‘ศธ.’เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774435

‘ศธ.’เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’

‘ศธ.’เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 08.26 น.

‘คารม’เผย‘ศธ.’เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’ มุ่งเน้นลดภาระ สร้างความสุข

11 ธันวาคม 2566 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งให้นักเรียน เรียนหนังสืออย่างมีความสุข และให้ความสำคัญต่อคุณภาพของครูและเด็กนักเรียนทั้งประเทศ และที่สำคัญที่สุด รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย รวมไปถึงการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของนักเรียนทุกคน

นายคารม กล่าวว่า พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 – 2568  มุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ โดยเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจากทุกภาคตามคำกล่าว “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” และกำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย คือ ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาและลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง

นายคารม กล่าวว่า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ตามนโยบายของรัฐบาลและเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำแนวทาง “การลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้” สำหรับครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางในการมอบหมายการบ้านแก่ผู้เรียนให้มีความเหมาะสม และใช้การบ้าน เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้และประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อีกทางหนึ่ง โดยได้

ทั้งนี้ แจ้งให้สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาทุกเขตเน้นย้ำ ให้สถานศึกษาในกำกับ ดำเนินการให้การมอบหมายการบ้านแก่นักเรียนเป็นไปอย่างเหมาะสม เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างสูงสุด มุ่งหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ให้การบ้านเป็นเครื่องมือในการ พัฒนาการเรียนรู้และเป็นเครื่องมือประเมินเพื่อ พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน

ม.มหิดล จับมือธนาคารทรัพยากรชีวภาพฯ พัฒนาฐานข้อมูลจัดเก็บทรัพยากรชีวภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774368

ม.มหิดล จับมือธนาคารทรัพยากรชีวภาพฯ พัฒนาฐานข้อมูลจัดเก็บทรัพยากรชีวภาพ

ม.มหิดล จับมือธนาคารทรัพยากรชีวภาพฯ พัฒนาฐานข้อมูลจัดเก็บทรัพยากรชีวภาพ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล โดยโครงการจัดตั้งสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (National Biobank of Thailand) หรือ NBT ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา เรื่อง “การพัฒนาระบบบริหารจัดการและเผยแพร่ฐานข้อมูลพืชและทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลและการจัดเก็บทรัพยากรทางชีวภาพที่พบในอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ อาทิ ฐานข้อมูลออนไลน์ แพลตฟอร์มสารสนเทศสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเผยแพร่และเชื่อมโยงข้อมูลทรัพยากรชีวภาพระหว่างหน่วยงาน ในการศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน

ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า NBT เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศที่สำคัญกำกับดูแลโดยไบโอเทค สวทช. มีพันธกิจหลักในการสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพที่มีค่าของประเทศอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพที่สำคัญ ยกระดับการบริหารจัดการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพผ่านดูแลตัวอย่างทรัพยากรฯ แบบระยะยาว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายอนุรักษ์ฯ เพื่อช่วยประเทศไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติเป็นแหล่งปลูกและรวบรวมพืชสมุนไพรมากกว่า 900 ชนิด ซึ่งถือว่ามีจำนวนที่มากที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย จาก Botanic Gardens Conservation International สหราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวด้านการเรียนรู้สมุนไพร พฤกษศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs และโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทย

ทั้งนี้การร่วมมือกันของสองหน่วยงานจะนำไปสู่การบริหารจัดการตัวอย่างทรัพยากรชีวภาพพืชและเผยแพร่ฐานข้อมูลตัวอย่างเหล่านี้ รวมไปถึงการจัดเก็บตัวอย่างพืชและทรัพยากรชีวภาพที่พบในอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ เพื่อการศึกษา วิจัย และพัฒนาและนวัตกรรมต่างๆ ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรชีวภาพ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

“ความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยเฉพาะทางเทคโนโลยีและกำลังคนผู้เชี่ยวชาญด้านระบบฐานข้อมูล จะช่วยให้ระบบการบริหารจัดการและเผยแพร่ฐานข้อมูลพืชและทรัพยากรชีวภาพของอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ ได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง” ศ.นพ.บรรจง ระบุ

อย่างไรก็ดีหนึ่งในเป้าหมายหลักด้านการอนุรักษ์ฯ ของโครงการจัดตั้งสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ คือการผลักดันให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรชีวภาพของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปช่วยในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทรัพยากรชีวภาพในส่วนต่างๆ ของประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาประเทศและสร้างมูลค่าทางเศรฐกิจของประเทศจากการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับอุทยานฯ มีพื้นที่รวม 140 ไร่ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรอย่างครบวงจร และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสมุนไพรและธรรมชาติวิทยาระดับโลก

มทร.ธัญบุรี เปิดบ้านราชมงคล67 ชูมหา’ลัยนวัตกรรม จุดพลังเยาวชน ศึกษา ป.ตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774367

