ถังน้ำมันจากเครื่องบินรบ ตกใส่รถ 3 คัน ที่ตุรกี (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722942

ถังน้ำมันจากเครื่องบินรบ ตกใส่รถ 3 คัน ที่ตุรกี (คลิป)

6 ก.ย. 2566 09:28 น.

ถังน้ำมันจากเครื่องบินรบ ตกใส่รถ 3 คัน ที่ตุรกี (คลิป)

เกิดเหตุถังน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องบินรบ ซึ่งเป็นถังยาวขนาดใหญ่ตกจากฟ้า ลงมาทับรถที่จอดอยู่ในลานจอด พังเสียหายไป 3 คัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2566 เกิดเหตุเครื่องบินรบ F-4 ทำถังเชื้อเพลิงหลุดออกจากตัวเครื่องบินที่กำลังแล่นอยู่ โดยถังเชื้อเพลิงตกลงมาบริเวณลานจอดรถในกรุงอังการา เคราะห์ดีเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีรถยนต์ได้รับความเสียหายไป 3 คัน

จากคลิปวิดีโอที่แชร์กันในโลกโซเชียล แสดงให้เห็นว่ามีรถยนต์ 3 คันที่จอดอยู่ในลานจอดรถ มีสภาพยับเยินหลังโดนถังเชื้อเพลิงตกลงมาทับ

กระทรวงกลาโหมตุรกีออกแถลงการณ์ระบุว่า ชิ้นส่วนถังน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องบินรบ “F-4” ที่เป็นของกองบัญชาการกองทัพอากาศ ได้ตกลงไปในลานจอดรถเปิดโล่งของบริษัท “เตอร์กิช ปิโตรเลียม” โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าชิ้นส่วนถังน้ำมันหลุดออกมาได้อย่างไรขณะบินเหนือกรุงอังการา พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บแต่อย่างใด ขณะที่การสอบสวนทางเทคนิคโดยละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป.

อดีตแกนนำกลุ่ม “พราวด์ บอยส์” ก่อจลาจลบุกรัฐสภาสหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุก 22 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722974

อดีตแกนนำกลุ่ม "พราวด์ บอยส์" ก่อจลาจลบุกรัฐสภาสหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุก 22 ปี

6 ก.ย. 2566 12:22 น.

อดีตแกนนำกลุ่ม “พราวด์ บอยส์” ก่อจลาจลบุกรัฐสภาสหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุก 22 ปี

อดีตผู้นำของกลุ่มพราวด์บอยส์ ที่ก่อจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 ถูกตัดสินจำคุก 22 ปี

นายเอ็นริเก ทาร์ริโอ อดีตผู้นำกลุ่มพราวด์ บอยส์ ถูกตัดสินจำคุก 22 ปี เมื่อวันอังคาร (5 ก.ย. 2566) ฐานก่อจลาจลบุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ซึ่งนับเป็นโทษจำคุกที่ยาวนานที่สุดในคดีนี้

ทิโมธี เคลลี ผู้พิพากษาเขตของสหรัฐฯ สั่งลงโทษนายทาร์ริโอ วัย 39 ปี จากเมืองไมอามี ฐานมีบทบาทในการก่อจลาจลโดยกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะนั้น ด้านทนายความของเขากล่าวว่าจะเตรียมยื่นอุทธรณ์

ทาร์ริโอ ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาสมรู้ร่วมคิดปลุกปั่นในการวางแผนจลาจลที่อาคารรัฐสภา เพื่อพยายามหยุดยั้งสภาคองเกรส ในการรับรองความพ่ายแพ้การเลือกตั้งของทรัมป์ ต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งทรัมป์อ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้ง

ทนายความของทาร์ริโอกล่าวว่า เขาไม่อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันที่ 6 มกราคม ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งของผู้พิพากษาอีกคนหนึ่งก่อนหน้านี้ หมายความว่าเขาไม่ “มีอิทธิพลโดยตรง” ต่อเหตุจลาจล

แต่ในการกำหนดโทษ ผู้พิพากษากล่าวว่า นายทาร์ริโอเป็นผู้นำสูงสุดของการสมรู้ร่วมคิดในครั้งนั้น นายทาร์ริโอเป็นบุคคลขั้นสูงสุดที่ร่วมวางแผน ผู้ได้รับการแรงบันดาลใจจากความปรารถนาที่จะปฏิวัติ” ด้านอัยการกล่าวว่า นายทาร์ริโอยังคงติดต่อกับกลุ่มพราวด์ บอยส์ และติดตามการกระทำของพวกเขา พร้อมเสริมว่า นายทาร์ริโอเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างมากในกลุ่มพราวด์ บอยส์

