วธ.ปลื้มผลโพล ‘วันลอยกระทง’ ปี 66 คนไทย เห็นความสำคัญเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771200

วธ.ปลื้มผลโพล ‘วันลอยกระทง’ ปี 66 คนไทย เห็นความสำคัญเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา

วธ.ปลื้มผลโพล ‘วันลอยกระทง’ ปี 66 คนไทย เห็นความสำคัญเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.21 น.

วธ.ปลื้ม ผลโพล“วันลอยกระทง” ปี 66  คนไทยร้อยละ 69.33 เห็นความสำคัญเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วธ.พร้อมผลักดันประเพณีลอยกระทงสู่ระดับนานาชาติ 

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน และประชาชน ที่มีต่อ “วันลอยกระทง” ประจำปี พ.ศ. 2566 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 17,428 คน ครอบคลุมทุกอาชีพและทุกภูมิภาค โดยผลสรุปพบว่า เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.38 ทราบว่าวันลอยกระทงปีนี้ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน เมื่อสอบถามความเห็นการลอยกระทง เป็นการร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่สังคมไทยหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 92.33 เห็นด้วย และเห็นว่าประเพณีลอยกระทงมีความสำคัญอย่างไร 3 อันดับแรก คือ ร้อยละ 69.33 เพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร้อยละ 50.98 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และร้อยละ 46.49 เพื่อรู้คุณค่าของน้ำ และการปฏิบัติต่อการใช้น้ำ เนื่องจากน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน 

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า เมื่อสอบถามเด็ก เยาวชน และประชาชนคิดว่าสถานที่ที่จะไปลอยกระทงในปีนี้ 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 49.33 ตามงานวัด ชุมชน สวนสาธารณะ ที่จัดงานลอยกระทง ร้อยละ 23.56  สระน้ำ บึง แม่น้ำ ลำคลอง และร้อยละ 10.46 ยังไม่แน่ใจ ส่วนสถานที่ที่มีความน่าสนใจในการลอยกระทง 3 อันดับแรก คือ ร้อยละ 28.90 จังหวัดสุโขทัย งานการแสดงแสงเสียง งานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ร้อยละ 19.64 จังหวัดเชียงใหม่  งานประเพณียี่เป็งล้านนา/ประเพณีเดือนยี่เป็ง และร้อยละ 17.16 ไอคอนสยาม นอกจากนี้ ผลสำรวจได้สอบถามควรจัดกิจกรรมใดในงานประเพณีลอยกระทง ร้อยละ 58.76 การประกวดกระทงสวยงาม ร้อยละ 53.60 เห็นว่า ควรจัดกิจกรรมการประกวดนางนพมาศ ร้อยละ 48.85 กิจกรรมการแต่งกายชุดไทยเข้าร่วมประเพณีลอยกระทง ร้อยละ 43.33 กิจกรรมการทำบุญ ไหว้พระ และร้อยละ 41.73 กิจกรรมการแสดงดนตรีไทย และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ส่วนการลอยกระทงอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 71.09 เห็นว่า ลอยกระทงโดยใช้วัสดุธรรมชาติ  ร้อยละ 51.50 1 ครอบครัว 1 กระทง และร้อยละ 45.02 ลอยกระทงออนไลน์ และเมื่อสอบถามถึงวิธีการที่จะจูงใจหรือเชิญชวนเข้าร่วมประเพณีลอยกระทง ร้อยละ 63.69 เห็นว่า ครอบครัวพาลูกหลานไปร่วมงานลอยกระทง ร้อยละ 48.78 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ ส่งเสริม อนุรักษ์และสืบสานประเพณีลอยกระทง และร้อยละ 42.66 เข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อสอบถามถึงเด็ก เยาวชน และประชาชนห่วงและกังวลมากที่สุดจากการจัดงานประเพณีลอยกระทงในปีนี้พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 31.50 เกิดอุบัติเหตุ เช่น พลัดตกน้ำ จมน้ำ อุบัติเหตุทางการจราจร ร้อยละ 25.78 เกิดขยะในแม่น้ำ และร้อยละ 20.68 การทะเลาะวิวาท การทำอนาจาร ขณะเดียวกันเมื่อสอบถามเกี่ยวกับ เด็ก เยาวชน และประชาชนเกี่ยวกับการส่งเสริมและรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายชุดไทยไปลอยกระทง ส่วนใหญ่เห็นด้วยเพราะเป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ แสดงถึงความเป็นไทย ร่วมสืบสานประเพณีไทยที่มีมาแต่โบราณ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติ เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกคนจะได้ร่วมกันสวมใส่ชุดไทยในงานเทศกาลประเพณีและยังทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง รวมทั้งยังได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ที่บริการให้เช่าและจำหน่ายชุดไทยด้วย

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามเกี่ยวกับแนวทางที่ให้กระทรวงวัฒนธรรมได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมประเพณีลอยกระทง ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า ควรจัดกิจกรรมประเพณีลอยกระทงทุกปี เพื่ออนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีลอยกระทงที่ทรงคุณค่าไม่ให้สูญหาย การปฏิบัติตามแบบประเพณีวัฒนธรรมที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนถึงการแสดงออกที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร มีน้ำใจไมตรีให้แก่กันและการแสดงความกตัญญูต่อ “น้ำ” และสนับสนุนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมประเพณีลอยกระทงทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด การส่งเสริมและรณรงค์ให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติในการทำกระทง ร่วมใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้กระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

รมว.วธ. กล่าวด้วยว่า วธ.พร้อมรับความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับวันลอยกระทงมาดำเนินการทั้งการส่งเสริมและรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายชุดไทยไปลอยกระทงเพื่ออนุรักษ์ความเป็นไทยและส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สนับสนุนการจัดกิจกรรมประเพณีลอยกระทง เช่น การประกวดกระทง การประกวดนางนพมาศ การแสดงพื้นบ้าน การจำหน่าย และจัดแสดงผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้าน เป็นต้น รวมทั้งมุ่งยกระดับงานประเพณีลอยกระทงให้เป็นงานระดับนานาชาติ

วธ. เสริมพลัง Soft Power ในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 554 ปี พระปฐมบรมศาสดาศาสนาซิกข์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771177

วธ. เสริมพลัง Soft Power ในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 554 ปี พระปฐมบรมศาสดาศาสนาซิกข์

วธ. เสริมพลัง Soft Power ในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 554 ปี พระปฐมบรมศาสดาศาสนาซิกข์

วันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.02 น.