มทร.ธัญบุรี เปิดบ้านราชมงคล67 ชูมหา’ลัยนวัตกรรม จุดพลังเยาวชน ศึกษา ป.ตรี

มทร.ธัญบุรี เปิดบ้านราชมงคล67 ชูมหา’ลัยนวัตกรรม จุดพลังเยาวชน ศึกษา ป.ตรี

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จัดงาน “เปิดบ้านราชมงคลธัญบุรี 2567” โดยมี นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน ณ หอประชุมราชมงคล มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ชูจุดเด่นเพื่อตอกย้ำมหาวิทยาลัยนวัตกรรมด้วยผลงานวิจัย นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจุดพลังแก่เยาวชน ในการเลือกศึกษาระดับปริญญาตรี

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้จัดงานวิชาการราชมงคลธัญบุรี “RMUTT Open House 2024-เปิดประตูสู่ มทร.ธัญบุรี”ในรูปแบบของกิจกรรมการเปิดบ้าน เพื่อแสดงผลงานวิจัย นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ แสดงศักยภาพการจัดการศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน โดยทั้งหมดนี้อยู่บนฐานแนวคิดมหาวิทยาลัยนวัตกรรม ที่สร้างคุณค่า สู่สังคมและประเทศ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดของทั้ง 12 คณะ และหน่วยงานภายใน มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของนวัตกรรมที่มุ่งหมายสู่มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมหรือ INNOVATIVE UNIVERSITY ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1.การเรียนรู้สู่การเป็นนวัตกรรม 2.การวิจัยเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม 3.การบริการวิชาการและเพิ่มคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมด้วยนวัตกรรม และ 4.การบริหารจัดการด้วยนวัตกรรม เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาผู้ปกครอง คุณครู อาจารย์แนะแนว และผู้สนใจทุกคนได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดประตูสู่ มทร.ธัญบุรี เพื่อสัมผัส ทดลองและเจาะลึกเกี่ยวกับการเรียนการสอน 12 คณะ โดยเฉพาะหลักสูตรที่รองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมในอนาคต นอกจากนี้ยังมีนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมในระดับนานาชาติ รวมทั้งมีโชว์สุดยอดกิจกรรม การแสดง และการประกวดของเหล่านักศึกษา ศิษย์เก่าและคณาจารย์ และยังมีมหกรรมสินค้าอาหารจาก Rmutt Walking Street

ตัวอย่างผลงานวิจัย นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน เช่น เครื่องมือวัดทางรถไฟขนาด 1 เมตร สำหรับวัดขนาดทางและระดับตามขวาง,รถตรวจการณ์ ทางรถไฟแบบอัตโนมัติ, นวัตกรรมแห่งพู่กันสีน้ำ-Innovation Brush Watercolor Painting, กรรมวิธีการผลิตเฟรนด์ฟรายส์จากผงโปรตีนจิ้งหรีดเพื่อทดแทนการใช้มันฝรั่ง และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีสารสกัดสเต็มเซลล์จากพืชสมุนไพรที่กักเก็บรูปแบบไมโคร/นาโนพาร์ทิเคิลเพื่อขับเคลื่อนโมเดล BCG โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.rmutt.ac.th และ Facebook Fanpage : rmutt.official

ด้าน นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า กิจกรรม RMUTT Open House 2024 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งในด้านวิชาการ และสอดรับกับแนวนโยบายสำคัญหนึ่งของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะการมุ่งสู่มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม ของ มทร.ธัญบุรี ซึ่งกิจกรรมที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้นับเป็นประโยชน์ด้านวิชาการ ที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาและขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมความคิด เพื่อการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย แนะนำหลักสูตร การเรียนการสอน ที่จะทำให้เห็นภาพ และเห็นเป้าหมายของตนเองในอนาคต เกี่ยวกับการเลือกศึกษาต่อในสาขาวิชาที่ต้องการ และการประกอบอาชีพ ซึ่งจะช่วยให้ได้คำตอบและมองเห็นโอกาสต่อไป

หนาวนี้เช็คอิน ลำตะคอง ศึกษาพรรณไม้หายาก ผ่านนิทรรศการ‘มหัศจรรย์พรรณไม้ Flora’s Tale’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774365

หนาวนี้เช็คอิน ลำตะคอง ศึกษาพรรณไม้หายาก ผ่านนิทรรศการ‘มหัศจรรย์พรรณไม้ Flora’s Tale’

หนาวนี้เช็คอิน ลำตะคอง ศึกษาพรรณไม้หายาก ผ่านนิทรรศการ‘มหัศจรรย์พรรณไม้ Flora’s Tale’

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลมหนาวมาเยือน อากาศเริ่มเย็นสบาย หากใครกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชวนเช็คอิน “ลานกางเต็นท์” เปิดโล่งบนพื้นที่ 7 ไร่ พร้อมชมวิวจากเขื่อนลำตะคอง ที่ถูกรายล้อมรอบด้วยพื้นน้ำและภูเขา ซึ่งเป็นกิจกรรมมิติใหม่ที่สถานีวิจัยลำตะคอง จ.นครราชสีมา จัดขึ้นในช่วงหน้าหนาวปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ลานกางเต็นท์ @วว. Lamtakhong Camping Site ประกอบด้วย ลาน Camp Car บนพื้นที่ 2 ไร่ ลานจอดรถพื้นที่ 1 ไร่ พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับให้บริการผู้มาเยือนอย่างครบครัน อาทิ ห้องน้ำ ห้องสุขา จุดล้างจาน จุดต่อไฟฟ้า รถเข็นสำหรับขนย้ายสัมภาระ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่จะดูแลนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ที่บริการเครื่องดื่มและขนมจำหน่ายภายในสถานี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจรักษ์โลก และพร้อมรับพลังงานชีวิตจากธรรมชาติไปด้วยกัน ที่สำคัญ วว. Lamtakhong Camping Site อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพื้นที่ได้แต่เจ้าของต้องดูแลเรื่องการขับถ่ายและไม่ให้ไปรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่น

สำหรับคนที่ชื่นชอบบันทึกการเดินทางด้วยภาพถ่าย บริเวณโดยรอบที่ไม่ไกลจากลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง วว. ได้สร้างสรรค์จุดเช็คอินในบรรยากาศ Chic & Cool ที่รายล้อม
ด้วยพรรณไม้ดอกนานาชนิด ซึ่งนักวิจัยของ วว. ได้พัฒนาสายพันธุ์ให้แข็งแรง ปลอดโรคพืช และนำไปส่งเสริมให้กับเกษตรกร สามารถสร้างงาน เสริมรายได้อีกด้วย

นอกจากลานกางเต็นท์ ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ยังมีจุดไฮไลท์สำคัญที่แนะนำให้นักท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมชม เพื่อเพิ่มความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทางด้านเกษตรและพฤกษศาสตร์ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการ “มหัศจรรย์พรรณไม้ (Flora’s Tale)” โดยที่รวบรวมพรรณไม้หายากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศรวมทั้งเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์แมลงเขตร้อน ซึ่งเป็นจุด Check-in ที่ไม่ควรพลาด ในการชมแมลงมีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและการเกษตร รวมถึงห้องภาพที่รวบรวมภาพถ่ายแมลงนานาชนิดและงานศิลป์ที่เชื่อมโยงระหว่างวิถีชีวิตของคนและแมลง

สามารถจองและสอบถามรายละเอียดได้ที่ https://page.line.me/429msfab หรือโทร. 086-8663189 (วิเซ็น), 087-8793330 (อรุณวรรณ) Location : https://maps.app.goo.gl/BhEoAHCbfVd5DfoU6

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2746881

"อุษา สมบูรณ์" จัดประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมโรงเรียนนานาชาติ

11 ธ.ค. 2566 04:55 น.

“อุษา สมบูรณ์” จัดประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมโรงเรียนนานาชาติ

@อุษา สมบูรณ์ จัดประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมโรงเรียนนานาชาติ พร้อมได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมอีกสมัย โดยมี วิรัช อมรพัฒนา, ดร.จิรยุทธ์ มหัทธนกุล, ดร.ซาส์ช่า เฮ็คมันน์ และ คริส แซมมอนส์ เป็นคณะกรรมการด้วย ที่โรงแรมเรเนซองส์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2566