อัยการขอให้ผู้พิพากษาตัดสินโทษนายทาร์ริโอให้จำคุก 33 ปี โดยกล่าวว่าเขาสั่งการการโจมตีจากเมืองบัลติมอร์ ด้านทนายของเขาขอลดหย่อนโทษไม่เกิน 15 ปี

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้พิพากษาตัดสินจำคุกนายอีธาน นอร์ดีน ผู้นำอีกคนหนึ่งของกลุ่มพราวด์ บอยส์ เป็นเวลา 18 ปี ส่วนนายสจ๊วร์ต โรดส์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มขวาจัด “โอธ คีพเปอร์ส” (Oath Keepers) ก็ถูกตัดสินจำคุก 18 ปีเมื่อเดือนพฤษภาคม

นายทาร์ริโอกล่าวในศาลว่า เขาเสียใจกับการกระทำของเขา เขากล่าวเกี่ยวกับความรุนแรงต่อการบังคับใช้กฎหมายในวันนั้นว่า “ผมรู้สึกละอายใจและผิดหวังอย่างยิ่ง” พร้อมเสริมว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม ถือเป็นเรื่องน่าอับอายในระดับชาติ”

มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 1,100 รายในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอาคารรัฐสภา มีผู้สารภาพผิดแล้วอย่างน้อย 630 ราย และอย่างน้อย 110 รายถูกพิพากษาลงโทษในการพิจารณาคดี

มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ที่เสียชีวิตในระหว่างหรือหลังเหตุจลาจลไม่นาน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 140 นายได้รับบาดเจ็บ ส่วนความเสียหายต่ออาคารรัฐสภาคิดเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

นายแจ็ค สมิธ ที่ปรึกษาพิเศษประจำกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งถูกทาบทามให้สืบสวนกรณีการล้มผลการเลือกตั้งปี 2563 ได้ตั้งข้อหาต่อนายทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกันในปี 2567 ว่าพยายามรักษาตัวเองให้อยู่ในอำนาจ.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ส่องแนวทางการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก ชาติไหนแบน ชาติไหนไฟเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722497

ส่องแนวทางการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก ชาติไหนแบน ชาติไหนไฟเขียว

6 ก.ย. 2566 08:00 น.

ส่องแนวทางการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก ชาติไหนแบน ชาติไหนไฟเขียว

  • ในขณะที่ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลหลายประเทศ เริ่มหันมาพิจารณาการแบนบุหรี่ไฟฟ้า หรือออกกฎหมายควบคุมการใช้งาน
  • ปัจจุบันมีมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการสั่งห้ามการครอบครอง การใช้งาน การจำหน่าย หรือแม้แต่การนำเข้า แต่บางประเทศมองว่าการแบนจะยิ่งส่งเสริมให้ประชาชนซื้อหาจากตลาดมืดมากขึ้น จึงผลักดันให้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย
  • ฝรั่งเศสเป็นประเทศล่าสุดที่ออกมาประกาศท่าทีห้ามการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า ประเภทใช้แล้วทิ้ง เนื่องจากมองว่าเป็นตัวการสร้างปัญหาสุขภาพให้แก่พลเมือง

ปัจจุบันมีมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการสั่งห้ามการครอบครอง การใช้งาน การจำหน่าย หรือแม้แต่การนำเข้า แต่บางประเทศมองว่าการแบนจะยิ่งส่งเสริมให้ประชาชนซื้อหาจากตลาดมืดมากขึ้น จึงผลักดันให้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย แม้งานวิจัยในระยะหลังชี้ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลเสียต่อสุขภาพแทบไม่ต่างกับการสูบบุหรี่ธรรมดาก็ตาม

อย่างในอังกฤษรัฐบาลกลางยังคงส่งเสริมให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพราะมองว่าการสูบบุหรี่สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร จึงหวังว่าการที่สิงห์อมควันเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้า จะเป็นการช่วยชีวิตเพราะจะสามารถเลิกบุหรี่ธรรมดาลงได้ และลดค่าใช้จ่ายลง