วธ. เสริมพลัง Soft Power ด้วยเสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา ในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 554 ปี “พระปฐมบรมศาสดาศาสนาซิกข์”

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับองค์การเครือข่ายทั้ง 5 ศาสนา ดำเนินนโยบายขับเคลื่อน Soft Power ในมิติศาสนา จัดโครงการ “เสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา” โดยร่วมกับองค์การทางศาสนาซิกข์ คือ สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา จัดพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 554 วันคล้ายวันประสูติ พระศาสดาศรีคุรุนานักเทพ พระปฐมบรมศาสดา ระหว่างวันที่ 24-27 พฤศจิกายน 2566 ณ คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร การจัดงานเฉลิมฉลองในปีนี้ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปีตามปฏิทินจันทรคติ และตามประกาศอย่างเป็นทางการจากประเทศอินเดีย ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 จึงนับเป็นวันที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากครบรอบ 554 ปี แห่งการก่อตั้งศาสนาซิกข์ ชาวซิกข์ทั่วโลกจะจัดให้มีพิธีเฉลิมฉลอง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเมตตาของพระศาสดา ที่ได้โปรดอบรมสั่งสอนให้ศาสนิกชนเดินเจริญรอยตามหลักความเป็นจริงอย่างเคร่งครัด โดยเน้นให้ครองตนในเพศคฤหัสถ์ แต่อบรมใจให้เป็นบรรพชิต ประพฤติและปฏิบัติตามความชอบธรรมอย่างเสมอภาค โดยไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงมอบหลักการครองตนด้วยปรัชญาที่ว่า “ตั้งจิตภาวนา ทำมาหากินสุจริต ผลผลิตแบ่งปัน” ซึ่งคำสั่งสอนของพระองค์ถูกสืบทอดมาจวบจนทุกวันนี้

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า วันประสูติของพระศาสดาศรีคุรุนานักเทพ ถือเป็นประเพณีทางศาสนาซิกข์ที่จะทำพิธีอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18.00 น. หรือ 60 ชั่วโมง ก่อนถึงวันเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติองค์ปฐมบรมศาสดา โดยมีพิธีกรรมสำคัญคือ การแห่อัญเชิญพระศาสดานิรันดร์กาล “พระมหาคัมภีร์คุรุครันถ์สาหิบ” จำนวน 5 รูป (เล่ม) ในศาสนสถาน มาประดิษฐานบนอาสนะที่ได้เตรียมการไว้โดยเฉพาะอย่างสมพระเกียรติ จากนั้นศาสนิกชนจะร่วมใจประกอบพิธีอคันด์ ปาธ หรือการสวดเจริญธรรมจากพระมหาคัมภีร์คุรุครันถ์สาหิบ อย่างต่อเนื่องจนสมบูรณ์ ไม่มีการหยุดพัก ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน โดยการสวดจะสิ้นสุดลงในช่วงเช้าวันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติองค์ปฐมบรมศาสดา แล้วจึงแห่อัญเชิญพระศาสดานิรันดร์กาลกลับยังที่ประทับ ในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้รับเชิญร่วมในพิธีการสำคัญนี้ และได้รับเกียรติในการกล่าวร่วมแสดงความยินดีแก่ศาสนิกชนชาวซิกข์ในวาระครบรอบ 554 ปี พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการองค์ความรู้ทางศาสนาซิกข์ ในเรื่องประวัติพระปฐมศาสดา และสัญลักษณ์ 5ก ของชาวซิกข์ที่ต้องมีติดตัวตลอดเวลา อันได้แก่ การ่า คือ กำไลเหล็ก กาช่า คือ กางเกงชั้นใน เกศา คือ การไว้ผมยาว กังฆะ คือ หวีปักผม กริปาน คือ กริช นอกจากนี้ชาวซิกข์เชื่อว่าการทำบุญสูงที่สุดของชาวซิกข์ คือ การแบ่งปันเพื่อผู้อื่นที่ขาดแคลนและเพื่อสังคมที่ถูกลิดรอนโอกาส ฉะนั้นการแบ่งปันจึงเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่โอกาสยังไม่อำนวย นับเป็นศาสนวินัยและเป็นศาสนบัญญัติเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งสังคม ไม่ใช่ศาสนา โดยในงานนี้จะมีการเปิดให้บริการคลินิกผู้ยากไร้ “นานักมิชชั่น สุขศาลา” สำหรับให้บริการด้านสุขภาพแก่บุคคลทั่วไปโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา ในบริเวณด้านหน้าศาสนสถานอีกด้วย

ทั้งนี้ การที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมสนับสนุนประเพณีทางศาสนา ผ่านโครงการเสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา ภายใต้การจัดกิจกรรมเทศกาลของศาสนาซิกข์ ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ ส่งเสริมวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมอันดีงาม ศาสนิกชนทุกศาสนาได้รู้จักวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายอินเดีย เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เสริมสร้างแนวคิดการอยู่ร่วมกัน การให้เกียรติกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยให้ผู้นำศาสนานำองค์ความรู้ทางศาสนาที่ถูกต้อง มาเผยแพร่ให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไป ผ่านเทศกาลประเพณีที่สำคัญในรูปแบบของ Soft Power ด้านเทศกาล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับ Soft Power รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของชาวไทยเชื้อสายอินเดีย เกิดความเข้าใจอันดีทางศาสนาอันจะนำไปสู่การเกิดความรัก ความสามัคคีในสังคมไทย ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเทศกาลในมิติทางศาสนา นำมาสู่การเสริมสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในการขายสินค้าและบริการต่าง ๆ ในพื้นที่โดยรอบ อาทิ ร้านอาหารอินเดียต้นตำรับดั้งเดิม ขนมท้องถิ่น ที่พัก โรงแรม โฮสเทล รวมไปถึงร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้แก่ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดเทศกาลได้อย่างยั่งยืน

กรมการศาสนาได้ขับเคลื่อนโครงการ “เสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา” อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาร่วมจัดกิจกรรม “เทศกาลนวราตรี” และ “เทศกาลดิวาลี” ของศาสนาศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู และยังได้เตรียมการจัดงาน “เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส” ของศาสนาคริสต์ ณ จังหวัดสกลนคร งาน “เสน่ห์วันวาน เทศกาลงานวัด” ของศาสนาพุทธ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร และงาน “วันอาซูรอสัมพันธ์” ของศาสนาอิสลาม ณ จังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งเสริมเทศกาลประเพณีด้านศาสนาและวัฒนธรรม ให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยว และเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มั่นคงสืบไป

‘สมเด็จพระสังฆราช’โปรดประทานผ้าพระกฐิน เพื่อเชิญไปทอดถวายพระสงฆ์ซึ่งจำพรรษาถ้วนไตรมาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771048

'สมเด็จพระสังฆราช'โปรดประทานผ้าพระกฐิน เพื่อเชิญไปทอดถวายพระสงฆ์ซึ่งจำพรรษาถ้วนไตรมาส

‘สมเด็จพระสังฆราช’โปรดประทานผ้าพระกฐิน เพื่อเชิญไปทอดถวายพระสงฆ์ซึ่งจำพรรษาถ้วนไตรมาส

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.57 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานผ้าพระกฐิน เพื่อเชิญไปทอดถวายพระสงฆ์ซึ่งจำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดแสงธรรมสุทธาราม ตำบลชุมแสง อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