  • การเมืองวันนี้ เป็นยุค ของธุรกิจการเมือง เต็มรูปแบบ……เป็น การเมืองภายใต้ระบบอุปถัมภ์ และอยู่ในอาณัติของ ผู้มีอิทธิพลทางการเมือง….อุดมการณ์ถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก…..แลกกับ อำนาจและผลประโยชน์ตอบแทน…..ส่องไฟเข้าไปใน พรรคประชาธิปัตย์ หลัง เลือกกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคคนใหม่….ประชาธิปัตย์ที่ไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าต่อไป ประชาธิปัตย์ จะเป็นพรรคต่ำสิบ หรือเกินร้อย…..เป็นสัญญาณบ่งบอกถึง ความล่มสลาย ของพรรคการเมืองและอุดมการณ์ทางการเมืองที่กินไม่ได้…..ประโยคเด็ดอดีตนายกฯ อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชวน หลีกภัย….เมื่อเขาดูแลมาเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 4 ปี ก็ต้องเลือกเขา….เป็นนัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง……. ถึงชื่อพรรคจะเปลี่ยนไม่ได้ แต่อุดมการณ์ของพรรคย่อมเปลี่ยนไปตามสภาพของธุรกิจการเมืองได้เสมอ…..หรือคำว่า Money Politics (ธนกิจการเมือง) ที่ครั้งหนึ่งอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เคยพูดถึง…ไม่ว่าจะแตกต่างหรือความหมายเดียวกัน….แต่การเติบโตของ การทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงการเมือง ที่มากกว่าเงินและอำนาจ….ยังครอบงำ การเมืองการปกครองประเทศไทย นำไปสู่การล่มสลายและกับดักวงจรอุบาทว์ไม่มีที่สิ้นสุด
คู่สวีต นิจพร จรณะจิตต์ และ แอ๊บบี้ อินซูนซ่า มาร่วมอวยพรในพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์มงคลสมรสระหว่าง เอเดรียน บุตรี เกแลน-กลอเรีย แมคแคนซ์ กับ ไคย์ เวิร์นสตรอม บุตร โรเบิร์ต เวิร์นสตรอม-ป้อม วัฏฏะสิงห์ ที่ห้องออเธอร์ส เลานจ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • และไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็น ผู้นำพรรคคนใหม่…จะเป็นการกำหนดทิศทางและอนาคตของ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ชัดเจนขึ้น…..และเป้าหมายของ การเลือกหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคในวันนี้…..จะมีคำตอบถึง การเข้าร่วมรัฐบาล ของ ประชาธิปัตย์ในปีหน้า หลังจาก เดือน ก.พ.ไปแล้ว….กรรมจะเป็นเครื่องชี้เจตนา
จากหอการค้า ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และ สนั่น อังอุบลกุล มอบรางวัลประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2566 โดยมี วิชัย อัศรัสกร, ธวัชชัย เศรษฐจินดา, วีนัส อัศวสิทธิถาวร และ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย มาร่วมงานด้วย ที่ ม.หอการค้าไทย วันก่อน.
  • เรื่องหมูเถื่อนยังเป็นวิบากกรรม ตามเช็กบิล ข้าราชการ บิ๊กนักการเมือง และนักธุรกิจใหญ่…ล่าสุด อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) แจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ อดีตนักข่าวสำนักข่าวดัง ในข้อหา กรรโชกทรัพย์ หลังพบว่ามีการเรียกรับเงินจาก บริษัทเดินเรือ โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ส่งมอบให้ กรมปศุสัตว์ เพื่อใช้ในการฝังกลบหมูเถื่อนจำนวน 161 ตู้ จำนวนรวมทั้งสิ้น 12 ล้านบาท….งานเข้าอีกกระทง …….ไหนๆก็ไหนๆ…..กรณีที่ วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ หัวหน้าชุดสอบสวนคดี 140 ล้าน…อ้างมีคำสั่งจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้มีการแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนชุดใหม่ จาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เป็น พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผช.ผบ.ตร. โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและความรับผิดชอบในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ…..หมากเกมนี้ยังตามล้างตามเช็ดไม่จบ……เรื่องฉาวใน แวดวงสีกากี ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ทั้งพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนบุคคล หรือที่เกี่ยวข้องกับคดีสำคัญร้ายแรงโผล่เป็นรายวัน…..หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก
แก้ปัญหา ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. มาร่วมกิจกรรม “โค้ชชิ่ง เอ็มพาวเวอร์ ไทย ยูธ ทูบิว อะ เบทเทอร์ แบงค็อก” นำความรู้ผู้บริหารกลุ่มสิงเทลและเอไอเอสส่งต่อเยาวชนเพื่อแก้ปัญหาเมืองในอนาคต โดยมี สายชล ทรัพย์มากอุดม มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ต้องแปะไว้ข้างฝา การที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน มอบหมายให้ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน การประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ในโอกาส วันต่อต้านคอร์รัปชันสากลภายใต้แนวคิด ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต้านโกง……ระบุ ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศไทย เป็นปัญหาเรื้อรังที่สั่งสมมานาน….ถึงเวลาที่เราจะฟื้นคืนความเชื่อมั่น ความโปร่งใสของการบริหารราชการทุกระดับ ร่วมมือในการสร้างสังคมไทยที่ปราศจากคอร์รัปชัน….ประพฤติปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่กระทำทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรมยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน……สัญญาแล้วนะ
มีฝีมือจริง อุษา สมบูรณ์ จัดประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมโรงเรียนนานาชาติ พร้อมได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมอีกสมัย โดยมี วิรัช อมรพัฒนา, ดร.จิรยุทธ์ มหัทธนกุล, ดร.ซาส์ช่า เฮ็คมันน์ และ คริส แซมมอนส์ เป็นคณะกรรมการด้วย ที่โรงแรมเรเนซองส์ วันก่อน.
  • ที่ยังงงๆ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ กระทรวงมหาดไทย เปิดรับลงทะเบียนหนี้นอกระบบใน 76 จังหวัด และ กทม. …ระหว่าง 1-7 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีลูกหนี้และเจ้าหนี้ สนใจลงทะเบียน กว่า 8 หมื่นราย มูลหนี้เกือบ 4 พันล้านบาท…คาดว่า จนถึงวันที่ 31 มี.ค.2567 เป็นวันสุดท้ายการลงทะเบียน…จะมีประชาชนมาลงทะเบียนประมาณ 1 ล้านราย…..งานนี้ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมหาดไทย ตั้งข้อสงสัยจากการสำรวจผ่านระบบ ThaiQM พบมีลูกหนี้นอกระบบประมาณ 260,000 ราย…ดำเนินการแก้ไขไปเกือบหมดแล้ว เหลือประนอมหนี้ประมาณ 23,000 ราย…แต่การลงทะเบียนหนี้นอกระบบเพียง 7 วัน…ยังมีลูกหนี้เกือบ 80,000 ราย…..แสดงว่า คนไทยเป็นลูกหนี้เพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว หรือ ข้อมูลผิดพลาดจากมหาดไทยเอง…..หรือไม่ก็ วิธีการประนอมหนี้ล้มเหลว
อร่อยมาก พัชรินทร์ เหมอังกูร และ อเล็กซ์ ฮิวส์ จัดงาน “Rougie Dinner” ครั้งที่ 16 เพื่อฉลองตับห่านแบรนด์ดังจากฝรั่งเศสได้รับความนิยมมายาวนาน โดยมี อัลวาโร จิล นาวาร์โร, อลัง รูเจีย, จอห์นนี คัง และ โดมินิค บูเนียวด์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • สถานการณ์ การช่วยเหลือตัวประกันแรงงานไทยในอิสราเอล….ตามคำบอกเล่าของ ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ…ขณะนี้ยังมี คนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน จำนวน 8 ราย….มี คนไทยที่เดินทางกลับประเทศไทย แล้วกว่า 9 พันคน ส่วนอีกกว่า 2 หมื่นคนไม่ประสงค์จะกลับไทย…ขณะนี้ สถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาสบริเวณ กาซา ยังมีความรุนแรง…ต้องรอให้มีการเจรจาหยุดยิงอีกรอบ…จึงจะหาทางช่วยเหลือ ตัวประกันแรงงานไทย ที่เหลือ…จบข่าว
ตามไปช็อป ณัฐธีรา บุญศรี, รวิศรา จิราธิวัฒน์ และ อนันต์ ตันติปัญญาคุณ เปิด “ห้างเซ็นทรัล เวสต์วิลล์” เดสติเนชันการช็อปปิ้งแห่งใหม่สินค้ากว่า 700 แบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก โดยมี จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ และ รัฐปรัชญ์ ธนสินศิริภัทร์ มาร่วมงานด้วย ที่ถนนราชพฤกษ์ วันก่อน.
  • สถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์นี้….กลุ่มประเทศ OPEC+ อาสาสมัครลดการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจ ส่งผลในการลดการผลิตน้ำมันดิบไปจนถึงปีหน้า ราคาน้ำมัน ตลาดเบรนท์ อยู่ที่ 80.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล….เวสต์เท็กซัส 75.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ ดูไบ ที่ 82.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล….ออกเทน 95 สำเร็จรูป ที่ 96.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ ดีเซลสำเร็จรูป ที่ 104.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล…..เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวผ่านต้นทุนวัฒนธรรม Soft Power of Thailand ททท.ชวนนักท่องเที่ยวเดินทางสัมผัส ปรากฏการณ์แห่งแสง สี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับงาน VIJIT CHAO PHRAYA 2023 ตลอดเดือน ธ.ค.นี้….ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา ททท. ขยายความร่วมมือ แอร์ แคนาดา ต้อนรับการกลับมาบินตรงแวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ เป็นสัญญาณบวกการท่องเที่ยวไทย.
ไม่ธรรมดา ธณพร ตันติยานนท์ และ อรธิดา บุญเปี่ยมศักดิ์ จัดงาน “สยามพารากอน เดอะ กลอเรียส สเตจ ออฟ เดอะ เวิลด์ เฟสติวัล” พร้อมโชว์ชุดพิเศษจากฝรั่งเศสต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี โดยมี ทวิดา กมลเวชช และ แพทริส คาร์พอนทิเยร์ มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

ช็อก เครื่องบิน F-16 กองทัพสหรัฐฯ ตกในทะเล ที่เกาหลีใต้ นักบินดีดตัวทัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747050

ช็อก เครื่องบิน F-16 กองทัพสหรัฐฯ ตกในทะเล ที่เกาหลีใต้ นักบินดีดตัวทัน

11 ธ.ค. 2566 10:26 น.

ช็อก เครื่องบิน F-16 กองทัพสหรัฐฯ ตกในทะเล ที่เกาหลีใต้ นักบินดีดตัวทัน

(ภาพประกอบ)

เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพสหรัฐฯ ประสบเหตุตกกลางทะเล นอกชายฝั่งเกาหลีใต้ นักบินดีดตัวออกจากเครื่องบินได้ทัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุร้ายแรง เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพสหรัฐฯ ประสบเหตุตกในทะเลเหลือง นอกชายฝั่งเกาหลีใต้ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม 2566 โชคดีที่นักบินสหรัฐฯ ประจำเครื่องบินขับไล่ลำนี้สามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินได้ทัน

ตามรายงานข่าวระบุว่า เครื่องบินขับไล่ F-16 ลำนี้ประสบเหตุจนนักบินต้องตัดสินใจดีดตัวออกมาจากเครื่องบิน หลังเพิ่งทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในเมืองกุนซาน เพื่อซ้อมบินตามปกติ และจุดที่เครื่องบินขับไล่ F-16 ตกอยู่ห่างจากกรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้ ประมาณ 111 ไมล์

เบื้องต้น มีรายงานนักบินสหรัฐฯ ได้รับความช่วยเหลือแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ประจำเกาหลีใต้และโฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ในขณะที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อของนักบิน รวมทั้งอาการบาดเจ็บ และสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินขับไล่ F-16 ตก หรือทำไมนักบินจึงดีดตัวออกจากเครื่องบินก่อนจะตกทะเล

ที่มา : Dailymail

กระทรวงต่างประเทศรัสเซียย้ำเงื่อนไขจบศึกยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747035

กระทรวงต่างประเทศรัสเซียย้ำเงื่อนไขจบศึกยูเครน

11 ธ.ค. 2566 07:52 น.

กระทรวงต่างประเทศรัสเซียย้ำเงื่อนไขจบศึกยูเครน

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. น.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และใกล้จะครบ 2 ปีในวันที่ 24 ก.พ. 2567 โดยกล่าวว่ารัฐบาลรัสเซียยังคงเป้าหมายเดิม คือการกำจัดอุดมการณ์นาซีในยูเครน และลดกำลังทางทหารของยูเครน และรัสเซียจะไม่ยอมปล่อยให้มีรัฐนาซีที่คุกคามรัสเซียหรือเพื่อนบ้านประเทศอื่นๆ

เมื่อถามถึงหนทางหย่าศึก น.ส.ซาคาโรวากล่าวว่า หนทางเดียวที่จะมีสันติภาพอย่างยั่งยืนคือการยอมทำตามเงื่อนไขทุกประการของรัสเซีย ยูเครนจะต้องเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ไปจนถึงลดความเป็นทหาร กำจัดความเป็นนาซีไปให้หมด ยอมรับเรื่องเขตแดนใหม่ และเคารพสิทธิทางเชื้อชาติและสิทธิของคนพูดภาษารัสเซีย พร้อมย้ำว่ารัสเซียยังพร้อมเจรจาผ่านกระบวนการทางการทูต รัสเซียไม่เคยปฏิเสธเรื่องนี้แต่การที่จะทำให้การเจรจาเกิดขึ้นได้ ทางรัฐบาลยูเครนและผู้ดูแลชาติตะวันตกจำเป็นต้องดำเนินการที่ปฏิบัติได้จริงและแสดงความจริงใจ แต่เท่าที่เห็นทุกวันนี้ รัสเซียยังไม่เห็นความตั้งใจทางการเมืองแต่อย่างใด.

สื่อสหรัฐฯเปิดโผ 25 ตระกูลมหาเศรษฐีโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747033

สื่อสหรัฐฯเปิดโผ 25 ตระกูลมหาเศรษฐีโลก

11 ธ.ค. 2566 07:37 น.

สื่อสหรัฐฯเปิดโผ 25 ตระกูลมหาเศรษฐีโลก

สำนักข่าวบลูมเบิร์กในสหรัฐฯเปิดเผยผลการจัดอันดับ 25 ครอบครัวอภิมหาเศรษฐี ร่ำรวยที่สุดในโลกประจำปี 2566 โดยอันดับ 1 คือตระกูล “นาห์ยัน” ครอบครัวของชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาห์ยัน ประธานาธิบดีและสมาชิกราชวงศ์สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในกรุงอาบูดาบี มีทรัพย์สินรวมมากกว่า 305,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่า 10.98 ล้านล้านบาท (กว่า 3 เท่าของงบประมาณประเทศไทย)

สำหรับอันดับ 2 ตระกูล “วอลตัน” ในสหรัฐฯ (สืบทอดรุ่นที่ 3) กิจการห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “วอลมาร์ต” มีทรัพย์สินรวมกว่า 259,700 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 9.34 ล้านล้านบาท อันดับ 3 ตระกูล “แอร์เมส” กลุ่มธุรกิจแบรนด์แฟชั่นหรูของฝรั่งเศส (สืบทอดรุ่นที่ 6) มีทรัพย์สินรวมกว่า 150,900 ล้าน ดอลลาร์ หรือกว่า 5.43 ล้านล้านบาท ขณะที่อันดับ 4 ตระกูลธุรกิจ “มาร์ส” เจ้าของกิจการขนมและของหวาน ชื่อดังในสหรัฐฯ (สืบทอดรุ่นที่ 5) มีทรัพย์สินรวมกว่า 141,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 5.1 ล้านล้านบาท ส่วนอันดับ 5 ตระกูล “อัล ธานิส” ราชวงศ์แห่ง กาตาร์ (สืบทอดรุ่นที่ 8) มีทรัพย์สินรวมกว่า 133,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.78 ล้านล้านบาท

ตามด้วยอันดับ 6 ตระกูล “คอช” ในสหรัฐฯ (สืบทอดรุ่นที่ 3) เจ้าของกิจการปิโตรเคมีคอช อินดัสตรีส์ ทรัพย์สินรวมกว่า 127,300 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.58 ล้านล้านบาท อันดับ 7 ตระกูล “อัล ซาอูด” ราชวงศ์แห่งซาอุดีอาระเบีย มีทรัพย์สินรวมกว่า 112,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.03 ล้านล้านบาท อันดับ 8 ตระกูล “อัมบานี” ในอินเดีย (สืบทอดรุ่นที่ 3) เจ้าของกิจการแปรรูปน้ำมันรีไลอันซ์ อินดัสตรีส์ มีทรัพย์สินรวมกว่า 89,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.23 ล้านล้านบาท

สำหรับอันดับ 9 ตระกูล “เวิร์ทไฮเมอร์” ในฝรั่งเศส (สืบทอดรุ่นที่ 3) เจ้าของกิจการแฟชั่นเฮาส์ “ชาแนล” มีทรัพย์สินรวมกว่า 89,600 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.22 ล้านล้านบาท และอันดับ 10 ตระกูล “ธอมสัน” ในแคนาดา (สืบทอดรุ่นที่ 3) เจ้าของกิจการสำนักข่าวรอยเตอร์ มีทรัพย์สินรวมกว่า 71,100 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.55 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ ตระกูลที่ติด 25 อันดับ ยังรวมถึงตระกูล “ควันท์” กิจการรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในเยอรมนี (สืบทอดรุ่นที่ 4) ทรัพย์สินรวม 49,400 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.77 ล้านล้านบาท และตระกูล “พริตซ์เกอร์” กิจการโรงแรมไฮแอทในสหรัฐฯ (สืบทอดรุ่นที่ 4) ทรัพย์สินรวม 46,500 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.67 ล้านล้านบาท พร้อมรายงานว่า 25 ตระกูลดังกล่าวรวยเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกว่า 54 ล้านล้านบาท ในช่วงปีที่ผ่านมา.

ฮือฮา มหาเศรษฐีทายาทแบรนด์ ‘แอร์เมส’ เตรียมมอบมรดกแสนล้านให้อดีตคนสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746980

ฮือฮา มหาเศรษฐีทายาทแบรนด์ 'แอร์เมส' เตรียมมอบมรดกแสนล้านให้อดีตคนสวน

10 ธ.ค. 2566 20:46 น.

ฮือฮา มหาเศรษฐีทายาทแบรนด์ ‘แอร์เมส’ เตรียมมอบมรดกแสนล้านให้อดีตคนสวน

มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส ทายาทรุ่นที่ 5 ของแบรนด์หรู ‘แอร์เมส’ เตรียมรับอดีตคนสวนมาเป็นลูกบุญธรรม มอบมรดกแสนล้านบาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างสื่อในสวิตเซอร์แลนด์ Tribune de GeneveFortune เปิดเผยเรื่องที่สร้างความฮือฮาอย่างมากว่า Nicolas Puech (นิโคลัส ปูเอห์) มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส วัย 80 ปี  ทายาทรุ่นที่ 5 ของผู้ก่อตั้งแบรนด์หรูระดับโลก ‘Thierry Hermès ‘ (แอร์เมส) เตรียมมอบส่วนแบ่งมรดกมหาศาลให้กับอดีตคนสวน วัย 51 ปี ซึ่งเขากำลังดำเนินการเพื่อรับเป็นบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

ตามรายงานของ Tribune de GeneveFortune เผยว่า นายปูเอห์ มหาเศรษฐี ทายาทแบรนด์ Hermès กำลังว่าจ้างทีมกฎหมายดำเนินการเรื่องรับชายวัย 51 ปี ซึ่งเกิดในครอบครัวชาวโมร็อกโกที่สุภาพเรียบง่าย และเคยเป็นคนสวน และช่างซ่อมบำรุง มาเป็นลูกบุญธรรม เพื่อให้เป็นผู้รับส่วนแบ่งมรดกและผลประโยชน์ของเขา

