เสียงที่ตกแต่งตามแนวทางศิลปะแบบ Rococo นี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อไว้ตกแต่งหอประชุมด้านนอกของตัวคฤหาสน์หลังนี้ในปี 1792 อันเป็นปีที่ Prince Carl Anselm von Thurn and Taxis ย้ายมาประทับอยู่

ในสมัยโบราณที่โลกยังไม่พัฒนา และยังไม่มีการผลิตอ่างล้างหน้า ล้างมือ กษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ ขุนนางและคหบดีมักต้องมีผู้รับใช้คอยบริการจัดหาชุดทำความสะอาดหน้า และมือที่เรียกว่า Sink Set อันประกอบไปด้วยเหยือกและถาดมาให้ Sink Set ที่เคยอยู่ในวังของ Prince of Augsburg นี้ถูกออกแบบโดย Johann Christoph Stenglin จากเมือง Augsburg ในราวปี 1749 โดยทำด้วยเงินชุบทอง

อัญมณีที่มีชื่อเสียงอีกชิ้นในมิวเซียมก็คือ อัญมณีแห่งภาคีขนแกะทองคำที่ทำจากทองและเพชรปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 อัญมณีที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งของโลกแคทอลิกในช่วงเวลานั้นที่ถูกสั่งทำโดยเจ้าชาย AlexanderFerdinand ชิ้นนี้ประดับอยู่บนมงกุฎของราชวงศ์ Habsburg แห่งออสเตรีย ส่วนอัญมณีอีกชิ้นชื่อเดียวกันที่จัดแสดงอยู่ติดกันนี้ถูกสั่งทำจากมรกตคุณภาพสูงโดยเจ้าชาย Carl Anselm von Thurn and Taxisเพื่อนำมาติดไว้บนปกเสื้อให้เข้าคู่กันเป็นชุดยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังมีกระดุมอัญมณีชุดใหญ่ที่ติดอยู่บนชุดกระโปรงดำของเจ้าชาย Carl Anselm ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษอีกกว่า 75 เม็ดซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง

งานกระเบื้องที่สวยงามที่สุดชิ้นหนึ่งในมิวเซียมก็คือ กระเบื้องรูป Cupid และ Psyche เป็นเรื่องราวตอนที่ Psycheเชื่อว่าเธอกำลังจะตาย เพราะถูกจับตัวโดย Cupidเธอจึงคุกเข่าลงร้องขอชีวิตกับเทพเจ้า Zephirผลงานของ Johannpeter Melchoir ที่ถูกว่าจ้างโดย Count vonMontgelas เคยถูกจัดตั้งไว้ในพระราชวัง Nymphenburgก่อนที่จะถูกย้ายมาจัดแสดงที่นี่นั้นมีความสวยงามละเอียดอ่อนอย่างหาที่ติมิได้ นอกจากของจัดแสดงดังกล่าวข้างต้นแล้ว นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสได้ชื่นชมกล่องใส่ของเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายชิ้นที่มีความวิจิตรบรรจงอย่างยิ่งยวดสมกับเป็นสมบัติของคหบดีอย่างแท้จริง

Science Update : ดาวเทียมจีนเปิดภาพ ‘เปลวสุริยะดวงอาทิตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694554

Science Update : ดาวเทียมจีนเปิดภาพ ‘เปลวสุริยะดวงอาทิตย์’

Science Update : ดาวเทียมจีนเปิดภาพ ‘เปลวสุริยะดวงอาทิตย์’