วันนี้ (23 พ.ย.66) เวลา 10.09 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานผ้าพระกฐินเพื่อเชิญไปทอดถวายพระสงฆ์ซึ่งจำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดแสงธรรมสุทธาราม ตำบลชุมแสง อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นางวราภรณ์ เสริมภักดีกุล ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครสวรรค์ นายประสพโชค อยู่สำราญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และพระพุทธศรีสุคต พระพุทธปฏิมาประจำวัดแสงธรรมสุทธาราม และเปิดกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จุดเครื่องทองน้อยบูชาพระรูป สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ พร้อมเปิดกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายสักการะพระรูป สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และเชิญผ้าพระกฐินประทาน กล่าวบท นะโม 3 จบ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน จบแล้วจึงถวายผ้าพระกฐินและเทียนบูชาพระปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 พระสงฆ์กระทำอปโลกนกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ถวายบริวารกฐิน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายเครื่องไทยธรรม และมอบปัจจัยโดยเสด็จพระกุศลในการถวายผ้าพระกฐินประทานแด่พระสิริวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ (ธ) เจ้าอาวาสวัดแสงธรรมสุทธาราม กรวดน้ำ พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา ประธานกราบลาพระรัตนตรัย เป็นอันเสร็จพิธี โดยมียอดปัจจัยที่ถวายเพื่อทำนุบำรุงศาสนา เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,068,728 บาท

ในการนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โปรดประทานสัมโมทนียกถา ความโดยสังเขปว่า วัดแสงธรรมสุทธารามแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นราว 60 กว่าปีที่แล้ว โดยพระดำริของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ที่ทรงริเริ่มให้มีการสร้างขึ้น และโปรดให้ พระราชโสภณ (ละออ นิรโช) ขณะดำรงสมณศักดิ์ “พระมหาละออ นิรโช” เปรียญธรรม 7 ประโยค วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งพระมหาละออผู้นี้ท่านเป็นคนในพื้นที่ผู้สละความสุขส่วนตนในมหานครมาประดิษฐานการพระศาสนาให้มั่นคงมากขึ้น ณ ภูมิลำเนาของตน ต่อมาคณะกรรมการสร้างวัดเห็นว่าพื้นที่วัดยังน้อยเกินไปควรหาทางขยายเพื่อเพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอย จึงซื้อที่ดินทางด้านใต้ของวัด กระทั่งเมื่อมีเสนาสนะเพียงพอต่อการพักอาศัยของพระสงฆ์แล้ว จึงนิมนต์พระสงฆ์จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดเทพศิรินทราวาสมาจำพรรษาฉลองศรัทธา โดยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2497 วัดได้เปิดการเรียนการสอนนักธรรมชั้นตรี มีพระมหาปรุง สุปญฺโญ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอาจารย์สอน นับว่าเป็นการเริ่มต้นการศึกษาพระปริยัติธรรมด้วยดี แต่เมื่อออกพรรษาและรับกฐินแล้วภิกษุสามเณรก็แยกย้ายกลับไปปฏิบัติศาสนกิจในสำนักของตน ต่อมาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มีพระบัญชาให้พระสงฆ์วัดราชบพิธไปรักษาศาสนสมบัติและปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดแสงธรรมสุทธาราม ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ที่จะนำความเจริญให้ท้องถิ่นอำเภอชุมแสงแห่งนี้ จึงเสด็จมาทางรถไฟ เพื่อมาทอดกฐินและประทับแรม อันเป็นปฐมบทแห่งการก่อสร้างและทำนุบำรุงเกื้อหนุนจุนเจือ จนบัดนี้ได้รับการจัดตั้งวัด มีเสนาสนะมั่นคง มีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ มีโรงเรียนเกิดขึ้น ทำให้การศึกษาต่าง ๆ ได้บังเกิดขึ้นในวัด อันสะท้อนให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า พระองค์ไม่ได้มาเพียงเพื่อสร้างวัดอย่างเดียว แต่เป็นการนำความเจริญมาสู่ท้องถิ่นอำเภอชุมแสง ซึ่งเมื่อครั้งเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ยังดำรงพระชนม์ชีพ จะเสด็จมาปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยดูแลการก่อสร้างอุปถัมภ์วัดแห่งนี้จนสำเร็จลุล่วง เป็นที่สถิตของพระเถระผู้ใหญ่ในจังหวัดนครสวรรค์ และเป็นสาขาวัดอีกสาขาหนึ่งของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

“ในวันนี้เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดเมตตามาถวายผ้าพระกฐินแก่พระภิกษุที่จำพรรษาครบไตรมาส ซึ่งได้มีการส่งผ้ากฐินมาทอดยังวัดแสงธรรมแห่งนี้โดยตลอด ซึ่งเป็นวัดสาขาของราชบพิธ และวัดนี้เป็นวัดสุดท้ายของฤดูกาลกฐินนี้ ที่ได้รับความเมตตาจากท่านสาธุชนทั้งหลายเป็นอย่างดี ซึ่งยอดรวมคร่าว ๆ ก็ประมาณ 3 ล้านเศษ ซึ่งจะทำให้การบูรณะเสนาสนะของพุทธารามนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้เจ้าอาวาสวัดที่เป็นเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ (ธ) มาปกครอง ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดสำคัญของชาวบ้านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันมาโดยตลอด นับตั้งแต่อาตมาได้เดินทางมาครั้งแรกเมื่อประมาณ ปี 2507 – 2508 ซึ่งเป็นระยะเวลาล่วงมาหลาย 10 ปีแล้ว ดังนั้น ขอให้พวกเราช่วยกันดูแล เพราะวัดมิใช่สมบัติของเจ้าอาวาส หรือของคณะสงฆ์ แต่เป็นสมบัติของพระศาสนา ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธก็ต้องช่วยกันบำรุงพระศาสนา จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาสหรือคณะสงฆ์บำรุงอย่างเดียวก็อาจจะไม่ถูกนัก เพราะเป็นวัดนี้เป็นสมบัติของศาสนา เป็นสมบัติของประเทศชาติที่เราจะต้องช่วยกันบำรุงช่วยกันนำกำลังจัดการให้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นอาตมาถือว่าการทำบุญในวันนี้ ไม่ได้ทำเพื่อวัดแสงธรรมอย่างเดียว แต่เราทำบุญไว้เพื่อรักษาศาสนา ในฐานะธรรมทายาท ที่จะช่วยกันบำรุงพระศาสนา ดังคำที่กล่าวกันว่า “วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย บ้านกับวัดผลัดกันช่วยก็อวยชัย ถ้าขัดกันก็เรียบร้อยทั้งสองทาง” ดังนั้น คณะสงฆ์ในวันนี้มีหน้าที่ในการบำรุงศาสนาบำรุงศาสนวัตถุ ทำสิ่งที่เกิดประโยชน์แก่พระศาสนา เราเข้ามาบวชแล้วต้องเข้ามาอุดหนุนศาสนา ช่วยกันศึกษาเล่าเรียน เวลาประพฤติตัวให้นึกถึงชาวบ้านที่เขาได้ทำนุบำรุงด้วยปัจจัย 4 ซึ่งถ้าเราทำไม่ดีนั้นก็ถือว่าเป็นหนี้ของเราที่เขาเลื่อมใส แต่ถ้าเราทำดี ศึกษาเล่าเรียนประพฤติปฏิบัติดี ดูแลกิจวัตร ประพฤติตนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ก็จะเป็นกำลังของประชาชน ในการเป็นผู้นำคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งหากเราทำได้เช่นนี้ทุกรูป ทุกวัดวาอาราม ก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม เพราะฉะนั้นก็จะขอฝากภิกษุสามเณรทุกรูปที่อยู่ในวันนี้ก็ดีที่อยู่ในละแวกนี้ก็ดี ให้ช่วยกันดูแลพระศาสนาอย่าเป็นภาระหรือปล่อยเวลาล่วงเลย เราเข้ามาบวชต้องบวชทั้งด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ และขอให้สาธุชนทั้งหลายที่ดูแลวัดนั้นก็ขอให้ดูแลวัดอย่างจริงจัง เมื่อพระได้ดูแลอบรมสั่งสอนแล้ว ก็ควรนำไปประพฤติปฏิบัติด้วย” สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าว

