หนุ่มฟลอริดาสุดโหด ยัดสุนัขแก่ตาบอดใส่ถุงดำก่อนทิ้งถังขยะ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749219

หนุ่มฟลอริดาสุดโหด ยัดสุนัขแก่ตาบอดใส่ถุงดำก่อนทิ้งถังขยะ (คลิป)

20 ธ.ค. 2566 15:55 น.

หนุ่มฟลอริดาสุดโหด ยัดสุนัขแก่ตาบอดใส่ถุงดำก่อนทิ้งถังขยะ (คลิป)

หนุ่มใหญ่ชาวฟลอริดา ถูกตำรวจรวบตัวฐานทารุณสัตว์ หลังนำสุนัขชิสุของญาติ ยัดใส่ถุงดำก่อนโยนทิ้งถังขยะ หวังปล่อยให้ตาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจลี เคาน์ตี รัฐฟลอริดา เข้ารวบตัวนายแอนโทนี เบลล์แมน หนุ่มใหญ่วัย 55 ปี หลังมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพขณะที่นายเบลล์แมนนำเจ้าไซลา สุนัขชิสุตาบอด อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นสุนัขของญาติเขาที่ตายไปแล้ว ใส่ไว้ในถุงดำก่อนจะนำมาโยนทิ้งถังขยะหลังห้างค้าปลีกแฟมิลี ดอลลาร์ โดยที่คอของมันมีเชือกพันรอบคออยู่ด้วย

เคราะห์ยังดีที่เจ้าไซลารอดตายมาได้ หลังจากที่พนักงานของร้านสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายในถุงดำ และเมื่อเปิดถุงออกมาก็พบว่าเจ้าไซลายังมีลมหายใจอยู่ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์ พร้อมแจ้งตำรวจให้ตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าสุนัขตัวนี้น่าจะถูกคนทำทารุณกรรม และจงใจจะฆ่ามันให้ตาย และหลังจากตรวจสอบไมโครชิป จึงทราบว่าเจ้าของของเจ้าไซลาเสียชีวิตลงแล้ว โดยนายเบลล์แมนมีความเกี่ยวข้องเป็นญาติของผู้ตาย ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐานและเข้าจับกุมนายเบลล์แมน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายเบลล์แมนถูกนำตัวเข้าคุก ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ โดยเขาได้ประกันตัวออกไปในภายหลัง ด้วยวงเงินประกันกว่า 1,745,000 บาท ขณะที่เจ้าไซลาซึ่งได้รับการรักษาตัว อาการดีขึ้นและยังมีสุขภาพดี โดยล่าสุดมีคนใจบุญมารับเจ้าไซลาไปดูแลแล้ว.

ที่มา : Fox35

เซลีน ดิออน อาการทรุด ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749190

เซลีน ดิออน อาการทรุด ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้แล้ว

20 ธ.ค. 2566 13:53 น.

เซลีน ดิออน อาการทรุด ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้แล้ว

ครอบครัวเซลีน ดิออน เผยอาการนักร้องสาวดีว่าชาวแคนาดา ทรุดหนักอย่างรวดเร็ว โดยเวลานี้เธอไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้อีกแล้ว

คลอเดต ดิออน พี่สาวของ เซลีน ดิออน นักร้องดีว่าชื่อดังชาวแคนาดาวัย 55 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตอนนี้อาการป่วยน้องสาวทรุดลง จนทำให้เธอสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อไปแล้ว หลังจากที่แพทย์วินิจฉัยพบว่าเธอป่วยด้วยโรค Stiff Person Syndrome โรคเกี่ยวกับระบบประสาทหายาก เมื่อปลายปี 2565 ส่งผลให้เธอมีอาการชักกระตุกของกล้ามเนื้อ จนไม่สามารถเดิน หรือร้องเพลงได้เหมือนเดิม ทำให้ต้องประกาศยกเลิกการแสดงทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด และทำให้นักร้องสาวเสียใจเป็นอย่างมาก