สาเหตุที่นายปูเอห์ นับเป็นทายาทรุ่นที่ 5 ของเจ้าของผู้ก่อตั้งแบรนด์หรู ตั้งแต่ปี 1837 เตรียมรับอดีตคนสวนที่เขารักและไว้ใจมาเป็นลูกบุญธรรม รับผลประโยชน์และมรดกมหาศาลของเขา เนื่องจาก นายปูเอห์ ไม่ได้แต่งงาน และไม่มีลูก

ตามรายงานของนิตยสาร Bilan ระบุว่า แบรนด์หรู แอร์เมส เติบโตเรื่อยมาจนมีมูลค่าการตลาดมหาศาลถึงประมาณ 220 แสนล้านดอลลาร์ และขณะนี้ แอร์เมส ถือเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดเป็นลำดับที่ 3 ในฝรั่งเศส โดยที่ นายปูเอห์ ถือหุ้นของบริษัทแอร์เมสประมาณ 5% หรือ 6% ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 10,300 ล้านดอลลาร์ – 11,400 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 3.65 แสนล้านบาท – 3.99 แสนล้านบาท).

ที่มา : yahoo,ndtv

กูเตร์เรส เสียใจ คณะมนตรีความมั่นคง UN ‘เป็นง่อย’ ต่อการโจมตีฉนวนกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746958

กูเตร์เรส เสียใจ คณะมนตรีความมั่นคง UN 'เป็นง่อย' ต่อการโจมตีฉนวนกาซา

10 ธ.ค. 2566 18:48 น.

กูเตร์เรส เสียใจ คณะมนตรีความมั่นคง UN ‘เป็นง่อย’ ต่อการโจมตีฉนวนกาซา

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาฯ สหประชาชาติ (UN) เสียใจ คณะมนตรีความมั่นคง UN กลายเป็น ‘ง่อย’ ต่อการที่อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา หลังสหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ ยับยั้งการลงมติหยุดยิงทันที

เมื่อ 10 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม ในการประชุมวิชาการนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์ หรือเรียกว่า โดฮา ฟอรัม (Doha Forum) ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ‘กลายเป็นง่อย’ จากการแบ่งแยกทาง ‘ภูมิยุทธศาสตร์’ ที่ได้เข้าไปแทรกแซงต่อการลงมติเรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซา หลังจากสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสครั้งใหม่ นำไปสู่การโจมตีฉนวนกาซา ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตราว 17,700 ศพ อุบัติขึ้นตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ(UN)

‘อำนาจและความน่าเชื่อถือขององค์กรแห่งนี้ (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ) ได้ถูกทำลายอย่างรุนแรง จากความล่าช้าในการตอบสนองต่อความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส และพวกเรากำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างย่ิงต่อการล่มสลายของระบบมนุษยธรรม’ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวต่อที่ประชุม ‘โดฮา ฟอรัม’ ด้วยความผิดหวัง อย่างไรก็ตาม เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ กล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจ แต่สัญญาว่าจะไม่ยอมแพ้ 

ทั้งนี้ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติได้ใช้อำนาจตาม ‘มาตรา 99 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ’ ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จัดประชุมลงมติหยุดยิงในฉนวนกาซาโดยทันที ซึ่งในความคิดเห็นของเลขาธิการสหประชาชาติ เห็นว่าเหตุการณ์รุนแรงในฉนวนกาซา อาจคุกคามต่อการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยการใช้อำนาจตามมาตรา 99 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติในครั้งนี้เกิดขึ้น หลังจากเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติไม่ได้ใช้อำนาจนี้มาหลายสิบปีแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ผลการลงมติหยุดยิงในฉนวนกาซาของชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง 5 ชาติ และสมาชิกชั่วคราว 10 ชาติ รวมเป็น 15 ชาตินั้น สหรัฐฯ ได้วีโต้-ยับยั้งการลงมติเรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซาทันที ทำให้ผลการลงมติออกมาด้วยคะแนนเสียง 13-1 เสียงที่เห็นชอบให้หยุดยิงในฉนวนกาซา และสหราชอาณาจักรงดออกเสียง แต่ด้วยความที่สหรัฐฯ เป็นหนึ่งใน 5 ชาติสมาชิกถาวร ที่มีสิทธิวีโต้การลงมติ จึงทำให้ร่างมตินี้ต้องตกไปอย่างน่าผิดหวัง เป็นเหตุให้องค์กรเคลื่อนไหวด้านมนุษยธรรมต่างๆ หรือแม้แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือ พากันออกมาประณามสหรัฐฯ ที่ขัดขวางการลงมติเรียกร้องให้หยุดยิงในฉนวนกาซา

ที่มา : Channel News Asia