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวสัมโมทนียกถาเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันเราเรียกร้องให้มีคนดีในสังคม แต่สังคมจะดีได้นั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำรัสไว้ว่า เราต้องช่วยกันสร้างคนดีในสังคม ให้สังคมของเรานั้นเต็มไปด้วยคนดี คนไม่ดีก็จะไม่มีที่ยืนในสังคมของเรา ซึ่งเราไม่สามารถจะทำทุกคนให้เป็นคนดีได้หมด เราจะทำอย่างไรให้สร้างคนให้เป็นคนดีมากขึ้นเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเป็นพระบรมราโชบายมาโดยตลอด สำหรับในการสร้างวัด รัชกาลที่ 9 ก็มีพระราชดำริของท่านมาโดยตลอดว่า ควรสร้างวัดไม่ให้วิจิตรพิสดารใหญ่โตมโหฬาร แต่สร้างให้พระสงฆ์ปฏิบัติศาสนกิจได้ถูกตามพระวินัย ให้ชุมชนในละแวกในหมู่บ้านนั้นได้มาใช้สอยในการประกอบศาสนกิจ ศึกษาปฏิบัติ ทำให้เป็นสถานที่สาธารณะส่วนกลางของพระศาสนา ในส่วนของพุทธบริษัทอันนี้เป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่เราต้องถือปฏิบัติ ข้อสำคัญที่สุด คือ เราต้องช่วยกันดูแลตนเอง โดยการนำหลักธรรมคำสอนไปปฏิบัติ มิใช่เข้าวัดแล้วไม่ได้อะไรกลับไปเลย เหมือนมามือเปล่ากลับไปมือเปล่าไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าวัด เปรียบเหมือนนำคัมภีร์ที่ว่างเปล่าไม่ได้มีจารึกคำสอนอะไรไว้เลย

“วันนี้เรามาร่วมบุญกันด้วยอามิสบูชาในการบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุ แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าได้บอกว่าสิ่งที่มีอานิสงส์มากกว่าคือ “ปฏิบัติบูชา” ซึ่งเราต้องมีการปฏิบัติตามหลักพระธรรมคำสั่งสอน เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และความเจริญรุ่งเรืองเหล่านั้นจะเกิดกับประเทศชาติของเรา เป็นสังคมที่มีความสุข ความเจริญ ไม่เบียดเบียนข่มเหงรังแกกัน อยู่กันด้วยความเรียบร้อยดีงาม มีความสมัครสามัคคีกันเอื้ออาทรกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคำสอนทางพระศาสนาของเรา และไม่ได้สอนให้ทุกคนไปสวรรค์ไปนิพพาน แต่สอนให้ทุกคนมีหลักธรรมประจำใจ ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน อยู่กันด้วยความผาสุกเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เมื่อเราปฏิบัติได้เช่นนี้สังคมของเรา ตลอดจนครอบครัวของเรา และประเทศชาติบ้านเมืองของเราก็จะอยู่กันด้วยความเรียบร้อยดีงาม ไม่ข่มเหงรังแกกัน ประพฤติตามหลักคำสอน ขอฝากคำปรารภด้วยกับพระสงฆ์และญาติโยมทั้งหลายที่เข้ามาในวัดแสงธรรมแห่งนี้ ขอให้ทุกท่านจงช่วยกันดูแลพระศาสนาและนำหลักธรรมคำสั่งสอนนั้นไปประพฤติอย่างจริงจัง เหมือนดังเช่นพระมหากษัตริย์ของเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้เคยให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวต่างประเทศ โดยมีนักข่าวถามท่านว่าหน้าที่ของท่านในการเป็นพระมหากษัตริย์คืออะไรท่านตอบว่า “ไม่รู้” ท่าน “รู้” แต่เพียงว่าเมื่อตื่นจากบรรทม สิ่งที่ท่านคิด คือ พี่น้องประชาชนจะประสบความทุกข์ยากอะไรหรือไม่ มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งท่านคิดตลอดเวลาหลังจากตื่นจากบรรทม เช่นเดียวกันกับพวกเราขอให้เรานึกถึงเสมอว่าในขณะที่เราดำเนินชีวิต ประพฤติตน เราต้องคิดว่าเราจะสามารถทำอะไรที่เป็นความดีความงามให้แก่ตัวเองและแก่สังคมได้ ซึ่งถ้าสามารถตั้งไว้อย่างนี้ตลอดเวลา ตลอดอารมณ์ได้ตั้งแต่ตื่นนอน สังคมประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรืองไพบูลย์” สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าว

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวสัมโมทนียกถา ในตอนท้ายว่า ขออำนาจแห่งคุณพระศรีพระรัตนตรัย และคุณงามความดีทั้งปวงที่เราทั้งหลายได้ตั้งใจทำรวมกันทั้งในอดีตและปัจจุบัน จงมารวมกันเป็นพระรัตนตรัย อำนวยพรให้ทุกท่านมีความเจริญงอกงามไพบูลย์ ในธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจริญยิ่งด้วยจตุรพิธพรชัย มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ธรรมสารสมบัติ ตลอดกาลนานเทอญฯ

– 006

‘กระทรวงยุติธรรม’ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771011

'กระทรวงยุติธรรม'ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2566

‘กระทรวงยุติธรรม’ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.04 น.

กระทรวงยุติธรรม ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจําปี 2566 ณ วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร​ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.59 น. พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปีพุทธศักราช 2566 โดยมี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายยู่สิน จินตภากร​ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม​ รักษา​ราชการ​แทน​อธิบดี​กรม​ราชทัณฑ์​ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้บริหาร​หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่​จังหวัด​พระนครศรีอยุธยา​ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ​ในสังกัด​กระทรวงยุติธรรม ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมในพิธีฯ ณ วัดชุมพลนิกายาราม ราชวรวิหาร ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำหรับยอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปีพุทธศักราช 2566 เป็นจำนวนยอดเงินรวม 1,701,022.​40 บาท​  โดยมีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบด้วย และในโอกาสนี้ได้ถวายปัจจัยบำรุงและบูรณะพระอาราม รวมทั้ง​มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับโรงเรียน​ จำนวน​ 4 โรงเรียน​ ดังนี้ โรงเรียน​วัดชุมพลนิกายาราม โรงเรียนวัดบางปะอิน (วัดเซ) โรงเรียนชุมชนวัดกำแพง และโรงเรียนบางปะอิน ราชานุเคราะห์ 1 รวมทั้งบำรุงพระพุทธศาสนาด้านอื่นๆ ต่อไป

– 006

ผนึกกำลังสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมพัฒนาต่อยอดสู่สากลอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770988

ผนึกกำลังสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมพัฒนาต่อยอดสู่สากลอย่างยั่งยืน

ผนึกกำลังสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมพัฒนาต่อยอดสู่สากลอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.34 น.