ส่วนในสหรัฐอเมริกา องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ มีการรับรองผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้านับตั้งแต่ปี 2016 แล้ว แต่เพิ่งจะมีการจำกัดการแต่งกลิ่นและสั่งห้ามการจำหน่ายออนไลน์ในบางรัฐ เช่น รัฐอาร์คันซอ รัฐจอร์เจีย รัฐเมน รวมทั้งนิวยอร์ก ขณะที่แคนาดาตามรอยประเทศอังกฤษเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะมีการจำกัดปริมาณนิโคติน และควบคุมการแต่งรสชาติที่แปลกประหลาดจนเกินไป

ขณะที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นประเทศล่าสุด ที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยนางเอลิซาเบธ บอร์น นายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส ได้ออกมาประกาศแผน ห้ามการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า ประเภทใช้แล้วทิ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่อสู้กับยาสูบ เนื่องจากมองว่าบุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นตัวการสร้างปัญหาสุขภาพให้แก่พลเมือง โดยบุหรี่ถือเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของพลเมืองชาวฝรั่งเศสราว 75,000 รายในแต่ละปี

สำหรับประเทศที่มีการสั่งห้ามการจำหน่ายหรือห้ามการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก มีรายละเอียดในการสั่งแบนแตกต่างกัน ดังนั้นหากจะต้องเดินทางไปต่างประเทศควรจะต้องศึกษารายละเอียดข้อห้ามของประเทศนั้นๆ อย่างละเอียดก่อนเดินทาง

โดยประเทศที่สามารถใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ห้ามจำหน่าย หรือห้ามนำเข้า ได้แก่ แอนติกาและบาร์บูดา อาร์เจนตินา ภูฏาน บราซิล บรูไน ชิลี โคลอมเบีย อียิปต์ เอธิโอเปีย กานา ฮ่องกง อินเดีย อิหร่าน จาเมกา คูเวต เลบานอน มาเก๊า มาเลเซีย มอริเชียส เม็กซิโก เนปาล นอร์เวย์ โอมาน ปานามา เกาะเซเชลส์ ศรีลังกา ซูรินาม ติมอร์เลสเต เติร์กเมนิสถาน ตุรกี ยูกันดา อุรุกวัย และประเทศไทย

ส่วนประเทศที่คุมเข้มให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายไม่ว่าจะเพื่อใช้งาน หรือเพื่อจำหน่ายก็ตามก็มีหลายประเทศ เช่น กัมพูชา ติมอร์ตะวันออก แกมเบีย ลาว เมียนมา นิการากัว เกาหลีเหนือ ปาเลา กาตาร์ สิงคโปร์ ซีเรีย ไต้หวัน นครรัฐวาติกัน และเวเนซุเอลา

นอกจากนั้นก็ยังมีประเทศออสเตรเลีย ที่อนุญาตให้ใช้งานได้อย่างถูกกฎหมาย แต่การครอบครองนิโคตินโดยไม่มีใบสั่งจากแพทย์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากมีการนำเข้าสารนิโคตินผิดกฎหมายจะมีโทษปรับสูงถึง 222,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่บังกลาเทศและสหรัฐฯ ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้งาน หรือการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า แต่อาจจะมีข้อจำกัดในรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละรัฐ โดยเฉพาะการควบคุมการใช้งานในกลุ่มเยาวชน 

แม้ว่าปัจจุบันนี้ ผู้บริโภคอาจจะยังไม่สามารถประเมินถึงผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่จะได้รับจากการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าได้ทันที แต่งานวิจัยในระยะหลังค่อนข้างที่จะแน่ชัดว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้สามารถเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นอันตรายต่อสุขภาพใกล้เคียงหรืออาจจะมากกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา เนื่องจากผู้ใช้สามารถเติมสารนิโคตินลงไปได้ในปริมาณมากและไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในบุหรี่ไฟฟ้าแต่ละอันมีสารประกอบใดๆ อยู่บ้าง ซึ่งคาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเริ่มเห็นผลกระทบด้านสุขภาพที่ตามมาในระยะยาวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และอาจจะสายเกินไปที่จะฟื้นฟูสุขภาพของกลุ่มเยาวชนที่กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของบุหรี่ไฟฟ้าไปแล้ว.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : vaping360.com , reuters , Harvard health

ติดตามรายงานพิเศษที่น่าสนใจได้ที่ “รายงานพิเศษ“

ดาวหางใหม่ เพิ่งถูกพบ ‘นิชิมูระ’ จ่อโคจรใกล้โลก-ได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722838

ดาวหางใหม่ เพิ่งถูกพบ ‘นิชิมูระ’ จ่อโคจรใกล้โลก-ได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต

5 ก.ย. 2566 18:56 น.

