ตะลึง จีนขุดพบ ขวดโบราณหายาก ‘ปากเล็กก้นแหลม’ อายุกว่า 7 พันปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750045

ตะลึง จีนขุดพบ ขวดโบราณหายาก 'ปากเล็กก้นแหลม' อายุกว่า 7 พันปี

23 ธ.ค. 2566 18:40 น.

ตะลึง จีนขุดพบ ขวดโบราณหายาก ‘ปากเล็กก้นแหลม’ อายุกว่า 7 พันปี

จีนพบขวดโบราณชนิดหายาก ที่มีอายุย้อนกลับไปกว่า 7,000 ปี ที่แหล่งโบราณคดี ‘เผยหลี่กั่ง’  

สำนักข่าวซินหัวรายงาน ขวดโบราณชนิดหายากที่มีอายุย้อนกลับไปกว่า 7,000 ปี ถูกขุดพบที่แหล่งโบราณคดี ‘เผยหลี่กั่ง’ (Peiligang site) ในเมืองซินเจิ้ง มณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ซึ่งนับเป็นการขุดพบขวดเก่าแก่มากที่สุดในบรรดาขวดรูปแบบเดียวกันนี้ที่ค้นพบในจีน

ขวดโบราณรูปร่างแปลกตาชนิดนี้ มีปากขวดขนาดเล็กและบริเวณส่วนก้นที่แหลม โดยเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมหย่างเสา และมักถูกขุดพบจากบ้านเรือน หลุมขี้เถ้า และสถานที่ฝังศพ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นหลากหลายเกี่ยวกับการใช้งานขวดโบราณประเภทดังกล่าว ทั้งใช้สำหรับเป็นภาชนะสำหรับตักน้ำ ภาชนะกลั่นของเหลว หรือไม่สำหรับเป็นวัตถุฝังศพ

หลี่ หย่งเฉียง นักวิจัยร่วมจากสถาบันโบราณคดี สังกัดสถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าขวดโบราณที่ค้นพบใหม่นี้มีอายุประมาณ 7,700 ปี มีความยาวมากกว่า 10 เซนติเมตร รูปทรงมีขนาดกะทัดรัดมาก และเล็กกว่าขวดก้นแหลมปากเล็กที่พบเห็นทั่วไปจากยุควัฒนธรรมหย่างเสา ซึ่งมีอายุย้อนไปราว 5,000-7,000 ปีก่อน และนับเป็นวัฒนธรรมยุคหินใหม่ที่มีต้นกำเนิดบริเวณตอนกลางของแม่น้ำเหลือง

“การค้นพบครั้งนี้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นใหม่สำหรับการสำรวจต้นกำเนิดและความเกี่ยวโยงในการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรมเผยหลี่กั่งกับวัฒนธรรมหย่างเสา” หลี่กล่าว

หลี่ หย่งเฉียง เสริมว่า เมื่อรวมข้อมูลกับการค้นพบก่อนหน้านี้ที่บ่งชี้ว่าผู้ตั้งถิ่นฐานในบริเวณเผยหลี่กั่งได้เรียนรู้วิธีใช้เชื้อราข้าวแดงในการหมักและกลั่นเหล้าอยู่แล้ว ขวดที่พบใหม่นี้จึงอาจเป็นภาชนะที่คนโบราณใช้ในการผลิตเชื้อรา

นอกจากนั้น นักโบราณคดียังค้นพบสิ่งประดิษฐ์หินยุคหินเก่าตอนปลาย เศษเปลือกไข่นกกระจอกเทศ ชิ้นส่วนแร่เหล็กสีแดง และสิ่งของอื่นๆ ที่แหล่งโบราณคดีเผยหลี่กั่ง ซึ่งการค้นพบนี้ส่งมอบข้อมูลใหม่สำหรับการศึกษาหลายหัวข้อสำคัญ เช่น ภูมิทัศน์ทางสังคมยุคหินเก่าในภูมิภาคที่ราบภาคกลาง และการเปลี่ยนผ่านจากยุคหินเก่าไปสู่ยุคหินใหม่

ทั้งนี้ แหล่งโบราณคดีเผยหลี่กั่ง มีอายุประมาณ 7,600-8,000 ปี เป็นแหล่งตั้งถิ่นฐานทางการเกษตรทั่วไป ด้วยขนาดพื้นที่ 50,000-60,000 ตารางเมตร มีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในแหล่งกำเนิดอารยธรรมเกษตรกรรมของจีน

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : Xinhua

สงครามอิสราเอลเดือด เดินหน้าถล่มฮิซบอลเลาะห์ทางใต้เลบานอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2750001

สงครามอิสราเอลเดือด เดินหน้าถล่มฮิซบอลเลาะห์ทางใต้เลบานอน

23 ธ.ค. 2566 14:09 น.

