สกสว.-ทปอ.-บพค. เตรียมผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762055

สกสว.-ทปอ.-บพค. เตรียมผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’

สกสว.-ทปอ.-บพค. เตรียมผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.13 น.

สกสว. จับมือ ทปอ. บพค. และภาคีเครือข่าย เร่งพัฒนากำลังคนและสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลพันธุกรรมและการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ บริการ และธุรกิจแห่งอนาคต

10 ตุลาคม พ.ศ. 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ คณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่ายที่มีความพร้อมในการพัฒนางานวิจัยด้านชีวสารสนเทศ จัดประชุมภาคีเครือข่ายวิจัยชีวสารสนเทศ และเชื่อมโยงนักชีวสารสนเทศของประเทศไทย รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปี พ.ศ. 2566 Thailand Bioinformatics Research Network (TBRN 2023) : Talent Pool and Stakeholder Engagement เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องจีโนมิกส์ โครงการวิจัยด้านสุขภาพ เพื่อรวบรวมและสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ของคนไทย เพื่อให้นักวิจัยใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการศึกษาวิจัยในอนาคตเกี่ยวกับสุขภาพของคนไทย ทำให้ประชาชนได้รับการวินิจฉัย การรักษาอย่างจำเพาะและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) และ รองศาสตราจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยด้านจีโนมิกส์  ทั้งใน และต่างประเทศ กว่า 200 คน เข้าร่วมการประชุม

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล กล่าวว่า การดำเนินงานของแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการร่วมผลักดันแผนฯ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดบริการ การรักษาที่มีความแม่นยำสูง การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและการให้บริการการแพทย์จีโนมิกส์จึงมีความจำเป็น ทั้งการจัดตั้งศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของอาสาสมัครไทยภายใต้โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย และการพัฒนาระบบชีวสารสนเทศ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค การออกแบบแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การทำนายโอกาสการเกิดโรค รวมไปถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านจีโนมิสก์และชีวสารสนเทศให้เพียงพอ และเชื่อมั่นว่าการจัดตั้ง “ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ” นั้น จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านชีวสารสนเทศของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ กล่าวเน้นย้ำถึงการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริม ววน. ว่า ได้จัดสรรงบประมาณ 2000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ genomics Thailand เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ในประเทศไทย และสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นท้าทายหลายประการที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เช่น การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านจีโนมิกส์ การขาดความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน การขาดกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่รองรับการวิจัยด้าน genomics เป็นต้น จึงได้เกิดการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกับ ทปอ. สกสว. บพค. จนได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าควรจัดตั้ง “ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ” ของประเทศไทย เพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง การผลักดันการกำหนดมาตรฐานข้อมูล genomics ระดับประเทศ รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ให้เกิดการใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตและภาคบริการ

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล กล่าวถึงการดำเนินงานของ “แผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย ว่า นับตั้งแต่ปี2563 เป็นต้นมา สกสว.ได้จัดสรรงบประมาณด้าน ววน. ให้มีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย ซึ่งเน้นการสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทยจำนวน 50,000 ราย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการแพทย์ สาธารณสุข และการปรับปรุงระบบบริการสุขภาพของประชาชน โดยมีการส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลพันธุกรรมและการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ บริการ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกองทุนส่งเสริม ววน. ได้เน้นพัฒนาการวิจัยในด้านการแพทย์จีโนมิกส์ในกลุ่มโรคต่างๆ ได้แก่ มะเร็ง โรคหายาก โรคติดเชื้อ โรคไม่ติดต่อ และโรคแพ้ยา โดยให้ความเห็นว่าความท้าทายสำคัญในปัจจุบันของประเทศไทยด้านชีวสารสนเทศ คือ การผลักดันส่งเสริมในด้านการพัฒนาบุคลากรด้านชีวสารสนเทศ ตลอดจนนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการตรวจวินิจฉัยทางพันธุศาสตร์ที่ทันสมัย และได้มาตรฐาน เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการทางการแพทย์ของประเทศไทยในอนาคต

สำหรับการดำเนินการด้านจีโนมิกส์ในปัจจุบัน ดำเนินการโครงการสำคัญในมิติต่าง ๆ  อาทิ โครงการการศึกษาพันธุศาสตร์ จีโนมระดับประชากร จำนวน 50,000 คน การสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมอ้างอิงของไทย เพื่อต่อยอด งานวิจัยและบริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ และ การศึกษากลุ่มผู้ป่วยหลายกลุ่มโรคที่สามารถศึกษาระยะยาวแบบไปข้างหน้า ฯ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นําด้าน Genomic medicine ระดับอาเซียน ภายใน 5 ปี อีกทั้งให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้าน Genomic medicine อย่างมีคุณภาพต่อไป

‘เศรษฐา’ ห่วงคนไทยในพื้นที่อันตราย พร้อมเปิดแผนอพยพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560739

11 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ห่วงคนไทยในพื้นที่อันตราย พร้อมเปิดแผนอพยพ

‘โฆษกรัฐบาล‘ เผย ’เศรษฐา‘ ห่วงคนไทยในอิสราเอล สั่งการเสริม จนท.ดูแลช่วยเหลือ พร้อมเปิดแผนอพยพคนไทย ชี้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

วันที่ 11 ต.ค.นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อดูแล ช่วยเหลือคนไทย โดยได้ชี้แจงถึงการทำงานรัฐบาลซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการ เริ่มทำงานตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจง ดังนี้ 

สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทย ในการเตรียมแผนอพยพคนไทยมีความคืบหน้าเพิ่มเติม 2 ทาง 

ทางแรก กลับมาโดยสายการบินพาณิชย์ และ 

ทางที่สอง กลับโดยเครื่องบินกองทัพอากาศไปรับ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชุด 

1. อพยพออกมาพรุ่งนี้ถึงไทยวันที่ 12 ต.ค. 66 ประมาณ 15 คน ชุดแรกนี้เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและแรงงานที่อพยพจากพื้นที่เสี่ยงภัย 

2. อพยพประมาณ 140 คน ออกจากไทยในวันที่ 14 ต.ค. 66 เป็นการส่งเครื่องบินกองทัพอากาศ Airbus A340 ไปรับ และจะไปถึงกรุงเทลอาวีฟ นครหลวงของอิสราเอลในวันที่ 15 เพื่อเตรียมพร้อมรับคนไทยกลับบ้านทันทีที่ได้รับอนุญาตจากทางการอิสราเอล

