โซเชียลจีนเดือด คลิปไวรัลหมอชกคนไข้หญิงชราขณะผ่าตัดดวงตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749918

โซเชียลจีนเดือด คลิปไวรัลหมอชกคนไข้หญิงชราขณะผ่าตัดดวงตา

23 ธ.ค. 2566 03:30 น.

โซเชียลจีนเดือด คลิปไวรัลหมอชกคนไข้หญิงชราขณะผ่าตัดดวงตา

เจ้าหน้าที่จีนกำลังสืบสวน หลังมีคลิปแฉศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลจักษุแห่งหนึ่ง ชกคนไข้หลายครั้งระหว่างการผ่าตัด เบื้องต้นหมอรายนี้ถูกพักงานแล้ว ขณะที่ซีอีโอโรงพยาบาลโดนปลด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันศุกร์ที่ 22 ธ.ค. 2566 ว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศจีนกำลังสืบสวนข้อเท็จจริง หลังจากมีคลิปวิดีโอภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ชกคนไข้หญิงสูงวัยอย่างน้อย 3 ครั้ง ขณะทำการผ่าตัดดวงตา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 แต่คลิปวิดีโอเพิ่งถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงสัปดาห์นี้และกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว และสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ผู้ใช้เน็ตชาวจีน

ด้านบริษัท Aier China บริษัทแม่ของโรงพยาบาลจักษุที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในเมืองกุ้ยกัง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ระบุว่า ศัลยแพทย์ผู้ก่อเหตุถูกสั่งพักงานแล้ว ระหว่างรอการสืบสวน ขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท หรือ ซีอีโอ ของโรงพยาบาลก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ในแถลงการณ์ของ Aier China พวกเขาระบุว่า คนไข้ที่ถูกทำร้ายเป็นหญิงชราวัย 82 ปี โดยระหว่างการผ่าตัดซึ่งใช้วิธีให้ยาเฉพาะจุด คนไข้ขยับศีรษะกับดวงตาหลายครั้ง และเนื่องจากคนไข้พูดได้แต่ภาษาถิ่น จึงไม่เข้าใจคำพูดของหมอที่เตือนเป็นภาษาแมนดาริน ก่อนที่แพทย์จะปฏิบัติกับคนไข้รายนี้อย่างหยาบคายในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า คนไข้รายนี้มีแผลฟกช้ำบริเวณหน้าผาก ส่วนบุตรชายของคนไข้บอกกับสื่อว่า หลังการผ่าตัด ผู้จัดการของโรงพยาบาลได้กล่าวขอโทษพวกเขาและมอบเงินชดเชยเป็นจำนวน 500 หยวน (ราว 2,430 บาท) เขาบอกด้วยว่า ตอนนี้ดวงตาข้างซ้ายของแม่ของเขาบอดแล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่า เป็นผลจากเหตุการณ์นี้หรือไม่

Aier China อ้างว่า ทางโรงพยาบาลล้มเหลวในการรายงานเหตุการณ์นี้แก่สำนักงานใหญ่ ทำให้ในวันพฤหัสบดี (21 ธ.ค.) พวกเขาประกาศปลดซีอีโอของโรงพยาบาลออกจากตำแหน่ง และสั่งพักงานศัลยแพทย์ผู้ก่อเหตุ ซึ่งดำรงตำแหน่งคณบดีของโรงพยาบาลด้วย ในข้อหา ละเมิดข้อบังคับของบริษัทอย่างร้ายแรง และข้อหาอื่นๆ

ทั้งนี้ ผู้ที่เผยแพร่คลิปดังกล่าวคือ ดร. อ้าย เฟิน แพทย์หญิงคนดังของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่ออกมาเตือนสังคมเรื่องการระบาดของโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น โดยเธอเคยมีคดีความทางกฎหมายกับบริษัท Aier China หลายครั้งตั้งแต่ปี 2564 หลังจากเธอไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในเครือของ Aier China และอ้างว่าเกือบทำเธอตาบอด แต่ Aier China ปฏิเสธ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตร.เช็กยืนยัน มือปืน ม.กรุงปรากจบชีวิตตัวเอง-เร่งสืบสวนแรงจูงใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749917

ตร.เช็กยืนยัน มือปืน ม.กรุงปรากจบชีวิตตัวเอง-เร่งสืบสวนแรงจูงใจ

23 ธ.ค. 2566 02:07 น.

ตร.เช็กยืนยัน มือปืน ม.กรุงปรากจบชีวิตตัวเอง-เร่งสืบสวนแรงจูงใจ

ตำรวจเช็กยืนยัน มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัยในกรุงปราก จบชีวิตตัวเองบนดาดฟ้า หลังถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อม โดยพวกเขากำลังสืบสวนหาแรงจูงใจซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจของคนร้ายรายนี้

ในวันศุกร์ที่ 22 ธ.ค. 2566 ตำรวจของสาธารณรัฐเช็ก จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าการสืบสวนเหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัย ชาร์ลส์ ในพื้นที่ใจกลางกรุงปราก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย จนกลายเป็นเหตุกราดยิงที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

เจ้าหน้าที่เผยว่า ในเวลาเกิดเหตุ นักศึกษาหลายคนขังตัวเองอยู่ภายในห้องของอาคารคณะศิลปะ ทำให้พวกเขาต้องตรวจสอบทีละชั้นเพื่อพาเหล่านักศึกษาอพยพออกมา โดยตำรวจให้เหล่านักศึกษาชูมือขึ้นทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากตอนนั้นเจ้าหน้าที่ไม่แน่ใจว่าคนร้ายมีผู้สมรู้ร่วมคิดหรือไม่

ต่อมาตำรวจก็ไปพบศพของคนร้าย ซึ่งทราบชื่อในภายหลังว่าคือนาย เดวิด โคเซค นักศึกษาวัย 24 ปี อยู่บนดาดฟ้าของอาคาร โดยคาดว่าเขาตัดสินใจทำอัตวินิบาตกรรมหลังถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อม

ด้านนาย ปีเตอร์ มาเตเชค ผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจกรุงปราก เสริมด้วยว่า เจ้าหน้าที่พบกระสุนปืนจำนวนมากอยู่ตามทางเดินของอาคารเรียน และเขาเชื่อว่า การมาถึงอย่างรวดเร็วของตำรวจ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการนองเลือดมากไปกว่านี้ ขณะที่นาย วิต ราคูซาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นตรงกัน และว่าคนร้ายนำปืนมาเป็นจำนวนมาก

นายราคูซานชี้แจงด้วยว่า ผู้เคราะห์ร้าย 13 รายถูกยิงเสียชีวิตภายในอาคารเรียน ขณะที่อีก 1 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ โดยผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่เจ้าหน้าที่ชื่อว่า คนร้ายลงมือแบบสุ่ม ไม่ได้เลือกเหยื่ออย่างเฉพาะเจาะจง

ส่วนเรื่องแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย นายราคูซานระบุว่า “การพูดถึงเรื่องมูลเหตุจูงใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอาชญากรรมประเภทนี้” และเสริมว่า เขาคิดว่าแรงจูงใจอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในชีวิตและสภาพจิตใจของคนร้ายแต่ “เราไม่มีข้อพิสูจน์ หรือข้อมูลจากเขา ว่าทำไมเขาถึงทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้”

เจ้าหน้าที่ของเช็กบอกอีกว่า นายเดวิดอาจเป็นผู้ลงมือสังหารพ่อของตัวเองที่หมู่บ้าน โฮสโตน ซึ่งห่างจากกรุงปรากราว 100 ไมล์ ก่อนจะเดินทางไปยังเมืองหลวง และเจ้าหน้าที่กำลังรอหลักฐานที่แน่นหนาเพื่อยืนยันว่า ชายคนนี้เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมชายคนหนึ่งกับลูกสาววัย 2 ขวบของเขาที่ป่าคลาโนวิคกี เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ด้วย

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็กำลังเฝ้าระวังเหตุโจมตีเลียนแบบ และกำลังมุ่งเน้นตรวจสอบลางบอกเหตุร้าย ซึ่งรวมถึงข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของเช็กสามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ทุกรายแล้ว แต่จนถึงตอนนี้มีการเปิดเผยชื่อเพียง 1 รายเท่านั้นคือ น.ส.เลนกา ฮลาฟโควา ผู้อำนวยการสถาบันดนตรีวิทยาของมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ โดยทางสถาบันโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “นี่เป็นข่าวที่โหดร้ายอย่างที่สุดต่อพวกเราทุกคน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลขยายโจมตีในกาซา ก่อน UNSC โหวตมติด้านมนุษยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749902

อิสราเอลขยายโจมตีในกาซา ก่อน UNSC โหวตมติด้านมนุษยธรรม

23 ธ.ค. 2566 00:25 น.

อิสราเอลขยายโจมตีในกาซา ก่อน UNSC โหวตมติด้านมนุษยธรรม

อิสราเอลส่งสัญญาณว่า พวกเขากำลังขยายขอบเขตการโจมตีภาคพื้นดินของพวกเขา ไปยังพื้นที่ใหม่ในภาคกลางของฉนวนกาซา ขณะที่ UNSC เตรียมโหวตเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ธ.ค. 2566 กองทัพอิสราเอลออกคำสั่งไปยังประชาชนในเมือง อัล-บูเรจ (Al-Bureij) ในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซา ให้พวกเขาอพยพลงใต้ในทันที ส่งสัญญาณว่าการโจมตีของพวกเขากำลังมุ่งไปยังพื้นที่ใหม่ หลังทำลายภาคเหนือจนราบ และจู่โจมพื้นที่ทางตอนใต้หลายต่อหลายครั้งในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา

รัฐบาลอิสราเอลภายใต้การปกครองของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่าจะทำลายกลุ่มฮามาส หลังพวกเขาโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 1,200 ศพ และมีชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติราว 240 คน ถูกจับไปเป็นตัวประกัน

อย่างไรก็ตาม จำนวนการเสียชีวิตของประชาชนในกาซาที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปฏิบัติการล้างแค้นของอิสราเอล กำลังเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหามิตรก็ออกมาปราม โดยล่าสุดจำนวนชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตในกาซาอยู่ที่ 20,057 ศพ บาดเจ็บอีก 53,320 ราย นับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้น

กองทัพอิสราเอลออกมาแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของประชาชน แต่พวกเขาก็กล่าวโทษกลุ่มฮามาส ว่าเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น หรือใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ แต่ฝ่ายฮามาสปฏิเสธ

ทั้งนี้ ตัวแทนของฝ่ายอิสราเอลกับฮามาสกำลังเจรจากันที่ประเทศอียิปต์ แต่ความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในทันทีเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ ท่ามกลางรายงานว่า เกิดการโจมตีทางอากาศ, การยิงปืนใหญ่ และการปะทะระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย ไปทั่วฉนวนกาซาในวันศุกร์

ประชาชนในกาซาบอกกับสื่อต่างประเทศว่า รถถังอิสราเอลยิงปืนโจมตีพื้นที่ของเมือง อัล-บูเรจ ในวันศุกร์ โดยทหารอิสราเอลเคยปะทะกับนักรบของฮามาสที่ชายขอบเมืองแห่งนี้มาก่อน แต่ยังไม่เคยบุกถึงพื้นที่ภายใน

ขณะที่สื่อของฮามาสอย่าง ‘เชบับ’ (Shehab) รายงานว่า เกิดการโจมตีทางอากาศและการโจมตีด้วยปืนใหญ่อย่างหนักที่เมือง จาบาเลีย อัล-บาลาด และที่ค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย ในภาคเหนือของกาซา โดยรถยนต์ของกองทัพอิสราเอล พยายามบุกเข้าเมืองจากฝั่งตะวันตก ท่ามกลางเสียงปืนยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด

นอกจากนั้น ยังมีรายงานการโจมตีทางอากาศที่เมืองข่านยูนิส เมืองใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของกาซา และเมืองราฟาห์ ซึ่งมีชายแดนเชื่อมต่อกับอียิปต์ด้วย

อีกด้านหนึ่ง ผู้แทนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ยังคงพยายามเจรจากันเพื่อไม่ให้สหรัฐฯ วีโตร่างมติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เรียกร้องให้อิสราเอลกับฮามาส ยอมให้ใช้เส้นทางบก, ทางทะเล และทางอากาศ เพื่อส่งสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกระจายไปทั่วฉนวนกาซา แต่การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปและถูกเลื่อนมาหลายวันแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รถบรรทุกโพรเพนพุ่งชนสะพานรางรถไฟนิวยอร์ก ระเบิดไฟลุกท่วมคนขับสาหัส (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749798

รถบรรทุกโพรเพนพุ่งชนสะพานรางรถไฟนิวยอร์ก ระเบิดไฟลุกท่วมคนขับสาหัส (คลิป)

22 ธ.ค. 2566 15:31 น.

รถบรรทุกโพรเพนพุ่งชนสะพานรางรถไฟนิวยอร์ก ระเบิดไฟลุกท่วมคนขับสาหัส (คลิป)

เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด เมื่อรถบรรทุกสารเคมีโพรเพน พุ่งชนสะพานรางรถไฟในนิวยอร์ก ส่งผลให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จนไฟลุกท่วมสูง โดยคนขับถูกไฟคลอกเจ็บสาหัส

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณสะพานรางรถไฟในเขตเกลนวิลล์ รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ โดยรถบรรทุก18 ล้อ ที่บรรทุกสารโพรเพนได้พุ่งชนเข้ากับสะพานรางรถไฟที่อยู่เหนือศีรษะ เนื่องจากไม่เห็นป้ายเตือนระดับความสูง ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง และไฟลุกท่วม ส่งผลให้นายซิลเวสเตอร์ เบซิล เจอาร์ คนขับรถวัย 60 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟคลอกในระดับ 3 ที่มือและใบหน้า และถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล

ชมคลิป ที่นี่

โดยหลังเกิดเหตุ ไฟยังคงลุกไหม้ไม่หยุด และลุกท่วมสูงขึ้นไปบนสะพานด้วย โดยสามารถมองเห็นเปลวไฟขนาดใหญ่ในระยะไกลกว่า 6 ไมล์จากจุดเกิดเหตุ ขณะที่มีรายงานว่ามีประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวบางส่วนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ประชาชนอีกกว่า 1,200 คน ต้องได้รับผลกระทบจากเหตุไฟฟ้าดับที่ตามมา

ทั้งนี้ หลังจากสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดเส้นทางดังกล่าวชั่วคราว เพื่อประเมินความเสียหาย ก่อนที่จะมีการเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติต่อไป.

ที่มา : เดลีเมล์

อิสราเอลเผยคลิปวินาที ระเบิดอุโมงค์ใต้ดินกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749742

อิสราเอลเผยคลิปวินาที ระเบิดอุโมงค์ใต้ดินกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา (คลิป)

22 ธ.ค. 2566 13:38 น.

อิสราเอลเผยคลิปวินาที ระเบิดอุโมงค์ใต้ดินกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา (คลิป)

กองทัพอิสราเอลเผยคลิปวิดีโอ วินาทีระเบิดอุโมงค์ใต้ดินกลุ่มฮามาสในกาซา โดยอ้างว่านี่คือเครือข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งกลุ่มฮามาสใช้เป็นกลยุทธ์ในการสู้รบมาตลอด

กองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ปฏิบัติการระเบิดทำลายอุโมงค์ใต้ดินของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา โดยระบุว่านี่เป็นเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินขนาดใหญ่ ที่ใช้สำหรับการหลบซ่อนตัว และเป็นฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาสด้วย แต่คำกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด

ชมคลิป ที่นี่

พลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า มีกองกำลังของกลุ่มฮามาสที่ถูกสังหารโดยกองกำลังทหารอิสราเอลมากกว่า 2,000 ศพแล้ว นับตั้งแต่การเจรจาหยุดยิงระหว่างทั้งสองฝ่ายยุติลง

โดยพลเรือตรีฮาการี ระบุว่าในเมืองข่านยูนิส ทางกองทัพได้เดินหน้ากดดันให้กองกำลังของกลุ่มฮามาสออกมาจากอุโมงค์ และมีการต่อสู้กันเมื่อพวกเขาออกมา โดยในตอนนี้มีกองกำลัง IDF 5 กองพันที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของกาซา ซิตี้ โดยยังไม่มีการระบุถึงความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิงแต่อย่างใด.

ที่มา : เอพี

‘นิกร’ เผยเตรียมเสนอ ‘ทำประชามติ’ 3 ครั้ง ต่อคกก.แก้รธน.ชุดใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565917

22 ธ.ค. 2566

'นิกร' เผยเตรียมเสนอ 'ทำประชามติ' 3 ครั้ง ต่อคกก.แก้รธน.ชุดใหญ่

‘นิกร จำนง’ เผยเตรียมเสนอ ‘ทำประชามติ’ 3 ครั้ง 2 แบบคำถาม ต่อคกก.แก้รธน.ชุดใหญ่ 25 ธ.ค.นี้ ชี้ สสร.มาจากรัฐสภาไม่ใช่รัฐบาล คาดใช้งบ 3,200 ล้านบาทต่อครั้ง แต่ปรับลดได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิกร จำนง ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 กรอบภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการ ว่า ภายหลังจากได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคทั่วประเทศรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)และสมาชิกวุฒิสภา(สว.)แล้วนั้น คณะอนุกรรมการก็ได้มีการสรุปประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ ศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญชุดใหญ่ในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2566  เวลา 08:30 น.

นายนิกร จำนง นายนิกร จำนง

โดยประเด็นที่จะนำเสนอ ประเด็นแรกคือจำนวนครั้งในการทำประชามติ ซึ่งคณะ อนุกรรมการ มีความเห็นว่าต้องทำ 3 ครั้ง คือ ครั้งแรกคือก่อนเริ่มกระบวนการใดๆ ครั้งที่ 2 คือ สภาพบังคับตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันเพื่อแก้ไขมาตรา 256 และครั้งที่ 3 คือก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ

ประเด็นที่ 2 คือ คำถามประชามติที่สั้นและเข้าใจง่าย โดยนำเสนอ 2 วิธี วิธีที่ 1 คือเป็นคำถามเดียว โดยแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1 ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมวด 1 และหมวด 2 แบบที่ 2 คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ

วิธีที่ 2 แบบ 2 คำถาม โดยแบ่งเป็น 2 แบบ แบบที่ 1 คำถามแรก คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมวด 1 และหมวด 2

แบบที่1 คำถามที่ 2 คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้สภาราชรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วน

แบบที่ 2 คำถามที่ 1 คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ

แบบที่2 คำถามที่ 2 คือท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
 

เปิดที่มา สสร.ทั้ง 100 คน 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นจำนวนและที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร. ) ที่มีความเห็นว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยสมาชิก 100 คน

  • มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชน จังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน
  • มาจากรัฐสภาเลือกจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์ จำนวน 13 คน
  • มาจากองค์กรด้านเด็กและเยาวชน ด้านสตรี ด้านผู้สูงอายุ ด้านผู้พิการหรือทุพพลภาพ และด้านผู้มีความหลากหลายทางเพศด้านละ 2 คน รวม 10 คน

โดยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องจัดทำผ่านรัฐสภา ดังนั้น รัฐสภาต้องมีมติที่จะให้ตั้งสสร.ไม่ใช่รัฐบาล


ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนยังมีความเห็นของประชาชนอื่นๆอีกค่อนข้างเยอะ ทางอนุคณะกรรมการจึงได้เก็บรวบรวมความเห็นนี้ไว้เป็นภาคผนวกแล้วส่งข้อมูลผ่านไปให้กลุ่มที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นสสร.หรือกลุ่มอื่น

อย่างไรก็ตาม การจัดทำประชามติ คณะกรรมการชุดใหญ่จะเป็นผู้สรุปและในที่สุดคณะรัฐมนตรีจะเป็นคนเคาะว่าจะใช้คำถามในรูปแบบใด สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการจัดทำบัตรประชามติ จากการสอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้งจะใช้งบประมาณครั้งละ 3,200 ล้านบาท

“แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้ใช้งบประมาณที่น้อยลงได้หาก สามารถทำให้ประชาชนออกมาทำประชามติในวันเลือกตั้งอบจ.หรือเลือกตั้งสส. การใช้วิธีนี้ก็จะประหยัดทั้งงบประมาณของรัฐบาลและสะดวกประชาชนด้วย ขณะที่ร่างการทำประชามติ คณะอนุกรรมการจะมีการเสนอร่างนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ด้วย”นายนิกร กล่าวสรุป

‘ร่มธรรม’ ซัดนายกฯ 4 เดือน เข้าสภาตอบกระทู้ครั้งเดียว อ้างติดภารกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565887

22 ธ.ค. 2566

'ร่มธรรม' ซัดนายกฯ 4 เดือน เข้าสภาตอบกระทู้ครั้งเดียว อ้างติดภารกิจ

‘ร่มธรรม’ เผย 4 เดือน นายกฯ เข้าสภาครั้งเดียว เดินทางตปท. 11 ครั้ง ไม่เหลียวแลตอบกระทู้ในสภา ชี้ความเดือดร้อนประชาชนก็สำคัญ

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารต่อการรับฟังปัญหาของสภาผู้แทนราษฎรว่า การเข้าร่วมการประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน การบริหารราชการแผ่นดิน และเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนนั้น 

ถือเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกกระทรวงในฐานะของฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุม ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้ให้จัดสรรอำนาจไว้ ประกอบกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อที่ 151 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ซึ่งก็เพื่อให้ฝ่ายบริหารทราบถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของประชาชน ผลการดำเนินนโยบายอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ การบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด หรือเกิดเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและอยู่ในความสนใจของประชาชน ทั้งหมดนี้จะถูกส่งผ่านผู้แทนของประชาชน หรือ สส.ในพื้นที่ เพื่อนำไปตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในเวทีของสภาตามวิถีทางของประชาธิปไตย 

แต่ที่ผ่านมากลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลอย่างที่ควรจะเป็น และถูกละเลยไม่เข้าร่วมการตอบกระทู้โดยอ้างว่า “ติดภารกิจสำคัญ” ทั้งที่ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่รอการแก้ไขอยู่ ก็มีความสำคัญไม่แตกต่างกัน นี่จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องปรับปรุง และรับผิดชอบต่อสภาให้มากขึ้น

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์นายร่มธรรม ขำนุรักษ์

นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า 4 เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเข้ามาปลอบกระทู้ถามสดในสภาเพียงครั้งเดียว และเป็นกระทู้ที่ถามโดย สส.ฝ่ายรัฐบาล เรื่องการเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น แต่กลับไม่เคยตอบกระทู้ถามสดของฝ่ายค้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญซึ่งเกี่ยวกับปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่สังคมกำลังคลางแคลงใจ

โดยนายกรัฐมนตรีมักอ้างเหตุการไม่สามารถเข้ามาตอบกระทู้ได้เนื่องจากติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางเยือนต่างประเทศในรอบ 4 เดือน จำนวน 11 ครั้ง รวม 10 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง บรูไน ซาอุดิอารเบีย ลาว และกัมพูชา รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจราชการในต่างจังหวัดทุกสัปดาห์ แต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่ให้ความสำคัญกับการสะท้อนปัญหาประชาชนผ่านกลไกของรัฐสภาที่มีการนัดหมายและแจ้งล่วงหน้า 

หากย้อนดูสถิติการตอบกระทู้ถามสดตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา พบว่า ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามสดด้วยตัวเองในสภามากที่สุด จำนวน 54 กระทู้ คิดเป็น 38.85% ของกระทู้ถามทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการทำหน้าที่ของรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน และรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กันไปด้วย

‘ธรรมนัส’แถลงใหญ่ โชว์ผลงานเกษตรฯ 99 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776652

'ธรรมนัส'แถลงใหญ่ โชว์ผลงานเกษตรฯ 99 วัน

‘ธรรมนัส’แถลงใหญ่ โชว์ผลงานเกษตรฯ 99 วัน

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.01 น.

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายไชยา พรหมารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมนาย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังแถลงโชว์ผลงาน “เกษตรฯ 99 วันทำได้จริง” รุกเป้าหมาย พี่น้องเกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 4 ปี ด้วย 6 นโยบายเกษตรสำคัญ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้มีการชี้แจงผลงานของกระทรวงไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สปก. 4-01 ที่เป็นโฉนดการปราบปรามสินค้าเถื่อน การช่วยเหลือชาวนา การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย การบริหารจัดการน้ำ ให้ประชาชนสามารถอยู่รอดได้ ซึ่งรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ได้เข้าไปช่วยเหลืออย่างจริงจัง การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง ณ เวลานี้ ปลดล็อคแน่นอน เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างสบายใจ

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยอีก 3 ข้อ ที่จะฝากเป็นของขวัญให้กับเกษตรกร โดยมีกฎหมาย 19 ฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายลูกของกรมประมง ซึ่งจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อทยอยออกให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน เช่นการขยายทำการประมงให้ครบ 290 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด 2.เรื่องที่ดินเรื่องอีกทั้งยังมีเรื่องที่ดินที่เปลี่ยนจาก สปก. 4-01 ให้เป็นโฉนด เพื่อการเกษตรกร ซึ่งได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยจะมีการ click off ในวันที่ 15 มกราคม 2567 โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน 3.การปราบปรามสินค้าเถื่อนทุกประเภท

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเปิดเผยอีกว่า เร็วๆ นี้จะมีข่าวใหญ่เกี่ยวข้องกับการขยายผลหมูเถื่อน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะมีการแถลงข่าว ซึ่งวันนี้ก็มีการขยายผลการจับกุมการสวมสิทธิ์นำเข้าตีนไก่ เพื่อเลี่ยงภาษี ในพื้นที่ จ.นครปฐม ซึ่งจะมีการขยายผลไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้าบริษัทขนส่ง หรือผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตร หากมีความเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องของการประกาศพื้นที่เขตชุมชนที่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมายทั่วประเทศด้วย โดยกำชับให้ สปก.ดำเนินการอยู่ ซึ่งวันนี้ ล่าสุดพบว่ามีการประกาศไปแล้ว 4 จังหวัด เช่น ภูเก็ต กาญจนบุรี นครสวรรค์ และ เชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัดที่จะมีการทยอยประกาศต่อไป โดยจะมีการเก็บค่าเช่าผู้ประกอบการเพื่อเข้ากองทุนของ สปก.เพื่อนำไปพัฒนาตามโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วมงานแถลงผลงาน​’เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง’ โดยรัฐมนตรีเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776649

'กรมการข้าว'ร่วมงานแถลงผลงาน​'เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง' โดยรัฐมนตรีเกษตรฯ

‘กรมการข้าว’ร่วมงานแถลงผลงาน​’เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง’ โดยรัฐมนตรีเกษตรฯ

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.55 น.

เมื่อวันที่​ 21​ ธ.ค.​ที่ผ่านมา นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และ​นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ ในฐานะโฆษกกรมการข้าว​ เข้าร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง” โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน​ พร้อมด้วย นายไชยา​ พรหมา​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนุชา​ นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจน​ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน​ ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 ชั้น 4 อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวโชว์ผลงานด้านการเกษตรในรอบ 99 วันว่า จากนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตร โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อรัฐสภาซึ่งกำหนดแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินภารกิจเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมาย โดยเน้นโครงการพระราชดำริ นโยบายระยะสั้น ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนนโยบายระยะกลาง และ ระยะยาว เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต โดยในส่วนของผลการดำเนินงานในโครงการสำคัญ ระยะเวลา 99 วัน (ตั้งแต่ 1 กันยายน – 8 ธันวาคม 2566) ที่เกี่ยวข้องด้านข้าว​ คือ​ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายสร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต การสร้างรายได้ภาคเกษตร ตามนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาล โดยมุ่งลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/2567 จำนวน 3 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงิน 34,437 ล้านบาท เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ ได้รับประโยชน์ 610,000 ราย  โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2566/2567 วงเงิน 481.25 ล้านบาท สถาบันเกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่าย/แปรรูป 1 ล้านตันข้าวเปลือก สถาบันเกษตรกรได้รับประโยชน์ 3.033 ล้านครัวเรือน โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพ ผลผลิตข้าว ปีการผลิต 2566/2567 เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 4.68 ล้านครัวเรือน ได้รับการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท/ครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยทุกหน่วยงานจะยังคงเดินหน้าและบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตรไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ภาคเกษตรเติบโต เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในระยะเวลา 4 ปีอีกด้วย

เกษตรฯลงนามMOU5ฝ่าย จ้างแรงงานไทยกลับจากอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776520

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐอิสราเอล ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยจำนวนมาก กระทรวงเกษตรฯ มีความห่วงใยในความเป็นอยู่ของแรงงานดังกล่าว จึงเตรียมรองรับแรงงานให้สามารถประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ โดยบูรณาการความร่วมมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 5 ฝ่าย จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรจากแรงงานอิสราเอลสู่การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงแรงงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยการพัฒนาแรงงานภาคการเกษตรให้พร้อมเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ มีระยะเวลา 2 ปี มีเป้าหมายในการพัฒนาแรงงานภาคเกษตร 7,500 คน ประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ 1.กิจกรรม “ปั้น” สู่ครูพี่เลี้ยง โดยคัดกรองแรงงานเกษตรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย มีความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับจากอิสราเอล และมีความสามารถเป็นที่ปรึกษาฟาร์มเกษตรได้ โดยภาครัฐจะเติมเต็มด้านเทคนิคการถ่ายทอดความรู้ และกำหนดหลักสูตรการอบรมเจ้าหน้าที่และเกษตรกร ภายใต้โครงการต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับความรู้ความสามารถของครูพี่เลี้ยง

2.กิจกรรม “ป้อน” สู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร โดยการรวบรวมข้อมูลความรู้ความสามารถ และทักษะของแรงงานไทยจากอิสราเอลที่ประสงค์จะเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรม ส่งต่อให้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรตามความสามารถและความถนัดต่อไป ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องเพิ่มเติมทักษะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการจัดทำหลักสูตรพัฒนาทักษะรองรับการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตรต่อไป

3.กิจกรรม “ปู” ทางอาชีพเกษตรกรรมสู่บ้านเกิด ในกลุ่มที่ไม่ประสงค์จะกลับไปรับจ้างแรงงานในอิสราเอล และประสงค์เข้าสู่อาชีพภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำและเป็นพี่เลี้ยง เพื่อร่วมวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ คนและสินค้า ตลอดห่วงโซ่การผลิต ประกอบการตัดสินใจเลือกกิจกรรมผลิตทางการเกษตร รวมถึงการให้ความรู้ในการจัดทำแผนธุรกิจเกษตรประกอบการขอสินเชื่อในการประกอบอาชีพภาคการเกษตรจากสถาบันการเงิน เช่น ธ.ก.ส.โดยคาดหวังว่าแรงงานไทยจากอิสราเอลเมื่อเข้าสู่อาชีพภาคการเกษตรจะสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีแม่นยำสูง ที่ได้รับการฝึกทักษะจากอิสราเอลมาประยุกต์ใช้ในการผลิตทางการเกษตร สามารถเป็นต้นแบบฟาร์มเกษตรอัจฉริยะสู่การพัฒนาเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ขยายผลเทคโนโลยีและการบริหารจัดการฟาร์ม