สงครามอิสราเอลเดือด เดินหน้าถล่มฮิซบอลเลาะห์ทางใต้เลบานอน

เดือด กองทัพอิสราเอลเดินหน้าโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่สงครามอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซายังหฤโหด คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ ดับอย่างน้อย 20,000 ศพแล้ว

เมื่อ 23 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงาน กองกำลังป้องกันอิสราเลอ (IDF) หรือกองทัพอิสราเอล เดินหน้าโจมตีทางตอนใต้ของประเทศเลบานอนอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งสนับสนุนกลุ่มฮามาส ยังคงยิงจรวดมาโจมตีทางตอนเหนือของอิสราเอล

มีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในหมู่บ้านคาฟร์ คีลา ทางตอนใต้ของเลบานอน หลังจากกองทัพอิสราเอลแถลงว่ามีทหารอิสราเอลนายหนึ่งสิ้นชีพและบาดเจ็บอีกหนึ่งนาย ระหว่างเกิดการยิงปะทะกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2566 โดยการสู้รบระหว่างทหารอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทวีความรุนแรงขึ้นช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทว่ายังอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดตามแนวชายแดนระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน

ส่วนสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสยังคงดุเดือด กองทัพอิสราเอลระดมทิ้งระเบิดโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยนูไซรัต และเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซารายงาน สงครามอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา เป็นเหตุให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 20,000 ศพแล้ว นับตั้งแต่อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัว และจับตัวประกันมาประมาณ 240 คน เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 

ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(UNSC) ได้ผ่านร่างมติเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสอนุญาตให้ส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปยังฉนวนกาซามากขึ้น แต่สหรัฐและรัสเซียงดออกเสียง หลังจากได้มีการเลื่อนการลงมติหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทัพยูเครน ‘กำลังใจมา’ โว สอยเครื่องบินขับไล่ ทิ้งระเบิดรัสเซีย ตก 3 ลำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749957

ทัพยูเครน 'กำลังใจมา' โว สอยเครื่องบินขับไล่ ทิ้งระเบิดรัสเซีย ตก 3 ลำ

23 ธ.ค. 2566 12:45 น.

ทัพยูเครน ‘กำลังใจมา’ โว สอยเครื่องบินขับไล่ ทิ้งระเบิดรัสเซีย ตก 3 ลำ

กองทัพยูเครนโว ยิงเครื่องบินขับไล่ ทิ้งระเบิด Su-34 ของรัสเซีย ตกถึง 3 ลำที่แคว้นเคอร์ซอน ขณะที่รัสเซียยังเงียบ ไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อความสูญเสียครั้งใหญ่


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสงครามในยูเครนเข้าสู่เดือนที่ 22 นับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเปิดฉากทำสงครามเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2565 โดยกองทัพอากาศยูเครนประกาศสามารถยิงเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Su-34 ของฝ่ายรัสเซียตกถึง 3 ลำ เหนือแคว้นเคอร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีแห่งยูเครน ออกมากล่าวเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ขอบคุณทหารยูเครนที่สามารถยิงเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดของรัสเซียจนตกถึง 3 ลำที่แคว้นเคอร์ซอน พร้อมกับเตือนไปถึงบรรดานักบินกองทัพรัสเซียว่าขอให้ตระหนักว่าไม่มีนักบินคนใดที่จะไม่ถูกลงโทษ 

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเซเลนสกียังเปิดเผยว่า เขาได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาร์ก รุตต์ แห่งเนเธอร์แลนด์เกี่ยวกับการส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 มาให้แก่ยูเครน เช่นเดียวกับการสนับสนุนทางทหารครั้งใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ในการช่วยยูเครนสู้กับกองทัพรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม กองทัพรัสเซียยังไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวความสูญเสียครั้งใหญ่ เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด ถูกยิงตกถึง 3 ลำ ในขณะที่บล็อกเกอร์ด้านสงคราม ที่มีอิทธิพลคนหนึ่งในรัสเซียระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดของรัสเซียที่ถูกกองทัพยูเครนยิงตกที่แน่ชัดว่ามีกี่ลำ ขณะที่มีความเป็นไปได้ที่เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Su-34 ของรัสเซียโดนยิงด้วยมิสไซล์หรือขีปนาวุธแพตทริออตที่สร้างโดยสหรัฐฯและขณะนี้ พบนักบินรัสเซียที่รอดชีวิตและเสียชีวิตแล้ว

Norad เชิญชวนแกะรอยซานตาคลอสเดินทางแจกของขวัญประจำปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749953

Norad เชิญชวนแกะรอยซานตาคลอสเดินทางแจกของขวัญประจำปี

23 ธ.ค. 2566 12:15 น.

Norad เชิญชวนแกะรอยซานตาคลอสเดินทางแจกของขวัญประจำปี

ศูนย์บัญชาการป้องกันอากาศยานแห่งอเมริกาเหนือ หรือ Norad เชิญชวนคนทั่วโลกเตรียมพร้อมในภารกิจ ร่วมกันแกะรอยซานตาคลอส ที่เตรียมจะออกเดินทางไปแจกของขวัญให้แก่เด็กๆ ทั่วโลกในวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี

ใกล้จะคริสต์มาสแบบนี้ เด็กๆ ต่างรอคอยของขวัญจากซานตาคลอสกันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งล่าสุดศูนย์บัญชาการป้องกันอากาศยานแห่งอเมริกาเหนือ หรือ นอราด (Norad) ซึ่งมีหน้าที่ในการสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวบนน่านฟ้าสหรัฐฯ และแคนาดา เปิดเผยว่า ขณะนี้พวกเขาได้เริ่มนับถอยหลัง เพื่อปฏิบัติภารกิจแกะรอยการเดินทางของซานตาคลอสประจำปีนี้แล้ว โดยจะมีการเปิดเผยความเคลื่อนไหวของซานตาคลอสให้แก่ผู้ที่สนใจสามารถติดตามได้ในหลายช่องทางทั้งเว็บไซต์ นอราดซานตาดอทโออาร์จี https://www.noradsanta.org/en/ รวมทั้งยังติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันของนอราดในโทรศัพท์มือถือได้ด้วย โดยจะสามารถติดตามได้แบบนาทีต่อนาที ตั้งแต่ซานตาคลอสออกเดินทางจากขั้วโลกเหนือลงมา

โดยนอราดระบุว่า เส้นทางการเดินทางของซานตาคลอสในแต่ละปีจะไม่ซ้ำเดิม และอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างไรก็ได้ แล้วแต่การตัดสินใจของบุรุษผู้ลึกลับคนนี้

ทั้งนี้ นอราดได้จัดทำโครงการตามรอยซานตาคลอส ไปแจกของขวัญทั่วโลกเป็นประจำทุกปี มาตั้งแต่ปี 2501 จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว โดยมีการคำนวณด้วยว่า ถ้าซานตาคลอสต้องส่งของขวัญให้เด็กทั่วโลกในเวลาเดียวกัน เขาจะใช้เวลาเพียง 0.00003 วินาที ในการส่งของขวัญให้บ้านแต่ละหลัง.

ที่มา : เอพี

ญี่ปุ่นประกาศเตือนหิมะตกหนัก หลังคลื่นความเย็นเข้าปกคลุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749932

ญี่ปุ่นประกาศเตือนหิมะตกหนัก หลังคลื่นความเย็นเข้าปกคลุม

23 ธ.ค. 2566 10:18 น.

ญี่ปุ่นประกาศเตือนหิมะตกหนัก หลังคลื่นความเย็นเข้าปกคลุม

ญี่ปุ่นเผชิญมวลคลื่นความหนาวเย็น ทำให้มีหิมะตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองชายฝั่งทะเลที่เผชิญหิมะตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้

หลายภูมิภาคของญี่ปุ่นเผชิญกับหิมะตกหนาจัด หลังจากมวลอากาศเย็นเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมพื้นที่ โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังในการเดินทางสัญจร เนื่องจากหิมะเกาะถนน ทำให้ถนนลื่น นอกจากนี้หิมะตกหนักอาจทำให้การสัญจรบางประเภท และบางเส้นทางหยุดชะงักได้ ขณะเดียวกันก็มีการประกาศเตือนความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดกระแสไฟฟ้าดับ รวมไปถึงหิมะถล่มในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภูมิภาคโฮคุริคุ และจังหวัดนิงาตะ รวมทั้งภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นที่จะมีหิมะตกหนัก เช่นเดียวกับในพื้นที่คันไซ ชุโคกุ และโฮคุริคุ ซึ่งจะเผชิญหิมะตกหนักกว่า จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางออกจากบ้านโดยไม่จำเป็นในระยะนี้

มีรายงานว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในเมืองนันโตะ จังหวัดโทยามะ มีหิมะตกสะสมในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงอยู่ที่ 20 เซนติเมตร ขณะที่ในบางพื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาจัดอยู่แล้ว อย่างที่เมืองอิวามิซาวะ ในฮอกไกโด มีหิมะตกสะสมหนาถึง 81 เซนติเมตร ขณะที่เมืองอิโตะอิกาวะ ในจังหวัดนิงาตะมีหิมะตกสะสมหนาราว 55 เซนติเมตร

ทั้งนี้ ตัวเลขหิมะตกสะสมในพื้นที่ภูเขาในจังหวัดนิงาตะจนถึงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา น่าจะมีโอกาสสูงถึง 80 เซนติเมตร ส่วนที่โฮคุริคุ และภูมิภาคโตไก อยู่ที่ 60 เซนติเมตร ฮอกไกโด 50 เซนติเมตร และที่ คันโต-โคชิน คันไซ ชุโกคุ และโทโฮคุ อยู่ที่ราว 40 เซนติเมตร.

ที่มา : NHK

เกษตรฯมุ่งฟื้นฟูแม่ฮ่องสอน แก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ควบคู่บริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776744

เกษตรฯมุ่งฟื้นฟูแม่ฮ่องสอน แก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ควบคู่บริหารจัดการน้ำ

เกษตรฯมุ่งฟื้นฟูแม่ฮ่องสอน แก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ควบคู่บริหารจัดการน้ำ

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 22.05 น.

เกษตรฯ มุ่งฟื้นฟูแม่ฮ่องสอน แก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่า ควบคู่บริหารจัดการน้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต หนุนสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้

วันนี้ (22 ธ.ค.66) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ไขในการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องประชุม ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ตลอดจนมอบ สปก. 4-01 ให้กับเกษตรกรอำเภอปางมะผ้า จำนวน 13 ราย และรับฟังปัญหาในพื้นที่ ณ สนามกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ร้อยเอก ธรรมนัส เปิดเผยว่า จ.แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าตามกฎหมาย ถึงร้อยละ 84 ของพื้นที่จังหวัด ซึ่งที่ตั้งชุมชนและพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สำหรับจัดทำโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่า ทำให้ติดขัดไม่สามารถจัดทำโครงการพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาหลักของเกษตรกรคือการไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง เพราะส่วนใหญ่พื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าและเขตอุทยาน นายกรัฐมนตรีจึงมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกร และมอบหมายให้ตนเร่งแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความกินดีอยู่ดี โดยได้ประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้เร่งรัดให้มีการออกหนังสืออนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าสงวนอย่างถูกต้อง โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนเดินหน้าเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้เกษตรกรไทย เป็นการช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสามารถพัฒนาการเกษตรของตนได้อย่างเต็มศักยภาพ

“การที่เกษตรกรได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สามารถบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการเกษตรไปสู่การปฏิบัติให้เป็นผลสำเร็จ และการดำเนินโครงการต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร ให้อยู่ดีมีสุข มีรายได้อย่างมั่นคง ภาคเกษตรไทยจะต้องแข็งแกร่ง มีศักยภาพการแข่งขันที่ทัดเทียมหรือดีกว่าสินค้าเกษตรต่างประเทศ” รมว.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แม่ฮ่องสอน มีแผนงานออกโฉนดเพื่อการเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จำนวน 678 แปลงเนื้อที่ 1,253 ไร่ ยื่นคำขอแล้ว 383 แปลง (ร้อยละ 56.49)

สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่มีความห่างไกลและยากลำบาก ทำให้เป็นข้อจำกัดหลายด้าน จึงได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) สำรวจชุมชน หมู่บ้านที่ยังไม่ได้เข้าถึงโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนบนพื้นที่สูง ให้ได้รับการพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมองค์ความรู้ โดยจะผลักดันงบประมาณ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้พี่น้องชาวแม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีความมั่นคง และเข้มแข็งในอาชีพเกษตรต่อไป

นอกจากนี้ ด้านการบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องสำคัญ ได้มอบหมายให้กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 1 รวบรวมแผนบริหารจัดการน้ำทั้ง 7 อำเภอ ตลอดจนสำรวจประตูระบายน้ำ ซ่อมแซมหากเกิดการชำรุด และสำรวจความจำเป็นในการสร้างประตูระบายน้ำ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสามารถเก็บน้ำไว้ในสำหรับอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตร

จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ประมาณ 7.9 ล้านไร่ พื้นที่ภาคการเกษตร 363,156 ไร่ หรือร้อยละ 4.5 หของพื้นที่จังหวัด มีครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร จำนวน 43,460 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการชลประทาน 145,576 ไร่ พืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กระเทียม ข้าวนาปี ถั่วเหลือง และกาแฟ

– 006

‘กรมฝนหลวง’ร่วมแถลงผลงาน’เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776673

'กรมฝนหลวง'ร่วมแถลงผลงาน'เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง'

‘กรมฝนหลวง’ร่วมแถลงผลงาน’เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง’

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.37 น.

วันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 ชั้น 4 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภูกรมชลประทาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าวผลการดำเนินงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง” โดยมี นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายวีรวัฒน์ อังศุพาณิชย์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ โฆษกกรมฝนหลวงฯ และนายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านบริหาร เข้าร่วมการแถลงข่าวฯ

โดยในส่วนของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยการปฏิบัติการฝนหลวงในการเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รวมไปถึงการทำฝนบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงหลวงและการบินเกษตร เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2567 ซึ่งจะมีการวางแผนการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและเกษตรกรอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อไป

– 006

เทศกาลแห่งความสุขสันต์ ‘วันคริสต์มาส’ ร่วมฉลองใน 12 โรงแรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776694

เทศกาลแห่งความสุขสันต์ ‘วันคริสต์มาส’ ร่วมฉลองใน 12 โรงแรม

เทศกาลแห่งความสุขสันต์ ‘วันคริสต์มาส’ ร่วมฉลองใน 12 โรงแรม

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่สรรหาเมนูจานเด็ดพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร โดยเฉพาะในฉบับวันเสาร์ที่เข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส อร่อยกับอาหารหลากสไตล์ ใน 12 โรงแรมชั้นนำ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ 

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอ บุฟเฟต์นานาชาติสุดพรีเมียม มื้อค่ำวันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. และบุฟเฟต์นานาชาติ รวมอาหารทะเลสดๆ มื้อกลางวัน วันจันทร์ที่ 25 ธ.ค.ท่านละ 1,999 บาท++ พร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่มแบบไม่อั้น ที่ ห้องอาหารเวนติซี โทร.02-1006255

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ บุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็น ในค่ำคืนคริสต์มาสอีฟ วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. ราคาสุดพิเศษ ท่านละ 999 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ บุฟเฟต์นานาชาติมื้อค่ำ วันอาทิตย์ที่24 ธ.ค. ท่านละ 999 บาทถ้วนพร้อมไวน์ 1 แก้วที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ เพลินจิต

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ เพลินจิต นำเสนอ บุฟเฟต์นานาชาติมื้อสาย วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. ท่านละ 1,190 บาท++, บุฟเฟต์มื้อค่ำวันคริสต์มาสอีฟ ท่านละ 1,990++ บาท ที่ ห้องอาหารจินเจอร์ โทร.02-6561555

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นำเสนออาหารค่ำสไตล์กึ่งบุฟเฟต์ (Semi-Buffet) เมนูเด่น อาทิ ไข่ปลาคาเวียร์ อาหารทะเลพรีเมียม ตับห่านย่างฯลฯ วันที่ 24 ธ.ค. ท่านละ 4,000 บาท++ (ไม่รวมเครื่องดื่ม)ที่ ห้องอาหารเดอะ บราซเซอร์รี โทร.02-8468888

โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย

โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย นำเสนอ Lobster and Bubbles ล็อบสเตอร์จากแคนาดาย่าง 1 ตัวเต็มๆ และซีซาร์สลัดเสิร์ฟไม่อั้น พร้อมซอฟท์ดริงก์ คืนคริสต์มาสอีฟท่านละ 2,199 บาทถ้วน ที่ CRAFT โทร.02-0569999

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ นำเสนออาหารสไตล์ Célébrer Avec ด้วยเมนู 3 คอร์ส เนื้อปลาหมึกยักษ์เสิร์ฟพร้อมซอสสูตรพิเศษ, ซุปบูยาเบสส, ไก่งวงอบ,เค้กขนมปังขิง และไอศกรีมซินนาม่อน คืนวันที่24-25 ธ.ค. ท่านละ 3,600 บาท++ ที่ ห้องอาหารบิสโทร เดอ ลา แมร์ โทร.02-0959999

โรงแรมอวานี สุขุมวิท 

โรงแรมอวานี สุขุมวิท นำเสนอ บุฟเฟต์อาหารค่ำในคืนคริสต์มาสอีฟ และอาหารกลางวันวันคริสต์มาส ทั้งอาหารทะเลสดๆ บาร์บีคิวรสเด็ดและดนตรีบรรเลง ท่านละ 1,450 บาทถ้วน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) หรือ 2,150 บาทถ้วน รวมเครื่องดื่มต่างๆไม่อั้น ที่ ห้องอาหารกรีนเฮ้าส์ โทร.02-0797555

โรงแรมแมนดาริน

โรงแรมแมนดาริน นำเสนอ เซตเมนูพิเศษ 3 คอร์ส ฉลองคืนคริสต์มาสอีฟ 24 ธ.ค. กับซีซ่าร์สลัด, สตริปลอยน์สเต็กราดซอสพริกไทยดำ, คริสต์มาสบราวนี่ และไอศกรีม ท่านละ 1,090 บาทถ้วนที่ ห้องอาหารครัวหลวง โทร.02-2380230

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส นำเสนอ บุฟเฟต์นานาชาติมื้อค่ำ อาทิ ไก่งวง, บาร์บีคิวอาหารทะเล,ซาซิมิ ฯลฯ รวมซอฟท์ดริงก์ และเครื่องดื่มคริสต์มาสพิเศษ (1 แก้ว/ท่าน) วันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค. ท่านละ2,300 บาท ที่ CiTi BiSTRo โทร.02-2163700

โรงแรมชาเทรียม เรซิเดนซ์ สาทร

โรงแรมชาเทรียม เรซิเดนซ์ สาทร นำเสนออาหารสเปนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน พร้อมเสียงเพลงคริสต์มาสแครอลและแซ็กโซโฟน ดินเนอร์ 24 ธ.ค. ท่านละ 2,699 บาท++ที่ ห้องอาหารอัลบริเซียส์ โทร.02-6720200

โรงแรมลาโค่ เขาใหญ่

โรงแรมลาโค่ เขาใหญ่ นำเสนอเซตดินเนอร์มื้อค่ำ 4 คอร์ส จับคู่กับไวน์พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงคริสต์มาสแครอล วันที่ 24 ธ.ค. ท่านละ 1,590 บาท++ โทร.063-2185505

ฉลองคริสต์มาสด้วยรสชาติอาหารที่ถูกปาก บรรยากาศที่ถูกใจ เลือกสไตล์ที่ชื่นชอบเพื่อความสุข
ทุกวันเวลากับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

คุณแหน : 23 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776725

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)ขอแสดงความยินดีกับ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ นักศึกษาเก่าคณะแพทยศาสตร์ มช. รหัส 26 ในโอกาสได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ปลัดกรุงเทพมหานคร” ตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา…

●● เพราะเกิดปลายปี กิ่งกาญจน์ อมราภิบาล ได้ต่ออายุรับราชการอีก 1 ปี กำหนดเกษียณกันยายนปีหน้า (2567) บรรพต อดีตรองอธิบดีฯคู่ชีวิต ต้องรอทริปรอบโลกเป็นปลายปีหน้าโน่น…

●● ม.ล.นิรมล ศรีธวัช ประกาศถึงศิษย์เก่า รร.ราชินี รุ่น 63 ทุกคนว่า พวกเรามีนัดกลับไปกินข้าวที่โรงเรียน วันที่ 10 ก.พ.ปีหน้า โดยจะพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีชมพู บอกล่วงหน้าตั้งเดือนกว่าๆ สาวน้อย(ไม่แก่มาก)อย่าลืมเป็นอันขาด…ส่วนเพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้นเรียน หนุ่มน้อย(ไม่แก่มากเช่นกัน) อาทิ สัมโพธิ์ เทียนทอง สุรสีห์ อิทธิกุล ฯลฯ ขอให้มาอวดความหนุ่มกระชุ่มกระชวยกันด้วย…

●● พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ มีอายุย่าง 70 ปี เมื่อ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา คุณหญิงหมอได้เค้กก้อนแรกจากกลุ่มเพื่อนรักวัฒนาวิทยาลัยรุ่น 98 เป็นเค้กแตงโมใส่ปลาแห้ง พร้อมร่วมรับทานอาหารด้วยกันกับเพื่อนๆ ที่ร้านแถวท่าเตียน…ก่อนหน้านั้น ได้ไปทำหน้าที่คุณยายกล้อง หามุมสวยๆบันทึกภาพหมู่มวลมิตรที่สวมชุดเขียวๆ-แดงๆฉลองเมอรี่คริสต์มาสกัน ที่บ้านเพื่อนรักในกลุ่มฯ…จากนั้นก็ไปบันทึกภาพความทรงจำกันที่เขาใหญ่ ณ ไร่มณีศร ซึ่งมีทุ่งทานตะวันเป็นแบ๊กกราวนด์ที่แสนสดชื่น…

●● ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคม YWCA กับคณะฯนำของขวัญวันคริสต์มาสไปมอบให้เด็กๆ ที่โรงเรียนชายขอบ จ.นครสวรรค์-กำแพงเพชร…ด้วยความรักที่มอบให้ทุกคนอย่างถ้วนทั่ว…

●● คริสต์มาสนี้ เทวี แย้มสรวล,มธุรส โอสถานนท์,ทนฤทธิ์ พันธุ์เมธา เตรียมงานคาวบอยไนท์ แอนด์รีโทรปาร์ตี้ 23-24 ธ.ค. ที่ศุภาลัย ป่าสักรีสอร์ท FC จองกันเต็มแต่เนิ่นๆ…

●● จานสวยงาม จากหลากหลายประเทศประดับฝาผนังที่บ้าน ผกาวรรณ จุฬามณี ยังมีอีกมากมาย รอพื้นที่อำนวยจะเคลียร์ฝาบ้านให้พร้อมโชว์จานสวยๆ เพิ่มอีก…

●● ชวน ปลื้ม บุนนาค ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ กลับมามีภาพสวยๆ มาให้เพื่อนฝูงได้พลอยชื่นชมไปด้วยกัน…

●● 1 ใน 4 ดรุณี สกุล “บัวสรวง”คือ อรรคพร บัวสรวง หันหน้าสู่ทางสงบ ไปปฏิบัติธรรมเป็นประจำ มีสมาธิดีเยี่ยม โดยยึดหลักที่ว่า “สติมา ปัญญาเกิด”…สาธุ…

●● เตือนใจ สินธุวณิก มีเมตตาช่วยนกที่หลงทางมาตกอยู่ที่สนามในบ้าน ตั้งชื่อว่า “บุญรอด” ส่วนน้องชายคนเล็ก “บุญหลง” เก็บนกหลงทางมาตกที่บ้านเช่นกัน ให้ชื่อว่า “โชคดี”…สองพี่น้องบ้านนี้มีจิตเป็นกุศลยิ่งนัก…

●● มีคนช่างสังเกตให้ข้อมูลว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย(สวท.) กรมประชาสัมพันธ์ ช่วงนี้ เปิดเพลงรักอมตะ ยุค 60 อย่างเช่น จุฬาตรีคูณ, ความรักเจ้าขา และเพลงหวานๆ เกี่ยวกับดอกไม้ ดอกไร่ฯลฯ ให้ฟังก่อนเคารพธงชาติ…ประมาณมาดหวานๆ ซึ้งๆ อิฉันว่า ก็ดีงามตามกาลเวลา…แม้ว่าจะเปลี่ยนแนวจากการเปิดเพลงปลุกใจให้รักชาติเหมือนเมื่อกาลเก่าก็ตามที !!…●●

บารอนเนส

มูลนิธิเอสซีจี ชวน Key Drivers ของประเทศ จุดประกายเยาวชน ‘Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776718

มูลนิธิเอสซีจี ชวน Key Drivers ของประเทศ  จุดประกายเยาวชน ‘Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด’

มูลนิธิเอสซีจี ชวน Key Drivers ของประเทศ จุดประกายเยาวชน ‘Learn to Earn เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด’

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เกรียงไกร เธียรนุกุล

มูลนิธิเอสซีจี มุ่งลดความเหลื่อมล้ำด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนมานานกว่า 60 ปี จนถึงปัจจุบัน ได้ให้ทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 100,000 โดยเน้นหลักสูตรการเรียนที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน ได้แก่ หลักสูตรด้านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ หลักสูตรด้านอุตสาหกรรม S-curve และ New S-curve หลักสูตรด้านเทคโนโลยี IT เป็นต้น พร้อมขยายแนวคิด Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอดอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดมูลนิธิเอสซีจี ได้จัดงาน Learn to Earn : The Forum จุดประกายและเปิดมุมมองใหม่ ให้เยาวชน ได้เรียนรู้ปรับตัว เพิ่มทักษะความรู้ และทักษะชีวิต (Soft skill & Hard skill) ให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผนึกกำลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้รับเกียรติจาก 4 Key Drivers ของประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและมุมมองผ่านการเสวนาหัวข้อ “เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด”ผนึกกำลังชาติ เพื่ออนาคตไทย มุ่งให้ความสำคัญและเน้นการพัฒนาศักยภาพของคนในทุกมิติ และส่งเสริมให้เกิดการ เรียนรู้ตลอดชีวิต Lifelong learning และร่วมผลักดันแนวคิดดังกล่าว ให้เกิดเป็นรูปธรรม และนำไปปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดผลอย่างยั่งยืน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคปัจจุบันส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบโดยเฉพาะเรื่องของ Digital Transformationและการขาดแคลนแรงงานอันเนื่องมาจากสังคมผู้สูงวัยทางรอดของไทยคือต้องปรับตัวเป็น High skills labor เป็นแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด พร้อมทั้งเติม innovation และ งานวิจัย ที่ใช้งานได้จริง ส่วนภาคอุตสาหกรรมไทยปัจจุบันได้ปรับตัวมุ่งไปสู่  Next GEN INDUSTRIES อุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต รองรับการผลิต 3  กลุ่มคือ S curves และ New S curve ทักษะที่เป็นที่ต้องการสูงสุด 3 อันดับแรก คือ วิศวกรรม ดิจิทัล และ data analytic

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาในเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนมีทั้งกลุ่มที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาและที่ออกนอกระบบไปแล้ว กลุ่มที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาพบว่าปัญหาปัจจุบันคือหลักสูตรที่เรียนรู้ไม่ตอบโจทย์ทักษะการทำงาน ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน ส่วนกลุ่มที่ออกนอกระบบการศึกษาไปแล้ว ควรหันมาพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำ ซึ่งตนเห็นด้วยกับการเรียนหลักสูตรอาชีพระยะสั้น ที่ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปี จบแล้วมีงานทำแน่นอน เช่น หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ หรือผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งเป็นสายอาชีพที่ตลาดมีความต้องการสูง ทั้งนี้ การจัดการเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนนั้นส่วนตนแล้วมองว่าสำหรับเด็กและเยาวชนที่หลุดไปจากระบบการศึกษาแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องควรต้องตามกลับมาให้เด็กและเยาวชนกลับมาเรียนต่อ แต่หากตามกลับมาไม่ได้ก็ควรต้องมีโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้ต่อไปได้แม้จะหลุดออกไปนอกระบบการศึกษาแล้วก็ตาม

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วในระบบการศึกษาอยากให้เป็นการเรียนแบบ learn on anywhere ซึ่งสถาบันการศึกษาหลายแห่งสามารถสนับสนุนการเรียนในลักษณะของ micro credential ประกาศนียบัตรฉบับจิ๋ว ใช้เวลาในการเรียนไม่นาน เน้นเรียนในสิ่งที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้ นอกจากจะได้งานทำแล้ว ผู้เรียนยังสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้รับมาใช้ต่อยอดหากต้องการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไปได้อีกด้วย นอกจากทักษะด้านเทคโนโลยีต่างๆ ทักษะด้านการวิเคราะห์ ด้านบริหารและความเป็นผู้นำแล้ว ทักษะที่ตลาดยังคงมีความต้องการสูงคือทักษะด้านภาษาและด้านการสื่อสาร ซึ่งส่วนตัวแล้วมองว่า การพัฒนาหลักสูตรหรือสร้างหลักสูตรใหม่ๆ ขึ้นมานั้น ควรต้องทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษากับองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หลักสูตรนั้นตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง และหลักสูตรที่เหมาะสมกับยุคของการเปลี่ยนแปลงนี้ควรต้องเป็นหลักสูตรที่เป็นการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ ด้วยการนำหลายศาสตร์มาผสมผสานกัน ไม่ใช่การเรียนรู้เพียงเรื่องเดียวหรือศาสตร์เดียวเหมือนอย่างในอดีต

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ปัญหาที่พบในปัจจุบันคือการผลิตคนที่บางครั้งไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำลังพยายามเปลี่ยนแปลง และทำให้เป็นการเรียนแบบ anytime, anywhere ทั้งเพื่อเร่งผลิตคนให้ตอบโจทย์ตลาด อีกทั้งเพื่อตอบรับสังคมผู้สูงวัย โดยได้ทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการเรียนรู้ความต้องการตลาดแรงงานในปัจจุบันและนำมาพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ตอบโจทย์ทักษะที่ตลาดต้องการ พบว่าปัจจุบันมีหลายหลักสูตรใหม่ๆ ที่ออกมา ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนแล้วยังมีรายได้ในขณะเรียนด้วย เช่น หลักสูตรอีสปอร์ต ส่วนความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกับกระทรวงอื่นในการช่วยกันส่งเสริมการเรียนรู้ในลักษณะที่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นต้น

ปรียา พรมแดง

ด้าน นางสาวปรียา พรมแดงหนึ่งในรุ่นพี่นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า ตนเองมีความเชื่อว่าสิ่งที่นำพาให้มาอยู่ในจุดนี้ได้ คือการไม่หยุดพัฒนาตนเอง ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการเป็นครูเพราะต้องการส่งต่อโอกาสและความคิดให้กับคนรุ่นใหม่ หลังจากที่คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยนเรศวร มาได้แล้ว ก็ได้สมัครเป็นครูสมใจที่โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ แม้ว่าจะเรียนจบเอกภาษาไทย แต่ก็ใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนักกับภาษาอังกฤษที่เป็นวิชาที่ชอบ และยังมีโอกาสได้เรียนภาษาบาฮาซา ที่อินโดนีเซีย ปัจจุบันยังเรียนเพิ่มเติมภาษาเยอรมันอีกด้วย

“เวลาที่นอกเหนือจากการสอนที่เป็นงานประจำ จะหมดไปกับการ up skills ด้วยการอ่านและดูสื่อต่างๆ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมหรือการแข่งขันเพื่อเปิดโลกทัศน์และทดสอบทักษะที่มีอยู่ รวมถึงการ re skills ด้วยการฝึกฝนในสิ่งที่เรียนมา นั่นก็คือทุกภาษาที่มีความรู้ความชำนาญ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาบาฮาซา รวมถึงทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการวิเคราะห์ ทักษะชีวิต หรือทักษะการปรับตัวที่ตนเองมองว่าจำเป็นมากสำหรับการทำงาน เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหากเรียนรู้ที่จะอยู่องค์กรนั้นได้จะทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น สำหรับแนวคิด Learn to Earn นั้น ตนเองมองว่าเป็นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะที่ถนัดหรือสนใจ เพื่อต่อยอดให้กลายเป็นอาชีพได้ โดย up skills เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ตัวเอง และ re skills เพื่อรักษาคุณค่านั้นไว้หรือเพิ่มทักษะสำคัญเพื่อต่อยอดการทำงาน เมื่อทำได้ จะทำให้สามารถ Earn from Learn ได้อย่างมีความสุข”

มูลนิธิเอสซีจี เชื่อว่าคุณภาพของทรัพยากรบุคคลมีความสำคัญที่สุด หากจะพัฒนาประเทศให้ได้ผล พื้นฐานต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาคนทั้งเรื่องการพัฒนาทักษะ หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในวันนี้มีบทบาทและความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการศึกษาภาคบังคับ นอกจากนี้ ยังต้องมีการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน เพื่อที่จะทำให้เกิดผลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อจะช่วยกันผลักดันประเทศให้เติบโตไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ ติดตามข้อมูลข่าวสารของมูลนิธิเอสซีจี ได้ที่ www.scgfoundation.org และเฟซบุ๊ก LEARNtoEARN