3. ส่งคนไทยจำนวน 80 คนกลับทางเครื่องบินพาณิชย์ โดยจะถึงกรุงเทพฯในวันที่ 18 ต.ค. 66

ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามอพยพคนไทยกลับให้เร็วที่สุดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ในส่วนของผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพูดคุยกับบรรดามิตรประเทศต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และอยากขอให้ความมั่นใจว่า เราได้ทำทุกทาง และจะพยายามอย่างสูงสุดเพื่อช่วยเหลือ โดยคำนึงถึงอิสรภาพของคนไทยที่ถูกจับตัวไปเป็นสำคัญที่สุด 

โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมข้าราชการไปสนับสนุนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟในภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย

“ผมขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันเป็นกำลังใจให้ญาติ เพื่อน ของพี่น้องชาวไทยที่กำลังจะกลับมา และอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันปฏิบัติงาน อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือดูแล คนไทยทุกคน”นายชัย กล่าว

‘กัณวีร์’ ไม่ยืนยันอนาคตอยู่ ‘พรรคเป็นธรรม’ ผุดโปรเจคส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560724

10 ต.ค. 2566

'กัณวีร์' ไม่ยืนยันอนาคตอยู่ 'พรรคเป็นธรรม' ผุดโปรเจคส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรค

‘กัณวีร์’ ไม่ยืนยันอนาคตอยู่ ‘พรรคเป็นธรรม’ ผุดโปรเจคส่วนตัว สร้างนักปฏิบัติสู่นักการเมืองที่ดี ไม่เกี่ยวพรรค ขณะที่ ‘หมออ๋อง’ ขอให้ยึดหน้าที่หลัก โดดลงช่วยงานพรรค เกรงเกิดความลำบาก

นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เปิดเผยถึงกระแสเตรียมย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่ว่า ปัจจุบันยังอยู่พรรคเป็นธรรม ส่วนอนาคตอยู่ที่การเมืองจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ ตอนนี้ตนทำ hometown hero อยากจะหาคนที่เป็นนักปฏิบัติการในพื้นที่จริงๆ คนที่รู้ปัญหาคืออะไร คนที่รู้ว่าทิศทางการแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนเป็นอย่างไร อันนี้จะเป็นการสร้างนักปฏิบัติการและสร้างนักการเมืองในอนาคต เพราะฉะนั้นจะเป็นโครงการที่มาจากตน ไม่ได้มาจากพรรค ซึ่งจะได้เห็นว่า คนในพื้นที่รู้สึกว่าเขามีอำนาจไม่ได้ถูกอำนาจจาก สส. หรือ ผู้แทนของเขา อาจเป็นตัวพวกเขาที่สามารถทำได้จริงๆ

ทั้งนี้มีกระแสลาออกได้อย่างไร นายกัณวีร์ กล่าวว่า อาจจะเป็นตัวโครงการ hometown hero ที่บอกมาจากตัวตนเอง และเรื่องการทำงานอาจจะมีกระแสต่างๆ แต่ยืนยันว่าตอนนี้ยังอยู่กับพรรคเป็นธรรม ส่วนที่มองว่าเสมือนทำงานคนเดียวหรือไม่นั้น ปัจจุบันก็ไม่ได้ทำงานคนเดียวทำงานร่วมกับพรรค แต่โดยส่วนมากตนไปไหนมาไหนคนเดียวตลอดเวลา ซึ่งหลังจากนี้ก็จะสร้างทีมงานให้เข้มแข็งมากกว่านี้ เพราะตอนนี้พรรคเป็นธรรมเป็นพรรคเล็ก คณะกรรมการบริหารพรรคยังน้อย เพราะฉะนั้นอยากสร้างทีมงานให้เข้มแข็งและเข้าทุกพื้นที่ 

ส่วนการที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่ ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรม จะเข้ามาช่วยทำงานให้กับพรรคหรือไม่ นายกัณวีร์ ระบุว่า นายปดิพัทธ์ก็ทำหน้าที่รองประธานสภาคนที่ 1 เพราะฉะนั้นจะต้องแยกจากพรรคให้ได้ พรรคจะทำเรื่องเกี่ยวกับการเมือง นายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภาฯ จำเป็นต้องทำหน้าที่รองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ฉะนั้นต้องมีความเป็นกลางชัดเจน การจะเข้ามาช่วยพรรคการเมืองจะมีความลำบาก ดังนั้นจึงอยากให้นายปดิพัทธ์ยึดติดกับหน้าที่การเป็นรองประธานสภา 

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560725

10 ต.ค. 2566

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

สส.เพื่อไทย รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ ไม่มีมือถือใช้ได้หรือไม่-อยากให้รีบประกาศใช้ ‘ครูมานิตย์’ กระตุกนโยบายผ่านด่าน กกต.มาแล้ว ไม่ทำก็ไม่ได้ ขณะ ‘จุลพันธ์’เชื่อ GDP โต 5% ด้าน’อุ๊งอิ๊ง’ หวังหากทำสำเร็จ ต่างชาติต้องดูเป็นแบบอย่าง มองไม่ได้ถูกกระตุ้นในภาพใหญ่มานานแล้ว

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 66 เวลา 16.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยประชุม สส. ประจำสัปดาห์ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร่วมเสวนากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรค เรื่องโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต หรือ “เงินดิจิทัล”

พรรคเพื่อไทยประชุมสส.ประจำสัปดาห์

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

ในช่วงต้นได้ให้ สส. สอบถามถึงข้อสงสัย หรือปัญหาที่พี่น้องประชาชนอยากรู้เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว โดยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ สอบถามว่าพี่น้องประชาชนขอสนับสนุนนโยบายนี้เพราะกว่าจะออกไปประกาศกับประชาชนก็ต้องได้รับการยอมรับจาก กกต.แล้ว หากจะไม่ให้รัฐบาลทำ ก็ไม่ได้ แล้วต่อไปจะไปหาเสียงกับประชาชนอย่างไร เนื่องจากว่านโยบายเป็นคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนช่วงก่อนการเลือกตั้งตนเองให้คำมั่นสัญญากับประชาชน ในทุกเขต ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ อยากได้เงินส่วนนี้มิเช่นนั้นไม่เลือกตนเอง ดังนั้นรัฐบาลไม่ต้องให้ความสำคัญมากเพราะคนกลุ่มนี้จะออกมาแสดงความคิดเห็นตรงข้ามตลอด ตั้งแต่ยุคนายกฯ ก่อนหน้าแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีคำถามในเรื่องของขั้นตอนการใช้ หากไม่มีโทรศัพท์มือถือจะสามารถยืนยันตัวตนแล้วใช้เงินได้หรือไม่ และอยากให้รีบประกาศใช้โดยเร็วที่สุด เพราะประชาชนตั้งความหวัง และรอเงินดิจิทัลอยู่

