สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 18 ถล่มเดือดกว่า 400 เป้าหมาย-มัสยิดหลายแห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735274

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 18 ถล่มเดือดกว่า 400 เป้าหมาย-มัสยิดหลายแห่ง

24 ต.ค. 2566 19:22 น.

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 18 ถล่มเดือดกว่า 400 เป้าหมาย-มัสยิดหลายแห่ง

สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ดำเนินมาถึงวันที่ 18 กองทัพอิสราเอลเดินหน้าระดมโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซาอย่างหนัก หลังจากกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลช็อกโลก พร้อมกับจับตัวประกันไปกว่า 200 คน เมื่อ 7 ต.ค. 2566

  • จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ในฉนวนกาซา ผ่านหลัก 5,000 ศพ
  • กลุ่มฮามาสยอมปล่อยตัวประกัน หญิงชราชาวอิสราเอล 2 คน  คือ นางนูริต คูเปอร์ และนางโยเชเวด ลิฟชิตซ์ ซึ่งถูกฮามาสลักพาตัวไปตั้งแต่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ หญิงชราชาวอิสราเอลทั้งสองคนอยู่ระหว่างการพักฟื้นในโรงพยาบาลที่กรุงเทลอาวีฟ แต่สามีของหญิงชราทั้งคู่ยังถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันอยู่
  • พลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลแถลงว่า ในช่วงวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายกว่า 400 แห่ง รวมทั้งมัสยิดหลายแห่ง โดยอ้างว่าเป็นการโจมตี ‘ศูนย์ปฏิบัติการ’ ของกลุ่มฮามาส และสามารถสังหารรองผู้บัญชาการกลุ่มฮามาสสิ้นชีพอย่างน้อย 3 ศพ
  • กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา แจ้งว่า การโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ของอิสราเอล ถล่มค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา และเมืองราฟาห์ รวมทั้งข่านยูนิส ทางตอนใต้ฉนวนกาซา ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีก 140 ศพ
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศสมากรุงเทลอาวีฟ หารือกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เมื่อ 24 ต.ค.2566
  • การโจมตีทางอากาศถล่มค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ทำให้ยังมีประชาชนจำนวนมากติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน และขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัด
  • แหล่งข่าวทางการแพทย์เผยกับ WAF ว่า การโจมตีทางอากาศในเมืองข่านยูนิส ทางใต้ของฉนวนกาซา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 80 ราย และทำให้สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองข่านยูนิส เกิดระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ศพ
  • กระทรวงพลังงานของอิสราเอลกล่าวว่า การที่กลุ่มฮามาสยังจับกุมตัวประกันกว่า 200 คนไว้ในฉนวนกาซา จะไม่หยุดยั้งอิสราเอลในการส่งทหารราบบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซา
  • อิสราเอลถล่มเขต เทล-อัล-ฮาวา ชานเมืองตอนใต้ของเมืองกาซาซิตี้ ทำให้นายรอชดี ซาร์รัจ นักข่าวชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีกหนึ่งราย และนับเป็นนักข่าวรายที่ 23 ที่เสียชีวิตในสงคราม อิสราเอลถล่มฉนวนกาซา
  • ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอลมาครงแห่งฝรั่งเศสเดินทางมากรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล แสดงความสนับสนุนอิสราเอลและจุดยืนของรัฐบาลฝรั่งเศสในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย ขณะที่ประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่า เขายังคงเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์และยุติการตั้งนิคมชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์
  • สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเตรียมร่วมประชุมวาระพิเศษในวันพฤหัสฯ ที่ 26 ต.ค. 2566 เรื่อง สถานการณ์ร้ายแรงในปาเลสไตน์

ยังบอมบ์หนัก อิสราเอลเตือนอีก ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา รีบอพยพลงใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735260

ยังบอมบ์หนัก อิสราเอลเตือนอีก ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา รีบอพยพลงใต้

24 ต.ค. 2566 17:42 น.

ยังบอมบ์หนัก อิสราเอลเตือนอีก ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา รีบอพยพลงใต้

อิสราเอลเตือนครั้งใหม่ ให้ชาวปาเลสไตน์ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา อพยพลงใต้ด่วน เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากกองทัพยังเน้นโจมตีเป้าหมายฮามาส ทางเหนือของฉนวนกาซา

เมื่อ 24 ต.ค. 2566 พลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกมาเตือนให้ชาวปาเลสไตน์ที่ยังอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา รีบอพยพลงสู่ทางใต้ เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือ กองทัพอิสราเอลจะมุ่งเน้นปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮามาส ทั้งในเมืองกาซาซิตี้ และเขตต่างๆ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา

พลเรือตรีฮาการี กล่าวด้วยว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วง และเพื่อความปลอดภัยของชาวปาเลสไตน์ จึงไม่ควรที่จะยังอยู่ในบริเวณนั้น ให้อพยพลงไปทางใต้ 

สภาพความเสียหาย หลังจากกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มเมืองข่านยูนิส ทางใต้ฉนวนกาซา เมื่อ 24 ตุลาคม 2566

นอกจากนั้น โฆษกกองกองทัพอิสราเอลยังกล่าวว่า อิสราเอลกำลังสร้างระเบียงมนุษยธรรมทางใต้ของฉนวนกาซา และจะเปิดทางให้เงื่อนไขต่างๆ มีทางออก ทว่าไม่ได้อธิบายรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม

ด้านอัลจาซีราชี้ว่า ในขณะที่กองทัพอิสราเอลย้ำเตือนหลายครั้งให้ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ทางเหนือ (ราว 1.1 ล้านคน) ในฉนวนกาซา รีบอพยพลงสู่ใต้ แต่อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศถล่มทางใต้ของฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระดมโจมตีเมืองราฟาห์ และข่านยูนิส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน

กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา แจ้งว่า การโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ของอิสราเอล ถล่มค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา และเมืองราฟาห์ รวมทั้งข่านยูนิส ทางใต้ของฉนวนกาซา ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีก 140 ศพ 

ที่มา : Aljazeera

หวิดดับยกลำ นักบินสหรัฐฯ พยายามดับเครื่องยนต์กลางอากาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735180

หวิดดับยกลำ นักบินสหรัฐฯ พยายามดับเครื่องยนต์กลางอากาศ

24 ต.ค. 2566 14:48 น.

หวิดดับยกลำ นักบินสหรัฐฯ พยายามดับเครื่องยนต์กลางอากาศ

ผู้โดยสารสุดระทึก หลังนักบินที่ไม่ได้ทำการบิน แต่โดยสารไปในห้องนักบินพยายามจะดับเครื่องยนต์ของเครื่องบินกลางอากาศ เคราะห์ดีที่นักบินหลักและนักบินผู้ช่วยสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันเวลา

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกับเครื่องบินโดยสารสายการบินฮอไรซอนแอร์ เที่ยวบินที่ 2059 ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ อลาสกา แอร์ไลน์ หลังจากที่นายโจเซพ ดี เอเมอร์สัน วัย 44 ปี ซึ่งเป็นนักบินของสายการบินดังกล่าว แต่เดินทางไปในฐานะผู้โดยสารโดยนั่งอยู่ภายในห้องนักบิน พยายามจะดับเครื่องยนต์ทั้ง 2 เครื่อง ด้วยการดึงมือจับระบบดับเพลิงเครื่องยนต์ Embraer 175 ขณะที่เครื่องกำลังทำการบินอยู่กลางอากาศ เพื่อเดินทางไปยังซานฟรานซิสโก เคราะห์ดีที่นักบินที่รับผิดชอบเที่ยวบินนี้พร้อมกับนักบินที่สองสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันเวลา ทำให้ไม่เกิดเหตุโศกนาฏกรรม และช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ โดยหลังเกิดเหตุเครื่องบินลำดังกล่าวต้องวกกลับไปลงที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน เพื่อควบคุมตัวนักบินที่ก่อเหตุไปดำเนินคดี ซึ่งมีรายงานว่าตำรวจตั้งข้อหานักบินที่ก่อเหตุมากถึง 83 กระทงจากข้อหาพยายามฆ่า และอีก 83 กระทงจากข้อหาก่ออันตรายด้วยความประมาท และอีก 1 กระทงในข้อหาก่ออันตรายต่อเครื่องบิน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้โดยสารบนเครื่องทั้งหมด 80 คนปลอดภัยดี และได้มีการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อพาไปส่งที่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ มีการชี้แจงจากสายการบินถึงสาเหตุที่กัปตันที่ไม่ได้มีหน้าที่ สามารถเข้าไปนั่งในห้องนักบินว่า สำหรับแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานทั่วไปนั้น นักบินที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ สามารถเข้าไปนั่งในห้องนักบิน บริเวณด้านหลังที่นั่งของกัปตันและนักบินผู้ช่วยได้ เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน หรือเดินทางไปยังสนามบินอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย หากเที่ยวบินนั้นที่นั่งผู้โดยสารเต็ม.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ ที่นี่

อิสราเอลบอมบ์ฉนวนกาซาไม่ยั้ง ปาเลสไตน์ดับอื้อ 140 ศพ ส่งทหารบุกเวสต์แบงก์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735140

อิสราเอลบอมบ์ฉนวนกาซาไม่ยั้ง ปาเลสไตน์ดับอื้อ 140 ศพ ส่งทหารบุกเวสต์แบงก์

24 ต.ค. 2566 13:04 น.

อิสราเอลบอมบ์ฉนวนกาซาไม่ยั้ง ปาเลสไตน์ดับอื้อ 140 ศพ ส่งทหารบุกเวสต์แบงก์

กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซาไม่ยั้ง ทั้งตอนเหนือ และใต้ ชาวปาเลสไตน์สิ้นชีพอีกอย่างน้อย 140 ศพ ขณะเดียวกันอิสราเอลยังส่งกำลังทหารบุกหลายเมืองในเขตเวสต์แบงก์ จับหนึ่งในแกนนำของกลุ่มฮามาส

เมื่อ 24 ต.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซาอย่างหนัก เมื่อคืนวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนเข้าสู่วันที่ 24 ตุลาคม โดยกองทัพอิสราเอลได้โจมตีทั้งค่ายผู้ลี้ภัยอัล-ชาตี ทางตอนเหนือ และที่เมืองราฟาห์ และข่านยูนิส ทางใต้ของฉนวนกาซา ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 140 ศพ

ขณะที่มีรายงานว่าคนไข้และบุคลากรทางแพทย์ในโรงพยาบาลอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดทางภาคเหนือของฉนวนกาซา ต้องตกอยู่ในความมืดมิด เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าหมด ก่อนที่จะกลับมามีกระแสไฟฟ้าใช้ได้อีกครั้งในช่วงเช้า หลังจากอิสราเอลได้ปิดล้อมฉนวนกาซา รวมทั้งตัดการส่งน้ำ ไฟฟ้า อาหารและเชื้อเพลิง มาตั้งแต่หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อ 7 ตุลาคม 2566

ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากการสู้รบกันระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นมาเป็นกว่า 6,400 ศพแล้ว โดยส่วนใหญ่ เป็นฝ่ายชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมาเป็นอย่างน้อย 5,087 ศพแล้ว ขณะที่มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอยู่ที่กว่า 1,400 ศพ 

ขณะเดียวกัน ช่วงคืนวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอล ได้ส่งกำลังทหารพร้อมรถถัง และอาวุธหนัก เริ่มบุกเข้าไปในหลายเมืองของเขตเวสต์แบงก์ โดยได้จับกุมชาวปาเลสไตน์หลายคน โดยเฉพาะทหารอิสราเอลได้บุกจู่โจมจับกุม นายอัดนาน ฮามาร์เชห์ ผู้นำอาวุโสคนหนึ่งของกลุ่มฮามาสได้ที่บ้านในเมืองเจนิน เขตเวสต์แบงก์ เมื่อคืนวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา.

ที่มา : Aljazeera

ไบเดน จี้ฮามาสปล่อยตัวประกัน ก่อนจะผลักดันเจรจาหยุดยิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735132

ไบเดน จี้ฮามาสปล่อยตัวประกัน ก่อนจะผลักดันเจรจาหยุดยิง

24 ต.ค. 2566 12:58 น.

ไบเดน จี้ฮามาสปล่อยตัวประกัน ก่อนจะผลักดันเจรจาหยุดยิง

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ฝากข้อความถึงกลุ่มฮามาส ให้เร่งปล่อยตัวประกันทั้งหมด ก่อนที่จะผลักดันการเจรจาเกี่ยวกับการหยุดยิงต่อไป

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ตอบคำถามต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว หลังจากที่ถูกถามว่า เขาจะสนับสนุนการแลกตัวประกันกับการเจรจาหยุดยิงหรือไม่ โดยนายไบเดนตอบเพียงสั้นๆ ว่า กลุ่มฮามาสจำต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดมาก่อน จากนั้นจึงจะสามารถเจรจากันได้

โดยขณะนี้กลุ่มฮามาสได้จับตัวประกันไปมากกว่า 200 คน นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยที่แน่ชัดว่าในจำนวนตัวประกันมีชาวต่างชาติอยู่กี่คน และเป็นชาติอะไรบ้าง

โดยล่าสุดกลุ่มฮามาสเพิ่งปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลเพิ่มเติมอีก 2 คน จากเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม เนื่องจากเป็นหญิงชราที่มีปัญหาด้านสุขภาพคือ นางนูริต คูเปอร์ วัย 79 ปี และนางโยเชเวด ลิฟชิตซ์ วัย 85 ปี ซึ่งทางคณะกรรมการองค์การเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศในอิสราเอล ยืนยันว่าผู้สูงอายุทั้งสองคนถูกส่งตัวกลับอิสราเอลแล้ว และมีคลิปภาพยืนยันจากลุ่มฮามาส รวมทั้งสถานีโทรทัศน์อียิปต์ที่ได้ส่งทั้งสองขึ้นรถพยาบาล และออกเดินทางไปแล้ว