คลอเดต ยังเปิดเผยด้วยว่า ความฝันของ เซลีน คือการได้กลับมาร้องเพลงบนเวทีอีกครั้ง แต่ทุกอย่างคือความไม่แน่นอน เพราะอาการป่วยนี้เกิดขึ้นในคนเพียงไม่กี่คน ไม่ได้กระทบกับคนส่วนใหญ่ ทำให้งานวิจัยเกี่ยวกับโรคนี้ยังน้อยมาก แต่เซลีนก็พยายามอย่างมาก และดูแลตัวเองให้ดีที่สุดตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก ขณะเดียวกันก็ได้กล่าวขอบคุณกำลังใจอย่างล้นหลามจากบรรดาแฟนคลับของน้องสาวเธอที่ส่งข้อความ ของขวัญมาให้กำลังใจอยู่เสมอ

ทั้งนี้ โรค Stiff Person Syndrome หรือ โรคคนแข็ง เป็นโรคทางระบบประสาท ที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อแข็งเกร็งและกระตุก และอ่อนไหวต่อสิ่งรอบข้าง ทั้งเสียง และการสัมผัส นับเป็นโรคที่หายากที่มีโอกาสจะเกิดกับคนแค่ 1 ในล้านเท่านั้น โดยเบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยว่าน่าจะเกิดจากภาวะแพ้ภูมิตัวเองที่ผิดปกติในสมอง และกระดูกสันหลัง แต่ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ ทำให้แพทย์ยังคงต้องใช้วิธีรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดอาการเกร็ง และการกระตุกของกล้ามเนื้อ โดยยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้.

ที่มา :CBS

“โตชิบา” ปิดฉากซื้อขายตลาดหุ้นโตเกียว หลังอยู่มาถึง 74 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749185

"โตชิบา" ปิดฉากซื้อขายตลาดหุ้นโตเกียว หลังอยู่มาถึง 74 ปี

20 ธ.ค. 2566 13:39 น.

“โตชิบา” ปิดฉากซื้อขายตลาดหุ้นโตเกียว หลังอยู่มาถึง 74 ปี

โตชิบาประกาศยุติการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวแล้วในวันนี้ หลังจากทำการซื้อขายมาถึง 74 ปี จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเรื่องอื้อฉาว

โตชิบาประกาศยุติการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวแล้วในวันนี้ (20 ธ.ค.) หลังจากทำการซื้อขายมาถึง 74 ปี หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเรื่องอื้อฉาว ที่ทำให้หนึ่งในแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นประสบความล้มเหลว ซึ่งนำไปสู่การขายหุ้นและอนาคตที่ไม่แน่นอน

กลุ่มบริษัทโตชิบากำลังถูกยึดครองโดยกลุ่มนักลงทุนที่นำโดยบริษัทนอกตลาดอย่าง “เจแปน อินดัสเทรียล พาร์ทเนอร์ส” หรือ เจไอพี ซึ่งรวมถึง “โอริกซ์” บริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน, “ชูบุ อิเล็กทริค พาวเวอร์” บริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้า และ “รอห์ม” ผู้ผลิตชิป

การเข้าเทคโอเวอร์บริษัทมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้โตชิบาอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น หลังจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อกับกลุ่มนักลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งทำให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ ชิป และยุทโธปกรณ์ ตกอยู่ในภาวะชะงักงัน

บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ว่า โตชิบา “จะก้าวไปสู่อนาคตใหม่พร้อมกับผู้ถือหุ้นรายใหม่” พร้อมเสริมว่าบริษัทขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้เกี่ยวข้อง โดยหุ้นโตชิบาสิ้นสุดการซื้อขายเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันซื้อขายสุดท้ายที่ 4,590 เยน ลดลง 0.1% จากวันก่อนหน้า

แม้ว่าจะไม่ชัดเจนว่าท้ายที่สุดแล้วโตชิบาจะเป็นอย่างไรต่อไปภายใต้เจ้าของคนใหม่ แต่นายทาโร ชิมาดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไปหลังจากการซื้อกิจการ คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่บริการดิจิทัลที่มีอัตราผลกำไรสูง

การที่เจไอพีให้การสนับสนุนนายชิมาดะ ส่งผลให้แผนการตั้งทีมก่อนหน้านี้กับกองทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐได้รับผลกระทบ ขณะที่บุคคลในวงการอุตสาหกรรมบางคนกล่าวว่า การแยกโตชิบาออกอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