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้


นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จากที่ฟังคำถาม และความเห็นของ สส. ในพรรค ก็คิดเห็นตรงกันว่านโยบายนี้มีความจำเป็น แม้ขณะนี้เสียงในสังคมฝ่ายวิชาการแตกเป็น 2 ส่วน คือ เห็นด้วย อยากให้เดินหน้าต่อ แต่อีกฝั่งบอกว่ายับยั้งได้หรือไม่ ซึ่งในภาคเอกชนอยากเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านเงินดิจิทัล และเสียงของประชาชนก็อยากให้เดินหน้า ต่อ เพื่อนำเงินไปต่อยอดชีวิต ตอนนี้สถานการณ์ในไทยไม่ได้เข้มแข็ง มีความเห็นหลายมุมมอง อย่างอดีตผู้ว่าการธนาคาร มองว่าเป็นเรื่องการรักษาเสถียรภาพ ซึ่งกระทรวงการคลังก็มีหน้าที่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่องบประมาณ ถ้าเศรษฐกิจโตไม่ถึง 2% ต่อไปแบบนี้ ในอนาคตเราจะถึงจุดแตกหัก งบประมาณของรัฐโตไม่ทันสวัสดิการที่เราต้องให้กับประชาชน และเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน GDP เราโตช้ามาก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ตอนนี้ต้องดึงเศรษฐกิจไทยกลับไปโตอย่างมีศักยภาพ รัฐบาลมองว่าต้องโต 5% เป็นอย่างต่ำ เรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนี่งของนโยบายเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเราทำหลายอย่างแล้ว ทั้งลดค่าไฟ วีซ่าฟรี แก้ไขกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อประชาชน ดังนั้น เวลาดูนโยบาย จำเป็นต้องดูเป็นแพคเกจใหญ่ ดูภาพรวมทั้งหมดด้วย และยืนยันว่าแพคเกจใหญ่ครั้งนี้ จะทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น 

ส่วนความเห็นต่างบางส่วน อาจเกิดจากมุมมองทางการเมือง ที่ต้องการโจมตีเรา จึงอยากให้ สส. ช่วยชี้แจงประชาชนให้เข้าใจ

ส่วนสถานการณ์เงินเฟ้อ หากถามว่ามีความเป็นห่วงหรือไม่ ตนเองมองว่าไม่กระทบมาก เพราะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 1.25% เป็น 1.50% แล้ว ทำให้สามารถหยุดสถานการณ์เงินเฟ้อได้อย่างน่าพอใจ และต่อให้มีนโยบายนี้ก็ยังมีกลไกในการดูแลให้เหมาะสม เราจึงต้องขยายเศรษฐกิจให้ใหญ่ขึ้น

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

ส่วนเรื่องของการนำเสนอว่ารัฐบางจะแจกเป็นเงินคริปโตนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า เราไม่ได้แจกเงินคริปโต แต่เป็นเงินบาท เพราะเงินดิจิทัลทุกบาท ต้องมีเงินบาทไทยรองรับ ไม่สามารถนำไปเก็งกำไรได้ เพราะมันคือเงินบาทในรูปแบบดิจิทัล เปรียบเหมือนคูปองที่เทียบเท่าเงินบาท แต่มีเงื่อนไขในการใช้ เพราะต้องการให้เงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ถึงมีข้อกำหนดว่าต้องใช้ในระยะเวลา 6 เดือน ตามระยะทางที่กำหนด ห้ามเอาไปใช้ซื้อสินค้าบางประเภท พร้อมชี้แจงว่า นโยบายนี้จะเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ มากกว่านโยบายใดที่ไทยเคยมีมา เพราะเรากำหนดให้มีการลงทุนให้ใช้จ่าย เพื่อให้เงินหมุนเวียน

นอกจากนี้ ประชาชนยังรอรับเงิน เพื่อเตรียมการลงทุน เห็นถึงการจ้างงาน และเราพูดคุยกับสถาบันการเงินของรัฐบางแห่ง อย่างธนาคารออมสิน หรือ ธกส. หากสามารถรวมกลุ่มมา มีการวางแผนการผลิตอย่างชัดเจน เช่น การทำการเกษตร และนำเงินมาซื้อปัจจัยหรือสินค้าของ ธกส. ธนาคารเหล่านั้น พร้อมให้เงินกู้เพิ่มเติม เพิ่อไปเป็นเงินลงทุนต่อได้ คือการสร้างเม็ดเงินมหาศาลในการลงทุนของประเทศไทย

“สิ่งที่เดินหน้ามา เราเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ เห็นโอกาส เห็นความหวังของพี่น้องประชาชนว่าจะสามารถนำเม็ดเงินเหล่านี้ไปต่ออายุ ไปยืดชีวิต ไปประกอบอาชีพ ไปสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ” นายจุลพันธ์ กล่าว

เรารับฟังความเห็นทั้งหมด อย่างเรื่องของระยะทาง ก็พร้อมผ่อนปรน ในคณะอนุกรรมการที่จะพูดคุยกันในสัปดาห์นี้ พร้อมพิจารณาผ่อนปรนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเม็ดเงินนี้ อาจะขยับจาก 4 กม. เป็นตำบล เป็นจังหวัดโดยเชื่อว่าเศรษฐกิจจะหมุนเวียนมากขึ้น

การเข้าโครงการนี้ต้องมีการยืนยันตัวตนเรากำลังพิจารณาในเรื่องของข้อมูลหาก ต้องกำหนดเกณฑ์ในการแบ่งว่าใครรวยใครจนจะต้องดูรายได้ที่ยื่นต่อเช้าสรรพากรในบัญชีเงินฝากและหาตัวเลขที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ว่าเราตัดยอดด้วยความยุติธรรม กำลังดูเรื่องความเหมาะสม เราจะไม่ให้เสียหลักการ และวัตถุประสงค์ของโครงการนี้อย่างแน่นอน

สำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ ตอนต้นจะให้ไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารของรัฐ และนำคิวอาร์โค้ดไปใช้ที่ร้านค้า แต่ขณะนี้กำลังหาหนทาง เมื่อยืนยันตัวตนแล้วจะบันทึกอยู่ในบัตรประชาชน นำบัตรประชาชนไปใช้กับแอพลิเคชั่นของอีกคนไปแลกเปลี่ยนได้ ซึ่งยืนยันมีการใบหน้า เรากำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่

“นโยบายนี้เป็นนโยบายหลัก และเป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่กับประชาชน แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้ประชาชนเป็นกลไก ในการใช้ ประชาชนมาช่วยกันกับรัฐบาล ให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น”

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวว่า สส.ได้ลงพื้นที่และพูดคุยกับประชาชนไม่ได้มีข้อที่บอกว่าควรทำหรือไม่ควรทำ แต่ถามมากกว่าว่าจะได้เมื่อไหร่ ฉะนั้นประชาชนในพื้นที่กำลังรอคอยนโยบายนี้อย่างใจจดใจจ่อ เราเห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้ถูกกระตุ้นในภาพรวมและภาพใหญ่แบบนี้มานานแล้ว

ตนจึงหวังว่านโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้เป็นครั้งใหญ่ ถามว่าใหญ่แค่ไหนก็ใหญ่เท่าที่ว่าหากเราทำสำเร็จต่างชาติจะดูเราเป็นตัวอย่างด้วยซ้ำว่าเราทำได้อย่างไร ทั้งนี้ ตอนที่เราออกหาเสียงต้องกำหนดเงื่อนไขต่างๆเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนและทั่วถึงทั้งประชาชนที่อยู่ไกลไปที่อาจจะมีรายละเอียดต่างๆ ให้มันทั่วถึงยิ่งขึ้น

เพราะนอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วยังยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญอย่างมาก และแน่นอนว่ารัฐบาลนี้เรามีนโยบายอื่นๆ ที่ทำควบคู่กันไปด้วย โดยได้มีการเริ่มคิกออฟไปหมดแล้วเราก็จะเริ่มเห็นผลสำเร็จค่อยๆตามมาในแต่ละนโยบาย อย่างไรก็ตามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจะนำไปสู่การจ้างงานและเกิดการสร้างอาชีพ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วกัน 

นอกจากนี้ดิจิทัลวอลเล็ตรัฐบาลจะได้ผลตอบแทนมาในรูปแบบของภาษี ซึ่งภาษีที่ได้กลับมาก็จะทำให้รัฐบาลมีงบในการพัฒนานโยบายอื่นๆต่อยอดไปอีก เพื่อพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเพิ่มโอกาสประชาชนได้ 

วันนี้ที่เราได้ประชุมกันก็รับฟังความคิดเห็นจากสส.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และมาคุยกับรัฐมนตรีแล้ว ก็ขอฝากรัฐบาลไว้ด้วยว่าให้ทำนโยบายนี้ให้สำเร็จอย่างที่เราได้บอกกับประชาชนไว้ เพื่อรัฐบาลเข้มแข็งและประชาชนทุกคนก็จะได้รับประโยชน์ไปพร้อมกัน

‘เป็นธรรม’ ยืนยัน ไม่ใช่พรรคสาขา ‘ก้าวไกล’ หลัง ‘หมออ๋อง’ ตัดสินเป็นสมาชิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560702

10 ต.ค. 2566

'เป็นธรรม' ยืนยัน ไม่ใช่พรรคสาขา 'ก้าวไกล' หลัง 'หมออ๋อง' ตัดสินเป็นสมาชิก

‘พรรคเป็นธรรม’ เปิดตัว ‘หมออ๋อง’ สส.คนใหม่ของพรรค ยืนยัน ไม่ใช่พรรคสาขา ‘ก้าวไกล’ พร้อมสนับสนุนการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ เผยที่ผ่านมาเป็นคู่แข่งกัน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ตัดสินใจเป็นสมาชิก “พรรคเป็นธรรม” โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับพรรคก้าวไกลมากที่สุด แต่รู้ดีว่าการทำงานของตนต้องเผชิญแรงเสียดทาน ทั้งการปฏิรูปสภาให้โปร่งใส ผลักดันวาระก้าวหน้าหรือนโยบายที่ได้แสดงไว้ในสภาผู้แทนราษฎรตอนที่เข้าชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯ ซึ่งได้หารือกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคแล้ว ยินดีที่จะสนับสนุนแนวทางนี้เพื่อให้เห็นความก้าวหน้าของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

โดยขณะนี้ยังไม่ได้สมัครสมาชิกทางกฎหมายรอหนังสือยืนยันการพ้นจากสมาชิกพรรคก้าวไกล จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) คาดว่าจะมาถึงในเร็วๆนี้ และจะสมัครเข้าพรรคเป็นธรรมอย่างเป็นทางการต่อไป 

ส่วนการเลือกแถลงข่าวในวันนี้ตรงกับวันที่ 10 เดือน 10 ตนไม่ได้ถือฤกษ์อะไร แต่ถือว่าเป็นวันดีเพราะพรุ่งนี้(11 ต.ค.) จะทำหน้าที่รองประธานสภาฯ ในฐานะประธานในที่ประชุม เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า ตนมีสังกัดพรรคใหม่และ อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยืนยันจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เป็นไปไม่ได้ว่าอยู่พรรคใดจะก่อให้เกิดความเสียเปรียบได้เปรียบในสภา ฉะนั้นการทำงานตนก็อำนวยความสะดวกให้กับทุกพรรคและดำเนินการโดยเท่าเทียมกัน

ส่วนที่นายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาลและสส.พรรคเพื่อไทย ระบุจะไม่ยื่นตรวจสอบกรณีถูกขับออกจากพรรคก้าวไกลแล้ว นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า บรรยากาศตอนนี้ถือว่าดีขึ้น ให้การสนับสนุนและน้อมรับการตัดสินใจของตนเอง น้อมรับคำแนะนำและเชื่อว่า การทำงานในสภาจะราบรื่น แต่ยังมีแรงเสียดทานเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรับสภาและเรื่องอื่นๆ ที่ต้องทำให้โปร่งใสมากขึ้น 

นายปดิพัทธ์ ยืนยันยังด้รับการสนับสนุนจากชาวพิษณุโลก ทักทายตนว่า “อย่าออก” แทนคำว่า “สวัสดี” เพราะต้องการให้คนพิษณุโลกดำรงตำแหน่งรองประธานสภามาก สามารถขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าได้

ด้านนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตรใหม่ ที่พรรคเป็นธรรมมีความภูมิใจและได้รับเกียรติจากนายปดิพัทธ์เข้ามาร่วมงาน โดยจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆในพรรคจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคเท่านั้น พรรคเป็นธรรมมีบริบททางการเมืองชัดเจน ดำเนินงานตามอุดมการณ์ ประชาธิปไตย ประเทศชาติ ประชาชน ด้วยความเป็นธรรม หลังจากนี้พรรคเป็นธรรมจะมีบริบทของการบริหารงานในสภาเพิ่มมากขึ้นจากการเป็นแค่ฝ่ายค้าน และพรรคพร้อมสนับสนุนการทำงานของนายปดิพัทธ์ และตนจะเข้ามาเป็นคณะทำงานของนายปดิพัทธ์ด้วย 

“อยากเห็นการเมืองแบบใหม่ที่คนย้ายพรรคไม่จำเป็นจะต้อง ได้อามิสสินจ้าง หรือ มีการแจกกล้วย และพรรคเป็นธรรมไม่ได้ตกปลาในพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นพรรคสาขาของพรรคก้าวไกล แน่นอน ที่ผ่านมาได้มีการแข่งขันในพื้นที่มาเราเหมือนเป็นพรรคประชาธิปไตยที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน แต่กินข้าวกันคนละชามคนละเมนูแค่นั้นเอง” นายปิติพงษ์กล่าว 

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560697

10 ต.ค. 2566

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

‘สส.อีสาน’ เพื่อไทย รวมตัวจ่อตั้งกระทู้ ถาม รมว.ต่างประเทศ ปมช่วยเหลือ ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล กลับบ้านเกิด ชี้ เป็นชาวอีสานกว่า 4 หมื่นคน ‘สส.วัชระพล’ โอดเห็นคราบน้ำตาครอบครัวแรงงาน ด้าน ‘สส.ชนก’ รับเห็นชาวบ้านสุดสะเทือนใจ มองสภาฯ ทางแก้ปัญหา แค่ได้หารือ 2 นาทีก็มีค่าแล้ว

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล,น.ส.ชนก จันทาทอง สส.หนองคาย,นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี,นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี และ สส.อีสาน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่เตรียมเสนอญัตติและตั้งกระทู้ถามในสภา เรื่องการช่วยเหลือ “แรงงานไทย” ในอิราเอล

โดยน.ส.ขัตติยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในประเทศอิสราเอล รัฐบาลอิสราเอลเพิ่งประกาศไปเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ต.ค. 2566) เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อนานาประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย มีผู้เสียชีวิตนับ 1,000 ราย และหนึ่งในนั้นมีประชาชนพี่น้องคนไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล 

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ทั้งนี้ ยังมีพี่น้อง “แรงงานไทย” ถูกจับเป็นตัวประกัน รวมถึงตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก และรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า เรื่องนี้ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทำให้เราเห็นว่าจำนวน “แรงงานไทย” ที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลนั้น มีจำนวนนับ 10,000 ราย และส่วนใหญ่เป็นพี่น้องที่มาจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานีหรืออุบลราชธานี

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ในเบื้องต้น สส.พรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งในวันพฤหัสนี้ (12 ต.ค. 2566) พรรคเพื่อไทยจะยื่นเป็นกระทู้ถามสด ถึงมาตรการความช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(รมว.กต.)

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ขณะที่นายวัชระพล กล่าวว่า ชาวอีสานได้มาให้กำลังใจกัน เพราะคนอีสานที่ไปทำงานอิสราเอลมากถึง 19,000 คน และถ้าลงลึกไปมากกว่านั้น พี่น้องชาวอุดรธานีจังหวัดที่ตนเป็นตัวแทน มีพี่น้องไปทำงานสูงถึง 4,012 คน และหากลงลึกไปถึงเขตเลือกตั้ง มีจำนวนมากกว่า 1,000 คน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพวกตนที่เป็นผู้แทนที่มาจากประชาชน จะต้องนำความเดือดร้อนไปปรึกษาหารือและตั้งกระทู้ถามสดถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในความช่วยเหลือต่างๆ

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนมาค่อนข้างเยอะ และลงพื้นที่พบปะของทั้งผู้สูญเสียผู้ได้รับผลกระทบด้วย

“ผมได้สัมผัสได้เห็นแววตา ได้เห็นคราบน้ำตา ได้เห็นไอมือที่เย็นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ หรือจากลูก จากภรรยา จากสามี ดังนั้น ในวันพฤหัสนี้ สส. พรรคเพื่อไทยได้นำข้อมูลส่งมาที่ผม แล้วจะให้ผมเป็นตัวแทนในการยื่นกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” นายวัชระพล กล่าว

ด้านน.ส.ชนก กล่าวว่า ตนก็ได้รับการร้องทุกข์จากแรงงานไทยที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งจังหวัดหนองคายจะมีแรงงานไทยที่ไปอิสราเอลมากถึงอันดับ 3 ของประเทศ จากการร้องทุกข์นี้ รายงานไทยผู้ประสบภัยส่งทั้งเสียงคลิปและข้อความที่ทำให้เกิดความหวาดกลัว ตนก็สะเทือนใจ ผู้ที่ไปเป็นผู้ยากจน บางคนต้องกู้หนี้ยืมสิน เพื่อที่จะเอาแรงงานตัวเองมาเลี้ยงดูครอบครัว มองว่าเครื่องมือที่ดีที่สุดก็คือสภาผู้แทนราษฎร เพียงแค่ 2 นาทีก็มีความหมายกับเรา เราจะนำเรื่องนี้หารือในสภาทันทีวันพุธนี้ (11 ต.ค.66) และในวันพฤหัสบดีสามารถเสนอในวาระอื่นๆได้ก็จะเสนอเป็นญัตติ

“ทาง สส.พรรคเพื่อไทย รัฐบาลไทย นำโดยนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ดิฉันมั่นใจว่าจะไม่ทิ้งคนไทยที่นู่น เราจะเผชิญหน้ากับภาวะสงครามและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยให้เดินทางกลับมาด้วยสวัสดิภาพ ท่านใดที่สูญเสีย ดิฉันมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะมีการเยียวยา ซึ่งจากการตั้งกระทู้ในวันพฤหัสบดีนี้ ทุกคำถามจะได้คำตอบ” น.ส.ชนก กล่าว

ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า ในฐานะรองประธานกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับข้อมูลใหม่จากกระทรวงแรงงาน ทราบว่าแรงงานชาวไทยเสียชีวิตแล้ว 18 คน ขณะนี้ได้แยกกลุ่มแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่อันตรายประมาณ 5,000 คน ขณะที่กองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ คนละ 15,000 บาท กรณีบาดเจ็บจะได้รับเงินก้อน จำนวน 1.4 ล้านบาท กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินจำนวน 30,000 บาทต่อเดือน แต่หากบาดเจ็บเกิน 20% จะได้เงินเยียวยารายเดือนตลอดชีวิต

ส่วนกรณีเสียชีวิต คู่สมรสและบุตรจะเป็นผู้รับเงินแทนจนกว่าจะสมรสใหม่ รวมแล้วจะได้รับประมาณ 34,000 บาทต่อเดือน และกรณีจัดการศพที่เสียชีวิตจากต่างประเทศ รายละไม่เกิน 40,000 บาท

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ทั้งนี้ จังหวัดที่มีแรงงานชาวไทยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น จังหวัดอุดรธานี กระทรวงแรงงงาน จะให้มีการตั้งวอรูม เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลืออยู่ที่จังหวัดนั้นๆ โดยไม่ต้องประสานมายังกรุงเทพฯ เพื่อให้มีความสะดวกรวดเร็ว

‘ครม.’ ตั้ง โจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560675

10 ต.ค. 2566

'ครม.' ตั้ง โจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น 'ที่ปรึกษานายกฯ'

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.สอบตก ขึ้นแท่น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’แล้ว นฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ ได้ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย มติ ‘ครม.’ ล่าสุดวันนี้

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี
( ครม.) ที่สำคัญวันนี้ มีการแต่งตั้งข้าราชการเมือง 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต สส.เพื่อไทย ขึ้นแท่นเป็นที่ปรึกษานายกฯ นางนฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ อดีตเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย และ นาย สยาม บางกุลธรรม ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อหนี้ผูกพันข้ามปี กระทรวงมหาดไทยและสภากาชาดไทย 3 รายการ เป็นงบผูกพันรวม 5,088 ล้านบาท สร้างสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำของกระทรวงมหาดไทย ที่จังหวัดปัตตานี 1,030.96 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการขออนุมัติสร้างอาคารและเครื่องมือผลิตวัคซีน ของสภากาชาดไทย รวมกว่า 4,000 ล้านบาท

ในส่วนการควบคุมอาวุธปืนห้ามผู้ว่าราชการจังหวัด อนุญาติให้มีการพกพาอาวุธปืน ตรวจสอบการจำหน่าย อาวุธปืน อุปกรณ์ ส่วนควบ กระสุนปืน และการฝึกซ้อมยิงปืนที่ผู้ควบคุมในสนามยิงปืน ต้องตรวจสอบอาวุธ ที่นำมาใช้ฝึกซ้อม กระสุนที่ใช้ฝึกซ้อม รวมถึงการดำเนินการให้มีขึ้นทะเบียนสิ่งเทียมอาวุธปืน ก่อนมีประกาศ

‘อนุทิน’ สั่งถอนใบอนุญาตสนามชนไก่ นครปฐม ไม่มีกำหนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560655

10 ต.ค. 2566

'อนุทิน' สั่งถอนใบอนุญาตสนามชนไก่ นครปฐม ไม่มีกำหนด

‘อนุทิน’ สั่งถอนใบอนุญาตไม่มีกำหนด สนามชนไก่ ดอนตูม จ.นครปฐม หลังเกิดเหตุเซียนไก่ก่อเหตุยิงกันเสียชีวิต ลั่น แม้มีกระแสข่าววิ่งเต้นรีบขอเปิดสนามชนไก่ ย้ำไม่ได้เปิดแน่นอน

10 ต.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีสนามไก่ชน วรวิชดอนตูม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ที่มีเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีเสียชีวิต
 

นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่สนามชนไก่ ดังกล่าวขั้นต้นต้องดำเนินการปิดสนามไก่ชน ที่เกิดเหตุก่อน ใครจะไปขอนายอำเภอให้เปิดชั่วคราวไม่สามารถทำได้ คนที่มีเรื่องคือผู้ที่ไปเช่าสนาม แล้วเกิดการทะเลาะกันทั้งสองฝ่าย จึงบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงกัน 

ส่วนกรณีสนามไก่ชน วรวิชดอนตูม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม มีเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ ได้ถอนใบอนุญาต แก่สนามไก่ชนแห่งนี้แล้ว ท่ามกลาง กระแสข่าวเรื่องมีการวิ่งเต้นเพื่อให้เปิดกิจการใหม่ ความผิดของสนามไก่ชน คือไม่ควบคุมให้ดี 

สนามชนไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐมสนามชนไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม

ผูัสื่อข่าวถามว่า มีการไปบอกว่าสนามแห่งนี้ เป็นของนักการเมือง หรือนักการเมืองมีหุ้นอยู่ มีการโทรขอไปที่นายอำเภอให้เปิด นายอนุทิน ย้ำว่า “ไม่ต้องโทรหรอก ไม่ได้เปิดหรอก“

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สนามไก่ชนเอง ก็ต้องทำให้ถูกต้อง จริงๆ ระเบียบสามารถปิดสนามไก่ชนได้หมด ถ้าเข้าไปแล้วไม่มีการป้องกันให้ดี ปล่อยให้มีการทะเลาะวิวาท มีเหตุรุนแรง มียาเสพติด ก็ต้องได้รับการพิจารณาโทษ

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2731514

โรเบิร์ต เมาเรอร์ เลิฟเลอร์ มอบขวดพลาสติกจากโครงการ Plastics Only, Please เพื่อนำไปอัปไซเคิล

10 ต.ค. 2566 04:55 น.

โรเบิร์ต เมาเรอร์ เลิฟเลอร์ มอบขวดพลาสติกจากโครงการ Plastics Only, Please เพื่อนำไปอัปไซเคิล

@โรเบิร์ต เมาเรอร์ เลิฟเลอร์ มอบขวดพลาสติกใช้แล้วในโครงการ Plastics Only, Please ให้ กฤษดา เรืองโชติวิทย์ เพื่อนำไปอัปไซเคิลรักษาสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมี อรรณพ แก้วพุฒตาล มาร่วมมอบด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ….ฉบับประจำวันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566

  • การเมืองกับการปกครอง โฟกัสไปที่ วิสัยทัศน์ของผู้นำ….จะถอยหลังลงคลอง หรือ ก้าวหน้าสู่อนาคต….ในยามที่ เกิดวิกฤติฉุกเฉิน เกิดโศกนาฏกรรม กับ ประชาชนตาดำๆ…..ถ้า ผู้นำ ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตประชาชน….ยังเฉลิมฉลอง สนุกสนานเฮฮา ….มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตัว ย่อมปราศจากวิสัยทัศน์ และ จริยธรรมของการเป็นผู้นำ……ในขณะที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน อยู่ระหว่างการเยือน บรูไน มาเลเซีย และ สิงคโปร์ พร้อม ปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ เชื่อมความสัมพันธ์การค้าการลงทุน……กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ ได้รับรายงานจาก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล…เกิดเหตุ โจมตีด้วยจรวดเข้ามายัง อิสราเอล กระจายรอบฉนวนกาซา บริเวณตอนกลางของประเทศ รวมทั้งเมืองข้างเคียง และ นครเยรูซาเลม….ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งให้ คนไทยที่อาศัยอยู่ในอิสราเอล ได้ปฏิบัติตัวในที่ปลอดภัยทันทีที่ได้รับสัญญาณเตือนภัย….ขณะนี้ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ได้สั่งการให้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ได้ดูแลคนไทยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด…..และ เตรียมพร้อมที่จะอพยพคนไทยในอิสราเอล…..ขณะนี้ อิสราเอล ได้มีการประกาศพื้นที่ฉุกเฉิน 80 กิโลเมตร รอบฉนวนกาซา…มีการเปิดหลุม หลบภัยสาธารณะที่กรุงเทลอาวีฟและเมืองข้างเคียง….หลังจากที่นายกฯอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศภาวะ สงคราม….พร้อมเรียก ทหารกองหนุนเพิ่ม เตรียมทำสงครามเต็มอัตราศึก……กระทรวงการท่องเที่ยวอิสราเอล ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวระมัดระวังและออกจากพื้นที่สู้รบทันที….ในเบื้องต้นมี คนไทย 1 ราย ทำงานอยู่ที่ โมชาฟ มิชตาคิม ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บที่ขาและอีก 1 รายเสียชีวิต…..ซึ่งมีการติดต่อกับสถานทูตทางออนไลน์แล้ว…และมี แรงงานไทยอีก 11 ราย ที่ถูกคนร้ายจับตัวไป …..ที่น่าเป็นห่วงเนื่องจากใน บริเวณฉนวนกาซา พื้นที่การสู้รบ ระหว่างรัฐบาลอิสราเอล กับ กลุ่มฮามาส….มีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 5 พันคน….ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทย ได้ที่ (+972) 546368150 หรือ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ 0-2575-1047-51 หรือ call center กรมการกงสุล 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง…..นอกจาก สงครามยูเครน–รัสเซีย ที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจและความมั่นคง ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติในเร็ววันนี้….สงครามระหว่าง อิสราเอล กับ ฮามาส ถูกเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพบว่า มีการส่งอากาศยานต่อสู้ไร้คนขับ และ จรวดจากฉนวนกาซา ซึ่งเคยเป็นเขตหยุดยิง เข้าโจมตี เมืองหลวงของอิสราเอล…ทำให้ รัฐบาลอิสราเอล ต้องประกาศ ให้ฉนวนกาซา เป็นพื้นที่แทรกซึมของคนร้าย ผลของการสู้รบทำให้พลเรือนได้รับผลกระทบบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก…..ล่าสุด ทวิตเตอร์ นายกฯเศรษฐา ออกมา ประณามการโจมตีอิสราเอล และสั่งให้ กองทัพอากาศ เตรียมพร้อมเครื่อง Airbus A 340 และ C-130 อพยพคนไทยออกจากอิสราเอล ทันที….ภายใต้การควบคุมการปฏิบัติการของ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. ….เนื่องจากมีรายงานว่าสถานการณ์สู้รบรุนแรงมากขึ้น
วิวาห์ชื่นมื่น พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ และ ถาวร เสนเนียม เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ภคอร บุตรี คารม–ปภารัต พลพรกลาง กับ รณกร บุตร สมหวัง หนูเนียม ท่ามกลางความปลื้มปีติของบรรดาผู้มาร่วมอวยพร ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.
รอชม ฐาปน สิริวัฒนภักดี, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ แถลงข่าวความพร้อมการจัดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024” โดยมี กมลนัย ชัยเฉนียน มาร่วมงานแถลงด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • เช่นเดียวกับ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทวีตข้อความ แสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศในอิสราเอล โดยมีการประสานงานกับ กระทรวงการต่างประเทศ และ สถานทูตไทยในอิสราเอล ให้ความช่วยเหลือคนไทยโดยเร็ว……ข้อมูลจากการท่องเที่ยวพบว่า หลังจากสถานการณ์โควิด–19….มี นักท่องเที่ยวจากอิสราเอล นิยมเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอยู่ใน 10 อันดับแรก…จบข่าว
ปลูกผมใหม่ วรุตม์ สุทธินันท์ เปิดตัว “Capillus” แบรนด์หมวกเลเซอร์ปลูกผมยอดนิยมช่วยกระตุ้นการเกิดผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก U.S.FDA สหรัฐอเมริกา โดยมี ปกรณ์ เมธาธราธิป และ จุรีพร แสนเมือง มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.
มีฝีมือ สาระ ลํ่าซำ, ดร.สุธี โมกขะเวส และ พุฒิ เด่นสมพรพันธ์ จากเมืองไทยประกันชีวิตรับ 3 รางวัล ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมในองค์กร ประจำปี 2566 โดยมี ธนัญชัย สัจจะปรเมษฐ มาร่วมปลื้มด้วย ที่เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ วันก่อน.
  • การเมืองในประเทศ ยังไม่มีอะไรเป็นสาระ……สามล้อถูกหวย สนามเด็กเล่น มือใครยาวสาวได้สาวเอา……เป็นอันว่า วันที่ 10 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ชั้น 10 อาคารรัฐสภา…..ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะไปสมัครเป็นสมาชิก พรรคเป็นธรรม ที่ ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรค และ กัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรค อ้าแขนรับเต็มที่ ไม่มีกระมิดกระเมี้ยนอีกต่อไป……เป็นปรากฏ การณ์ใหม่ที่มี รองประธานสภาฯ มาจาก พรรคฝ่ายค้าน ที่เคยอยู่พรรคเดียวกับ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา….สมกับเป็นสภาไก่ในเข่ง…….ส่วนความอื้อฉาวใน วงการสีกากี ตั้งแต่คดีกำนันนก พนันออนไลน์ รอง ผบ.ตร. การแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ และเหตุการณ์ กราดยิงในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง…..ค่อยๆเงียบหายไปตามสายลม…..เมื่อผลประโยชน์การชิงอำนาจลงตัว…..พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกตำรวจ อ้าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มอบนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดวิสัยทัศน์ เป็นองค์กรปราบปรามอาชญากรรมและบังคับใช้กฎหมายในระดับมาตรฐานสากลที่ประชาชนเชื่อมั่น……..อย่างฮา
อย่าพลาด พิชัย จิราธิวัฒน์ และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา แถลงข่าวการจัด “Melody Of Life 14” เทศกาลดนตรีในคอนเซปต์รักษ์โลกสุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง ระหว่าง 13-15 ต.ค. โดยมี สุธรรม ศรีเมฆานนท์, ภคมน สุภาพพันธ์ และ อรรถพล ละมูล มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง ชาย นครชัย เป็น กกต.คนใหม่…เข้ามาเร่งสะสางคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ….ก่อนจะพ้นอำนาจ กกต.มีเรื่องร้องเรียนมีมูลกว่า 80 เรื่อง ยังยื้อเวลาคาราคาซัง
แฟนฉัน จินา โอสถศิลป์ จัดงาน “20 ปีแฟนฉัน…ยังคิดถึงกันเสมอ” พร้อมนำภาพยนตร์เรื่องแฟนฉันมารีมาสเตอร์สู่เวอร์ชันใหม่ในระบบ 4K โดยมี สิตมน รัตนาวะดี, จิระ มะลิกุล, วิทยา ทองอยู่ยง, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม และ คมกฤษ ตรีวิมล มาร่วมงานด้วย ที่พารากอนซีนีเพล็กซ์ วันก่อน.
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท เอ็นอาร์พีที ร่วมกับบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ เดินเครื่องกำลังการผลิตโปรตีนจากพืชด้วยพลังงานโซลาร์ ขนาดติดตั้ง 389.61 kWp ผลิตกระแสไฟได้ 800 kWh ต่อวัน ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนเดือนละ 27 ตัน ลดต้นทุนค่าไฟถึง 30% ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. พีรกานต์ มานะกิจ ประธานไอออน และ เกียรติ์กมล ตั้งงามจิตต์ ผจก.แพลนท์ แอนด์ บีน รับประกันคุณภาพ…..ยินดีกับ นิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ ผช.ผจก.ใหญ่เลขานุการบริษัทและองค์กรสัมพันธ์ ปตท. เข้ารับรางวัลเข็มประชาบดีประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์จาก วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมฯ ไปเมื่อเร็วๆนี้…..เจ้าคุณพระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จัดพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วันปิยมหาราช ทำบุญสืบชะตาเสริมดวงประเทศไทย น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 23 ต.ค.เวลา 07.00 น.ที่ลานอนุสาวรีย์ ร.5 วัดดอนจั่น
ช่วยโลก โรเบิร์ต เมาเรอร์ เลิฟเลอร์ มอบขวดพลาสติกใช้แล้วในโครงการ Plastics Only, Please ให้ กฤษดา เรืองโชติวิทย์ เพื่อนำไปอัปไซเคิลรักษาสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมี อรรณพ แก้วพุฒตาล มาร่วมมอบด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

ตำรวจสหรัฐฯ วิสามัญยิงชายก่อเหตุขับรถพุ่งชนสถานกงสุลจีนในซานฟรานซิสโก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731753

ตำรวจสหรัฐฯ วิสามัญยิงชายก่อเหตุขับรถพุ่งชนสถานกงสุลจีนในซานฟรานซิสโก

10 ต.ค. 2566 14:19 น.

ตำรวจสหรัฐฯ วิสามัญยิงชายก่อเหตุขับรถพุ่งชนสถานกงสุลจีนในซานฟรานซิสโก

เกิดเหตุระทึกขวัญ มีชายก่อเหตุขับรถพุ่งชนตัวอาคารสถานกงสุลจีนในนครซานฟรานซิสโก ทำผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีอุตลุด ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ และยิงชายผู้ก่อเหตุเสียชีวิต

วันที่ 10 ต.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ยิงชายก่อเหตุระทึกขวัญ ขับรถพุ่งชนอาคารสถานกงสุลใหญ่จีนประจำนครซานฟรานซิสโก ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ (9 ต.ค.) ที่ผ่านมา  ตามเวลาท้องถิ่น

ภาพวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ เผยให้เห็นผู้คนแตกตื่นและพากันวิ่งหนีออกจากอาคารสถานกงสุล หลังมีชายคนหนึ่งก่อเหตุขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน พุ่งเข้ามาในตัวอาคาร จนข้าวของในสถานกงสุลได้รับความเสียหาย 

ชมวิดีโอ: ที่นี่

หลังเกิดเหตุรุนแรง สถานกงสุลจีนกล่าวประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมองว่าเหตุการณ์นี้เป็น “ภัยคุกคามร้ายแรง” ต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และคนอื่นๆ ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ

ด้านแถลงการณ์ของตำรวจนครซานฟรานซิสโก ระบุว่า ชายผู้ก่อเหตุขับรถพุ่งชนสถานกงสุลจีน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิต หลังจากที่ตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนอกจากตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์นี้อยู่ และยังไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ

ทั้งนี้ นครซานฟรานซิสโกมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดงาน Asia-Pacific Economic Cooperation เดือนหน้า ซึ่งคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเดินทางมาร่วมประชุมด้วย.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: BBC