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หอดูดาวในสังกัดของสถาบันวิทยาศาสตร์ของจีน เปิดเผยรูปของพื้นผิวของดวงอาทิตย์ที่ถ่ายภาพโดยดาวเทียมควาฟู่-1 (Kuafu-1) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยภาพที่จับได้แสดงให้เห็นพื้นผิวของดวงอาทิตย์ที่ประกอบด้วยจุดดำใหญ่และเปลวสุริยะ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์หนึ่งของดวงอาทิตย์ที่ปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งจะมีผลต่อสภาพแวดล้อมทางอวกาศของโลก นับเป็นหนึ่งในสองปรากฏการณ์ที่รุนแรงที่สุดของดวงอาทิตย์ โดยดาวเทียมควาฟู่-1 สามารถจับภาพได้จากการใช้รูปแบบฮาร์ดเอกซเรย์ หรือการใช้รังสีเอ็กซ์ที่มีพลังงานสูงในอวกาศเพื่อถ่ายภาพเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสำหรับการศึกษาเปลวสุริยะของดวงอาทิตย์ อีกทั้งภาพมีคุณภาพยอดเยี่ยมแม้อยู่ในขั้นทดสอบ ทำให้สามารถระบุรายละเอียดการปะทุและโครงสร้างของดวงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดาวเทียมควาฟู่-1 เป็นดาวเทียมของโครงการอวกาศควาฟู่ (Kuafu Project) สำหรับการศึกษาดวงอาทิตย์และสภาพอากาศในอวกาศโดยเฉพาะ โดยดาวเทียม
ดวงดังกล่าวถูกส่งขึ้นมายังอวกาศ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ส่งดาวเทียมจิ่วฉวน พร้อมกับยานเอเอสโอ-เอส (ASO-S) อีกหนึ่งลำด้วย

โซไซตี้ : ‘เครือ รพ.พญาไท-เปาโล’ เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพ สู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694563

โซไซตี้ : ‘เครือ รพ.พญาไท-เปาโล’ เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพ  สู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ

โซไซตี้ : ‘เครือ รพ.พญาไท-เปาโล’ เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพ สู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบ

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ทรานสฟอร์มธุรกิจสุขภาพสู่ Digital Healthcare Provider เต็มรูปแบบดึงจุดแข็งจากทุกแพลตฟอร์ม พัฒนาระบบการบริการ ด้านสุขภาพ ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวก รวดเร็ว ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ ทุกความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยี มาผสานกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล พลิกโฉมภาพลักษณ์ของการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบพร้อมจัดงาน “The New Era Of Digital Healthร่วมเป็นผู้นำสู่วิถีใหม่ของการดูแลสุขภาพยุคดิจิทัล” ณ ลาน A ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามสแควร์ วัน เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565

ศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาดเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า ในช่วงมีผลสำรวจเรื่องเทรนด์สุขภาพ พบว่ากลุ่มคน Gen Y หรือกลุ่มมิลเลนเนียลที่อายุประมาณ 22-40 ปี และกลุ่มอายุช่วง 40-49 ปี จะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น หากสุขภาพไม่ดีอาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมา ส่งผลต่อสุขภาพจิตทำให้ทุกอย่างแย่ไปด้วยเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จึงได้มีการนำ DigitalEngagement Model เข้ามาปรับใช้ในสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค องค์กรให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูล (Data) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำ “Hyper Personalization” เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลต่างๆ มาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นประโยชน์กับลูกค้ามากที่สุด นอกจากนี้
ข้อมูลด้านการรักษาของผู้เข้าใช้บริการโรงพยาบาล คำนึงถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA เป็นสำคัญเรามีทีมทำ Futuristic Data ที่สามารถนำข้อมูลเชิงบุคคลมาช่วยวิเคราะห์ วางแผนโปรแกรมการดูแลรักษาแบบHuman Touch Service มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยทำให้เสียค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าใช้บริการที่จะได้รับคำแนะนำด้านสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค สามารถออกแบบโปรแกรมตรวจสุขภาพ ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้ เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพ All You Can Check เป็นต้น”

พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์พรีเมี่ยมไลฟ์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า“ด้านการบริการมีการปรับตัวเป็นอย่างมากจากในอดีตที่แพทย์เน้นเรื่องการรักษา แต่ปัจจุบันเราให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกัน (PreventiveCare) เปลี่ยนจากหมอผู้รักษาคนป่วยเป็น Health Coach ที่จะคอยให้คำแนะนำและติดตามดูแลใกล้ชิดจนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ได้แก่All You Can Check ที่จะคอยติดตามภาวะสุขภาพได้ตลอดทั้งปี มีทีมแพทย์ให้คำแนะนำวางแผนการดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติ กรรมการใช้ชีวิตได้อย่างตรงจุดการตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ละเอียดและแม่นยำ ลดความเสี่ยงในอนาคตจากโรคต่างๆนอกจากนี้ ยังมี All You Can Shine โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึกระดับ DNA ที่ช่วยในการวางแผนสุขภาพอนาคตด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัย และโปรแกรม All You Can Fits ตรวจความสมดุลและสมรรถภาพร่างกายรายบุคคล การปรับพฤติกรรม เพื่อแก้ไขสาเหตุอาการบาดเจ็บของร่างกาย โดยเฉพาะโรคออฟฟิศซินโดรมที่เป็นกันมากในกลุ่มวัยทำงาน โดยจะมี Health Coach นักกายภาพคอยดูแลให้คำแนะนำ ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมการแพทย์ Urine CTX II ซึ่งเป็นงานวิจัยการเสื่อมสลายข้อเข่าด้วยการตรวจปัสสาวะ ทำให้สามารถรู้ถึงภาวะสุขภาพและวางแผนชะลอความเสื่อมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ”

ด้าน นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า “เครือโรงพยาบาลฯ ให้ความสำคัญกับ Digital Healthcare เป็นอย่างมาก หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเน้นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับการลงทุนพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อนำ Digital Healthcare มาพัฒนาระบบการให้บริการแก่ผู้รับบริการได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่านบริการต่างๆ อาทิ Telecare บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบ Real-Time Video Call บริการเจาะเลือดที่บ้าน บริการจัดส่งยา ช่วยให้เข้าถึงบริการได้จากทุกที่ ง่าย สะดวก ประหยัดเวลา ไม่ต้องมาโรงพยาบาล ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังได้รับการดูแลเหมือนมารับบริการที่โรงพยาบาล และยังมี “Health Up” แอปพลิเคชั่นที่รวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพเข้าไปดูผลตรวจสุขภาพ ความรู้ด้านสุขภาพ การนัดหมายแพทย์ ตลอดจนซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ด้วยแอปพลิเคชั่นนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดใช้งานมากกว่า 265,000 ราย และมีผู้ใช้บริการทำนัดหมายพบแพทย์ผ่านแอปพลิเคชั่นแล้วประมาณ 57,000 ครั้งในรอบระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาดูแลลูกค้าระบบประกันสุขภาพ (ประกันสังคม) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 600,000 กว่าคน และยังมีแผนที่จะขยายบริการดังกล่าวต่อไปในโรงพยาบาลเครือข่ายของกลุ่ม BDMS ด้วยกัน เพื่อนำ Model เหล่านี้ไปขยายต่ออาทิ รพ.กรุงเทพ สนามจันทร์, รพ.กรุงเทพ ดีบุก เพื่อให้คนในชุมชนได้รับบริการด้านสุขภาพที่สะดวกสบายมากขึ้น และสร้างสุขภาพที่ดีในภาพรวมได้เช่นกัน”

Health News : ญี่ปุ่นเริ่มใช้ยาเม็ดรักษาโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694555

Health News : ญี่ปุ่นเริ่มใช้ยาเม็ดรักษาโควิด

Health News : ญี่ปุ่นเริ่มใช้ยาเม็ดรักษาโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติให้ใช้ยาเม็ดรักษาอาการติดเชื้อโควิด-19 ของบริษัท ชิโอโนหงิเป็นการฉุกเฉินเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยยาเม็ด โซโควา (Xocova) ใช้ได้ทั้งกับผู้ติดเชื้ออาการไม่รุนแรง และเป็นยาเม็ดรักษาอาการโรคโควิด-19 ขนาดแรกที่ญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นใช้เองภายในประเทศ