เดเมียน ทอง หัวหน้าฝ่ายวิจัยของญี่ปุ่นจากบริษัท แมคควารี แคปิทอล เซเคียวริตีส์ กล่าวว่า “ปัญหาของโตชิบาในท้ายที่สุดมีสาเหตุมาจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ไม่ดีและความโชคร้าย เราหวังว่าการขายทรัพย์สินออกไปจะทำให้ทรัพย์สินและความสามารถของพนักงานของโตชิบา จะได้พบกับเจ้าของใหม่ที่ซึ่งศักยภาพของพวกเขาจะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่”

บริษัทมีพนักงานประมาณ 106,000 คน และการดำเนินงานบางส่วนของบริษัทถูกมองว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นจะจับตาดูประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด 

ผู้บริหารเจไอพี 4 คนจะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัท รวมถึงจาก “โอริกซ์” และ “ชูบุ อิเล็กทริค พาวเวอร์” อย่างละหนึ่งคน ทีมผู้บริหารชุดใหม่ยังจะประกอบด้วยที่ปรึกษาอาวุโสจากกลุ่มผู้ให้เงินกู้หลักของโตชิบา ได้แก่ ซูมิโตโม มิตซุย ไฟแนนเชียล กรุ๊ป

ขณะที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากโตชิบาแล้ว โดยประกาศจับมือกับรอห์ม เพื่อลงทุน 2.7 พันล้านดอลลาร์ในโรงงานผลิตชิปพลังงาน

อุลริเก ชาเอเดอ ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก กล่าวว่า บริษัทจำเป็นต้องออกจากธุรกิจที่มีอัตราผลกำไรต่ำ และพัฒนากลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่งสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงบางอย่าง “หากฝ่ายบริหารสามารถหาวิธีให้วิศวกรเหล่านั้นมีส่วนร่วมในกิจกรรมนวัตกรรมที่ก้าวล้ำหน้าได้อย่างแท้จริง พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาด เนื่องจากพวกเขาเป็นบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เด็ก 5 คนดับสลดจากไฟไหม้บ้าน ขณะพ่อออกไปซื้อของคริสต์มาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749150

เด็ก 5 คนดับสลดจากไฟไหม้บ้าน ขณะพ่อออกไปซื้อของคริสต์มาส

20 ธ.ค. 2566 12:12 น.

เด็ก 5 คนดับสลดจากไฟไหม้บ้าน ขณะพ่อออกไปซื้อของคริสต์มาส

เด็ก 5 คนในรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้บ้าน ขณะที่พ่อของเด็กออกไปซื้อของชำและของขวัญคริสต์มาส

ตามการระบุของตำรวจและครอบครัว หลาน 4 คนของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอัคคีภัยในรัฐแอริโซนา เสียชีวิตพร้อมกับลูกพี่ลูกน้อง หลังจากบ้านของพวกเขาถูกไฟไหม้ในขณะที่พ่อของพวกเขาปล่อยให้พวกเขาอยู่บ้านตามลำพังเพื่อไปซื้อของชำและของขวัญคริสต์มาส

สำนักงานตำรวจเมืองบูลเฮด ซิตี้ ระบุว่า พี่น้อง 4 คน ซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 2, 5 และ 13 ปี และน้องสาววัย 4 ขวบของพวกเขา เสียชีวิตพร้อมกับเด็กชายอายุ 11 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ที่มาเยี่ยมพวกเขาที่บ้านเมื่อเย็นวันเสาร์ (16 ธ.ค. 66) และกล่าวว่า ไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ ที่คาดว่าต้นเพลิงเกิดจากที่ห้องโถงชั้นล่าง 

ตำรวจกล่าวว่า พ่อของเด็กรายงานต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนว่าเขาออกไปซื้อของชำและของขวัญคริสต์มาสเป็นเวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง ทั้งนี้ ไม่มีการระบุชื่อของพ่อและเด็กๆ ที่เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ แต่ชื่อของพวกเขาปรากฏอยู่ในการไว้อาลัยทางโซเชียลมีเดีย

เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในเมืองบูลเฮด ซิตี้ ห่างจากเมืองลาสเวกัสไปทางใต้ ราว 160 กม. ก่อนเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ เจ้าหน้าที่พบเหยื่อทั้ง 5 รายในห้องนอนชั้นบน โดยไฟไหม้ได้ลุกลามขึ้นบันไดเพียงแห่งเดียวของบ้าน ทำให้ทั้งหมดไม่สามารถหลบหนีออกไปได้

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเพื่อนบ้านต่างช่วยกันรวบรวมสายฉีดน้ำและบันไดเพื่อพยายามดับไฟ พยานคนหนึ่งกล่าวว่า “เราเปิดประตูโรงรถออก มีคนกำลังนำสิ่งของต่างๆ ออกมา แต่ยิ่งเข้าใกล้ประตูมากเท่าไร ควันก็เริ่มเข้ามาในโรงรถและทำให้ทุกคนสำลัก”

ทั้งนี้ เพื่อนบ้านกล่าวว่า พวกเขาทราบว่าบ้านหลังนี้มีเด็กอาศัยอยู่ แต่ไม่ทราบว่าในขณะเกิดเหตุมีใครอยู่ในบ้านหรือไม่ ซึ่งหากรู้พวกเขาบอกว่าจะพยายามช่วยเหลือให้รวดเร็วกว่านี้

ทั้งนี้ ทางการได้เตรียมจัดพิธีไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในสวนสาธารณะท้องถิ่นในคืนวันพุธ รวมถึงมีการระดมทุนผ่าน GoFundMe ที่มีผู้บริจาคเงินแล้วมากกว่า 14,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันอังคาร เพื่อช่วยครอบครัวสำหรับค่าใช้จ่ายงานศพ.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

UNSC คุยเข้มหยุดยิงฉนวนกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749116

UNSC คุยเข้มหยุดยิงฉนวนกาซา

20 ธ.ค. 2566 10:17 น.

UNSC คุยเข้มหยุดยิงฉนวนกาซา

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการลงมติของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา พร้อมเปิดช่องทางส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซา หลังการลงมติถูกเลื่อนไปจากกำหนดการเดิมจนถึงช่วงเช้าของวันที่ 19 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการให้แก้ไขถ้อยคำในมติใหม่ เรียกร้องให้มีการพักรบชั่วคราวในฉนวนกาซาแทนการหยุดยิงเพื่อยุติความรุนแรง ทำให้หลายฝ่ายมีการหารือในมติดังกล่าวอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้ร่างมติที่สหรัฐฯ สามารถให้การยอมรับได้ ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการใช้สิทธิวีโตขัดขวางมติอีกครั้งของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นายกิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า การเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อยุติความรุนแรงในฉนวนกาซาทันทีเป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากยังเหลือตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไปคุมขังอยู่ในฉนวนกาซาอีกหลายคน.

ญี่ปุ่นเล็งล้างสาวสองขายตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749114

ญี่ปุ่นเล็งล้างสาวสองขายตัว

20 ธ.ค. 2566 10:09 น.

ญี่ปุ่นเล็งล้างสาวสองขายตัว

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. สำนักข่าวอาซาฮีของญี่ปุ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นมีแผนยกระดับการปราบปรามชาวต่างชาติขายบริการทางเพศในเมืองหลวงและปริมณฑลของญี่ปุ่น หลังตรวจสอบพบว่า มีชาวต่างชาติเพศชาย (สาวประเภทสอง) มาเดินหาลูกค้าตามสวนสาธารณะเพิ่มมากขึ้น ทั้งในย่านคาบุกิโจของกรุงโตเกียว ย่านวากะบาโจในเมืองโยโกฮามะ และหลายพื้นที่ในเขต คานากาวะชานกรุงโตเกียว และพบด้วยว่าชายชาวต่างชาติฉวยโอกาสที่ญี่ปุ่นเปิดฟรีวีซ่าท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้นาน 15 วัน เข้ามาทำงานผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ สื่ออาซาฮีชิมบุนรายงานอีกว่า แผนการดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากเจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จในการจับกุมชายชาวฟิลิปปินส์ 2 คน และชายชาวไทยอีก 2 คน ช่วงอายุ 26-37 ปี ที่ตระเวนจับลูกค้าเสนอขายบริการทางเพศ ในพื้นที่สวนสาธารณะโอคุโบ ย่านคาบุกิโจ ชินจุกุ ในกรุงโตเกียว โดยจากการสอบสวนพบว่า ทั้งหมดเดินทางเข้า-ออกญี่ปุ่นในฐานะนักท่องเที่ยวฟรีวีซ่าตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย. และช่วง 15 วันที่พำนักในญี่ปุ่น หาลูกค้าได้วันละ 4-5 คน คิดค่าบริการครั้งละ 10,000-20,000 เยน (ราว 2,400-4,800 บาท) ทำให้ช่วง 15 วัน มีรายได้มากกว่า 1 ล้านเยน (เกือบ 242,000 บาท) และตำรวจยังพบว่าผู้ขายบริการเหล่านี้จะมีคนดูต้นทาง คอยเตือนว่ามีตำรวจมา.