ขณะเดียวกันองค์การสหประชาชาติแนะนำให้อิสราเอลเลื่อนเวลาในการบุกภาคพื้นดินออกไปก่อน เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาต่อรองเพื่อปล่อยตัวประกันเพิ่มมากขึ้น และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้หลั่งไหลเข้าไปยังกาซาให้เพียงพอ

นอกจากนี้ นายไบเดน ยังได้ระบุถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างตัวเขา และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วว่า โป๊ป และเขาเห็นตรงกัน โดยพระองค์ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อแก้วิกฤตินี้ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือแก่อิสราเอลตามที่พวกเขาต้องการ เพื่อนำพาหนทางแห่งสันติภาพคืนกลับมาโดยเร็ว.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “สงครามอิสราเอล

Dinner Talk : Thailand’s Future เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561834

24 ต.ค. 2566

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

Dinner Talk : Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024 จัดโดย เนชั่นกรุ๊ป ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ นายกรัฐมนตรี เปิดใจเหตุการณ์ในอิสราเอล ทำให้ตระหนัก ถึงภาพความเลื่อมล้ำในสังคม จนทำให้คนไทย ยอมที่จะเสี่ยงค้าแรงงานในอิสราเอลทั้งที่อันตราย ย้ำ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ต้องเดินหน้า

วันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน Dinner Talk : Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024 และเสวนาหัวข้อ “รัฐบาลข้ามขั้ว สลายความขัดแย้ง ทำได้อย่างไร?”   จัดโดย  เนชั่นกรุ๊ป    ณ  คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

นายเศรษฐา​ กล่าวบนเวทีว่า​   เรื่องที่สะเทือนใจใน 10 วัน ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี คือสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก หากไม่พูดถึง การเมืองในภาพใหญ่  พูดถึงภาพเราคงไม่ได้  ทำไมรัฐบาล  จึงต้องทำงานอย่างหนักกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อปากท้องให้ดีขึ้นและเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด ทำไมจึงต้องซ่อมเศรษฐกิจซ่อมความเป็นอยู่

.

ห่วงความปลอดภัย อยากเห็นคนไทยกลับบ้าน

.

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึง ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยในหลายๆ มิติ หากติดตามจากตนให้อัพเดทสถานการณ์อิสราเอล เมื่อวานนี้มีการให้สัมภาษณ์ไปว่าขอร้องวิงวอน อ้อนวอนให้คนงานที่อยู่ในอิสราเอลเดินทางกลับไทย โดยในปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศ​ ได้ทำงานหนักเพื่อนำคนกลับมาให้ได้วันหนึ่งเฉลี่ยประมาณ 800-1,000 คน

 แต่ว่าก็มีคนเปลี่ยนใจไม่กลับ เพราะว่าทางนายจ้างจะให้เงินเพิ่มมากขึ้น จะจ่ายเงินอีกครั้งในวันที่ 10 พฤศจิกายน  ต้องมองว่าการให้เงินเพิ่มมากขึ้นนั้นคุ้มหรือไม่กับความเสี่ยง คนที่อยู่ดินแดนที่มีความเสี่ยงจะหาเงินกลับมาจนเจอครอบครัวอีกหลายแสนหรือถึงล้าน  ไม่มีทางเลือกเพราะประสบความลำบาก​ ยอมเสียชีวิตเพื่อจะอยู่ต่อ​ ซึ่งนายจ้างจับจุดถูก​ เป็นที่น่าสลดใจ​ แต่ตนไม่รู้ว่าอีก​ 10 กว่าวันที่เหลือแรงงานจะเปลี่ยนใจกลับมาหรือไม่

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.

.
เรือธง “ดิจิทัลวอลเล็ต”ต้องเดินหน้า
.

เหตุการณ์​ดังกล่าวส่อให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย​ โดยมาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลได้ออกไปไม่ว่าจะเป็นพักหนี้เกษตรกร ลดค่าไ ฟลดค่าน้ำมัน เหล่านี้เป็นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น​ รวมถึงดิจิทัลวอลเล็ต​  เชื่อมั่นหลายท่านในที่นี้อาจไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยแต่อาจจะอยากให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง​ หรือเห็นด้วยหมดเลย ซึ่งรัฐบาลพร้อมฟังเสมอ​ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็น​ เพราะเศรษฐกิจไทยต้องการการกระตุ้น 

ประชาชนที่อยู่ฐานรากประสบความลำบาก การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ให้ครัวเรือนละ 10,000 บาท​  สามารถนำเงินเหล่านั้นไปก่อร่างสร้างตัวได้​ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมต้องจำกัดระยะทาง​ ทำไมต้อง​ 4 กิโลเมตร​ เนื่องจากไม่อยากให้คนนำเงินมาใช้ในเมืองใหญ่ แต่อยากให้ร้านค้าในพื้นที่ต่างๆได้ลืมตาอ้าปากจากตรงนี้ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่จ่ายเป็นเงินสด เพราะไม่อยากให้นำเงินมาใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯได้ ซึ่งทุกอย่างจะค่อยๆคลี่คลายและอธิบายให้ฟังต่อไป เมื่อโครงการทั้งหมดนี้จบสิ้น​ ซึ่งมั่นใจว่าที่มาที่ไปของเงินและข้อเสนอแนะของหลายภาคส่วนที่เสนอแนะเข้ามา


ไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงอีกประเทศหนึ่ง หากลงไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดพูดคุยกับประชาชนปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่มาก เป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไข เงินดิจิทัล 10,000 บาทของแต่ละคนสามารถไปเปลี่ยนอาชีพเขาได้ มีหลายเสียงบอกว่ามีแต่การกระตุ้นเศรษฐกิจประชานิยม​ ไม่ใช่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว 
 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.

.
รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทุกมิติ

.


แต่ตลอดระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือนที่ผ่านมา​ รัฐบาลนี้เห็นความสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว​ ซึ่งการที่ตนเดินทางไปยังต่างประเทศ   รวมทั้งเดือนหน้าจะเดินทางไปประชุมเอเปค ก็น่าจะมีข่าวดีทั้งของบริษัท Microsoft และ Google สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างรากฐานการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว​ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา   เดินทางไปยังประเทศจีน​ มีสมาคมธนาคาร​ หอการค้าไทย​ ประธานอุตสาหกรรม​  ก็ไปพูดให้ในเวทีการประชุม ปิดห้องคุยกัน 40-50 คน  

รัฐบาลนี้จะไม่มีการเหนียมอาย ในการที่เราเอาเอกชนไป​เมื่อรัฐบาลเดินทางไปต่างประเทศ โดยรัฐบาลจะเป็นตัวกลางให้ทุกคนเข้าถึงสินค้าและการให้บริการต่างๆที่คนไทยสามารถ offer ได้  ซึ่งในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการลงทุนสูงสุดในเรื่องของ EV  ซึ่งไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลนี้​ แต่เป็นของรัฐบาลเก่า​ แต่รัฐบาลนี้มาสานต่อ ซึ่งจะมีโรงงานผลิตรถยนต์ EV อีกหลายรายจะเข้ามา โดยจะต้องส่งเสริมในลักษณะซัพพลาย​เชน​ 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

.
เล็งขยายตลาดเนื้อโคเข้าตะวันออกกลาง – ขับเคลื่อน”แลนด์บริดจ์”

.

สำหรับการเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบีย เพื่อพบกับบริษัทชั้นนำ พร้อมที่จะมาลงทุน  เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ นโยบายการส่งออกเนื้อวัว  ตนไม่แน่ใจว่าวันนโยบายนี้ถูกต้องหรือไม่แต่หากมีตลาดก็ถือว่าถูกต้อง​  ไปบูรไน​ และมาเลเซีย​ รวมไปถึงซาอุดีอาระเบีย ได้ ไปพูดคุยถึงเรื่องนี้ทุกประเทศมีความต้องการเนื้อวัวสูงมาก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งหลายให้เป็น 3 เท่าใน 4 ปี ไม่ใช่แค่การอัพราคาสินค้า​ แต่นำอาชีพไปเสริม ไม่ใช่เพียงปลูกข้าวอย่างเดียวแต่ให้เลี้ยงโคด้วย 

เรื่องการพักหนี้เกษตรกรชั่วคราว​ เพื่อให้ได้มีขวัญและกำลังใจที่จะทำธุรกิจอื่น ไม่ต้องคำนึงว่าแต่ละเดือนจะสามารถใช้หนี้ได้เท่าไร​ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น​  
“เรื่องรถไฟความเร็วสูง​ ได้หารือร่วมกับ ประธานาธิบดีสี​ จิ้นผิง ของจีน เพื่อเพิ่มศักยภาพต่อจิ๊กซอว์ One Belt One Road ที่ จะทำให้ต่างชาติมั่นใจ​ และย้ายฐานการผลิตมายังที่นี่​ ซึ่งเป็นการยกระดับทำให้ไทยเป็นโลจิสติกส์ฮับระดับโลก แต่ไม่ใช่ว่าจะแย่งธุรกิจจากมะละกาหรือสิงคโปร์ แต่การที่เรามีการลงทุนตรงนี้จะร่นระยะเวลาในขนสินค้า ได้ถึง 9 วัน ซึ่งไม่แน่ใจว่า 4 ปี จะได้ลงมือหรือไม่แต่แน่นอนว่าจุดเริ่มต้น โดยรัฐบาลนี้จะเริ่ม โครงการแลนบริดจ์เพื่อ สร้างศักยภาพในการแข่งขันของคนไทยทุกคน​ “


นายเศรษฐา กล่าวว่า   ที่ตนกล่าวมาไม่ใช่เพียงแต่ประชานิยม  เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันให้การสนับสนุน และนโยบายการเงินการคลังที่ดี​ ไม่ใช่แค่การระมัดระวังเรื่องวินัยการเงินการคลัง แต่นโยบายการเงินการคลังที่ดี ยกระดับความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคน​ โดยคำนึงถึงวินัยด้านการเงินการคลัง ซึ่งรัฐบาลนี้ทราบดี ว่าสถานภาพการเงินการคลังเป็นอย่างไร​  ตรงไหนที่ทำได้​  รัฐบาลยอมรับเสียงติชมมาตลอด รับฟังข้อเสนอแนะมาตลอด​ รักษาไว้ซึ่งวินัยการเงินการคลัง 

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

.
เปิดทางเชื่อมโยงความร่วมมือเอกชนไทย –  ทุนข้ามชาติ

.

ขณะเดียวกันไม่กลัวว่าใครจะว่า   เอื้อประโยชน์ต่อเอกชนโดยรัฐบาลเป็นตัวกลางระหว่างการจับคู่เอกชนและเอกชนแต่ละประเทศ​    พร้อมเชื้อเชิญและยินดี​ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเชื่อมเอกชนเข้าหากับบริษัทข้ามชาติต่างชาติที่อยากมาลงทุน รัฐบาลนี้เต็มใจที่จะช่วยเหลือ เพื่อยกระดับขีดความแข่งขันของประเทศไทยขึ้นไป  

อยากให้เห็นว่ารัฐบาลนี้พยายามสร้างความหวังและแรงบันดาลใจในการที่จะเดินทางไปเปิดประเทศมี​ Infar Structure ที่จะตอบโจทย์    “เราเข้าใจคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะเป็นเถ้าแก่เจ้าสัว ซึ่งรัฐบาลของเราช่วยเอื้อให้เขามีโอกาสและความหวัง ให้เขาถือสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยที่เหมาะสม​ นอกจากนี้รัฐบาลพยายามทำอยู่อีกหลายเรื่อง​ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรสเท่าเทียมความสมัครใจเกณฑ์ทหาร​ ทำให้เขามีสิทธิเสรีภาพในการเลือก พร้อมกับกล่าวย้ำว่าเราพยายามทำอย่างเต็มที่ไม่อยู่บนความขัดแย้ง”

นายเศรษฐา​ กล่าวด้วยว่า​  เชื่อว่าหลายคนเป็นกำลังใจให้รัฐบาล และมีข้อสงสัย และไม่มั่นใจในทิศทางที่กำลังเดินไป  อยู่ด้วยกันหลายๆ ความคิด มาจากหลายๆ ที่ ความเห็นต่างเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องพยายามชี้แจง และอธิบายให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ รัฐบาลนี้จะไม่เหน็ดเหนื่อยกับการที่จะต้องอธิบายให้กับทุกท่านฟังว่า ทำไมจะต้องทำนโยบายอะไรออกมา เป็นหน้าที่ของรัฐบาลนี้  ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ามาอยู่ตรงนี้ เพื่อที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกคนในทุกมิติ

.
หัวใจในการทำงาน fall in love 
.

ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในงาน Dinner Talk Thailand’s Future อนาคตประเทศไทย 2024  ได้มีช่วงถามตอบในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง  โดยนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถาม เรื่องการแต่งกาย ที่ชอบสวมถุงเท้าสีสันต่างๆว่า  ใส่มาตั้งนานตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ไม่ได้เลือกว่าวันไหนต้องสีไหน แต่ก็ดูตามกาลเทศะ เป็นความสุขส่วนตัว

ส่วนการเปลี่ยนเส้นทางจากธุรกิจสู่การเมือง แตกต่างกับที่คาดคิดไว้หรือไม่  ไม่ได้เหนือความคาดหวัง เพราะรู้ว่าต้องทำงานหนัก หลายคนเล่นการเมืองก็อยากเป็นรัฐมนตรี อยากเป็นนายกตั้งแต่อายุ 30 แต่ตนอายุ  58 ถึง 59 แล้วก็ยังไม่คิด จนกระทั่ง 2 ปีก่อนมาการเมือง จึงเริ่มคิด และสิ่งหนึ่งที่ต้องมีในการทำงาน คือ fall in love (ตกหลุมรัก) เพราะต้องอยู่ตรงนี้ถึง 4 ปี หากไม่หลงรัก ไม่มีแพชชั่น ตราบใดที่ไม่หลงรักงานที่ทำก็จะไม่ทำอย่างมีประสิทธิภาพ  ก่อนที่จะมาเป็นหรือไม่เป็นไม่แตกต่างกัน เพราะมองไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น


ที่บอกว่าทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนั้น ไม่ได้เหนื่อยเพราะทำงานเสร็จก็พักผ่อน ตื่นมาก็ทำงานต่อ ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย และไม่ว่าวิกฤตอะไรก็พร้อมสู้ เพราะนายกฯทุกคนก็เจอวิกฤตต่างกัน  ส่วนสิ่งที่จะได้เห็นจากรัฐบาลเศรษฐาในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หลังจากนี้   บางเรื่องก็มีขีดจำกัดต่างกันไป เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องปากท้อง วันนี้รัฐมนตรีพลังงานก็ประกาศลดราคาน้ำมัน เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดูอยู่

การกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังทำต่อ อีกสองสัปดาห์ก็จะประกาศเพิ่มประเทศที่จะยกเว้นวีซ่า  อาจจะมีการเดินทางไปคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เรื่องของการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกที่จังหวัดนราธิวาส   ส่วนแผนในระยะกลางและระยะยาว อาจเห็นเรื่องของการพัฒนารถไฟรางคู่ รวมถึงแลนด์บริดจ์  และยืนยันว่าอยากให้โครงการนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้  นายเศรษฐา  ระบุ

Dinner Talk : Thailand’s Future  เศรษฐา : อยู่ตรงนี้เพื่อจะยกระดับชีวิตคนไทย

.

ข่าวโดย  :  Nation TV

ภาพโดย : NationPhoto

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมพรรคทุกด้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561823

24 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมพรรคทุกด้าน

‘เศรษฐา’ นำประชุม สส.เพื่อไทย แนะอย่าลืมวางยุทธศาสตร์เลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อชัยชนะระดับชาติ ด้าน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ย้ำมีแผนปรับความพร้อมทุกด้านของพรรค

วันที่ 24 ต.ค. เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นส.แพทองธาร ชินวัตร กรรมการบริหาร และ สส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมประชุมประจำสัปดาห์ โดย นส.แพทองธาร ได้กล่าวกับที่ประชุม ว่า เราได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงมากมาย 1-2 เดือนที่ผ่านมา จะผลงานมากมายของนายกฯ เรามีแผนที่จะปรับเปลี่ยนพรรคให้มีความพร้อมมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งถนัดและไม่ถนัด 

“พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ตนต้องการความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล และจากพรรคเพื่อไทย มาแลกเปลี่ยนความรู้ในแต่ละด้าน เพราะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งอาจจะไม่มีความรู้ในกระทรวงต่างๆ จึงอยากให้แชร์ความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถร่วมกัน เชื่อว่า สส. ที่อยู่ในกระทรวงต่างๆ อยากจะเรียนรู้ร่วมกัน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

ด้านนายเศรษฐา  กล่าวถึงความกังวลใจในการเลือกตั้งซ่อม สส. และการเลือกตั้งท้องถิ่น ได้เน้นย้ำให้ สส. มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เมื่อเป็นรัฐบาลจะลืมการเลือกตั้งท้องถิ่น ถือว่าเป็นสัญญาณไม่ดีสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป

ส่วนความสัมพันธ์ของรัฐบาล-สส. หลายคนทำงานหนัก แต่ก็ต้องดูผลงานระยะสั้นเพื่อจะทำนโยบายบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน “ผมจะเข้าพรรคให้บ่อยขึ้น จะต้องรับฟังปัญหาของประชาชนผ่าน สส.ในพื้นที่ แก้ไขปัญหา ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น“ นายเศรษฐา กล่าว

ทั้งนี้นายเศรษฐา กล่าวทิ้งท้ายในที่ประชุมว่า ผมขอชวนไปดูหนังเรื่องสัปเหร่อ วันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) เวลา 19.45 น. ขอให้ทุกคนแต่งตัวจัดให้เต็ม ผ้าขาวม้า โจงกระเบนมาให้หมดให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์

ครม.ไฟเขียว ‘พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ’ นั่งเลขา ป.ป.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561794

24 ต.ค. 2566

ครม.ไฟเขียว 'พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ' นั่งเลขา ป.ป.ส.

ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ “พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็น เลขาฯ ป.ป.ส. หลัง กระทรวงยุติธรรม รับโอนย้าย

24 ต.ค.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม มีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญหลายวาระ และหนึ่งในวาระที่เป็นที่จับตา คือ การแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาป.ป.ส.) ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566 กระทรวงยุติธรรม ได้ส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องขอรับโอนข้าราชการ โดยพิจารณาเห็นว่า พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.)  เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงมีความประสงค์ขอรับโอน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารระดับสูง 

ครม.ไฟเขียว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นั่งเลขาฯ ป.ป.ส.ครม.ไฟเขียว พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ นั่งเลขาฯ ป.ป.ส.

ล่าสุด นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทนักบริหารระดับสูง ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ให้โอนข้าราชการตำรวจ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (ผช.ผบ.ตร.) มาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ (ประเภทบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ทั้งนี้ หากย้อนไปในอดีต มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ส. จนถึงปัจจุบัน มาแล้ว 19 คน โดยในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 12 คน และอีก 7 คน มาจากตำรวจ โดยตำรวจที่เคยโอนมาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. รายล่าสุดคือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. คนที่ 14 ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2555-2557

มท.1 ลงนามตั้ง “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561798

24 ต.ค. 2566

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่ง แต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็น โฆษกกระทรวงมหาดไทย

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป เพื่อให้การดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ การชี้แจงข้อมูลข่าวสาร การเผยแพร่ภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับประวัติของ น.ส.ไตรศุลี นั้น  เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2532 ที่จังหวัดศรีสะเกษ เป็นบุตรสาวของนายวิชิต ไตรสรณกุล นักการเมืองท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มท.1 ลงนามตั้ง "ไตรศุลี ไตรสรณกุล" เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย

น.ส.ไตรศุลี ได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทยและการสนับสนุนจากบิดา จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ลำดับที่ 30

แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้งในการลงสมัครครั้งนี้ แต่น.ส.ไตรศุลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย น.ส.ไตรศุลี จึงมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นจากการเป็นผู้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี

ในปี 2566 ไตรศุลี ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวง

เปิดใจ ‘แรมโบ้อีสาน’ ลาออก ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ทิ้งการเมือง-ถอยมาตั้งหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561782

24 ต.ค. 2566

เปิดใจ ‘แรมโบ้อีสาน’ ลาออก ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ทิ้งการเมือง-ถอยมาตั้งหลัก

‘แรมโบ้อีสาน’ ดร.เสกสกล เปิดใจ ลาออกสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ทิ้งสนามการเมือง แต่ขอถอยห่างออกมา เป็นกองหนุนอยู่เบื้องหลัง พรรคที่ทุ่มทุนสร้างมากับมือ ส่งผลให้ แม่เลี้ยงติ๊ก เลื่อนระบบบัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมาลำดับ 15 แทน

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2566 มีรายงานว่า “แรมโบ้อีสาน” หรือ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี(นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค)และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ตั้งแต่ ต้นเดือนตุลาคม 2566

แรมโบ้อีสานแรมโบ้อีสาน

“แรมโบ้อีสาน” ถือเป็นผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีชื่อเป็นผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 15 ซึ่งหากดร.เสกสกล ลาออกจะเลื่อนผู้สมัครลำดับถัดไปขึ้นมาคือ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ แม่เลี้ยงติ๊ก อยู่ลำดับที่ 16 เพราะขณะนี้บัญชีรายชื่อของพรรคถึงลำดับที่ 14 แล้ว

ดร.เสกสกล ผู้ก่อตั้งพรรคและเป็นรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นแม่ทัพประสานงานผู้สมัคร สส.ในภาคอิสาน ถือเป็นกำลังสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติคนหนึ่ง และมีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นเงาตามตัวเคียงข้าง ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนานกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมา

แรมโบ้อีสาน มีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นเงาตามตัวเคียงข้าง ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี แรมโบ้อีสาน มีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นเงาตามตัวเคียงข้าง ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี

“แรมโบ้อีสาน” เปิดใจ กับ ‘คมชัดลึก’ ว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีผลทำให้หลุดจากทุกตำแหน่งของพรรคด้วย การลาออกครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเลิกเล่นการเมือง หรือทิ้งสนามการเมือง

ยืนยันไม่เลิกเล่นการเมือง แต่ถอยออกมาตั้งหลัก อยากเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ทำคุณประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองได้เหมือนกัน อีกทั้งเป็นช่วงเวลาต้องดูแลรักษาสุขภาพตามแพทย์สั่งหลังผ่าตัดเข่า

“ผมพอใจที่พรรคร่วมไทยสร้างชาติ เติบโตและมี สส.ถึง 36 คน แม้ไม่บรรลุเป้าหมาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมอยากเห็นการเมืองใหม่ การเมืองที่เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ ได้มารับไม้ต่อจากนักการเมืองรุ่นพี่ๆ เพื่อดูแลบ้านเมืองเราสงบสุขเจริญรุ่งเรือง”

เปิดใจ ‘แรมโบ้อีสาน’ ลาออก ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ทิ้งการเมือง-ถอยมาตั้งหลัก