คาโตะ คัตสึโนบุ รัฐมนตรีสาธารณสุขของญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลเตรียมยาเม็ดโซโควาไว้แล้ว 1 ล้านเม็ด โดยจะเริ่มแจกจ่ายให้กับศูนย์การแพทย์ประมาณ 2,900 แห่งทั่วประเทศเพื่อเตรียมใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในวันจันทร์หน้า ซึ่งถือว่าเป็นการนำออกมาใช้เร็วกว่าแผนกำหนดเดิมคือต้นเดือนธันวาคม สถานพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์บางแห่งอาจได้รับยาเม็ดโซโควา ในวันนี้ 25 พฤศจิกายนนี้เลย คาโตะระบุด้วยว่าต้องการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการอนุมัติใช้ยาเพื่อการฉุกเฉินในอนาคต หลังจากมีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนให้เพิ่มความรอบคอบและชั่งน้ำหนักระหว่างการอนุมัติให้ใช้อย่างเร่งด่วนกับการยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาเม็ดรักษาอาการติดเชื้อโควิด-19

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694534

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แฟนตาหมากรุก : แฟนบอลทีมชาติโครเอเชียทาสีใบหน้าตัวเองเป็นสีธงชาติโครแอตหรือสัญลักษณ์ทีมตาหมากรุกระหว่างเตรียมชมทีมลงโม่แข้งกับทีมชาติโมร็อกโก ในนัดแรกของฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2022 กลุ่มเอฟ ที่สนามอัล เบย์ท สเตเดี้ยม ประเทศกาตาร์

ปิดปาก : นักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี ใช้มือปิดปากระหว่างถ่ายรูปทีมก่อนลงเตะนัดแรกที่พบกับทีมชาติญี่ปุ่น เป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าพวกเขาถูกปิดปากไม่ให้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อสนับสนุนกลุ่มความหลากหลายทางเพศในสนาม

มืดตึ๊ดตื๋อ : หญิงชาวยูเครนพร้อมกับสุนัขคู่ใจยืนรอรถโดยสารประจำทางอยู่ริมถนนที่มืดมิดไร้ไฟส่องสว่างในกรุงเคียฟ ภายหลังระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ใช้การไม่ได้ เพราะถูกกองกำลังรัสเซียพุ่งเป้าโจมตีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศอย่างหนัก

พังยับ : ชาวบ้านเดินแบกเสาโลหะไปตามถนนที่เต็มไปด้วยโคลนและบ้านเรือนสองข้างทางพังราบเสียหายหนัก จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ในเมืองจิอันจูร์ จังหวัดชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 280 ศพ

TED FUND ส่งเสริม SMEs และ Startup ผ่านโครงการ TED Market Scaling up

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694562

TED FUND ส่งเสริม SMEs และ Startup  ผ่านโครงการ TED Market Scaling up

TED FUND ส่งเสริม SMEs และ Startup ผ่านโครงการ TED Market Scaling up

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED FUND) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงข่าวความสำเร็จ“โครงการส่งเสริมการขยายตลาดและธุรกิจของผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม(TED Market Scaling up) ปี 2565” พร้อม Kick Off เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สนใจขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ในปี 2566 สนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งผลักดันผลงานนวัตกรรมที่พัฒนาแล้วเสร็จ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฯ และหน่วยงานสนับสนุนทุนภาครัฐอื่นๆ ให้สามารถขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ได้

วิเชฐ ตันติวานิช ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกผู้ประกอบการฯ กล่าวว่า TED Fund มีนโยบายภารกิจในการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพ และการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันผลงานนวัตกรรมที่พัฒนาแล้วเสร็จภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฯและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆให้สามารถขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ได้ TED Fund จึงริเริ่มโครงการ TED Market Scaling Up ขึ้นในปีที่ผ่านมาความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น ในปี 2566 นี้ เชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประเทศโดยหวังเป็นอย่างยิ่ง โครงการที่มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเช่นนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาครัฐในการที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพ พร้อมรับกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นอีกกลไกหนึ่งของ TED Fundที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถขับเคลื่อนและนำผลงานนวัตกรรมไปสู่การขยายผลสร้างผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประเทศได้ โดยขอบเขตการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยการจัดสรรเงินสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปพร้อมๆ กัน ผลการดำเนินงานโครงการ ในปี 2565 พบว่า มีผู้ประกอบการที่สนใจยื่นสมัครขอรับการสนับสนุนจำนวนถึง 74 ราย ส่งผลให้กองทุนฯ พิจารณาอนุมัติเงินสนับสนุนทุนจำนวนถึง23 โครงการ รวมเป็นวงเงินจำนวนมากกว่า 35 ล้านบาทซึ่งการสนับสนุนดังกล่าว คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้รวมถึง 566,590,345 บาท หรือประมาณ 15.8 เท่าของวงเงินสนับสนุน และในปีงบประมาณ 2566กองทุนฯ ได้เตรียมเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ TED Market Scaling up สนับสนุนทุนไม่เกินมูลค่า 2 ล้านบาท/ โครงการ ตั้งเป้าจะสนับสนุนจำนวน30 ราย ในวงเงินงบประมาณ 60 ล้านบาท คาดว่าจากการสนับสนุนในปีนี้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยได้สูงถึง 948 ล้านบาทเปิดรับสมัครรอบที่ 1 วันที่ 15-30 เดือนพฤศจิกายน 2565และรอบที่ 2 เปิดรับสมัครในเดือนเมษายน 2566”

โครงการ TED Market Scaling up ที่จะเปิดรับสมัครนั้น นอกจากโครงการจะให้การสนับสนุนในด้านเงินทุนอุดหนุนแล้วโครงการยังได้สนับสนุนการบ่มเพาะองค์ความรู้ทางด้านธุรกิจและการตลาด เพิ่มพูนความรู้และเสริมกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจแบบเชิงลึก ควบคู่ไปกับการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด การเชื่อมโยงและ
ต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจให้ แก่ผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจจริงอีกด้วย ติดตามข่าวสารได้ผ่านเว็บไซต์ www.tedfund.mhesi.go.th หรือแอดไลน์กองทุนฯ ได้ที่ : @tedfundโทร 02-3333700 ต่อ 4072-4075

หนังสือเด่น : เปิดเผยทุกแง่มุมชีวิตของนักวิ่งหญิงไทย ที่ชนะแข่งขันวิ่งเทรลสุดโหดระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694553

หนังสือเด่น : เปิดเผยทุกแง่มุมชีวิตของนักวิ่งหญิงไทย  ที่ชนะแข่งขันวิ่งเทรลสุดโหดระดับโลก

หนังสือเด่น : เปิดเผยทุกแง่มุมชีวิตของนักวิ่งหญิงไทย ที่ชนะแข่งขันวิ่งเทรลสุดโหดระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ฝันให้ไกล ไปให้ถึงดวงจันทร์ เป็นบทบันทึกชีวิตของ พิชชานันท์ มหาโชติ (เอ๋) ที่เขียนโดย สาธินี ตรีวิทยา เอ๋เป็นนักวิ่งสาวหัวใจสิงห์ ฝีเท้าอันดับหนึ่งของเมืองไทย และเป็นนักวิ่งหญิงไทยคนแรก ที่เดิมพันทำตามความฝันแม้ต้องแลกด้วยชีวิต จนพิชิตการแข่งขันวิ่งเทรลที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดระดับโลกอย่าง UTMB (Ultra – Trail du Mont – Blanc) สนามโอลิมปิกของการวิ่งเทรล

การวิ่งของเอ๋เริ่มต้นที่จากความตั้งใจที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ด้วยที่แม่ของเธอล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งมาหลายปี จึงทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานโรงงานมาดูแลแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ที่ราชบุรี โดยดำเนินชีวิตด้วยการรับจ้างทั่วไป เช่น รับจ้างกวาดพื้น เก็บใบไม้ รับจ้างส่งของ และเฝ้าร้าน และสิ่งที่เธอหันมาสนใจการวิ่งเพราะอยากมีรายได้มาเลี้ยงดูแม่ให้พอเพียง ดังนั้นในช่วงเวลากลางวันที่แดดร้อนจัด ระหว่างที่แม่กินยาและงีบ 1-2 ชั่วโมงเอ๋ก็จะใช้เวลาช่วงนั้นรีบออกไปซ้อมวิ่งนอกบ้านวิ่งตามเนินสวน ตามสะพานลอย และเมื่อแม่มาต้องเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด แม่ของเอ๋นอนรักษาตัวอยู่ชั้น 6 ซึ่งเธอก็ใช้โอกาสที่แม่เธอหลับ ฝึกเดินขึ้นบันไดให้ครบ 100-120 ขั้น บางครั้งก็ฝึกตามจินตนาการว่าจะใช้สนามแข่งตอนที่วิ่งทางชันๆ บนภูเขาเธอซ้อมเองโดยไม่มีโค้ช เรียกว่าฝึกฝนแบบลูกทุ่ง ไม่มีตำรา แต่ก็อดทนพยายามขยายฐานความแข็งแรงของตนเองทุกวัน

การวิ่งสำหรับเอ๋นั้น นอกจากจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่อิสระที่สุดในชีวิต ปลอดโปร่งจากเรื่องทุกข์ใจการวิ่งเหมือนได้พาเธอก้าวออกจากความเครียดเวลามีปัญหาหรือทุกข์ใจก็จะพยายามออกวิ่ง ระบายไปกับเหงื่อ วิ่งให้กายเหนื่อย ใจก็สบายขึ้น จากความมุ่งมั่นอดทน พยายาม และซ้อมด้วยตัวเองวันแล้ววันเล่า จึงทำให้การวิ่งนั้นก้าวหน้า จนเข้าไปแข่งขันระดับประเทศได้ และถ้าเกิดมีปัญหา อาทิ ความหิว หรือบาดเจ็บในการแข่งขันก็จะอดทนไม่ท้อ และเตือนตัวเองเสมอว่าเคยลำบากกว่านี้ อดมื้อ กินมื้อยุงกัดบ้าง เธอคิดเสมอว่าที่หน้าเส้นชัยมีแม่รออยู่ ถ้าชนะแม่จะดีใจ แม่จะยิ้ม ด้วยเหตุนี้ อุปสรรคปัญหาต่างๆ ก็ทำอะไรเธอไม่ได้

ถึงแม้ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากัน แต่การวิ่งนับเป็นกีฬาที่ยุติธรรม คนที่มีฝัน มีวินัยในการฝึกซ้อม ก็ย่อมประสบผลสำเร็จยิ่งๆ ขึ้น และยิ่งเอ๋เป็นคนนิสัยดี มีความกตัญญู จึงรายล้อมไปด้วยกัลยาณมิตรที่คอยช่วยเหลือ จากการแข่งขันที่จอมบึงมาราธอน 42.195 กิโลเมตร สู่การแข่งขันวิ่งเทรลที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดระดับโลก UTMB (Ultra – Trail du Mont – Blanc) 160.9344 กิโลเมตร ที่เธอเดิมพันทำตามความฝันถึงแม้ต้องแลกด้วยชีวิตชีวิตของเอ๋ผ่านการทดสอบที่โหดนับครั้งไม่ถ้วน แต่ด้วยความกตัญญู ทัศนคติเชิงบวก และความไม่ย่อท้อต่อปัญหา ทำให้ก้าวไปเป็นนักวิ่งอัลตราเทรลหญิงอันดับหนึ่งของโลกอย่างสง่างาม

หนังสือเล่มนี้ เธอจะมาเล่าทุกแง่มุมของชีวิต ได้แก่ การแก้ไขปัญหาต่างๆ การเอาตัวรอด แง่คิดในการต่อสู้อุปสรรคที่ผ่านเข้ามาและอื่นๆ โดยหวังว่าจะสามารถเป็นกำลังใจให้ใครที่กำลังท้อแท้หรือสิ้นหวัง กลับมาต่อสู้ชีวิตได้อีกครั้ง ผู้อ่านจะได้สัมผัสในทุกช่วงชีวิตของตัวเธอ ที่เนื้อหาถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถัน น่าสนใจทีเดียว หนังสือเป็นของสำนักพิมพ์Change ราคาเล่มละ 235 บาท จัดจำหน่ายโดยซีเอ็ดยูเคชั่น

คนเรานั้นอายุสั้นแค่4,000 สัปดาห์

จงใช้เวลาให้คุ้มค่าและใช้ชีวิตให้เป็น

ชีวิตเรามีแค่สี่พันสัปดาห์ เป็นผลงานของ Oliver Burkeman (โอลิเวอร์ เบิร์กแมน) คอลัมนิสต์ชื่อดังของเดอะการ์เดียนแปลไทยโดย วาดฝัน คุณาวงศ์ หนังสือเล่มนี้ผู้อ่านจะได้พบปรัชญาอันน่าทึ่งเกี่ยวกับเวลาและการบริหารเวลา ที่จะช่วยให้มุมมองของคนต่อเวลาในชีวิตที่มีอยู่แค่ราวๆ 4,000 สัปดาห์ เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผู้เขียนได้สะท้อนให้เห็นว่าคนเราทุกวันนี้ยังมีความคิดผิดๆ เกี่ยวกับเวลา และนั่นคือต้นตอของหายนะที่แท้จริงที่ทำให้การบริหารเวลาล้มเหลว และผู้เขียนได้มอบเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกคนได้สร้างชีวิตใหม่ที่มีความหมาย ด้วยการยอมรับขีดจำกัดของชีวิต ก็จะสามารถไปถึงจุดสูงสุดของการมีผลิตภาพ ความสำเร็จ และความรู้สึกเติมเต็ม และจะสามารถปลดแอกตัวเองจาก“คำสาปของยุคนี้” ที่เรียกร้องให้เรายัดทุกอย่างลงในเวลาที่มี เลิกหมกมุ่นกับการเช็คอีเมลเลิกไล่ตามรายการสิ่งที่ต้องทำจนหัวหกก้นขวิด และที่สำคัญที่สุดคือ เลิกหลอกตัวเองว่ายิ่งทำมากก็ยิ่งโปรดักทีฟมาก และจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขเสียที เป็นหนังสือ An InstantNew York Times Bestseller และ หนังสือด้านการบริหารเวลาที่ดีที่สุด แปลกว่า 23 ภาษาขายไปแล้วถึง 23 ประเทศ ราคาเล่มละ 265 บาท

ความลับสุดยอดแห่งจิตวิญญาณ

ที่ชนะปัญหาและขีดจำกัดในชีวิต

เดอะเกรเทสต์ซีเคร็ต ผู้เขียน Rhonda Byrne (รอนดา เบิร์น) ผู้แปล วิกันดา จันทร์ทองสุข หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานเล่มใหม่ของนักเขียนผู้เป็นกูรูการยกระดับจิตวิญญาณอันดับหนึ่งของโลกผู้เขียน The Secret เกี่ยวกับกฎแห่งการดึงดูด ที่นำมาซึ่งสิ่งที่ปรารถนาที่ขายไปกว่า 30 ล้านเล่มทั่วโลก หนังสือ The Greatest Secret เล่มนี้จะพาผู้อ่านไปสู่ความลับสุดยอดที่จะทำให้ชนะทุกความกลัว หยุดทุกความเจ็บปวด และฝ่าทุกขีดจำกัดที่เคยพันธนาการ เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากโลกแห่งวัตถุไปสู่อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณที่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ หนังสือเล่าการเดินทางของรอนดาและมอบหนทางที่ตัดตรงสู่ทางออกของปัญหา ความทุกข์และความเจ็บปวดที่คนมากมายต้องเผชิญอยู่ นำไปสู่อนาคตที่เป็นอิสระจากความกังวลและความกลัว ในเล่มยังมีเทคนิคการฝึกฝนตนเองที่นำไปใช้ได้ทันที ความจริงอันลึกซึ้งที่ถูกเปิดเผยในเล่มนี้จะพาผู้อ่านเข้าสู่เส้นทางการผจญภัยที่ไม่เคยประสบพบเจอ และการค้นพบ “ความลับเหนือความลับ” ของรอนดายังได้รับการยืนยันโดยถ้อยคำแห่งสัจธรรมบรรดาปราชญ์ของโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน เวอร์ชั่นไทยราคาเล่มละ 395 บาท

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้สำเร็จ

โดยนักสร้างแบรนด์เกาหลีชื่อดัง

เราไม่ได้ซื้อสินค้า เราซื้อแบรนด์ ผู้เขียน Jun Woosung (ช็อนอูซ็อง) ผู้แปล อาสยา อภิชนางกูร หนังสือเล่มนี้ได้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ของผู้เขียนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ของเกาหลีใต้ชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในการสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ชื่อดังต่างๆ เช่น Naver, 29CM, Styleshare และอื่นๆ ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ทันสมัย เข้ากับยุค MZ (Millennial & Generation Z) จนทำให้แบรนด์โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ เนื้อหาในเล่มเริ่มต้นตั้งแต่การทำความเข้าใจว่าการสร้างแบรนด์คืออะไร ความจำเป็นในการสร้างแบรนด์ การสร้างแบรนด์แตกต่างจากการตลาด (Marketing) อย่างไร ควรเริ่มต้นตรงไหนและดำเนินการต่อไปอย่างไร มีสิ่งใดบ้างที่จำเป็นในการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จตอบคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านที่เพิ่งเริ่มต้นสนใจเรื่องนี้หรือไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อนสามารถอ่านทำความเข้าใจได้ไม่ยาก และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับกรณีของตัวเองได้ หนังสือราคาเล่มละ 225 บาท

นิยายสยองชื่อดังที่กำลังเป็นภาพยนตร์

เคยเป็นไวรัลบนทวิตเตอร์ในไทย

บ้านวิกลคนประหลาด ผลงานของนักเขียน Uketsu (อุเก็ตสึ) ชาวญี่ปุ่น ผู้แปล ฉัตรขวัญ อดิศัย นวนิยายแปลสยองขวัญเล่มนี้ เป็นความลับชวนขนหัวลุกของบ้านหลังหนึ่งในญี่ปุ่น ที่หากมองเผินๆ ก็ดูเหมือนบ้านคนธรรมดาดาษดื่นทั่วไป แต่หากพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนทุกซอกมุม กลับสังเกตเห็นความแปลกประหลาด ความน่าสงสัยอยู่ทุกหนแห่งทั้งที่พื้นที่ห้อง บานประตู ช่องหน้าต่าง และทุกตารางนิ้วแฝงไปด้วยความบิดเบี้ยว พิลึกพิลั่น สะกิดจินตนาการอันสยดสยอง ดำดิ่งสู่มุมมืดของจิตใจมนุษย์อันลึกเกินหยั่ง แม้เพียงมองดูแผนผังของมันเท่านั้น นิยายเรื่องราวบ้านสุดพิศวง และสั่นประสาทเล่มนี้ อ่านสนุกจนสามารถอ่านรวดเดียวจบ และเคยโด่งดังและสร้างปรากฏการณ์ไวรัลบนทวิตเตอร์ที่สะเทือนโลกอินเทอร์เน็ตไทยมาแล้ว มียอดรีทวีตสูงถึง 7 หมื่นครั้ง มียอดขายกว่า 300,000 เล่มในญี่ปุ่น มีการขายลิขสิทธิ์ไปแล้วในเกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทยหนังสือได้รับรางวัล Yomiuri Publishing Advertising Award Silver Award ครั้งที่ 26ที่ญี่ปุ่น และถูกนำไปสร้างภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว จำหน่ายราคาเล่มละ 265 บาท