พีดีเอ และ ซีแอนด์ซี เฮลธ์นอร์ท อะคาเดมี่ จับมือภาครัฐ-เอกชน 7 องค์กร สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พัฒนาต่อยอดสู่สากลอย่างยั่งยืน 

วันที่ 23 พ.ย.66 นายวิลาศ เตโช ผู้อำนวยการสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน พร้อมด้วย รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายยุทธการ ตั้งปัญญาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย นางสาวไอร์ฬดา กฤตยา รักษาการแทนนายกสมาคมอัตลักษณ์ผ้าไทยล้านนา นางสาวพิไลวรรณ พิมพ์ภูลาด ผู้ก่อตั้งสถาบันนานาชาติพีลี นางศรีบังอร ตุงคศิริวัฒน์ นายกสมาคมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวชาติพันธุ์จังหวัดเชียงราย และ นางดวงสมร ไชยรัตน์ รักษาการแทนนายกสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ ร่วมกันลงนามความร่วมมือ “สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พัฒนาต่อยอดสู่สากลอย่างยั่งยืน” ณ ห้องประชุม โรงแรมซีแอนด์ซี ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีสักขีพยานเข้าร่วมจำนวนมาก

โดยนายวิลาศ เตโช ผู้อำนวยการสมาคม กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าว ของการร่วมมือกัน ในการขับเคลื่อน โครงการเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City) สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ซึ่งสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน หรือ PDA  จะขอเป็นศูนย์กลางประสานงาน กับองค์กรภาคีเครือข่าย ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้การฝึกอบรม เพิ่มทักษะ (Skills) การพัฒนาต่อยอด เพิ่มศักยภาพฝีมือ สร้างอาชีพ ด้านอาหารไทย นวดไทย การถักทอผ้าการออกแบบและการตัดเย็บผ้าพื้นเมือง รูปแบบฝึกเตรียมพร้อมเข้าทำงาน ตามมาตรฐานฝีมือแรงงานของไทยและ ต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด Hard Skills เพิ่มทักษะหรือความสามารถที่ใช้ในการทำงาน ซึ่งสามารถวัดประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม Soft Skills เพิ่มทักษะ หรือความสามารถของบุคลากร ด้านความคิดสร้างสรรค์การเป็นผู้นำ การบริหารเวลามนุษย์สัมพันธ์ การปรับตัว การควบคุมอารมณ์เป็นต้น และเป็น Soft Power  การขับเคลื่อน โครงการเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City)

“สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน หรือ PDA  เป็นองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์จัดตั้งขึ้น เมื่อปี 2517 เพื่อดำเนินงาน พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตชนบทและเขตเมือง ผ่านการดำเนินงานโครงการต่างๆ มามากกว่า 300 โครงการอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม (social enterprise) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตชนบทและเขตเมือง พร้อมได้จัดตั้ง C&C HEALTH NORT เป็นศูนย์กลางประสานงาน กับองค์กรภาคีเครือข่าย ต่างๆ และยังครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติการบริหารจัดการ, มิติสังคม-เศรษฐกิจ, มิติวัฒนธรรม และมิติสิ่งแวดล้อม สะท้อนจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามเป้าหมาย Sustainable Tourism Goals สร้างระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่สามารถรองรับ นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างมั่นคงและสมดุลในทุกมิติและสนอง นโยบายโครงการระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสของประเทศไทย การขับเคลื่อนสุขภาพให้เกิด “For All Well-Being” โดยคำนึงถึงขอบเขตปัจจัยด้านบุคคล สังคม เศรษฐกิจ ประชากร กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งออกผลิตภัณฑ์สปำ สมุนไพรไทยและบริการสุขภาพไปยังตลาดโลก โดยพีดีเอ และสมาพันธ์โลกเวลเนสและนวดไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิดกว่า 50 ประเทศ  จะเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงด้านการส่งเสริม การจัดกิจกรรม การตลาดและประชาสัมพันธ์กระตุ้นการรับรู้ในระดับสากลทั่วโลก” นายวิลาศ กล่าว

ม.มหิดลกาญจน์จัดโครงการแลกเปลี่ยนร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770985

ม.มหิดลกาญจน์จัดโครงการแลกเปลี่ยนร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

ม.มหิดลกาญจน์จัดโครงการแลกเปลี่ยนร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.22 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี จัดโครงการแลกเปลี่ยนร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ พร้อมจัดกิจกรรมนำเสนอผลงานนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักศึกษา เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในระดับสากล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำนาจ เจรีรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ให้การต้อนรับ Prof. Dr. Youngjo Byun, Director of Creation และนักศึกษาแลกเปลี่ยนจาก Hanbat National University สาธารณรัฐเกาหลีที่เข้าร่วมโครงการ Global Entrepreneurial Co-work 2023 เป็นปีที่ 4  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาด้านการเป็นผู้ประกอบการ ร่วมกับ Hanbat National University ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านการเป็นผู้ประกอบการของสาธารณรัฐเกาหลี 

โดยมีนักศึกษาของวิทยาเขตกาญจนบุรีเข้าร่วมในโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 ผ่านระบบออนไลน์ และในระหว่างวันที่ 10 – 14 พฤศจิกายน 2566 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ซึ่งในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้จัดกิจกรรมการนำเสนอผลงานนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยมีนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้อง Co-Working Space อาคารเรียนรวม วิทยาเขตกาญจนบุรี และได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและวิทยาเขตกาญจนบุรี พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล  ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดกิจกรรมและร่วมมอบรางวัลการนำเสนอผลงานนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ MUKA-HBNU “Global Entrepreneurial Co-work 2023” (Pitching Project) 

ประกอบด้วยรางวัล Best teamwork, Excellent idea และ Outstanding presentation โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการพิจารณาผลงานนักศึกษาที่เข้าร่วมแข่งขัน อาทิ คุณณัฐรินทร์ พงษ์วิทยภานุ กรรมการพัฒนาวิทยาเขตกาญจนบุรี ในโอกาสนี้นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหารได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งในปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี มีเครือข่ายร่วมมือในการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและการวิจัย อีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรีได้ดำเนินการสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ รวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านวิชาการและการศึกษาที่เข้มแข็งร่วมกันในอนาคตต่อไป

แห่ชื่นชม! เด็กอาชีวะทำดี ช่วยเหลือชีวิตคนคิดสั้น กระโดดสะพานรอดหวุดหวิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770942

แห่ชื่นชม! เด็กอาชีวะทำดี ช่วยเหลือชีวิตคนคิดสั้น กระโดดสะพานรอดหวุดหวิด

แห่ชื่นชม! เด็กอาชีวะทำดี ช่วยเหลือชีวิตคนคิดสั้น กระโดดสะพานรอดหวุดหวิด

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.39 น.