สส.ไอซ์ รักชนก แจง ปมดราม่า ‘แม่บ้านสภา’ ถูกบีบให้ลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565790

20 ธ.ค. 2566

สส.ไอซ์ รักชนก แจง ปมดราม่า ‘แม่บ้านสภา’ ถูกบีบให้ลาออก

รักชนก ศรีนอก สส.ก้าวไกล แจง ปมดราม่า ‘แม่บ้านสภา’ ถ่ายรูปหน้าห้องพัก แต่กลายเป็นเหตุถูกบีบให้ลาออก เผย อยากทำความเข้าใจกับแม่บ้านในเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีโอกาส

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2566 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ ระบุว่า มีแม่บ้านที่ทำงานในรัฐสภา หรือ แม่บ้านสภา  ถูกกดดันให้ลาออก เนื่องจากถ่ายรูปห้องทำงาน ของ น.ส.รักชนก ว่า ตนเพิ่งทราบเรื่อง หลังจากเป็นข่าว ไปแล้ว

และได้สอบถามเรื่องนี้จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงสาเหตุที่ต้องให้แม่บ้านสภา คนดังกล่าวลาออกว่า มีสาเหตุมาจากอะไร เพราะแม่บ้านคนดังกล่าวไม่ได้คุกคามตน แค่มาถ่ายรูปหน้าห้องพักของตน

โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้เหตุผลกับตน ว่า แม่บ้านแต่ละคนจะรับผิดชอบอยู่ในพื้นที่เฉพาะของตนเอง จะไม่ข้ามพื้นที่ไปในเขตรับผิดชอบของคนอื่น ซึ่งเป็นมาตรการที่สำนักรักษาความปลอดภัยสภาฯ กำหนดไว้ แต่แม่บ้านคนดังกล่าวทำผิดกฎ

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนได้สอบถามไปทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วยว่า ไม่ต้องไล่ออกได้หรือไม่ ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตอบกลับตนว่า มีการเสนอให้แม่บ้านคนดังกล่าวไปทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์ หรือโรงพยาบาลพระมงกุฎ แต่แม่บ้านคนดังกล่าวปฎิเสธ และยินยอมเซ็นใบลาออก

เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีการใช้อิทธิพล หรือการบังคับให้แม่บ้านสภาลาออกใช่หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ไม่มีการบังคับแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบของรัฐสภา ส่วนตัวอยากให้แม่บ้านคนดังกล่าว ได้ทำงานต่อด้วยซ้ำ

ถามว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว มีโอกาสได้พูดคุยกับแม่บ้านรายนี้หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสได้เจอ หรือพูดคุยกับแม่บ้านคนดังกล่าวเป็นการส่วนตัว อยากทำความเข้าใจกับแม่บ้านในเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ตรวจรายชื่อ ‘ผู้ตรวจการเลือกตั้ง’ ครบทั้ง 77 จว. 609 คน เช็กที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565786

20 ธ.ค. 2566

ตรวจรายชื่อ 'ผู้ตรวจการเลือกตั้ง' ครบทั้ง 77 จว. 609 คน เช็กที่นี่

อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ขยับรับมือ การทำประชามติ เลือกตั้งซ่อม และเลือกตั้งท้องถิ่น ในปี67 ด้วยการลงนาม ประกาศแต่งตั้ง ‘ผู้ตรวจการเลือกตั้ง’ 77 จว. จำนวน 609 คน ตรวจรายชื่ออย่างละเอียด ได้ที่นี่ http://www.ect.go.th

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2566 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(ประธานกกต.)ได้ลงนามในคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 2349/2566 เรื่องแต่งตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้ง จำนวน 77 จังหวัด หลังจากประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้ง เป็น ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ผ่านทางเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th

และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจาจังหวัด ได้ปิดประกาศรายชื่อให้ประชาชนตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หรือพฤติการณ์ของผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน 

บัดนี้ได้พ้นระยะเวลาการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงมีคำสั่ง แต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง จานวน 77 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 609 คน ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป

โดยจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อไว้มีระยะเวลา 4 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไป แต่ละครั้ง หรือเมื่อมีกรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด

ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ประจำจังหวัด มีระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้ 

1. กรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป หรือการเลือกสมาชิกวุฒิสภา มีระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง ซึ่งต้องไม่ช้ากว่า 10 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งหรือการเลือกมีผลใช้บังคับ แต่ต้องไม่เร็วกว่า 30 วัน ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด หรือวันประกาศผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี

2. กรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเติม หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง หรือการออกเสียงประชามติ หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีระยะเวลาการปฏิบัติ หน้าที่ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี2567 มีแนวโน้มว่าจะมีการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ และการเลือกตั้งซ่อม เนื่องหลังการเลือกตั้ง2566 มีสส.จากพรรคการเมือง หลายพรรคถูกร้องเรียน ว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง อาจจะมีสส.ได้ใบแดง แต่ทั้งหมด กกต.ยังอยู๋ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนถึงวันนี้ผ่านการเลือกตั้งมาเข้าเดือนที่ 7 แล้ว ยังไม่มีสส.ได้ใบแดงแม้แต่คนเดียว

คปท. ร้อง กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สว. จี้หาความจริง ทักษิณ รักษาตัวรพ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565784

20 ธ.ค. 2566

คปท. ร้อง กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สว. จี้หาความจริง ทักษิณ รักษาตัวรพ.

“คปท.” ยื่นเรื่องผ่านคณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา แคลงใจประเด็น ทักษิณ ชินวัตร รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ด้านสว.สมชาย เตือนหน่วยงานรัฐปกปิดข้อมูล ถือว่าเข้าข่ายมีความผิด

ที่รัฐสภา  เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)  ได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่โรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงตรวจสอบการรักษาตัวดังกล่าวว่าเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวออกมาชี้แจงให้คลายข้อสงสัย  นับจากการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันที่ 23 
ส.ค. ที่ผ่านมา

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า กรรมาธิการฯ ได้ตรวจสอบเรื่องนี้มา 2 ครั้งแล้ว โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงในที่ประชุมกรรมาธิการฯ ซึ่งยังมีบางประเด็นที่ชี้แจงไม่ได้ และยังอยู่ในข้อสงสัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นการออกระเบียบล่าสุด ซึ่งในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม เวลา 13.30 น. ก็จะมีการเรียก กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ มาชี้แจงเพิ่มเติมว่า จะมีการดำเนินการอย่างไร หลังจากการรักษาตัวครบ 120 วันแล้ว พร้อมฝากไปยังนายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.ให้มาชี้แจงต่อข้อสงสัยดังกล่าว เพราะที่ผ่านมา ทางคณะกรรมาธิการได้รับทราบจากโรงพยาบาลตำรวจ ว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทางการแพทย์ได้ เนื่องจากผู้ป่วยไม่อนุญาตให้ชี้แจง 

ส่วนที่ คปท. ร้องขอให้ไปตรวจสอบโรงพยาบาลตำรวจนั้น กรรมาธิการฯ ก็จะนำไปพิจารณา ซึ่งหากมีการปรากฏว่า นายทักษิณไม่ได้อยู่โรงพยาบาลตำรวจจริง ผู้ที่เคยมาชี้แจงในกรรมาธิการทั้งหมด ก็จะต้องถูกดำเนินคดี เพราะได้รับการยืนยันว่า นายทักษิณ อยู่โรงพยาบาลตำรวจตลอด  24 ชั่วโมง ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีอคติแต่อย่างใด และอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเสมอภาคเท่าเทียม รวมถึงไม่เอื้อต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง 

นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข กล่าวว่า จากที่ทางกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจได้เคยมาชี้แจงในกรรมาธิการ สรุปได้ว่า ข้อมูลที่เจ็บป่วย 4 โรค   ของนายทักษิณ   เป็นมาจากต่างประเทศ แต่เรื่องอาการหนักยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด เพราะมีการอ้างถึงสิทธิของผู้ป่วย ซึ่งกรรมาธิการฯ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น คิดว่า หลักฐานที่สำคัญที่สุดคือ เวชระเบียนผู้ป่วยใน แต่ก็ไม่สามารถที่จะขอมาได้ เพราะต้องเป็นคำสั่งของศาล แต่ยืนยันว่าทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

พุธิตา ชัยอนันต์ สส.ก้าวไกล รับเรื่องสอบ ‘ศิลปินชื่อดัง’ ฮุบผลงานศิลปะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565782

20 ธ.ค. 2566

พุธิตา ชัยอนันต์ สส.ก้าวไกล รับเรื่องสอบ 'ศิลปินชื่อดัง' ฮุบผลงานศิลปะ

พุธิตา ชัยอนันต์ สส.ก้าวไกล ในฐานะ โฆษก กมธ.ป.ป.ช.รับเรื่องสอบ ‘ศิลปินชื่อดัง’ และ ‘ก.วัฒนธรรม’ ฮุบผลงานศิลปะ 7 แสนบาท อ้างยืมผลงาน ‘พระพุทธบาท’ ไปจัดแสดงงานจิตตสังขาร-จัดทำแสตมป์ที่ระลึก

ที่รัฐสภา น.ส.ชุติมา นวลพลับ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) โดยมี น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ. เป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือ

โดย น.ส.ชุติมา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2553 ตนได้ซื้อผลงาน ‘พระพุทธบาท’ จากศิลปินรายหนึ่งในราคา 7 แสนบาท ซึ่งภายหลังจากที่ตนจ่ายเงินสดค่าผลงานแล้วแต่ยังไม่ได้รับผลงานชิ้นนั้น เนื่องจากศิลปินคนดังกล่าวขอยืมผลงานชิ้นนั้นไปแสดงในงานจิตตสังขาร และในช่วงเดือนสิงหาคม 2556 ศิลปินคนนี้ได้มีการอ้างว่า รัฐบาลขออนุญาตยืมผลงานชิ้นดังกล่าวไปจัดทำแสตมป์ที่ระลึก

ต่อมา ตนไปเจอโพสต์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ซึ่งระบุว่า ผลงานศิลปะชิ้นนี้ เป็นผลงานสะสมของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ทั้งนี้ ในวันที่ 6 มีนาคม 2557 ตนถูกโทรศัพท์ขู่ฆ่าถึง 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตนได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว แต่กระทรวงวัฒนธรรมมีการระบุว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

ด้าน น.ส.พุธิตา กล่าวว่า เบื้องต้นจะส่งเรื่องเข้าอนุกรรมาธิการกลั่นกรอง เพื่อพิจารณาว่าเรื่องที่ได้รับร้องเรียนมานั้นอยู่ในอำนาจของ กมธ.ป.ป.ช.หรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 30 วัน หากอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ก็จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง แต่หากไม่เกี่ยวข้องกับ กมธ. ก็จะมีการส่งต่อไปยัง กมธ.ที่เกี่ยวข้อง

 น.ส.ชุติมา นวลพลับ ร้อง กมธ.ป.ป.ช. ศิลปินชื่อดัง และกระทรวงวัฒนธรรรม ฮุบงานศิลปะน.ส.ชุติมา นวลพลับ ร้อง กมธ.ป.ป.ช. ศิลปินชื่อดัง และกระทรวงวัฒนธรรรม ฮุบงานศิลปะ

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม ยังไม่ทราบข่าวร้อง กมธ.ป.ป.ช. ดังกล่าว และขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน