สสว. จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ สร้างต้นแบบชุมชนท่องเที่ยว 20 ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774345

สสว. จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ สร้างต้นแบบชุมชนท่องเที่ยว 20 ชุมชน

สสว. จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ สร้างต้นแบบชุมชนท่องเที่ยว 20 ชุมชน

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วีระพงศ์ มาลัย

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ร่วมแถลงความสำเร็จการดำเนินงานโครงการ SME Restart ปีงบประมาณ 2566 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในการก้าวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ เน้นย้ำการสร้างต้นแบบกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยวให้สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรรม Tourism Transform และ Workshop Business Collaboration ให้ความรู้แก่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว การพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว 20 ชุมชน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวโดยเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ให้เกิดความยั่งยืน

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในงานว่า สสว.ได้มอบหมายให้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ดำเนินงานโครงการ SME Restartปีงบประมาณ 2566 โดยเริ่มดำเนินงานโครงการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมการดำเนินงานประกอบไปด้วยการอบรมให้ความรู้แก่กลุ่ม SME ในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ใน 5 สาขาอาชีพ เช่น โรงแรมและที่พัก บริการพาหนะขนส่งทางน้ำและบกร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ ภายใต้ “กิจกรรม Tourism Transform” โดยให้ความรู้ตาม Mega Trend เช่น Wellness & Senior Tourism /BCG & SDG เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการไปพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุค New Normal/Next Normal และการอบรม Workshop “Business Collaboration” เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทั้ง 5 สาขา กับผู้ประกอบการจากชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง จากนั้นจะคัดเลือกกลุ่มธุรกิจและชุมชนท่องเที่ยวจำนวน 15 กลุ่ม เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเข้าไปพัฒนาในเชิงธุรกิจและการตลาดโดยเน้นการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว 5 สาขาอาชีพกับชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว ทั้งนี้ สสว. ได้รับการร่วมมือสนับสนุนจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) อพท. และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการคัดเลือกชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาจำนวน 35 ชุมชน ให้เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัด กิจกรรม Tourism Transform และ Workshop Business Collaboration สทท.ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมใน 10 พื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 ราย และชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม 35 ชุมชน จากทั่วประเทศ จากนั้นได้คัดเลือกชุมชนท่องเที่ยวจำนวน 20 ชุมชน เพื่อมาทำการพัฒนายกระดับโดยการทำ Digital Content ของกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน การทำ Business Model รวมถึงการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงระหว่างจุดท่องเที่ยวในพื้นที่กับชุมชนท่องเที่ยวเพื่อให้ชุมชนมีความพร้อมในการทำการตลาดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการเชื่อมเครือข่ายธุรกิจแบบ B2B กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิก สทท. เพื่อร่วมมือกันหาตลาดให้กับชุมชนท่องเที่ยว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยว 20 เส้นทางที่มีการเชื่อมโยงกับชุมชนท่องเที่ยวทั้ง 20 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ โดย สทท.ได้นำเส้นทางท่องเที่ยวทั้งหมดให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวทั่วประเทศดำเนินการขาย โดยผ่านเระบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว Easy Web Tour ที่ สทท.ได้พัฒนาขึ้นตามนโยบายเติมนวัตกรรมให้การท่องเที่ยวไทย ทำให้เส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 20 เส้นทางภายใต้โครงการสามารถเข้าสู่ตลาดการท่องเที่ยวที่มีโอกาสขายได้จริง โดยมีเส้นทางท่องเที่ยวของชุมชนหลายๆ ชุมชนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เช่น เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชียงแสน ชุมชนนางแล จ.เชียงราย เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนบ้านถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี ชุมชนท่องเที่ยวบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์ การใช้เครื่องมือ Easy Web Tour ทำให้เส้นทางท่องเที่ยวของชุมชนได้มีโอกาสทางการตลาดที่มีเอเย่นต์ทัวร์มาช่วยขายเส้นทางท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้กว่า 500 ล้านบาท

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774369

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร อดีตประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อรำลึกในพระกรุณาของทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีต่อเยาวชนยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ 15 ธ.ค. 15.00 น. ณ พระวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม…

●● เชิญฟังเสาวนาเปิดตัวหนังสือ “เอกรังสรรค์ ยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการองค์กรวิชาการ” อัตชีวประวัติของอาจารย์ชุนจิ มูไร แปลโดย ดร.สุวิทย์ วิบูลย์เศรษฐา โดยมีวิทยากร บุญญรัตน์ บุญญาทิษฐาน, ม.ล.วีรอร วรวุฒิ, Dr.Manzul Hazarika, ศ.ดร.สุริชัย หวันแก้ว, ปกรณ์ กฤษประจันต์ 15 ธ.ค. 13.00 น. ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาฯ ตรงข้ามสำนักพิมพ์จุฬาฯ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายติดต่อโทร.02-2189833…

●● นิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ขอเชิญเที่ยวงาน ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ประจำปี 2566 ฉลอง 32 ปี โบราณสถานน่ายล ชมแสงไฟล้านดวงท่ามกลางมรดกโลก พร้อมชุดการแสดงต่างๆ งานออกร้านกาชาด 15-24 ธ.ค. ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา…

●● ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา รับมอบเงินบริจาคจากคณะผู้บริหาร บริษัท ชวรักษ์ จำกัด เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ทุนภาควิชาศัลยศาสตร์และทุนคุณซู่ฟ้า-สุชฎา สงวนนภาพร…

●● ชาว Digital CEO#5 ปลื้มใจกับ ศ.นพ.ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากร ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก…

●● ดร.ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์ ชวนเพื่อนๆ กลุ่ม Klein วบส.2 มาทานข้าวสังสรรค์ งานนี้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย,พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา, ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส, รศ.นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์, จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์, ศักดา เด่นแดนโดม, พ.ต.กมล วงศ์สมบูรณ์, นฤมล บุญสนอง ไม่พลาด…

●● ช่วงวันหยุด สุขสันต์ อัครวงศธร นำสมาชิกแก๊งไปไหนไปด้วย มนัสชนก ลิ้มจำรูญ, ณัฐณิชา อัครทรงธรรม และ อัมภิกา ศฤงคารบริบูรณ์ ไปรับอากาศเย็นที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมตะลุยดิสนีย์แลนด์ทั้งวัน…

●● พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า วังสระปทุม เปิดให้เข้าชมระหว่าง 18 ธ.ค.-29 ก.พ. 2567 (วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 10.00-15.00 น. หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ชมนิทรรศการ (เฉลิมศตพรรษ์กัลยาณิวัฒนา) ชมพระตำหนักใหญ่ที่ประทับสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 150 บาท นักเรียน-นักศึกษา 50 บาท www.queensavang.org…

●● สวด ม.ร.ว.ทิพยวรรณา นิติพน ศาลา 28 (ศาลาจุรินทร์-สงวน ล่ำซำ) วัดธาตุทอง 10-14 ธ.ค. 18.30 น. ..พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) 16 ธ.ค. 18.00 น. เมรุหลังศาลาดำรงชัยธรรม…

●● หลังจากรับขวัญหลานยายเพศชายเมื่อต้นเดือนพ.ย. ธีรพจน์- วริษฎา วัชราภัย ได้หลานย่าเป็นชายหน้าตาน่ารักจมูกโด่งมีเค้าโครงสวยหล่อจากพ่อ-แม่ ธนุ-นันทินี วัชราภัย ตั้งชื่อว่า “ธิชาญ์” เมื่อวันที่ 9 เดือน 12…●●

คุณแหน

ข้าวมาบุญครอง คว้า 2 รางวัล สุดยอดข้าวเพื่อสุขภาพ ครองใจมหาชนและเหล่ากูรูด้านสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774357

ข้าวมาบุญครอง คว้า 2 รางวัล สุดยอดข้าวเพื่อสุขภาพ ครองใจมหาชนและเหล่ากูรูด้านสุขภาพ

ข้าวมาบุญครอง คว้า 2 รางวัล สุดยอดข้าวเพื่อสุขภาพ ครองใจมหาชนและเหล่ากูรูด้านสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้บริหารแบรนด์ข้าวมาบุญครอง จิรชาญ คัมภิรานนท์ และ พิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล เข้ารับรางวัลภายในงาน “ชีวจิต AWARDS 2023 สุดยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของคนไทย” คว้ารางวัลใหญ่แห่งปี

ข้าวมาบุญครอง ข้าวสารบรรจุถุงคุณภาพรายแรกของไทย ผู้เชี่ยวชาญและผู้นำนวัตกรรมข้าว มายาวนานกว่า 45 ปี คว้า 2 รางวัลใหญ่แห่งปี ภายในงาน ชีวจิต AWARDS 2023การันตีคุณภาพ ข้าวเพื่อสุขภาพที่ครองใจผู้บริโภคอันดับ 1 และเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพ ที่กูรูด้านสุขภาพ ยกให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทย

เริ่มด้วย “รางวัล READER’S VOTE” การันตีผลิตภัณฑ์ “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” ของข้าวมาบุญครอง ข้าวเพื่อสุขภาพที่ครองใจผู้บริโภคเป็นอันดับ 1 และได้รับเลือกจากกลุ่มผู้บริโภค ให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทย โดยข้าวไรซ์เบอร์รี่ของข้าวมาบุญครอง โดดเด่นด้วยการคัดสรรเฉพาะข้าวไรซ์เบอร์รี่แท้ ที่มีต้นกำเนิดจากการผสมผสานสายพันธุ์ระหว่างข้าวหอมนิล กับข้าวสายพันธุ์หอมมะลิ 105 ทำให้ได้ข้าวเพื่อสุขภาพสีม่วงเข้ม ที่อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) โดดเด่นในเรื่องต้านอนุมูลอิสระ มาพร้อมกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และเนื้อสัมผัสที่นุ่ม จากแปลงนาของภาคอีสาน ที่มีภูมิประเทศและแร่ธาตุในดินที่เหมาะสมในการเพาะปลูก มีแหล่งน้ำสมบูรณ์ และอากาศที่ดีทำให้ได้ข้าวไรซ์เบอร์รี่เมล็ดที่สมบูรณ์ หอม นุ่ม อร่อย และอุดมด้วยคุณประโยชน์นานาชนิด โดยข้าวไรซ์เบอร์รี่ของข้าวมาบุญครอง ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มข้าวเพื่อสุขภาพอีกด้วย

และ “รางวัล GURU’S PICK” การันตีผลิตภัณฑ์ “ข้าวกล้องหอมนพคุณ” ของข้าวมาบุญครอง ข้าวเพื่อสุขภาพที่เหล่ากูรูสายสุขภาพโหวตให้เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร ให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของคนไทย โดยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของข้าวกล้องหอมนพคุณ จากข้าวมาบุญครอง ผลิตจากสายพันธุ์หอมมะลิ 105 แท้บริสุทธ์ พิถีพิถันคัดสรรข้าวทุกเมล็ดจากแปลงนาทุ่งกุลาร้องไห้และจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ GI ที่การันตีพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของไทยทำให้ได้ข้าวเปลือกหอมมะลิที่หอม นุ่ม อร่อย ผ่านเทคโนโลยีชั้นสูงของข้าวมาบุญครองในการกะเทาะเปลือกข้าว เพื่อคงคุณค่าของสารอาหารของเมล็ดข้าวและจมูกข้าวได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ข้าวกล้องหอมนพคุณ จากข้าวมาบุญครองโดดเด่นด้วยความอร่อย หอมนุ่ม อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์จากวิตามินนานาชนิด จนได้รับการโหวตจากเหล่ากูรูให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทย

พิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ข้าวมาบุญครอง จำกัด กล่าวขอบคุณผู้บริโภค และกูรูทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ร่วมโหวตให้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวกล้องหอมนพคุณ จากข้าวมาบุญครอง จนได้รับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ด้านอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทย โดยรางวัลที่ข้าวมาบุญครองได้รับ เป็นความภาคภูมิใจของข้าวมาบุญครอง และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกท่าน ที่ใส่ใจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และยึดมั่นใจคุณภาพตั้งแต่กระบวนการปลูก จนถึงกระบวนการบรรจุลงถุง รวมถึงการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค ในการส่งมอบข้าวคุณภาพสายพันธุ์แท้บริสุทธิ์ ทำให้ข้าวมาบุญครองอยู่คู่ครอบครัวไทยมายาวนานกว่า 45 ปี และเราจะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาวงการข้าวของไทยต่อไป เพื่อยกระดับวงการข้าวไทย ให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมข้าวของโลกได้ และส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้านข้าวที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคทุกท่าน

โดยปัจจุบันข้าวมาบุญครอง แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพ ทั้งจากสายพันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพแท้บริสุทธ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพที่ผสมผสานกับธัญพืชที่เป็นซูเปอร์ฟู้ดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทั้งความอร่อย สุขภาพดี และคุ้มค่าตามสโลแกน Rice-Style for All Lifestyle,ไลฟ์สไตล์ไหนๆ ก็ Rice-Style ข้าวมาบุญครอง โดยผลิตภัณฑ์ของข้าวมาบุญครอง หาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ ไลน์ ออฟฟิเชียล ข้าวมาบุญครอง (@mahboonkrongrice)

จิรชาญ คัมภิรานนท์ รับรางวัล READER’S VOTE จาก วาสนา พลายเล็ก บก.ชีวจิต

จิรชาญ คัมภิรานนท์ รับรางวัล READER’S VOTE จาก วาสนา พลายเล็ก บก.ชีวจิต

พิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล รับรางวัล GURU’S PICK จาก วลีรัตน์ ศักดิ์ขจรยศ รอง กก.ผจก.บมจ.อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์

พิมลรัตน์ จิตต์ภาวนาสกุล รับรางวัล GURU’S PICK จาก วลีรัตน์ ศักดิ์ขจรยศ รอง กก.ผจก.บมจ.อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุน โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774355

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุน โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุน โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล, ธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะ กก.อำนวยการโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล, ศ.กิตติคุณ นพ.สมภพ ลิ้มพงศานุรักษ์ ประธานคณะ กก.คัดเลือกโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล, ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมด้วยผู้ได้รับพระราชทานทุน “โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” ประจำปี 2566

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และ ศ.กิตติคุณ นพ.สมภพ ลิ้มพงศานุรักษ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลได้ร่วมกันประกาศผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566 ณ ห้องจุฬาภรณ์ ตึกสยามินทร์ ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566

ผู้ได้รับพระราชทานทุน “โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” ประจำปี 2566 ได้แก่ คณิน หอศิริพร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เสนอโครงการ “การใช้แอปพลิเคชั่นโดยอาศัยหลักคำแนะนำสุขภาพจำเพาะบุคคลและทฤษฎีนัดจ์ (Nudge Theory) เพื่อช่วยเสริมสร้างการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่สองในคนอายุน้อยในประเทศไทย”, ณัฐณิชา มานะบริบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เสนอโครงการ “การบริหารสุขภาพโลกผ่านการศึกษานโยบาย Triple Billion Targets ขององค์การอนามัยโลก”, พีณประภา ตั้งประดับเกียรติ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอโครงการ “การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประชากรหมู่มาก โดยใช้วิธีการจัดการรูปแบบใหม่”, ศุภกฤต โฆษิตบวรชัย นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เสนอโครงการ “งานวิจัย Cohort เรื่อง การทดสอบยาและการดื้อยาในโมเดล ที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์ ในโรคมะเร็งเต้านมกลุ่ม Triple-negative”, สุวินัย จิระบุญศรี นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอโครงการ “การใช้เทคโนโลยีการสร้างอวัยวะจำลองเพื่อศึกษากลไกการก่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จากฝุ่นมลภาวะ PM2.5”

ทั้งนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2566 ทั้งสิ้น 13 คน จากสถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์ 6 แห่ง โดยผ่านเกณฑ์ตามคุณสมบัติของโครงการเยาวชนฯ 5 คน ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกโครงการเยาวชนฯ ได้พิจารณาคัดเลือกและนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน ได้พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับพระราชทานทุน ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศหรือในประเทศเป็นเวลา 1 ปี โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ และให้นับเวลาการไปครั้งนี้ รวมเป็นเวลาของการใช้ทุน หลังจากศึกษาแพทย์จบแล้วสำหรับโครงการเยาวชน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล จัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมใหญ่ สามัญประจำปีคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่2/2551 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยที่รัก และมุ่งมั่นในวิชาชีพแพทย์ ให้ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ดำเนินการโดยคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการดำเนินการ และคณะกรรมการคัดเลือก โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

ผู้ได้รับพระราชทานทุน “โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” ประจำปี 2566

ผู้ได้รับพระราชทานทุน “โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” ประจำปี 2566

บรรยากาศการประกาศผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

บรรยากาศการประกาศผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

คณิน หอศิริพร

คณิน หอศิริพร

ณัฐณิชา มานะบริบูรณ์

ณัฐณิชา มานะบริบูรณ์

พีณประภา ตั้งประดับเกียรติ

พีณประภา ตั้งประดับเกียรติ

ศุภกฤต โฆษิตบวรชัย

ศุภกฤต โฆษิตบวรชัย

สุวินัย จิระบุญศรี

สุวินัย จิระบุญศรี

‘ภณ,น้ำหวาน,เพื่อน,หลิงหลิง’ นำทีมดราม่าเข้มข้น ยกทีมถ่ายทำถึงบุรีรัมย์ ยิ่งกว่าสมจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774363

‘ภณ,น้ำหวาน,เพื่อน,หลิงหลิง’ นำทีมดราม่าเข้มข้น ยกทีมถ่ายทำถึงบุรีรัมย์ ยิ่งกว่าสมจริง

‘ภณ,น้ำหวาน,เพื่อน,หลิงหลิง’ นำทีมดราม่าเข้มข้น ยกทีมถ่ายทำถึงบุรีรัมย์ ยิ่งกว่าสมจริง

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นอีกฉากใหญ่ที่ “หน่อง-อรุโณชา” บอสใหญ่แห่ง “บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น” บรรจงสร้าง ตั้งแต่คัดสรรนักแสดง เสื้อผ้าไปจนถึงการถ่ายทำ ต้องบอกว่าเป็นโจทย์ที่ยากไม่น้อย ที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเป็นใครในการรับบทเรื่องราวพันปี ต้นกำเนิดเรื่องราวของทั้ง “บุพเพสันนิวาส” และ “พรหมลิขิต”จนได้บทสรุปออกมาเป็น “ภณ-ณวัสน์,น้ำหวาน-ภูริตา, เพื่อน-คณิน และ หลิงหลิง- ศิริลักษณ์” มารับบทเป็น “แม่ทัพอนิลบถ, เจ้าหญิงอทิตยา, ฑิฆัมพรราชา รวมถึง พระนางจันทราวดี” ซึ่งใครจะรับบทเป็นใครคงต้องไปชมกันในละคร

นอกจากนักแสดงมากความสามารถที่จะต้องมาบอกเล่าเรื่องราวสุดเข้มข้นแล้ว เสื้อผ้าหน้าผมยังเป็นโจทย์ที่ “พี่หน่อง” และทีมเสื้อผ้าเอง คิดหนักไม่น้อย กว่าจะออกมาสมบูรณ์แบบถูกใจ แต่ไม่ใช่แค่นั้น โลเกชั่นหลักที่ตัดสินใจเลือกถ่ายทำ เพื่อเล่าเรื่องได้สมจริงที่สุด ก็ตกผลึกกันออกมาเป็น“อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง” และ“ประสาทเมืองต่ำ” ไฮไลท์ของจังหวัดบุรีรัมย์ งานนี้ถ่ายทำกันอย่างเต็มความสามารถด้วยเวลาจำกัดเพียง 2 วันเท่านั้น และด้วยชุดที่ดีเทลรายละเอียดเยอะ กับสถานที่ถ่ายทำจริง ต้องบอกว่าภาพที่คิดไว้ของ“พี่หน่อง” และทีมงาน ออกมาได้สมบูรณ์แบบสุดๆ แต่ก็เรียกว่า ทั้ง 4 คนอาจจะต้องสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบางครั้งแดดจ้า อยู่ๆ ก็มืดครึม จนบางทีก็ฝนตกลงมา เรียกว่าโหดสุดๆ ไปเลย และแน่นอนว่า “พรหมลิขิต” เป็นละครที่ขยันสร้างเซอร์ไพรส์ให้คนดู ในเรื่องราวพันปีก็ยังคงมีอะไรพิเศษอีกแน่นอน

พลาดชมเรื่องราวต้นกำเนิด “บุพเพสันนิวาส” และ “พรหมลิขิต” ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงหนาออเจ้า วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคมนี้ เวลา 20.30 น. ทุกวันจันทร์ – พุธดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3 Plus

‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’ จ.พิษณุโลก สนุกไม่ซ้ำใคร ‘หลุยส์ เฮส’ แท็กทีมซุป’ตาร์7HDและ‘ต่าย-อรทัย’ส่งสุขปลายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774358

‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’ จ.พิษณุโลก สนุกไม่ซ้ำใคร ‘หลุยส์ เฮส’ แท็กทีมซุป’ตาร์7HDและ‘ต่าย-อรทัย’ส่งสุขปลายปี

‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’ จ.พิษณุโลก สนุกไม่ซ้ำใคร ‘หลุยส์ เฮส’ แท็กทีมซุป’ตาร์7HDและ‘ต่าย-อรทัย’ส่งสุขปลายปี

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เตรียมไปพบกับโชว์สนุกและเสียงเพลงบนเวที 7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์ ที่ช่อง 7HD พร้อมมอบความสุขส่งท้ายปลายปี ส่งตรงให้กับแฟนๆ โดยครั้งนี้ออนทัวร์ไปเสิร์ฟความบันเทิงกันที่บิ๊กซี พิษณุโลก พร้อมขนทัพนักแสดงช่อง 7HD นำโดย หลุยส์ เฮส, ยูโร-ยศวรรธน์,พิ้งค์พลอย-ปภาวดี, เจนนี่-ชยิสรา ร่วมด้วยเจด้า-ศรัณย่า,แชป-วรากร,ริว-ภัทรพงศ์ และ เสริมทัพความบันเทิงด้วยศิลปินรับเชิญ นักร้องลูกทุ่งสาวสวย เจ้าของฉายาราชินีดอกหญ้า ต่าย-อรทัยงานนี้การันตีความสนุกโดย 2 พิธีกรมากความสามารถ เนย-ปภาดา และ แอมป์-พีรวัศ

ล่าสุดเหล่าซุป’ตาร์ 7HD เรียงคิวเข้าห้องซ้อมพร้อมคัดเพลย์ลิสต์เพลงฮิต ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้าซึ้งๆ เพลงแดนซ์จังหวะสนุก รวมถึงโชว์เดี่ยว โชว์คู่ และกรุ๊ปโชว์สุดปัง โดยบรรยากาศในห้องซ้อมสนุกเต็มอรรถรส ปล่อยของ โชว์สกิลร้องและเต้น แบบที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนไปสนุกสนานในคอนเสิร์ต หลุยส์ เฮส หรือ ดราโกหนุ่มหล่อสายบู๊จากละครแอ๊กชั่น ผจญภัยฟอร์มยักษ์ แม่โขง ขอเปิดใจ ชวนแฟนๆ ให้มาร่วมสนุกไปด้วยกัน

“บรรยากาศการซ้อม 7 สีคอนเสิร์ตออนทัวร์ สนุกและคึกคักมาก ผมเองมีทั้งเพลงเดี่ยวและเพลงคู่ แฟนๆ ต้องไปลุ้นกันว่า ผมจะโชว์คู่กับใคร คาดไม่ถึงแน่นอน แต่บอกเลยว่าสนุกมากๆ และที่ขาดไม่ได้คือเพลงหมู่ พวกเราตั้งใจโชว์กันมาก ซ้อมกันจนเสียงแหบเลยทีเดียว ต้องบอกว่าผมได้ดูโชว์จากหลายๆ จังหวัดที่ผ่านมาโดยเฉพาะที่ จ.ราชบุรี ทุกคนจัดเต็มทั้งร้องและเต้น แฟนคลับหน้าเวทีสนุกสุดมัน เลยทำให้รอบนี้ผมต้องทำการบ้านหนักมาก กระตือรือร้น เพื่อทำโชว์ออกมาให้ดีที่สุด สมกับเป็นคอนเสิร์ตมอบความสุขส่งท้ายปี รับรองว่าจะทำให้แฟนๆ ร่วมสนุกร้องและเต้นไปกับพวกเรา 16 ธันวาคมนี้มาร่วมสนุกกันที่บิ๊กซี พิษณุโลก หรือเปิดช่อง 7HD ชมสดหน้าจอที่บ้านได้เลยนะครับ”

ติดตามชม “7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์” ในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ ที่บิ๊กซี พิษณุโลก งานเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยภายในงานจะมีซุ้มกิจกรรม จากช่อง 7HD และผู้สนับสนุนให้ได้ร่วมสนุก รับของรางวัลมากมาย และถ่ายทอดสดให้ได้รับชมบรรยากาศความสนุก เวลา 18.00 น.ทางช่อง 7HD กด 35 ชมสดออนไลน์ Facebook:Ch7HD และ Ch7HD Entertainment, YouTube /TikTok:Ch7HD เว็บไซต์และ แอปพลิเคชั่น Ch7HD และ BUGABOO.TV รับชมข่าวสารและความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV ช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และเว็บไซต์: www.ch7.com

‘ฮัท-ปรัชวินทร์’ ขอพักบทบาทแนวพีเรียด!!! ฟิตจับคู่ ‘ชิปปี้’สะท้อนความรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774360

‘ฮัท-ปรัชวินทร์’ ขอพักบทบาทแนวพีเรียด!!!  ฟิตจับคู่ ‘ชิปปี้’สะท้อนความรัก

‘ฮัท-ปรัชวินทร์’ ขอพักบทบาทแนวพีเรียด!!! ฟิตจับคู่ ‘ชิปปี้’สะท้อนความรัก

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รับบทบาทการแสดงในภาพยนตร์และละครแนวพีเรียดซะส่วนใหญ่ สำหรับหนุ่ม “ฮัท-ปรัชวินทร์ ภิรมย์ธาดารัตน์” ล่าสุดได้มาร่วมงานกับผู้กำกับมือฉมัง “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ในซีรี่ส์สุดเข้มข้นสะท้อนปัญหาชีวิตคู่เรื่อง “เปลือกรักปมลวง HANGOUT” ภายใต้การผลิตของ “บริษัทแอค อาร์ตเจเนเรชั่น จำกัด” ออกอากาศทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) กับบท “วราวุฒิ” ประกบคู่กับนางเอกสาว “ชิปปี้-ศิรินทร์ ปรีดียานนท์” ที่สะท้อนความรักอีกด้าน ซึ่ง “ฮัท” เผยถึงการทำงานให้ฟังว่า

“รับบทเป็นวราวุฒิ หนุ่มเชื้อสายจีนครอบครัวคนจีน มีกงสี เป็นลูกคนเล็ก แล้วก็ได้มาแต่งงานกับ นภา ที่รับบทโดยชิปปี้ เป็นพาร์ทหนึ่งของสัมคมแฮงเอาต์ ที่พวกผู้หญิงเขาจะมาแฮงเอาต์มาคุยกัน ในเรื่องของครอบครัวและเรื่องส่วนตัว ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเรื่องราวแตกต่างกันไป ผมก็จะเป็นพาร์ทหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาคุยกันถือเป็นพาร์ทวัยรุ่น ที่น่าสนใจ ถือเป็นบทที่เราไม่เคยเล่น เป็นตัวละครที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆซึ่งเรื่องนี้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันอย่างมาก ที่ผ่านมาผมจะเล่นพีเรียดซะส่วนใหญ่ แต่อันนี้จะเป็นซีรี่ส์ที่ได้เล่นในยุคปัจจุบัน เล่นกับนักแสดงใหม่ๆสิ่งแวดล้อมใหม่ ทำให้เป็นเรื่องที่สนุกท้าทาย อยากที่จะมาทำงานทุกวันเลยครับ สำหรับเรื่องนี้ผมขอชื่นชมคนแต่งและคนเขียนบทรวมทั้งผู้กำกับ ที่อยากจะสะท้อนชีวิตของมนุษย์ออกมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิตคู่ในแต่ละช่วงอายุ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สังคม วัฒนธรรมทุกอย่างถูกเชื่อมโยงกันหมดครับ ในแต่ละพาร์ทนำเสนอความขัดแย้งต่างๆ ซึ่งอันนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนดู ดูแล้วกลับไปมองย้อนถึงตัวเองและครอบครัวว่าที่ผ่านมามันเป็นยังไง เราทำหน้าที่ได้ดีพอแล้วหรือยัง หรือมันมีตรงไหนบกพร่องไปบ้าง ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้จากซีรี่ส์เรื่องนี้อย่างแน่นอนครับ ยังไงขอฝากแฟนๆติดตามด้วยนะครับ” ติดตามซีรี่ส์ “เปลือกรักปมลวง HANGOUT” ทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) ที่เดียวเท่านั้น

สุดยอดคอนเสิร์ตแห่งปี ‘BRING ME THE HORIZON LIVE IN BANGKOK 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774362

สุดยอดคอนเสิร์ตแห่งปี ‘BRING ME THE HORIZON LIVE IN BANGKOK 2023’

สุดยอดคอนเสิร์ตแห่งปี ‘BRING ME THE HORIZON LIVE IN BANGKOK 2023’

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตร็อกแห่งปี “BRING ME THE HORIZON LIVE IN BANGKOK 2023” ที่จัดโดยโปรโมเตอร์คอนเสิร์ตระดับอินเตอร์ “The Very Company” ได้ระเบิดความมันส์ไปแล้วเรียบร้อย เมื่อวันที่7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ยูเนียนฮอลล์พร้อมด้วยสเปเชี่ยลเกสต์วง “I PREVAIL” อัดแน่นความมันเต็มพิกัดกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีผู้ชมเข้าร่วมจนบัตร Sold Out หมดเกลี้ยง 7,000 ใบ

ความมันเริ่มขึ้นในช่วงหกโมงนิดๆ กับวง “I PREVAIL” วงโพสต์ฮาร์ดคอร์ชื่อดังจากอเมริกา ศิลปินรับเชิญของงาน ซึ่งขนเพลงเก่งของพวกเขามาปลุกความเดือดให้แฟนเพลงชาวไทยแบบยาวเหยียด ไม่ว่าจะเป็น “Bow Down” “Body Bag” “Self-Destruction” “Bad Things” รวมถึงเซอร์ไพรส์พิเศษ ด้วยการคัฟเวอร์ “Break Stuff” เพลงดังของ Limp Bizkit กับ “Chop Suey!” ของวง System of a Down ซึ่งเรียกเสียงเฮจากผู้ชมได้ลั่นสนั่นฮอลล์

ขณะที่ช่วงสองทุ่มตรง พระเอกของงานอย่าง “BRING ME THE HORIZON” ขึ้นเวทีมาท่ามกลางความตื่นเต้นของผู้ชมที่รอคอยการมาเยือนนานกว่า 4 ปี และเป็นการกลับมาพร้อมโปรดักชั่นสุดเท่ในคอนเซ็ปต์ Church of GENXSIS เวทีถูกตบแต่งอย่างงดงามประหนึ่งโบสถ์แห่งโลกอนาคตที่ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรับพรแห่งความมันจากบทเพลงของวง ทั้งเก่า และใหม่ ซึ่งล้วนสร้างความมันอย่างต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่ “Can You Feel My Heart” “AmEN!” “Teardrops” “Happy Song” และอื่นๆ ก่อนจะจบลงด้วยเพลงสุดฮิต “Drown” และ “Throne” รวมแล้วทั้งหมด19 เพลงเต็ม กับพลังงานอันพลุ่งพล่านของทั้งนักดนตรีและผู้ชมที่ร่วมกันสร้างโมเมนต์อันตราตรึง ที่จะอยู่ในใจแฟนๆ ไปอีกนาน

โดยคุณสมิทธิ เพียรเลิศ โปรโมเตอร์แห่ง “The Very Company” ได้กล่าวถึงงานครั้งนี้ว่า “ทางเวรี่รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่ได้นำความสุขอีกในอีกรูปแบบคอนเสิร์ตหนึ่งของวงมาให้คนไทยสัมผัส หลังจากที่เคยนําวงมาแสดงให้ชาวไทยได้มันส์เต็มอิ่มแบบเอาท์ดอร์กับคอนเสิร์ต “BRING ME THE HORIZONLive In Bangkok 2019”  ซึ่งครั้งนี้ปี 2023เป็นบิ๊กโปรดักชั่นในแบบอินดอร์ ที่ทุกคนได้ดูแบบเต็มประสบการณ์ความสนุกแบบร็อกๆเรียกได้ว่า ใครที่มาดูทั้ง 2 ครั้ง ก็จะได้ประสบการณ์ที่สุดยอดไปทั้ง 2 แบบ นี่คือเหตุผลที่ทางเราตั้งใจให้โชว์ครั้งนี้เป็นอินดอร์ อยากให้เห็นประสบการณ์ใหม่อีกแง่มุมนึงของ BRING ME THE HORIZON ทั้งโปรดักชั่นและการเพอฟอร์มของเขา ซึ่งเรียกได้ว่าชั่วโมงนี้ เป็นศิลปินเบอร์ต้นๆ ของโลกเพลงร็อกอย่างแท้จริงด้าน performance ในยุคปัจจุบัน

ติดตามกับ The Very Company กันได้ว่า ครั้งต่อไป จะพาศิลปินวงเด็ดวงใด มาให้ชาวไทยได้สัมผัสกันอีก ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด!!!

‘ไกด์-กันตพล’พ่อหนุ่มไมโครเวฟเผยบท‘พีช’ เปรียบเหมือนชีวิตตัวเองที่เดินตามฝัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774359

‘ไกด์-กันตพล’พ่อหนุ่มไมโครเวฟเผยบท‘พีช’ เปรียบเหมือนชีวิตตัวเองที่เดินตามฝัน

‘ไกด์-กันตพล’พ่อหนุ่มไมโครเวฟเผยบท‘พีช’ เปรียบเหมือนชีวิตตัวเองที่เดินตามฝัน

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นาทีนี้คงไม่มีรอยยิ้มไหนที่เห็นแล้วมีความสุขเท่ากับรอยยิ้มของ พีช หรือ “ไกด์-กันตพล ชมภูพันธ์”นักแสดงจากซีรี่ส์ “Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน” ที่เห็นแล้ว หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดูอบอุ่นสร้างพลังบวกแบบสุดๆ แถมงานนี้หนุ่มไกด์ ยังมาเล่าโมเมนต์พูดถึงการร่วมงานครั้งแรกกับ โอห์ม-ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ หรือ เชฟชิน ว่าประทับใจขนาดไหน พร้อมทิ้งท้ายแบบคมๆ ด้วยว่าบทพีชเปรียบเหมือนชีวิตของตนเอง ที่มีความฝันมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ และพร้อมที่จะเดินไปด้วยความตั้งใจและทำมันให้สำเร็จ โดย “ไกด์”เผยถึงความรู้สึกที่ได้รับโอกาสถ่ายทอด บทพีช ในครั้งนี้ว่า

“ไกด์รู้สึกว่าบทพีช เป็นบทที่น่าสนใจมาก เพราะพีชเค้าจะเป็นเด็กหนุ่มที่สดใสมาก และมีความฝันว่าวันหนึ่งเราจะได้มีโอกาสเปิดร้านเบเกอรี่ในจุดนี้เองเราได้มีการนำคาแร็กเตอร์ในซีรี่ีส์ที่เค้ามีฝัน มาปรับใช้ในชีวิตไกด์ด้วย ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยนะครับ คือความพยายามและความตั้งใจ อย่างการทำขนมมันมีอยู่ทั้งหมดสามขั้นตอน คือการเตรียมวัตถุดิบ การทำ และ การอบ การทำขนมทุกขั้นตอนเราต้องใส่ใจไม่เช่นนั้นผลที่ออกมา แป้งอาจจะแข็ง เละไปบ้าง ไกด์เลยมองว่ามันก็เหมือนงานที่ไกด์กำลังทำอยู่ตอนนี้ อนาคตไกด์ไม่รู้หรอกว่าหนทางการเป็นนักแสดงของเราจะไปสิ้นสุดในจุดๆ ไหนแต่ไกด์อยากทำให้ระหว่างทางและทุกๆ ขั้นตอนออกมาดีที่สุด เฉกเช่นครั้งนี้ไกด์ก็ได้รับโอกาส มาเล่นบทนำครั้งแรกในซีรี่ส์ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส ตอนแรกผมก็มีเกร็งนะครับ แต่ผมก็พยายามปลอบใจตัวเองทำทุกอย่างให้ไม่กดดันมากที่สุด เพราะในเมื่อเราได้รับโอกาสมาแล้ว ไกด์ก็อยากทำให้ทุกอย่างเต็มที่ที่สุด ถามว่าคาดหวังมากไหม ผมก็คาดหวังนะครับแต่ในส่วนพาสของนักแสดงไกด์และพี่ๆ ทุกคนได้ทำผลงานออกมาอย่างเต็มที่ที่สุดแล้วและการได้ร่วมงานกับพี่ๆ ทุกคนเป็นสิ่งที่เรามีความสุขมากๆ อย่างตัวพี่โอห์ม ตอนแรกที่ร่วมงานกับพี่โอห์มไกด์ก็มีเกร็งและกดดันนิดนึงครับ(ยิ้ม) เพราะด้วยความที่พี่โอห์มเค้าเป็นรุ่นพี่ก็จะมีความรู้สึกเกร็งและรู้สึกกลัวว่าเราจะสามารถเข้าไปพูดเล่นอะไรกับเค้าได้หรือเปล่า พอรู้จักจริงๆ พี่โอห์มเป็นคนที่น่ารักมากๆ เลยทำให้การทำงานออกมาสมูท สุดท้ายนี้ ไกด์อยากให้ทุกคนได้ชมผลงานเรื่องนี้ของไกด์มากจริงๆ นักแสดงทุกคนเต็มที่ตั้งใจกันสุดๆ ตอนนี้เรื่องราวก็ดำเนินมา 3 อีพี กำลังเข้าอีพีที่ 4 แล้ว เมื่อความสัมพันธ์เริ่มขยับ ความสัมพันธ์เริ่มถอยห่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามซีรี่ส์ “Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน” ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27, รับชมย้อนหลังได้ที่แรกที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชั่น, เว็บ และกล่อง TrueID,ส่วน Inter-national Fandom รับชมผ่าน GagaOOLala พร้อมติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ 5 หนุ่ม Bake Me Please ได้ทาง FACEBOOK / X / TikTok / Instagram : Bake Me Please The Series”

‘วชิราวุธวิทยาลัย’คว้าตำแหน่ง‘ยุวทูตสันติภาพ’จากกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมบินไปวาติกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774443

‘วชิราวุธวิทยาลัย’คว้าตำแหน่ง‘ยุวทูตสันติภาพ’จากกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมบินไปวาติกัน

‘วชิราวุธวิทยาลัย’คว้าตำแหน่ง‘ยุวทูตสันติภาพ’จากกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมบินไปวาติกัน

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.49 น.

กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ดำเนินการโครงการ“ยุวทูตสันติภาพสู่นครวาติกัน” สถานที่ประทับสมเด็จพระสันตะปาปา และอิตาลี โดยเป็นโครงการยุวทูตสันติภาพ ปีที่ 2 ที่กระทรวงศึกษาธิการร่วมจัดกับภาคีเครือข่าย โดยปีนี้ใช้ชื่อโครงการ ยุวทูตสันติภาพ เยาวชนต้นแบบ Youth point of view สู่นครวาติกัน แดนศักดิ์สิทธิคริสต์ศาสนา เปิดโอกาสให้เยาวชนที่ชนะเลิศ จะได้เป็นผู้แทนประเทศไทย เดินทางไปทำข่าว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ นครวาติกัน พร้อมทัศนศึกษาประเทศอิตาลี

11 ธันวาคม 2566 นายปรีดี ภูสีน้ำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการแข่งขันการประกวดคลิปวิดีโอสั้น Tik Tok ส่งเสริมสันติภาพ รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้โครงการ ยุวทูตสันติภาพ : เยาวชนต้นแบบ – Youth’s Point of View สู่นครวาติกัน แดนศักดิ์สิทธิ์คริสต์ศาสนา โดยผู้ให้การสนับสนุนรางวัลและทุนการศึกษา ได้แก่ นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ อุปนายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย และนายธนกฤษ เรืองทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรืองทอง กรุ๊ป จำกัด มอบทุนการเดินทางสู่นครวาติกันและประเทศอิตาลี

นายรัชพล สุวรรณโชติ นายสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย กล่าวว่า ตามที่สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้รับเชิญจาก คณะเดินเพื่อสันติภาพ walk for Peace โดยการนำของพระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานคณะพระธุดงค์สันติภาพโลก ให้เข้าร่วมกิจกรรมการเข้าพบผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ผมจึงต้องการเปิดโอกาสให้เยาวชน และคณะผู้แทนผู้บริหาร อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา จากประเทศไทย ได้มีโอกาสเดินทางไปในสถานที่อันศักดิ์สิทธิเช่นเดียวกับผม โดยนครวาติกัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่า เพราะเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดของศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ผมจึงได้นำโครงการมาสานต่อกับโครงการเดิมของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ร่วมกับมูลนิธิปฏิสมุทรบาท ซึ่งมีหลวงพ่ออำนาจ โอภาโส พระผู้ริเริ่มโครงการสร้างประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสันติภาพโลก เป็นประธานโครงการ พร้อมด้วยสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย และภาคีเครือข่าย ที่ดำเนินการโครงการยุวทูตสันติภาพ ไทยสู่ยุโรป ปีที่ 1 (2565) เดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศเยอรมันและสวิสเซอร์แลนด์ สำเร็จไปแล้ว โดยในปีนี้ ทางสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพหลักกับกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนินการ โครงการ ยุวทูตสันติภาพ เยาวชนต้นแบบ Youth point of view สู่นครวาติกัน แดนศักดิ์สิทธิคริสต์ศาสนา โดยมีท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทย และบุคลากรในด้านการศึกษาของไทย ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในนครวาติกัน อันเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ และทัศนศึกษา ณ ประเทศอิตาลี อันเมืองแห่งประวัติศาสตร์ระดับโลก

ผลการแข่งขันยุวทูตสันติภาพ สู่นครวาติกัน มีดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ตำแหน่งยุวทูตสันติภาพ ได้แก่ นายแทนคุณ ตรีนิภากร จาก วชิราวุธวิทยาลัย

รองชนะเลิศลำดับที่ 1 นางสาวกุลภรณ์ ภัทรพงษ์บวร จาก โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา

รองชนะเลิศลำดับที่ 2 นายวีรากร ระวีกุล จาก โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

รางวัลยอดเยี่ยม 7 รางวัล ได้แก่

1.นางสาวเบญญาภา ดีประเสริฐทรัพย์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต

2.นายสุรพงษ์ มั่นกำเนิด  วิทยาลัยการอาชีพพนมทวน

3. นางสาวพิชญา วงษ์อนันต์  โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย

4. นางสาวกานต์มณี ขันนุ้ย   โรงเรียนอิสมาอีลียะห์มูลนิธิ

5. นางสาวธาณุมาส โคตรสุโพธิ์    โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม

6. นายสิรธีร์ เกตุรัตน์ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ

7. นายอธิภัทร เฉลิมศรี กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง

8. นายนฤสรณ์ นุ่นชูผล โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง

นายแทนคุณ ตรีนิภากร นักเรียนจากวชิราวุธวิทยาลัย ผู้คว้าตำแหน่ง ยุวทูตสันติภาพ สู่นครวาติกัน กล่าวว่า “เรื่องสันติภาพ เป็นเรื่องระดับโลก ที่ทั่วโลกกำลังให้ความคิดเห็นแตกต่างหลากหลายในหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผมคิดว่าในฐานะเราเป็นเยาวชน ผมมองว่าเราควรเป็นผู้ที่สื่อสารออกให้ทั้งโลกได้รู้ว่า เราต้องการสันติภาพ เป็นตัวแทนของคนที่กำลังประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรง เราในฐานะเยาวชนก็ควรที่จะรณรงค์ให้เกิดสันติภาพในหมู่คนทั่วไปทุกกลุ่ม ทุกระดับ ทุกประเทศได้ครับ”

ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท และจะได้เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมรายงานข่าว ด้านสันติภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม ณ นครวาติกัน และสาธารณรัฐอิตาลี