แห่ชื่นชม เด็กอาชีวะทำดี ช่วยเหลือชีวิตคนคิดสั้น กระโดดสะพานรอดหวุดหวิด

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ให้โอวาสและมอบทุนการศึกษา ให้ผู้เรียนภายใต้โครงการธนาคารความดี (คนดี ศรีหนองจอก) ของวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก ให้กับนักศึกษาและศิษย์เก่า จำนวน 3 ราย ณ ห้องรับรอง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เมื่อวันที่  21 พ.ย. 66 

นายยศพล กล่าวว่า วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก มีการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นคนเก่งและคนดี เสริมสร้างให้สถานศึกษาเป็นสถานศึกษาแห่งความสุขและปลอดภัย สนับสนุนให้ผู้เรียนทำความดีภายใต้ โครงการธนาคารความดี (คนดี ศรีหนองจอก) ตามนโยบายการพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ด้านการเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษายุคใหม่ (8 Agenda )

โดยเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 มีเหตุการณ์ข่าวหญิงสาวจะกระโดดสะพานลอยหน้าบิ๊กซีมีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ กรุงเทพฯ นักศึกษาและศิษย์เก่า วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก นายรัชชานนท์ แสนทองแก้ว นักศึกษาระดับ ปวส. แผนกสาขาเทคนิคยานยนต์ นายสหรัฐ ดีมินทร์ นักศึกษาระดับ ป.ตรี แผนกสาขายานยนต์ และนายวายุ ชิงตะขบ ศิษย์เก่าวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก แผนกช่างยนต์ ได้เข้าช่วยเหลือและพร้อมพูดเกลี้ยกล่อมให้ข้อคิดจนหญิงคนดังกล่าวมีสติและล้มเลิกการคิดสั้น ซึ่งสร้างความยินดีและชื่นชมของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก 
 

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2742791

รองผู้ว่าฯ กทม. พาชมนิทรรศการ “James Nachtwey: Memoria” หอศิลปกรุงเทพฯ

24 พ.ย. 2566 05:01 น.

รองผู้ว่าฯ กทม. พาชมนิทรรศการ “James Nachtwey: Memoria” หอศิลปกรุงเทพฯ

ชมภาพถ่าย ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. มาชมนิทรรศการ “James Nachtwey: Memoria” งานแสดงผลงานภาพถ่ายสงครามและภัยพิบัติของ เจมส์ นาคท์เวย์ โดยมี ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ และ อุมาวร วินด์เซอร์–ไคลฟ์ มาร่วมชมด้วย ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันก่อน.

คนมองโลกในแง่ร้ายมักจะเห็นแต่อุปสรรค.. หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน หลังกลับจากการไปร่วมประชุมเอเปก ครั้งที่ 30 ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้สรุปภาพการประชุมเอเปกและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การพบปะหารือ ผู้นำประเทศ ต่างๆ และ ผู้บริหารบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ ของสหรัฐอเมริกา หลายบริษัท อาทิ Tesla, Walmart, Citi, TikTok, Meta, Microsoft, Google, AWS, Tencent และ Alibaba โดยในส่วนของ บริษัท Microsoft และ Google ได้มีการลงนามเอ็มโอยูที่จะลงทุนบริษัทละ หลายแสนล้านบาท ระยะเวลาการลงทุน 1–10 ปี น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นอย่างน้อย รวมกันแล้วก็จะเป็น หลายๆแสนล้าน สำหรับบริษัท Tesla วันที่ 28 พ.ย. นี้ ผู้บริหารระดับสูงบริษัทจะเดินทางมาดูทำเลสร้างโรงงาน ที่มีการเสนอทำเล 3 แห่ง โดยเขาต้องการพื้นที่หลายพันไร่…
ช็อปเพลิน ศุภลักษณ์ อัมพุช, เกตุวลี นภาศัพท์ และ ชฎาทิพ จูตระกูล จัดงานเปิดพื้นที่ “LUXE HALL” ตอกย้ำเป็นศูนย์กลางลักชัวรีแบรนด์ดังดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมี นริศ เชยกลิ่น, แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ และ จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

ส่วนการพบปะหารือ ผู้นำประเทศต่างๆ นั้น ได้พบหารือ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดย ญี่ปุ่น เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดตลอด 50-60 ปี ฐานผลิต รถยนต์อีวี ของ ญี่ปุ่น อยู่ใน ประเทศไทย จำนวนมาก นอกจากนี้ ในการพบปะหารือกับ จีนา เอ็ม. เรมอนโด รมว.พาณิชย์ สหรัฐอเมริกา ก็เห็นด้วยกับการผลักดันเรื่องการค้าการลงทุนของประเทศไทย และจะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมหลายบริษัทในสหรัฐฯให้มาลงทุน…

มุ่งพัฒนา ธีรัชย์ อัตนวานิช และ วิทัย รัตนากร เปิดงาน “GSB Forum 2023” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองการดำเนินธุรกิจสู่การพัฒนายั่งยืน โดยมี ดร.เอกพล ณ สงขลา, ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ และ ปิยวรรณ ล่ามกิจจา มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ วันก่อน.

ขณะที่การพบปะกับ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ได้ยืนยันไปว่า ไทย พร้อมเป็นทางเลือกให้บริษัทใหญ่ๆ ของ สหรัฐอเมริกา มาตั้งฐานการผลิต และได้เชิญ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2567 เพราะไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ 10 ปีแล้ว ทั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ยังได้ระบุด้วยว่าในการหารือทวิภาคีกับ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ได้พูดคุยถึงเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศและได้ขอให้ผลักดัน FTA อาเซียน-แคนาดา และสำหรับวันสุดท้ายได้เจอ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน คุยถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของ ไทย-จีน และเรื่องเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล โดยภาพรวมทั้งหมดเป็นการยืนยันว่า ประเทศไทย พร้อมแล้วในการเปิดรับนักลงทุนจากทุกประเทศ โชว์ผลงานนักขายมือทอง ดึงนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนได้อย่างน่าชื่นชม

โปรดทราบ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ และ ธีร์ สีอัมพรโรจน์ ประกาศความสำเร็จการรวมกันของเอไอเอส ไฟเบอร์ทรีกับสามบีบี เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์ไฟเบอร์ให้แข็งแกร่งครอบคลุมอย่างทั่วถึง โดยมี ธนิตย์ ชัยยะบุญธนิตย์ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
  • เฮ้อ ยังถกเถียงกันต่อเนื่องสำหรับนโยบายเรือธงรัฐบาลใน โครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ทาง รัฐบาล ยืนยันเศรษฐกิจอยู่ใน ภาวะวิกฤติ จำเป็นต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ ฝ่ายคัดค้าน บอก ไม่วิกฤติ มองกันใน มุมแย้ง ล่าสุด ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ระบุถึงความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ว่าอยู่ในกระบวนการของ กฤษฎีกา ที่จะดูเรื่องข้อกฎหมายในการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เรื่องนี้เป็นนโยบายของ รัฐบาล พยายามรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเต็มที่ มีความสุจริตที่จะทำเรื่องนี้ เพียงแต่แนวคิดต่างกันบ้างโดยทั้งหมดต้องตอบ ด้วยข้อเท็จจริง ขอให้รอให้ชัดเจนก่อน…
ชมภาพถ่าย ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. มาชมนิทรรศการ “James Nachtwey: Memoria” งานแสดงผลงานภาพถ่ายสงครามและภัยพิบัติของ เจมส์ นาคท์เวย์ โดยมี ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ และ อุมาวร วินด์เซอร์–ไคลฟ์ มาร่วมชมด้วย ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันก่อน.

