บพค.พัฒนากำลังคน สำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700665

บพค.พัฒนากำลังคน สำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล

บพค.พัฒนากำลังคน สำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

บพค.พัฒนากำลังคนสำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล มุ่งสนองเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)พร้อมด้วย ผศ.ดร.วรจิตต์ เศรษฐพรรค์ (รองผู้อำนวยการฯ) และบุคลากรเจ้าหน้าที่ บพค. เข้าร่วมงานเปิด “โครงการพัฒนากำลังคนสำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล เพื่อตอบสนองเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย”ที่สนับสนุนทุนวิจัยโดย บพค. งบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กววน.) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ จัดโดย ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

                ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผอ.บพค. ในนามประธานในพิธีเปิดงานฯกล่าวว่า รัฐบาลไทยได้มีการประกาศตั้งเป้าหมายบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายใน หรือก่อนหน้าปี 2065 ในการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) นั้น แต่การที่จะตั้งเป้าหมายการลดให้ได้ผลสำเร็จ องค์กรนั้นจะต้องมีการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตนเองเพื่อตั้งเป็นปีฐานที่ใช้ในการอ้างอิงการตั้งเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก และเพื่อให้การตั้งเป้าหมายนั้นมีความน่าเชื่อถือ มีความแม่นยำและมีความโปร่งใสในการประเมิน โดยการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรนั้นต้องได้รับการทวนสอบจากหน่วยงานภายนอก เพื่อเป็นการยืนยันว่าปริมาณการปล่อยหรือการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรมีความถูกต้อง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งหน่วยงานรับรองการรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร หรือ โครงการนั้น มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องด้วยทรัพยากรบุคคลในประเทศไทยยังขาดคุณสมบัติและโอกาสที่จะสามารถพัฒนาตนเองให้ไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานได้ และขาดแคลนหน่วยงานทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจก ต้องอาศัยหน่วยงานทวนสอบที่ต่างชาติ ทำให้องค์กรในประเทศไทยที่ต้องการของการรับรองมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากการขอการรับรองจากบริษัทต่างชาติ ซึ่งอาจจะส่งผลกับการตัดสินใจของผู้ประกอบการที่จัดทำกิจกรรมรายงานก๊าซเรือนขององค์กรได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนากำลังคนในด้านการทวนสอบก๊าซเรือนกระจก โดยมีหลักสูตรพัฒนาทักษะด้านการประเมินรายงานก๊าซเรือนกระจก ทักษะให้มีคุณสมบัติที่พร้อมเป็นผู้ทวนสอบได้ พร้อมทั้งเพิ่มหน่วยงานในประเทศไทยให้สามารถรับรองระบบเพื่อรับรองรายงานก๊าซเรือนกระจกที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งจะสามารถขยายตลาดไปให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้อีกด้วย

                โครงการพัฒนากำลังคนสำหรับระบบการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยและระดับสากล เพื่อตอบสนองเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยนี้ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพค. ภายใต้ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กววน.) งบประมาณปี 2565โดยโครงการฯ มุ่งพัฒนา 4 หลักสูตร ประกอบด้วย (1) หลักสูตรพื้นฐานการประเมินและทวนสอบภายในโปรแกรมก๊าซเรือนกระจก (2) หลักสูตรอบรมผู้ทวนสอบ (3) หลักสูตรรองรับระบบงาน และ(4) หลักสูตรข้อกำหนดมาตรฐานสากลโดยมีเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะด้านการทวนสอบก๊าซเรือนกระจกให้มีคุณสมบัติพร้อมเป็นผู้ทวนสอบ รุ่นที่ 1 ในปี 2565 จำนวน 100 คน และในรุ่นที่ 2 ในปี 2566 จำนวน 100 คน โดยในขณะนี้มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ที่มาจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและอุตสาหกรรม รวมจำนวนกว่า300 คน

#บพค #PMUB #กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กววน

#เคลื่อนไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม #ขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #ววน

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2586551

"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย

26 ธ.ค. 2565 05:03 น.

  • อินทรีเหล็ก

“เจฟฟรีย์ ฮัง” จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2565

  • เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่หมายกำหนดการ วันสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช ความว่า เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯสั่งว่า วันที่ 28 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบดาภิเษก ทางราชการได้จัดให้มีการถวายราชสักการะ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำทุกปี ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในการนี้ จะเสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการดังนี้ ในวันพุธที่ 28 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยัง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ของ สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายบังคม พระบรมรูปสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย
ศิษย์เก่าอวยพร – ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน เข้าอวยพร มาแมร์มีเรียม กิจเจริญ, มาแมร์อักแนส บุญรักษา ศรีตระกูล และ เซอร์เซเลสตินา กิจเจริญ ในโอกาสคริสต์มาสและปีใหม่ โดยมี ศิริพร มณีพันธ์ และ ดร.วีณา เชิดบุญชาติ มาร่วมอวยพรด้วย ที่ ร.ร.เซนต์โยเซฟคอนแวนต์ วันก่อน.
  • พสกนิกรชาวไทย ยังร่วมใจถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราช สาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา…ในส่วนของรัฐสภา ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยผู้นำฝ่ายค้านในสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จัดพิธีทางศาสนาทั้งสามศาสนา ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และ ศาสนาอิสลาม โดยมี บิชอฟยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประธานสภาประมุขแห่งบาทหลวง โรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีวจนพิธีกรรมเพื่อถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการ ประชวร และมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์…เช่นเดียวกับอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ อย่างต่อเนื่อง….ทั้งนี้ ในโอกาสที่ กำลังจะเข้าสู่ศักราชใหม่ ปี 2566…มีหลายหน่วยงาน แสดงความจำนงที่จะงดการจัดงานรื่นเริงในเทศกาลปีใหม่นี้ ด้วยความสมัครใจอีกด้วย
"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย
ดีใจด้วย – อเล็กซ์ หิวส์ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่ ปาลิตา ผลประดับเพ็ชร์ กวีซีไรต์ ประจำปี 2565 ในงานพบนักเขียนซีไรต์ โดยมี รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร, รศ.สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ และ ดร.อลงกต ใหม่ด้วง มาร่วมงานด้วย ที่ห้องเอ็มบาสซี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย
เรียกประชุม – ดนัย ดีโรจนวงศ์ เปิดการประชุมผู้จัดการเขตประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2566 ของบริษัทเบทเตอร์เวย์ โดยมี สุรพล ดีโรจนวงศ์, กาลัญชัย สุทธิคำ, ปราการ สท้านโยธิน, ดร.อัศวิน อิงคะกุล และ เทอดศักดิ์ ปวิธพาณิชย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
  • การเมืองที่เป็นไปตามครรลองรัฐธรรมนูญปี 2560……ดังนั้น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความจำนง ที่จะเข้าสู่สนามการเมืองต่อไปอีก 2 ปี….ตาม กรอบ ของรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การดำรงตำแหน่งนายกฯไม่เกิน 8 ปี…..จึงมีความจำเป็นต้องประกาศความชัดเจน ในการเข้าเป็นสมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาฯนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…. ต้องจับตาตอนต่อไป หุ้นรวมไทยสร้างชาติ จะดีดขึ้นตามการคาดการณ์ของ ตลาดหุ้นการเมือง หรือไม่….ท่ามกลางความดีอกดีใจของ รวมไทยสร้างชาติ นำโดย พีระพันธุ์ ออกมาแถลงข่าวยินดีต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเป็นทางการ …ตอบคำถามยอดฮิต นายกฯ 8 ปี ทิ้งท้ายไว้เป็นปริศนา…แม้รัฐธรรมนูญกำหนดกรอบเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯเอาไว้…..ห้ามเป็นนายกฯ แต่ไม่ห้ามทำงานแบบอื่น….หรือ รับตำแหน่งที่สำคัญบางอย่าง…เป็นสัญญาณของ การปรับโครงสร้างพรรคการเมืองไทยและโครงสร้างการบริหารประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของ ซุปเปอร์บอร์ด อีกกระทอก
"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย
เบิร์ธเดย์ – สารจันทร์ วิภาตพงษ์ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ โดยมี ดร.สมศักดิ์ ชลาชล, รุจิตร สุธนะเสรีพร, ภาสกร มัคฆ์ไตร, เกียรติศักดิ์ เอี่ยมพุทธรักษ์, ธัญรัศม์ จิรฐิติเกียรติ และ ชนานาง ทองคำ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.แมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • พรรคที่ค่อนข้างจะกระเทือนซางมากที่สุดคือ พรรคพลังประชารัฐ…แม้ว่าหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะนิ่ง….งดแสดงความเห็นทางการเมืองในช่วงนี้ …..แต่ลูกพรรคยังจ้อไม่หยุด ไม่ใช่มีแค่ ส.ส.ของพรรคทยอยเข้าลาหัวหน้าพรรค….แต่การออกมาแถลงข่าวของ วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกใหม่ของพรรค ระบุ ….วันที่ 14 ม.ค.2566 พลังประชารัฐ จะมีการยกเครื่องกรรมการบริหารพรรคใหม่ทั้งหมด…จากนั้นวันที่ 25 ม.ค.2566 จะจัดงานระดมทุนพรรค…โดย พล.อ.ประวิตร ได้ลงนามคำสั่งให้ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นั่งประธานคณะทำงานธุรการเตรียมรับเลือกตั้ง….ชู พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพียงคนเดียว งานนี้ทำเอา คณะกรรมการบริหารพรรค ถึงกับส่ายหน้า……แถมยังมีรายงานข่าวจาก พลังประชารัฐ ด้วยว่า พล.อ.ประวิตร จะลงมาเป็นประธานในการคุมการเลือกตั้งด้วยตัวเอง….เวลาเดียวกับที่ลูกพรรคอย่าง สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ขึ้นรูปปฏิทินคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์…ยืนยันว่าจะมี ส.ส.พลังประชารัฐ ลาออกตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไปอยู่ รวมไทยสร้างชาติ ประมาณ 40 คน….พรรคพี่พรรคน้อง ก็เป็นเช่นนี้เอง
"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย
สวยจังเลย – เจฟฟรีย์ ฮัง จัดงาน “Bulgari Serpenti Light Up” ฉลองเปิดไฟคริสต์มาส Serpenti Necklace Light Structure สูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย โดยมี ชฎาทิพ จูตระกูล, สุปราณี จันทไพบูลย์ขจร, เอกภัทร พรประภา และ ดาวิกา โฮร์เน่ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย
มีมาตรฐาน – บุญทวี คำแหง ให้การต้อนรับ อนุศิษฐ์ คณะธรรม ผู้แทนเลขาธิการ กอศ. ในโอกาสเข้าชมศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานระดับ 2 ของไดกิ้น โดยมี ทวีศักดิ์ มาลัยวิจิตร, คธาวุธ สว่างพิศาลกิจ และ เพชร กรมแสง มาร่วมชมด้วย ที่ศูนย์ฝึกอบรมไดกิ้น วันก่อน.
  • ส่วนข้อกังขาว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯในบัญชีรายชื่อของ พลังประชารัฐ แต่กลับเป็นว่าที่ แคนดิเดตนายกฯ และ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ…ที่มี เลขาธิการนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรค จะขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่…วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย การันตี…ไม่มีปัญหา แต่ให้ระวัง 2 เรื่อง ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ และ ไม่ใช่เวลาราชการ….พูดง่ายแต่ทำยาก จบข่าว
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ หลักสูตรการจัดการภาครัฐและเอกชนมหาบัณฑิต (MPPM) ภาคพิเศษ คณะรัฐ ประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดรับสมัครบุคลากรภาครัฐและภาคเอกชน เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท รุ่นที่ 28 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 11 มกราคม 2566 เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ เวลา 08.30-17.00 น. สอบถามรายละเอียดที่ 0-2727-3897 หรือ 08-1513-9507 รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ อ.ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า แจ้งข่าวมา…..ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เชิญลิ้มลองบุฟเฟต์ หลากหลายเมนู มื้อกลางวัน ท่านละ 490 บาท และมื้อค่ำ (วันอาทิตย์-วันพุธ) ท่านละ 590 บาท สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2575-5599.
"เจฟฟรีย์ ฮัง" จัดงานฉลองเปิดไฟคริสต์มาสสูงถึง 18.5 เมตร ครั้งแรกในไทย
ช่วยคนป่วย – เทวัญ ติวารี, ลลิสา จงบารมี และ ศุภกิจ อุตตรนคร มอบยาฟาวิพิราเวียร์และยาโมลนูพิราเวียร์ จำนวน 10,000 เม็ด ให้โรงพยาบาลหัวเฉียว เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด โดยมี วิเชียร เตชะไพบูลย์ และ พญ.มนนภา ขุนณรงค์ เป็นผู้รับมอบ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

อินโดนีเซียช่วยเหลือ 58 ชาวโรฮีนจาขึ้นฝั่งอาเจะห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2587273

อินโดนีเซียช่วยเหลือ 58 ชาวโรฮีนจาขึ้นฝั่งอาเจะห์

26 ธ.ค. 2565 13:30 น.

อินโดนีเซียช่วยเหลือ 58 ชาวโรฮีนจาขึ้นฝั่งอาเจะห์

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ชาวมุสลิมโรฮีนจาที่อยู่ในสภาพหิวโหยและอ่อนล้าหลายสิบคนถูกพบบนชายหาดในจังหวัดอาเจะห์ ทางตอนเหนือสุดของอินโดนีเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากร่อนเร่กลางทะเลมานานหลายสัปดาห์ 

หัวหน้าตำรวจท้องถิ่น ระบุว่า พบกลุ่มชาวโรฮีนจา 58 คน ที่ชายหาดอินทราปาตรา บริเวณหมู่บ้านชาวประมงลาดง ในอำเภออาเจะห์เบซาร์ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยชาวบ้านที่เห็นกลุ่มชาวโรฮีนจาบนเรือไม้ที่อยู่ในสภาพง่อนแง่น ได้เข้าช่วยเหลือพวกเขาขึ้นฝั่ง และได้รายงานเรื่องดังกล่าวต่อทางการ ขณะที่แพทย์ในที่เกิดเหตุกล่าวว่า ผู้อพยพ 3 คนอยู่ในอาการสาหัส และหลายคนขาดน้ำ

องค์การสหประชาชาติและกลุ่มต่างๆ เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียใต้ ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมากถึง 190 คน ที่เชื่อว่าเป็นชาวโรฮีนจา บนเรือขนาดเล็กที่ลอยลำอยู่ในทะเลอันดามันเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ผู้บัญชาการตำรวจ กล่าวว่า ไม่ชัดเจนว่ากลุ่มดังกล่าวเดินทางมาจากที่ใด หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา 190 คนที่ลอยอยู่ในทะเลอันดามันหรือไม่

แต่ชายคนหนึ่งที่พูดภาษามลายูได้บางส่วนกล่าวว่า พวกเขาอยู่ในทะเลมานานกว่า 1 เดือน และมีเป้าหมายที่จะขึ้นฝั่งในมาเลเซีย เพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้นและทำงานที่นั่น

ชาวมุสลิมโรฮีนจามากกว่า 700,000 คน หลบหนีจากเมียนมา ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ ไปยังค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2017 หลังกองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเพื่อตอบโต้การโจมตีโดยกลุ่มกบฏ โดยกองกำลังรักษาความมั่นคงของเมียนมาถูกกล่าวหาว่าข่มขืนหมู่ สังหารหมู่ และเผาบ้านเรือนหลายพันหลัง

กลุ่มชาวโรฮีนจาพยายามออกจากค่ายที่แออัดในบังกลาเทศ และเดินทางทางทะเลที่เต็มไปด้วยอันตรายไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ที่มีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่

ขณะที่มาเลเซียประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ถือเป็นจุดหมายปลายทางของเรือผู้อพยพ และผู้ค้ามนุษย์ได้ให้คำมั่นสัญญากับผู้ลี้ภัยว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นที่นั่น แต่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาจำนวนมากที่ขึ้นฝั่งในมาเลเซียกลับต้องเผชิญกับการกักขัง

แม้ว่าอินโดนีเซียจะไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยปี 1951 ของสหประชาชาติ แต่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR กล่าวว่า ข้อบังคับประธานาธิบดี ปี 2016 ได้กำหนดกรอบทางกฎหมายระดับชาติที่ควบคุมการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยบนเรือที่ประสบภัยใกล้อินโดนีเซียและช่วยเหลือพวกเขาขึ้นฝั่ง

บทบัญญัติเหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นเวลาหลายปี ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาประมาณ 219 คน ซึ่งรวมถึงผู้หญิง 63 คน และเด็ก 40 คน ได้รับการช่วยเหลือนอกชายฝั่งจังหวัดอาเจะห์ ที่เดินทางด้วยเรือที่อยู่ในสภาพใกล้พังสองลำ.

มณฑลเจ้อเจียงในจีนพบผู้ติดเชื้อโควิดวันละ 1 ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2587238

มณฑลเจ้อเจียงในจีนพบผู้ติดเชื้อโควิดวันละ 1 ล้านคน

26 ธ.ค. 2565 13:11 น.

มณฑลเจ้อเจียงในจีนพบผู้ติดเชื้อโควิดวันละ 1 ล้านคน

มณฑลเจ้อเจียงของจีนกำลังเผชิญกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่วันละ 1 ล้านคน และรัฐบาลท้องถิ่นคาดว่าตัวเลขจะเพิ่มเป็นสองเท่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน หรือ ซีดีซี ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า แม้จะมีผู้ป่วยทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ แต่จีนรายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เป็นเวลา 5 วันจนถึงวันเสาร์ 

พลเมืองและผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้น ในขณะที่การติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นหลังจากรัฐบาลจีนเปลี่ยนแปลงนโยบายโควิดเป็นศูนย์ขนานใหญ่ ซึ่งทำให้พลเมืองหลายร้อยล้านคนอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ และทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหายอย่างหนัก

ตัวเลขข้อมูลผู้ติดเชื้อทั่วประเทศไม่สมบูรณ์ หลังจากที่คณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติ หยุดการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ทำให้ติดตามผู้ติดเชื้อได้ยากขึ้น ในวันนี้คณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติหยุดการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวัน โดยให้ซีดีซีเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลแทน

มณฑลเจ้อเจียง เป็นหนึ่งในพื้นที่ไม่กี่แห่งที่มีการประเมินการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อ รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ

รัฐบาลของมณฑลเจ้อเจียงซึ่งมีประชากร 65.4 ล้านคน กล่าวในแถลงการณ์ว่า ยอดผู้ติดเชื้อในเจ้อเจียงพุ่งถึงจุดสูงสุด และจะเข้าสู่ช่วงยกระดับประมาณวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งในช่วงนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะเพิ่มขึ้นไปแตะที่วันละ 2 ล้านคน

เจ้าหน้าที่ยังกล่าวว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวในโรงพยายาล 13,583 รายนั้น มี 1 รายที่มีอาการหนักที่เป็นผลกระทบจากโควิด ส่วนอีก 242 คน มีอาการหนักและอยู่ในภาวะวิกฤติจากโรคประจำตัว

จีนแก้ไขคำจำกัดความเกี่ยวกับการนับการเสียชีวิตจากโควิด โดยนับเฉพาะการเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ หรือระบบหายใจล้มเหลวที่เกิดจากโควิด ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขทั่วโลกรู้สึกประหลาดใจ

องค์การอนามัยโลก ไม่ได้รับข้อมูลจากจีนเกี่ยวกับจำนวนผู้รับการรักษาจากโควิด นับตั้งแต่ทางการจีนผ่อนคลายข้อจำกัด องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ช่องว่างของข้อมูลอาจเป็นเพราะทางการพยายามนับจำนวนผู้ป่วยในประเทศซึ่งนับว่ามีประชากรมากที่สุดในโลก

เจ้าหน้าที่มณฑลเจ้อเจียง กล่าวว่า มีผู้เดินทางไปรักษาตัวด้วยอาการป่วยตามคลินิกต่างๆ กว่า 408,400 คนต่อวัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็น 14 เท่าของช่วงเวลาปกติ ด้านสถานีโทรทัศน์ของทางการจีน รายงานว่า การร้องขอใช้บริการศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินในเมืองหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง เมื่อเร็วๆ นี้ มากกว่าค่าเฉลี่ยของปีที่แล้วถึง 3 เท่า.

สุดระทึก สารเคมีรั่วไหลจากรถไฟตกรางในเซอร์เบีย มีผู้ดมสารพิษ 51 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2587278

สุดระทึก สารเคมีรั่วไหลจากรถไฟตกรางในเซอร์เบีย มีผู้ดมสารพิษ 51 ราย

26 ธ.ค. 2565 12:48 น.

สุดระทึก สารเคมีรั่วไหลจากรถไฟตกรางในเซอร์เบีย มีผู้ดมสารพิษ 51 ราย

รถไฟบรรทุกสารแอมโมเนียประสบอุบัติเหตุตกรางในเซอร์เบีย ส่งผลให้สารเคมีรั่วไหลเป็นวงกว้าง มีผู้สูดดมสารพิษล้มป่วยถึง 51 ราย

อุบัติเหตุรถไฟบรรทุกสารเคมีตกรางครั้งนี้เกิดขึ้นทางตะวันออกเฉียงใต้ของเซอร์เบีย โดยผลจากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้สารแอมโมเนียรั่วไหลเป็นวงกว้าง มีรายงานผู้สูดดมสารพิษและล้มป่วยแล้ว 51 ราย ในจำนวนนี้ต้องหามส่งโรงพยาบาล 7 ราย

ล่าสุดทางการได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเมืองดังกล่าวเพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ ซึ่งจะมีผลกับประชาชนราว 60,000 คน โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่อยู่แต่ภายในเคหสถานจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ รถไฟบรรทุกสารเคมีจำนวน 20 ตู้ขบวนนี้ได้ขนส่งแอมโมเนียมาจากประเทศบัลแกเรียเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุตกรางดังกล่าว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว.

ที่มา : NDTV

รถบัสเสียหลักพุ่งตกแม่น้ำในสเปน ดับ 6 ศพ เจ็บอีก 2 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2587231

รถบัสเสียหลักพุ่งตกแม่น้ำในสเปน ดับ 6 ศพ เจ็บอีก 2 ราย

26 ธ.ค. 2565 12:07 น.

รถบัสเสียหลักพุ่งตกแม่น้ำในสเปน ดับ 6 ศพ เจ็บอีก 2 ราย

รถบัสโดยสารเสียหลักพุ่งตกลงไปในแม่น้ำ ขณะกำลังแล่นข้ามสะพานในแคว้นกาลิเซียของสเปน ในคืนคริสต์มาสอีฟ ส่งผลให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 6 ศพ และบาดเจ็บอีก 2 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เชือกดึงตัวผู้รอดชีวิต 2 คนออกจากรถบัสที่ประสบเหตุ โดยเป็นคนขับรถบัสวัย 63 ปี กับผู้โดยสารหญิงอีกหนึ่งคน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บหลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบร่างผู้เสียชีวิต 2 รายใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะที่อีก 4 รายถูกพบเป็นศพในแม่น้ำ

รถบัสเสียหลักพุ่งตกแม่น้ำในสเปน ดับ 6 ศพ เจ็บอีก 2 ราย

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รถบัสคันดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารที่กลับมาจากการเยี่ยมผู้ต้องขังในเรือนจำเมืองมอนเตร์โรโซ ทางตอนกลางของแคว้นกาลิเซียในคืนคริสต์มาสอีฟ ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนราวกั้นสะพาน และพุ่งตกลงไปในแม่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง โดยอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตรงภูมิประเทศที่มีความลาดชัน ทำให้ปฏิบัติการช่วยเหลือเข้าถึงได้ยากลำบาก ประกอบกับมีฝนตกหนักในตอนกลางคืน ทำให้ระดับแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนท่วมซากรถ และทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติปฏิบัติการกู้ภัยในช่วงกลางคืน ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการใหม่ในช่วงเช้า

โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างแน่ชัด แต่คาดว่าสภาพอากาศเลวร้ายอาจมีส่วนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งนี้ โดยจากการตรวจร่างกายของคนขับรถเบื้องต้นไม่พบว่ามีสารเสพติด หรือแอลกอฮอล์ในเลือดแต่อย่างใด.

ที่มา : เดอะการ์เดียน

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2586416

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

26 ธ.ค. 2565 11:19 น.

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

  • สัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลตาลีบันมีคำสั่งใหม่ ห้ามผู้หญิงเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เคยสั่งห้ามผู้หญิงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย นับเป็นการจำกัดโอกาสทางการศึกษาของผู้หญิงเพิ่มขึ้นไปอีก สร้างความโกรธแค้นให้กับผู้หญิง ทำให้มีบางกลุ่มออกมาประท้วงในกรุงคาบูล 
  • องค์การสหประชาชาติ และนานาประเทศ ต่างพากันประณาม แม้แต่ชาติมุสลิมอย่างซาอุดีอาระเบียยังประณามคำสั่งของรัฐบาลตาลีบันที่ทำให้การปกครองประเทศนี้ถอยหลังกลับไปสู่ตาลีบันยุคแรก ซึ่งผู้หญิงไม่มีโอกาสได้ไปโรงเรียน หรือได้รับการศึกษาตามสิทธิที่ควรจะได้
  • ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 เรียกร้องตาลีบันทบทวนการตัดสินใจห้ามผู้หญิงเรียนมหาวิทยาลัย โดยเตือนว่าการกดขี่ทางเพศมีความร้ายแรงพอๆ กับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

“ความปรารถนาและความฝันของฉัน จะต้องไม่ถูกพวกเขาพรากไป” นี่คือคำกล่าวของกลุ่มนักเรียนหญิงที่ออกมาประท้วงคัดค้านคำสั่งของรัฐบาลตาลีบันที่กลับมายึดครองอัฟกานิสถานอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ถอนทัพออกไปเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดได้จำกัดสิทธิทางการศึกษาของผู้หญิงอีกครั้งด้วยการประกาศห้ามมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน รับผู้หญิงเข้าไปเรียน โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

แม้ว่าจะมีเสียงประณามรุนแรงจากนานาประเทศ แม้แต่ประเทศอิสลามอย่างซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และกาตาร์ แต่จนถึงตอนนี้รัฐบาลตาลีบันยังคงปกป้องการตัดสินใจของตัวเอง โดยนายเนดา โมฮัมหมัด นาดีม รัฐมนตรีการศึกษาขั้นสูงของรัฐบาลตาลีบันออกมาเปิดเผยกับสื่อตะวันตกว่า จำเป็นต้องออกคำสั่งห้ามนี้ไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หญิงกับผู้ชายเรียนปะปนกันในมหาวิทยาลัย และเขาเชื่อว่าบางวิชาที่สอนในมหาวิทยาลัยนั้นขัดต่อหลักอิสลาม โดยบอกว่าเวลาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยพวกผู้หญิงมักจะไม่ยอมแต่งกายอย่างเหมาะสมตามค่านิยมอิสลาม บางคนใส่ชุดราวกับไปงานแต่งงาน และยังมีการคุยโต้ตอบกับนักศึกษาผู้ชายที่มหาวิทยาลัย พร้อมเตือนนานาประเทศไม่ให้เข้ามาก้าวก่ายกิจการภายในของอัฟกานิสถาน

รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาขั้นสูงสุดยังกล่าวว่า นักวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการได้ประเมินหลักสูตรของมหาวิทยาลัยและสภาพแวดล้อมแล้ว และการเข้าเรียนของเด็กผู้หญิงจะถูกระงับจนกว่าจะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

อัฟกานิสถานภายใต้รัฐบาลตาลีบัน

ก่อนหน้านี้รัฐบาลตาลีบันให้คำมั่นว่าจะบริหารประเทศด้วยกฎระเบียบที่ผ่อนคลายลง เคารพสิทธิสตรีและชนกลุ่มน้อย หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังออกไป และกลุ่มตาลีบันกลับเข้ามาบริหารประเทศเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา

แต่ที่ผ่านมาปรากฏว่ายังมีกลุ่มอิสลามสายเคร่งจารีตยังคงหาทางจำกัดสิทธิและเสรีภาพของสตรีภายในประเทศ ขณะที่ นายฮิบาตุลเลาะห์ อัคคุนซาดา ผู้นำรัฐบาลตาลีบันและบรรดาคนใกล้ชิดต่างๆ เป็นฝ่ายที่ต่อต้านการศึกษาสมัยใหม่อยู่แล้ว โดยเฉพาะไม่เห็นด้วยที่เด็กผู้หญิงและสตรีจะไปเรียนโรงเรียนปะปนกับผู้ชาย ขณะที่กลุ่มสนับสนุนการศึกษาสมัยใหม่ก็พยายามออกมาคัดค้าน ทำให้เกิดความแตกแยกอย่างประปรายในการบริหารนโยบายของประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา

แม้ว่าอัฟกานิสถานจะเป็นสังคมที่รักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิม แต่ในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมาสังคมกลับเปิดใจยอมรับเรื่องการศึกษาของผู้หญิงมากขึ้น แต่ในช่วงปีที่แล้วรัฐบาลตาลีบันประกาศคำสั่งห้ามผู้หญิงเข้าเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย ยกเลิกการเปิดโรงเรียนมัธยมสำหรับผู้หญิง ทำให้ตอนนี้หญิงอัฟกันสามารถรับการศึกษาได้สูงสุดแค่ชั้นประถมเท่านั้น

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังออกข้อกำหนดห้ามทำงานหลากหลายสาขาอาชีพ ห้ามทำงานในหน่วยงานเอ็นจีโอ องค์กรระหว่างประเทศ ห้ามเข้ายิม ห้ามไปเที่ยวสวนสนุก และต้องแต่งกายด้วยชุดคลุมศีรษะจรดเท้าเวลาที่ออกไปที่สาธารณะ 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการอัฟกานิสถานกล่าวว่า อัฟกานิสถานเป็นสังคมอนุรักษนิยมแบบลึกซึ้ง โดยเฉพาะครอบครัวแถบชนบท เมืองที่อยู่ห่างไกลและมักถูกลืมโดยกลุ่มคนที่กำหนดนโยบายบริหารประเทศ และเขาเชื่อว่าแม้รัฐบาลจะเปิดโอกาสทางการศึกษา เปิดโรงเรียนเพิ่มทั่วประเทศ ก็เชื่อว่าจะมีครอบครัวเพียง 2% ที่ส่งลูกสาวไปโรงเรียน หลายครอบครัวยังเชื่อว่าเป็นเรื่องน่าอับอายที่ต้องส่งลูกสาวไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน แทนที่จะอยู่เรียนรู้งานบ้านและสิ่งที่พวกเขาต้องทำจริงๆ

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

กระแสต่อต้านคำสั่งตาลีบัน

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสประท้วงต่อต้านคำสั่งนี้ในหลายเมือง อย่างในเมืองเฮรัต และกรุงคาบูล ภาพจากคลิปวิดีโอระหว่างการประท้วงแสดงให้เห็นว่าตำรวจตาลีบันได้ใช้สายยางฉีดน้ำสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิง

มีรายงานว่านับตั้งแต่ประกาศคำสั่งออกมา ได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดตั้งด่านตรวจหน้ามหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อสกัดไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปเรียน ขณะที่ตำรวจจับกุมตัวผู้หญิงที่ออกมาประท้วงคำสั่งนี้ในกรุงคาบูลแล้วอย่างน้อย 5 ราย

ผู้หญิงหลายคนที่เข้าร่วมการประท้วงกล่าวว่า พวกเธอถูกทำร้าย หรือจับกุมโดยเจ้าหน้าที่หญิงของตาลีบัน ผู้ประท้วงคนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อบอกว่าเธอถูกทุบตีอย่างหนักแต่ก็สามารถหลบเลี่ยงการถูกควบคุมตัวได้ ผู้ประท้วงอีกคนกล่าวว่า ผู้ถูกจับกุมสองคนได้รับการปล่อยตัว แต่หลายคนยังคงถูกคุมขัง

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

ผู้ชายบางคนตอบโต้ด้วยการกระทำอารยขัดขืนด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ประท้วง อาจารย์มหาวิทยาลัยชายประมาณ 50 คนในสถาบันของรัฐและเอกชนลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่มีรายงานว่านักศึกษาชายบางคนปฏิเสธที่จะเข้าสอบ

โดยหลายคนเชื่อว่าปัจจุบันนี้ผู้หญิงอัฟกันเองมีความเชื่อมโยงกับสังคมโลกภายนอกมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อต่างๆ ที่ติดตามสถานการณ์ของสตรีในอัฟกานิสถาน และเชื่อว่าพวกเขาพร้อมที่จะยืนหยัดเพื่อต่อสู้ปกป้องสิทธิและโอกาสทางการศึกษาของพวกเขาเอง

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอตช์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งล่าสุดของตาลีบัน ระบุว่า เป็นการตัดสินใจที่น่าอับอายซึ่งละเมิดสิทธิทางการศึกษาของผู้หญิงและเด็กหญิงในอัฟกานิสถาน โดยบอกว่าตาลีบันทำให้เห็นชัดเจนขึ้นทุกวันว่าพวกเขาไม่เคารพในสิทธิพื้นฐานของชาวอัฟกันเลย โดยเฉพาะผู้หญิง

ขณะที่ นายเนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ออกมาประณามเช่นกัน และว่าการตัดสินใจนี้จะทำให้เกิดผลที่ตามมาอย่างมีนัยสำคัญต่อตาลีบัน มันจะทำให้พวกเขาถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมนานาชาติ และทำให้ความชอบธรรมที่ตาลีบันต้องการไม่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น พร้อมเตือนด้วยว่าผลกระทบจากคำสั่งนี้จะทำให้อีกไม่นานประชาชนกว่าครึ่งของอัฟกานิสถานจะไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาในระดับที่สูงเกินชั้นประถมได้

อนาคตของสตรีอัฟกัน หลังรัฐบาลตาลีบันสั่งห้ามเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

อนาคตของสตรีและประเทศอัฟกานิสถาน

ซาฮาร์ ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาสังคมในอัฟกานิสถาน กล่าวว่า ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังจากรัฐบาลตาลีบันประกาศคำสั่งห้ามผู้หญิงเรียนมหาวิทยาลัยออกมา เธอได้รับโทรศัพท์ขอคำปรึกษามากกว่า 50 สาย ผู้หญิงหลายคนบอกว่า เดิมทีเธอมีแผนว่าเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วอยากไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ และในประเทศต่างๆ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกสับสนและไม่มั่นใจในอนาคตของตัวเอง

ซาฮาร์มองว่าตอนนี้ผู้หญิงอัฟกันไม่มีทางเลือกมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ หรือการเรียนอยู่ที่บ้าน ทำให้หลายคนสงสัยว่าผู้หญิงอัฟกานิสถานพอโตมาก็ทำได้เพียงแค่แต่งงานแล้วอยู่บ้านเลี้ยงลูกหรือไม่ 

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า พอถึงจุดหนึ่งก็จะกลายเป็นวันที่มืดมนสำหรับประเทศ เมื่อไม่มีผู้หญิงชาวอัฟกันคนใดเคยผ่านระบบการศึกษามาก่อน ผู้หญิงต้องอยู่แต่ที่บ้าน และเชื่อว่ามีผู้หญิงหลายคนกำลังตัดสินใจอพยพหนีออกจากประเทศของตัวเอง 

ที่ผ่านมาการศึกษาของผู้หญิงในอัฟกานิสถานเป็นเหมือนโอกาสพิสูจน์ตัวเองและความชอบธรรมของรัฐบาลตาลีบัน และช่วยให้ชาติต่างๆ ตัดสินใจได้ว่าจะยอมรับรัฐบาลตาลีบันหรือไม่ ขณะที่นโยบายตัดโอกาสทางการศึกษาของผู้หญิงล่าสุดอาจจะทำให้บรรดาประเทศผู้บริจาคเงินช่วยอัฟกานิสถานต้องหันมาทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ขณะที่ข้อมูลจากองค์การยูเนสโก ระบุว่า ปัจจุบันอัฟกานิสถานพึ่งพาเงินบริจาคจากต่างชาติมาเป็นงบประมาณด้านการศึกษามากถึงกว่า 49%

โดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติมองว่า ยิ่งอัฟกานิสถานล่าช้าในการตัดสินใจกลับมาเปิดการศึกษาสำหรับผู้หญิง ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อวิกฤติเศรษฐกิจ หลังจากอัฟกานิสถานต้องเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างมากในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะมีประชากรกว่า 97% อยู่ในกลุ่มที่มีฐานะทางการเงินต่ำกว่าเส้นแบ่งความจนในปี 2565 นี้ 

นายอันโตนิโอ กูเตียเรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนให้รัฐบาลตาลีบันทบทวนการตัดสินใจ เพราะการจำกัดโอกาสทางการศึกษาไม่เพียงละเมิดสิทธิและความเท่าเทียมของสตรี แต่ยังทำให้ประเทศขาดโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาและส่งเสริมจากประชากรที่เป็นเด็กหญิง และผู้หญิงในอนาคต.

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : ForbesAljazeera,  CNN

เริ่มแล้ว จีนเปิดจำหน่ายตั๋วรถไฟสำหรับมหกรรมเดินทางช่วงหยุดยาวตรุษจีนปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2587113

เริ่มแล้ว จีนเปิดจำหน่ายตั๋วรถไฟสำหรับมหกรรมเดินทางช่วงหยุดยาวตรุษจีนปีนี้

26 ธ.ค. 2565 09:59 น.

เริ่มแล้ว จีนเปิดจำหน่ายตั๋วรถไฟสำหรับมหกรรมเดินทางช่วงหยุดยาวตรุษจีนปีนี้

บริษัทการรถไฟจีนเปิดการจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟสำหรับมหกรรมเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง เร่งปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ และเข้มงวดการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 65 บริษัทการรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด เปิดเผยว่าได้เริ่มเปิดจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟสำหรับมหกรรมการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงแล้ว โดยการเดินทางครั้งใหญ่ของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7 ม.ค. – 15 ก.พ. 2566 นี้

บริษัทการรถไฟ ระบุว่า บรรดาหน่วยงานรถไฟของจีนจะเพิ่มความพยายามประสานงานป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 กับงานขนส่ง เพื่อปรับปรุงคุณภาพของการขนส่งทางรางระหว่างมหกรรมการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก

มีการคาดการณ์ว่าปริมาณการเดินทางโดยสารผ่านเครือข่ายทางรถไฟของจีนจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนวางแผนเดินทางกลับไปหาครอบครัวและท่องเที่ยว ขณะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพและปรับเปลี่ยนมาตรการการรับมือโรคโควิด-19 ทั่วประเทศ

นอกจากนั้นการขนส่งสินค้ายังมีแนวโน้มเพิ่มสูงเช่นกัน ท่ามกลางการกลับมาดำเนินงานของกิจการต่างๆ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการขนส่งถ่านหินเพื่อรับรองการจ่ายไฟฟ้าช่วงฤดูหนาว

บริษัทฯ เสริมว่าระบบรางของจีนจะปรับปรุงประสิทธิภาพการรับมือโรคโควิด-19 และบริการขนส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารให้ดียิ่งขึ้น.

อ่วม พายุหิมะฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ-แคนาดา ยอดผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มเป็น 38 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2587098

อ่วม พายุหิมะฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ-แคนาดา ยอดผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มเป็น 38 ศพ

26 ธ.ค. 2565 09:34 น.

อ่วม พายุหิมะฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ-แคนาดา ยอดผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มเป็น 38 ศพ

พายุฤดูหนาวแผ่ปกคลุมแคนาดา และสหรัฐฯ ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงต่ำแบบเฉียบพลัน และมีหิมะตกหนัก มีผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มเป็น 38 ศพ

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2565 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า พายุฤดูหนาวจากแถบอาร์กติกได้แผ่ปกคลุมแคนาดาลงมาจนถึงรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงต่ำแบบเฉียบพลัน และมีหิมะตกหนักทั้งในแคนาดา และพื้นที่ตอนเหนือของสหรัฐฯ

โดยที่สหรัฐฯ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือเมืองบัฟฟาโลในรัฐนิวยอร์ก ทั่วสหรัฐฯ มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 34 ศพ ส่วนที่แคนาดามีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ จากอุบัติเหตุรถบัสพลิกคว่ำบนถนนที่กลายเป็นน้ำแข็งในเมืองเมอร์ริตต์ ทางตะวันตกของรัฐบริติชโคลัมเบีย

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทางการประกาศเตือนภัยสภาพอากาศหนาวเย็นที่จะมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 55 ล้านคน ขณะเดียวกันได้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนในสหรัฐฯ กว่า 1.7 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ต่อมาทางการไฟฟ้าแจ้งว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้บางส่วน ทำให้ตอนนี้ยังมีไฟฟ้าดับบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 200,000 คนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

ด้าน แคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวว่า พายุฤดูหนาวครั้งนี้รุนแรงเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของเมืองบัฟฟาโล โดยรายงานข่าวระบุว่า นอกจากนี้สภาพอากาศที่เลวร้ายยังทำให้มีเที่ยวบินหลายพันเที่ยวถูกยกเลิก ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากที่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลคริสต์มาส.

เหยื่อพายุฤดูหนาวสหรัฐฯ พุ่ง 26 ศพ หลายแสนคนยังไม่มีไฟฟ้าใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2586996

เหยื่อพายุฤดูหนาวสหรัฐฯ พุ่ง 26 ศพ หลายแสนคนยังไม่มีไฟฟ้าใช้

26 ธ.ค. 2565 05:58 น.

เหยื่อพายุฤดูหนาวสหรัฐฯ พุ่ง 26 ศพ หลายแสนคนยังไม่มีไฟฟ้าใช้

พายุฤดูหนาวซึ่งทำให้เกิดหิมะตกหนัก ลมแรง และอากาศหนาวเหน็บเกือบทั่วสหรัฐฯ ตลอดสัปดาห์ท่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 ศพ และคนอีกนับแสนไม่มีไฟฟ้าใช้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ธ.ค. 2565 สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติ (NWS) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เมืองบัฟฟาโล ในรัฐนิวยอร์ก เป็นสถานที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูหนาวมากมายสุด มีหิมะตกหนักท่วมสูงถึง 43 นิ้วในช่วงเช้า ทำให้ถนนหลายสายไม่สามารถวิ่งผ่านได้ สถานีไฟฟ้าเป็นน้ำแข็ง และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย

นายมาร์ก โปลอนการ์ซ ผู้บริหารเขต อีรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองบัฟฟาโล เผยว่า สถานการณ์ผ่อนคลายลงเล็กน้อยในวันอาทิตย์ ทำให้เจ้าน้าที่สามารถออกไปปฏิบัติการ และเห็นขอบเขตของปัญหา นายโปลอนการ์ซระบุด้วยว่า ผู้เสียชีวิตบางรายถูกพบอยู่ภายในรถของตัวเอง และบางรายอยู่บนถนนที่ถูกหิมะท่วงสูง

นอกจากในรัฐนิวยอร์กแล้ว ยังมีรายงานพบผู้เสียชีวิตที่รัฐ เวอร์มอนต์, โอไฮโอ, มิสซูรี, วิสคอนซิน, แคนซัส และโคโลราโด ด้วย โดยในโอไฮโอมีผู้เสียชีวิตถึง 8 รายในอุบัติเหตุรถชน

ปัจจุบันยังมีชาวอเมริกันมากกว่า 55 ล้านคนที่อยู่ภายใต้การเตือนภัยให้ระวังลมเย็นเยือกอุณหภูมิต่ำกว่า -30 องศาฟาเรนโฮต์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผลน้ำแข็งกัดได้หากผิวหนังสัมผัสโดยตรงเพียง 10-15 นาที ขณะที่มีการเตือนภัยอากาศหนาวเย็นทั่วภาคใต้ ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งที่ปกคลุม 2 ใน 3 ของประเทศ

เมืองใหญ่บางแห่งในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้, ตะวันตกกลาง (มิดเวสต์) และชายฝั่งตะวันออก มีวันคริสต์มาสที่อุณหภูมิต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ

พยากรณ์อากาศคาดว่า พายุฤดูหนาวจะเริ่มอ่อนกำลังลงเมื่อมันเคลื่อนตัวขึ้นสู่ภาคใต้ของแคนาดาในช่วง 2 วันข้างหน้า และดึงลมวนขั้วโลกจากแคนาดาลงสู่ภาคตะวันออกของสหรัฐฯ มากขึ้น โดยลมวนฯ จะอ่อนกำลังลงอย่างช้าๆ ในวันจันทร์ แต่สภาพอากาศหนาว ลมแรง และหิมะตกจะยังคงดำเนินต่อไป

ขณะเดียวกัน ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามสถานการณ์ไฟดับในสหรัฐฯ poweroutage.us ทั่วประเทศยังมีบ้านเรือนและอาคารธุรกิจอีกราว 250,000 แห่งที่ยังไม่มีฟ้าใช้ โดยเกือบครึ่งอยู่ในรัฐเมนและรัฐนิวยอร์ก

บริษัท PJM Interconnection ผู้ให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชนกว่า 65 ล้านใน 13 รัฐทางตะวันออกของสหรัฐฯ เตือนประชาชนตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ให้ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด เพราะการใช้ไฟมากเกินไปอาจทำให้ไฟดับอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าในรัฐเทกซัสทางตอนใต้ ทำให้สำนักงานพลังงานสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ให้บริการพลังงานของรัฐ สามารถเพิ่มกำลังผลิตและปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกินมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจนกว่าอัตราการใช้พลังงานจะลดลง

สภาพอากาศสุดขั้วยังกระทบอย่างหนักต่อการเดินทางซึ่งมากเป็นพิเศษเพราะอยู่ในช่วงเทศกาลวันหยุดคริสต์มาส โดยมีการยกเลิกเที่ยวบินทั่วประเทศมากกว่า 5,000 เที่ยวเมื่อวันศุกร์, 3,400 เที่ยวในวันเสาร์ และไม่น้อยกว่า 1,350 เที่ยวในวันอาทิตย์

ที่มา : cnn