ดาวหางใหม่ เพิ่งถูกพบ ‘นิชิมูระ’ จ่อโคจรใกล้โลก-ได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต

ชาวโลกจะได้ชมดาวหางดวงใหม่ล่าสุด ‘นิชิมูระ’ ที่เพิ่งถูกค้นพบ จ่อโคจรใกล้โลกมากที่สุด จนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า อีกทั้งยังเป็นเพียงโอกาสเดียวในชีวิตเท่านั้นที่จะได้เห็นดาวหางดวงนี้

ศาสตราจารย์แบร็ด กิบสัน ผู้อำนวยการศูนย์ E A Milne ด้านฟิกส์ดาราศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัย Hull ในอังกฤษ ระบุว่า ดาวหางนิชิมูระจะโคจรมาใกล้โลกที่สุด ช่วงก่อนรุ่งสางวันอังคารที่ 12 ก.ย. จนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า หลังจากดาวหางนิชิมูระได้โคจรผ่านห้วงอวกาศด้วยความเร็วถึง 240,000 ไมล์ต่อชั่วโมง 

ศาสตราจารย์กิบสัน ยังให้คำแนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเฝ้าดูดาวหางนิชิมูระในอังกฤษ คือ หนึ่งช่วงโมงหลังพระอาทิตย์ตก และพระอาทิตย์ขึ้น โดยหันมองไปทางทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเสี้ยวดวงจันทร์และดาวศุกร์

พร้อมกันนั้น ศาสตราจารย์กิบสัน ยังอธิบายว่า ดาวหางนิชิมูระ ใช้เวลา 500 ปี ในการโคจรรอบระบบสุริยะจักรวาลของเราหนึ่งรอบ ในขณะที่โลกของเราใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์เพียง 1 ปีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเพียงโอกาสเดียวในช่วงชีวิตของเราที่จะได้เห็นดาวหางนิชิมูระด้วยตาเปล่า

ทั้งนี้ ดาวหางนิชิมูระ ถูกพบครั้งแรกโดย นายฮิเดโอะ นิชิมูระ นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวญี่ปุ่น ที่ตรวจพบว่ามีวัตถุสว่างใกล้ดวงอาทิตย์มาก ซึ่งไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เพราะวัตถุนั้นหายไปในแสงจ้าของดวงอาทิตย์ ซึ่งต่อมาศูนย์ดาวเคราะห์น้อยได้ยืนยันการค้นพบอย่างเป็นทางการ และตั้งชื่อดาวหางว่า C/2023 P1 (นิชิมูระ) เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติแก่ นายนิชิมูระ ที่พบดาวหางดวงนี้เป็นครั้งแรก.

Cr ภาพ : NASA

ที่มา : mirror

สาวจีนถ่ายคลิป ‘สัตว์ปริศนา’ ตัวสีเงิน โผล่กลางทะเลสาบในซินเจียง (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722822

สาวจีนถ่ายคลิป ‘สัตว์ปริศนา’ ตัวสีเงิน โผล่กลางทะเลสาบในซินเจียง (คลิป)

5 ก.ย. 2566 18:41 น.

สาวจีนถ่ายคลิป ‘สัตว์ปริศนา’ ตัวสีเงิน โผล่กลางทะเลสาบในซินเจียง (คลิป)

หญิงชาวจีนเผยภาพวิดีโอ อ้างพบสัตว์น้ำปริศนาตัวสีเงิน ยาวประมาณ 15 เมตร กำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลสาบเทียนฉือ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ 

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงชาวจีนรายหนึ่งได้เผยแพร่ภาพวิดีโอสัตว์ปริศนาชนิดหนึ่งกำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลสาบเทียนฉือ อุทยานแห่งชาติเทียนซานเทียนฉือ เมืองอุรุมซี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยอ้างว่าสัตว์ดังกล่าวมีสีเงิน ขนาดยาวประมาณ 15 เมตร ขณะที่ สื่อฝั่งตะวันตกเปรียบเทียบสัตว์ปริศนาว่ามีลักษณะคล้าย ‘ล็อกเนสส์’ สัตว์ประหลาดในตำนานของสกอตแลนด์

น.ส.หลี่ กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า วิดีโอสัตว์ปริศนาถูกบันทึกเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 โดยตอนแรกเธอเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงฝูงปลาทั่วไป แต่เมื่อมองใกล้ๆ กลับพบว่าสิ่งนั้นคือสัตว์น้ำ 1 ตัว ที่มีสีเงิน ตัวยาวประมาณ 15 เมตร และเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

ภาพวิดีโอเผยให้เห็นระลอกคลื่นในทะเลสาบที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตบางชนิดข้างใต้น้ำ

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ในอุทยานฯ กล่าวว่า เคยมีนักท่องเที่ยวแจ้งว่าเจอสัตว์น้ำปริศนาในลักษณะคล้ายกันมาก่อนแล้ว แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าสิ่งนั้นคือสัตว์น้ำชนิดใด เนื่องจากคำบอกเล่าไม่สมบูรณ์ และรูปที่ถ่ายได้ก็ถ่ายจากระยะไกล. 

ชมวิดีโอได้ที่นี่ : Dailymail

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ญี่ปุ่นเพิ่มงบช่วยภาคประมง โดนจีนแบนอาหารทะเล หลังปล่อยน้ำเสียที่ฟุกุชิมะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722759

ญี่ปุ่นเพิ่มงบช่วยภาคประมง โดนจีนแบนอาหารทะเล หลังปล่อยน้ำเสียที่ฟุกุชิมะ

5 ก.ย. 2566 16:29 น.

ญี่ปุ่นเพิ่มงบช่วยภาคประมง โดนจีนแบนอาหารทะเล หลังปล่อยน้ำเสียที่ฟุกุชิมะ

-กกก+

ญี่ปุ่นเพิ่มเงินช่วยเหลือภาคประมงที่ได้รับผลกระทบจากการที่จีนห้ามนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นทั้งหมด จากกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเริ่มปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีลงแปซิฟิก

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มเงินช่วยเหลือภาคประมงอีก 2.07 หมื่นล้านเยน (4.9 พันล้านบาท) จากเดิม 8 หมื่นล้านเยน (1.9 หมื่นล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศจีนห้ามนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นทุกชนิด เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเริ่มปล่อยน้ำบำบัดที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก

อย่างไรก็ดี การอนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า กลุ่มชาวประมงและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ฟุกุชิมะรวมตัวกันมากกว่า 100 ราย เตรียมยื่นฟ้องศาลเพื่อขอให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หยุดปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีลงสู่ทะเลภายในสัปดาห์นี้

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เมืองฟุกุชิมะ เริ่มปล่อยน้ำบำบัดภายในโรงไฟฟ้าที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นเวลาถึง 12 ปีหลังจากเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อปี 2554

แม้ทางการญี่ปุ่น และหน่วยงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จะยืนยันว่าการปล่อยน้ำบำบัดที่มีการปนเปื้อนของกัมมันตรังสีจะมีความปลอดภัย แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากในประเทศ และนานาชาติ โดยเฉพาะจีน ที่สั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทุกประเภททันที 

ในส่วนของกลุ่มชาวประมงและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ฟุกุชิมะ กล่าวถึงเหตุผลในการฟ้องศาลว่า รัฐบาลยังไม่ได้รับความยินยอมจากกลุ่มชาวประมงก่อนที่จะตัดสินใจปล่อยน้ำปนเปื้อนลงสู่ทะเล แสดงให้เห็นว่าทางการญี่ปุ่นได้เพิกเฉยต่อเสียงคัดค้านของภาคประชาชนและกลุ่มสหกรณ์ชาวประมง 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นก็ตอบโต้จีนที่ห้ามนำเข้าอาหารทะเลสดจากญี่ปุ่นด้วยการแจ้งไปยังองค์การการค้าโลก (WTO) ว่าการกระทำของจีนเป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” และเตรียมเรียกร้องให้จีนยกเลิกมาตรการดังกล่าว 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters, AFP

‘สุรเดช’ชูสวนทวีทรัพย์ ต้นแบบผลิตทุเรียนคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754750

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ลงพื้นที่ จ.ชุมพร เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตร (ทุเรียน กาแฟ และมังคุด) โดยมี นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯร่วมลงพื้นที่ โดยเยี่ยมชมสวนทวีทรัพย์ ซึ่งมีการบริหารจัดการผลิตทุเรียนคุณภาพแบบเกษตรอุตสาหกรรม ตามแนวทาง BCG Model ของนายวีรวัฒน์ จีรวงส์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2566 สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น และประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.ปะทิว จ.ชุมพร

นายสุรเดชกล่าวว่า มุ่งมั่นที่จะยกระดับควบคุมคุณภาพทุเรียนไทยเพื่อให้ได้คุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานการส่งออกที่กำหนด ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจาก ผวจ.ชุมพร จนประสบความสำเร็จ และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่บูรณาการความร่วมมือกันเป็นอย่างดีทั้งนี้ ขอฝากว่ายังคงต้องคุมเข้มในการตรวจควบคุมคุณภาพทุเรียนให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นในจรรยาบรรณ และขอให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อขับเคลื่อนทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

รองปลัดฯ กล่าวชื่นชมสวนทุเรียนของนายวีรวัฒน์ จีรวงส์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2566 ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการผลิตทุเรียน ทั้งการแปรรูปทุเรียนแช่เยือกแข็ง และทุเรียนฟรีซดราย นอกจากนั้นยังนำผลไม้ชนิดอื่นๆ ในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง มาแปรรูป เช่น มะม่วงฟรีซดราย มังคุดฟรีซดราย สับปะรดฟรีซดราย และเงาะไส้สับปะรดฟรีซดราย และมีการตลาดแบบครบวงจร โดยสวนฯ ผลิตทุเรียนในพื้นที่ 250 ไร่ พร้อมทั้งมีการจัดทำวงจรการบริหารจัดการผลิตทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐาน GAP หรือ Premium Durian Cycle : PDC ในรอบ 1 ปี ทำให้ง่ายต่อการวางแผน และบริหารจัดการผลิต และบริหารจัดการสวนแบบเกษตรอุตสาหกรรม ตามแนวทาง BCG MODEL ใช้นวัตกรรมการห่อผลทุเรียนโดยใช้กระดาษห่อผลไม้สีขาวที่ฆ่าเชื้อเคลือบผิวมันด้านนอกระบายน้ำและอากาศได้มาห่อผลทุเรียน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันแมลงศัตรูทุเรียนได้ ทำให้ลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานในสวนและผู้บริโภค อีกทั้งยังได้คิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน สร้างรายได้ สามารถยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตรเป็นอย่างดี จากนั้นลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของล้งทุเรียน บริษัทอาเฮียฟรุต อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่

‘เศรษฐเกียรติ’ถก คณะอนุกรรมการฯ คำสั่งทางปกครอง ในการปฏิรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754751

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองในการปฏิรูปที่ดินครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เข้าร่วม โดยที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินการตามมติคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองในการปฏิรูปที่ดินครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 โดยจัดทำวาระการประชุม และอยู่ระหว่างนำเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เพื่อพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีนาย บ.อุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสกลนคร (คปจ.สกลนคร) ที่สั่งให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากได้ขายและส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่ นาง พ.เพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงงาน ฮ. โดยมิได้รับอนุญาตจากทางราชการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบ คปก.ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ. 2535 ข้อ 7 (1) และ (3) โดย ส.ป.ก.สกลนคร ได้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังภูมิลำเนาของนาย บ. ซึ่งนาย บ.ได้ยื่นคำอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง คปจ.สกลนคร คปก.จึงไม่มีอำนาจรับคำอุทธรณ์ของนาย บ. ไว้พิจารณาได้ โดยที่ประชุมเห็นชอบไม่รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาตามความเห็นของ ส.ป.ก.และให้นำเสนอ คปก.พิจารณาวินิจฉัยต่อไป

‘เอลนีโญ’ยังแรง!!! กรมชลฯเร่งเก็บกักน้ำปลายฝน วอนเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754765

'เอลนีโญ'ยังแรง!!! กรมชลฯเร่งเก็บกักน้ำปลายฝน วอนเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง

‘เอลนีโญ’ยังแรง!!! กรมชลฯเร่งเก็บกักน้ำปลายฝน วอนเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 21.31 น.


เอลนีโญยังแรง เร่งเก็บกักน้ำปลายฝน วอนเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง ลดเสี่ยงผลผลิตเสียหาย

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา  ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ(กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (4ก.ย.66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,470 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯรวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,153 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ รวมกัน จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำทั่วประเทศไปแล้ว 14,238 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 96 ของแผน เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 5,706 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 104 ของแผน ปัจจุบันมีการเพาะปลูกข้าวนาปีทั่วประเทศไปแล้ว 14.96 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 88 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวแล้วประมาณ 2.84 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำนาปีไปแล้ว 7.49 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 93 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 2.53 ล้านไร่ ในส่วนของสถานการณ์ค่าความเค็มใน 4 ลำน้ำสายหลัก(เจ้าพระยา บางปะกง ท่าจีน และแม่กลอง) ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า สถานการณ์เอลนีโญจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ และมีแนวโน้มส่งผลยาวต่อเนื่องไปจนถึงเดือนเมษายน 67 โดยคาดการณ์ว่า ณ วันที่ 1 พ.ย. 66 จะมีปริมาณน้ำใช้การได้ทั้งประเทศรวมกันประมาณ 21,160 ล้าน ลบ.ม เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 5,803 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก ปริมาณน้ำดังกล่าวนี้ จะเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น จึงได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต สอดคล้องสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงผลกระทบจากสภาวะเอลนีโญและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรกและเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ให้งดทำนาปีต่อเนื่อง ด้วยปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ตลอดจนรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันเก็บกักน้ำไว้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ แก้มลิง บ่อ อาคารชลประทานที่ได้รับการถ่ายโอนแล้ว หรือแม้แต่ภาชนะสำรองน้ำภายในครัวเรือน ไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งถัดไป

นายกสมาคมแม่ดีเด่น 5 จังหวัด รับรางวัล อาสาสมัครดีเด่น 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754683

นายกสมาคมแม่ดีเด่น 5 จังหวัด รับรางวัล อาสาสมัครดีเด่น 2566

นายกสมาคมแม่ดีเด่น 5 จังหวัด รับรางวัล อาสาสมัครดีเด่น 2566

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตามที่ เนื่องในโอกาสวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการสังคมสงเคราะห์ไทย ทรงอุทิศพระวรกาย เวลา และทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนตลอดมา โดยมิทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยาก ทรงเป็นต้นแบบที่นักสังคมสงเคราะห์ควรถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงาน รัฐบาลจึงได้กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย”

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มอบหมายให้ สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานคณะทำงานกลั่นกรองอาสาสมัครดีเด่น ดำเนินการพิจารณากลั่นกรองผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการปฏิบัติงานด้านอาสาสมัคร เพื่อรับรางวัล“อาสาสมัครดีเด่น ประจำปี 2566” เนื่องในโอกาส “วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2566” ผลการพิจารณาปีนี้มีบุคลากรจากองค์กรภาครัฐภาคเอกชน องค์กรสาธารณกุศล ได้รับรางวัลรวม 239 ราย 23 องค์กร ในโอกาสนี้มีนายกสมาคม/ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัด ได้รับคัดเลือกให้เป็น “อาสาสมัครดีเด่น ประจำปี 2566” จำนวน 5 ราย

นายกสมาคม/ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัด ที่ได้รับรางวัล “อาสาสมัครดีเด่น ประจำปี 2566” จำนวน 5 ราย ได้แก่ ยุวดี เตชะสกลกิจกูร นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จ.สกลนคร,สมนึก คุ้มยิ้ม ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จ.ตาก, สุนานันท์ นิยมเพ็ง ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จ.เพชรบูรณ์,ดร.เขมา สมใจ ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จ.ปราจีนบุรี และ ลำยอง ยุติวงษ์ อดีตประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จ.จันทบุรี

นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครของสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ที่ได้รับรางวัล อาทิ ยุพาพัชร์ สิริวรรณศิลปี, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิดา รักษ์พลเมือง, ดร.กรกมล เอื้อวิวัฒน์สกุล, สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปภัมภ์ อาทิ ดร.ฉันทนา เปียทอง, ดร.อนงค์ศรี สิทธิอาษา,ธาริกา มงคลสุข, จินตนา ชื่นวัฒนา และมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็น “อาสาสมัครดีเด่น ประจำปี 2566” จะเข้ารับรางวัลภายในงาน “วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ
และวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2566” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 ตุลาคม 2566 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ลำยอง ยุติวงษ์

ลำยอง ยุติวงษ์

ดร.เขมา สมใจ

ดร.เขมา สมใจ

สุนานันท์ นิยมเพ็ง

สุนานันท์ นิยมเพ็ง

สมนึก คุ้มยิ้ม

สมนึก คุ้มยิ้ม

ยุวดี เตชะสกลกิจกูร

ยุวดี เตชะสกลกิจกูร