ส่วนการที่ ผู้บริหารธุรกิจชั้นนำ ของประเทศสนับสนุนเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีสะท้อนให้เห็นว่าในบ้านเรายังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ จุดประสงค์ไม่ใช่อยู่ๆไปแจกเงิน แต่ต้องการ กระตุ้นเศรษฐกิจ มีความเห็นต่างกันได้ แต่ที่สำคัญต้องดูที่วัตถุประสงค์เป็นหลัก ถ้าอยากจะรู้ว่าประเทศเราวิกฤติหรือไม่ลองไปเดินที่ตลาด ไปถามพ่อค้าแม่ค้า หรือบริษัทต่างๆก็จะรู้ จะวิกฤติหรือไม่อยู่ที่ความคิดของแต่ละคน เพราะฉะนั้นไม่ควรมาเถียงเอาชนะกัน ขอให้เอาความเป็นจริงมาพูดกัน อย่ามาพูดว่ากู้เพื่อมาแจก เพราะจะกู้หรือไม่ไม่ใช่สาระสำคัญ การกู้เพื่อนำมาชดเชยให้เกิดการหมุนเวียนก็ทำได้ ที่ผ่านมามีการ กู้กันมหาศาล ไม่เห็นมีปัญหา แต่พอเราจะกู้มาทําเรื่องนี้ เพื่อกระจายให้ ประชาชน มีส่วนร่วมในการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำไมมีปัญหา คิดว่าต้องใจกว้าง มองอะไรให้มันสอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม เรายืนยันเจตนาที่บริสุทธิ์ พยายามรับฟังทุกส่วน และพร้อมชี้แจงทุกฝ่าย ไม่อยากให้มาเถียงกันไปมาจนหาข้อยุติไม่ได้ กลายเป็นความขัดแย้งที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้…

แน่นอนเป็นธรรมดาของฝ่ายค้าน ที่คัดค้านได้มุมเพราะ ไม่ต้องรับผิดชอบ ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ รัฐบาล มีภาระหน้าที่ต้อง แก้ไขปัญหาของประเทศ ถ้าไม่ทำหรือทำไม่ได้ ก็จะกลายเป็นความบกพร่อง ขาดประสิทธิภาพในการบริหารแก้ปัญหา โดนถล่มซ้ำอยู่ดี จบข่าว

ที่นครสวรรค์ วัลยา จิราธิวัฒน์ จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ เซ็นทรัล นครสวรรค์ โครงการมิกซ์ยูสภาคกลางตอนบน เปิดให้บริการ 31 ม.ค.67 โดยมี กันตภณ ผาณิตรัตน์, รุจิเรศ นีรปัทมะ, กุณฑล บุญกระจ่าง, อรชร จันทร์วิวัฒนา และ ชาตรี โกวิทานุพงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่ จ.นครสวรรค์ วันก่อน.
  • อืม…ยังต้องตามลุ้นกันต่อไปสำหรับการช่วยเหลือ แรงงานไทย ที่ได้รับผลกระทบถูก กลุ่มฮามาส จับเป็นตัวประกัน 25 คน จากเหตุการณ์สู้รบระหว่าง อิสราเอล กับ ฮามาส ล่าสุด วันที่ 22 พ.ย. นายกฯเศรษฐา ได้ระบุถึงความคืบหน้าการช่วยตัวประกันคนไทยว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รายงานว่า อิสราเอล กับ ฮามาส มีการเจรจาหยุดยิงกันประมาณ 4 วัน ถือเป็นช่องว่างที่จะช่วยลำเลียงช่วยเหลือคนไทยออกมา เบื้องต้นเป็นเด็กและสตรี เราพยายามต่อรองผ่านทาง ประเทศกาตาร์ และมีหลายประเทศช่วยอยู่ ทางเราก็มีความมั่นใจว่าน่าจะมีข่าวดี ส่วนกรณีที่มี แรงงานไทย ต้องการกลับไปทำงานที่ อิสราเอล นั้น ไม่อยากให้กลับเข้าไป เพราะยังมีความตึงเครียด เป็นการหยุดยิงแค่เพียงชั่วคราว ทาง รัฐบาล ไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนให้ออกไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง…รอลุ้นข่าวดีและส่งแรงใจขอให้ทุกคนปลอดภัย
จากแอลเอ ฟิลิปป์ ลาซอว์ล จัดงานเปิด “ALO” แบรนด์ลักชัวรีสปอร์ตแวร์และสตรีทแฟชั่นชื่อดังจาก LA เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย โดยมี อรธิรา ภาคสุวรรณ, ภัทรมน วรรณพานิช, พฤกษ์ พานิช และ สุทัตตา อุดมศิลป์ มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป ดร.วิษณุ พะลายานนท์ เป็นประธานจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล “สวนกุหลาบปากช่อง” ที่สนามกอล์ฟเขาใหญ่คันทรีคลับ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 24 พ.ย. 11.30 น.
วันวิวาห์ องอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ธัญญารัตน์ กิตติวรรณารักษ์ กับ เจษฎา อิงคภัทรางกูร โดยมี ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ, กิตติพงษ์ เตรัตนชัย, วิบูลย์ เลาห พงศ์ชนะ, วันนิวัติ ศรีไกรวิน และ ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมงานด้วย ที่ รร.อัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
  • ศพ ม.ร.ว.สดศรี ปันยารชุน ภริยา อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งสวดศาลาร้อยปี วัดเบญจมบพิตรฯ ถึง 28 พ.ย. จากนั้นสวดทุกวันอาทิตย์ ถึง 24 ธ.ค.
  • ศพ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งสวดศาลา VIP วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ฌาปนกิจ 27 พ.ย.13.00 น. 

“ธนูเทพ”

เหตุความรุนแรงปะทุในกรุงดับลิน หลังมือมีดทำร้ายเด็ก 3 คน (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743104

เหตุความรุนแรงปะทุในกรุงดับลิน หลังมือมีดทำร้ายเด็ก 3 คน (ชมคลิป)

24 พ.ย. 2566 10:23 น.

เหตุความรุนแรงปะทุในกรุงดับลิน หลังมือมีดทำร้ายเด็ก 3 คน (ชมคลิป)

ผู้ประท้วงจำนวนมากได้ก่อเหตุปะทะกับตำรวจ จุดไฟเผายานพาหนะ รวมถึงปล้นร้านค้าหลายแห่งในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ หลังจากเด็ก 3 คนได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายด้วยมีดด้านนอกโรงเรียนแห่งหนึ่ง

เมื่อวันพฤหัสบดี (23 พ.ย. 66) ผู้ประท้วงจำนวนมากได้ก่อเหตุปะทะกับตำรวจ จุดไฟเผายานพาหนะ รวมถึงปล้นร้านค้าหลายแห่งในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ หลังจากเด็ก 3 คนได้รับบาดเจ็บจากทำร้ายด้วยมีดด้านนอกโรงเรียนแห่งหนึ่ง 

ตำรวจในชุดปราบจลาจลกว่า 400 นาย ยืนตรวจตราความปลอดภัยตามถนนหลายสาย ขณะที่ฝูงชนตะโกนเยาะเย้ยด้วยการร้องเพลงและจุดพลุดอกไม้ไฟ ส่วนในบริเวณใกล้กับสะพานโอคอนแนล เหนือแม่น้ำลิฟฟีย์ เปลวไฟลุกโชนจากรถยนต์และรถบัสที่ถูกจุดไฟเผา ในขณะที่ฝูงชนบุกเข้าไปในร้านค้าและปล้นสะดมสินค้าบนถนนช็อปปิ้งสายหลักสายหนึ่งของเมือง

ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในกรุงดับลินครั้งนี้ นับว่าเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี โดยเกิดขึ้นหลังจากเด็กหญิงวัย 5 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากถูกแทงในย่านถนนพาร์เนลสแควร์อีสต์ ทางตอนเหนือของใจกลางกรุงดับลิน

ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ ที่ประกอบด้วยเด็กอีก 2 คนและผู้ใหญ่ 2 คน รวมถึง ผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุไม่นานหลังเวลา 13.30 น. วานนี้ (23 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น

ดรูว์ แฮร์ริส ผู้บัญชาการตำรวจไอร์แลนด์ ตำหนิเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นว่า เกิดจาก “กลุ่มคนเสียสติที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ขวาจัด” พร้อมเตือนถึง “ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง” เนื่องจากมีข่าวลือแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับสัญชาติของผู้ต้องสงสัย

ไอร์แลนด์เผชิญกับวิกฤติที่อยู่อาศัยที่เรื้อรังมานาน โดยรัฐบาลประเมินว่าประชากรทั่วไปจะเผชิญปัญหาการขาดแคลนบ้านหลายแสนหลัง แต่ความไม่พอใจดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัย และนักการเมืองจากกลุ่มขวาจัดได้กระตุ้นความรู้สึกต่อต้านผู้อพยพในการระหว่างชุมนุมและบนสื่อโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่า “ไอร์แลนด์เต็มแล้ว”

เฮเลน แมคเอนที รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการโจมตีตำรวจ “ไม่ควรและจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น” และสัญญาว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด “คนอันธพาลและผู้บงการจะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เพื่อสร้างความเสียหาย” พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนสงบสติอารมณ์

เหตุการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งตำรวจระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เกี่ยวข้องกับชายคนหนึ่งซึ่งใช้มีดแทงเหยื่อด้านนอกโรงเรียน ตามการระบุของสื่อและผู้เห็นเหตุการณ์ และนายกรัฐมนตรี ลีโอ วารัดการ์ กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมแล้ว

ตำรวจกล่าวในเวลาต่อมาว่า “เด็กหญิงอายุ 5 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัส” และกำลังได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ส่วนเด็กชายอายุ 5 ขวบ และเด็กหญิงอายุ 6 ขวบมีบาดแผลไม่รุนแรง และเด็กชายสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ส่วนหญิงรายหนึ่งได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสในโรงพยาบาล เช่นเดียวกับชายวัย 50 ปีเศษ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า คาดว่าไม่มีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้นอกจากชายคนดังกล่าว และกำลังสืบสวนหาความเป็นไปได้เกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุ.

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ประธานคณะกรรมการปราบปรามทุจริตอินโดนีเซียโดนข้อหากรรโชกทรัพย์-ทุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743098

ประธานคณะกรรมการปราบปรามทุจริตอินโดนีเซียโดนข้อหากรรโชกทรัพย์-ทุจริต

24 พ.ย. 2566 10:14 น.

ประธานคณะกรรมการปราบปรามทุจริตอินโดนีเซียโดนข้อหากรรโชกทรัพย์-ทุจริต

ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ประธานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีทุจริตและกรรโชกทรัพย์

สำนักงานตำรวจนครบาลจาการ์ตา เปิดเผยว่า นายฟีร์ลี บาฮูรี ประธานคณะกรรมการกำจัดการทุจริตของอินโดนีเซีย หรือ เคพีเค ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีขู่กรรโชกทรัพย์ต่อนายสยาห์รูล ยาซิน ลิมโป อดีตรัฐมนตรีเกษตรกรรม หลังจากการสืบพยาน 91 ราย 

หากพบว่ากระทำผิดจริง นายฟีร์ลีอาจต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าละเมิดมาตรา 12E และ/หรือมาตรา 12B และ/หรือมาตรา 11 ของกฎหมายการทุจริต ร่วมกับมาตรา 65 ของประมวลกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ ตามกฎหมายอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีต้องสั่งพักงานประธานฯ เคพีเค คนใดก็ตามที่มีชื่อเป็นผู้ต้องสงสัยทางอาญา แต่อย่างไรก็ตามนายอเล็กซานเดอร์ มาร์วาตา รองประธาน เคพีเค ยืนยันว่านายฟีร์ลียังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานหน่วยงานต่อต้านการทุจริตต่อไป “เรายังไม่มีคำสั่งจากประธานาธิบดี จนถึงขณะนี้ นายฟีร์ลียังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริต และปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ” 

นายสยาห์รูล ยาซิน ลิมโป อดีตรัฐมนตรีเกษตรกรรม ถูกควบคุมตัวในคดีทุจริตเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่นายฟีร์ลี ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจ ไม่ได้ถูกควบคุมตัว และปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พบเอกสารธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ มูลค่า 7.4 พันล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือราว 16.8 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน

อาเด ซาฟรี สิมานจันทัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจาการ์ตา กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธว่า เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพียงพอที่เกี่ยวข้องกับนายฟีร์ลี ในคดีทุจริตที่ถูกกล่าวหา และกล่าวเสริมเสริมว่านายฟีร์ลีได้รีดไถเงินที่กระทรวงเกษตรตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2566 โดยมีการสัมภาษณ์พยานแล้วทั้งหมด 91 คนนับตั้งแต่เปิดคดีเมื่อเดือนตุลาคม

ก่อนที่จะถูกระบุชื่อเป็นผู้ต้องสงสัย นายฟีร์ลีกล่าวว่าเขา “ไม่เคยขู่กรรโชกใคร และฉันไม่เคยเกี่ยวข้องกับการติดสินบนกับใครเลย” ในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์

ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาจะเคารพกระบวนการทางกฎหมาย เมื่อถูกถามเกี่ยวกับคดีของนายฟีร์ลี.

อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign